ร้านตัดแต่งทรงผมชาย หรือร้านบาร์เบอร์ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของสุภาพบุรุษแทบจะทุกยุคทุกสมัย

บางครั้งร้านตัดผมช่วยสร้างบุคลิก เพิ่มความมั่นใจ เปลี่ยนให้เรากลายเป็นคนใหม่ได้ไม่ยาก บางครั้งร้านตัดผมทำให้เจอเพื่อนใหม่ รับฟังปัญหา ปรึกษาเรื่องหัวใจ จากการพูดคุยในระยะเวลาสั้นๆ บางครั้งร้านตัดผมช่วยอัพเดตเรื่องราวข่าวสารผ่านโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่วางไว้

ตั้งแต่เด็กจนโตคงไม่มีใครมานั่งนับว่าตัดผมกันไปแล้วกี่ครั้ง เปลี่ยนทรงผมกันไปแล้วกี่รอบ ไม่ว่าจะรองทรง สกินเฮด อันเดอร์คัต แสกกลาง ไถข้าง หรือทรงอื่นๆ ก็สุดแล้วแต่จะสั่งให้ช่างตัดแต่งให้

แม้ปัจจุบันจะมีร้านตัดผมสำหรับผู้ชายมากมายหลายร้านหลากสไตล์ แต่เราอยากชวนคุณผู้อ่านย้อนทศวรรษกลับไปเปิดประตู ก้าวเท้าเข้าสู่ร้านบาร์เบอร์รุ่นเก่า พบเจอช่างตัดผมวัยเก๋าที่ยังคงอยู่รอดท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง

1.

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

บาร์เบอร์แห่งนี้ตั้งอยู่ถนนราชดำเนินกลางที่เปิดมากว่า 60 ปี เน้นการบริการที่ให้ความส่วนตัวกับลูกค้า แยกออกเป็นห้อง มีม่านกั้นเพื่อสร้างทั้งความสบายกายและสบายใจให้กับลูกค้า สามารถพูดคุยเปิดอกแบบลูกผู้ชายได้อย่างเต็มที่ แถมยังไม่ต้องกลัวคอแห้ง เพราะทางร้านมีบริการเสิร์ฟน้ำชาหรือน้ำเปล่าเย็นชื่นใจให้แบบฟรีๆ

ที่นี่ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบแท้จากธรรมชาติ อย่างการนำมะกรูดทั้งลูกมาสระผมให้ลูกค้า ทำให้รู้สึกสดชื่นเหมือนเริ่มต้นวันใหม่ได้ด้วยการมาสระผม

สมหมาย กองสุทธิผล’ ช่างประจำห้องหมายเลขหนึ่งมากด้วยฝีไม้ลายมือและประสบการณ์ด้านการตัดผมไม่ต่ำกว่า 40 ปี ผ่านการตัดผมตั้งแต่บุคคลธรรมดาไล่ไปจนถึงนักการเมืองแนวหน้าของเมืองไทย ซึ่งนอกจากฝีมือในการให้บริการแล้ว ศิลปะในการพูดคุยกับผู้มาใช้บริการยังเป็นเสน่ห์ของร้านที่ทำให้ลูกค้าติดใจกลับมาตัดผมอีกครั้ง

ปัจจุบัน พื้นที่ส่วนหนึ่งของร้านได้ปรับเปลี่ยนเป็นเกสต์เฮาส์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวแถวถนนราชดำเนิน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นที่ชุมนุมของเหล่าคนดังเหมือนสมัยก่อน แต่รับรองว่าการให้บริการของห้องแต่งผมพงศ์เทพยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นพื้นที่ที่ให้ขาประจำแวะเวียนมาหาอยู่เช่นเดิม

ที่อยู่ : 49 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 08.00 – 15.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022816756
2.

ดุสิตบาร์เบอร์

ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์

ร้านดุสิตบาร์เบอร์ตั้งอยู่ในย่านบางรักตั้งแต่ พ.ศ. 2516 หรือเปิดมากว่า 40 ปี ตั้งแต่สมัยที่ถนนศรีเวียงยังเป็นตรอกสำหรับขายไก่สดและมีชาวจีนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสมัยนั้นค่าตัดผมเริ่มต้นเพียง 8 บาท และมีช่างตัดมากถึง 8 คน ในขณะที่ตอนนี้เหลือช่างทั้งหมด 5 คน โดยคนที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 40 ปี และมากที่สุดอยู่ที่ 59 ปี แต่อายุไม่ได้เป็นอุปสรรคเพราะช่างแต่ละคนยังคงเฮฮา ยิ้มแย้ม และเป็นกันเอง ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการอยู่เสมอ

วิลาวัณย์ มั่งมี’ อายุ 87 ผู้รับช่วงต่อกิจการร้านตัดผมจากพี่ชาย เล่าว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนอายุ 30 ปีขึ้นไป สลับกับเด็กนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ที่แวะเวียนมาตัดบ้าง แต่เมื่อโตเป็นหนุ่มก็หันไปเข้าร้านตัดผมที่ดูดี ดูทันสมัยมากขึ้น

หากพูดถึงเรื่องทรงผม แฟชั่นได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างสมัยสรพงษ์ ชาตรี หนุ่มๆ จะฮิตทรงผมคลุมหู ใส่กางเกงขาบาน บางทีมาตัดทรงบ้าๆ บอๆ ก็มี แต่สุดท้ายเกือบทุกคนก็มาหยุดที่รองทรง

ดุสิตบาร์เบอร์ยึดมั่นในสโลแกน ‘บริการทุกระดับประทับใจ’ เพราะไม่ว่าใครมาก็สามารถตัดให้ได้หมดตามทรงที่ลูกค้าต้องการ

ที่อยู่ : 557 ถนนศรีเวียง แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
เวลาทำการ : 07.00 – 19.00 น.ปิดบริการวันอังคาร
ติดต่อ : 022335128
3.

สัมพันธ์เกศา

สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา

ชุมชนวัดมะกอกกลางสวน 1 ใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยกว่าร้อยครัวเรือน ภายในมีร้านตัดผมเล็กๆ ที่อยู่คู่ชุมชนก่อนความเจริญจะเข้าถึงมากว่า 40 ปีอย่างร้าน ‘สัมพันธ์เกศา’

ลักษณะร้านเปิดโล่ง ไม่มีกระจกและผ้าม่าน เพราะกลุ่มลูกค้ามาจากคนในพื้นที่ หรือ ‘เพื่อนบ้าน’ จึงต้องการให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ทำให้ใครผ่านไปมามักหยุดเอ่ยคำทักทายและถามสารทุกข์สุกดิบก่อนจะเดินจากไป ถึงแม้ไม่ได้มาใช้บริการก็ตาม

ร้านสัมพันธ์เกศาเป็นบาร์เบอร์แบบดั้งเดิม มีการตัดแต่งทรงผม โกนหนวดเครา และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การนำผ้าเย็นมาซับใบหน้าและนวดให้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากให้บริการกับลูกค้า ซึ่งเป็นบริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

การตัดผมเป็นงานศิลป์ที่ต้องใช้อารมณ์ ใช้ฝีมือ บางครั้งต้องจินตนาการว่าจะตัดในรูปแบบไหน และสามารถตัดในรูปแบบที่ลูกค้าต้องการได้ไหม อาศัยการสื่อสารและความเข้าใจ ช่างแต่ละร้านเรียกทรงผมแตกต่างกันไป รองทรงสูง ต่ำ ทรงนักเรียน ทรงอเมริกัน ที่เหลือคือการดัดแปลง แต่ก็ต้องทำให้ลูกค้าออกมาหล่อได้ตลอดเวลา” กษิพงศ์ ช่างตัดผมทายาทรุ่นที่ 2 กล่าว

หากลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นป้ายภาษาเขมรที่ติดอยู่หน้ากระจก มีความหมายว่า ‘ร้านนี้ไม่ตัดคนที่เมามา’ เพราะร้านตัดผมมีแต่ของมีคม อาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะส่งผลให้ร้านดูหมดความน่าเชื่อถือ

สิ่งที่สังเกตเห็นได้อีกอย่างหนึ่งคือร้านแห่งนี้มีราคาที่ยังต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป อย่างสมัยก่อนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6 บาท แต่ถึงผ่านมา 35 ปี ไม่ว่าสมาชิกในครอบครัวจะเพิ่มขึ้นหรือค่าครองชีพจะสูงขึ้น แต่ความผูกพันที่มีต่อลูกค้าทำให้สัมพันธ์เกศาตั้งราคาเพียง 60 บาทเท่านั้น

ที่อยู่ : 184/1 ซอยราชวิถี 18 ถนนราชวิถี แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
เวลาทำการ : 09.00 – 20.00 น. ปิดบริการพุธ
ติดต่อ : 022241044
4.

บัวทองบาร์เบอร์

บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์

ร้านบาร์เบอร์บริการเสริมหล่อผู้ชายย่านเยาวราชแห่งนี้ ด้านนอกถูกปกคลุมด้วยม่านสีชมพูเหมือนร้านตัดแต่งทรงผมสุภาพบุรุษทั่วไป แต่ทันทีที่เปิดประตูก้าวเข้ามา ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับสู่ 35 ปีก่อนแบบไม่ทันตั้้งตัว ภายในร้านมีบริการทั้งตัดผมเด็ก ตัดผมผู้ใหญ่ สระผม ย้อมผม ดัดผม แคะหู ล้างตา ตัดเล็บ ซึ่งบริการด้วยความเป็นกันเองของช่างทุกคน

ผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่คือคนในพื้นที่และผูู้สูงอายุที่เรียกได้ว่าเป็นขาประจำ เพราะตัดร้านนี้กันมาเป็นสิบๆ ปี ต่อให้ย้ายออกไปอาศัยอยู่ไกลแค่ไหนก็ยังแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน พบปะทักทายและเล่น ‘หมากรุก’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ ก่อนจะกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน

สนั่น’ ช่างประจำโต๊ะ 3 มากประสบการณ์กว่า 50 ปีของอาชีพช่างตัดผม ที่นอกจากจะเป็นช่างที่ลูกค้าโปรดปรานในการตัดแล้ว ยังเป็นคู่แข่งในการเปิดศึกหมากรุกอีกด้วย

หากใครสนใจเปลี่ยนบรรยากาศในการตัดผมหรือร่วมประลองหมากรุก บัวทองบาร์เบอร์ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

ที่อยู่ : 249 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
เวลาทำการ : 08.00 – 19.00 น. เปิดบริการทุกวัน
ติดต่อ : 022233321
5.

โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์เป็นร้านตัดผมที่ถูกปกคลุมด้วยดอกไม้ของปากคลองตลาดมานานกว่า 30 ปี ด้วยคอนเซปต์แบบไม่ตั้งใจของร้าน ‘เปิดสามโมง ปิดสามโมง’ ทำให้ลูกค้าจดจำเวลาทำการได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะเปิดให้บริการ 09.00 น. และปิดร้านเวลา 21.00 น.

ลุงโชคชัย ขันเพชร อายุ 63 ปี ผู้ก่อตั้ง เล่าว่า ลูกค้าประจำส่วนใหญ่คือเด็กนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยที่แวะเวียนกันมาตัด เรียกได้ว่ามาบ่อยจนนักเรียนที่มาใช้บริการต้องปริ้นท์ตัวอย่างทรงผมที่ถูกระเบียบมาแปะให้ในร้าน ตัดกันจนลุงโชคชัยรู้ชื่อครูที่ตรวจระเบียบว่าคนไหนใจดีหรือคนไหนโหด

นอกเหนือจากการตัดผม การแคะและทำความสะอาดหูยังเป็นอีกหนึ่งบริการเด่นของทางร้าน มีอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดหูหลายอัน โดยจะมีง่ามใส่สำลีสำหรับเช็ดทำความสะอาดในรูหู ที่แซะขี้หูและที่คีบ ซึ่งเน้นความสะอาด จากการใส่แอมโมเนียและเปลี่ยนสำลีทุกครั้งที่ทำ

เป็นบาร์เบอร์ต้องละเอียด หลายคนมองว่าแค่ต้องตัดผมให้เนียนกริบ แต่มันมีมากกว่านั้น ต้องศึกษาวิธีการล้างหู ล้างตา แม้แต่ขนจมูกก็ต้องตัด ข้ามไม่ได้ นี่แหละถึงจะเป็นบาร์เบอร์รุ่นโบราณของแท้” ลุงโชคชัยเล่าด้วยสีหน้าภูมิใจ

เมื่อถามถึงที่มาการติดไฟดิสโก้ภายในร้าน “เมื่อก่อนมีช่างหลายคนพอเวลาปีใหม่จัดงานให้ช่าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว” โชคชัยเล่าถึงสมัยยี่สิบกว่าปีก่อนที่ร้านบาร์เบอร์เแห่งนี้รุ่งเรืองและเป็นที่นิยม

ที่อยู่ : 122/2 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 09.00 – 21.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022225433
*บทความนี้มาจากส่วนหนึ่งของจุลนิพนธ์ ‘เรื่องของผม’ ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ เอกวารสารและหนังสือพิมพ์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมี อาจารย์ ดร.ยอดขวัญ สวัสดี   เป็นที่ปรึกษา

Writer & Photographer

Avatar

ศรัณยา ตั้งวรเชษฐ

รักการออกแบบจัดหน้า ถ่ายภาพบ้างเป็นบางครา ชอบดื่มกาแฟหนักหนา ตำปูปลาร้าคือที่สุดในดวงใจ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

30 กันยายน 2560
11 K

เสน่ห์ของกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่ความเป็นไทย แต่เป็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ทำให้การใช้ชีวิตในเมืองหลวงสนุกไม่จำเจ อารยธรรมรุ่มรวยของอินเดียแทรกตัวอยู่ในอาหาร ร้านค้า ศาสนา สถาปัตยกรรม และผู้คนที่น่าทำความรู้จัก เราสูดกลิ่นเครื่องเทศแล้วออกไปตามหาดินแดนภารตะในมุมต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ทุกๆ ที่อ้าแขนต้อนรับแขกผู้มาใหม่ และทำให้หัวใจเราอบอุ่นกรุ่นกลิ่นมาซาล่า

 

1. เลือกซื้อเครื่องเทศสูตรเฉพาะที่สุวรรณ เครื่องเทศ

      ตึกหัวมุมที่ตั้งอยู่ปากซอยเจริญกรุง 42 อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศหนักแน่นทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เครื่องเทศแบบสำเร็จ สีเหลืองทองหลากเฉกในซองอย่างผงกะหรี่ ผงเครื่องข้าวหมกและผงแกงกุรุหม่าที่วางอยู่ตรงหน้า เป็นสูตรเฉพาะของภูวนาถ ธีรลักษณ์ คนไทยเชื้อสายอินเดียที่ได้สืบทอดวิธีการทำจากคุณตา ด้วยการออกแบบสูตรให้ผักชี ยี่หร่า ลูกกระวาน กานพู และอบเชย มาผสมกันในอัตราส่วนที่พอดี จึงทำให้เครื่องเทศจากร้านนี้เป็นที่นิยมของบรรดาร้านอาหารอิสลามเจ้าเด็ดในย่านบางรักทั้งหมด ส่วนเครื่องเทศแบบที่ยังไม่สำเร็จ ร้านนี้มีหญ้าฝรั่นและใบกระวานชั้นดีที่คัดสรรมาให้ ไม่เพียงเท่านั้น อีกฟากหนึ่งของร้านยังมีผ้าโสร่งและชุดประกอบพิธีละหมาดอย่างถูกต้องจำหน่ายด้วย

ที่อยู่: หัวถนนสีลม ซอยเจริญกรุง 42 แยกบางรัก
เวลาทำการ: 08.00 – 18.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
ติดต่อ: 02-234-6735

 

2. ซื้อผ้ากับนายห้างบัญชาที่ร้านนายเล็กใจดี พาหุรัด

พาหุรัดหรือลิตเติ้ลอินเดียเป็นอาณาจักรผ้าที่เลื่องลือที่สุดในกรุงเทพฯ เราเลยมุ่งไปที่ร้านนายเล็กใจดี ร้านขายผ้าที่เคียงคู่ย่านนี้มายาวนานกว่า 80 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ชาวซิกข์ของ บัญชา ผู้เป็นเจ้าของร้าน ที่แบกผ้าเดินขายตามบ้านคนไทยและใช้ความใจดีเป็นจุดขาย โดยชื่อนายเล็กเป็นชื่อคุณพ่อของนายห้างคนปัจจุบัน ร้านขายผ้าเก่าแก่นามสกุลใจดีแห่งนี้ตระการตาไปด้วยม้วนผ้าหลากสี หลายประเภท เรียงรายจนล้นออกมายังหน้าร้าน ซึ่งมีตั้งแต่ผ้าด้ายดิบ ผ้าขาว ผ้าฝ้าย ผ้าลูกแก้ว ไปจนถึงผ้าไหมและผ้าดิ้นเยียรบับ นายห้างก็ใจดีสมชื่อ ยินดีแนะนำให้เราได้ผ้าที่เหมาะไปตัดชุดสวยตามแบบในฝันในราคาสบายกระเป๋า

ที่อยู่: 382 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ: 09.00 – 18.30 น.
ติดต่อ: 02 -222-7034

 

3. ซื้อชุดส่าหรีจากร้าน S.S. ที่่ Little India

อยากซื้อผ้าอินเดียลายวิจิตร หรือต้องการชุดส่าหรีลายวิไล ขึ้นบันไดเลื่อนเล็กๆ ที่หยุดเลื่อนถาวรมาตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่าได้เลย ตลาดที่ซ่อนตัวบนชั้น 2 นี้มีทั้งร้านขายม้วนผ้า ส่าหรี ชุดนำเข้าจากอินเดียของสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทั้งยังมีเครื่องประดับปะวะหล่ำกำไลเสร็จสรรพ โดยร้าน S.S. นำเข้าผ้าไหม ผ้าคอตตอน ผ้าชีฟองสีสันสดใส และสารพัดชุดสวยฉูดฉาดจากนิวเดลีมาเพียบ ร้านของครอบครัวเชื้อสายอินเดียที่เปิดร้านมากว่า 15 ปีเต็มไปด้วยของสนุกที่คู่ควรกับตู้เสื้อผ้าเราเป็นที่สุด จะใส่ไปงานเลี้ยงแฟนซี ปาร์ตี้กับเพื่อน หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันก็สวยเก๋ไม่เป็นรองใคร

ที่อยู่: ตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่า ชั้น 2 หน้าบันไดเลื่อน ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 097-442-2269

 

4. สงบจิต สงบใจ ในคุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา วัดซิกข์แห่งแรกของไทย

ออกจากพาหุรัดแล้วเลี้ยวขวา เดินตรงมาอีกนิด เราก็จะเจอคุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา ศาสนสถานอันวิจิตรของชาวซิกข์ที่เปิดประตูต้อนรับคนทุกศาสนา แต่มีข้อตกลงว่าต้องแต่งกายให้มิดชิด คลุมศีรษะด้วยผ้าที่ทางวัดจัดเตรียมให้เรียบร้อยก่อนจะเดินชมในแต่ละชั้น และห้ามถ่ายรูป เมื่อเดินขึ้นไปจะพบโถงโล่งกว้างที่สงบและสะอาดสำหรับประชุมหรือจัดงานต่างๆ โรงทานที่เปิดเลี้ยงอาหารฟรีทุกวัน และบนชั้น 4 จะเป็นโถงฟังธรรมสวดมนต์ทุกเช้าเย็น แถมยังมีขนมหวานตามธรรมเนียมที่เจ้าหน้าที่มอบให้ชิม มีห้องเรียนศาสนาที่มีการสอนเป็นภาษาไทย และหากเรามาถูกจังหวะเราอาจจะได้เห็นบรรยากาศของงานมงคลกลิ่นอายภารตะที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในชุดกูรตะ ส่าหรี ที่ไม่ได้พบเห็นง่ายๆ

ที่อยู่: 571 ถ.จักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ: 05.00 – 19.00 น.
ติดต่อ: 02-224-8094

 

5. ลิ้มรสขนมหวานจาก Panjab Sweet ในย่านอินเดีย เอ็มโพเรียม

‘หวานจับใจ’ คือรสสัมผัสแรกหลังจากที่เราได้ลิ้มลองขนมอินเดียซึ่งมีต้นตำรับมาจากรัฐปัญจาบในร้าน Panjab Sweets ร้านขายขนมหวานชิ้นน่ารักย่านอินเดีย เอ็มโพเรียม ขนมที่นี่ทำจากนมและน้ำตาลหน้าตาหลากหลายซึ่งใช้เป็นขนมไหว้พระพิฆเนศ พระแม่ลักษมี พระแม่อุมาเทวี คล้ายกับที่เราได้ชิมในวัดซิกข์ เมื่อสั่งมาชิมกับราสมาลัยหรือก้อนชีสแช่น้ำนมรสหอมหวาน และจิบ Chai ร้อนๆ คู่กัน ของหวานหอมอร่อยนี้ก็เพิ่มพลังงานให้เราเดินสำรวจย่านนี้อย่างสดชื่นอารมณ์ดี

ที่อยู่: ซอยอินเดีย เอ็มโพเรียม
เวลาทำการ: 07.30 – 19.00 น.
ติดต่อ: 02-222-6541

 

6. รีดเหงื่อไปพร้อมๆ กับฝึกสมาธิสไตล์อินเดียที่ Ashtanga Yoga

อยากยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายร่างกายและอยู่กับลมหายเข้าใจเข้า-ออกของตัวเองอย่างเต็มที่ ต้องตรงไป Ashtanga Yoga โยคะ ซึ่งเป็นโยคะดั้งเดิมของอินเดียที่ทำให้เราได้ดัดทั้งกายและใจ ผ่านคลาสเรียนที่ไม่ได้แบ่งแยกระดับ โดยเริ่มจากการฝึกอาสนะในท่าที่ 1 และไล่ไปเรื่อยๆ ตามขีดความสามารถที่เรามี เมื่อถึงท่าที่เราทำไม่ไหวก็ไม่กังวลใจแต่อย่างใด เพราะอาจารย์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีจะช่วยดูแลเราอย่างใกล้ชิด แถมยังได้ฝึกในห้องที่มีบรรยากาศเป็นมิตรกับร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังอาจจะได้เพื่อนใหม่สายสุขภาพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ที่อยู่: ชั้น 8 โรงแรม S31 ซอยสุขุมวิท 31
เวลาทำการ: 05.30 – 20.30 น.
ติดต่อ: 097-249-9202
Facebook |  Ashtanga Yoga Center Of Bangkok. – AYBKK

 

7. สร้างสิริมงคลที่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก)

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือวัดแขก สีลม เป็นที่พึ่งทางใจของชาวพราหมณ์-ฮินดูมานับร้อยปีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 สถาปัตยกรรมแบบดราวิเดียนสีฉูดฉาดและบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ย่านเศรษฐกิจนี้มีมิติน่าสนใจทางประวัติศาสตร์และศาสนา ศาสนสถานนิกายศักตินี้เคารพบูชาพระอุมาเทวี ชายาของพระศิวะ เป็นองค์ประธาน และยังเป็นที่สักการะพระพิฆเนศและเทพองค์อื่นๆ

บุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปเยี่ยมชมสักการะ หรือขอพรด้านความรักและการขอบุตรได้ เทศกาลสำคัญเก่าแก่ของที่นี่คือพิธี ‘นวราตรี’ เพื่อบูชาพระแม่อุมาเทวี โดยจะปิดถนนและจัดขบวนแห่ประจำปีอย่างยิ่งใหญ่ประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี จะเข้าร่วมขบวนแห่กับผู้คนนับพันหรือไปสักการะในวันทั่วไปก็ทำได้ตามความประสงค์

ที่อยู่: 2 ถนนปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก
เวลาทำการ: 06.00 – 20.00 น.  

 

8. ดินเนอร์สุดหรูประหนึ่งราชาที่ห้องอาหาร Rang Mahal

เสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงห้องอาหารราง มาฮาล ว่าอร่อยนักหนาแว่วมาตลอด 23 ปีตั้งแต่โรงแรมแรมแบรนดท์ก่อตั้งมา แค่เห็นจอกทรงสูงใส่น้ำกับโซฟาสไตล์ภารตะบนห้องอาหารชั้นสูงสุดของโรงแรมก็หลงรักแล้ว พอได้ชิมขาแกะหมักย่างเตาถ่านที่ค่อยๆ ทำให้สุกกว่า 6 ชั่วโมง เราก็รู้ว่าข่าวลือเรื่องรสชาตินั้นไม่ได้เกินจริงไปแม้แต่นิดเดียว เชฟราจัน มิสรา ปรุงอาหารอินเดียเหนือรสดั้งเดิมโดยใช้เครื่องเทศจากอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่างทันดูรี ขาแกะหมักเหล้ารัม แกงแพะย่าง หรือแกงกุ้งมะเขือเทศรสจัด ทุกอย่างกลมกล่อมถูกปากคนไทย แกะและแพะนุ่มๆ หอมกรุ่นไร้กลิ่นคาว กินคู่กับข้าวบาสมาติผัดและนานใส่กระเทียมแล้วอร่อยเยี่ยมยอด ก่อนอิ่มก็ล้างมือในอ่างน้ำมะนาวอุ่นสักหน่อย แล้วปิดท้ายด้วยการชิมกุหลาบจามุนในน้ำเชื่อมอุ่นรสหอมหวานและมะม่วงลาสซี่ที่ใส่โยเกิร์ตกับถั่วเข้มข้นชื่นใจ จบมื้อแล้วน้ำตาแทบไหล ประทับใจราง มาฮาล ที่แปลว่าสถานที่จัดงานเลี้ยงของราชวงศ์จริงๆ

ที่อยู่: ชั้น 26 โรงแรม Rembrandt Hotel ซอยสุขุมวิท 18
เวลาทำการ: 17.00 – 24.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ มีมื้อกลางวัน 11.00 – 14.30 น. ด้วย)
ติดต่อ: 02-261-7100 ต่อ ราง มาฮาล
Facebook : Rang Mahal

 

9. อุดหนุนเบอร์นาร์ด ตำนานถั่วที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ผ่านไปผ่านมาแถวธรรมศาสตร์จะต้องเห็นเบอร์นาร์ดนั่งขายถั่วอยู่ที่ประตูท่าพระจันทร์เป็นทุกครั้ง อาบังวัย 72 ที่เลือกอาชีพขายถั่วเป็นอาชีพแรกและอาชีพหลัก ปักหลักขายถั่วให้เราได้ซื้อหาในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้มามากกว่า 4 ทศวรรษ เมล็ดถั่วสีเขียว เหลือง น้ำตาล ที่ถูกจัดอยู่ในกล่องไม้ที่มีล้อเลื่อน ประกอบไปด้วยถั่ว 6 ชนิด เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วลันเตาเคลือบ และถั่วปากอ้า ในราคาสบายกระเป๋าเพียง 20 บาท ไม่ว่าจะอยากได้ของขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ หรืออยากจะสนทนากับเบอร์นาร์ดที่คุยสนุกและพร้อมจะยียวนเมื่อสนิท อย่าได้คิดมาก แวะไปทักทายและอุดหนุนเขาได้ทุกวัน

ที่อยู่: หน้าคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เวลาทำการ: ตามเวลาราชการ

 

ภาพ: มณีนุช บุญเรือง, ปฏิพล รัชตอาภา

Writers

Avatar

นันท์นภัส พลเศรษฐเลิศ

เด็กฝึกงานที่กำลังรอรับปริญญา ใช้ชีวิตไปมาๆระหว่างกรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ รักการอยู่บ้าน พอๆกับการอยู่นอกบ้าน ยังไม่ชัดว่าจะได้ประกอบอาชีพอะไร แต่ตั้งใจจะหัดขีดเขียนให้ดี

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographers

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load