ร้านตัดแต่งทรงผมชาย หรือร้านบาร์เบอร์ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของสุภาพบุรุษแทบจะทุกยุคทุกสมัย

บางครั้งร้านตัดผมช่วยสร้างบุคลิก เพิ่มความมั่นใจ เปลี่ยนให้เรากลายเป็นคนใหม่ได้ไม่ยาก บางครั้งร้านตัดผมทำให้เจอเพื่อนใหม่ รับฟังปัญหา ปรึกษาเรื่องหัวใจ จากการพูดคุยในระยะเวลาสั้นๆ บางครั้งร้านตัดผมช่วยอัพเดตเรื่องราวข่าวสารผ่านโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่วางไว้

ตั้งแต่เด็กจนโตคงไม่มีใครมานั่งนับว่าตัดผมกันไปแล้วกี่ครั้ง เปลี่ยนทรงผมกันไปแล้วกี่รอบ ไม่ว่าจะรองทรง สกินเฮด อันเดอร์คัต แสกกลาง ไถข้าง หรือทรงอื่นๆ ก็สุดแล้วแต่จะสั่งให้ช่างตัดแต่งให้

แม้ปัจจุบันจะมีร้านตัดผมสำหรับผู้ชายมากมายหลายร้านหลากสไตล์ แต่เราอยากชวนคุณผู้อ่านย้อนทศวรรษกลับไปเปิดประตู ก้าวเท้าเข้าสู่ร้านบาร์เบอร์รุ่นเก่า พบเจอช่างตัดผมวัยเก๋าที่ยังคงอยู่รอดท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง

1.

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

บาร์เบอร์แห่งนี้ตั้งอยู่ถนนราชดำเนินกลางที่เปิดมากว่า 60 ปี เน้นการบริการที่ให้ความส่วนตัวกับลูกค้า แยกออกเป็นห้อง มีม่านกั้นเพื่อสร้างทั้งความสบายกายและสบายใจให้กับลูกค้า สามารถพูดคุยเปิดอกแบบลูกผู้ชายได้อย่างเต็มที่ แถมยังไม่ต้องกลัวคอแห้ง เพราะทางร้านมีบริการเสิร์ฟน้ำชาหรือน้ำเปล่าเย็นชื่นใจให้แบบฟรีๆ

ที่นี่ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบแท้จากธรรมชาติ อย่างการนำมะกรูดทั้งลูกมาสระผมให้ลูกค้า ทำให้รู้สึกสดชื่นเหมือนเริ่มต้นวันใหม่ได้ด้วยการมาสระผม

สมหมาย กองสุทธิผล’ ช่างประจำห้องหมายเลขหนึ่งมากด้วยฝีไม้ลายมือและประสบการณ์ด้านการตัดผมไม่ต่ำกว่า 40 ปี ผ่านการตัดผมตั้งแต่บุคคลธรรมดาไล่ไปจนถึงนักการเมืองแนวหน้าของเมืองไทย ซึ่งนอกจากฝีมือในการให้บริการแล้ว ศิลปะในการพูดคุยกับผู้มาใช้บริการยังเป็นเสน่ห์ของร้านที่ทำให้ลูกค้าติดใจกลับมาตัดผมอีกครั้ง

ปัจจุบัน พื้นที่ส่วนหนึ่งของร้านได้ปรับเปลี่ยนเป็นเกสต์เฮาส์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวแถวถนนราชดำเนิน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นที่ชุมนุมของเหล่าคนดังเหมือนสมัยก่อน แต่รับรองว่าการให้บริการของห้องแต่งผมพงศ์เทพยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นพื้นที่ที่ให้ขาประจำแวะเวียนมาหาอยู่เช่นเดิม

ที่อยู่ : 49 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 08.00 – 15.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022816756
2.

ดุสิตบาร์เบอร์

ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์

ร้านดุสิตบาร์เบอร์ตั้งอยู่ในย่านบางรักตั้งแต่ พ.ศ. 2516 หรือเปิดมากว่า 40 ปี ตั้งแต่สมัยที่ถนนศรีเวียงยังเป็นตรอกสำหรับขายไก่สดและมีชาวจีนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสมัยนั้นค่าตัดผมเริ่มต้นเพียง 8 บาท และมีช่างตัดมากถึง 8 คน ในขณะที่ตอนนี้เหลือช่างทั้งหมด 5 คน โดยคนที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 40 ปี และมากที่สุดอยู่ที่ 59 ปี แต่อายุไม่ได้เป็นอุปสรรคเพราะช่างแต่ละคนยังคงเฮฮา ยิ้มแย้ม และเป็นกันเอง ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการอยู่เสมอ

วิลาวัณย์ มั่งมี’ อายุ 87 ผู้รับช่วงต่อกิจการร้านตัดผมจากพี่ชาย เล่าว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนอายุ 30 ปีขึ้นไป สลับกับเด็กนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ที่แวะเวียนมาตัดบ้าง แต่เมื่อโตเป็นหนุ่มก็หันไปเข้าร้านตัดผมที่ดูดี ดูทันสมัยมากขึ้น

หากพูดถึงเรื่องทรงผม แฟชั่นได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างสมัยสรพงษ์ ชาตรี หนุ่มๆ จะฮิตทรงผมคลุมหู ใส่กางเกงขาบาน บางทีมาตัดทรงบ้าๆ บอๆ ก็มี แต่สุดท้ายเกือบทุกคนก็มาหยุดที่รองทรง

ดุสิตบาร์เบอร์ยึดมั่นในสโลแกน ‘บริการทุกระดับประทับใจ’ เพราะไม่ว่าใครมาก็สามารถตัดให้ได้หมดตามทรงที่ลูกค้าต้องการ

ที่อยู่ : 557 ถนนศรีเวียง แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
เวลาทำการ : 07.00 – 19.00 น.ปิดบริการวันอังคาร
ติดต่อ : 022335128
3.

สัมพันธ์เกศา

สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา

ชุมชนวัดมะกอกกลางสวน 1 ใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยกว่าร้อยครัวเรือน ภายในมีร้านตัดผมเล็กๆ ที่อยู่คู่ชุมชนก่อนความเจริญจะเข้าถึงมากว่า 40 ปีอย่างร้าน ‘สัมพันธ์เกศา’

ลักษณะร้านเปิดโล่ง ไม่มีกระจกและผ้าม่าน เพราะกลุ่มลูกค้ามาจากคนในพื้นที่ หรือ ‘เพื่อนบ้าน’ จึงต้องการให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ทำให้ใครผ่านไปมามักหยุดเอ่ยคำทักทายและถามสารทุกข์สุกดิบก่อนจะเดินจากไป ถึงแม้ไม่ได้มาใช้บริการก็ตาม

ร้านสัมพันธ์เกศาเป็นบาร์เบอร์แบบดั้งเดิม มีการตัดแต่งทรงผม โกนหนวดเครา และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การนำผ้าเย็นมาซับใบหน้าและนวดให้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากให้บริการกับลูกค้า ซึ่งเป็นบริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

การตัดผมเป็นงานศิลป์ที่ต้องใช้อารมณ์ ใช้ฝีมือ บางครั้งต้องจินตนาการว่าจะตัดในรูปแบบไหน และสามารถตัดในรูปแบบที่ลูกค้าต้องการได้ไหม อาศัยการสื่อสารและความเข้าใจ ช่างแต่ละร้านเรียกทรงผมแตกต่างกันไป รองทรงสูง ต่ำ ทรงนักเรียน ทรงอเมริกัน ที่เหลือคือการดัดแปลง แต่ก็ต้องทำให้ลูกค้าออกมาหล่อได้ตลอดเวลา” กษิพงศ์ ช่างตัดผมทายาทรุ่นที่ 2 กล่าว

หากลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นป้ายภาษาเขมรที่ติดอยู่หน้ากระจก มีความหมายว่า ‘ร้านนี้ไม่ตัดคนที่เมามา’ เพราะร้านตัดผมมีแต่ของมีคม อาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะส่งผลให้ร้านดูหมดความน่าเชื่อถือ

สิ่งที่สังเกตเห็นได้อีกอย่างหนึ่งคือร้านแห่งนี้มีราคาที่ยังต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป อย่างสมัยก่อนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6 บาท แต่ถึงผ่านมา 35 ปี ไม่ว่าสมาชิกในครอบครัวจะเพิ่มขึ้นหรือค่าครองชีพจะสูงขึ้น แต่ความผูกพันที่มีต่อลูกค้าทำให้สัมพันธ์เกศาตั้งราคาเพียง 60 บาทเท่านั้น

ที่อยู่ : 184/1 ซอยราชวิถี 18 ถนนราชวิถี แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
เวลาทำการ : 09.00 – 20.00 น. ปิดบริการพุธ
ติดต่อ : 022241044
4.

บัวทองบาร์เบอร์

บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์

ร้านบาร์เบอร์บริการเสริมหล่อผู้ชายย่านเยาวราชแห่งนี้ ด้านนอกถูกปกคลุมด้วยม่านสีชมพูเหมือนร้านตัดแต่งทรงผมสุภาพบุรุษทั่วไป แต่ทันทีที่เปิดประตูก้าวเข้ามา ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับสู่ 35 ปีก่อนแบบไม่ทันตั้้งตัว ภายในร้านมีบริการทั้งตัดผมเด็ก ตัดผมผู้ใหญ่ สระผม ย้อมผม ดัดผม แคะหู ล้างตา ตัดเล็บ ซึ่งบริการด้วยความเป็นกันเองของช่างทุกคน

ผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่คือคนในพื้นที่และผูู้สูงอายุที่เรียกได้ว่าเป็นขาประจำ เพราะตัดร้านนี้กันมาเป็นสิบๆ ปี ต่อให้ย้ายออกไปอาศัยอยู่ไกลแค่ไหนก็ยังแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน พบปะทักทายและเล่น ‘หมากรุก’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ ก่อนจะกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน

สนั่น’ ช่างประจำโต๊ะ 3 มากประสบการณ์กว่า 50 ปีของอาชีพช่างตัดผม ที่นอกจากจะเป็นช่างที่ลูกค้าโปรดปรานในการตัดแล้ว ยังเป็นคู่แข่งในการเปิดศึกหมากรุกอีกด้วย

หากใครสนใจเปลี่ยนบรรยากาศในการตัดผมหรือร่วมประลองหมากรุก บัวทองบาร์เบอร์ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

ที่อยู่ : 249 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
เวลาทำการ : 08.00 – 19.00 น. เปิดบริการทุกวัน
ติดต่อ : 022233321
5.

โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์เป็นร้านตัดผมที่ถูกปกคลุมด้วยดอกไม้ของปากคลองตลาดมานานกว่า 30 ปี ด้วยคอนเซปต์แบบไม่ตั้งใจของร้าน ‘เปิดสามโมง ปิดสามโมง’ ทำให้ลูกค้าจดจำเวลาทำการได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะเปิดให้บริการ 09.00 น. และปิดร้านเวลา 21.00 น.

ลุงโชคชัย ขันเพชร อายุ 63 ปี ผู้ก่อตั้ง เล่าว่า ลูกค้าประจำส่วนใหญ่คือเด็กนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยที่แวะเวียนกันมาตัด เรียกได้ว่ามาบ่อยจนนักเรียนที่มาใช้บริการต้องปริ้นท์ตัวอย่างทรงผมที่ถูกระเบียบมาแปะให้ในร้าน ตัดกันจนลุงโชคชัยรู้ชื่อครูที่ตรวจระเบียบว่าคนไหนใจดีหรือคนไหนโหด

นอกเหนือจากการตัดผม การแคะและทำความสะอาดหูยังเป็นอีกหนึ่งบริการเด่นของทางร้าน มีอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดหูหลายอัน โดยจะมีง่ามใส่สำลีสำหรับเช็ดทำความสะอาดในรูหู ที่แซะขี้หูและที่คีบ ซึ่งเน้นความสะอาด จากการใส่แอมโมเนียและเปลี่ยนสำลีทุกครั้งที่ทำ

เป็นบาร์เบอร์ต้องละเอียด หลายคนมองว่าแค่ต้องตัดผมให้เนียนกริบ แต่มันมีมากกว่านั้น ต้องศึกษาวิธีการล้างหู ล้างตา แม้แต่ขนจมูกก็ต้องตัด ข้ามไม่ได้ นี่แหละถึงจะเป็นบาร์เบอร์รุ่นโบราณของแท้” ลุงโชคชัยเล่าด้วยสีหน้าภูมิใจ

เมื่อถามถึงที่มาการติดไฟดิสโก้ภายในร้าน “เมื่อก่อนมีช่างหลายคนพอเวลาปีใหม่จัดงานให้ช่าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว” โชคชัยเล่าถึงสมัยยี่สิบกว่าปีก่อนที่ร้านบาร์เบอร์เแห่งนี้รุ่งเรืองและเป็นที่นิยม

ที่อยู่ : 122/2 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 09.00 – 21.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022225433
*บทความนี้มาจากส่วนหนึ่งของจุลนิพนธ์ ‘เรื่องของผม’ ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ เอกวารสารและหนังสือพิมพ์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมี อาจารย์ ดร.ยอดขวัญ สวัสดี   เป็นที่ปรึกษา

Writer & Photographer

ศรัณยา ตั้งวรเชษฐ

รักการออกแบบจัดหน้า ถ่ายภาพบ้างเป็นบางครา ชอบดื่มกาแฟหนักหนา ตำปูปลาร้าคือที่สุดในดวงใจ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ถ้าได้ยินคำว่า ‘ภาวะโลกร้อน’ หรือ ‘ภาวะโลกรวน’ กันบ่อย ๆ แล้วไม่แน่ใจว่าสภาพอากาศปั่นป่วนที่โลกเผชิญอยู่เลวร้ายระดับไหน บอกได้เลยว่าเป็นระดับเร่งด่วนเกินปล่อยผ่าน จากข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

หนึ่ง การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกเพียง 1.5 องศาเซลเซียส จะทำให้ร้อยละ 8 ของพื้นที่เกษตรกรรมทั่วโลกประสบปัญหาเพาะปลูกไม่ได้ เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสม ความแห้งแล้ง หรือน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง

สอง หากอุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 3 องศาเซลเซียส จะทำให้เสี่ยงต่อภัยพิบัติธรรมชาติ และสภาพอากาศรุนแรงขึ้นมากกว่า 5 เท่า

และสาม เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศเตือนภัยระดับสูงสุดถึงปัญหาโลกร้อนแล้ว

เรื่องใหญ่จัด ๆ แต่บางคนอ่านมาถึงตรงนี้อาจตั้งคำถามขึ้นมาว่า แล้วคนตัวเล็ก ๆ อย่างเราจะไปกอบกู้โลกใบใหญ่นี้กันได้อย่างไร บ้างก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะเริ่มต้นจากอะไร มา! คอลัมน์ Take Me Out คราวนี้พาไปที่งาน ‘The Urgent Project – Better Future is Now’ โปรเจกต์เฉพาะกิจ 10 วัน ที่เซ็นทรัลพัฒนา และพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน มาระดมความคิดช่วยกัน ‘ย่อย’ เรื่องความยั่งยืนให้เข้าใจง่าย และช่วยโลกได้จริง ผ่านแกนหลัก 3 มิติ ได้แก่ EAT BETTER, LIVE BETTER และ STYLE BETTER ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนเมือง ทำได้ตั้งแต่อยู่ในบ้านยันนอกบ้าน

งานนี้ยังมีเวิร์กชอปเปิดวงเสวนาถึงปัญหานี้กับแขกรับเชิญสายสิ่งแวดล้อม ทั้ง คุณวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล , คุณมารีญา พูลเลิศลาภ และอีกมากมาย ระหว่างวันนี้ – 30 ตุลาคม 2565 บริเวณโซน Beacon 2 – 3 – 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ที่สำคัญ ทุกการเยี่ยมชมงานและลงทะเบียน จะเท่ากับการปลูกต้นไม้ 1 ต้น ในแผน Journey to Net Zero ใครยังลังเลอยู่ว่ากิจกรรมหลากหลายขนาดนี้คุณจะเหมาะกับโซนไหน เรามัดรวมลายแทงที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์แต่ละคนไว้แล้ว

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
01

สายเทคโนโลยี เนิร์ดเรื่องพลังงานสะอาด

บางคนอาจติดภาพจำว่า เมื่อพูดถึงเทคโนโลยี พลังงานทดแทน หรือพลังงานสะอาดสำหรับดูแลโลกของเรานั้นเป็นเรื่องเครียดหรือต้องคิดซับซ้อน เราอยากชวนให้ปรับมุมมองใหม่สักหน่อย เพราะจริง ๆ แล้ว เรานำเทคโนโลยีมาประยุกษ์ใช้กับการรักษ์โลกในแบบสนุก ๆ และไม่เครียดมากเกินไปได้เหมือนกัน 

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ในงานมีพื้นที่ทดลอง ‘เร่งด่วน-เรียนรู้-กู้โลก’ URGENT ISLAND เช่น กิจกรรมปั่นจักรยาน แปลงแรงคนเป็นพลังงานไฟฟ้าที่มีการใช้เทคโนโลยี Interactive Screen เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเกมสุดสร้างสรรค์ ให้เราตระหนักถึงการใช้พลังงาน และยังมีเกม Mission 1.5 จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) บอกเล่าวิธีการที่แต่ละประเทศช่วยรักษาอุณหภูมิโลกให้อยู่ในระดับปลอดภัย เพื่อให้เห็นว่าการร่วมด้วยช่วยกันนั้นสำคัญ แถมยังมีการนำรถไฟฟ้าทั้งแบบ BEV และ PHEV พลังงานสะอาดจาก Volt และ Mercedes Benz รวมถึง บริการเช่ารถไฟฟ้า และ EV Charger จาก PTT – EVme และ Evolt มาตั้งเป็นโชว์รูมขนาดย่อมให้ชมกันด้วย ด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาด อย่าง โซลาร์เซล จาก Huawei ก็ไม่น้อยหน้า ยกมาจัดแสดงเพื่อเป็นไอเดียให้คนที่มาเยี่ยมชมได้ไปติดตั้งกันที่บ้านเพื่อช่วยประหยัดไฟและช่วยสิ่งแวดล้อมและสำหรับใครที่ชอบอะไรล้ำๆ SCG Bi-ion ยังได้ยกคอนเซปต์ ‘อาบป่าใจกลางเซ็นทรัลเวิลด์’ มาให้ทดลองอากาศบริสุทธิ์กันด้วย เรียกได้ว่า มางานเดียว นอกจากจะล้ำแล้วยังรักษ์โลกแบบครบถ้วน 100%

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
02

สายไลฟ์สไตล์ อินเรื่องของใช้รักษ์โลกและการลดขยะ

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ช่วงเวลาที่ผ่านมา เทรนด์การใช้ผลิตภัณฑ์อีโค่ที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันเป็นอีกตัวเลือกที่หลายคนเริ่มกันไปแล้ว เพราะช่วยลดขยะจากการใช้ผลิตภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งได้จริง ทำได้ง่าย ๆ และไม่เหนือบ่ากว่าแรง งานนี้จึงขนทัพผลิตภัณฑ์อีโค่ที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แพ็กเกจจิ้งรักษ์โลก จาก SCG Green Choice และ Nestle รวมถึง บริการ Refill Station ที่ให้เติมน้ำยาล้างมือได้ฟรีจาก Patom Organic Living ให้กับคนที่อยากทดลองประสบการณ์ดีๆ

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

อย่างที่บอกว่าจุดประสงค์ของการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดีต่อโลกนั้น ส่วนหนึ่งนั้นมาจากการช่วยลดปัญหาขยะล้นโลก ภายในงานจึงมีทอล์กพิเศษกับ คุณวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล เกี่ยวกับปัญหาโลกร้อน และการจัดการขยะ ที่ประชาชนอย่างเรา ๆ คัดแยกขยะได้ง่าย ๆ จากที่บ้านของเรา ’ คุ้มค่าที่สุดเใช้ได้จริงสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง และพบกับเวิร์กชอปอีกมากมาย จากองค์กรกลุ่มคนรักษ์โลกที่เชื่อในเรื่องของ Planet และ People อาทิ Chula Zero Waste, กลุ่ม City Farm และ Farm Lab, ฟาร์มลุงรี เป็นต้น

03

สายแฟชั่น เชื่อในเสน่ห์ของเสื้อผ้าเก่า

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ร่วมตระหนักถึงเทรนด์แฟชั่นยุคนี้ที่บางครั้งก็มาไวไปไว หรือที่เรียกว่า Fast Fashion ก็เป็นตัวการสร้างขยะให้กับโลกเราได้ งานนี้จึงรวบรวมแฟชั่นและเสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยรีไซเคิลเพื่อประโยชน์ใช้สอยที่ยั่งยืน และจะไม่พูดถึงไม่ได้คือทุกท่านที่ช้อปหรือทานอาหารในศูนย์การค้าครบ 500 บาท รับสิทธิฟรี ซ่อมแซมเสื้อผ้าและกระเป๋าของตัวเองให้เป็นสไตล์ใหม่ไปกับศิลปิน Sang Does Weave ที่มาเย็บชุนกันให้เห็น ๆ ที่หน้างาน 

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

หรือจะนำเอาเสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้วมาบริจาคเพื่อนำไปให้คนอื่นได้ใช้ประโยชน์สูงสุดก็ได้เหมือนกัน นี่ถือเป็นการเน้นย้ำ และสื่อสารให้คนเมืองเห็นว่า เสื้อผ้าเก่า ๆ ของเราที่เคยคิดว่าคงนำกลับมาใส่ใหม่ไม่ได้ จริง ๆ แล้วเรายังชุบชีวิตมันให้กลับมามีชีวิตชีวาได้ ขณะเดียวกัน ลูกค้ายังสามารถนำเสื้อผ้าเก่ามารับส่วนลด แลกซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ที่ผลิตจากเส้นใยรีไซเคิลได้อีกต่อ กับมุมของแบรนด์เสื้อผ้ารักษ์โลกอย่าง Circular อีกด้วย

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

และสำหรับนักช้อปตัวยง คงจะตาเป็นประกายเมื่อเห็นราวเสื้อผ้าเรียงติดกันอยู่หลายราว ในบูทขายเสื้อผ้ามือสองของ Loopers แพลตฟอร์มส่งต่อเสื้อผ้ามือสองที่เป็นองค์กรหนึ่งที่ตอบโจทย์ #wearวนไป เทรนด์การหยิบเสื้อผ้าเก่าในตู้มาใส่ซ้ำหรือแมตช์ด้วยสไตล์ใหม่ ๆ ทั้งยังสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองกับคนอื่น ซึ่งงบางครั้งเราอาจจะได้ไอเท็มเด็ดในราคาน่ารักและหาไม่ได้แล้วในมือหนึ่ง 

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ปิดท้ายกิจกรรมสำหรับสายแฟฯ ด้วยเวิร์กชอปให้ความรู้เรื่องคุณค่าของเสื้อผ้าที่สวมใส่จาก Fashion Revolution องค์กรที่ปฏิวัติวงการแฟชั่นจากอังกฤษ ที่มีเครือข่ายไปทั่วโลก ดูแลตั้งแต่การผลิตและการบริโภค ให้หันมาตระหนักปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิของแรงงานที่เกิดจากอุตสาหกรรมเสื้อผ้า

04

สายกินดี ตระหนักถึงอาหารบนจาน

สิ่งแวดล้อมที่ดีบางทีก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพราะมันอาจเริ่มจากมื้ออาหารตรงหน้าคุณเลยนั่นแหละ ไม่ว่าจะเรื่องการจัดการขยะ ‘อาหาร’ ที่หากเราทิ้งเศษอาหารไปดื้อ ๆ บางทีก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรนอกจากกลายเป็นขยะ งั้นเราลองมาเปลี่ยนเศษอาหารเหลือทิ้งไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นกันดีไหม 

ในงาน The Urgent Project จะชวนทุกคนเล่น Interactive Chef Table ตอบคำถามเกี่ยวกับขยะอาหาร นำไปสู่การจุดประกายการกินรูปแบบใหม่ให้ลด Food Waste และ Food Surplus อย่างสร้างสรรค์ รวมถึงตั้งคำถามว่าเราจะกินให้ดีอย่างไรโดยไม่สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ข้อดีของ Organic Food ฉะนั้น นี่อาจเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมซึ่งทำได้ที่บ้านก็ได้นะ

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ยิ่งอากาศร้อนแบบนี้ ผู้จัดไม่ลืมคลายร้อนเราด้วยไอศกรีมรสพิเศษ ‘Melting Planet Ice-cream’ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาวะโลกร้อน เลือกใช้สีเขียวและสีน้ำเงิน ตัวแทนของสาหร่ายสไปรูลิน่า ซึ่งทั้งคู่เป็น Superfood ที่หากเราอนุรักษ์โลกไว้อย่างดี ยอดอาหารชั้นดีแบบนี้ก็จะเป็นแหล่งอาหารให้มนุษย์เราอย่างยั่งยืน โดยไอศกรีมไอเดียดีนี้เป็นการคอลแลบระหว่างแบรนด์เจลาโตสัญชาติไทย Ampersand Gelato ร่วมกับ Central Pattana 

นอกจากนี้ยังมีบูทพิเศษโดยองค์กรที่เชื่อมั่นในการลดขยะอาหารจากร้านรวงอย่าง Yindii แอปฯ ส่งอาหารส่วนเกินจากร้านอาหารในราคาที่ถูกลง เพื่อช่วยลดปัญหาขยะอาหารไม่กี่เจ้าในไทยที่เปิดประตูการเห็นคุณค่าของการลดขยะในอุตสาหกรรมอาหาร แถมยังมีลายแทงเพิ่มคลังความรู้ด้านอาหาร ว่ากินอย่างไรไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเรียกได้ว่าจบงานนี้ไป คุณอาจเปลี่ยนมุมมองและตระหนักถึงอาหารที่เรากินมากขึ้นเลยก็ได้

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
05

สายเสพงานอาร์ต ที่ฉุกคิดเรื่องสิ่งแวดล้อม

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ไม่ใช่แค่ความรู้เรื่องอาหารที่ชวนเราฉุกคิดถึงการกระทำเล็กน้อยแต่สร้างสิ่งยิ่งใหญ่ได้ รอบ ๆ งานยังมี Installation Art จากขยะรีไซเคิล ผลงานของศิลปิน เป๋ TAM:DA ชวนเราตกตะกอนความคิดให้เห็นว่าขยะรีไซเคิลสร้างงานอาร์ตหรือนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมาก เพราะการใช้ซ้ำหรือแปรรูปใหม่ เราอาจจะได้ของใหม่ที่มีมูลค่ามากกว่าเดิมก็ได้ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีมุมถ่ายรูปจากผู้สนับสนุนหลัก ซึ่งนำเสนอเรื่องราวความยั่งยืนแบบใหม่ ๆ 

ลายแทงเที่ยวชม Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld สนุกกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
ลายแทงเที่ยว Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld ณ เซ็นทรัลเวิลด์ เรียนรู้และสนุกกับเรื่องรักษ์โลกได้ง่ายขึ้นhttps://docs.google.com/spreadsheets/d/1EDTwGgLskOMS5MMtgZW9hw96ALdYJjY2nMnv6P6qwSc/edit#gid=945212111

และเพื่อให้เห็นภาพคนทำงานสิ่งแวดล้อมที่เป็นต้นแบบให้เรารู้วิธีรักษ์โลกได้อย่างเฉียบคมขึ้น Wall of Fame บอร์ดรวมรายชื่อฮีโร่ที่ใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมในบ้านเราจะช่วยไกด์คนร่วมงานว่า คนเหล่านี้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และสิ่งไหนที่เราทำตามได้ ที่สำคัญ การมีพันธมิตรหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนมาระดมความคิดกันพูดคุยถึงปัญหา คงเป็นอะไรที่ดีกว่าการทำด้วยตัวคนเดียว 

The Urgent Project จึงเป็นโปรเจกต์สร้างความยั่งยืนที่ผนวกกับไลฟ์สไตล์ผู้คนได้อย่างลงตัว ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเทคโนโลยี สายไลฟ์สไตล์ สายแฟชั่น สายกิน หรือสายอาร์ต ก็เปลี่ยนความคิดเดิม ๆ ว่าการรักษ์โลกยากลำบากให้เป็นเรื่องง่ายได้ เพราะการลงแรงคนละไม้คนละมือ หรือการทำเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันนั้นก็ช่วยโลกได้ เราจึงไม่อยากให้เพื่อนนักอ่านพลาดงานดี ๆ แบบนี้เลยสักนิดเดียว

ลายแทงเที่ยว Central Pattana : The Urgent Project @centralwOrld ณ เซ็นทรัลเวิลด์ เรียนรู้และสนุกกับเรื่องรักษ์โลกได้ง่ายขึ้น

Writer

พัชญ์สิตา ไพบูลย์ศิริ

นัก (ชอบ) เขียนบ้ากล้องที่ชอบถ่ายรูปตัวเองเป็นพิเศษ เสพติดเสียงธรรมชาติ กลิ่นฝน และสีเลือดฝาดบนใบหน้า ที่ใช้เวลาเขียนงานไปพร้อมๆ กับติ่งอปป้าอย่างใจเย็น

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load