ร้านตัดแต่งทรงผมชาย หรือร้านบาร์เบอร์ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของสุภาพบุรุษแทบจะทุกยุคทุกสมัย

บางครั้งร้านตัดผมช่วยสร้างบุคลิก เพิ่มความมั่นใจ เปลี่ยนให้เรากลายเป็นคนใหม่ได้ไม่ยาก บางครั้งร้านตัดผมทำให้เจอเพื่อนใหม่ รับฟังปัญหา ปรึกษาเรื่องหัวใจ จากการพูดคุยในระยะเวลาสั้นๆ บางครั้งร้านตัดผมช่วยอัพเดตเรื่องราวข่าวสารผ่านโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่วางไว้

ตั้งแต่เด็กจนโตคงไม่มีใครมานั่งนับว่าตัดผมกันไปแล้วกี่ครั้ง เปลี่ยนทรงผมกันไปแล้วกี่รอบ ไม่ว่าจะรองทรง สกินเฮด อันเดอร์คัต แสกกลาง ไถข้าง หรือทรงอื่นๆ ก็สุดแล้วแต่จะสั่งให้ช่างตัดแต่งให้

แม้ปัจจุบันจะมีร้านตัดผมสำหรับผู้ชายมากมายหลายร้านหลากสไตล์ แต่เราอยากชวนคุณผู้อ่านย้อนทศวรรษกลับไปเปิดประตู ก้าวเท้าเข้าสู่ร้านบาร์เบอร์รุ่นเก่า พบเจอช่างตัดผมวัยเก๋าที่ยังคงอยู่รอดท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง

1.

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

บาร์เบอร์แห่งนี้ตั้งอยู่ถนนราชดำเนินกลางที่เปิดมากว่า 60 ปี เน้นการบริการที่ให้ความส่วนตัวกับลูกค้า แยกออกเป็นห้อง มีม่านกั้นเพื่อสร้างทั้งความสบายกายและสบายใจให้กับลูกค้า สามารถพูดคุยเปิดอกแบบลูกผู้ชายได้อย่างเต็มที่ แถมยังไม่ต้องกลัวคอแห้ง เพราะทางร้านมีบริการเสิร์ฟน้ำชาหรือน้ำเปล่าเย็นชื่นใจให้แบบฟรีๆ

ที่นี่ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบแท้จากธรรมชาติ อย่างการนำมะกรูดทั้งลูกมาสระผมให้ลูกค้า ทำให้รู้สึกสดชื่นเหมือนเริ่มต้นวันใหม่ได้ด้วยการมาสระผม

สมหมาย กองสุทธิผล’ ช่างประจำห้องหมายเลขหนึ่งมากด้วยฝีไม้ลายมือและประสบการณ์ด้านการตัดผมไม่ต่ำกว่า 40 ปี ผ่านการตัดผมตั้งแต่บุคคลธรรมดาไล่ไปจนถึงนักการเมืองแนวหน้าของเมืองไทย ซึ่งนอกจากฝีมือในการให้บริการแล้ว ศิลปะในการพูดคุยกับผู้มาใช้บริการยังเป็นเสน่ห์ของร้านที่ทำให้ลูกค้าติดใจกลับมาตัดผมอีกครั้ง

ปัจจุบัน พื้นที่ส่วนหนึ่งของร้านได้ปรับเปลี่ยนเป็นเกสต์เฮาส์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวแถวถนนราชดำเนิน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นที่ชุมนุมของเหล่าคนดังเหมือนสมัยก่อน แต่รับรองว่าการให้บริการของห้องแต่งผมพงศ์เทพยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นพื้นที่ที่ให้ขาประจำแวะเวียนมาหาอยู่เช่นเดิม

ที่อยู่ : 49 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 08.00 – 15.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022816756
2.

ดุสิตบาร์เบอร์

ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์

ร้านดุสิตบาร์เบอร์ตั้งอยู่ในย่านบางรักตั้งแต่ พ.ศ. 2516 หรือเปิดมากว่า 40 ปี ตั้งแต่สมัยที่ถนนศรีเวียงยังเป็นตรอกสำหรับขายไก่สดและมีชาวจีนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสมัยนั้นค่าตัดผมเริ่มต้นเพียง 8 บาท และมีช่างตัดมากถึง 8 คน ในขณะที่ตอนนี้เหลือช่างทั้งหมด 5 คน โดยคนที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 40 ปี และมากที่สุดอยู่ที่ 59 ปี แต่อายุไม่ได้เป็นอุปสรรคเพราะช่างแต่ละคนยังคงเฮฮา ยิ้มแย้ม และเป็นกันเอง ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการอยู่เสมอ

วิลาวัณย์ มั่งมี’ อายุ 87 ผู้รับช่วงต่อกิจการร้านตัดผมจากพี่ชาย เล่าว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนอายุ 30 ปีขึ้นไป สลับกับเด็กนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ที่แวะเวียนมาตัดบ้าง แต่เมื่อโตเป็นหนุ่มก็หันไปเข้าร้านตัดผมที่ดูดี ดูทันสมัยมากขึ้น

หากพูดถึงเรื่องทรงผม แฟชั่นได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างสมัยสรพงษ์ ชาตรี หนุ่มๆ จะฮิตทรงผมคลุมหู ใส่กางเกงขาบาน บางทีมาตัดทรงบ้าๆ บอๆ ก็มี แต่สุดท้ายเกือบทุกคนก็มาหยุดที่รองทรง

ดุสิตบาร์เบอร์ยึดมั่นในสโลแกน ‘บริการทุกระดับประทับใจ’ เพราะไม่ว่าใครมาก็สามารถตัดให้ได้หมดตามทรงที่ลูกค้าต้องการ

ที่อยู่ : 557 ถนนศรีเวียง แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
เวลาทำการ : 07.00 – 19.00 น.ปิดบริการวันอังคาร
ติดต่อ : 022335128
3.

สัมพันธ์เกศา

สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา

ชุมชนวัดมะกอกกลางสวน 1 ใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยกว่าร้อยครัวเรือน ภายในมีร้านตัดผมเล็กๆ ที่อยู่คู่ชุมชนก่อนความเจริญจะเข้าถึงมากว่า 40 ปีอย่างร้าน ‘สัมพันธ์เกศา’

ลักษณะร้านเปิดโล่ง ไม่มีกระจกและผ้าม่าน เพราะกลุ่มลูกค้ามาจากคนในพื้นที่ หรือ ‘เพื่อนบ้าน’ จึงต้องการให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ทำให้ใครผ่านไปมามักหยุดเอ่ยคำทักทายและถามสารทุกข์สุกดิบก่อนจะเดินจากไป ถึงแม้ไม่ได้มาใช้บริการก็ตาม

ร้านสัมพันธ์เกศาเป็นบาร์เบอร์แบบดั้งเดิม มีการตัดแต่งทรงผม โกนหนวดเครา และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การนำผ้าเย็นมาซับใบหน้าและนวดให้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากให้บริการกับลูกค้า ซึ่งเป็นบริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

การตัดผมเป็นงานศิลป์ที่ต้องใช้อารมณ์ ใช้ฝีมือ บางครั้งต้องจินตนาการว่าจะตัดในรูปแบบไหน และสามารถตัดในรูปแบบที่ลูกค้าต้องการได้ไหม อาศัยการสื่อสารและความเข้าใจ ช่างแต่ละร้านเรียกทรงผมแตกต่างกันไป รองทรงสูง ต่ำ ทรงนักเรียน ทรงอเมริกัน ที่เหลือคือการดัดแปลง แต่ก็ต้องทำให้ลูกค้าออกมาหล่อได้ตลอดเวลา” กษิพงศ์ ช่างตัดผมทายาทรุ่นที่ 2 กล่าว

หากลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นป้ายภาษาเขมรที่ติดอยู่หน้ากระจก มีความหมายว่า ‘ร้านนี้ไม่ตัดคนที่เมามา’ เพราะร้านตัดผมมีแต่ของมีคม อาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะส่งผลให้ร้านดูหมดความน่าเชื่อถือ

สิ่งที่สังเกตเห็นได้อีกอย่างหนึ่งคือร้านแห่งนี้มีราคาที่ยังต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป อย่างสมัยก่อนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6 บาท แต่ถึงผ่านมา 35 ปี ไม่ว่าสมาชิกในครอบครัวจะเพิ่มขึ้นหรือค่าครองชีพจะสูงขึ้น แต่ความผูกพันที่มีต่อลูกค้าทำให้สัมพันธ์เกศาตั้งราคาเพียง 60 บาทเท่านั้น

ที่อยู่ : 184/1 ซอยราชวิถี 18 ถนนราชวิถี แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
เวลาทำการ : 09.00 – 20.00 น. ปิดบริการพุธ
ติดต่อ : 022241044
4.

บัวทองบาร์เบอร์

บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์

ร้านบาร์เบอร์บริการเสริมหล่อผู้ชายย่านเยาวราชแห่งนี้ ด้านนอกถูกปกคลุมด้วยม่านสีชมพูเหมือนร้านตัดแต่งทรงผมสุภาพบุรุษทั่วไป แต่ทันทีที่เปิดประตูก้าวเข้ามา ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับสู่ 35 ปีก่อนแบบไม่ทันตั้้งตัว ภายในร้านมีบริการทั้งตัดผมเด็ก ตัดผมผู้ใหญ่ สระผม ย้อมผม ดัดผม แคะหู ล้างตา ตัดเล็บ ซึ่งบริการด้วยความเป็นกันเองของช่างทุกคน

ผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่คือคนในพื้นที่และผูู้สูงอายุที่เรียกได้ว่าเป็นขาประจำ เพราะตัดร้านนี้กันมาเป็นสิบๆ ปี ต่อให้ย้ายออกไปอาศัยอยู่ไกลแค่ไหนก็ยังแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน พบปะทักทายและเล่น ‘หมากรุก’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ ก่อนจะกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน

สนั่น’ ช่างประจำโต๊ะ 3 มากประสบการณ์กว่า 50 ปีของอาชีพช่างตัดผม ที่นอกจากจะเป็นช่างที่ลูกค้าโปรดปรานในการตัดแล้ว ยังเป็นคู่แข่งในการเปิดศึกหมากรุกอีกด้วย

หากใครสนใจเปลี่ยนบรรยากาศในการตัดผมหรือร่วมประลองหมากรุก บัวทองบาร์เบอร์ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

ที่อยู่ : 249 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
เวลาทำการ : 08.00 – 19.00 น. เปิดบริการทุกวัน
ติดต่อ : 022233321
5.

โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์เป็นร้านตัดผมที่ถูกปกคลุมด้วยดอกไม้ของปากคลองตลาดมานานกว่า 30 ปี ด้วยคอนเซปต์แบบไม่ตั้งใจของร้าน ‘เปิดสามโมง ปิดสามโมง’ ทำให้ลูกค้าจดจำเวลาทำการได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะเปิดให้บริการ 09.00 น. และปิดร้านเวลา 21.00 น.

ลุงโชคชัย ขันเพชร อายุ 63 ปี ผู้ก่อตั้ง เล่าว่า ลูกค้าประจำส่วนใหญ่คือเด็กนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยที่แวะเวียนกันมาตัด เรียกได้ว่ามาบ่อยจนนักเรียนที่มาใช้บริการต้องปริ้นท์ตัวอย่างทรงผมที่ถูกระเบียบมาแปะให้ในร้าน ตัดกันจนลุงโชคชัยรู้ชื่อครูที่ตรวจระเบียบว่าคนไหนใจดีหรือคนไหนโหด

นอกเหนือจากการตัดผม การแคะและทำความสะอาดหูยังเป็นอีกหนึ่งบริการเด่นของทางร้าน มีอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดหูหลายอัน โดยจะมีง่ามใส่สำลีสำหรับเช็ดทำความสะอาดในรูหู ที่แซะขี้หูและที่คีบ ซึ่งเน้นความสะอาด จากการใส่แอมโมเนียและเปลี่ยนสำลีทุกครั้งที่ทำ

เป็นบาร์เบอร์ต้องละเอียด หลายคนมองว่าแค่ต้องตัดผมให้เนียนกริบ แต่มันมีมากกว่านั้น ต้องศึกษาวิธีการล้างหู ล้างตา แม้แต่ขนจมูกก็ต้องตัด ข้ามไม่ได้ นี่แหละถึงจะเป็นบาร์เบอร์รุ่นโบราณของแท้” ลุงโชคชัยเล่าด้วยสีหน้าภูมิใจ

เมื่อถามถึงที่มาการติดไฟดิสโก้ภายในร้าน “เมื่อก่อนมีช่างหลายคนพอเวลาปีใหม่จัดงานให้ช่าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว” โชคชัยเล่าถึงสมัยยี่สิบกว่าปีก่อนที่ร้านบาร์เบอร์เแห่งนี้รุ่งเรืองและเป็นที่นิยม

ที่อยู่ : 122/2 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 09.00 – 21.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022225433
*บทความนี้มาจากส่วนหนึ่งของจุลนิพนธ์ ‘เรื่องของผม’ ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ เอกวารสารและหนังสือพิมพ์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมี อาจารย์ ดร.ยอดขวัญ สวัสดี   เป็นที่ปรึกษา

Writer & Photographer

ศรัณยา ตั้งวรเชษฐ

รักการออกแบบจัดหน้า ถ่ายภาพบ้างเป็นบางครา ชอบดื่มกาแฟหนักหนา ตำปูปลาร้าคือที่สุดในดวงใจ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

วันเด็กไม่จำเป็นจะต้องเป็นของเด็กๆ เพียงกลุ่มเดียว ในเมื่อกรุงเทพฯ มีสถานที่ให้คนมามีความสุขได้ร่วมกันทุกวัย จะชอบใช้ความคิดสร้างสรรค์ ชอบศึกษา หรือชอบผจญภัย ก็มีให้เลือกทั้งนั้น มาสร้างความทรงจำดีๆ ของครอบครัวในสารพัด hidden place ทั่วมหานครกันดีกว่า

 

พบสัตว์แปลกที่พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา

หลายครอบครัวคงเคยพากันไปสวนสัตว์มาแล้ว เราเลยอยากเสนอการไปดู ‘สัตว์’ นอกสวนบ้าง นั่นคือที่พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ที่รวบรวมสัตว์สตัฟฟ์หลากชนิด รวมถึงโครงกระดูกและอวัยวะบางส่วน สัตว์ที่จัดแสดงมีทั้งที่ขนาดใหญ่เท่าตัวคน ไปจนถึงขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ แต่ละชนิดมีหลากหลายพันธุ์วางเรียงรายจนแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ต้องรู้สึกว่าตัวเล็กเมื่อได้ชม

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีเสน่ห์แตกต่างจากสวนสัตว์ตรงที่เราจะได้เห็นสัตว์ที่ไม่มีโอกาสเห็นตอนมันมีชีวิตอยู่ เช่นสัตว์สูญพันธุ์หรือสัตว์หายากบางชนิด อย่างตุ่นปากเป็ด ตะพาบม่านลาย และแมลงหน้าตาน่าพิศวงอีกมาก ที่จะทำให้เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจ และผู้ใหญ่ร้องว้าวไปพร้อมกัน

ที่อยู่: 254 ตึกชีววิทยา 1 ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์)
ติดต่อ: 02 218 5266

 

ย้อนเวลาหาอดีตที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

ไทม์แมชชีนไม่จำเป็นอีกต่อไป เมื่อเรามีพิพิธภัณฑ์ที่พร้อมจะพาเรามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ไทย หลังจากปรับปรุงใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้สนุกกว่าเดิม ตอนนี้นิทรรศการประจำที่เปิดให้เข้าชมมี 4 ห้องหลักๆ คือ เครื่องดนตรี เครื่องแต่งกาย โลหะ และอาวุธ นอกจากนั้นก็มีตึกของพระปิ่นเกล้า และนิทรรศการหมุนเวียนที่พาเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกับอินเดียในอดีตด้วยนะ

ถึงแม้จะดูเหมือนที่เที่ยวสำหรับผู้ใหญ่ แต่หลังจากปรับปรุงใหม่ ทางพิพิธภัณฑ์ก็พยายามใช้ลูกเล่นต่างๆ เข้ามาประกอบนิทรรศการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโมเดลกองทัพจิ๋วที่จัดแสดงให้เห็นกระบวนทัพสมัยก่อน หรือตำราพิชัยสงครามที่สแกนไว้ให้ไล่เปิดดูได้เต็มที่ ถ้าเด็กคนไหนชอบฟังเรื่องเล่าหรือตำนานไทย จะต้องถูกใจกับนิทรรศการเปิดใหม่เหล่านี้แน่นอน

ที่อยู่: ซอยหน้าพระธาตุ 4 แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร)
ติดต่อ: 02 224 1333

 

อ่านหนังสือที่ห้องสมุดเด็กดรุณบรรณาลัย

จากบ้านไม้โบราณสมัยรัชกาลที่ 6 กลายเป็นห้องสมุดเด็กปฐมวัยแห่งแรกของไทย ‘ดรุณบรรณาลัย’ แปลว่าสถานที่อ่านหนังสือของเด็ก ภายในบรรจุหนังสือภาพจำนวนหลายพันเล่ม เด็กๆ จะหยิบไปอ่านที่มุมไหนก็ได้ ทั้งในและนอกอาคาร นอกจากนั้นยังมีมุมสำหรับทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับหนังสือหรือเรื่องราวในหนังสือ หรือต่อให้เด็กคนไหนยังไม่ปลื้มกับทั้งหมดนี้ ก็ต้องยอมใจอ่อนให้บันไดสายรุ้งในท้ายที่สุดเป็นแน่

สำหรับวันเด็กปีนี้ ในช่วงบ่ายทางห้องสมุดจะมีกิจกรรม ‘หนูน้อยไดโน ตะลุยโลกล้านปี’ ให้เข้าไปร่วมแจมได้ แต่อย่าลืมไปลงทะเบียนก่อนนะ

ที่อยู่: บ้านเลขที่ 1 ซอยเจริญกรุง 34 ซอยวัดม่วงแค ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 10.00 – 17.00 น.
ติดต่อ: 02-630-5953 หรือดูรายละเอียดกิจกรรมพิเศษได้ที่
www.darunbannalai.in.th
www.facebook.com/darunbannalai

 

หัดขี่ม้าที่ Rodeo Horse Riding

คนกรุงไม่ต้องไปไกลถึงชายหาดหัวหินแล้ว เพราะที่ Rodeo Horse Riding ในเขตสายไหม จัดพื้นที่ให้สำหรับฝึกหัดขี่ม้าแบบครบวงจร โดยมีสอนทั้งสไตล์อังกฤษและสไตล์คาวบอยอย่างผู้รู้จริง ไม่ต้องมีความรู้อะไรใดๆ มาก่อนเลยก็เรียนได้ โดยจะเลือกทดลองเรียนแบบครึ่งชั่วโมงหรือ 1 ชั่วโมงก็แล้วแต่สะดวก และถ้าใครติดใจ ก็ซื้อคอร์สรายเดือนหรือรายปีต่อได้เลย นอกจากนั้น ยังมีบริการพาขี่ม้าชมธรรมชาติ (ต่างจังหวัด) และบริการให้เช่าม้าเพื่อใช้นอกสถานที่ด้วยนะ

จะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็คงมีความฝันอยากลองขี่ม้าเท่ๆ ดูสักครั้งในชีวิต นี่คือโอกาสที่จะได้ทำตามความฝันนั้นพร้อมกันทั้งครอบครัว

ที่อยู่: 42/36 อาคารโรดิโอ ถนนจตุโชติ แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 08.00 – 18.00 น. (ต้องโทรจองรอบล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง)
ติดต่อ: 081-441-8644 หรือ www.facebook.com/rodeohorseriding

 

ฝึกเป็นนักผจญภัยที่ Club 11 กองพัน 11 รอ. 1

สำหรับครอบครัวที่ชอบความผาดโผนมากกว่าการขี่ม้า ก็มาเล่นสนุกกันเป็นหมู่คณะได้ที่สนามยุทธกีฬา ร.11 พัน 1 รอ. หรือ ‘Club 11’ ภายในกรมทหารราบที่ 11 เขตบางเขน ถึงแม้จะอยู่ในพื้นที่ของทหาร แต่กิจกรรมต่างๆ ก็เปิดให้คนนอกเข้ามาลองเล่นได้เต็มที่ ตั้งแต่เพนต์บอล บีบีกัน เรือคายัค รถ ATV จักรยานเสือภูเขา สรุปคือมีแทบทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัวว่าอยากสนุกกันแบบไหน แอบเตือนก่อนว่าไม่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก แต่ถ้าโตพอกำลังปีนป่าย งานนี้สนุกแน่นอน

ที่อยู่: กรมทหารราบที่ 11 ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 10.00 – 19.00 น.
ติดต่อ: 02-972-8857 และ 081-491-1989 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook | Club11bbgun สำหรับเพนต์บอล และบีบีกัน กับ Facebook | CLUB11BIKECLUB สำหรับรถ ATV และจักรยานเสือภูเขา

 

เรียนรู้โลกกว้างที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์

หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์บ้าง เราขอเสนอนิทรรศการเล็กๆ แต่อัดแน่นไปด้วยความรู้ ที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ นิทรรศการที่ซ่อนตัวเงียบๆ อยู่บนชั้น 4 ของจัตุรัสจามจุรี (จามจุรีสแควร์) เต็มไปด้วยสีสันและลูกเล่นให้เด็กๆ ได้หยิบจับ ทดลองทำด้วยมือของตัวเอง เพื่อให้เข้าใจกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น

จุดขายของจัตุรัสวิทยาศาสตร์คือ ‘ห้องทดลองวิทยาศาสตร์’ ที่จะเปลี่ยนหัวข้อการทดลองไปทุกวัน วันละ 3 รอบ โดยในวันเด็กจะเป็นการทดลองภายใต้หัวข้อ ‘นักวิทย์น้อยตามรอยพระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย’ ถ้าอยากรู้ว่าเขาทดลองอะไรกัน ก็ต้องแวะเข้าไปดู รับรองว่ายิ่งไปกันทั้งครอบครัวยิ่งสนุก

ที่อยู่: จัตุรัสจามจุรี ถ.พระรามที่ 4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 02 160 5356 หรือที่ Facebook | NSMScienceSquare

 

กินข้าวดูหงส์ที่ The Garden of Dinsor Palace

หากพาลูกไปเที่ยวแถวสุขุมวิท แล้วอยากหาที่พักกินข้าวเที่ยงระหว่างวัน เราขอแนะนำให้ลองแวะไปที่ร้าน The Garden of Dinsor Palace พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นวังดินสอ วังเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และนำมาปรับปรุงเป็นร้านอาหาร โดยมีที่นั่งให้เลือกทั้ง indoor และ outdoor รวมถึงอาหารก็มีทั้งอเมริกันและอิตาเลียน เหมาะสำหรับเด็กน้อย ให้เลือกได้ตามใจชอบ

ระหว่างที่ผู้ใหญ่กำลังรื่นรมย์กับบรรยากาศสีเขียวชอุ่มและอาหารอร่อยๆ ก็ไม่ต้องกลัวเด็กน้อยจะเบื่อ เพราะพื้นที่ภายในร้านอาหารเหมาะกับการวิ่งเล่น ด้วยการจัดทางเดิน โต๊ะเก้าอี้ โซนต่างๆ ให้หลากหลายน่าสนใจ และที่สำคัญคือมีหงส์ขาวว่ายวนเวียนอยู่ในบ่อน้ำกลางลาน คอยเป็นเพื่อนไม่ให้น้องเหงาด้วย

ที่อยู่: ระหว่างซอยสุขุมวิท 59 และ 61 (ตรงกลางระหว่างสถานีรถไฟฟ้าเอกมัยกับทองหล่อ) กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ:  08.00 – 23.00 น.
ติดต่อ: 02-714-2112 หรือที่ thegardenspalace.com (ถ้าจะให้ดี เราแนะนำให้จองก่อน)

 

เติมเต็มความฝันที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ

หากพูดถึงกิจกรรมวันเด็ก คงพลาดที่แห่งนี้ไปไม่ได้ ไม่ว่าจะโตขึ้นมากแค่ไหน เมื่อมาเดินดูเครื่องบินลำใหญ่น้อยที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ความฝันในวัยเด็กที่อยากเหาะเหินในน่านฟ้าก็ย้อนกลับมาเสมอ ทั้งเครื่องบินยุคแรกที่ปีกเป็น 2 ชั้น เครื่องบินรบในช่วงสงครามโลกที่มีจุดสีแดง-ขาว-น้ำเงินตรงปีกและลำตัว รวมถึงชุดเครื่องแบบนักบิน ที่เวลาไปยืนดูหน้าตู้ก็จะรู้สึกหัวใจเต้นแรงทุกครั้ง

แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือเมื่อกลับมาอีกครั้งตอนโต ก็อาจพบว่าเบื้องหลังของเครื่องบินลำโก้กับเครื่องแบบเก๋ไก๋ มีอะไรมากกว่าที่เคยวาดฝันถึง โดยเฉพาะที่มาที่ไปของเครื่องบินแต่ละลำ เป็นสถานที่ที่ทำให้เด็กๆ ได้ตื่นตาตื่นใจ ส่วนผู้ใหญ่ได้ความรู้ไปพร้อมกัน

ที่อยู่: 171 พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 07.00 – 16.00 น. *เปิดเช้าเป็นพิเศษสำหรับวันเด็ก*
ติดต่อ: 0 2534 1854, 0 2534 1764

 

สัมผัสความเย็นของต้นไม้ที่ Little Tree Garden

ครอบครัวที่ชอบปลูกต้นไม้ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รับรองว่าจะต้องรักที่แห่งนี้ เพราะ Little Tree เป็นร้านกาแฟที่สร้างโดยนักจัดสวน ภายในจึงไม่ได้มีแค่บริการของกิน แต่ยังมีโรงเรียนสอนศิลปะ และร้านขายอุปกรณ์จัดสวนอีกด้วย พ่อแม่สามารถพาลูกๆ เดินเลือกมุมที่อยากนั่งเล่น เลือกขนมหวานที่อยากกิน หรือจะเลือกของกระจุกกระจิกกลับไปตกแต่งบ้านและสวนก็ได้ แถมในวันที่ 21 มกราคมนี้ยังมีตลาด Little Tree Market ที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศเขียวชอุ่มด้วยอีกต่างหาก

ที่อยู่: ซอยเทศบาล 13 ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 081-824-4119 และที่ littletreegarden.com และ Facebook | Littletreegarden

 

ปลดปล่อยจินตนาการที่บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

หากครอบครัวไหนชอบเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เราขอแนะนำสถานที่เงียบๆ เย็นสบายด้วยสายน้ำและสายลม แต่อบอุ่นด้วยความเป็นกันเองของผู้คน นั่นคือที่บ้านศิลปิน คลองบางหลวง หากจอดรถที่วัดคูหาสวรรค์แล้วเดินไปริมน้ำ จะมีทางสั้นๆ ด้านซ้ายเป็นคลองบางหลวง ด้านขวามีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และแม้แต่ที่อยู่อาศัย เมื่อเดินไปสุดทางจะพบบ้านไม้ขนาดสองชั้น แขวนป้าย ‘บ้านศิลปิน’ อยู่ด้านหน้า มีชั้นบนเป็นห้องจัดแสดงงานศิลปะ และชั้นล่างประกอบไปด้วยหลายส่วน ทั้งลานสำหรับแสดงหุ่นละครเล็ก มุมเพนต์สีหน้ากาก ร้านกาแฟ รวมถึงมีชานริมน้ำไว้ให้นั่งเล่น

กิจกรรมที่หลากหลายในพื้นที่ขนาดเล็กช่วยให้ลูกๆ หลานๆ สนุกได้อย่างไม่ต้องกลัวเบื่อ ในขณะเดียวกัน ผู้ปกครองจะร่วมสนุกกับลูก หรือจะเอนหลังคอยดูอยู่ห่างๆ หรือจะผลัดกันไปเดินดูสินค้าน่ารักกุ๊กกิ๊กที่วางขายก็ได้เช่นกัน

ที่อยู่: 315 วัดทองศาลางาม ซอยเพชรเกษม 28 ถนนเพชรเกษม แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น. (มีแสดงหุ่นละครเล็กตอน 14.00 น.)
ติดต่อ: 02-868-5279

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load