“นางเลิ้งมีอะไรใหม่” 

เป็นคำถามแรกที่เราตั้งขึ้น เพราะย่านโบราณนี้ผ่านช่วงเวลารุ่งเรืองถึงขีดสุด ถึงขั้นมีคนเปรียบว่าเป็น ‘สยามสแควร์’ ของหนุ่มสาวชาวกรุงยุคก่อน ความคึกคักในตอนนั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเมืองเก่าที่เงียบสงบเหมือนกำลังหลับใหล วิถีชีวิตที่เนิบช้ากลายเป็นภาพที่ใครผ่านไปมาได้เห็นจนชินตา

ปัจจุบันนางเลิ้งตื่นขึ้นอีกครั้ง ร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และโรงแรมรีโนเวต เริ่มผุดขึ้นตามสองข้างทาง คนรุ่นใหม่ในชุมชนเริ่มปรับปรุงบ้าน คนนอกพื้นที่ซึ่งหลงเสน่ห์ความสงบของย่านนี้ก็เริ่มเข้ามาช่วยกันปลุกนางเลิ้งให้มีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิม พวกเขาเอาวิถีใหม่มาทาบทับกับตึกเก่า และช่วยกันเล่าเรื่องราวของนางเลิ้งผ่านสิ่งใหม่อย่างลงตัว

หลังพาเที่ยว 10 สถานที่เก๋าที่ยังคงเสน่ห์เมืองเก่า ไปแล้ว คราวนี้ขอพาแวะ 11 สถานที่เก๋ของคนรุ่นใหม่ในย่านเก่าแก่ ตั้งแต่ถนนหลานหลวงจนถึงนางเลิ้ง ทั้งร้านขายของวินเทจในร้านเสริมสวยเก่า อดีตบ้านเจ้าพระยาที่กลายเป็นคาเฟ่และศูนย์การเรียนรู้ โรงแรมในโรงพิมพ์เดิมที่เปลี่ยนเป็นทั้งที่พักและพิพิธภัณฑ์ รวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ ที่ทำให้ย่านนี้คึกคักมีชีวิตชีวาทั้งกลางวันและกลางคืน

01

Mamuang Shop & VL by VEE

บ้านน้องมะม่วงหลังใหม่ในโรงรับจำนำเก่า

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

เปลี่ยนโรงรับจำนำเก่าบนถนนหลานหลวงให้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ของน้องมะม่วง ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงหัวโต ผมหน้าม้าสีน้ำตาลขวัญใจทั้งชาวไทยและญี่ปุ่น อีกห้องหนึ่งเป็นช็อปเสื้อผ้าฝีมือคนไทยที่ไปโด่งดังอยู่ในญี่ปุ่นอย่าง VL BY VEE รังสรรค์โดย ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร และ วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์ สองสามีภรรยา พอย่างกรายเข้าไปในร้านพบกับผนังสีขาวนวล ประดับไปด้วยแสงไฟสลัว ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ย้อนยุคตามมุมต่างๆ เห็นแล้วให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน 

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ทางเข้าของร้านเข้าได้ 2 ทาง ประตูบานหนึ่งพอเข้าไปจะเป็นของโซนน้องมะม่วงที่ออกแบบโดยคุณวี ใครจะรู้ว่าน้องมะม่วงอายุปาเข้าไปตั้ง 15 ปีได้แล้ว สินค้าน้องมะม่วงมีทั้งตุ๊กตา ผ้าเช็ดหน้า เสื้อเชิ้ต สมุดโน้ต กระเป๋า ฯลฯ ถัดมาอีกบานประตูพอเปิดเข้าไปจะพบเสื้อผ้า VL ที่แขวนเรียงรายอยู่ ทั้งสองแบ่งโซนกันอย่างชัดเจนในห้องเล็กๆ

 ที่สำคัญยังมีสินค้าพิเศษหาซื้อที่ไหนไม่ได้ ต้องมาซื้อที่ร้านนี้เท่านั้น เช่น เสื้อผ้า VL BY VEE คอลเลกชันพิเศษ แถมยังมีสินค้าของมะม่วงที่ไม่ค่อยเห็นจากที่อื่นอีกด้วย ในอนาคตบริเวณชั้นสองที่แต่เดิมเป็นตู้เซฟเก่าเอาไว้เก็บของมีค่าของโรงรับจำนำอาจปรับเป็นพื้นที่ขายขนม ตอนนี้ทางร้านได้ลองทำไอศกรีมน้องมะม่วงออกมาให้ชิมกันบ้างแล้ว ส่วนชั้นสามจะปรับเป็นแกลเลอรี่ สำหรับจัดงานนิทรรศการ เล่นดนตรี จัดฉายหนัง ทำเวิร์กช็อป และวาดภาพพอร์เทรตอีกด้วย

1 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 11.00 – 19.00 น

02

Eden’s

ขนมอบในคาเฟ่ย้อนยุคสไตล์ฝรั่งเศสที่ทำขนมโฮมเมดจากชั้นบนของบ้าน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ตึกเก่าบนถนนหลานหลวงที่รีโนเวตใหม่เป็นทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และบ้านแสนอบอุ่น ของ เด่น-นิรามย์ วัฒนสิทธิ์ ภายในร้านยังหลงเหลือร่องรอยของตึกเก่าโบราณ ผนังห้องที่สะท้อนสีของเวลายังไม่จางหายไป เมื่อเข้าไปภายในร้านจะพบกับเคาน์เตอร์ตัวยาวที่มีขนมต่างๆ วางเรียงรายเต็มไปหมด ถัดมาทางซ้ายมีโต๊ะและเก้าอี้ที่จัดแจงไว้อย่างดี ซึ่งทั้งหมดเป็นของเก่าที่นำมาผสมกันอย่างลงตัว

ความพิเศษของร้านนี้คือการรังสรรค์ผลงานผ่านอาหาร โดยเสิร์ฟความอร่อยของขนมอบโฮมเมดเป็นเมนูหลัก ในแต่ละวันมีขนมอบไม่ซ้ำแบบกัน 5 – 6 อย่าง ที่ทำสดใหม่ทุกวัน ไม่พอแค่นั้น ทางร้านยังมีอาหารเช้าเสิร์ฟจนถึงเที่ยงวัน อีกทั้งยังมีเมนู Toast ที่ลิ้มลองกันได้ทั้งวัน เครื่องดื่มก็มีให้เลือกมายมาย ทั้งชา กาแฟ ที่ส่งตรงมาจากประเทศลาว อีกเสน่ห์ของร้านนี้คงหนีไม่พ้นความเก่าและความเก๋าของรสชาติอาหาร ศิลปะการตกแต่งความเป็นตัวเองของเจ้าร้านที่สะท้อนออกมาให้เห็นชวนคนให้ไปสัมผัสมัน

7/1 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : อังคาร-ศุกร์ เวลา 9.00 – 17.00 น.

วันเสาร์-อาทิตย์ 9.00 – 20.00 น. (หยุดวันจันทร์)

03

Alex & Beth 

คาเฟ่ขนาดเล็กกลิ่นอายปารีเซียงที่พร้อมเสิร์ฟเบเกอรี่สูตรลับเฉพาะ

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

คาเฟ่ขนาดเล็กสีขาวตัดกับสีดำของร้านเพื่อนบ้านอย่าง Eden’s ด้านในตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรป โดย ตูน-กัญจน์ สุวรรณธาดา เจ้าของร้านและอดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร LIPS ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปเยือนต่างแดน ด้วยคอนเซปต์ร้านที่ว่า ‘เสิร์ฟสิ่งที่ชอบด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์’ นอกจากนี้ เมนูเบเกอรี่ของทางร้านยังเป็นสูตรโฮมเมดที่คิดค้นโดยเฉพาะ

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

เมนูเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงร้าน Alex&Beth คือ Avocado Toast with Caramelised Onion เมนูโทสต์ที่ท็อปด้านบนเป็นอะโวคาโดบดสดทั้งลูก ความพิเศษของเมนูนี้คือทางร้านจะใส่ Caramelised Onion หรือหัวหอมผัด เพื่อให้เกิดรสชาติขมนิดหน่อย ผสมผสานกับความหวานของคาราเมล และความเผ็ดของพริกเล็กน้อย เรียกได้ว่าเป็นความลงตัวของรสชาติที่สายเฮลตี้ไม่ควรพลาด

9 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 9.00 – 17.00 น. (ปิดวันพุธ)

04

Overall Days

ร้านสินค้าวินเทจในห้องแถวเก่า คอมมูนิตี้ของเหล่านักสะสม

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านขายของวินเทจอายุเพียง 1 ขวบบนตึกเก่าริมถนนหลานหลวง ที่บรรยากาศในร้านชวนให้รู้สึกว่าร้านเปิดมานานกว่านั้นมาก จากตึกที่ปล่อยทิ้งร้างมากว่าสิบปี ก่อนที่ พลอย หิรัญสถิตย์พร วินเทจคอลเลกเตอร์ผู้หลงใหลความสงบของย่านเมืองเก่านี้เป็นทุนเดิม จะเข้ามาปัดกวาดโดยยังคงสภาพความเก่าไว้ แล้วเปลี่ยนห้องแถวที่เคยเป็นร้านเสริมสวยแห่งนี้ให้กลายเป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าข้าวของแนวแอนทีก (Antique) และวินเทจ (Vintage) ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีทุกชิ้น

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

Overall Days เป็นมากกว่าร้านอเมริกันวินเทจทั่วไป เพราะเกิดจากความตั้งใจให้ที่นี่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ข้อมูลเรื่องสินค้าวินเทจ และด้วยเชื่อในเสน่ห์ของการได้หยิบจับสินค้าก่อนซื้อ รวมถึงการได้พูดคุยกับเจ้าของร้านถึงที่มาของสินค้าแต่ละชิ้น กลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนรักวินเทจที่ตั้งใจมาที่นี่โดยเฉพาะ สำหรับใครที่รักหรือสนใจสินค้าแนวนี้ ลองแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนขอคำแนะนำจากนักสะสมสาวเจ้าของร้านได้เสมอ

29 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 13.00 – 18.00 น.

05

Bangkok Publishing Residence 

พิพิธภัณฑ์กึ่งโรงแรม อดีตที่พบปะของเหล่านักเขียน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

พิพิธภัณฑ์กึ่งโรงแรมที่จะพาเราย้อนไปสัมผัสความเฟื่องฟูของถนนหลานหลวง สมัยเป็นแหล่งพบปะของเหล่านักเขียน ในอดีตโรงแรมแห่งนี้เคยเป็นโรงพิมพ์นิตยสาร หลายคนอาจคุ้นหูกับนิยายบู๊ที่ลงพิมพ์ในนิตยสาร บางกอก ก่อนมาทำเป็นละครวิทยุคณะแก้วฟ้า นำแสดงโดยมิตร-เพชรา และแน่นอนว่าหนังดังอย่าง อินทรีแดง ก็เป็นนิยายพิมพ์เป็นตอนๆ ของนิตยสาร บางกอก เช่นกัน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

อุ้ม-ปณิดา ทศไนยธาดา ทายาทโรงพิมพ์นิตยสาร บางกอก ได้ปรับโฉมโรงพิมพ์เก่าแห่งนี้ให้กลายเป็นโรงแรมกึ่งพิพิธภัณฑ์ ด้วยการรวบรวมสิ่งเดิมที่อยู่ในโรงพิมพ์ไว้ให้มากที่สุด เพื่อให้คนที่เข้าพักเหมือนได้ย้อนเวลาไปอยู่ในยุคนั้น ทั้งการประดับด้วยแท่นพิมพ์เก่า ใช้กระเบื้องยางแบบสมัยเป็นโรงพิมพ์ ซึ่งปัจจุบันเลิกผลิตไปแล้ว จึงต้องไปตามหาถึงโรงงานเดิมและให้เขาผลิตขึ้นมาอีกครั้ง ของทุกอย่างที่นำมาตกแต่งก็เป็นสิ่งที่จับต้องได้ อย่างหนังสือในคลัง ถ้าเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์หลัง พ.ศ. 2500 ก็หยิบมาอ่านได้เลย แต่ถ้าเป็นเล่มที่ตีพิมพ์ก่อนหน้านั้น แค่สวมถุงมือยางเพื่อป้องกันความเสียหายก่อนหยิบอ่านก็พอ

ด้วยความที่โรงแรมแห่งนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมาก และต้องการมอบความเป็นส่วนตัวให้กับแขก จึงขอให้บุคคลภายนอกที่สนใจเข้าไปเยี่ยมชมนัดหมายล่วงหน้า

31-33-35-37-37/1 ถนน หลานหลวง แขวง วัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

ติดต่อสอบถามเพื่อนัดเวลาเข้าชม โทร. 0 2282 0288

06

Embassy Coffee

ร้านกาแฟเล็กๆ ในเมืองเก่า ที่วัดผลกำไรจากความสุขของผู้ได้มาเยือน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ตึกหนึ่งคูหาสีน้ำตาลเล็กๆ บนถนนจักรพรรดิพงษ์มีรถแล่นผ่านไปมาอย่างไม่ขาดสาย บริเวณหน้าร้านตกแต่งด้วยต้นไม้นานาชนิด เป็นที่อยู่ของร้านกาแฟที่เจ้าของร้านอย่าง บอย-ศรุติ พรมจันทร์ ผู้ให้คำนิยามการดื่มกาแฟว่า “ดื่มเพื่อหยุดความคิดและมาพบปะพูดคุยกันดีกว่า” 

ภายในร้านมีบาร์สำหรับชงกาแฟอยู่ทางขวามือและมีโต๊ะตั้งเรียงกันอยู่ไม่มาก เมื่อคนเต็มบอยจะเปลี่ยนป้ายหน้าร้านเป็น Close ทันที เพื่อจำกัดพื้นที่ในการสนทนาของคนในร้านให้ไม่มากเกินไป ส่วนทางชั้นสองเปิดเป็นโฮสเทลจำนวน 1 ห้องถ้วน เพื่อให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาพัก ความน่ารักอยู่ที่ทางร้านมักจะนำเสนอความเป็นไทยให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก เช่น การนำน้ำส้มฉุนเสิร์ฟพร้อมกับพวงมาลัย เพื่อเป็นจิ๊กซอว์หนึ่งตัวให้เขานำพวงมาลัยไปไหว้พระที่วัด และเรียนรู้วัฒนธรรมของไทยมากขึ้น

ส่วนความพิเศษในเมนูของทางร้านอยู่ตรงที่ขนมหวานทำสดใหม่ทุกวันในปริมาณจำกัด โดย บ.ก. ปู พาร์ตเนอร์อีกคนของร้าน แอบบอกว่าหากไปช้าก็อาจชวดของอร่อย โดยเฉพาะบราวนี่สุดเข้มข้นที่คนรักช็อกโกแลตห้ามพลาด นอกจากนี้ยังมีทั้งเค้ก วาฟเฟิล และเหล่าเครื่องดื่มดับกระหายคลายร้อนอย่างพวกชา กาแฟ เสน่ห์อีกอย่างหนีไม่พ้นความสวยงามของเหล่าขนมหวานที่จัดแต่งอย่างประณีต แถมรสชาติยังอร่อยละมุนลิ้น

152 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น.

07

Bangkok 1899

บ้านเจ้าพระยาฯ ที่กลายเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อสังคมและชุมชน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

คฤหาสน์ทรงยุโรปหลังใหญ่ที่อยู่คู่ถนนนครสวรรค์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2442 เวลาผ่านไปกว่าร้อยปี จากที่พำนักของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ได้รับการบูรณะ ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงบทบาทครั้งใหญ่ โดยพยายามคงสภาพเดิมไว้เหมือนเมื่อแรกสร้าง Bangkok 1899 เป็นชื่อของโครงการที่ครอบคลุมพื้นที่ของบ้านเจ้าพระยาฯ ไม่เพียงตัวอาคารทรงยุโรปที่ออกแบบโดยมาริโอ ตามาญโญ (Mario Tamagno) สถาปนิกชาวอิตาลีผู้ออกแบบพระที่อนันตสมาคมเท่านั้น แต่พื้นที่รอบๆ บ้านยังเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อสังคม ด้วยแนวคิดที่ต้องการให้บ้านหลังนี้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทางสังคมและวัฒนธรรม 

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

อาคารเก่าที่รีโนเวตภายใต้แนวคิดการอนุรักษ์หลังนี้ ทำหน้าที่เป็นทั้งที่พักของศิลปินนานาชาติและพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ ส่วนหนึ่งของอาคารสไตล์โคโลเนียลหลังนี้เป็นคาเฟ่เล็กๆ ชื่อว่า Na’ Cafe คาเฟ่เพื่อสังคมที่พร้อมต้อนรับทั้งคนนอกและคนในชุมชน โดยวางคอนเซปต์ไว้ 2 เรื่องสำคัญ คือเป็นคาเฟ่ไร้ขยะ (Zero Waste) และการมีส่วนร่วมของชุมชน นอกจากเมนูต่างๆ ที่ครีเอตผ่าน 2 แนวคิดที่ว่ามาแล้ว ที่นี่ยังจัดเวิร์กช็อปและเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนนางเลิ้งได้เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่านโครงการฝึกอาชีพด้านอาหารและการบริโภค 

ส่วนด้านหลังของบ้านเจ้าพระยาที่เคยเป็นตึกเรียนเก่าของโรงเรียนสตรีจุลนาค ตอนนี้ใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม หรือ FREC Bangkok องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เข้ามาทำงานเพื่อสังคมร่วมกับองค์กรพันธมิตรต่างๆ เพื่อศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยใช้พื้นที่ในบ้านเจ้าพระยาหลังนี้เริ่มทำกิจกรรมร่วมกับชาวนางเลิ้ง ด้วยความตั้งใจที่จะค่อยๆ พัฒนาไปชุมชนอื่นๆ ต่อไป

134 ถนน นครสวรรค์ แขวง วัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 11.00 – 21.30 น.

08

Chubby Papaya

ร้านส้มตำที่มีทั้งคาเฟ่และอาร์ตแกลเลอรี่

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านของ ครูปาน-สมนึก คลังนอก นักวาดภาพประกอบชื่อดัง ที่เปลี่ยนอาคารพาณิชย์ริมถนนนครสวรรค์ให้เป็นร้านอาหารอีสานและมีอาร์ตแกลเลอรี่อยู่ในตัว ด้วยชื่อร้านสุดน่ารักปนอารมณ์ขัน Chubby Papaya หรือมะละกออวบ ไม่เพียงชื่อร้านที่น่ารัก เพราะเมื่อเข้ามาด้านในเราได้จะพบกับภาพวาดเด็กสาว ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของครูปานติดอยู่แทบทุกพื้นที่ในร้านอาหารอีสานเล็กๆ แห่งนี้ แต่ในตึกนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ร้านอาหารเท่านั้น เพราะได้แบ่งส่วนสัดของแต่ละชั้นให้ใช้งานที่แตกต่างกันไป เริ่มตั้งแต่ชั้นแรกเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ ส่วนชั้นบนๆ ขึ้นไปเป็นแกลเลอรี่แสดงผลงานของครูปาน และชั้นดาดฟ้าเป็นโซน Rooftop ให้นั่งทานอาหาร เสิร์ฟด้วยวิวหลักล้าน 360 องศาของพระนคร ที่จะเจอกับบรมบรรพตหรือภูเขาทองตั้งตระหง่านประจันหน้าแบบไม่มีตึกมาบัง

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ด้วยสูตรอาหารอิมพอร์ตมาจากบ้านของครูปานที่บุรีรัมย์ ผสมผสานการครีเอตเมนูโดยหลานของครูปานที่จบเชฟจากต่างประเทศ อาหารของที่นี่จึงไม่เหมือนใคร มีทั้งเมนูดั้งเดิมและที่คิดใหม่เข้ากับความเก๋ไก๋ของย่านนางเลิ้ง เริ่มด้วยของว่างแนวฟิวชันอย่างพุงปลาแซลมอนคลุกลาบ รสแซ่บแบบฉบับอาหารอีสาน ตัดเลี่ยนกับความมันของพุงปลาได้อย่างดี หรือจะเป็นเมนูแผงลอยริมถนนยอดฮิตอย่างตับปิ้ง อาหารบ้านๆ ที่ผ่านกรรมวิธีย่างจนหอมก็มีให้เลือกทานที่ร้าน นอกจากนี้ยังมีส้มตำทั้งแบบดั้งเดิมอย่างส้มตำแม่หงวน และโรลส้มตำหมูยอที่เสิร์ฟมาด้วยรูปลักษณ์ทันสมัย ให้ส้มตำเลิฟเวอร์ได้เลือกชิมกัน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ส่วนคนที่เป็นแฟนคลับครูปานอยากจะแวะเข้ามาชมงานศิลปะ ไม่อยากทานอาหารหนัก ในร้านก็มีทั้งกาแฟและของหวานให้ได้ลอง โดยเฉพาะกาแฟจากแบรนด์อาข่า อ่ามา (Akha Ama) จากเชียงใหม่ ของ ลี-อายุ จือปา ด้วยความที่เป็นลูกศิษย์ของครูปาน จึงเกิดเป็นกาแฟที่เบลนด์ให้พิเศษสำหรับร้านโดยเฉพาะ ส่วนของหวานที่พิเศษไม่แพ้กัน เป็นขนมอินทนิล ขนมไทยโบราณหาทานยากจากในวัง ทำจากแป้งกวนใบเตยในน้ำกะทิอบควันเทียน สัมผัสหยุ่นคล้ายเจลลี่ หอมหวานชวนสดชื่นมาก

97 ถนนนครสวรรค์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น. (ปิดวันพุธ)

09

Buddha & Pals

คาเฟ่ในอาคารอนุรักษ์ที่เหมือนหยุดกาลเวลาไว้เมื่อร้อยปีที่แล้ว

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

แวะคลายร้อนที่คาเฟ่อีกแห่งหนึ่งในอาคารอนุรักษ์ ไม่ไกลจากตลาดนางเลิ้ง คาเฟ่ที่ดัดแปลงตึกแถวเก่าอายุกว่าร้อยปีให้กลายเป็น Buddha & Pals ส่วนหนึ่งของโครงการ Kanvela House โฮสเทลซึ่งอยู่ด้านหลัง ด้วยบรรยากาศร้านที่เหมือนพาเราย้อนกลับไปในช่วงที่นางเลิ้งยังคึกคัก การเจาะทะลุตึกให้เชื่อมถึงกันช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ดูกว้างขวาง ประกอบกับกระจกยาวตลอดหน้าร้านชวนให้เรารู้สึกได้ถึงความโปร่งสบาย ทันที่ที่เปิดประตูเข้าไปจะพบกับเคาน์เตอร์บาร์ของร้าน และโต๊ะจัดวางไว้มุมต่างๆ ด้วยสไตล์การจัดร้านที่ปล่อยให้โครงสร้างเก่าเป็นผู้เล่าเรื่องราวของอาคารนี้ อิฐแตกและเฟอร์นิเจอร์วินเทจกลายเป็นฉากหลังที่ไม่ซ้ำกันสักมุมของมหาชนชาว Cafe Hopping

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านเก่าในตึกของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่เคยผ่านการใช้ทำกิจการมากมาย แต่ที่โด่งดังคงเป็นต้นตำรับน้ำมันมวย มาตอนนี้กลายเป็นคาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งอาคารคาวสไตล์อิตาเลียนและของหวาน เช่น เค้ก ทาร์ต ส่วนเครื่องดื่มต่างๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านมีให้เลือกกว่า 2 หน้ากระดาษ อย่าง Calm Rosie Tea เครื่องดื่มสำหรับคุณผู้หญิง Cold Brew Tea กับกลิ่นเบอร์รี่บางๆ ท็อปด้วยกลีบกุหลาบ หรือจะเป็น The Breakfast in Sicily กาแฟผสมน้ำส้ม ทานคู่กับ Lemon Tart มาพร้อมความสดชื่นของผลไม้และความเปรี้ยวของเลม่อนรสชาติตัดกันแบบพอดิบพอดี

ลองมาคาเฟ่นี้ดู จะช่วยให้รู้จักย่านนี้มากยิ่งขึ้นผ่านเรื่องราวที่ซับอยู่ในกระเบื้องเก่า ให้เราเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีเสียง 

712 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 9.00 – 18.00 น. 

10

Dao Tu Fook

ร้านอาหารจีน-อาเซี่ยนฟิวชั่น น้องใหม่ล่าสุดของย่านหลานหลวง

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านอาหารน้องใหม่ที่พร้อมพาเราสวนทางกับกาลเวลาและสไตล์ของย่านนี้ ด้วยการตกแต่งแบบร้านอาหารจีนสมัยเก่า แต่กลับอยู่ริมถนนจักรพรรดิพงษ์ มาพร้อมเมนูอาหารเข้ากับบรรยากาศของร้าน เพราะที่นี่เป็นร้านอาหาจีนแนวฟิวชัน อาหารส่วนใหญ่มีเป็ดเป็นวัตถุดิบหลัก เมนูซิกเนเจอร์ของร้านเป็นเป็ดย่างโอ่งมังกร เสิร์ฟบรรดาผักดองและพริกไทยไว้ตัดเลี่ยน รสชาติดี และยังมีอาหารอาเซียนที่หาทานยากในบ้านเราให้เลือกชิมหลายเมนู เช่น Nasi Goreng ข้าวผัดสไตล์อินโด ที่มาพร้อมด้วยไก่สะเต๊ะและไข่ดาว

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ที่นี่เป็นอีกร้านในแถบนี้ที่นำเอาตึกเก่ามารีโนเวตใหม่ โดยที่พยายามไม่เปลี่ยนแปลงสภาพอะไรมากนัก ตั้งแต่พื้นหินล้าง โต๊ะเก้าอี้แบบเก่า และข้าวของเครื่องใช้ ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับเข้ามาทานอาหารเมื่อหลายสิบปีก่อน สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งร้านอาหารร์สไตล์จีนแห่งนี้ ลองใส่สูทหรือกี่เพ้ามาเก๋ๆ คงเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในยุคเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ นอกจากอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายเมนูแล้ว เคาน์เตอร์ด้านในร้านจะเป็นบาร์ค็อกเทลที่พร้อมให้บริการผู้มาเยือนยามแดดร่ม ชวนทอดอารมณ์ในร้านดูรถลาผ่านไปมาของวิถีชีวิตตอนค่ำของคนในชุมชน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

209 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 17.00 – 00.00 น. (ปิดวันจันทร์)

11

Mad Moa

ทรอปิคอลบาร์เล็กๆ ริมถนนจักรพรรดิพงษ์

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ใครที่หลงรักความดีงามของย่านเก่านี้จนขออยู่ต่อจนฟ้ามืดค่ำ Mad Moa เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะชื่อร้านสุดเก๋ แมด-โมอา ที่ชวนให้อ่านว่า หมัดเมา คือบาร์ค็อกเทลสไตล์ทรอปิคอลเล็กๆ ที่บรรยากาศในร้านเงียบสงบ กับโต๊ะในร้านเพียงไม่กี่โต๊ะที่พร้อมเปิดรับลูกค้าทั้งคนในและนอกพื้นที่ให้แวะเวียนเข้ามาแฮงก์เอาต์ และดื่มด่ำกลิ่นของความสงบที่หาไม่ได้จากโซนอื่นในกรุงเทพฯ

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านนี้เป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ที่เสิร์ฟอาหารสไตล์ละตินอเมริกาและยุโรป มีคราฟต์เบียร์สัญชาติไทย ชื่อ ‘อุดมสุข’ ที่ทางร้านเลือกขึ้นแทปมาให้ลองชิมกัน และค็อกเทลที่ครีเอตรสชาติโดยเฉพาะของร้าน ส่วนใครที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ร้านยังมีเครื่องดื่มโซดาอย่าง Homemade Lime Soda ดื่มแล้วสดชื่นได้รสชาติแบบทรอปิคอลเหมือนธีมร้าน บอกเลยว่าเหมาะกับการปิดทริปนางเลิ้งด้วยบรรยากาศเหมือนอยู่ริมทะเลในร้านขนาดกะทัดรัดนี้เป็นที่สุด

211/8 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00 – 23.00 น.

Writers

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

พิชญาภัค เจริญวัง

ชอบอ่านเรื่องความรัก ชอบคิดเรื่องเพ้อฝัน ชอบเขียนคำคมและบทกลอน วันว่างๆ ชอบวาดรูปธรรมชาติเก็บไว้เป็นไดอารี่ของตัวเอง

Photographers

รัชชานนท์ วงศ์อภิชาติ

ชอบถ่ายรูปและสเก็ตช์ตึก ชีวิตวนเวียนอยู่ในเอเชียตะวันออก ไปคาเฟ่ทุกสุดสัปดาห์ รักน้องหมา มีเพจท่องเที่ยวที่นานๆ จะอัปเดตชื่อ Nonfinite_

ปัณฑารีย์ วจิตานนท์

เชื่อว่าความทรงจำอยู่ในภาพถ่าย สะสมกลักฟิล์มบางครั้ง ทำประจำคือไปคอนเสิร์ต

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

เสน่ห์ของกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่ความเป็นไทย แต่เป็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ทำให้การใช้ชีวิตในเมืองหลวงสนุกไม่จำเจ อารยธรรมรุ่มรวยของอินเดียแทรกตัวอยู่ในอาหาร ร้านค้า ศาสนา สถาปัตยกรรม และผู้คนที่น่าทำความรู้จัก เราสูดกลิ่นเครื่องเทศแล้วออกไปตามหาดินแดนภารตะในมุมต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ทุกๆ ที่อ้าแขนต้อนรับแขกผู้มาใหม่ และทำให้หัวใจเราอบอุ่นกรุ่นกลิ่นมาซาล่า

 

1. เลือกซื้อเครื่องเทศสูตรเฉพาะที่สุวรรณ เครื่องเทศ

      ตึกหัวมุมที่ตั้งอยู่ปากซอยเจริญกรุง 42 อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศหนักแน่นทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เครื่องเทศแบบสำเร็จ สีเหลืองทองหลากเฉกในซองอย่างผงกะหรี่ ผงเครื่องข้าวหมกและผงแกงกุรุหม่าที่วางอยู่ตรงหน้า เป็นสูตรเฉพาะของภูวนาถ ธีรลักษณ์ คนไทยเชื้อสายอินเดียที่ได้สืบทอดวิธีการทำจากคุณตา ด้วยการออกแบบสูตรให้ผักชี ยี่หร่า ลูกกระวาน กานพู และอบเชย มาผสมกันในอัตราส่วนที่พอดี จึงทำให้เครื่องเทศจากร้านนี้เป็นที่นิยมของบรรดาร้านอาหารอิสลามเจ้าเด็ดในย่านบางรักทั้งหมด ส่วนเครื่องเทศแบบที่ยังไม่สำเร็จ ร้านนี้มีหญ้าฝรั่นและใบกระวานชั้นดีที่คัดสรรมาให้ ไม่เพียงเท่านั้น อีกฟากหนึ่งของร้านยังมีผ้าโสร่งและชุดประกอบพิธีละหมาดอย่างถูกต้องจำหน่ายด้วย

ที่อยู่: หัวถนนสีลม ซอยเจริญกรุง 42 แยกบางรัก
เวลาทำการ: 08.00 – 18.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
ติดต่อ: 02-234-6735

 

2. ซื้อผ้ากับนายห้างบัญชาที่ร้านนายเล็กใจดี พาหุรัด

พาหุรัดหรือลิตเติ้ลอินเดียเป็นอาณาจักรผ้าที่เลื่องลือที่สุดในกรุงเทพฯ เราเลยมุ่งไปที่ร้านนายเล็กใจดี ร้านขายผ้าที่เคียงคู่ย่านนี้มายาวนานกว่า 80 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ชาวซิกข์ของ บัญชา ผู้เป็นเจ้าของร้าน ที่แบกผ้าเดินขายตามบ้านคนไทยและใช้ความใจดีเป็นจุดขาย โดยชื่อนายเล็กเป็นชื่อคุณพ่อของนายห้างคนปัจจุบัน ร้านขายผ้าเก่าแก่นามสกุลใจดีแห่งนี้ตระการตาไปด้วยม้วนผ้าหลากสี หลายประเภท เรียงรายจนล้นออกมายังหน้าร้าน ซึ่งมีตั้งแต่ผ้าด้ายดิบ ผ้าขาว ผ้าฝ้าย ผ้าลูกแก้ว ไปจนถึงผ้าไหมและผ้าดิ้นเยียรบับ นายห้างก็ใจดีสมชื่อ ยินดีแนะนำให้เราได้ผ้าที่เหมาะไปตัดชุดสวยตามแบบในฝันในราคาสบายกระเป๋า

ที่อยู่: 382 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ: 09.00 – 18.30 น.
ติดต่อ: 02 -222-7034

 

3. ซื้อชุดส่าหรีจากร้าน S.S. ที่่ Little India

อยากซื้อผ้าอินเดียลายวิจิตร หรือต้องการชุดส่าหรีลายวิไล ขึ้นบันไดเลื่อนเล็กๆ ที่หยุดเลื่อนถาวรมาตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่าได้เลย ตลาดที่ซ่อนตัวบนชั้น 2 นี้มีทั้งร้านขายม้วนผ้า ส่าหรี ชุดนำเข้าจากอินเดียของสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทั้งยังมีเครื่องประดับปะวะหล่ำกำไลเสร็จสรรพ โดยร้าน S.S. นำเข้าผ้าไหม ผ้าคอตตอน ผ้าชีฟองสีสันสดใส และสารพัดชุดสวยฉูดฉาดจากนิวเดลีมาเพียบ ร้านของครอบครัวเชื้อสายอินเดียที่เปิดร้านมากว่า 15 ปีเต็มไปด้วยของสนุกที่คู่ควรกับตู้เสื้อผ้าเราเป็นที่สุด จะใส่ไปงานเลี้ยงแฟนซี ปาร์ตี้กับเพื่อน หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันก็สวยเก๋ไม่เป็นรองใคร

ที่อยู่: ตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่า ชั้น 2 หน้าบันไดเลื่อน ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 097-442-2269

 

4. สงบจิต สงบใจ ในคุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา วัดซิกข์แห่งแรกของไทย

ออกจากพาหุรัดแล้วเลี้ยวขวา เดินตรงมาอีกนิด เราก็จะเจอคุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา ศาสนสถานอันวิจิตรของชาวซิกข์ที่เปิดประตูต้อนรับคนทุกศาสนา แต่มีข้อตกลงว่าต้องแต่งกายให้มิดชิด คลุมศีรษะด้วยผ้าที่ทางวัดจัดเตรียมให้เรียบร้อยก่อนจะเดินชมในแต่ละชั้น และห้ามถ่ายรูป เมื่อเดินขึ้นไปจะพบโถงโล่งกว้างที่สงบและสะอาดสำหรับประชุมหรือจัดงานต่างๆ โรงทานที่เปิดเลี้ยงอาหารฟรีทุกวัน และบนชั้น 4 จะเป็นโถงฟังธรรมสวดมนต์ทุกเช้าเย็น แถมยังมีขนมหวานตามธรรมเนียมที่เจ้าหน้าที่มอบให้ชิม มีห้องเรียนศาสนาที่มีการสอนเป็นภาษาไทย และหากเรามาถูกจังหวะเราอาจจะได้เห็นบรรยากาศของงานมงคลกลิ่นอายภารตะที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในชุดกูรตะ ส่าหรี ที่ไม่ได้พบเห็นง่ายๆ

ที่อยู่: 571 ถ.จักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ: 05.00 – 19.00 น.
ติดต่อ: 02-224-8094

 

5. ลิ้มรสขนมหวานจาก Panjab Sweet ในย่านอินเดีย เอ็มโพเรียม

‘หวานจับใจ’ คือรสสัมผัสแรกหลังจากที่เราได้ลิ้มลองขนมอินเดียซึ่งมีต้นตำรับมาจากรัฐปัญจาบในร้าน Panjab Sweets ร้านขายขนมหวานชิ้นน่ารักย่านอินเดีย เอ็มโพเรียม ขนมที่นี่ทำจากนมและน้ำตาลหน้าตาหลากหลายซึ่งใช้เป็นขนมไหว้พระพิฆเนศ พระแม่ลักษมี พระแม่อุมาเทวี คล้ายกับที่เราได้ชิมในวัดซิกข์ เมื่อสั่งมาชิมกับราสมาลัยหรือก้อนชีสแช่น้ำนมรสหอมหวาน และจิบ Chai ร้อนๆ คู่กัน ของหวานหอมอร่อยนี้ก็เพิ่มพลังงานให้เราเดินสำรวจย่านนี้อย่างสดชื่นอารมณ์ดี

ที่อยู่: ซอยอินเดีย เอ็มโพเรียม
เวลาทำการ: 07.30 – 19.00 น.
ติดต่อ: 02-222-6541

 

6. รีดเหงื่อไปพร้อมๆ กับฝึกสมาธิสไตล์อินเดียที่ Ashtanga Yoga

อยากยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายร่างกายและอยู่กับลมหายเข้าใจเข้า-ออกของตัวเองอย่างเต็มที่ ต้องตรงไป Ashtanga Yoga โยคะ ซึ่งเป็นโยคะดั้งเดิมของอินเดียที่ทำให้เราได้ดัดทั้งกายและใจ ผ่านคลาสเรียนที่ไม่ได้แบ่งแยกระดับ โดยเริ่มจากการฝึกอาสนะในท่าที่ 1 และไล่ไปเรื่อยๆ ตามขีดความสามารถที่เรามี เมื่อถึงท่าที่เราทำไม่ไหวก็ไม่กังวลใจแต่อย่างใด เพราะอาจารย์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีจะช่วยดูแลเราอย่างใกล้ชิด แถมยังได้ฝึกในห้องที่มีบรรยากาศเป็นมิตรกับร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังอาจจะได้เพื่อนใหม่สายสุขภาพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ที่อยู่: ชั้น 8 โรงแรม S31 ซอยสุขุมวิท 31
เวลาทำการ: 05.30 – 20.30 น.
ติดต่อ: 097-249-9202
Facebook |  Ashtanga Yoga Center Of Bangkok. – AYBKK

 

7. สร้างสิริมงคลที่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก)

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือวัดแขก สีลม เป็นที่พึ่งทางใจของชาวพราหมณ์-ฮินดูมานับร้อยปีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 สถาปัตยกรรมแบบดราวิเดียนสีฉูดฉาดและบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ย่านเศรษฐกิจนี้มีมิติน่าสนใจทางประวัติศาสตร์และศาสนา ศาสนสถานนิกายศักตินี้เคารพบูชาพระอุมาเทวี ชายาของพระศิวะ เป็นองค์ประธาน และยังเป็นที่สักการะพระพิฆเนศและเทพองค์อื่นๆ

บุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปเยี่ยมชมสักการะ หรือขอพรด้านความรักและการขอบุตรได้ เทศกาลสำคัญเก่าแก่ของที่นี่คือพิธี ‘นวราตรี’ เพื่อบูชาพระแม่อุมาเทวี โดยจะปิดถนนและจัดขบวนแห่ประจำปีอย่างยิ่งใหญ่ประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี จะเข้าร่วมขบวนแห่กับผู้คนนับพันหรือไปสักการะในวันทั่วไปก็ทำได้ตามความประสงค์

ที่อยู่: 2 ถนนปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก
เวลาทำการ: 06.00 – 20.00 น.  

 

8. ดินเนอร์สุดหรูประหนึ่งราชาที่ห้องอาหาร Rang Mahal

เสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงห้องอาหารราง มาฮาล ว่าอร่อยนักหนาแว่วมาตลอด 23 ปีตั้งแต่โรงแรมแรมแบรนดท์ก่อตั้งมา แค่เห็นจอกทรงสูงใส่น้ำกับโซฟาสไตล์ภารตะบนห้องอาหารชั้นสูงสุดของโรงแรมก็หลงรักแล้ว พอได้ชิมขาแกะหมักย่างเตาถ่านที่ค่อยๆ ทำให้สุกกว่า 6 ชั่วโมง เราก็รู้ว่าข่าวลือเรื่องรสชาตินั้นไม่ได้เกินจริงไปแม้แต่นิดเดียว เชฟราจัน มิสรา ปรุงอาหารอินเดียเหนือรสดั้งเดิมโดยใช้เครื่องเทศจากอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่างทันดูรี ขาแกะหมักเหล้ารัม แกงแพะย่าง หรือแกงกุ้งมะเขือเทศรสจัด ทุกอย่างกลมกล่อมถูกปากคนไทย แกะและแพะนุ่มๆ หอมกรุ่นไร้กลิ่นคาว กินคู่กับข้าวบาสมาติผัดและนานใส่กระเทียมแล้วอร่อยเยี่ยมยอด ก่อนอิ่มก็ล้างมือในอ่างน้ำมะนาวอุ่นสักหน่อย แล้วปิดท้ายด้วยการชิมกุหลาบจามุนในน้ำเชื่อมอุ่นรสหอมหวานและมะม่วงลาสซี่ที่ใส่โยเกิร์ตกับถั่วเข้มข้นชื่นใจ จบมื้อแล้วน้ำตาแทบไหล ประทับใจราง มาฮาล ที่แปลว่าสถานที่จัดงานเลี้ยงของราชวงศ์จริงๆ

ที่อยู่: ชั้น 26 โรงแรม Rembrandt Hotel ซอยสุขุมวิท 18
เวลาทำการ: 17.00 – 24.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ มีมื้อกลางวัน 11.00 – 14.30 น. ด้วย)
ติดต่อ: 02-261-7100 ต่อ ราง มาฮาล
Facebook : Rang Mahal

 

9. อุดหนุนเบอร์นาร์ด ตำนานถั่วที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ผ่านไปผ่านมาแถวธรรมศาสตร์จะต้องเห็นเบอร์นาร์ดนั่งขายถั่วอยู่ที่ประตูท่าพระจันทร์เป็นทุกครั้ง อาบังวัย 72 ที่เลือกอาชีพขายถั่วเป็นอาชีพแรกและอาชีพหลัก ปักหลักขายถั่วให้เราได้ซื้อหาในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้มามากกว่า 4 ทศวรรษ เมล็ดถั่วสีเขียว เหลือง น้ำตาล ที่ถูกจัดอยู่ในกล่องไม้ที่มีล้อเลื่อน ประกอบไปด้วยถั่ว 6 ชนิด เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วลันเตาเคลือบ และถั่วปากอ้า ในราคาสบายกระเป๋าเพียง 20 บาท ไม่ว่าจะอยากได้ของขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ หรืออยากจะสนทนากับเบอร์นาร์ดที่คุยสนุกและพร้อมจะยียวนเมื่อสนิท อย่าได้คิดมาก แวะไปทักทายและอุดหนุนเขาได้ทุกวัน

ที่อยู่: หน้าคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เวลาทำการ: ตามเวลาราชการ

 

ภาพ: มณีนุช บุญเรือง, ปฏิพล รัชตอาภา

Writers

นันท์นภัส พลเศรษฐเลิศ

เด็กฝึกงานที่กำลังรอรับปริญญา ใช้ชีวิตไปมาๆระหว่างกรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ รักการอยู่บ้าน พอๆกับการอยู่นอกบ้าน ยังไม่ชัดว่าจะได้ประกอบอาชีพอะไร แต่ตั้งใจจะหัดขีดเขียนให้ดี

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load