The Cloud X MARU

 

ถ้าถามถึงย่านพักผ่อนหย่อนใจที่เหมาะสำหรับใช้เวลาว่างในเมืองกรุง ใครๆ ก็คงนึกถึงย่านยอดนิยมอย่างทองหล่อ อารีย์ หรือสีลม แต่วันนี้เราอยากอวดว่าย่านลาดพร้าวก็เหมาะสำหรับการใช้เวลาวันหยุดเหมือนกัน แถมไม่ใช่ที่ที่หลายคนไปจนเบื่อแล้วอย่างห้างสรรพสินค้าใหญ่ยักษ์ด้วย

ไม่เกริ่นต่อให้เสียเวลาแล้ว ลองเลื่อนสายตาไปดูลิสต์ 7 ที่หนีร้อนย่านลาดพร้าวกันเลย

 

1

พาน้องหมาโดดลงน้ำเย็นฉ่ำที่ Happy Pup Dog Swimming Pool

7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง

เสาร์-อาทิตย์ถ้าใครเบื่อการพาน้องหมาไปเดินเล่นเฉยๆ เราอยากแนะนำสถานที่ใหม่ให้พาน้องไปทำกิจกรรมอย่างการว่ายน้ำออกกำลังที่ Happy Pup Dog Swimming Pool

ที่นี่ให้บริการพาน้องหมาว่ายน้ำในสระระบบน้ำเกลือ แถมไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยเพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดและใส่ชูชีพให้น้องด้วย ระยะเวลาการว่ายต่อ 1 ครั้งจะขึ้นอยู่กับขนาดตัวของสุนัข โดยปกติจะอยู่ที่ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งหลังจากว่ายเสร็จ การบริการก็รวมถึงอาบน้ำและไดร์ขนน้องหมาให้แห้งด้วย ระหว่างรอจะออกไปเดินเล่นที่อื่นแล้วค่อยกลับมารับหรือจะนั่งจิบกาแฟสดพร้อมชมน้องว่ายน้ำก็ได้เหมือนกัน

ที่อยู่ | 44/79 ซอยลาดพร้าว 15 (ซอย 1 แยก 18 ‘ลุงชุบ’) แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
เวลาทำการ | เสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ | 061 614 6387
Facebook |  Happy Pup

 

2

พาคุณพ่อคุณแม่ไปชิมอาหารไทยสไตล์ Comfort Food ที่ สำรับ Café and Cuisine

7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง

ขนาดยังไม่ได้เดินเข้าไปในร้าน แค่นั่งรถผ่านก็สะดุดตากับเรือนกระจกของร้านที่น่ารัก จนเราเดาว่าที่นี่ต้องเป็นคาเฟ่เก๋ๆ แน่ๆ แต่พอเดินเข้าไปข้างใน กลับกลายเป็นร้านอาหารไทยพ่วงด้วยร้านกาแฟที่ให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในบ้านไทยยุคเก่าที่น่ารักสุดๆ

สำรับ Café and Cuisine เป็นร้านอาหารไทยที่แต่ละเมนูชวนให้นึกถึงวัยเด็ก ราวกับไปนั่งกินข้าวที่บ้านญาติยังไงยังงั้น ด้วยสูตรไทยแท้ๆ ที่ไม่ว่าใครได้ทานก็ต้องติดใจและวัตถุดิบที่มีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล เหมาะสำหรับชวนแฟนมาเดตหรือจะพาครอบครัวมาเปลี่ยนบรรยากาศก็ยังได้

เมนูแนะนำที่เราได้ชิมมาและถูกใจสุดๆ ก็คือ แกงมัสมั่นไก่เคี่ยวกำลังดีที่แค่เห็นก็อยากเติมข้าว ข้าวกะเพราสำรับหมูสามชั้นที่เอาข้าวไปผัดกับกะเพรากรอบจนได้สีสวยและหอมกะเพราในทุกคำ รวมไปถึงเมนูกาแฟเผ็ดๆ อย่าง Tropical Esspresso กาแฟผสมน้ำผลไม้และโซดา โรยด้วยพริกป่น ดื่มแล้วสดชื่นมาก

ที่อยู่ | 8/37 ซอยลาดพร้าว 8 แยก 9 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
เวลาทำการ | ทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ) เวลา 11.00 – 14.00 น., 16.00 – 22.00 น.
ติดต่อ | 091 720 5387

 

3

เปลี่ยนที่ทำงานแต่ยังสุขใจเหมือนอยู่บ้านที่ Maven Mesh Co-working Café

7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง

ที่เราบอกว่าเหมือนนั่งทำงานอยู่บ้าน ก็เพราะ Maven Mesh Co-working Café ที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ตั้งอยู่ในบ้านจริงๆ

จากความตั้งใจที่จะเปลี่ยนบ้านเก่าของคุณพ่อคุณแม่ที่ว่างอยู่ให้กลายเป็นสถานที่ทำงาน ให้คนรุ่นใหม่มาปักหลักทำงานในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว Maven Mesh ให้บริการครบตั้งแต่พื้นที่นั่งทำงาน ห้องประชุม โซนออฟฟิศส่วนตัวให้เช่า หรือเช่าพื้นที่เพื่อจัดอีเวนต์ แถมยังมีส่วนคาเฟ่ให้บริการกาแฟและเครื่องดื่ม

สำหรับราคาเริ่มต้น ส่วนของ Co-working Space 2 ชั่วโมงอยู่ที่ 100 บาท หรือจะเหมาจ่ายเป็นเดือน ราคาก็อยู่ที่ 2,900 บาทเท่านั้น

ที่อยู่ | 29/41 ซอยรัชดา 30 ถนนรัชดา แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ | ทุกวัน เวลา 09.00 – 20.00 น.
ติดต่อ | 093 963 5155
Facebook | Maven Mesh

 

4

ชิมขนมหวานในโลกสีหวานที่ Little Baker Café and Studio

7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง

ถ้าใครเป็นสายขนมหวานอาจจะคุ้นชื่อ Little Baker มาก่อนจากการออกบูทหรือเค้กวันเกิดที่หน้าตาน่ารักจากโลกออนไลน์ แต่อาจจะไม่รู้ว่า Little Baker ก็มีหน้าร้านที่น่ารักไม่แพ้หน้าตาขนมเลย

Little Baker Café and Studio เป็นทั้งคาเฟ่โทนสีพาสเทลที่น่ารักและน่าพักถ่ายรูป และยังเป็นสตูดิโอสั่งทำเค้กอีกด้วย ที่นี่ให้ความสำคัญกับความอร่อยและคุณภาพ ซึ่งในขณะเดียวกันก็ต้องออกมาหน้าตาดีด้วย

มีเมนูแนะนำที่ต้องมาทานที่ร้านอย่าง Rainbow Pancake แพนเค้กสีสันสดใสที่โดนใจสาวๆ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา หรือ Red Velvet Cupcake คัพเค้กสีแดงที่ท็อปด้วยครีมชีส หรือจะสั่งเมนูเครื่องดื่มก็น่ารักและอร่อยไม่แพ้กัน

ที่อยู่ | 641/11 ซอยลาดพร้าว 5 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
เวลาทำการ |   ทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.
ติดต่อ | 02 086 8336

 

6

แวะเลือกแผ่นเสียงและจิบกาแฟที่ REC. Vinyl & Café

7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง

ถ้าใครที่เริ่มต้นสะสมแผ่นเสียง อยากบอกว่าต้องมาทำความรู้จักร้านนี้เลย REC. Vinyl & Café ร้านแผ่นเสียงไวนิลที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ย้ายจากที่ทำการดั้งเดิมในซอยลาดพร้าว 15 มาอยู่ร้านใหม่ติดสถานี MRT พหลโยธินได้ 4 ปีแล้ว

ด้านล่างของร้านต้อนรับด้วยคาเฟ่ที่มีไว้บริการทั้งกาแฟ อาหารเมนูง่ายๆ และคราฟต์เบียร์ ตกแต่งด้วยต้นไม้สีเขียวที่ไปด้วยกันได้ดีกับโทนสีน้ำตาลขาวเท่ๆ ของร้าน บนชั้นสองของร้านเป็นโซนแผ่นเสียงที่มีให้เลือกซื้อหลากหลายแนวเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลงป๊อปไปจนถึง World Music ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 300 บาทถึงหลายพันบาท หรือใครที่อยากเอามาฝากขาย ที่นี่ก็ต้อนรับเช่นกัน

ที่อยู่ |  ถนนลาดพร้าว MRT พหลโยธิน ทางออก 2
เวลาทำการ | อังคาร-อาทิตย์ เวลา 15.00 – 00.00 น.
ติดต่อ | 085 366 9116
Facebook |  REC.

 

7

อิ่มอร่อยกับเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ในสไตล์อเมริกันที่ The Fat Cow

7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง 7 สถานที่หย่อนใจย่านลาดพร้าวสำหรับคนเบื่อเข้าห้างและเบื่อเข้ากลางเมือง

ร้านเบอร์เกอร์ที่ถ้าใครผ่านไปผ่านมาย่านลาดพร้าวบ่อยๆ ต้องเคยเห็นแน่นอน เพราะที่นี่ตั้งอยู่หน้าปากซอยลาดพร้าว 15 ช่วงค่ำต้องบอกว่าคนเน้นร้านเกือบทุกวันจนเราต้องขอมาชิมและพบว่ามันดีมาก!

The Fat Cow ร้านเบอร์เกอร์ไซส์มินิที่เน้นความอร่อยในแบบฉบับออริจินัลแท้ๆ ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่ได้คุณภาพในราคาที่จับต้องได้

ที่ไม่สั่งไม่ได้เลยคือเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Fat Cow เบอร์เกอร์เนื้อชื่อเดียวกับชื่อร้าน จุใจทั้งเนื้อบดที่ชุ่มฉ่ำและเบคอนทอดในคำเดียวกัน ทานพร้อมเฟรนช์ฟรายส์ร้อนๆ ก็เพอร์เฟกต์ หรือเมนูพิเศษที่ไม่ได้มีให้สั่งทุกวัน (แนะนำให้โทรมาถามที่ร้านก่อนจะดีกว่า) อย่างลาซาญญ่าชิ้นหนาที่เข้มข้นและอร่อยจนอิ่มแล้วก็ยังอยากกินต่อ อาจจะยากหน่อยเรื่องหาที่จอดรถแต่คุ้มค่าให้มาลองมากๆ

ที่อยู่ | ปากซอยลาดพร้าว 15
เวลาทำการ | ทุกวัน เวลา 12.00 – 23.00   น.
ติดต่อ | 092 556 287

 

ลาดพร้าวเป็นย่านที่เดินทางได้สะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT อีกทั้งยังมีหลากหลายสถานที่ไว้ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ย่านนี้จึงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่คนเมืองนิยมเลือกพักอาศัย หากใครกำลังมองหาที่อยู่ถูกใจช่วงลาดพร้าวซอยต้นๆ เราขอแนะนำคอนโด MARU (มารุ) โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ ที่ตั้งอยู่บริเวณปากซอยลาดพร้าว 15 ติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า MRT ลาดพร้าวเพียง 50 เมตร

แอบกระซิบบอกก่อนว่า… ที่นี่จะเป็นสถานีที่เชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (อนาคต) อีกด้วยนะ รับรองว่าอยู่แล้วชีวิตดีแน่นอน

ป.ล. สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ MJD Call Center 1266

Writer

ณิชากร เอื้อสุนทรวัฒนา

อดีตนักเรียนโฆษณาที่มาเอาดีทางด้านอาหาร แต่หลงใหลการสัมภาษณ์และงานเขียน

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

สุดสัปดาห์นี้ Take Me Out จูงมือทุกท่านไปร่วมงาน ‘CHIM FEST by Worldgas’ สุดยอดเทศกาลอาหารแห่งปี คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นหายากจากเครือข่ายเชฟชุมชนกว่า 30 แห่งทั่วไทยมาปะทะกับสตรีทฟู้ดร้านเด็ดรางวัล The World’s Best Street Food Award by Worldgas และเชฟระดับเวิลด์คลาส พร้อมคิดค้นเมนูซิกเนเจอร์ใหม่ที่มีขายแค่เฉพาะในงานเท่านั้น อาทิ ‘ผัดไทยไฟทะลุโคตรชีส’ การโคจรมาเจอกันของร้านผัดไทยไฟทะลุ เจ้าของรางวัลระดับมิชลินบิบกูร์มองต์ กับชีสไทย Jartisann ‘หมูปิ้งลุงอ้วน-มะแขว่นซ่าหม่าล่าไทย’ จากร้านหมูปิ้งลุงอ้วนชื่อดังย่านสีลม กล่าวขานกันว่าต่อคิวยาวถึงบางซื่อ มารวมตัวกับแจ่วมะแขว่นซ่าหม่าล่าไทยจากน่าน ให้ความแปลกใหม่แต่ลงตัวทางรสชาติอย่างไม่น่าเชื่อ โดยโซนอาหารแบ่งออกเป็น 2 โซน มีทั้ง Eat Street Thai Zone และ Dining Zone เรียกได้ว่าจัดเต็มแบบสุด ๆ

Eat Street Thai Zone

01
ผัดไทยไฟทะลุ

ผัดไทย Feat. ชีสยืด

หากเสน่ห์ของประเทศไทยคืออาหาร คงหนีไม่พ้นกับเมนูที่ต่างชาติชอบ คนไทยยกนิ้ว อย่างเมนูผัดไทย! แต่ผัดไทยจานนี้ไม่ธรรมดา เพราะเป็น ‘โคตรผัดไทยฮาวาเอี้ยนชีสไทย’ โดย เชฟแอนดี้ ยัง เชฟมิชลินจากร้านอาหารไทยชื่อดังของนิวยอร์ก ด้วยคอนเซ็ปต์สไตล์สตรีทฟู้ด การันตีรางวัลมิชลินบิบกูร์มองต์ 5 ปีซ้อน และได้ The World’s Best Street Food Thailand 2019 อีกด้วย

10 สตรีทฟู้ดร้านดัง เอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเมนูใหม่ เฉพาะที่งาน CHIM FEST เท่านั้น

โดยความอร่อยที่มากขึ้นกว่าเดิม ครั้งนี้เชฟแอนดี้พกชีสไทย Saltara Machima จากร้านจาร์ทิชานน์ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นไฮไลต์วัตถุดิบของจาน คลุกเคล้าความหอมของกลิ่นกระทะ และความยืดหยดของชีส เกิดเป็นรสชาติใหม่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน 

ผสมผสานกับสับปะรดปัตตานี จากจังหวัดเพชรบุรี มีความหวานอมเปรี้ยว ทานคู่กันแล้วอร่อยจนหยุดไม่ได้ ทั้งยังต้องอุทานว่าโคตรผัดไทยฮาวาเอี้ยนชีสไทยเลย! เพราะเมนูนี้มันอย่างสุด จนฉุดไม่อยู่ อยากรู้ว่าโคตรผัดไทยขนาดไหนต้องไปลอง

10 สตรีทฟู้ดร้านดัง เอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเมนูใหม่ เฉพาะที่งาน CHIM FEST เท่านั้น

02
ร้านสว่างบะหมี่ก้ามปู

บะหมี่ปูก้ามยักษ์ Feat. ปูก้ามยักษ์จากชลบุรี

สว่างบะหมี่ก้ามปู ตำนานร้านบะหมี่ชื่อดังจากย่านหัวลำโพง ครองใจนักชิมมามากกว่า 60 ปี ส่งเมนูสุดคลาสสิกของร้านอย่างบะหมี่ปูก้ามยักษ์และบะหมี่ปูหมูแดงอบน้ำผึ้งเข้ามาประชันในงาน 

10 สตรีทฟู้ดร้านดัง เอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเมนูใหม่ เฉพาะที่งาน CHIM FEST เท่านั้น

ซิกเนเจอร์ของร้านหนีไม่พ้นความโฮมเมด ทางร้านพิถีพิถันทุกขั้นตอนด้วยตนเอง ตั้งแต่การทำเส้นสดบะหมี่ไข่ หอม หนึบ รสชาติกลมกล่อม หมูแดงอบน้ำผึ้งย่างถ่านที่นุ่มละมุน ติดหวานที่ปลายลิ้น เนื้อปูที่สั่งได้ดั่งใจว่าจะรับเป็นก้ามปูยักษ์หรือเป็นเนื้อปูขนาดย่อม 

ครั้งนี้ทางร้านคัดสรรก้ามปูยักษ์อย่างดีจากจังหวัดชลบุรีมาเพื่อมัดใจสาวกบะหมี่ปูให้อยู่หมัด เต็มอิ่มทั้งเส้น ทั้งเนื้อ หากทานเป็นเมนูแห้ง เคล็ดลับที่ไม่ลับจากสาวกสว่างบะหมี่ก้ามปู คืออย่าลืมขอน้ำซุปเพราะทางร้านได้การันตีคุณภาพของซุปด้วยการเคี่ยวอย่างยาวนาน จนได้รสชาติความเข้มข้นจากไขกระดูกหมู เรียกได้ว่าคุณภาพคับชาม

10 สตรีทฟู้ดร้านดัง เอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเมนูใหม่ เฉพาะที่งาน CHIM FEST เท่านั้น

03
หมูปิ้งลุงอ้วนสีลม

หมูปิ้ง Feat. มะแขว่น

ข้าวมื้อเช้า มื้อสาย หรือมื้อไหน ก็ต้องยกให้ข้าวเหนียวหมูปิ้ง เมนูสุดฮิตคู่คนไทยมาตั้งแต่เล็กจนโต ทานเล่นหรือทานจริงจังก็ได้ ชิมเฟสไม่มีพลาด พาร้านหมูปิ้งในตำนานมาไว้ในที่นี้เช่นเดียวกัน ‘หมูปิ้งลุงอ้วนสีลม’ โดย เฮียอ้วน-พงศ์ธนัส วรรณอิทธิวิชญ์ เจ้าดังปากซอยคอนแวนต์ย่านถนนสีลมที่เปิดมายาวนานกว่า 35 ปี การันตีรางวัลความอร่อยจาก The World’s Best Street Food Thailand 2019

10 สตรีทฟู้ดร้านดัง เอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเมนูใหม่ เฉพาะที่งาน CHIM FEST เท่านั้น

สัมผัสรสชาติของหมูย่างเตาถ่าน กลิ่นหอม หมูนุ่ม มาคู่น้ำจิ้มรสเข้มข้นของลุงอ้วน และเพิ่มความพิเศษ 2 เท่าด้วยเมนู ‘หมูปิ้งมะแข่วนซ่าหม่าล่าไทย’ ที่นำมะแขว่นจากจังหวัดน่านมาดัดแปลงให้กลายเป็นน้ำจิ้มรสเด็ดแบบใหม่แบบสับ แบบที่ไม่เคยสัมผัสรสชาตินี้จากที่ไหนมาก่อน

รสชาติเฉพาะของมะแขว่นหวาน ๆ ผสมผสานความเผ็ดร้อนและมีความซ่าแบบหม่าล่าปิดท้าย จุ่มน้ำจิ้มคำ หมูคำ ข้าวเหนียวคำ อบอวลไปด้วยความอร่อยจากมื้ออาหารวัยเด็กในวันวานอย่างข้าวเหนียวหมูปิ้ง งานนี้มีเหมาหมดเตา

10 สตรีทฟู้ดร้านดัง เอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเมนูใหม่ เฉพาะที่งาน CHIM FEST เท่านั้น

04
19° องศาเหนือ by พระนคร คอฟฟี่ โรสเตอร์

ลาเต้ Feat. น้ำผึ้งป่าหินลาดใน

กองทัพเดินด้วยอาหารมามากพอแล้ว ต้องแวะร้านเครื่องดื่มสักหน่อย ‘19° องศาเหนือ’ ร้านกาแฟไทยที่ใช้ละติจูดของจังหวัดเชียงรายมาตั้งเป็นชื่อร้าน ครานี้ภูมิใจนำเสนอเมนูใหม่ล่าสุด ‘ลาเต้น้ำผึ้ง’ (Iced Honey Latte) ใช้น้ำผึ้งคัดพิเศษจากป่าหินลาดใน ส่งตรงจากจังหวัดเชียงรายให้คอกาแฟได้ลองชิมกันที่แรกที่เดียวในงานนี้

นอกจากน้ำผึ้งแล้ว ทางร้านยังพกทีเด็ดคือ 3 เมล็ดกาแฟอาราบิก้าจากเกษตรกรไทยที่ผ่านการคัดสรรและคั่วอย่างพิถีพิถันมาให้ได้ลิ้มลองกัน เริ่มที่ ‘เจ้าจอม’ เมล็ดพันธุ์อาราบิก้า 100% ส่งตรงจากดอยช้าง จังหวัดเชียงราย เหมาะกับเมนูเย็น อาทิ อเมริกาโน่ ‘บ้านป่า’ กาแฟเบลนด์ที่มีส่วนผสมของเมล็ดพันธุ์อาราบิก้า 70% และโรบัสต้า 30% เหมาะกับเมนูร้อนและเย็นแบบใส่นม รับประกันเรื่องความหอมกรุ่นและรสชาติละมุนลงตัว ปิดท้ายกันที่ ‘เนินเขา’ กาแฟเบลนด์อาราบิก้า 40% และโรบัสต้า 60% ที่เหมาะกับการทำ Moka Pot เป็นที่สุด

05
ร้านข้าวเหนียวมะม่วง เช็งซิมอี๊

มะม่วงอกร่อง Feat. ข้าวเหนียวงาขี้ม่อน

หากใครมองหาของหวานดับคาว หลังแวะตามร้านรวงที่เราแนะนำไปข้างต้นแล้ว นี่อาจเป็นตัวเลือกที่ดีก่อนจบมื้ออาหารโซนนี้ ‘เช็งซิมอี๊’ ร้านน้ำแข็งไสโบราณที่ครองใจคนรักของหวานมายาวนานกว่า 60 ปี นอกจากน้ำแข็งไสที่เราคุ้นตา เช็งซิมอี๊ขอส่งมอบอีกเมนูชื่อดังของร้านอันได้แก่ ‘ข้าวเหนียวมะม่วงงาขี้ม่อน’ เมนูคลาสสิกที่ถูกปากคนไทยมาหลายยุคหลายสมัย 

10 สตรีทฟู้ดร้านดัง เอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเมนูใหม่ เฉพาะที่งาน CHIM FEST เท่านั้น

ทีเด็ดของเมนูนี้คือทางร้านใช้มะม่วงอกร่องสุกที่การันตีความหวานฉ่ำชื่นใจ 1 ลูกเต็มแบบไม่หวง เสิร์ฟพร้อมกับข้าวเหนียวมูนหุงหนึบกำลังพอดี คลุกกับงาขี้ม่อนซึ่งอุดมด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ส่งตรงจากอำเภอบ่อสวก จังหวัดน่าน ราดด้วยกะทิเพื่อให้เค็มนิด ๆ ตัดหวานของมะม่วง และโรยหน้าด้วยถั่วทองคั่ว ถือเป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการจัดจาน ลงมือรับประทานได้

10 สตรีทฟู้ดร้านดัง เอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเมนูใหม่ เฉพาะที่งาน CHIM FEST เท่านั้น

Dining Zone

01
ร้านบ้าน 

ข้าวซอยเนื้อ Feat. น้ำพริกเผาลำไยสีชมพู

ข้าวซอยเนื้อไทยวากิวและข้าวซอยไก่รสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้น เนื้อวากิวนุ่มละลายในปาก สะโพกไก่นุ่มละมุนจากวัตถุดิบไทยระดับพรีเมียม เสิร์ฟพร้อมเส้นข้าวซอยหนึบกำลังพอดีที่เมื่อได้ทานแล้วต้องร้องว่าลำแต้ ๆ เจ้า จากร้านบ้าน โดยเชฟชื่อดัง ต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เชฟมิชลินสตาร์จากร้าน Le-Du 

10 สตรีทฟู้ดร้านดัง เอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเมนูใหม่ เฉพาะที่งาน CHIM FEST เท่านั้น

ครานี้ได้มาจับคู่กับน้ำพริกเผาลำไยสีชมพูของชมชุนบ้านสวนนมสด อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน มีรสชาติเผ็ดนำ หวานตาม จากลำไยแบบธรรมชาติ ไม่ได้เติมน้ำตาล เคล้ากลิ่นหอมพริกกะเหรี่ยง กระเทียม หอมแดง รวมถึงเครื่องสมุนไพรท้องถิ่น ผสมผสานกันแล้วช่วยเสริมรสเข้มข้น รับกับความหอมของเครื่องแกงจนซดหมดเกลี้ยง

10 สตรีทฟู้ดร้านดัง เอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเมนูใหม่ เฉพาะที่งาน CHIM FEST เท่านั้น

02
ร้านบ้านสุริยาศัย

ขนมโสมนัส Feat. มะพร้าวคั่ว

 ทานคาวแล้วไม่ทานหวานจะเป็นไปได้อย่างไร เดินมาอีกนิดจะเจอร้านบ้านสุริยาศัย ร้านอาหารไทยแท้แบบชาววัง พร้อมมอบรสชาติอาหารไทยที่สืบทอดต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น โดยดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้นกว่าเดิม

10 สตรีทฟู้ดร้านดัง เอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเมนูใหม่ เฉพาะที่งาน CHIM FEST เท่านั้น

เชฟใหม่-พีระโรจน์ ศิริปัญจนะ มาเสิร์ฟเมนูพิเศษจาก ‘ขนมโสมนัส’ ขนมอบที่มีลักษณะคล้ายเมอแร็งก์ของฝรั่ง แต่เพิ่มความไทยด้วยการใส่มะพร้าวคั่วหอม ๆ ลงไปเป็นวัตถุดิบชูโรง เพื่อชูรสชาติหวานกำลังดี อร่อยกลมกล่อมตามสไตล์ Home Taste ที่รังสรรค์รสชาติมาเฉพาะเหมือนทำให้คนในครอบครัวทาน

และอีกหนึ่งเมนูไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบทานผัดพริกขิง ‘คุกกี้ผัดพริกตามเสด็จแปลง’ เพราะดัดแปลงจากผัดพริกขิงแบบเก่าให้รับประทานง่ายขึ้นในรูปแบบคุกกี้ อร่อยสมใจคนชอบทานคาวและหวานในคำเดียว แปลกใหม่แต่ลงตัวต้องยกให้เมนูนี้

10 ร้านอาหารคาว-หวาน ทั้งสตรีทฟู้ดและไฟน์ไดนิ่งจากทั่วไทย จัดเต็มกับเมนูสุดพิเศษเฉพาะในงาน CHIM FEST by Worldgas

03
ร้านเมธาวลัย ศรแดง

เขียวหวานปลากราย Feat. ขนมจีนประโดก

‘ร้านเมธาวลัย ศรแดง’ ร้านอาหารไทยในตํานานอายุเกือบ 30 ปีย่านราชดำเนิน การันตีความอร่อยด้วยรางวัลมิชลินสตาร์ 1 ดาว 4 ปีซ้อน ออกงานครั้งนี้เมธาวลัยส่งแกงเขียวหวานปลากรายเมนูยอดฮิต รสชาติหวานนิดเผ็ดหน่อยของพริกแกงที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เสริมด้วยกะทิเข้มข้นและกลิ่นกระชายมาสร้างประสบการณ์ใหม่ พร้อมกับพระเอกของจาน ‘ขนมจีนประโดก’ ส่งตรงจาก บ้านประโดก ในตัวเมืองโคราช ขนมจีนบ้านประโดกขึ้นชื่อเรื่อง เส้นเหนียว เนื้อนุ่ม ไม่มีกลิ่น เมื่อคลุกเคล้าเข้ากันให้เข้าน้ำเข้าเนื้อแล้ว เป็นส่วนผสมสุดลงตัว เข้าปากแล้วไม่รู้ลืมอรรถรสจากจานนี้

10 ร้านอาหารคาว-หวาน ทั้งสตรีทฟู้ดและไฟน์ไดนิ่งจากทั่วไทย จัดเต็มกับเมนูสุดพิเศษเฉพาะในงาน CHIM FEST by Worldgas

04
ร้านชิม

แกงหน่อกระทือ ดอกขี้เหล็กคอหมูย่าง

ร้าน Chim by Siam Wisdom ร้านอาหารไทยโบราณที่การันตีคุณภาพด้วยฝีมือเชฟมิชลินสตาร์ 6 ปีซ้อนอย่าง หนุ่ม-ธนินธร จันทรวรรณ ของพิเศษมาฝากสำหรับงานนี้คือเมนู ‘แกงหน่อกระทือ ดอกขี้เหล็กคอหมูย่าง’ ผสมผสานเมนูอาหารไทยโบราณจากปักษ์ใต้ที่หาทานได้ในงานนี้เท่านั้น ทีเด็ดของจานนี้คือเชฟหนุ่มใช้ ‘หน่อกระทือ’ วัตถุดิบท้องถิ่นจากจังหวัดจันทบุรีมาผ่านกรรมวิธีเคี่ยวแบบโบราณ เค้นเอาความหอมและเผ็ดเล็กน้อยเป็นตัวชูโรง นอกจากนั้นยังมีคอหมูย่างฉ่ำวาว เคี้ยวนุ่มลิ้น ปรุงกับดอกขี้เหล็กรสขมแต่ช่วยดับคาว ให้อาหารจานนี้ออกมาสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นสมเป็นเมนูจากร้าน Fine dining

10 ร้านอาหารคาว-หวาน ทั้งสตรีทฟู้ดและไฟน์ไดนิ่งจากทั่วไทย จัดเต็มกับเมนูสุดพิเศษเฉพาะในงาน CHIM FEST by Worldgas

กิจกรรมพิเศษที่ไม่ควรพลาดในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ เชฟหนุ่มจะสร้างสีสันด้วยการโชว์การทำอาหารแบบสด ๆ ในกิจกรรม Chim Cooking Show ด้วยเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นหายากอย่างหน่อกระทือในเวลา 18.00 – 18.30 น.

10 ร้านอาหารคาว-หวาน ทั้งสตรีทฟู้ดและไฟน์ไดนิ่งจากทั่วไทย จัดเต็มกับเมนูสุดพิเศษเฉพาะในงาน CHIM FEST by Worldgas

05
PP Pastries

พานาคอตต้า Feat. ลูกตาล

เหนื่อยไหมกับการเดินชิมอาหารทั่วงานตลอดทั้งวัน พักเหนื่อย เพิ่มความสดชื่นด้วยเมนู ‘Toddy Palm Panna Cotta’ หรือพานาคอตต้าลูกตาลถ้ำรงค์ดงตาลกันหน่อย โดย เชฟพลอย-ฐาติกานต์ ตัณฑจินนะ ผู้รังสรรค์เมนูนี้ มีดีกรีถึง Top Chef Thailand Season 2 จะเดินผ่านไปเฉย ๆ คงเหมือนพลาดอะไรไป

10 ร้านอาหารคาว-หวาน ทั้งสตรีทฟู้ดและไฟน์ไดนิ่งจากทั่วไทย จัดเต็มกับเมนูสุดพิเศษเฉพาะในงาน CHIM FEST by Worldgas
10 ร้านอาหารคาว-หวาน ทั้งสตรีทฟู้ดและไฟน์ไดนิ่งจากทั่วไทย จัดเต็มกับเมนูสุดพิเศษเฉพาะในงาน CHIM FEST by Worldgas

พร้อมเสิร์ฟความอร่อยจากพานาคอตต้าสีม่วงแสนสวยของดอกอัญชัน เนื้อสัมผัสเนียนแน่น เข้มข้น และนำมาดัดแปลงใหม่ให้เข้ากับลูกตาลที่ส่งตรงมาจากชุมชนถ้ำรงค์ จังหวัดเพชรบุรี ถือว่าเป็นเมนูเบา ๆ ทานได้เรื่อย ๆ ทั้งวัน เพิ่มความสดชื่นจนติดใจ ทานถ้วยเดียวไม่พอ ถ้วยสองยังไม่หายอยาก ต้องมีต่อถ้วยสาม สี่ ห้า

เชิญมาสัมผัสความละมุนนุ่มลิ้นจากพานาคอตต้าลูกตาล แวะเติมความเฟรชจากฝีมือเชฟพลอย ต้องปักหมุดมาร้านนี้เลย!

10 ร้านอาหารคาว-หวาน ทั้งสตรีทฟู้ดและไฟน์ไดนิ่งจากทั่วไทย จัดเต็มกับเมนูสุดพิเศษเฉพาะในงาน CHIM FEST by Worldgas

CHIM FEST by Worldgas สุดยอดเทศกาลอาหารแห่งปี นำโดยแม่ทัพใหญ่ บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตร รังสรรค์เทศกาลชิมพร้อมเมนูซิกเนเจอร์ที่เสริมรสชาติด้วยวัตถุดิบหายากจากทั่วไทย มุ่งเน้นการพัฒนาเคียงข้างธุรกิจอาหารในการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน จะจัดขึ้นในวันที่ 9 – 11 ธันวาคม 2565 เวลา 15.00 – 22.00 น. ณ ลานริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

Writers

ญาณินท์ ศรีอุดมพงษ์

อดีตนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ในวงการแฟชั่นผู้เชื่อว่าจังหวะชีวิตมีจริง และมีวง safeplanet เป็นเครื่องชุบชูใจ

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load