4 กรกฎาคม 2563
29.52 K

“นางเลิ้งมีอะไรใหม่” 

เป็นคำถามแรกที่เราตั้งขึ้น เพราะย่านโบราณนี้ผ่านช่วงเวลารุ่งเรืองถึงขีดสุด ถึงขั้นมีคนเปรียบว่าเป็น ‘สยามสแควร์’ ของหนุ่มสาวชาวกรุงยุคก่อน ความคึกคักในตอนนั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเมืองเก่าที่เงียบสงบเหมือนกำลังหลับใหล วิถีชีวิตที่เนิบช้ากลายเป็นภาพที่ใครผ่านไปมาได้เห็นจนชินตา

ปัจจุบันนางเลิ้งตื่นขึ้นอีกครั้ง ร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และโรงแรมรีโนเวต เริ่มผุดขึ้นตามสองข้างทาง คนรุ่นใหม่ในชุมชนเริ่มปรับปรุงบ้าน คนนอกพื้นที่ซึ่งหลงเสน่ห์ความสงบของย่านนี้ก็เริ่มเข้ามาช่วยกันปลุกนางเลิ้งให้มีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิม พวกเขาเอาวิถีใหม่มาทาบทับกับตึกเก่า และช่วยกันเล่าเรื่องราวของนางเลิ้งผ่านสิ่งใหม่อย่างลงตัว

หลังพาเที่ยว 10 สถานที่เก๋าที่ยังคงเสน่ห์เมืองเก่า ไปแล้ว คราวนี้ขอพาแวะ 11 สถานที่เก๋ของคนรุ่นใหม่ในย่านเก่าแก่ ตั้งแต่ถนนหลานหลวงจนถึงนางเลิ้ง ทั้งร้านขายของวินเทจในร้านเสริมสวยเก่า อดีตบ้านเจ้าพระยาที่กลายเป็นคาเฟ่และศูนย์การเรียนรู้ โรงแรมในโรงพิมพ์เดิมที่เปลี่ยนเป็นทั้งที่พักและพิพิธภัณฑ์ รวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ ที่ทำให้ย่านนี้คึกคักมีชีวิตชีวาทั้งกลางวันและกลางคืน

01

Mamuang Shop & VL by VEE

บ้านน้องมะม่วงหลังใหม่ในโรงรับจำนำเก่า

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

เปลี่ยนโรงรับจำนำเก่าบนถนนหลานหลวงให้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ของน้องมะม่วง ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงหัวโต ผมหน้าม้าสีน้ำตาลขวัญใจทั้งชาวไทยและญี่ปุ่น อีกห้องหนึ่งเป็นช็อปเสื้อผ้าฝีมือคนไทยที่ไปโด่งดังอยู่ในญี่ปุ่นอย่าง VL BY VEE รังสรรค์โดย ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร และ วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์ สองสามีภรรยา พอย่างกรายเข้าไปในร้านพบกับผนังสีขาวนวล ประดับไปด้วยแสงไฟสลัว ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ย้อนยุคตามมุมต่างๆ เห็นแล้วให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน 

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ทางเข้าของร้านเข้าได้ 2 ทาง ประตูบานหนึ่งพอเข้าไปจะเป็นของโซนน้องมะม่วงที่ออกแบบโดยคุณวี ใครจะรู้ว่าน้องมะม่วงอายุปาเข้าไปตั้ง 15 ปีได้แล้ว สินค้าน้องมะม่วงมีทั้งตุ๊กตา ผ้าเช็ดหน้า เสื้อเชิ้ต สมุดโน้ต กระเป๋า ฯลฯ ถัดมาอีกบานประตูพอเปิดเข้าไปจะพบเสื้อผ้า VL ที่แขวนเรียงรายอยู่ ทั้งสองแบ่งโซนกันอย่างชัดเจนในห้องเล็กๆ

 ที่สำคัญยังมีสินค้าพิเศษหาซื้อที่ไหนไม่ได้ ต้องมาซื้อที่ร้านนี้เท่านั้น เช่น เสื้อผ้า VL BY VEE คอลเลกชันพิเศษ แถมยังมีสินค้าของมะม่วงที่ไม่ค่อยเห็นจากที่อื่นอีกด้วย ในอนาคตบริเวณชั้นสองที่แต่เดิมเป็นตู้เซฟเก่าเอาไว้เก็บของมีค่าของโรงรับจำนำอาจปรับเป็นพื้นที่ขายขนม ตอนนี้ทางร้านได้ลองทำไอศกรีมน้องมะม่วงออกมาให้ชิมกันบ้างแล้ว ส่วนชั้นสามจะปรับเป็นแกลเลอรี่ สำหรับจัดงานนิทรรศการ เล่นดนตรี จัดฉายหนัง ทำเวิร์กช็อป และวาดภาพพอร์เทรตอีกด้วย

1 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 11.00 – 19.00 น

02

Eden’s

ขนมอบในคาเฟ่ย้อนยุคสไตล์ฝรั่งเศสที่ทำขนมโฮมเมดจากชั้นบนของบ้าน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ตึกเก่าบนถนนหลานหลวงที่รีโนเวตใหม่เป็นทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และบ้านแสนอบอุ่น ของ เด่น-นิรามย์ วัฒนสิทธิ์ ภายในร้านยังหลงเหลือร่องรอยของตึกเก่าโบราณ ผนังห้องที่สะท้อนสีของเวลายังไม่จางหายไป เมื่อเข้าไปภายในร้านจะพบกับเคาน์เตอร์ตัวยาวที่มีขนมต่างๆ วางเรียงรายเต็มไปหมด ถัดมาทางซ้ายมีโต๊ะและเก้าอี้ที่จัดแจงไว้อย่างดี ซึ่งทั้งหมดเป็นของเก่าที่นำมาผสมกันอย่างลงตัว

ความพิเศษของร้านนี้คือการรังสรรค์ผลงานผ่านอาหาร โดยเสิร์ฟความอร่อยของขนมอบโฮมเมดเป็นเมนูหลัก ในแต่ละวันมีขนมอบไม่ซ้ำแบบกัน 5 – 6 อย่าง ที่ทำสดใหม่ทุกวัน ไม่พอแค่นั้น ทางร้านยังมีอาหารเช้าเสิร์ฟจนถึงเที่ยงวัน อีกทั้งยังมีเมนู Toast ที่ลิ้มลองกันได้ทั้งวัน เครื่องดื่มก็มีให้เลือกมายมาย ทั้งชา กาแฟ ที่ส่งตรงมาจากประเทศลาว อีกเสน่ห์ของร้านนี้คงหนีไม่พ้นความเก่าและความเก๋าของรสชาติอาหาร ศิลปะการตกแต่งความเป็นตัวเองของเจ้าร้านที่สะท้อนออกมาให้เห็นชวนคนให้ไปสัมผัสมัน

7/1 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : อังคาร-ศุกร์ เวลา 9.00 – 17.00 น.

วันเสาร์-อาทิตย์ 9.00 – 20.00 น. (หยุดวันจันทร์)

03

Alex & Beth 

คาเฟ่ขนาดเล็กกลิ่นอายปารีเซียงที่พร้อมเสิร์ฟเบเกอรี่สูตรลับเฉพาะ

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

คาเฟ่ขนาดเล็กสีขาวตัดกับสีดำของร้านเพื่อนบ้านอย่าง Eden’s ด้านในตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรป โดย ตูน-กัญจน์ สุวรรณธาดา เจ้าของร้านและอดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร LIPS ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปเยือนต่างแดน ด้วยคอนเซปต์ร้านที่ว่า ‘เสิร์ฟสิ่งที่ชอบด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์’ นอกจากนี้ เมนูเบเกอรี่ของทางร้านยังเป็นสูตรโฮมเมดที่คิดค้นโดยเฉพาะ

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

เมนูเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงร้าน Alex&Beth คือ Avocado Toast with Caramelised Onion เมนูโทสต์ที่ท็อปด้านบนเป็นอะโวคาโดบดสดทั้งลูก ความพิเศษของเมนูนี้คือทางร้านจะใส่ Caramelised Onion หรือหัวหอมผัด เพื่อให้เกิดรสชาติขมนิดหน่อย ผสมผสานกับความหวานของคาราเมล และความเผ็ดของพริกเล็กน้อย เรียกได้ว่าเป็นความลงตัวของรสชาติที่สายเฮลตี้ไม่ควรพลาด

9 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 9.00 – 17.00 น. (ปิดวันพุธ)

04

Overall Days

ร้านสินค้าวินเทจในห้องแถวเก่า คอมมูนิตี้ของเหล่านักสะสม

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านขายของวินเทจอายุเพียง 1 ขวบบนตึกเก่าริมถนนหลานหลวง ที่บรรยากาศในร้านชวนให้รู้สึกว่าร้านเปิดมานานกว่านั้นมาก จากตึกที่ปล่อยทิ้งร้างมากว่าสิบปี ก่อนที่ พลอย หิรัญสถิตย์พร วินเทจคอลเลกเตอร์ผู้หลงใหลความสงบของย่านเมืองเก่านี้เป็นทุนเดิม จะเข้ามาปัดกวาดโดยยังคงสภาพความเก่าไว้ แล้วเปลี่ยนห้องแถวที่เคยเป็นร้านเสริมสวยแห่งนี้ให้กลายเป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าข้าวของแนวแอนทีก (Antique) และวินเทจ (Vintage) ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีทุกชิ้น

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

Overall Days เป็นมากกว่าร้านอเมริกันวินเทจทั่วไป เพราะเกิดจากความตั้งใจให้ที่นี่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ข้อมูลเรื่องสินค้าวินเทจ และด้วยเชื่อในเสน่ห์ของการได้หยิบจับสินค้าก่อนซื้อ รวมถึงการได้พูดคุยกับเจ้าของร้านถึงที่มาของสินค้าแต่ละชิ้น กลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนรักวินเทจที่ตั้งใจมาที่นี่โดยเฉพาะ สำหรับใครที่รักหรือสนใจสินค้าแนวนี้ ลองแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนขอคำแนะนำจากนักสะสมสาวเจ้าของร้านได้เสมอ

29 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 13.00 – 18.00 น.

05

Bangkok Publishing Residence 

พิพิธภัณฑ์กึ่งโรงแรม อดีตที่พบปะของเหล่านักเขียน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

พิพิธภัณฑ์กึ่งโรงแรมที่จะพาเราย้อนไปสัมผัสความเฟื่องฟูของถนนหลานหลวง สมัยเป็นแหล่งพบปะของเหล่านักเขียน ในอดีตโรงแรมแห่งนี้เคยเป็นโรงพิมพ์นิตยสาร หลายคนอาจคุ้นหูกับนิยายบู๊ที่ลงพิมพ์ในนิตยสาร บางกอก ก่อนมาทำเป็นละครวิทยุคณะแก้วฟ้า นำแสดงโดยมิตร-เพชรา และแน่นอนว่าหนังดังอย่าง อินทรีแดง ก็เป็นนิยายพิมพ์เป็นตอนๆ ของนิตยสาร บางกอก เช่นกัน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

อุ้ม-ปณิดา ทศไนยธาดา ทายาทโรงพิมพ์นิตยสาร บางกอก ได้ปรับโฉมโรงพิมพ์เก่าแห่งนี้ให้กลายเป็นโรงแรมกึ่งพิพิธภัณฑ์ ด้วยการรวบรวมสิ่งเดิมที่อยู่ในโรงพิมพ์ไว้ให้มากที่สุด เพื่อให้คนที่เข้าพักเหมือนได้ย้อนเวลาไปอยู่ในยุคนั้น ทั้งการประดับด้วยแท่นพิมพ์เก่า ใช้กระเบื้องยางแบบสมัยเป็นโรงพิมพ์ ซึ่งปัจจุบันเลิกผลิตไปแล้ว จึงต้องไปตามหาถึงโรงงานเดิมและให้เขาผลิตขึ้นมาอีกครั้ง ของทุกอย่างที่นำมาตกแต่งก็เป็นสิ่งที่จับต้องได้ อย่างหนังสือในคลัง ถ้าเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์หลัง พ.ศ. 2500 ก็หยิบมาอ่านได้เลย แต่ถ้าเป็นเล่มที่ตีพิมพ์ก่อนหน้านั้น แค่สวมถุงมือยางเพื่อป้องกันความเสียหายก่อนหยิบอ่านก็พอ

ด้วยความที่โรงแรมแห่งนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมาก และต้องการมอบความเป็นส่วนตัวให้กับแขก จึงขอให้บุคคลภายนอกที่สนใจเข้าไปเยี่ยมชมนัดหมายล่วงหน้า

31-33-35-37-37/1 ถนน หลานหลวง แขวง วัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

ติดต่อสอบถามเพื่อนัดเวลาเข้าชม โทร. 0 2282 0288

06

Embassy Coffee

ร้านกาแฟเล็กๆ ในเมืองเก่า ที่วัดผลกำไรจากความสุขของผู้ได้มาเยือน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ตึกหนึ่งคูหาสีน้ำตาลเล็กๆ บนถนนจักรพรรดิพงษ์มีรถแล่นผ่านไปมาอย่างไม่ขาดสาย บริเวณหน้าร้านตกแต่งด้วยต้นไม้นานาชนิด เป็นที่อยู่ของร้านกาแฟที่เจ้าของร้านอย่าง บอย-ศรุติ พรมจันทร์ ผู้ให้คำนิยามการดื่มกาแฟว่า “ดื่มเพื่อหยุดความคิดและมาพบปะพูดคุยกันดีกว่า” 

ภายในร้านมีบาร์สำหรับชงกาแฟอยู่ทางขวามือและมีโต๊ะตั้งเรียงกันอยู่ไม่มาก เมื่อคนเต็มบอยจะเปลี่ยนป้ายหน้าร้านเป็น Close ทันที เพื่อจำกัดพื้นที่ในการสนทนาของคนในร้านให้ไม่มากเกินไป ส่วนทางชั้นสองเปิดเป็นโฮสเทลจำนวน 1 ห้องถ้วน เพื่อให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาพัก ความน่ารักอยู่ที่ทางร้านมักจะนำเสนอความเป็นไทยให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก เช่น การนำน้ำส้มฉุนเสิร์ฟพร้อมกับพวงมาลัย เพื่อเป็นจิ๊กซอว์หนึ่งตัวให้เขานำพวงมาลัยไปไหว้พระที่วัด และเรียนรู้วัฒนธรรมของไทยมากขึ้น

ส่วนความพิเศษในเมนูของทางร้านอยู่ตรงที่ขนมหวานทำสดใหม่ทุกวันในปริมาณจำกัด โดย บ.ก. ปู พาร์ตเนอร์อีกคนของร้าน แอบบอกว่าหากไปช้าก็อาจชวดของอร่อย โดยเฉพาะบราวนี่สุดเข้มข้นที่คนรักช็อกโกแลตห้ามพลาด นอกจากนี้ยังมีทั้งเค้ก วาฟเฟิล และเหล่าเครื่องดื่มดับกระหายคลายร้อนอย่างพวกชา กาแฟ เสน่ห์อีกอย่างหนีไม่พ้นความสวยงามของเหล่าขนมหวานที่จัดแต่งอย่างประณีต แถมรสชาติยังอร่อยละมุนลิ้น

152 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น.

07

Bangkok 1899

บ้านเจ้าพระยาฯ ที่กลายเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อสังคมและชุมชน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

คฤหาสน์ทรงยุโรปหลังใหญ่ที่อยู่คู่ถนนนครสวรรค์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2442 เวลาผ่านไปกว่าร้อยปี จากที่พำนักของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ได้รับการบูรณะ ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงบทบาทครั้งใหญ่ โดยพยายามคงสภาพเดิมไว้เหมือนเมื่อแรกสร้าง Bangkok 1899 เป็นชื่อของโครงการที่ครอบคลุมพื้นที่ของบ้านเจ้าพระยาฯ ไม่เพียงตัวอาคารทรงยุโรปที่ออกแบบโดยมาริโอ ตามาญโญ (Mario Tamagno) สถาปนิกชาวอิตาลีผู้ออกแบบพระที่อนันตสมาคมเท่านั้น แต่พื้นที่รอบๆ บ้านยังเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อสังคม ด้วยแนวคิดที่ต้องการให้บ้านหลังนี้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทางสังคมและวัฒนธรรม 

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

อาคารเก่าที่รีโนเวตภายใต้แนวคิดการอนุรักษ์หลังนี้ ทำหน้าที่เป็นทั้งที่พักของศิลปินนานาชาติและพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ ส่วนหนึ่งของอาคารสไตล์โคโลเนียลหลังนี้เป็นคาเฟ่เล็กๆ ชื่อว่า Na’ Cafe คาเฟ่เพื่อสังคมที่พร้อมต้อนรับทั้งคนนอกและคนในชุมชน โดยวางคอนเซปต์ไว้ 2 เรื่องสำคัญ คือเป็นคาเฟ่ไร้ขยะ (Zero Waste) และการมีส่วนร่วมของชุมชน นอกจากเมนูต่างๆ ที่ครีเอตผ่าน 2 แนวคิดที่ว่ามาแล้ว ที่นี่ยังจัดเวิร์กช็อปและเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนนางเลิ้งได้เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่านโครงการฝึกอาชีพด้านอาหารและการบริโภค 

ส่วนด้านหลังของบ้านเจ้าพระยาที่เคยเป็นตึกเรียนเก่าของโรงเรียนสตรีจุลนาค ตอนนี้ใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม หรือ FREC Bangkok องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เข้ามาทำงานเพื่อสังคมร่วมกับองค์กรพันธมิตรต่างๆ เพื่อศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยใช้พื้นที่ในบ้านเจ้าพระยาหลังนี้เริ่มทำกิจกรรมร่วมกับชาวนางเลิ้ง ด้วยความตั้งใจที่จะค่อยๆ พัฒนาไปชุมชนอื่นๆ ต่อไป

134 ถนน นครสวรรค์ แขวง วัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 11.00 – 21.30 น.

08

Chubby Papaya

ร้านส้มตำที่มีทั้งคาเฟ่และอาร์ตแกลเลอรี่

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านของ ครูปาน-สมนึก คลังนอก นักวาดภาพประกอบชื่อดัง ที่เปลี่ยนอาคารพาณิชย์ริมถนนนครสวรรค์ให้เป็นร้านอาหารอีสานและมีอาร์ตแกลเลอรี่อยู่ในตัว ด้วยชื่อร้านสุดน่ารักปนอารมณ์ขัน Chubby Papaya หรือมะละกออวบ ไม่เพียงชื่อร้านที่น่ารัก เพราะเมื่อเข้ามาด้านในเราได้จะพบกับภาพวาดเด็กสาว ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของครูปานติดอยู่แทบทุกพื้นที่ในร้านอาหารอีสานเล็กๆ แห่งนี้ แต่ในตึกนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ร้านอาหารเท่านั้น เพราะได้แบ่งส่วนสัดของแต่ละชั้นให้ใช้งานที่แตกต่างกันไป เริ่มตั้งแต่ชั้นแรกเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ ส่วนชั้นบนๆ ขึ้นไปเป็นแกลเลอรี่แสดงผลงานของครูปาน และชั้นดาดฟ้าเป็นโซน Rooftop ให้นั่งทานอาหาร เสิร์ฟด้วยวิวหลักล้าน 360 องศาของพระนคร ที่จะเจอกับบรมบรรพตหรือภูเขาทองตั้งตระหง่านประจันหน้าแบบไม่มีตึกมาบัง

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ด้วยสูตรอาหารอิมพอร์ตมาจากบ้านของครูปานที่บุรีรัมย์ ผสมผสานการครีเอตเมนูโดยหลานของครูปานที่จบเชฟจากต่างประเทศ อาหารของที่นี่จึงไม่เหมือนใคร มีทั้งเมนูดั้งเดิมและที่คิดใหม่เข้ากับความเก๋ไก๋ของย่านนางเลิ้ง เริ่มด้วยของว่างแนวฟิวชันอย่างพุงปลาแซลมอนคลุกลาบ รสแซ่บแบบฉบับอาหารอีสาน ตัดเลี่ยนกับความมันของพุงปลาได้อย่างดี หรือจะเป็นเมนูแผงลอยริมถนนยอดฮิตอย่างตับปิ้ง อาหารบ้านๆ ที่ผ่านกรรมวิธีย่างจนหอมก็มีให้เลือกทานที่ร้าน นอกจากนี้ยังมีส้มตำทั้งแบบดั้งเดิมอย่างส้มตำแม่หงวน และโรลส้มตำหมูยอที่เสิร์ฟมาด้วยรูปลักษณ์ทันสมัย ให้ส้มตำเลิฟเวอร์ได้เลือกชิมกัน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ส่วนคนที่เป็นแฟนคลับครูปานอยากจะแวะเข้ามาชมงานศิลปะ ไม่อยากทานอาหารหนัก ในร้านก็มีทั้งกาแฟและของหวานให้ได้ลอง โดยเฉพาะกาแฟจากแบรนด์อาข่า อ่ามา (Akha Ama) จากเชียงใหม่ ของ ลี-อายุ จือปา ด้วยความที่เป็นลูกศิษย์ของครูปาน จึงเกิดเป็นกาแฟที่เบลนด์ให้พิเศษสำหรับร้านโดยเฉพาะ ส่วนของหวานที่พิเศษไม่แพ้กัน เป็นขนมอินทนิล ขนมไทยโบราณหาทานยากจากในวัง ทำจากแป้งกวนใบเตยในน้ำกะทิอบควันเทียน สัมผัสหยุ่นคล้ายเจลลี่ หอมหวานชวนสดชื่นมาก

97 ถนนนครสวรรค์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น. (ปิดวันพุธ)

09

Buddha & Pals

คาเฟ่ในอาคารอนุรักษ์ที่เหมือนหยุดกาลเวลาไว้เมื่อร้อยปีที่แล้ว

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

แวะคลายร้อนที่คาเฟ่อีกแห่งหนึ่งในอาคารอนุรักษ์ ไม่ไกลจากตลาดนางเลิ้ง คาเฟ่ที่ดัดแปลงตึกแถวเก่าอายุกว่าร้อยปีให้กลายเป็น Buddha & Pals ส่วนหนึ่งของโครงการ Kanvela House โฮสเทลซึ่งอยู่ด้านหลัง ด้วยบรรยากาศร้านที่เหมือนพาเราย้อนกลับไปในช่วงที่นางเลิ้งยังคึกคัก การเจาะทะลุตึกให้เชื่อมถึงกันช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ดูกว้างขวาง ประกอบกับกระจกยาวตลอดหน้าร้านชวนให้เรารู้สึกได้ถึงความโปร่งสบาย ทันที่ที่เปิดประตูเข้าไปจะพบกับเคาน์เตอร์บาร์ของร้าน และโต๊ะจัดวางไว้มุมต่างๆ ด้วยสไตล์การจัดร้านที่ปล่อยให้โครงสร้างเก่าเป็นผู้เล่าเรื่องราวของอาคารนี้ อิฐแตกและเฟอร์นิเจอร์วินเทจกลายเป็นฉากหลังที่ไม่ซ้ำกันสักมุมของมหาชนชาว Cafe Hopping

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านเก่าในตึกของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่เคยผ่านการใช้ทำกิจการมากมาย แต่ที่โด่งดังคงเป็นต้นตำรับน้ำมันมวย มาตอนนี้กลายเป็นคาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งอาคารคาวสไตล์อิตาเลียนและของหวาน เช่น เค้ก ทาร์ต ส่วนเครื่องดื่มต่างๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านมีให้เลือกกว่า 2 หน้ากระดาษ อย่าง Calm Rosie Tea เครื่องดื่มสำหรับคุณผู้หญิง Cold Brew Tea กับกลิ่นเบอร์รี่บางๆ ท็อปด้วยกลีบกุหลาบ หรือจะเป็น The Breakfast in Sicily กาแฟผสมน้ำส้ม ทานคู่กับ Lemon Tart มาพร้อมความสดชื่นของผลไม้และความเปรี้ยวของเลม่อนรสชาติตัดกันแบบพอดิบพอดี

ลองมาคาเฟ่นี้ดู จะช่วยให้รู้จักย่านนี้มากยิ่งขึ้นผ่านเรื่องราวที่ซับอยู่ในกระเบื้องเก่า ให้เราเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีเสียง 

712 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 9.00 – 18.00 น. 

10

Dao Tu Fook

ร้านอาหารจีน-อาเซี่ยนฟิวชั่น น้องใหม่ล่าสุดของย่านหลานหลวง

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านอาหารน้องใหม่ที่พร้อมพาเราสวนทางกับกาลเวลาและสไตล์ของย่านนี้ ด้วยการตกแต่งแบบร้านอาหารจีนสมัยเก่า แต่กลับอยู่ริมถนนจักรพรรดิพงษ์ มาพร้อมเมนูอาหารเข้ากับบรรยากาศของร้าน เพราะที่นี่เป็นร้านอาหาจีนแนวฟิวชัน อาหารส่วนใหญ่มีเป็ดเป็นวัตถุดิบหลัก เมนูซิกเนเจอร์ของร้านเป็นเป็ดย่างโอ่งมังกร เสิร์ฟบรรดาผักดองและพริกไทยไว้ตัดเลี่ยน รสชาติดี และยังมีอาหารอาเซียนที่หาทานยากในบ้านเราให้เลือกชิมหลายเมนู เช่น Nasi Goreng ข้าวผัดสไตล์อินโด ที่มาพร้อมด้วยไก่สะเต๊ะและไข่ดาว

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ที่นี่เป็นอีกร้านในแถบนี้ที่นำเอาตึกเก่ามารีโนเวตใหม่ โดยที่พยายามไม่เปลี่ยนแปลงสภาพอะไรมากนัก ตั้งแต่พื้นหินล้าง โต๊ะเก้าอี้แบบเก่า และข้าวของเครื่องใช้ ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับเข้ามาทานอาหารเมื่อหลายสิบปีก่อน สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งร้านอาหารร์สไตล์จีนแห่งนี้ ลองใส่สูทหรือกี่เพ้ามาเก๋ๆ คงเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในยุคเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ นอกจากอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายเมนูแล้ว เคาน์เตอร์ด้านในร้านจะเป็นบาร์ค็อกเทลที่พร้อมให้บริการผู้มาเยือนยามแดดร่ม ชวนทอดอารมณ์ในร้านดูรถลาผ่านไปมาของวิถีชีวิตตอนค่ำของคนในชุมชน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

209 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 17.00 – 00.00 น. (ปิดวันจันทร์)

11

Mad Moa

ทรอปิคอลบาร์เล็กๆ ริมถนนจักรพรรดิพงษ์

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ใครที่หลงรักความดีงามของย่านเก่านี้จนขออยู่ต่อจนฟ้ามืดค่ำ Mad Moa เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะชื่อร้านสุดเก๋ แมด-โมอา ที่ชวนให้อ่านว่า หมัดเมา คือบาร์ค็อกเทลสไตล์ทรอปิคอลเล็กๆ ที่บรรยากาศในร้านเงียบสงบ กับโต๊ะในร้านเพียงไม่กี่โต๊ะที่พร้อมเปิดรับลูกค้าทั้งคนในและนอกพื้นที่ให้แวะเวียนเข้ามาแฮงก์เอาต์ และดื่มด่ำกลิ่นของความสงบที่หาไม่ได้จากโซนอื่นในกรุงเทพฯ

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านนี้เป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ที่เสิร์ฟอาหารสไตล์ละตินอเมริกาและยุโรป มีคราฟต์เบียร์สัญชาติไทย ชื่อ ‘อุดมสุข’ ที่ทางร้านเลือกขึ้นแทปมาให้ลองชิมกัน และค็อกเทลที่ครีเอตรสชาติโดยเฉพาะของร้าน ส่วนใครที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ร้านยังมีเครื่องดื่มโซดาอย่าง Homemade Lime Soda ดื่มแล้วสดชื่นได้รสชาติแบบทรอปิคอลเหมือนธีมร้าน บอกเลยว่าเหมาะกับการปิดทริปนางเลิ้งด้วยบรรยากาศเหมือนอยู่ริมทะเลในร้านขนาดกะทัดรัดนี้เป็นที่สุด

211/8 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00 – 23.00 น.

Writers

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

พิชญาภัค เจริญวัง

ชอบอ่านเรื่องความรัก ชอบคิดเรื่องเพ้อฝัน ชอบเขียนคำคมและบทกลอน วันว่างๆ ชอบวาดรูปธรรมชาติเก็บไว้เป็นไดอารี่ของตัวเอง

Photographers

รัชชานนท์ วงศ์อภิชาติ

ชอบถ่ายรูปและสเก็ตช์ตึก ชีวิตวนเวียนอยู่ในเอเชียตะวันออก ไปคาเฟ่ทุกสุดสัปดาห์ รักน้องหมา มีเพจท่องเที่ยวที่นานๆ จะอัปเดตชื่อ Nonfinite_

ปัณฑารีย์ วจิตานนท์

เชื่อว่าความทรงจำอยู่ในภาพถ่าย สะสมกลักฟิล์มบางครั้ง ทำประจำคือไปคอนเสิร์ต

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

18 มิถุนายน 2565
13.59 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load