ร้านตัดแต่งทรงผมชาย หรือร้านบาร์เบอร์ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของสุภาพบุรุษแทบจะทุกยุคทุกสมัย

บางครั้งร้านตัดผมช่วยสร้างบุคลิก เพิ่มความมั่นใจ เปลี่ยนให้เรากลายเป็นคนใหม่ได้ไม่ยาก บางครั้งร้านตัดผมทำให้เจอเพื่อนใหม่ รับฟังปัญหา ปรึกษาเรื่องหัวใจ จากการพูดคุยในระยะเวลาสั้นๆ บางครั้งร้านตัดผมช่วยอัพเดตเรื่องราวข่าวสารผ่านโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่วางไว้

ตั้งแต่เด็กจนโตคงไม่มีใครมานั่งนับว่าตัดผมกันไปแล้วกี่ครั้ง เปลี่ยนทรงผมกันไปแล้วกี่รอบ ไม่ว่าจะรองทรง สกินเฮด อันเดอร์คัต แสกกลาง ไถข้าง หรือทรงอื่นๆ ก็สุดแล้วแต่จะสั่งให้ช่างตัดแต่งให้

แม้ปัจจุบันจะมีร้านตัดผมสำหรับผู้ชายมากมายหลายร้านหลากสไตล์ แต่เราอยากชวนคุณผู้อ่านย้อนทศวรรษกลับไปเปิดประตู ก้าวเท้าเข้าสู่ร้านบาร์เบอร์รุ่นเก่า พบเจอช่างตัดผมวัยเก๋าที่ยังคงอยู่รอดท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง

1.

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

บาร์เบอร์แห่งนี้ตั้งอยู่ถนนราชดำเนินกลางที่เปิดมากว่า 60 ปี เน้นการบริการที่ให้ความส่วนตัวกับลูกค้า แยกออกเป็นห้อง มีม่านกั้นเพื่อสร้างทั้งความสบายกายและสบายใจให้กับลูกค้า สามารถพูดคุยเปิดอกแบบลูกผู้ชายได้อย่างเต็มที่ แถมยังไม่ต้องกลัวคอแห้ง เพราะทางร้านมีบริการเสิร์ฟน้ำชาหรือน้ำเปล่าเย็นชื่นใจให้แบบฟรีๆ

ที่นี่ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบแท้จากธรรมชาติ อย่างการนำมะกรูดทั้งลูกมาสระผมให้ลูกค้า ทำให้รู้สึกสดชื่นเหมือนเริ่มต้นวันใหม่ได้ด้วยการมาสระผม

สมหมาย กองสุทธิผล’ ช่างประจำห้องหมายเลขหนึ่งมากด้วยฝีไม้ลายมือและประสบการณ์ด้านการตัดผมไม่ต่ำกว่า 40 ปี ผ่านการตัดผมตั้งแต่บุคคลธรรมดาไล่ไปจนถึงนักการเมืองแนวหน้าของเมืองไทย ซึ่งนอกจากฝีมือในการให้บริการแล้ว ศิลปะในการพูดคุยกับผู้มาใช้บริการยังเป็นเสน่ห์ของร้านที่ทำให้ลูกค้าติดใจกลับมาตัดผมอีกครั้ง

ปัจจุบัน พื้นที่ส่วนหนึ่งของร้านได้ปรับเปลี่ยนเป็นเกสต์เฮาส์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวแถวถนนราชดำเนิน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นที่ชุมนุมของเหล่าคนดังเหมือนสมัยก่อน แต่รับรองว่าการให้บริการของห้องแต่งผมพงศ์เทพยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นพื้นที่ที่ให้ขาประจำแวะเวียนมาหาอยู่เช่นเดิม

ที่อยู่ : 49 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 08.00 – 15.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022816756
2.

ดุสิตบาร์เบอร์

ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์

ร้านดุสิตบาร์เบอร์ตั้งอยู่ในย่านบางรักตั้งแต่ พ.ศ. 2516 หรือเปิดมากว่า 40 ปี ตั้งแต่สมัยที่ถนนศรีเวียงยังเป็นตรอกสำหรับขายไก่สดและมีชาวจีนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสมัยนั้นค่าตัดผมเริ่มต้นเพียง 8 บาท และมีช่างตัดมากถึง 8 คน ในขณะที่ตอนนี้เหลือช่างทั้งหมด 5 คน โดยคนที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 40 ปี และมากที่สุดอยู่ที่ 59 ปี แต่อายุไม่ได้เป็นอุปสรรคเพราะช่างแต่ละคนยังคงเฮฮา ยิ้มแย้ม และเป็นกันเอง ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการอยู่เสมอ

วิลาวัณย์ มั่งมี’ อายุ 87 ผู้รับช่วงต่อกิจการร้านตัดผมจากพี่ชาย เล่าว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนอายุ 30 ปีขึ้นไป สลับกับเด็กนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ที่แวะเวียนมาตัดบ้าง แต่เมื่อโตเป็นหนุ่มก็หันไปเข้าร้านตัดผมที่ดูดี ดูทันสมัยมากขึ้น

หากพูดถึงเรื่องทรงผม แฟชั่นได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างสมัยสรพงษ์ ชาตรี หนุ่มๆ จะฮิตทรงผมคลุมหู ใส่กางเกงขาบาน บางทีมาตัดทรงบ้าๆ บอๆ ก็มี แต่สุดท้ายเกือบทุกคนก็มาหยุดที่รองทรง

ดุสิตบาร์เบอร์ยึดมั่นในสโลแกน ‘บริการทุกระดับประทับใจ’ เพราะไม่ว่าใครมาก็สามารถตัดให้ได้หมดตามทรงที่ลูกค้าต้องการ

ที่อยู่ : 557 ถนนศรีเวียง แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
เวลาทำการ : 07.00 – 19.00 น.ปิดบริการวันอังคาร
ติดต่อ : 022335128
3.

สัมพันธ์เกศา

สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา

ชุมชนวัดมะกอกกลางสวน 1 ใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยกว่าร้อยครัวเรือน ภายในมีร้านตัดผมเล็กๆ ที่อยู่คู่ชุมชนก่อนความเจริญจะเข้าถึงมากว่า 40 ปีอย่างร้าน ‘สัมพันธ์เกศา’

ลักษณะร้านเปิดโล่ง ไม่มีกระจกและผ้าม่าน เพราะกลุ่มลูกค้ามาจากคนในพื้นที่ หรือ ‘เพื่อนบ้าน’ จึงต้องการให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ทำให้ใครผ่านไปมามักหยุดเอ่ยคำทักทายและถามสารทุกข์สุกดิบก่อนจะเดินจากไป ถึงแม้ไม่ได้มาใช้บริการก็ตาม

ร้านสัมพันธ์เกศาเป็นบาร์เบอร์แบบดั้งเดิม มีการตัดแต่งทรงผม โกนหนวดเครา และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การนำผ้าเย็นมาซับใบหน้าและนวดให้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากให้บริการกับลูกค้า ซึ่งเป็นบริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

การตัดผมเป็นงานศิลป์ที่ต้องใช้อารมณ์ ใช้ฝีมือ บางครั้งต้องจินตนาการว่าจะตัดในรูปแบบไหน และสามารถตัดในรูปแบบที่ลูกค้าต้องการได้ไหม อาศัยการสื่อสารและความเข้าใจ ช่างแต่ละร้านเรียกทรงผมแตกต่างกันไป รองทรงสูง ต่ำ ทรงนักเรียน ทรงอเมริกัน ที่เหลือคือการดัดแปลง แต่ก็ต้องทำให้ลูกค้าออกมาหล่อได้ตลอดเวลา” กษิพงศ์ ช่างตัดผมทายาทรุ่นที่ 2 กล่าว

หากลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นป้ายภาษาเขมรที่ติดอยู่หน้ากระจก มีความหมายว่า ‘ร้านนี้ไม่ตัดคนที่เมามา’ เพราะร้านตัดผมมีแต่ของมีคม อาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะส่งผลให้ร้านดูหมดความน่าเชื่อถือ

สิ่งที่สังเกตเห็นได้อีกอย่างหนึ่งคือร้านแห่งนี้มีราคาที่ยังต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป อย่างสมัยก่อนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6 บาท แต่ถึงผ่านมา 35 ปี ไม่ว่าสมาชิกในครอบครัวจะเพิ่มขึ้นหรือค่าครองชีพจะสูงขึ้น แต่ความผูกพันที่มีต่อลูกค้าทำให้สัมพันธ์เกศาตั้งราคาเพียง 60 บาทเท่านั้น

ที่อยู่ : 184/1 ซอยราชวิถี 18 ถนนราชวิถี แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
เวลาทำการ : 09.00 – 20.00 น. ปิดบริการพุธ
ติดต่อ : 022241044
4.

บัวทองบาร์เบอร์

บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์

ร้านบาร์เบอร์บริการเสริมหล่อผู้ชายย่านเยาวราชแห่งนี้ ด้านนอกถูกปกคลุมด้วยม่านสีชมพูเหมือนร้านตัดแต่งทรงผมสุภาพบุรุษทั่วไป แต่ทันทีที่เปิดประตูก้าวเข้ามา ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับสู่ 35 ปีก่อนแบบไม่ทันตั้้งตัว ภายในร้านมีบริการทั้งตัดผมเด็ก ตัดผมผู้ใหญ่ สระผม ย้อมผม ดัดผม แคะหู ล้างตา ตัดเล็บ ซึ่งบริการด้วยความเป็นกันเองของช่างทุกคน

ผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่คือคนในพื้นที่และผูู้สูงอายุที่เรียกได้ว่าเป็นขาประจำ เพราะตัดร้านนี้กันมาเป็นสิบๆ ปี ต่อให้ย้ายออกไปอาศัยอยู่ไกลแค่ไหนก็ยังแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน พบปะทักทายและเล่น ‘หมากรุก’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ ก่อนจะกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน

สนั่น’ ช่างประจำโต๊ะ 3 มากประสบการณ์กว่า 50 ปีของอาชีพช่างตัดผม ที่นอกจากจะเป็นช่างที่ลูกค้าโปรดปรานในการตัดแล้ว ยังเป็นคู่แข่งในการเปิดศึกหมากรุกอีกด้วย

หากใครสนใจเปลี่ยนบรรยากาศในการตัดผมหรือร่วมประลองหมากรุก บัวทองบาร์เบอร์ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

ที่อยู่ : 249 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
เวลาทำการ : 08.00 – 19.00 น. เปิดบริการทุกวัน
ติดต่อ : 022233321
5.

โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์เป็นร้านตัดผมที่ถูกปกคลุมด้วยดอกไม้ของปากคลองตลาดมานานกว่า 30 ปี ด้วยคอนเซปต์แบบไม่ตั้งใจของร้าน ‘เปิดสามโมง ปิดสามโมง’ ทำให้ลูกค้าจดจำเวลาทำการได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะเปิดให้บริการ 09.00 น. และปิดร้านเวลา 21.00 น.

ลุงโชคชัย ขันเพชร อายุ 63 ปี ผู้ก่อตั้ง เล่าว่า ลูกค้าประจำส่วนใหญ่คือเด็กนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยที่แวะเวียนกันมาตัด เรียกได้ว่ามาบ่อยจนนักเรียนที่มาใช้บริการต้องปริ้นท์ตัวอย่างทรงผมที่ถูกระเบียบมาแปะให้ในร้าน ตัดกันจนลุงโชคชัยรู้ชื่อครูที่ตรวจระเบียบว่าคนไหนใจดีหรือคนไหนโหด

นอกเหนือจากการตัดผม การแคะและทำความสะอาดหูยังเป็นอีกหนึ่งบริการเด่นของทางร้าน มีอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดหูหลายอัน โดยจะมีง่ามใส่สำลีสำหรับเช็ดทำความสะอาดในรูหู ที่แซะขี้หูและที่คีบ ซึ่งเน้นความสะอาด จากการใส่แอมโมเนียและเปลี่ยนสำลีทุกครั้งที่ทำ

เป็นบาร์เบอร์ต้องละเอียด หลายคนมองว่าแค่ต้องตัดผมให้เนียนกริบ แต่มันมีมากกว่านั้น ต้องศึกษาวิธีการล้างหู ล้างตา แม้แต่ขนจมูกก็ต้องตัด ข้ามไม่ได้ นี่แหละถึงจะเป็นบาร์เบอร์รุ่นโบราณของแท้” ลุงโชคชัยเล่าด้วยสีหน้าภูมิใจ

เมื่อถามถึงที่มาการติดไฟดิสโก้ภายในร้าน “เมื่อก่อนมีช่างหลายคนพอเวลาปีใหม่จัดงานให้ช่าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว” โชคชัยเล่าถึงสมัยยี่สิบกว่าปีก่อนที่ร้านบาร์เบอร์เแห่งนี้รุ่งเรืองและเป็นที่นิยม

ที่อยู่ : 122/2 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 09.00 – 21.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022225433
*บทความนี้มาจากส่วนหนึ่งของจุลนิพนธ์ ‘เรื่องของผม’ ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ เอกวารสารและหนังสือพิมพ์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมี อาจารย์ ดร.ยอดขวัญ สวัสดี   เป็นที่ปรึกษา

Writer & Photographer

ศรัณยา ตั้งวรเชษฐ

รักการออกแบบจัดหน้า ถ่ายภาพบ้างเป็นบางครา ชอบดื่มกาแฟหนักหนา ตำปูปลาร้าคือที่สุดในดวงใจ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

เข็มสั้นชี้เลข 11 เข็มยาวชี้เลข 12 พระอาทิตย์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวตั้งฉากกับท้องฟ้า บ่งบอกเวลาใกล้เที่ยงวัน ใกล้ชั่วโมงพักจากกิจกรรมตรงหน้า ถ้ามีมื้อสายสนุก ๆ สักจาน คงเติมเต็มช่วงวันสาย ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่อาหารก็มีหลากหลายนานาจิตตัง บางคนอาจจะมีคำถามว่า วันนี้กินอะไรดีนะ? เป็นส่วนหนึ่งก่อนการเริ่มมื้ออาหาร เราเลยมีช้อยส์สนุก ๆ อยากชวนทุกคนไปเปิดโลกอาหารนานาชาติจากหลายตรอกซอกมุมรอบกรุงเทพฯ (ท้องร้องกันแล้วใช่มั้ย)

Take Me Out รอบนี้ ตระเวนคัดสรรมาแล้วเน้น ๆ กับร้านอาหารมื้อสายฉบับนานาชาติ 10 ร้าน 10 สัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกัน อย่างอาหารญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม หรือจะเป็นอาหารที่ไม่เคยคุ้นแต่อยากเปิดใจลอง เช่น อาหารพม่า เนปาล แอฟริกา รวมทั้งสัมผัสประสบการณ์ทานอาหารที่น่าจดจำด้วยจานหลักที่ปรุงจากแพสชันและวัตถุดิบสดใหม่ 

เชฟทุกคน ทุกร้าน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวของอาหารประจำชาติและเสิร์ฟมื้อสายนี้สุดฝีมือเพื่อนักชิมทุกคน

ความอร่อยแปลกใหม่รออยู่ตรงหน้า แค่ปักหมุดไว้ แล้วออกไปกิน Brunch พร้อมกันเลย!

01
มิงกะละบา!

ชิมยำใบชารสจัดจ้าน หอมเครื่องเทศ ขนานเมียนมาแท้ ๆ ที่ MO.NA

ร้านแรกที่เราพาไป คือต้นตำรับของอาหารพม่าแท้ ๆ เลยต้องขอกล่าวทักทายด้วยภาษาประจำชาติสักเล็กน้อย

ประเดิมชาติแรกที่พม่า หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดที่มีความสัมพันธ์สนิทกับไทยมาช้านาน แต่เรื่องอาหารอาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นเคยเท่าไร สองเท้าเลยพาเรามาหยุดหยู่หน้าร้านเล็ก ๆ หลังจากลัดเลาะเข้ามาในตลาดย่านพระโขนง

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก
10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

MO.NA เรียกสั้น ๆ จำง่าย ๆ ชื่อเดียวกับเจ้าของร้านอย่าง โมนา เธอเริ่มต้นจากการขายอาหารเร่แบบรถเข็น พอขายมาเรื่อย ๆ ก็เก็บเงินก้อนหนึ่งเปิดร้านอาหารพม่าท้องถิ่น คงกลิ่นและรสชาติเอกลักษณ์ตามฉบับพม่าไว้ได้อย่างดี เพราะเธอเลือกนำเข้าวัตถุดิบหลักจากประเทศพม่าโดยตรง คนที่เข้ามาทานอาหารที่ร้านก็มักเป็นคนพม่าในย่านพระโขนง บางครั้งก็มีนักท่องเที่ยวต่างถิ่นและชาวไทยผู้อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ต่อมรับรสแวะเวียนมาทานอยู่บ้าง

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

อาหารพื้นถิ่นพม่าที่ไม่ควรพลาด คือ ยำใบชา จานนี้เป็นอาหารและขนมขบเคี้ยวยอดนิยมของคนพม่าที่เปรียบเสมือนเอเนอจี้บาร์ มีส่วนผสมหลักเป็นใบชาหมักและถั่วชนิดต่าง ๆ รวมทั้งพริกขี้หนู มะเขือเทศ งา กระเทียม และขิง ส่งกลิ่นหอมของเครื่องเทศพร้อมรสชาติจัดจ้าน ดึงดูดให้คนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ มาเรียนรู้ผ่านการชิมรสชาติได้ในทุกวัน

พิกัด : 10/32 ซอยสุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (BTS พระโขนง)

เวลาทำการ : 07.00 -19.00 น.

โทรศัพท์ : 06 2709 0665

02
ซิน จ่าว!

ลิ้มรสบั๋นห์แบ่วรสมือคนเวียดนามตัวจริงเสียงจริงที่ Tonkin Annam

เขยิบจากพม่ามาไม่ใกล้ไม่ไกล ไปที่อีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันออกอย่างเวียดนาม

ย้อนกลับไปสมัยสงครามเวียดนาม ผู้คนบางส่วนอพยพมาที่ไทย เช่นเดียวกับเจ้าของร้านนี้ นอกจากสิ่งที่ติดตัวมาคือวัฒนธรรม ยังมีตำราอาหารในความทรงจำ เขาเชื่อว่าเป็นสิ่งสะท้อนภาพรวมทุกอย่าง ทั้งสังคม การเมือง และวิถีชีวิต

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

การทำอาหารนับว่าเป็นหนึ่งในตัวตนของ กาย ไล มิตรวิจารณ์ เขาคิดถึงรสมือคุณป้าที่เคยทำอาหารให้กิน จึงกลับไปรื้อฟื้นความทรงจำ ศึกษา คลุกคลี ทำความรู้จักกับอาหารเวียดนามให้ถ่องแท้ที่ Tonkin บ้านเกิดของย่าในแคว้นตอนเหนือ และ Annam บ้านเกิดของปู่ในแคว้นตอนกลาง Tonkin Annam จึงเกิดขึ้นและเสิร์ฟอาหารเวียดนามถิ่นเหนือและแถบกลางสไตล์โฮมคุกมาตลอด 5 ปี

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

หนึ่งในจานที่อยากแนะนำ คือ บั๋นห์แบ่ว อาหารว่างสำหรับทานกลางวัน เป็นที่นิยมของคนเวียดนาม มองเผิน ๆ หน้าตาคล้ายขนมถ้วยบ้านเรา แต่บ้านเขาเป็นของคาวด้วยหน้าหมูสับผัดต้นหอม เสิร์ฟคู่กับน้ำปลาสูตรเฉพาะของร้าน (เราชิมแล้วอร่อยติดใจ เค็มกำลังดีและมีกลิ่นหอมจากน้ำมันต้นหอม ปรุงเข้ากับน้ำปลาเวียดนาม) และส้มจี๊ดทำหน้าที่ให้ความเปรี้ยวแทนมะนาว 

วัตถุดิบหลักที่พิเศษของร้านนี้ หนึ่ง คือ แป้งข้าวเจ้าที่ไม่ผ่านการแช่น้ำ สอง คือ ผักทุกชนิดในร้านปลูกสดจากสวนของ ตงกิง อันนัม ทุกเมนูเสิร์ฟในจานชามที่อวดลวดลายศิลปะท้องถิ่น และตะเกียบไม้ขนุนเสริมบรรยากาศให้เหมือนบินไปกินถึงถิ่นเวียดนาม

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

พิกัด : 69 ซอยท่าเตียน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (MRT สนามไชย)

เวลาทำการ : 11.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3469 2969

03
ซาลามัต ดาตัง!

สัมผัสรสชาตินาซี เลอมัก ฉบับโฮมคุกฝีมือชาวมาเลเซียที่ 8817 Cafe

อีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ติดกับทางตอนใต้ของไทย มีการค้าขาย สถานที่ท่องเที่ยวที่สัมพันธ์กับไทยมากมาย อยู่ติดกันแค่นี้ แต่เราเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่เคยชิมอาหารมาเลเซียสักครั้ง เราเลยอาสาพาไปเปิดประสบการณ์อาหารมาเลเซียที่คาเฟ่ย่านสุทธิสาร เจ้าของร้านเกริ่นว่าเสน่ห์ของอาหารมาเลคือ ต้องกินร้อน ๆ ทันทีหลังเสิร์ฟ ถ้าผ่านไป 10 – 20 นาที รสชาติจะเปลี่ยน

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

บ้านเลขที่ 88 ในซอยรัชดา 17 เป็นที่ตั้งของ ‘8817 คาเฟ่’ ร้านอาหารมาเลจากชาวมาเลที่อยู่ไทยมานาน อย่าง เดวิด เซ็ก ตั๊ก ไว และ เจนต์-วุฒิศักดิ์ นาชัยธง พร้อมกับหุ้นส่วนที่เคยทำธุรกิจท่องเที่ยวด้วยกัน ลูกค้าที่เคยมาทานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนกลับไปกินข้าวที่บ้าน ด้วยรสชาติฉบับมาเลเซียแท้ ๆ ใช้วัตถุดิบสำคัญส่งจากปีนัง พร้อมพลิกแพลงสูตรให้ถูกปากคนไทย

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

เมนูที่เราชวนทุกคนไปชิม และเจ้าของร้านกระซิบว่ามาที่นี่ห้ามพลาด คือ นาซี เลอมัก ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารประจำชาติของมาเลเซีย ไปทางไหนก็เจอได้ตามสตรีทฟู้ดทั่วไป ข้าวหุงด้วยกะทิรับบทหลักของจานนี้ แวดล้อมด้วยน้ำพริกและเครื่องเคียง 5 อย่าง มีไก่ทอดหรือแกงกะหรี่ ไข่ต้ม ถั่วลิสง แตงกวา ปลาเล็กทอด ถ้าใครสายเส้นสายแป้ง ที่ร้านยังมีเมนูน่าลองอีกมากมาย เช่น หมี่ฮกเกี๊ยน ชาก๋วยเตี๋ยว โรตีชะไน และอย่าลืมเพิ่มความกลมกล่อมด้วยเครื่องดื่มประจำชาติ อย่างเต ตาริก หรือชามาเล ด้วยนะ

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

พิกัด : 88 ซอยรัชดาภิเษก 17 (อินทามระ 45) เขตดินแดง แขวงดินแดง กรุงเทพมหานคร (MRT สุทธิสาร)

เวลาทำการ : 10.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 5812 6817

04
คนนิจิวะ!

สั่งชุดกับข้าวและซดซุปร้อน ๆ ตามสไตล์ชาวญี่ปุ่นที่ Okonomi 

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยมีมากมาย เราขอชวนเลือก Okonomi ร้านอาหารญี่ปุ่นของ เชษฐ เชษฐโชติศักดิ์ ซึ่งพาร้านอาหารญี่ปุ่นในย่านบรูกลิน สหรัฐอเมริกา มาสู่ประเทศไทย ภายใต้ 2 คอนเซ็ปต์หลักที่อยากให้ทุกคนที่มารู้สึกเหมือนได้ Start the Day เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารญี่ปุ่น และ Stay the Day ใช้เวลาวันนี้ของคุณเพื่อผ่อนคลายในร้านที่ตกแต่งแนวสแกนดิเนเวียน องค์ประกอบภายในร้านคัดสรรอย่างดี ตั้งแต่โต๊ะ เก้าอี้ ยันแผ่นไม้ที่เลือกใช้ไม้ฮานาโกะเพราะกลิ่นที่ให้ความสบาย

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก
10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

อาหารที่ควรค่าแก่การลิ้มลอง ได้แก่ Ichiju Sansai (อิจิสุ ซันไซ) ซุป 1 อย่างกับข้าว 3 อย่าง และเลือกวัตถุดิบหลักอย่างปลาได้ 3 ชนิด พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 11 โมง นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มแก้วพิเศษ Kuromitsu Macchiato กาแฟหอมกรุ่น ใช้ความหวานจากน้ำตาลดำญี่ปุ่นแทนคาราเมล เหมาะแก่การเริ่มต้นวันสาย ๆ กับมื้ออาหารที่ครบทั้งรสชาติและสารอาหาร

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

พิกัด : 33/1 ซอยสุขุมวิท 38 แขวงพระโขนง กรุงเทพมหานคร (BTS พระโขนง)

เวลาทำการ : 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 1338 8000

05
อันยองฮาเซโย!

ซดซุปกิมจิถึงเครื่องเสมือนมีออมม่ามาปรุงให้ถึงบ้านที่ Kiani Korean Restaurant

กระแส K-Pop และซีรีส์เกาหลียังคงมาแรง ขอชวนสายเกาและผู้ชื่นชอบวัฒนธรรมแดนกิมจิมาชิมอาหารเกาหลีใต้รสชาติต้นตำรับฝีมือคนเกาหลีแท้ ๆ สูตรจากออมม่า (คุณแม่) ของ อี จงจิน ลูกชายผู้หลงใหลการทำอาหารและชื่นชอบประเทศไทย

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

จากร้านคิมบับเล็ก ๆ ในศูนย์การค้า Fifty Fifth Thonglor เมื่อ 10 ปีก่อน สู่ร้าน Kiani Korean Restaurant 

เดิมที แม่ของจงจินเปิดร้านขายอาหารที่ปูซาน ลูกชายจึงอยากเปิดร้านอาหารสาขาลูกบ้าง แต่การเปิดร้านที่นู่นมีการแข่งขันสูง เขามีเพื่อนเป็นคนหลายเชื้อชาติจากการทำงานสายวิศวกร ทำให้รู้จักเและมาเที่ยวเมืองไทยบ่อยจนเรียกได้ว่าเป็นบ้านหลังที่ 2 จึงตัดสินใจเปิดร้านและใช้สูตรอาหารเกาหลีกลิ่นอายบ้านเกิดฝีมือแม่ ด้วยรสชาติโฮมเมดของที่นี่ รับรองเลยว่าคนเกาหลีกินแล้วต้องคิดถึงบ้าน ส่วนคนต่างชาติหรือคนไทยชิมแล้วก็เหมือนได้ไปเยือนแดนโสมขาวเลยทีเดียว

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก
10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

‘Kiani’ ในภาษาเกาหลีแปลว่าคุณพ่อขายาว ซึ่งพร้อมดูแลทุกคนด้วยอาหาร คุณพ่อขายาวแนะนำเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ ซุปกิมจิพร้อมเครื่องเคียง ซุปกิมจิแต่ละร้านรสชาติไม่เหมือนกัน สูตรของที่นี่มีความเฉพาะตัว กลมกล่อมเหมือนมีคุณแม่มาทำซุปให้กินที่บ้าน ไม่หวานไม่เผ็ดจนเกินไป กินกับเครื่องเคียงและข้าวในช่วงสาย ๆ ก็อร่อยอิ่มท้อง พร้อมเริ่มทำงานช่วงบ่ายทันที!

ทุกวันไม่เว้นเสาร์อาทิตย์ ชวนเพื่อน ชวนครอบครัว มาฝากท้องให้คุณพ่อขายาวดูแลได้เลย

พิกัด : 90 ถนนสุขุมวิท ซอย 55 (ซอยทองหล่อ 2) เขตคลองตันเหนือ กรุงเทพมหานคร (ใกล้กับ BTS ทองหล่อ 400 ม.)

เวลาทำการ : 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2714 7730

06
นมัสเต!

ตักคาร์จาร์เซ็ตตำรับเนปาลเข้าปาก และสัมผัสอ้อมกอดหิมาลัยที่ Himalaya Restaurant

คนไทยมักคิดว่าอาหารเนปาลและอาหารอินเดียรสชาติคล้ายกัน แต่ที่นี่จะพานักชิมไปรู้จักรสชาติแห่งอาหารจากเทือกเขาหิมาลัย สูตรต้นตำรับเอกลักษณ์เนปาลแท้ที่ไม่เหมือนอาหารอินเดีย

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

ธันวา-อัสสชิตะ อวาเล อดีตนักข่าวต่างประเทศสำนักพิมพ์มติชน ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านอาหารเนปาลสูตรท้องถิ่นอย่าง Himalaya Restaurant การทำงานในวงการสื่อของธันวาทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะคนกลาง ผู้ดูแลคนไทยที่อยากไปเยือนเนปาล และคนเนปาลที่อยากมาเยือนเมืองไทย ร้านนี้เกิดขึ้นเพื่อบริการคนเนปาลที่มาไทยแต่กินอาหารไทยไม่ได้ และคนไทยที่อยากไปเนปาลได้ลองชิมอาหารเนปาลก่อนไปเที่ยวเพื่อความสบายใจ 

ร้านฮิมาลายาจึงไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหาร แต่เปรียบเสมือนทูตทางวัฒนธรรม เผยแพร่ความเป็นเนปาลแท้ ๆ ให้คนภายนอกได้รู้จัก และเป็นพื้นที่สำหรับชาวเนปาลผู้หวนคิดถึงบ้าน

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

อาหารพื้นเมืองเนปาลที่ไม่ควรพลาดคือ Khaja Set (คาจาร์เซ็ต) เป็นเมนูเอกลักษณ์ของเนปาล มีแค่ร้านนี้ร้านเดียวในไทยที่มีขาย ในเซ็ตมีข้าวเม่า ยำมันฝรั่ง ยำไก่ คนเนปาลจะกินช่วงเช้า-บ่าย รสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ด กินง่าย ไม่ฉุนเครื่องเทศ 

อาหารเนปาลกินง่าย รสชาติดี ถูกปากคนไทย ขอเชิญนักชิมมาพิสูจน์ได้ทุกวันไม่เว้นเสาร์อาทิตย์

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

พิกัด : 122/16 ถนนราชปรารภ กรุงเทพมหานคร (BTS พญาไท / BTS ราชเทวี)

เวลาทำการ : 11.00 – 22.00 น

โทรศัพท์ : 0 2​060 4778

07
ชาโลม!

หยิบขนมปังจิ้มน้ำมันมะกอกและผงสมุนไพร เติมพลังฉบับชาวอิสราเอลที่ Nine Pastry

ขนมปัง Rush Hour ของชาวออฟฟิศมักเป็นแซนด์วิชแฮมง่าย ๆ อีกมือถือแก้วกาแฟเล็ก ๆ ถ้าขนมปังรสชาติเดิมอาจจำเจ ขอแนะนำร้านเบเกอรี่แนวใหม่ เสิร์ฟขนมปังสไตล์อิสราเอล โดยเชฟผู้เปี่ยมแพสชันต่อการอบขนมปังและเชื่อว่าขนมปังเป็นสิ่งมีชีวิต

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

Nine Pastry ร้านเบเกอรี่โดยหนุ่มชาวยิวผู้เคยทำงานในสายการบินอย่าง เนียร์ เน็ตเซอร์ ร่วมกับ Food Stylist สาวไทย แพตตี้-พิชญา ศิริวงศ์รังสรรค์ คู่หูผู้รักในการทำขนมปัง ที่อยากเสิร์ฟขนมปังสไตล์ตะวันออกกลางในชั่วโมงเร่งด่วนให้ลูกค้าเข้ามา Grab & Go เบเกอรี่หลักของร้านคือขนมปังซาวร์โดว (Sourdough) และครัวซองต์ 

ขนมปังทุกชิ้นเกิดจากแพสชันและความรักในการทำขนมปังของเนียร์ เขาเลี้ยงยีสต์สำหรับทำขนมปังเอง เพราะหลงใหลการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของยีสต์ก่อนเป็นขนมปัง ดังนั้น การนำก้อนยีสต์เข้าเตาอบให้ออกมาเป็นขนมปังแต่ละก้อน สร้างความภูมิใจและเติมแพสชันในการตื่นตี 5 มาอบขนมได้ในทุก ๆ วัน

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล
เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

ขนมปังที่ชวนลิ้ม คือ Classic Sourdough ขนมปังสไตล์อิสราเอล จิ้มน้ำมันมะกอกและผงซาตาร์ (Za’atar) สมุนไพรจากตะวันออกกลาง หอมผงสมุนไพร กินง่ายอยู่ท้อง แถมมีเมนูพิเศษทุกวันศุกร์และเสาร์ เป็นเมนูที่ทำเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ในวัฒนธรรมของคนยิว 

พิกัด : 615 สุขุมวิท 22 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (BTS พร้อมพงษ์)

เวลาทำการ : 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 5815 5839

08
เคีย โอร่า!

รังสรรค์ Fish & Chips มื้อสนุก ๆ แบบคนนิวซีแลนด์ ที่ Kai New Zealand

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

ข้ามมาฝั่งตะวันตกที่ประเทศนิวซีแลนด์กันบ้าง ดินแดนนี้ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากอังกฤษค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกีฬา การแต่งกาย หรือภาษา ที่สำคัญคือเรื่องอาหารประจำชาติ ซึ่งคำว่า Kai มาจากภาษาเมารี แปลว่า อาหาร เกิดจากความต้องการเผยแพร่สูตรอาหารจากคุณพ่อคุณแม่ของเจ้าของร้านชาวนิวซีแลนด์สู่คนไทย ทั้งยังใช้วัตถุดิบชั้นดีส่งตรงจากประเทศนิวซีแลนด์ เช่น เนื้อวัว แกะ กวางเกรดพรีเมี่ยม หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวโต ๆ เพิ่มดีกรีความอร่อยด้วยขั้นตอนการปรุงอย่างพิถีพิถันในครัวเปิดโล่งกลางโถงชั้น 1 มีเมนูเด็ดให้เลือกชิมหลากหลาย ทั้งเบอร์เกอร์ สปาเก็ตตี้ และของหวาน ตามตำรับตำรานิวซีแลนด์แท้ ๆ

ส่วนจานที่ขึ้นชื่อสุด ๆ ของ Kai คือ Fish & Chips อาหารทานง่ายแต่มีกิมมิกแสนสนุก 

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล
เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

นักชิม DIY ทุกจานอาหารได้เต็มที่ เลือกได้เลยว่าจะเอาปลาชนิดอะไร (มีหลากหลายชนิดปลาแต่แวกว่ายมาจากนิวซีแลนด์ที่เดียว) จะปรุงแบบไหน หาซอสที่ชอบ เครื่องเคียงที่ใช่ เลือกตามจริตปรับให้เข้ากับสไตล์ได้ในเมนูสุดพิเศษมื้อนี้ ท่ามกลางบรรยากาศบ้านไม้หลังใหญ่ เน้นความโปร่ง โล่ง สบาย เหมาะแก่การเริ่มต้นมื้อสายสุดชิลล์ใจกลางเมือง

พิกัด : 142 22-23 ซอยสาทร 12 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (BTS เซนต์หลุยส์)

เวลา : 11.00 – 23.00 น.

ติดต่อ : 0 2635 3800

09
ฮัลโหล!

ตักแกงซาก้าซาก้า คู่ Fufu ตะลึงความอร่อยของแอฟริกาที่ Saima Food Master

เดินทางมาถึงร้านเกือบสุดท้ายแห่งเดียวของทวีปแอฟริกา 

ถ้าพูดถึงดินแดนนี้ เราอาจติดภาพสิงสาราสัตว์อันอุดมสมบูรณ์ท่ามกลางทุ่งหญ้าสะวันนา แต่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตากับอาหารแอฟริกันสักเท่าไร เราเลยอาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอาหารแอฟริกาอันโอชามื้อนี้กัน

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

Saima Food Master เกิดจากเรื่องราวของ คุณพ่อทาเฮ มูฮัมหมัด ชายชาวปากีสถานพบรักกับ คุณแม่สมยงค์ มูฮัมหมัด แม่ครัวสาวไทยในร้านอาหารย่านที่มีคนแถบแอฟริกาและตะวันออกกลางอาศัยอยู่เยอะ ด้วยภาวะทางเศรษฐกิจซบเซา ทำให้ร้านเก่าที่คุณแม่เคยทำงานปิดตัวลง คุณพ่อและคุณแม่จึงตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเอง 

จากครัวเล็ก ๆ ในอพาร์ตเมนต์ ขายส่งให้แค่คนในละแวกใกล้เคียงในวันนั้น สู่วันที่มีลูกค้าติดอกติดใจมากขึ้นทั้งคู่จึงขยับขยายมาเปิดร้าน Saima Food ตั้งตามชื่อของลูกสาว แจน-ไซม่า มูฮัมหมัด อยู่ที่ย่านบางรักจนถึงปัจจุบัน (นี่เป็นร้านอาหารที่เกิดจากความรักและครอบครัวจริง ๆ เรารู้สึกอย่างนั้น)

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล
เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

คุณพ่อคุณแม่บอกว่าคนแอฟริกันนิยมทาน Fufu 1 ก้อน (เปรียบเสมือนข้าวสวยบ้านเรา) กับเมนูเครื่องเคียงอีกเล็กน้อย เช่น ปลาทอด กล้วยผัดเปรี้ยวหวาน และแกง 2 – 3 อย่าง ซึ่งจานที่เราแนะนำให้ลองสักครั้งในชีวิต คือ Saka Saka (ซากาซาก้า) เป็นแกงผักโขมสไตล์แอฟริกัน โดดเด่นด้วยน้ำซุปสูตรลับของร้านที่ใช้ผักแทนซาดีน เพื่อลดปริมาณโซเดียม และให้สายวีแกนทานได้ด้วย หรือใครอยากทานเนื้อสัตว์ด้วย ก็มีทั้งเนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อไก่ เนื้อปลา ให้เลือกชนิดเนื้อได้ตามใจชอบ 

พิกัด : 293/30 ซอยกำจายเอี่ยมสุรีย์ ถนนสุรวงค์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (BTS เซนต์หลุยส์)

เวลาทำการ : 13.30 – 21.30 น.

โทรศัพท์ : 0 2235 1329

10
โอล่า!

กัดหมับ! ‘I love you honey wrap’ รสชาติเข้มข้นสไตล์เม็กซิกันที่ Wraptor

เอาใจสายเฮลท์ตี้ กับคนชอบทานผักและวัตถุดิบชั้นดี แต่ยังคงรสชาติจัดจ้านถึงใจ เราขอผายมือแนะนำร้านสุดท้ายด้วยอาหารเม็กซิกัน เน้นความสด รสจัด มีผัก เนื้อสัตว์ และซอส เป็นส่วนประกอบหลักของทุกจาน ชิมรสชาติเม็กซิกันแท้ ๆ โดยไม่ต้องบินไกล แค่โดยสารฉับไวมาที่ย่านอารีย์ มีด้วยกัน 2 สาขา ห่างกันเพียง 200 เมตร พร้อมเสิร์ฟความอร่อยเพื่อลูกค้าทุกคน

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

‘ไส้ต้องแน่น แป้งต้องดี!’ คือคอนเซ็ปต์หลักของ Wraptor ร้านที่เริ่มต้นจากความชอบทาน Wrap ของ แมว-พิสิฐ สุธีโร เขาจึงศึกษาสูตรอาหารเม็กซิกันด้วยตัวเอง จนพัฒนาออกมาเป็นสูตรลับของร้าน ทุกจานให้มากกว่าความอิ่มอร่อย เพราะทุกวัตถุดิบเป็นมิตรต่อสุขภาพ ใช้น้ำมันรำข้าวเพื่อลดคอเลสเตอรอลและใช้เนยแท้ ไม่มีมาการีนผสม 

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

‘I love you honey wrap’ คือซิกเนเจอร์ของที่นี่ ไม่ว่าจะตัดซ้าย หั่นขวา ผ่ากลาง ก็เจอแต่ไส้ล้น ๆ หนึ่งคำได้สารอาหารครบ 5 หมู่ ความนุ่มของแป้ง ความกรอบของผัก ความแน่นของเนื้อสัตว์ เติมเต็มด้วยรสชาติซอสสุดเข้มข้นอย่างฮันนี่มัสตาร์ดสูตรเฉพาะ แมวกระซิบว่าเขาใช้น้ำผึ้งจากธุรกิจของครอบครัวมาเคี่ยวใหม่หอมกรุ่นวันต่อวัน กินคู่กับเครื่องดื่มเปรี้ยวซ่าอย่าง Wild honey lemon lime ก็เติมความสดชื่นได้ดี หรือหนุ่มสาวคอแอลกอฮอล์จะกระดกคราฟต์เบียร์สักแก้ว ก็เสริมรสชาติอาหารให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น 

จบมื้อนี้ ใครหลายคนอาจจะบอกกับตัวเองได้เลยว่า I love you honey, Wraptor

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

พิกัด : ปากซอยอารีย์สัมพันธ์ 2 และซอยอารีย์ซอย 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (BTS อารีย์)

เวลาทำการ : 11.30 – 22.00 น. 

โทรศัพท์: 08 5660 8880

เรื่อง : ปิยฉัตร เมนาคม, กชกร ด่านกระโทก, วิทย์ อนันต์ธนาเกษม, ปุณณ กาญจนะโภคิน

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load