ร้านตัดแต่งทรงผมชาย หรือร้านบาร์เบอร์ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของสุภาพบุรุษแทบจะทุกยุคทุกสมัย

บางครั้งร้านตัดผมช่วยสร้างบุคลิก เพิ่มความมั่นใจ เปลี่ยนให้เรากลายเป็นคนใหม่ได้ไม่ยาก บางครั้งร้านตัดผมทำให้เจอเพื่อนใหม่ รับฟังปัญหา ปรึกษาเรื่องหัวใจ จากการพูดคุยในระยะเวลาสั้นๆ บางครั้งร้านตัดผมช่วยอัพเดตเรื่องราวข่าวสารผ่านโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่วางไว้

ตั้งแต่เด็กจนโตคงไม่มีใครมานั่งนับว่าตัดผมกันไปแล้วกี่ครั้ง เปลี่ยนทรงผมกันไปแล้วกี่รอบ ไม่ว่าจะรองทรง สกินเฮด อันเดอร์คัต แสกกลาง ไถข้าง หรือทรงอื่นๆ ก็สุดแล้วแต่จะสั่งให้ช่างตัดแต่งให้

แม้ปัจจุบันจะมีร้านตัดผมสำหรับผู้ชายมากมายหลายร้านหลากสไตล์ แต่เราอยากชวนคุณผู้อ่านย้อนทศวรรษกลับไปเปิดประตู ก้าวเท้าเข้าสู่ร้านบาร์เบอร์รุ่นเก่า พบเจอช่างตัดผมวัยเก๋าที่ยังคงอยู่รอดท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง

1.

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

บาร์เบอร์แห่งนี้ตั้งอยู่ถนนราชดำเนินกลางที่เปิดมากว่า 60 ปี เน้นการบริการที่ให้ความส่วนตัวกับลูกค้า แยกออกเป็นห้อง มีม่านกั้นเพื่อสร้างทั้งความสบายกายและสบายใจให้กับลูกค้า สามารถพูดคุยเปิดอกแบบลูกผู้ชายได้อย่างเต็มที่ แถมยังไม่ต้องกลัวคอแห้ง เพราะทางร้านมีบริการเสิร์ฟน้ำชาหรือน้ำเปล่าเย็นชื่นใจให้แบบฟรีๆ

ที่นี่ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบแท้จากธรรมชาติ อย่างการนำมะกรูดทั้งลูกมาสระผมให้ลูกค้า ทำให้รู้สึกสดชื่นเหมือนเริ่มต้นวันใหม่ได้ด้วยการมาสระผม

สมหมาย กองสุทธิผล’ ช่างประจำห้องหมายเลขหนึ่งมากด้วยฝีไม้ลายมือและประสบการณ์ด้านการตัดผมไม่ต่ำกว่า 40 ปี ผ่านการตัดผมตั้งแต่บุคคลธรรมดาไล่ไปจนถึงนักการเมืองแนวหน้าของเมืองไทย ซึ่งนอกจากฝีมือในการให้บริการแล้ว ศิลปะในการพูดคุยกับผู้มาใช้บริการยังเป็นเสน่ห์ของร้านที่ทำให้ลูกค้าติดใจกลับมาตัดผมอีกครั้ง

ปัจจุบัน พื้นที่ส่วนหนึ่งของร้านได้ปรับเปลี่ยนเป็นเกสต์เฮาส์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวแถวถนนราชดำเนิน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นที่ชุมนุมของเหล่าคนดังเหมือนสมัยก่อน แต่รับรองว่าการให้บริการของห้องแต่งผมพงศ์เทพยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นพื้นที่ที่ให้ขาประจำแวะเวียนมาหาอยู่เช่นเดิม

ที่อยู่ : 49 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 08.00 – 15.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022816756
2.

ดุสิตบาร์เบอร์

ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์

ร้านดุสิตบาร์เบอร์ตั้งอยู่ในย่านบางรักตั้งแต่ พ.ศ. 2516 หรือเปิดมากว่า 40 ปี ตั้งแต่สมัยที่ถนนศรีเวียงยังเป็นตรอกสำหรับขายไก่สดและมีชาวจีนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสมัยนั้นค่าตัดผมเริ่มต้นเพียง 8 บาท และมีช่างตัดมากถึง 8 คน ในขณะที่ตอนนี้เหลือช่างทั้งหมด 5 คน โดยคนที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 40 ปี และมากที่สุดอยู่ที่ 59 ปี แต่อายุไม่ได้เป็นอุปสรรคเพราะช่างแต่ละคนยังคงเฮฮา ยิ้มแย้ม และเป็นกันเอง ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการอยู่เสมอ

วิลาวัณย์ มั่งมี’ อายุ 87 ผู้รับช่วงต่อกิจการร้านตัดผมจากพี่ชาย เล่าว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนอายุ 30 ปีขึ้นไป สลับกับเด็กนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ที่แวะเวียนมาตัดบ้าง แต่เมื่อโตเป็นหนุ่มก็หันไปเข้าร้านตัดผมที่ดูดี ดูทันสมัยมากขึ้น

หากพูดถึงเรื่องทรงผม แฟชั่นได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างสมัยสรพงษ์ ชาตรี หนุ่มๆ จะฮิตทรงผมคลุมหู ใส่กางเกงขาบาน บางทีมาตัดทรงบ้าๆ บอๆ ก็มี แต่สุดท้ายเกือบทุกคนก็มาหยุดที่รองทรง

ดุสิตบาร์เบอร์ยึดมั่นในสโลแกน ‘บริการทุกระดับประทับใจ’ เพราะไม่ว่าใครมาก็สามารถตัดให้ได้หมดตามทรงที่ลูกค้าต้องการ

ที่อยู่ : 557 ถนนศรีเวียง แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
เวลาทำการ : 07.00 – 19.00 น.ปิดบริการวันอังคาร
ติดต่อ : 022335128
3.

สัมพันธ์เกศา

สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา

ชุมชนวัดมะกอกกลางสวน 1 ใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยกว่าร้อยครัวเรือน ภายในมีร้านตัดผมเล็กๆ ที่อยู่คู่ชุมชนก่อนความเจริญจะเข้าถึงมากว่า 40 ปีอย่างร้าน ‘สัมพันธ์เกศา’

ลักษณะร้านเปิดโล่ง ไม่มีกระจกและผ้าม่าน เพราะกลุ่มลูกค้ามาจากคนในพื้นที่ หรือ ‘เพื่อนบ้าน’ จึงต้องการให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ทำให้ใครผ่านไปมามักหยุดเอ่ยคำทักทายและถามสารทุกข์สุกดิบก่อนจะเดินจากไป ถึงแม้ไม่ได้มาใช้บริการก็ตาม

ร้านสัมพันธ์เกศาเป็นบาร์เบอร์แบบดั้งเดิม มีการตัดแต่งทรงผม โกนหนวดเครา และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การนำผ้าเย็นมาซับใบหน้าและนวดให้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากให้บริการกับลูกค้า ซึ่งเป็นบริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

การตัดผมเป็นงานศิลป์ที่ต้องใช้อารมณ์ ใช้ฝีมือ บางครั้งต้องจินตนาการว่าจะตัดในรูปแบบไหน และสามารถตัดในรูปแบบที่ลูกค้าต้องการได้ไหม อาศัยการสื่อสารและความเข้าใจ ช่างแต่ละร้านเรียกทรงผมแตกต่างกันไป รองทรงสูง ต่ำ ทรงนักเรียน ทรงอเมริกัน ที่เหลือคือการดัดแปลง แต่ก็ต้องทำให้ลูกค้าออกมาหล่อได้ตลอดเวลา” กษิพงศ์ ช่างตัดผมทายาทรุ่นที่ 2 กล่าว

หากลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นป้ายภาษาเขมรที่ติดอยู่หน้ากระจก มีความหมายว่า ‘ร้านนี้ไม่ตัดคนที่เมามา’ เพราะร้านตัดผมมีแต่ของมีคม อาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะส่งผลให้ร้านดูหมดความน่าเชื่อถือ

สิ่งที่สังเกตเห็นได้อีกอย่างหนึ่งคือร้านแห่งนี้มีราคาที่ยังต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป อย่างสมัยก่อนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6 บาท แต่ถึงผ่านมา 35 ปี ไม่ว่าสมาชิกในครอบครัวจะเพิ่มขึ้นหรือค่าครองชีพจะสูงขึ้น แต่ความผูกพันที่มีต่อลูกค้าทำให้สัมพันธ์เกศาตั้งราคาเพียง 60 บาทเท่านั้น

ที่อยู่ : 184/1 ซอยราชวิถี 18 ถนนราชวิถี แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
เวลาทำการ : 09.00 – 20.00 น. ปิดบริการพุธ
ติดต่อ : 022241044
4.

บัวทองบาร์เบอร์

บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์

ร้านบาร์เบอร์บริการเสริมหล่อผู้ชายย่านเยาวราชแห่งนี้ ด้านนอกถูกปกคลุมด้วยม่านสีชมพูเหมือนร้านตัดแต่งทรงผมสุภาพบุรุษทั่วไป แต่ทันทีที่เปิดประตูก้าวเข้ามา ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับสู่ 35 ปีก่อนแบบไม่ทันตั้้งตัว ภายในร้านมีบริการทั้งตัดผมเด็ก ตัดผมผู้ใหญ่ สระผม ย้อมผม ดัดผม แคะหู ล้างตา ตัดเล็บ ซึ่งบริการด้วยความเป็นกันเองของช่างทุกคน

ผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่คือคนในพื้นที่และผูู้สูงอายุที่เรียกได้ว่าเป็นขาประจำ เพราะตัดร้านนี้กันมาเป็นสิบๆ ปี ต่อให้ย้ายออกไปอาศัยอยู่ไกลแค่ไหนก็ยังแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน พบปะทักทายและเล่น ‘หมากรุก’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ ก่อนจะกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน

สนั่น’ ช่างประจำโต๊ะ 3 มากประสบการณ์กว่า 50 ปีของอาชีพช่างตัดผม ที่นอกจากจะเป็นช่างที่ลูกค้าโปรดปรานในการตัดแล้ว ยังเป็นคู่แข่งในการเปิดศึกหมากรุกอีกด้วย

หากใครสนใจเปลี่ยนบรรยากาศในการตัดผมหรือร่วมประลองหมากรุก บัวทองบาร์เบอร์ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

ที่อยู่ : 249 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
เวลาทำการ : 08.00 – 19.00 น. เปิดบริการทุกวัน
ติดต่อ : 022233321
5.

โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์เป็นร้านตัดผมที่ถูกปกคลุมด้วยดอกไม้ของปากคลองตลาดมานานกว่า 30 ปี ด้วยคอนเซปต์แบบไม่ตั้งใจของร้าน ‘เปิดสามโมง ปิดสามโมง’ ทำให้ลูกค้าจดจำเวลาทำการได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะเปิดให้บริการ 09.00 น. และปิดร้านเวลา 21.00 น.

ลุงโชคชัย ขันเพชร อายุ 63 ปี ผู้ก่อตั้ง เล่าว่า ลูกค้าประจำส่วนใหญ่คือเด็กนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยที่แวะเวียนกันมาตัด เรียกได้ว่ามาบ่อยจนนักเรียนที่มาใช้บริการต้องปริ้นท์ตัวอย่างทรงผมที่ถูกระเบียบมาแปะให้ในร้าน ตัดกันจนลุงโชคชัยรู้ชื่อครูที่ตรวจระเบียบว่าคนไหนใจดีหรือคนไหนโหด

นอกเหนือจากการตัดผม การแคะและทำความสะอาดหูยังเป็นอีกหนึ่งบริการเด่นของทางร้าน มีอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดหูหลายอัน โดยจะมีง่ามใส่สำลีสำหรับเช็ดทำความสะอาดในรูหู ที่แซะขี้หูและที่คีบ ซึ่งเน้นความสะอาด จากการใส่แอมโมเนียและเปลี่ยนสำลีทุกครั้งที่ทำ

เป็นบาร์เบอร์ต้องละเอียด หลายคนมองว่าแค่ต้องตัดผมให้เนียนกริบ แต่มันมีมากกว่านั้น ต้องศึกษาวิธีการล้างหู ล้างตา แม้แต่ขนจมูกก็ต้องตัด ข้ามไม่ได้ นี่แหละถึงจะเป็นบาร์เบอร์รุ่นโบราณของแท้” ลุงโชคชัยเล่าด้วยสีหน้าภูมิใจ

เมื่อถามถึงที่มาการติดไฟดิสโก้ภายในร้าน “เมื่อก่อนมีช่างหลายคนพอเวลาปีใหม่จัดงานให้ช่าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว” โชคชัยเล่าถึงสมัยยี่สิบกว่าปีก่อนที่ร้านบาร์เบอร์เแห่งนี้รุ่งเรืองและเป็นที่นิยม

ที่อยู่ : 122/2 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 09.00 – 21.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022225433
*บทความนี้มาจากส่วนหนึ่งของจุลนิพนธ์ ‘เรื่องของผม’ ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ เอกวารสารและหนังสือพิมพ์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมี อาจารย์ ดร.ยอดขวัญ สวัสดี   เป็นที่ปรึกษา

Writer & Photographer

ศรัณยา ตั้งวรเชษฐ

รักการออกแบบจัดหน้า ถ่ายภาพบ้างเป็นบางครา ชอบดื่มกาแฟหนักหนา ตำปูปลาร้าคือที่สุดในดวงใจ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

“ถ้าฉันเปิดร้านน้ำหอม จะทำน้ำหอมตามชื่อเมือง อัมสเตอร์ดัมเป็นกลิ่นกัญชา ส่วนปารีสต้องมีกลิ่นฉี่ มันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง”

เพื่อนผู้อยู่ปารีสมาหลายปีบอกฉันอย่างจริงจัง จะเถียงก็เถียงไม่ออก เพราะกลิ่นยูรีนฉุนกึกตามมุมตึกจะชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้ ถึงอย่างนั้นฉันก็ขอนั่งยันนอนยันว่าเมืองหลวงของฝรั่งเศสมีมุมหอมยวนใจเหมือนกันนะ ประเทศนี้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำหอมมาหลายร้อยปี นักสร้างสรรค์น้ำหอมมากมายเปิดแบรนด์ที่ปารีส และการตะลอนไปทั่วเมืองน้ำหอมเพื่อตามหากลิ่นดีๆ ในร้านเล็กๆ ก็เพลินจมูกเป็นอย่างยิ่ง

จากบรรดาร้านน้ำหอม Niche สารพัดทั่วกรุง ฉันกำตั๋ว Metro ในมือ จับรถไฟไปตามร้านแสนสวย แล้วใช้เวลานับชั่วโมงซึมซับกลิ่นอยู่ในนั้น

เกณฑ์การเลือกร้านน้ำหอมของฉันคือแบรนด์ที่ออกแบบน้ำหอมเอง มีต้นกำเนิดจากฝรั่งเศส ที่สำคัญคือราคาเอื้อมถึงได้ อย่างน้อยก็ต้องได้ขวดเล็กขวดน้อยติดมือกลับไปลองใช้ หรือเป็นของฝากกลับบ้านสุดพิเศษที่พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า Made in France จริงๆ

 

 

01

เยี่ยมพิพิธภัณฑ์น้ำหอมของแบรนด์เก่าแก่อย่าง Fragonard

หอมตั้งแต่ปี 1926

Fragonard Fragonard Fragonard Fragonard

เริ่มทำความรู้จักบทเรียนกลิ่น 101 ที่พิพิธภัณฑ์น้ำหอมเล็กๆ ใจกลางปารีส Fragonard เป็นหนึ่งในแบรนด์น้ำหอมเก่าแก่ที่สุดของฝรั่งเศส กำเนิดจาก Grasse เมืองหลวงแห่งน้ำหอมที่อยู่ทางใต้ของประเทศ โดย Eugène Fuchs ตั้งชื่อแบรนด์โดยเอานามสกุลของจิตรกรชื่อดังสมัยศตวรรษที่18 เป็นที่ตั้ง

ปัจจุบันแบรนด์น้ำหอมนี้ยังเป็นธุรกิจครอบครัวเดิม แม้จะมีร้านสาขามากมาย แต่ฉันอยากชวนให้มา Musée du Parfum Fragonard มากที่สุด เพราะที่นี่มีไกด์พาผู้ชมไปทำความรู้จักโลกแห่งกลิ่นและการสกัดน้ำหอม ตบท้ายด้วยห้องแห่งการช้อปที่เราจะได้ลองดมกลิ่นและทายดอกไม้ที่เป็นส่วนผสม ที่สำคัญพิพิธภัณฑ์นี้เข้าฟรี ภายใน 1 ชั่วโมง เราได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินกับจมูกไปเต็มๆ

Fragonard

น้ำหอมที่นี่มีหลากหลายมาก กระทั่งเครื่องประทินผิว เทียนหอม และน้ำหอมสำหรับบ้านก็มีครบครัน แถมถ้ามากันหลายคน จะมีส่วนลดพิเศษเมื่อซื้อหลายขวดด้วยแหละ (อ่านรายละเอียดพิพิธภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่)

ที่อยู่ 3-5 Square de l’Opéra-Louis Jouvet, 75009 Paris (Metro สถานี Opéra)
เวลาทำการ 09.00 – 18.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

musee-parfum-paris.fragonard.com/en

 

02

ชื่นใจกับกลิ่นสนุกจากธรรมชาติและศิลปะของ L’Artisan Parfumeur

หอมตั้งแต่ปี 1976

L’Artisan Parfumeur L’Artisan Parfumeur L’Artisan Parfumeur L’Artisan Parfumeur L’Artisan Parfumeur

น้ำหอมกลิ่นแรกของร้านนี้คือกลิ่นกล้วย

เพื่อนของ Jean Laporte จะใส่คอสตูมชุดกล้วยไปงานเลี้ยง เลยขอร้องให้นักเคมีหนุ่มออกแบบกลิ่นให้ หลังจากนั้นก็ออกแบบกลิ่นเกรปฟรุ๊ตและกลิ่นวานิลลา และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

เวลาผ่านไปมากกว่า 40 ปี ปัจจุบัน L’Artisan Parfumeur มีกลิ่นหลายสิบกลิ่นที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติและศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น Un Air de Bretagne ที่ได้แรงบันดาลใจจากอากาศริมทะเลของบริตตานี กลิ่นบนหญ้า Sur L’herbe ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพวาดมื้อกลางวันบนสนามหญ้าของ Edouard Manet ไปจนถึงกลิ่น Méchant Loup กลิ่นหมาป่าใจร้ายที่ผสมกลิ่นชะเอมเทศ เฮเซลนัท และน้ำผึ้ง หอมกลิ่นไม้สะอกสะใจ

ร้านนี้มีหลายสาขาทั่วปารีสและในต่างประเทศ รับรองว่าหลงเข้าไปแล้วอยู่เพลินแน่นอน เพราะกลิ่นเขาเยอะและดีงามจนเลือกไม่ถูก

ที่อยู่ 167 Boulevard Saint-Germain 75006 Paris (Metro สถานี Saint-Germain-des-Prés)
เวลาทำการ 10.30 – 19.30 น.
global.artisanparfumeur.com

 

03

หลงรักกลิ่นแบบเจ้าหญิงงามสง่าของ Annick Goutal

หอมตั้งแต่ปี 1980

Annick Goutal Annick Goutal Annick Goutal Annick Goutal Annick Goutal

Annick Goutal เป็นอดีตนักเปียโนและนางแบบที่ผันตัวมาเปิดร้านน้ำหอมที่ปารีส เธอค้นพบว่าโน้ตดนตรีกับโน้ตกลิ่นเป็นภาษาที่เรียนรู้ได้เหมือนกัน น้ำหอมของ Goutal อ่อนหวานและมีความเป็นผู้หญิงมาก โดยกลิ่นที่ดังที่สุดของแบรนด์คือ Eau d’Hadrien กลิ่นสดชื่นของพืชตระกูลส้มที่ได้แรงบันดาลใจจากวิวที่อิตาลี และ Petite Chérie ที่มีกลิ่นหวานๆ ของลูกแพร์ พีช วานิลลา และหญ้าตัดใหม่

ปัจจุบัน Camille Goutal เป็นผู้สืบทอดแบรนด์แสนหวานแทนแม่ที่เสียชีวิตไป น้ำหอมของที่นี่ราคาค่อนข้างสูง เดินเข้าร้านแล้วรู้สึกถึงรัศมีหลุยส์หรูหรา แต่ยังมี Eau de Toilette, Cologne, เทียนหอม และเครื่องประทินผิวกลิ่นเดียวกันที่ราคาย่อมลงมาหน่อย ใครอยากได้กลิ่นแบบเจ้าหญิง ต้องมาเยือนที่นี่และบรรจงพรมกลิ่นรื่นรมย์ดูสักที

ที่อยู่ 16 Rue de Bellechasse 75007 Paris (Metro สถานี Solférino)
เวลาทำการ 10.00 – 19.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
www.goutalparis.com

 

04

ปรึกษาหากลิ่นวัยรุ่นของครอบครัวช่างทำน้ำหอม Parle Moi de Parfum

หอมตั้งแต่ปี 2016

Parle Moi de Parfum Parle Moi de Parfum Parle Moi de Parfum Parle Moi de Parfum Parle Moi de Parfum

แล็บน้ำหอมสีขาวดำที่มาแรงสุดๆ นี้เป็น ของ Benjamin Almairac ลูกชายวัยรุ่นของ Michel Almairac ช่างทำน้ำหอมมือฉมังจากเมือง Grasse ที่ออกแบบน้ำหอมให้แบรนด์ดังๆ ทั่วโลก ตั้งแต่ Gucci, Burberry, Zadig & Voltaire ไปจนถึง Shiseido

หลังจากทำงานตามโจทย์มาตลอดชีวิต ลูกชายคนที่สองของบ้านก็เปิดร้านเล็กๆ ในย่าน Marais ให้พ่อได้ออกแบบน้ำหอมแบบที่ฝันอยากทำมาตลอด มิเชลออกแบบน้ำหอม 8 กลิ่นที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน ตั้งแต่ Totally White อ่อนหวานเหมือนซุกหน้าดมช่อดอกไม้อย่างฮอว์ธอร์น ไลแลค และวิสทีเรีย กลิ่นซุกซนแบบ Tomboy Neroli ที่ผสมดอกส้มกับยางไม้ ไปจนถึง Woody Perfecto ที่ผสมกลิ่นกาแฟ หนังสัตว์ และหญ้าแฝก เร้าอกเร้าใจเป็นที่สุด

ตัวร้านเป็นแล็บทำน้ำหอมในตัว และพนักงานก็เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวที่เชี่ยวชาญเรื่องกลิ่น คอยช่วยให้คำแนะนำอย่างจริงจังให้เราได้กลิ่นที่ชอบและเหมาะกับตัวเอง ราคาเอื้อมถึงได้ แต่ถ้าตึงมือไปหน่อย เขามี Discovery Kit ให้เลือก 3 กลิ่นที่ชอบมาลองใช้ในขวดจิ๋ว 3 ขวด ราคา 15 ยูโรเท่านั้นเอง

ที่อยู่ 10 Rue de Sévigné 75004 Paris (Metro สถานี Saint-Paul)
เวลาทำการ 11.00 – 19.30 น. (ปิดวันจันทร์)
parlemoideparfum.com

 

05

ผสมน้ำหอมสูตรเฉพาะของตัวเองกับ Candora

หอมตั้งแต่ปี 2017

Candora Candora Candora Candora Candora

ปิดท้ายด้วยการค้นพบโดยบังเอิญเมื่อเดินดุ่มอยู่ในย่าน Marais เลี้ยวเข้าไปแล้วสนุกเพลิดเพลิน เพราะร้าน Candora เขามีน้ำหอม Eau de Toilette 17 กลิ่น ให้เราเลือกผสมเองได้! เชิญเล่นเกมจับคู่กลิ่นให้พออกพอใจ เลือกกลิ่นดอกไม้เครื่องเทศได้ตามประสงค์ ทางร้านจะช่วยแนะนำ แล้วจะผสมน้ำหอมใส่ขวดให้สดๆ ตรงหน้า เรียกได้ว่า Made in France ของแท้ กระทั่งขวดกับปลอกหนังแกะหุ้มขวดยังสั่งจากในประเทศเลย

ร้านนี้เป็นของสองพี่น้อง Emmanuel Frossard และ Béatrice Delorme ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Candora นักร้องโอเปร่าเสียงสวยยุค 30 ที่เป็นเพื่อนกับครอบครัวนี้ แล้วชื่อนี้ยังซ่อนความหมายว่า Can Do ทำได้ทุกสิ่ง เพราะที่นี่จัดเวิร์กช็อปสอนทำน้ำหอมให้คนทั่วไปมาเรียนทำน้ำหอมของตัวเองทุกๆ เดือน แถมในร้านยังมีช็อกโกแลตกลิ่นน้ำหอมสนุกๆ วางขายด้วย

เรื่องน่าตื่นเต้นคือคุณเอ็ม-เจ้าของร้านเป็นคนดูแลร้านเอง สมัยหนุ่มๆ ยี่สิบกว่าปีก่อน เคยมาทำงานที่กรุงเทพฯ เลยพูดไทยได้นิดหน่อย คุยสนุกเชียว แถมข้อดีอีกอย่างที่ทุกคนน่าจะชอบ คือร้านนี้ราคาย่อมเยาที่สุดในทุกร้านที่กล่าวมา

ที่อยู่ 1 Rue du Pont Louis-Philippe 75004 Paris (Metro สถานี Pont Marie)
เวลาทำการ 14.00 – 19.30 น. (ปิดวันอาทิตย์)
candora.fr

Writer & Photographer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load