“นางเลิ้งมีอะไรใหม่” 

เป็นคำถามแรกที่เราตั้งขึ้น เพราะย่านโบราณนี้ผ่านช่วงเวลารุ่งเรืองถึงขีดสุด ถึงขั้นมีคนเปรียบว่าเป็น ‘สยามสแควร์’ ของหนุ่มสาวชาวกรุงยุคก่อน ความคึกคักในตอนนั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเมืองเก่าที่เงียบสงบเหมือนกำลังหลับใหล วิถีชีวิตที่เนิบช้ากลายเป็นภาพที่ใครผ่านไปมาได้เห็นจนชินตา

ปัจจุบันนางเลิ้งตื่นขึ้นอีกครั้ง ร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และโรงแรมรีโนเวต เริ่มผุดขึ้นตามสองข้างทาง คนรุ่นใหม่ในชุมชนเริ่มปรับปรุงบ้าน คนนอกพื้นที่ซึ่งหลงเสน่ห์ความสงบของย่านนี้ก็เริ่มเข้ามาช่วยกันปลุกนางเลิ้งให้มีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิม พวกเขาเอาวิถีใหม่มาทาบทับกับตึกเก่า และช่วยกันเล่าเรื่องราวของนางเลิ้งผ่านสิ่งใหม่อย่างลงตัว

หลังพาเที่ยว 10 สถานที่เก๋าที่ยังคงเสน่ห์เมืองเก่า ไปแล้ว คราวนี้ขอพาแวะ 11 สถานที่เก๋ของคนรุ่นใหม่ในย่านเก่าแก่ ตั้งแต่ถนนหลานหลวงจนถึงนางเลิ้ง ทั้งร้านขายของวินเทจในร้านเสริมสวยเก่า อดีตบ้านเจ้าพระยาที่กลายเป็นคาเฟ่และศูนย์การเรียนรู้ โรงแรมในโรงพิมพ์เดิมที่เปลี่ยนเป็นทั้งที่พักและพิพิธภัณฑ์ รวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ ที่ทำให้ย่านนี้คึกคักมีชีวิตชีวาทั้งกลางวันและกลางคืน

01

Mamuang Shop & VL by VEE

บ้านน้องมะม่วงหลังใหม่ในโรงรับจำนำเก่า

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

เปลี่ยนโรงรับจำนำเก่าบนถนนหลานหลวงให้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ของน้องมะม่วง ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงหัวโต ผมหน้าม้าสีน้ำตาลขวัญใจทั้งชาวไทยและญี่ปุ่น อีกห้องหนึ่งเป็นช็อปเสื้อผ้าฝีมือคนไทยที่ไปโด่งดังอยู่ในญี่ปุ่นอย่าง VL BY VEE รังสรรค์โดย ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร และ วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์ สองสามีภรรยา พอย่างกรายเข้าไปในร้านพบกับผนังสีขาวนวล ประดับไปด้วยแสงไฟสลัว ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ย้อนยุคตามมุมต่างๆ เห็นแล้วให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน 

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ทางเข้าของร้านเข้าได้ 2 ทาง ประตูบานหนึ่งพอเข้าไปจะเป็นของโซนน้องมะม่วงที่ออกแบบโดยคุณวี ใครจะรู้ว่าน้องมะม่วงอายุปาเข้าไปตั้ง 15 ปีได้แล้ว สินค้าน้องมะม่วงมีทั้งตุ๊กตา ผ้าเช็ดหน้า เสื้อเชิ้ต สมุดโน้ต กระเป๋า ฯลฯ ถัดมาอีกบานประตูพอเปิดเข้าไปจะพบเสื้อผ้า VL ที่แขวนเรียงรายอยู่ ทั้งสองแบ่งโซนกันอย่างชัดเจนในห้องเล็กๆ

 ที่สำคัญยังมีสินค้าพิเศษหาซื้อที่ไหนไม่ได้ ต้องมาซื้อที่ร้านนี้เท่านั้น เช่น เสื้อผ้า VL BY VEE คอลเลกชันพิเศษ แถมยังมีสินค้าของมะม่วงที่ไม่ค่อยเห็นจากที่อื่นอีกด้วย ในอนาคตบริเวณชั้นสองที่แต่เดิมเป็นตู้เซฟเก่าเอาไว้เก็บของมีค่าของโรงรับจำนำอาจปรับเป็นพื้นที่ขายขนม ตอนนี้ทางร้านได้ลองทำไอศกรีมน้องมะม่วงออกมาให้ชิมกันบ้างแล้ว ส่วนชั้นสามจะปรับเป็นแกลเลอรี่ สำหรับจัดงานนิทรรศการ เล่นดนตรี จัดฉายหนัง ทำเวิร์กช็อป และวาดภาพพอร์เทรตอีกด้วย

1 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 11.00 – 19.00 น

02

Eden’s

ขนมอบในคาเฟ่ย้อนยุคสไตล์ฝรั่งเศสที่ทำขนมโฮมเมดจากชั้นบนของบ้าน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ตึกเก่าบนถนนหลานหลวงที่รีโนเวตใหม่เป็นทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และบ้านแสนอบอุ่น ของ เด่น-นิรามย์ วัฒนสิทธิ์ ภายในร้านยังหลงเหลือร่องรอยของตึกเก่าโบราณ ผนังห้องที่สะท้อนสีของเวลายังไม่จางหายไป เมื่อเข้าไปภายในร้านจะพบกับเคาน์เตอร์ตัวยาวที่มีขนมต่างๆ วางเรียงรายเต็มไปหมด ถัดมาทางซ้ายมีโต๊ะและเก้าอี้ที่จัดแจงไว้อย่างดี ซึ่งทั้งหมดเป็นของเก่าที่นำมาผสมกันอย่างลงตัว

ความพิเศษของร้านนี้คือการรังสรรค์ผลงานผ่านอาหาร โดยเสิร์ฟความอร่อยของขนมอบโฮมเมดเป็นเมนูหลัก ในแต่ละวันมีขนมอบไม่ซ้ำแบบกัน 5 – 6 อย่าง ที่ทำสดใหม่ทุกวัน ไม่พอแค่นั้น ทางร้านยังมีอาหารเช้าเสิร์ฟจนถึงเที่ยงวัน อีกทั้งยังมีเมนู Toast ที่ลิ้มลองกันได้ทั้งวัน เครื่องดื่มก็มีให้เลือกมายมาย ทั้งชา กาแฟ ที่ส่งตรงมาจากประเทศลาว อีกเสน่ห์ของร้านนี้คงหนีไม่พ้นความเก่าและความเก๋าของรสชาติอาหาร ศิลปะการตกแต่งความเป็นตัวเองของเจ้าร้านที่สะท้อนออกมาให้เห็นชวนคนให้ไปสัมผัสมัน

7/1 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : อังคาร-ศุกร์ เวลา 9.00 – 17.00 น.

วันเสาร์-อาทิตย์ 9.00 – 20.00 น. (หยุดวันจันทร์)

03

Alex & Beth 

คาเฟ่ขนาดเล็กกลิ่นอายปารีเซียงที่พร้อมเสิร์ฟเบเกอรี่สูตรลับเฉพาะ

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

คาเฟ่ขนาดเล็กสีขาวตัดกับสีดำของร้านเพื่อนบ้านอย่าง Eden’s ด้านในตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรป โดย ตูน-กัญจน์ สุวรรณธาดา เจ้าของร้านและอดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร LIPS ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปเยือนต่างแดน ด้วยคอนเซปต์ร้านที่ว่า ‘เสิร์ฟสิ่งที่ชอบด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์’ นอกจากนี้ เมนูเบเกอรี่ของทางร้านยังเป็นสูตรโฮมเมดที่คิดค้นโดยเฉพาะ

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

เมนูเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงร้าน Alex&Beth คือ Avocado Toast with Caramelised Onion เมนูโทสต์ที่ท็อปด้านบนเป็นอะโวคาโดบดสดทั้งลูก ความพิเศษของเมนูนี้คือทางร้านจะใส่ Caramelised Onion หรือหัวหอมผัด เพื่อให้เกิดรสชาติขมนิดหน่อย ผสมผสานกับความหวานของคาราเมล และความเผ็ดของพริกเล็กน้อย เรียกได้ว่าเป็นความลงตัวของรสชาติที่สายเฮลตี้ไม่ควรพลาด

9 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 9.00 – 17.00 น. (ปิดวันพุธ)

04

Overall Days

ร้านสินค้าวินเทจในห้องแถวเก่า คอมมูนิตี้ของเหล่านักสะสม

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านขายของวินเทจอายุเพียง 1 ขวบบนตึกเก่าริมถนนหลานหลวง ที่บรรยากาศในร้านชวนให้รู้สึกว่าร้านเปิดมานานกว่านั้นมาก จากตึกที่ปล่อยทิ้งร้างมากว่าสิบปี ก่อนที่ พลอย หิรัญสถิตย์พร วินเทจคอลเลกเตอร์ผู้หลงใหลความสงบของย่านเมืองเก่านี้เป็นทุนเดิม จะเข้ามาปัดกวาดโดยยังคงสภาพความเก่าไว้ แล้วเปลี่ยนห้องแถวที่เคยเป็นร้านเสริมสวยแห่งนี้ให้กลายเป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าข้าวของแนวแอนทีก (Antique) และวินเทจ (Vintage) ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีทุกชิ้น

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

Overall Days เป็นมากกว่าร้านอเมริกันวินเทจทั่วไป เพราะเกิดจากความตั้งใจให้ที่นี่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ข้อมูลเรื่องสินค้าวินเทจ และด้วยเชื่อในเสน่ห์ของการได้หยิบจับสินค้าก่อนซื้อ รวมถึงการได้พูดคุยกับเจ้าของร้านถึงที่มาของสินค้าแต่ละชิ้น กลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนรักวินเทจที่ตั้งใจมาที่นี่โดยเฉพาะ สำหรับใครที่รักหรือสนใจสินค้าแนวนี้ ลองแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนขอคำแนะนำจากนักสะสมสาวเจ้าของร้านได้เสมอ

29 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 13.00 – 18.00 น.

05

Bangkok Publishing Residence 

พิพิธภัณฑ์กึ่งโรงแรม อดีตที่พบปะของเหล่านักเขียน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

พิพิธภัณฑ์กึ่งโรงแรมที่จะพาเราย้อนไปสัมผัสความเฟื่องฟูของถนนหลานหลวง สมัยเป็นแหล่งพบปะของเหล่านักเขียน ในอดีตโรงแรมแห่งนี้เคยเป็นโรงพิมพ์นิตยสาร หลายคนอาจคุ้นหูกับนิยายบู๊ที่ลงพิมพ์ในนิตยสาร บางกอก ก่อนมาทำเป็นละครวิทยุคณะแก้วฟ้า นำแสดงโดยมิตร-เพชรา และแน่นอนว่าหนังดังอย่าง อินทรีแดง ก็เป็นนิยายพิมพ์เป็นตอนๆ ของนิตยสาร บางกอก เช่นกัน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

อุ้ม-ปณิดา ทศไนยธาดา ทายาทโรงพิมพ์นิตยสาร บางกอก ได้ปรับโฉมโรงพิมพ์เก่าแห่งนี้ให้กลายเป็นโรงแรมกึ่งพิพิธภัณฑ์ ด้วยการรวบรวมสิ่งเดิมที่อยู่ในโรงพิมพ์ไว้ให้มากที่สุด เพื่อให้คนที่เข้าพักเหมือนได้ย้อนเวลาไปอยู่ในยุคนั้น ทั้งการประดับด้วยแท่นพิมพ์เก่า ใช้กระเบื้องยางแบบสมัยเป็นโรงพิมพ์ ซึ่งปัจจุบันเลิกผลิตไปแล้ว จึงต้องไปตามหาถึงโรงงานเดิมและให้เขาผลิตขึ้นมาอีกครั้ง ของทุกอย่างที่นำมาตกแต่งก็เป็นสิ่งที่จับต้องได้ อย่างหนังสือในคลัง ถ้าเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์หลัง พ.ศ. 2500 ก็หยิบมาอ่านได้เลย แต่ถ้าเป็นเล่มที่ตีพิมพ์ก่อนหน้านั้น แค่สวมถุงมือยางเพื่อป้องกันความเสียหายก่อนหยิบอ่านก็พอ

ด้วยความที่โรงแรมแห่งนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมาก และต้องการมอบความเป็นส่วนตัวให้กับแขก จึงขอให้บุคคลภายนอกที่สนใจเข้าไปเยี่ยมชมนัดหมายล่วงหน้า

31-33-35-37-37/1 ถนน หลานหลวง แขวง วัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

ติดต่อสอบถามเพื่อนัดเวลาเข้าชม โทร. 0 2282 0288

06

Embassy Coffee

ร้านกาแฟเล็กๆ ในเมืองเก่า ที่วัดผลกำไรจากความสุขของผู้ได้มาเยือน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ตึกหนึ่งคูหาสีน้ำตาลเล็กๆ บนถนนจักรพรรดิพงษ์มีรถแล่นผ่านไปมาอย่างไม่ขาดสาย บริเวณหน้าร้านตกแต่งด้วยต้นไม้นานาชนิด เป็นที่อยู่ของร้านกาแฟที่เจ้าของร้านอย่าง บอย-ศรุติ พรมจันทร์ ผู้ให้คำนิยามการดื่มกาแฟว่า “ดื่มเพื่อหยุดความคิดและมาพบปะพูดคุยกันดีกว่า” 

ภายในร้านมีบาร์สำหรับชงกาแฟอยู่ทางขวามือและมีโต๊ะตั้งเรียงกันอยู่ไม่มาก เมื่อคนเต็มบอยจะเปลี่ยนป้ายหน้าร้านเป็น Close ทันที เพื่อจำกัดพื้นที่ในการสนทนาของคนในร้านให้ไม่มากเกินไป ส่วนทางชั้นสองเปิดเป็นโฮสเทลจำนวน 1 ห้องถ้วน เพื่อให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาพัก ความน่ารักอยู่ที่ทางร้านมักจะนำเสนอความเป็นไทยให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก เช่น การนำน้ำส้มฉุนเสิร์ฟพร้อมกับพวงมาลัย เพื่อเป็นจิ๊กซอว์หนึ่งตัวให้เขานำพวงมาลัยไปไหว้พระที่วัด และเรียนรู้วัฒนธรรมของไทยมากขึ้น

ส่วนความพิเศษในเมนูของทางร้านอยู่ตรงที่ขนมหวานทำสดใหม่ทุกวันในปริมาณจำกัด โดย บ.ก. ปู พาร์ตเนอร์อีกคนของร้าน แอบบอกว่าหากไปช้าก็อาจชวดของอร่อย โดยเฉพาะบราวนี่สุดเข้มข้นที่คนรักช็อกโกแลตห้ามพลาด นอกจากนี้ยังมีทั้งเค้ก วาฟเฟิล และเหล่าเครื่องดื่มดับกระหายคลายร้อนอย่างพวกชา กาแฟ เสน่ห์อีกอย่างหนีไม่พ้นความสวยงามของเหล่าขนมหวานที่จัดแต่งอย่างประณีต แถมรสชาติยังอร่อยละมุนลิ้น

152 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น.

07

Bangkok 1899

บ้านเจ้าพระยาฯ ที่กลายเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อสังคมและชุมชน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

คฤหาสน์ทรงยุโรปหลังใหญ่ที่อยู่คู่ถนนนครสวรรค์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2442 เวลาผ่านไปกว่าร้อยปี จากที่พำนักของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ได้รับการบูรณะ ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงบทบาทครั้งใหญ่ โดยพยายามคงสภาพเดิมไว้เหมือนเมื่อแรกสร้าง Bangkok 1899 เป็นชื่อของโครงการที่ครอบคลุมพื้นที่ของบ้านเจ้าพระยาฯ ไม่เพียงตัวอาคารทรงยุโรปที่ออกแบบโดยมาริโอ ตามาญโญ (Mario Tamagno) สถาปนิกชาวอิตาลีผู้ออกแบบพระที่อนันตสมาคมเท่านั้น แต่พื้นที่รอบๆ บ้านยังเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อสังคม ด้วยแนวคิดที่ต้องการให้บ้านหลังนี้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทางสังคมและวัฒนธรรม 

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

อาคารเก่าที่รีโนเวตภายใต้แนวคิดการอนุรักษ์หลังนี้ ทำหน้าที่เป็นทั้งที่พักของศิลปินนานาชาติและพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ ส่วนหนึ่งของอาคารสไตล์โคโลเนียลหลังนี้เป็นคาเฟ่เล็กๆ ชื่อว่า Na’ Cafe คาเฟ่เพื่อสังคมที่พร้อมต้อนรับทั้งคนนอกและคนในชุมชน โดยวางคอนเซปต์ไว้ 2 เรื่องสำคัญ คือเป็นคาเฟ่ไร้ขยะ (Zero Waste) และการมีส่วนร่วมของชุมชน นอกจากเมนูต่างๆ ที่ครีเอตผ่าน 2 แนวคิดที่ว่ามาแล้ว ที่นี่ยังจัดเวิร์กช็อปและเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนนางเลิ้งได้เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่านโครงการฝึกอาชีพด้านอาหารและการบริโภค 

ส่วนด้านหลังของบ้านเจ้าพระยาที่เคยเป็นตึกเรียนเก่าของโรงเรียนสตรีจุลนาค ตอนนี้ใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม หรือ FREC Bangkok องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เข้ามาทำงานเพื่อสังคมร่วมกับองค์กรพันธมิตรต่างๆ เพื่อศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยใช้พื้นที่ในบ้านเจ้าพระยาหลังนี้เริ่มทำกิจกรรมร่วมกับชาวนางเลิ้ง ด้วยความตั้งใจที่จะค่อยๆ พัฒนาไปชุมชนอื่นๆ ต่อไป

134 ถนน นครสวรรค์ แขวง วัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 11.00 – 21.30 น.

08

Chubby Papaya

ร้านส้มตำที่มีทั้งคาเฟ่และอาร์ตแกลเลอรี่

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านของ ครูปาน-สมนึก คลังนอก นักวาดภาพประกอบชื่อดัง ที่เปลี่ยนอาคารพาณิชย์ริมถนนนครสวรรค์ให้เป็นร้านอาหารอีสานและมีอาร์ตแกลเลอรี่อยู่ในตัว ด้วยชื่อร้านสุดน่ารักปนอารมณ์ขัน Chubby Papaya หรือมะละกออวบ ไม่เพียงชื่อร้านที่น่ารัก เพราะเมื่อเข้ามาด้านในเราได้จะพบกับภาพวาดเด็กสาว ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของครูปานติดอยู่แทบทุกพื้นที่ในร้านอาหารอีสานเล็กๆ แห่งนี้ แต่ในตึกนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ร้านอาหารเท่านั้น เพราะได้แบ่งส่วนสัดของแต่ละชั้นให้ใช้งานที่แตกต่างกันไป เริ่มตั้งแต่ชั้นแรกเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ ส่วนชั้นบนๆ ขึ้นไปเป็นแกลเลอรี่แสดงผลงานของครูปาน และชั้นดาดฟ้าเป็นโซน Rooftop ให้นั่งทานอาหาร เสิร์ฟด้วยวิวหลักล้าน 360 องศาของพระนคร ที่จะเจอกับบรมบรรพตหรือภูเขาทองตั้งตระหง่านประจันหน้าแบบไม่มีตึกมาบัง

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ด้วยสูตรอาหารอิมพอร์ตมาจากบ้านของครูปานที่บุรีรัมย์ ผสมผสานการครีเอตเมนูโดยหลานของครูปานที่จบเชฟจากต่างประเทศ อาหารของที่นี่จึงไม่เหมือนใคร มีทั้งเมนูดั้งเดิมและที่คิดใหม่เข้ากับความเก๋ไก๋ของย่านนางเลิ้ง เริ่มด้วยของว่างแนวฟิวชันอย่างพุงปลาแซลมอนคลุกลาบ รสแซ่บแบบฉบับอาหารอีสาน ตัดเลี่ยนกับความมันของพุงปลาได้อย่างดี หรือจะเป็นเมนูแผงลอยริมถนนยอดฮิตอย่างตับปิ้ง อาหารบ้านๆ ที่ผ่านกรรมวิธีย่างจนหอมก็มีให้เลือกทานที่ร้าน นอกจากนี้ยังมีส้มตำทั้งแบบดั้งเดิมอย่างส้มตำแม่หงวน และโรลส้มตำหมูยอที่เสิร์ฟมาด้วยรูปลักษณ์ทันสมัย ให้ส้มตำเลิฟเวอร์ได้เลือกชิมกัน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ส่วนคนที่เป็นแฟนคลับครูปานอยากจะแวะเข้ามาชมงานศิลปะ ไม่อยากทานอาหารหนัก ในร้านก็มีทั้งกาแฟและของหวานให้ได้ลอง โดยเฉพาะกาแฟจากแบรนด์อาข่า อ่ามา (Akha Ama) จากเชียงใหม่ ของ ลี-อายุ จือปา ด้วยความที่เป็นลูกศิษย์ของครูปาน จึงเกิดเป็นกาแฟที่เบลนด์ให้พิเศษสำหรับร้านโดยเฉพาะ ส่วนของหวานที่พิเศษไม่แพ้กัน เป็นขนมอินทนิล ขนมไทยโบราณหาทานยากจากในวัง ทำจากแป้งกวนใบเตยในน้ำกะทิอบควันเทียน สัมผัสหยุ่นคล้ายเจลลี่ หอมหวานชวนสดชื่นมาก

97 ถนนนครสวรรค์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น. (ปิดวันพุธ)

09

Buddha & Pals

คาเฟ่ในอาคารอนุรักษ์ที่เหมือนหยุดกาลเวลาไว้เมื่อร้อยปีที่แล้ว

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

แวะคลายร้อนที่คาเฟ่อีกแห่งหนึ่งในอาคารอนุรักษ์ ไม่ไกลจากตลาดนางเลิ้ง คาเฟ่ที่ดัดแปลงตึกแถวเก่าอายุกว่าร้อยปีให้กลายเป็น Buddha & Pals ส่วนหนึ่งของโครงการ Kanvela House โฮสเทลซึ่งอยู่ด้านหลัง ด้วยบรรยากาศร้านที่เหมือนพาเราย้อนกลับไปในช่วงที่นางเลิ้งยังคึกคัก การเจาะทะลุตึกให้เชื่อมถึงกันช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ดูกว้างขวาง ประกอบกับกระจกยาวตลอดหน้าร้านชวนให้เรารู้สึกได้ถึงความโปร่งสบาย ทันที่ที่เปิดประตูเข้าไปจะพบกับเคาน์เตอร์บาร์ของร้าน และโต๊ะจัดวางไว้มุมต่างๆ ด้วยสไตล์การจัดร้านที่ปล่อยให้โครงสร้างเก่าเป็นผู้เล่าเรื่องราวของอาคารนี้ อิฐแตกและเฟอร์นิเจอร์วินเทจกลายเป็นฉากหลังที่ไม่ซ้ำกันสักมุมของมหาชนชาว Cafe Hopping

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านเก่าในตึกของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่เคยผ่านการใช้ทำกิจการมากมาย แต่ที่โด่งดังคงเป็นต้นตำรับน้ำมันมวย มาตอนนี้กลายเป็นคาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งอาคารคาวสไตล์อิตาเลียนและของหวาน เช่น เค้ก ทาร์ต ส่วนเครื่องดื่มต่างๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านมีให้เลือกกว่า 2 หน้ากระดาษ อย่าง Calm Rosie Tea เครื่องดื่มสำหรับคุณผู้หญิง Cold Brew Tea กับกลิ่นเบอร์รี่บางๆ ท็อปด้วยกลีบกุหลาบ หรือจะเป็น The Breakfast in Sicily กาแฟผสมน้ำส้ม ทานคู่กับ Lemon Tart มาพร้อมความสดชื่นของผลไม้และความเปรี้ยวของเลม่อนรสชาติตัดกันแบบพอดิบพอดี

ลองมาคาเฟ่นี้ดู จะช่วยให้รู้จักย่านนี้มากยิ่งขึ้นผ่านเรื่องราวที่ซับอยู่ในกระเบื้องเก่า ให้เราเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีเสียง 

712 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 9.00 – 18.00 น. 

10

Dao Tu Fook

ร้านอาหารจีน-อาเซี่ยนฟิวชั่น น้องใหม่ล่าสุดของย่านหลานหลวง

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านอาหารน้องใหม่ที่พร้อมพาเราสวนทางกับกาลเวลาและสไตล์ของย่านนี้ ด้วยการตกแต่งแบบร้านอาหารจีนสมัยเก่า แต่กลับอยู่ริมถนนจักรพรรดิพงษ์ มาพร้อมเมนูอาหารเข้ากับบรรยากาศของร้าน เพราะที่นี่เป็นร้านอาหาจีนแนวฟิวชัน อาหารส่วนใหญ่มีเป็ดเป็นวัตถุดิบหลัก เมนูซิกเนเจอร์ของร้านเป็นเป็ดย่างโอ่งมังกร เสิร์ฟบรรดาผักดองและพริกไทยไว้ตัดเลี่ยน รสชาติดี และยังมีอาหารอาเซียนที่หาทานยากในบ้านเราให้เลือกชิมหลายเมนู เช่น Nasi Goreng ข้าวผัดสไตล์อินโด ที่มาพร้อมด้วยไก่สะเต๊ะและไข่ดาว

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ที่นี่เป็นอีกร้านในแถบนี้ที่นำเอาตึกเก่ามารีโนเวตใหม่ โดยที่พยายามไม่เปลี่ยนแปลงสภาพอะไรมากนัก ตั้งแต่พื้นหินล้าง โต๊ะเก้าอี้แบบเก่า และข้าวของเครื่องใช้ ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับเข้ามาทานอาหารเมื่อหลายสิบปีก่อน สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งร้านอาหารร์สไตล์จีนแห่งนี้ ลองใส่สูทหรือกี่เพ้ามาเก๋ๆ คงเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในยุคเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ นอกจากอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายเมนูแล้ว เคาน์เตอร์ด้านในร้านจะเป็นบาร์ค็อกเทลที่พร้อมให้บริการผู้มาเยือนยามแดดร่ม ชวนทอดอารมณ์ในร้านดูรถลาผ่านไปมาของวิถีชีวิตตอนค่ำของคนในชุมชน

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

209 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 17.00 – 00.00 น. (ปิดวันจันทร์)

11

Mad Moa

ทรอปิคอลบาร์เล็กๆ ริมถนนจักรพรรดิพงษ์

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง
11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ใครที่หลงรักความดีงามของย่านเก่านี้จนขออยู่ต่อจนฟ้ามืดค่ำ Mad Moa เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะชื่อร้านสุดเก๋ แมด-โมอา ที่ชวนให้อ่านว่า หมัดเมา คือบาร์ค็อกเทลสไตล์ทรอปิคอลเล็กๆ ที่บรรยากาศในร้านเงียบสงบ กับโต๊ะในร้านเพียงไม่กี่โต๊ะที่พร้อมเปิดรับลูกค้าทั้งคนในและนอกพื้นที่ให้แวะเวียนเข้ามาแฮงก์เอาต์ และดื่มด่ำกลิ่นของความสงบที่หาไม่ได้จากโซนอื่นในกรุงเทพฯ

11 ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเก๋ไก๋ ฝีมือคนรุ่นใหม่ในย่านเมืองเก่านางเลิ้ง

ร้านนี้เป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ที่เสิร์ฟอาหารสไตล์ละตินอเมริกาและยุโรป มีคราฟต์เบียร์สัญชาติไทย ชื่อ ‘อุดมสุข’ ที่ทางร้านเลือกขึ้นแทปมาให้ลองชิมกัน และค็อกเทลที่ครีเอตรสชาติโดยเฉพาะของร้าน ส่วนใครที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ร้านยังมีเครื่องดื่มโซดาอย่าง Homemade Lime Soda ดื่มแล้วสดชื่นได้รสชาติแบบทรอปิคอลเหมือนธีมร้าน บอกเลยว่าเหมาะกับการปิดทริปนางเลิ้งด้วยบรรยากาศเหมือนอยู่ริมทะเลในร้านขนาดกะทัดรัดนี้เป็นที่สุด

211/8 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

เวลาทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00 – 23.00 น.

Writers

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

พิชญาภัค เจริญวัง

ชอบอ่านเรื่องความรัก ชอบคิดเรื่องเพ้อฝัน ชอบเขียนคำคมและบทกลอน วันว่างๆ ชอบวาดรูปธรรมชาติเก็บไว้เป็นไดอารี่ของตัวเอง

Photographers

รัชชานนท์ วงศ์อภิชาติ

ชอบถ่ายรูปและสเก็ตช์ตึก ชีวิตวนเวียนอยู่ในเอเชียตะวันออก ไปคาเฟ่ทุกสุดสัปดาห์ รักน้องหมา มีเพจท่องเที่ยวที่นานๆ จะอัปเดตชื่อ Nonfinite_

ปัณฑารีย์ วจิตานนท์

เชื่อว่าความทรงจำอยู่ในภาพถ่าย สะสมกลักฟิล์มบางครั้ง ทำประจำคือไปคอนเสิร์ต

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load