The Cloud ชวนต้อนรับเทศกาลกินเจด้วยอาหารเจแบบไม่จำเจ ลบภาพจำของจับฉ่ายหม้อแรกและหม้อเดียวตลอดสัปดาห์ ด้วยอาหารเจหลายสัญชาติหลากสไตล์จาก 5 ร้านอาหารเจรอบกรุง เหมาะมากสำหรับมือใหม่หัดทานเจและคนกินเจที่ไม่ชอบเมนูจำเจ มาสนุกกับอาหารไร้เนื้อสัตว์อร่อยหลากหลาย กินได้ไม่เบื่อ แถมยังดีต่อสุขภาพกันดีกว่า

อาหารมังสวิรัติสำหรับคนทานเนื้อ : May Veggie Home

ร้านอาหารเจ

ร้านอาหารมังสวิรัติที่มีแนวคิด ‘ร้านมังฯ ของคนกินเนื้อ’ นอกจากสาวกเนื้อทานได้ คนรักผักทานดี ทางร้านยังเลือกใช้แต่วัตถุดิบคุณภาพดีเสมือนทำอาหารทานเองในบ้านอย่างข้าวออร์แกนิก โดยสั่งปลูกและสีข้าวกันเดือนต่อเดือน เพื่อให้คงสภาพความสดสะอาดปราศจากมอดตัวเล็กตัวน้อย

จิบน้ำมะตูมแก้วโตแล้วเริ่มต้นเมนูห้ามพลาดด้วย ยำไก่แซ่บ เนื้อไก่ชิ้นพอดีคำไม่อมน้ำมันรสแซ่บสมชื่อ หอมข้าวคั่วและผักสมุนไพรอย่างมะกรูดและตะไคร้ พ่อครัวจะซอยตะไคร้และมะกรูดแบบจานต่อจานเพื่อรักษากลิ่นอโรมา จานต่อมาเป็น บาร์บีคิวชีสเบอเกอร์ ชีสและขนมปังทำเองจากเชฟขนมปังมือดี ต่างจากเบอร์เกอร์ทั่วไปตรงเนื้อเบาและนุ่มมาก ส่วนไส้ทำจากเนื้อถั่วเหลืองฉีกเป็นเส้น เนื้อสัมผัสหนุบหนับคล้ายเนื้อจริง ตามด้วยข้าวซอย และ สลัดกุ้งทอดคู่กับน้ำสลัด Thousand Island กุ้งทอดเนื้อเหมือนจริงเด้งดึ๋งดั๋งทานกับผักสลัด บอกเลยว่าผ่านฉลุยทุกจาน!

ร้านอาหารเจ
ร้านอาหารเจ
ร้านอาหารเจ
ร้านอาหารเจ

May Veggie Home
ที่อยู่ | 8/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
เวลาทำการ | 11.00 – 22.00 น.
ติดต่อ | 021182967

คาเฟ่ขนมสุขภาพสำหรับชาววีแกน : Veganerie Concept

ร้านอาหารเจ
ร้านอาหารเจ

เอาใจสาวกวีแกนที่ไม่ทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลย ด้วยอาหารหลากหลายจากพืชแท้ 100% ทั้งไทยและเทศ พ่วงด้วยขนมเพื่อสุขภาพและสมูทตี้แสนอร่อย วัตถุดิบส่วนใหญ่ของ Veganerie Concept เป็นแบบโฮมเมด เริ่มจาก Avocado Toast ขนมปังซีเรียลผสมเมล็ดฟักทองและงาดำทำเอง ทานคู่กับอะโวคาโดเนื้อเนียนหอมมัน อิ่มท้องพร้อมรับไขมันดีจากผลไม้สีเขียว ตามด้วย  Vegan Italian Crepe พูดไปไม่เกินจริง เครปพิซซ่าแทบละลายในปาก รสชาติหวานหอมตัดกับรสเปรี้ยวของซอสมะเขือเทศ ทานพร้อมกันกับเห็ดแชมปิญอง ไส้กรอกจากถั่วเหลือง และชีสพาร์มาซานจากถั่วหิมพานต์ อร่อยเหมือนได้ขึ้นสวรรค์

ร้านอาหารเจ
ร้านอาหารเจ

พักเบรกด้วย Strawberry Cheesecake Frappe แก้วสีแดงสวยหอมสตรอว์เบอร์รีปั่นกับครีมชีส (ถั่วหิมพานต์)  ใส่ไอศครีมสตรอว์เบอร์รีครัมเบิล ปราศจากนมและไข่ ท็อปด้วยวิปครีมเนื้อแน่นทำจากมะพร้าวผสมนมถั่วเหลือง ดื่มสมูตตี้หมดแก้วแล้ว ขอปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่ด้วย Vegan Fried Chicken Waffle แป้งวาฟเฟิลโฮมเมดเนื้อแน่นผสมเมล็ดเฟล็กและไก่ชิ้นใหญ่ทำจากเห็ดหิมะปรุงรสสูตรลับของทางร้าน รสชาติเหมือนไก่จนสับสนว่ากำลังทานเห็ดหรือทานไก่ ทานไก่หรือทานเห็ด ขอยกให้เป็นจานยอดเยี่ยม!

ร้านอาหารเจ
ร้านอาหารเจ

Veganerie Concept
ที่อยู่ | 35/2 ซอยสุขุมวิท 24 (หลังสวนเบญจศิริ) แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
เวลาทำการ | 10.00 – 22.00 น.
ติดต่อ | 022588489

 
 

อาหารญี่ปุ่นเจรสต้นตำรับ : Mr.Genki

ร้านอาหารเจ

ร้านอาหารเจ

จากคนทานเจตลอดชีวิต และชื่นชอบทานอาหารญี่ปุ่นอยู่เนืองนิจ เจ้าของร้าน Mr.Genki จึงเลือกทำเลย่านพระราม 2 เปิดร้านอาหารเจสไตล์ญี่ปุ่นมานานกว่า 6 ปี แถมนำเข้าวัตถุดิบจากแดนอาทิตย์อุทัยโดยเฉพาะ

จานแรกใครมาก็ต้องสั่ง ข้าวแกงกะหรี่หมูทอด ลองตักข้าวญี่ปุ่นเม็ดอวบนุ่มลิ้นพร้อมแกงกะหรี่เข้มข้นหอมเครื่องเทศ หมูทอดทงคัตสึกรอบนอกนุ่มในทานพร้อมกัน บอกเลยว่าเหมือนกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ต่อด้วยข้าวปั้นหน้าปลาไหลเจ ปลาไหลทำจากเห็ดเข็มทองขูดผสมมันอิโมะจากญี่ปุ่นทอดจนกรอบ  ข้าวปั้นก็เนื้อแน่นเต็มปากเต็มคำ ส่วนยากิโทริ เนื้อไก่เสียบไม้ผสมแครอทและพริกยักษ์คั่นสลับกับเห็ดออรินจิราดซอสเทอริยากิรสกลมกล่อม ส่งท้ายด้วยสลัดอะโวคาโดเติมผักใบเขียวสดกรอบ น้ำสลัดญี่ปุ่นหอมงาขึ้นจมูก คนไทยหัวใจอาหารญี่ปุ่นต้องหลงรัก!

ร้านอาหารเจ
ร้านอาหารเจ
ร้านอาหารเจ
ร้านอาหารเจ


Mr.Genki Restaurant
ที่อยู่ | 407 ซอยอนามัยงามเจริญ 25 ถนนพระราม 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ
เวลาทำการ | 11.00 – 21.00 น.
ติดต่อ | 024593137

 
 

อาหารไทยเจรสจัดจ้าน : ตาละลักษมณ์

ร้านอาหารเจ

ร้านอาหารเจ

ใครชอบอาหารไทยห้ามพลาดร้านนี้ ตาละลักษมณ์เป็นร้านอาหารไทยเจที่เปิดมานานกว่า 10 ปี รสมือจัดจ้านแบบไทยขนานแท้ ขอแนะนำ แกงไตปลาเจ ทางร้านเลือกใช้เครื่องแกงสูตรพริกแกงใต้ กลิ่นหอมรสจัดผักแน่น เนื้อปลาเหมือนจริงทำจากโปรตีนถั่วเหลืองห่อด้วยส่าหร่ายคล้ายหนังปลาทำไปทอดแล้วฉีกเป็นชิ้น ทานกับข้าวสวยอุ่นร้อนๆ สุดแสนจะเข้ากัน

ร้านอาหารเจ

ร้านอาหารเจ

ร้านอาหารเจ

เมนูทานเล่นก่อนทานจริงเป็นชุดเมี่ยงสมุนไพรไข่ปลา เมี่ยงอัดแน่นด้วยผักสมุนไพรกว่า 20 ชนิด ท็อปด้านบนด้วยไข่ปลาจากสาหร่ายแก้วคลุกสีขมิ้น จะทานเดี่ยวหรือทานคู่กับน้ำจิ้มรสหวานอมเปรี้ยวหอมน้ำปลาร้าเจจากถั่วหมักก็แซ่บไม่แพ้กัน ต่อด้วยสปาเกตตีปลาเค็ม ดับความเผ็ดร้อนด้วยสเต๊กเต้าหู้ สเต็กจานร้อนควันฉุ่ย แม่ครัวใช้เต้าหู้อ่อนชิ้นพอดีคำ เครื่องเคียงเป็นผักโขม กะหล่ำดอก และมันฝรั่ง ผักเนื้อนุ่ม แถมน้ำสเต๊กทำจากนมถั่วเหลืองแทนนมสด นอกจากจะเข้มข้นกลิ่นยังหอมละมุนชวนทานสุดๆ

ร้านอาหารเจ


ตาละลักษมณ์
ที่อยู่ | 181 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงห้วยขวาง กรุงเทพฯ (สาขาพระราม 9)
เวลาทำการ | 11.00 – 20.00 น.
ติดต่อ | 0819120979

อาหารเจนานาชาติ : Chijuya Restaurant

ร้านอาหารเจ

ร้านอาหารเจ

ร้านอาหารเจนานาชาติย่านทรงวาดนี้เหมาะสำหรับมือใหม่หัดทานเจ เมนูมีให้เลือกละลานตาหลายสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารไทย ยันถึงอาหารสัญชาติอเมริกัน เมนูเด็ดไม่ควรพลาดคือซูชิเผือก ซูชิสีม่วงที่ทางร้านกระซิบว่าทำจากเผือกหอมคัดอย่างดี นำไปนึ่งก่อนจะบดแล้วม้วนเป็นซูชิจานพอดี 10 คำ รสสัมผัสของเผือกหอมนวลเนียน หลับตาทานแล้วบอกว่าเป็นข้าวญี่ปุ่นเม็ดนุ่มก็เชื่อ แถมไส้จากผักนานาชนิดแน่นเต็มคำ
คว้าตะเกียบคีบปลาไหลโรยงากันต่อ ปลาไหลนี้ทำจากเห็ดหอมดอกใหญ่เส้นยาวสะใจ ปิดท้ายด้วยและเบนโตะนากะไนจิหรือเบนโตะหน้าเป็ดย่าง เป็ดเทียมรสชาติดีทัดเทียมเนื้อเป็ดจริงมาทั้งเนื้อและหนัง เคียงข้างด้วยซาซิมิสดสมจริง เนื้อเด้งเหมือนเชฟแล่สดแล้วยกมาเสิร์ฟ พร้อมน้ำซอสเนื้อหนืดคล้ายราดหน้าอุดมด้วยวิตามินจากผักสีสวยส้มจากแครอท เขียวถั่วลันเตา เหลืองยอดข้าวโพด บอกเลยว่าเทศกาลเจนี้ห้ามพลาด ขอให้ร้านย่านทรงวาดเป็นหนึ่งในใจคุณ

 

ร้านอาหารเจ
ร้านอาหารเจ
ร้านอาหารเจ

Chijuya Restaurant
ที่อยู่ | 1396 ถนนทรงวาด แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ | 11.00 – 14.30 น., 17.00 – 21.30 น.
ติดต่อ | 022262275

 
ภาพ:    ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย
ร้านอาหารเจ, ดีน่า

กินเจปีนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านให้มาร่วมดื่มดีน่าในเทศกาลกินเจ กับแคมเปญ ดีน่า อิ่มบุญ เท่า ละชีวิตและให้ชีวิต

  • อิ่มบุญที่ 1 ได้ละชีวิต ด้วยการดื่มดีน่า หรือทานอาหารเจที่มีประโยชน์ ที่ช่วยให้สุขภาพดี
  • อิ่มบุญที่ 2 ได้ให้ชีวิต เพราะทุกการซื้อดีน่า มีส่วนร่วมร่วมสมทบทุน 3 ล้านบาท ซื้อเครื่องช่วยหายใจ มอบให้โรงพยาบาลศิริราช

 และเพื่อให้การกินเจของทุกท่านไม่น่าเบื่อ ปีนี้ดีน่ามีน้องใหม่มาแนะนำ ดีน่า ไรซ์เบอร์รี่ อุดมด้วยวิตามินสูงถึง 11 ชนิด บำรุงร่างกายให้หายจากอาการเหนื่อยล้า

นอกจากนี้ ดีน่ายังมีกิจกรรมออนไลน์เพื่อให้ทุกท่านมาร่วมสนุกและลุ้นรับของรางวัลได้ง่ายๆ ตลอดช่วงเทศกาลกินเจปีนี้ สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเฟสบุคแฟนเพจ DNA Soy Milk (ดีน่า)

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสุขภาพที่ดีและทำความดีครั้งใหญ่กันเยอะๆนะคะ

 

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ณ ตรอก ซอก ซอย แห่งย่านเมืองเก่าบางลำพู ร่องรอยบนกำแพงล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่เคยรุ่งโรจน์ แม้วันนี้หลายอย่างจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่การเดินย่ำเพื่อท่องเที่ยวและถ่ายภาพก็เป็นการเรียนรู้อดีตที่น่าสนใจและสนุกสนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเราได้เดินเลาะเสาะหาสถานที่ลับไปกับ ‘ไกด์เด็กบางลำพู

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ กลุ่มไกด์ตัวน้อยพาเราเดินลัดไปตามถนนสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ทัศนา 7 สถานที่ลับพร้อมประวัติที่น้อยคนจะรู้ โดยเราได้เดินชมเส้นทางใหม่ล่าสุดที่เพจ เสน่ห์บางลำพู เพิ่งเปิดต้อนรับฤดูร้อน พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่างการรับประทาน 4 อาหารคาว-หวาน จาก 4 ร้านท้องถิ่นขึ้นชื่อที่เหมาะจะทานลดอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงเข้าร่วมเวิร์กชอปที่จะเปลี่ยนช่วงเย็นของวันอันคุ้นเคย เป็นคลาสเรียนวิถีชีวิตเก่าก่อน แต่ไม่เก่าเก็บของชาวบางลำพู

01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

โรงเรียนพิมานวิทย์

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก
01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

ไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกของสถานบันเทิง จะมีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ แถมยังตั้งมานานกว่า 102 ปีแล้ว โรงเรียนนั้นก็คือโรงเรียนพิมานวิทย์ 

ในช่วงเย็นหลังเด็กเลิกเรียนและถนนข้าวสารยังหลับใหล พันธกานต์ เกตุแก้วเจริญ ไกด์เด็กบางลำพูและศิษย์เก่าโรงเรียนพิมานวิทย์ พาเราเดินทางไปพบกับ คุณครูวชิรปราณี อำพล เพื่อเข้าไปทัศนศึกษาในอาคารเรียน 3 ชั้น ที่ก่อตั้งราว พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

โรงเรียนพิมานวิทย์ก่อตั้งโดย นายฮัจยียอ พิมานแมน คฤหบดีผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาอิสลาม ภายใต้ชื่อเดิมคือ โรงเรียนอนุเคราะห์อิสลาม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวมุสลิมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมามีการพัฒนาหลักสูตรสอนภาษาไทย รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา กระทั่งนายฮัจยียอถึงแก่อนิจกรรม นายมาโนช พิมานแมน บุตรชายจึงดูแลโรงเรียนต่อ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งแต่นั้น

ภายในโรงเรียนไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม เนื่องจากยังมีนักเรียนศึกษาอยู่ทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ในบางโอกาส เหล่าไกด์เด็กก็พาผู้มาเยือนเข้าชมได้ โดยโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งอยู่ริมถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด

02
ป้ายสมาคมสหายสงครามโลกครั้งที่ 1 ป้ายโบราณที่หลับใหลอยู่ในข้าวสาร

สมาคมสหายสงคราม

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู
สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

อีกหนึ่งไฮไลต์บนถนนข้าวสาร ที่หลายคนเดินผ่านอาจคิดว่าเป็นเพียงของประดับตกแต่งธรรมดา แต่ป้ายสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ มีประวัติเก่าแก่กว่านั้น 

หลังฝ่ายสัมพันธมิตรชนะฝ่ายอักษะ พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานพื้นที่ถนนข้าวสาร ส่วนหนึ่งคือที่ตั้งของตึก Buddy Group ให้กับทหารอาสาไทยที่ออกไปรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และจัดตั้งเป็นสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ พร้อมให้สัมปทานป่าไม้ในประเทศไทย กล่าวคือ ใครที่ต้องการตัดไม้ในประเทศ จะต้องขออนุญาตกับทางสมาคมฯ และรายได้เหล่านั้นจะถูกมอบให้กับทหารอาสาเป็นการตอบแทน

ประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เล่าให้ฟังว่า ป้ายนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 แต่หลังจากนั้นได้ถูกขโมยไปขาย ทางเจ้าของ Buddy Lodge จึงนำเงินไปไถ่คืนและนำมาตั้งไว้ที่ตึกเช่นเดิม

หากใครแวะไปข้าวสาร ก่อนเดินขึ้นบันไดเข้าร้าน Mulligans Irish Bar ก็เงยหน้าชมป้ายสมาคมสหายสงครามกันได้

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

ปัยย์สปา

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

เดินต่อไปเกือบสุดซอยรามบุตรี ไกด์เด็กพาเราหยุดชมร้านนวดแห่งหนึ่งที่มีเรือนไทยทรงคหบดีตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ที่แห่งนี้คือ ปัยย์สปา ร้านนวดแผนไทยในเรือนไทยไม้สักทอง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายรัชกาลที่ 4 มีอายุมากกว่า 150 ปี 

ขณะที่เรือนไทยหลังอื่นในละแวกข้าวสารถูกรื้อออกไป เรือนไทยแห่งนี้ถือเป็นหลังสุดท้ายที่ไม่ยอมให้ใครมาชิงพื้นที่ กระทั่งเจ้าของคนปัจจุบันเข้ามาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้เรือนไทยกลายเป็นร้านนวดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ร้านปัยย์สปาจึงกลายเป็นจุดนัดหมายของผู้คนที่เมื่อยล้า ให้พวกเขาได้มาผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

ตั้งฮั่วเส็ง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ
04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

เดินจากถนนข้าวสารมาหลบร้อนกันในห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อของย่านอย่าง ตั้งฮั่วเส็ง ไกด์เด็กยังไม่หยุดบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจ เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งขายวัสดุและอุปกรณ์งานฝีมือที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเส้นด้ายและไหมพรมที่มีสีให้เลือกเยอะกว่าแหล่งอื่น แถมยังเน้นคุณภาพเป็นหลัก

ห้างตั้งฮั่วเส็งก่อตั้งใน พ.ศ. 2505 บนทำเลทองในย่านการค้าบางลำพู ถือเป็นตั้งฮั่วเส็งสาขาแรกของประเทศไทยที่อยู่คู่ย่านเก่ามากว่า 60 ปี โดยคำว่า ตั้ง เป็นชื่อแซ่ของตระกูลจุนประทีปทอง ผู้ก่อตั้ง, ฮั่ว คือ ชื่อของนายอุดม พี่ชายคนโตของตระกูล และผู้บริหารตั้งฮั่วเส็งรุ่นที่ 1 ส่วนคำว่า เส็ง เป็นอักษรมงคลที่หมายถึง ความเจริญงอกงาม นิยมนำมาตั้งชื่อธุรกิจการค้า 

ปัจจุบันห้างแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการทุกวัน และมีส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า แต่ขณะที่การตลาดต้องพัฒนา ทางตั้งฮั่วเส็งก็ไม่ลืมที่จะสนับสนุนชุมชน ในฐานะห้างเก่าและความภูมิใจของคนพื้นที่ด้วย 

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

มัสยิดจักรพงษ์ – ตรอกสุเหร่า

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู
05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

ตรอกมีความกว้างเล็กกว่าซอย และในตรอกสุเหร่า ทางเข้ามัสยิดจักรพงษ์แห่งนี้ ก็แคบจนแทบจะเดินพร้อมกัน 2 คนไม่ได้ ถึงอย่างนั้น เมริกา พลังเดช หนึ่งในไกด์เด็กบางลำพูก็ยังเชิญชวนให้เรามาในช่วงเช้า เพื่อชิมอาหารจากร้านค้าข้างทางที่ขายอาหารมุสลิมแสนอร่อย (เสียดายว่าตอนที่เราไป ร้านปิดกันหมดแล้ว)

หลังจากเดินผ่านตรอกเข้าไปในชุมชน เราได้ยินเสียงสวดดังมาจากมัสยิดสีเหลืองนวลตรงหน้า นี่คือมัสยิดจักรพงษ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม เดิมทีคนในชุมชนเป็นชาวมุสลิมผู้ประกอบอาชีพช่างทองจากจังหวัดปัตตานี เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่างสิบหมู่ทำเครื่องประดับจากทองส่งเข้าวัง หลังจากนั้นครอบครัวช่างฝีมือก็เดินทางมาเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชน ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันจะมีมัสยิดอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง คือ มัสยิดจักรพงษ์และมัสยิดบ้านตึกดิน (ตั้งอยู่แถวโรงเรียนสตรีวิทยา)

สุพิน หนองบัว ผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพูเล่าว่า หากไม่ใช่ช่วงที่มีกิจกรรมทางศาสนา พวกเขาจะพาแขกผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชมด้านบนของมัสยิด ซึ่งด้านในมีการตกแต่งสวยงาม ทั้งยังมีนาฬิกาแบบจันทรคติที่ชาวมุสลิมใช้ดูเวลาตั้งอยู่ด้วย

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

ตรอกต.เง๊กชวน

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา
06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

คำเตือนแรกคือระหวังหลงทาง หากไม่ได้มากับผู้ช่ำชองพื้นที่อย่างไกด์เด็กบางลำพู แต่อย่างไรก็ตาม ปานทิพย์ ลิกขะไชย ประธานชมรมเกสรลำพู และผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพู บอกกับเราว่า ทางออกจากมัสยิดจักรพงษ์มีทั้งหมด 4 ทาง ซึ่งชื่อของตรอกจะตั้งตามสถานที่หน้าซอย ได้แก่ ตรอกต.เง๊กชวน ตรอกฟาโรห์ ตรอกก๋วยเตี๋ยวเป็ด และตรอกสุเหร่า

ส่วนที่หน้าตรอกต.เง๊กชวน คือที่ตั้งของร้านขนมเบื้องแม่ประภา ซึ่งแม่ประภาคือสะใภ้ของนายเตีย เง๊กชวน หรือ ต.เง๊กชวน เจ้าของห้างจำหน่ายเครื่องหีบเสียงและจานเสียงตรากระต่าย แต่ในปัจจุบัน ต.เง๊กชวน ปิดกิจการไปแล้ว เหลือเพียงขนมเบื้องแม่ประภาเท่านั้น

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ศาลเจ้าพ่อเขาตก

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อเขาตกกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับศาลเจ้าจีนของเจ้าพ่อเขาตกที่ตั้งอยู่บนถนนไกรสีห์ ขนาบข้างด้วยตึกปูนและอาคารจอดยานยนต์ของกรุงเทพมหานคร 

เดิมทีศาลเจ้าพ่อเขาตกเป็นศาลเจ้าประจำตลาดยอด แต่หลังเกิดเพลิงไหม้ใน พ.ศ. 2510 ศาลเจ้าก็ได้รับความเสียหายไปด้วย แต่กระนั้นความศรัทธาของชาวจีนในย่านบางลำพูก็ไม่ได้มอดหมดไปพร้อมเถ้าถ่าน พวกเขาสร้างศาลเจ้าพ่อเขาตกขึ้นอีกครั้งบนพื้นที่ลานจอดรถของตลาดยอดเดิม ก่อนจะมีการย้ายอีกครั้ง และมาตั้งอยู่บนพื้นที่ปัจจุบันเป็น ศาลเจ้าพ่อเขาตก-เจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ 

08
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

08 
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

เนื่องจากนี่คือทริปสุดพิเศษในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ที่จัดขึ้นโดยไกด์เด็กในย่าน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์กันมาเหนื่อย ๆ เจ้าบ้านตัวน้อยจึงได้จัดเตรียมเซ็ตอาหารคาว-หวานขึ้นชื่อประจำย่านมาให้เราได้ทานทั้งหมด 4 เมนู พร้อมผักและผลไม้แกะสลักประดับจานโดย พรชิตา บัวประดิษฐ หนึ่งในเหล่ามัคคุเทศก์ ซึ่งเซ็ตอาหารดังกล่าวสามารถหาทานได้ตลอดปี แต่จะเหมาะที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยทุกท่านสามารถเดินทางไปที่ร้านเอง หรือให้ไกด์เด็กคัดเลือกสำรับมาให้ในช่วงท้ายของวันก็ได้

เมนูแรกคือ ข้าวแช่แม่ศิริ ถือเป็นข้าวแช่ร้านดังในย่านนี้ ตั้งอยู่หลังนิวเวิลด์ ในตรอกไกรสีห์ ถนนพระสุเมรุ ชุมชนบ้านพานถม ซึ่งเป็นร้านที่เริ่มต้นกิจการมานานกว่า 50 ปี เรียกได้ว่าใครมาถึงก็ต้องกิน แต่นอกเหนือจากร้านแม่ศิริแล้วยังมีอีก 4 ร้าน ซึ่งเด็ก ๆ บอกกับเราว่า รสชาติไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยทั้งหมดถือเป็นของดีที่ชาวบางลำพูแนะนำให้ทานในช่วงฤดูร้อนนี้

ส่วนอาหารคาวอีกอย่างคือ ขนมจีนซาวน้ำ ร้านสมทรงโภชนา ซึ่งมี 2 ร้านได้แก่ เจ้าเก่าวัดสังเวช และเจ้าใหม่ที่ถนนสามเสน แต่ในครั้งนี้ พวกเขาเลือกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสามเสนระหว่างซอย 3 กับซอย 5 ให้เรา ซึ่งนอกจากคนจะเข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอันขึ้นชื่อแล้ว เมนูขนมจีนซาวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านด้วย

10
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

10 
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

แตงโมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะจะรับประทานในช่วงฤดูร้อน เพราะให้ทั้งความหวานและความสดชื่น ยิ่งนำไปจิ้มกับปลาแห้งทำเองจาก ร้านลุงโอ่ง ยิ่งเพิ่มความอร่อยและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยร้านลุงโอ่งตั้งอยู่ที่ตลาดเช้าบางลำพู ขายตั้งแต่ประมาณ 6.00 – 8.00 น. นอกจากปลาแห้งยังมีขายข้าวเหนียวมูนสังขยาด้วย สำหรับการตกแต่งภายในจาน รูปทรงแตงโมถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นสี่เหลี่ยม เพื่อสื่อถึงกำแพงเมืองเก่าและอาคารโบราณในย่านนี้

อีกหนึ่งของหวานที่นำมาเสิร์ฟคือ โบ๊กเกี้ย ขนมหวานเย็นมาพร้อมขนมสามเหลี่ยมอย่างข้าวต้มน้ำวุ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในชุมชนวัดสามพระยา ทานคู่กันสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี

12
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์
12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

ตกเย็นปิดท้ายกันด้วยเวิร์กชอปสุดพิเศษจาก แก้วใจ เนตรรางกูร เจ้าของสูตรขนมเกสรลำพู และ สายสุนีย์ แซ่ฟุ้ง หัวหน้ากลุ่มศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ตรอกบ้านพานถม เจ้าของเวิร์กชอปดอกไม้ประดิษฐ์

แก้วใจเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ขนมเกสรลำพูจะเป็นขนมที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่เธอได้ใส่ความเป็นบางลำพูลงไปจนเต็มเนื้อแป้ง ด้วยแป้นพิมพ์ 9 ลายที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นลำพู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่าน โดยลำพูต้นสุดท้ายได้ยืนต้นตายไปแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

เวิร์กชอปที่ 2 เป็นกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหรือเข็มกลัด ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพให้กับผู้สูงวัยในชุมชนบางลำพู หากใครคิดว่าการทำดอกไม้ประดิษฐ์ยาก เราบอกเลยว่าผู้สอนจะทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นถนัดตา แถมเรายังได้ดอกไม้สวย ๆ กลับไปเป็นที่ระลึก

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

ปิดวันกันเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ทั้งสองเวิร์กชอปรวมถึงอาหารเย็น 2 สำรับ เป็นกิจกรรมพิเศษที่ทางเพจเสน่ห์บางลำพู นำโดยไกด์เด็กจัดขึ้นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป 

หากใครสนใจเดินชมสถานที่ลับ (ที่แท้จริงแล้วมีมากกว่านี้) รวมถึงดับร้อนด้วยอาหารและกิจกรรมสุดสนุก หรือต้องการชมเส้นทางทัวร์อื่น ๆ สามารถติดต่อไปได้ที่เพจเสน่ห์บางลำพู 

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load