ร้านตัดแต่งทรงผมชาย หรือร้านบาร์เบอร์ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของสุภาพบุรุษแทบจะทุกยุคทุกสมัย

บางครั้งร้านตัดผมช่วยสร้างบุคลิก เพิ่มความมั่นใจ เปลี่ยนให้เรากลายเป็นคนใหม่ได้ไม่ยาก บางครั้งร้านตัดผมทำให้เจอเพื่อนใหม่ รับฟังปัญหา ปรึกษาเรื่องหัวใจ จากการพูดคุยในระยะเวลาสั้นๆ บางครั้งร้านตัดผมช่วยอัพเดตเรื่องราวข่าวสารผ่านโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่วางไว้

ตั้งแต่เด็กจนโตคงไม่มีใครมานั่งนับว่าตัดผมกันไปแล้วกี่ครั้ง เปลี่ยนทรงผมกันไปแล้วกี่รอบ ไม่ว่าจะรองทรง สกินเฮด อันเดอร์คัต แสกกลาง ไถข้าง หรือทรงอื่นๆ ก็สุดแล้วแต่จะสั่งให้ช่างตัดแต่งให้

แม้ปัจจุบันจะมีร้านตัดผมสำหรับผู้ชายมากมายหลายร้านหลากสไตล์ แต่เราอยากชวนคุณผู้อ่านย้อนทศวรรษกลับไปเปิดประตู ก้าวเท้าเข้าสู่ร้านบาร์เบอร์รุ่นเก่า พบเจอช่างตัดผมวัยเก๋าที่ยังคงอยู่รอดท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง

1.

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

บาร์เบอร์แห่งนี้ตั้งอยู่ถนนราชดำเนินกลางที่เปิดมากว่า 60 ปี เน้นการบริการที่ให้ความส่วนตัวกับลูกค้า แยกออกเป็นห้อง มีม่านกั้นเพื่อสร้างทั้งความสบายกายและสบายใจให้กับลูกค้า สามารถพูดคุยเปิดอกแบบลูกผู้ชายได้อย่างเต็มที่ แถมยังไม่ต้องกลัวคอแห้ง เพราะทางร้านมีบริการเสิร์ฟน้ำชาหรือน้ำเปล่าเย็นชื่นใจให้แบบฟรีๆ

ที่นี่ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบแท้จากธรรมชาติ อย่างการนำมะกรูดทั้งลูกมาสระผมให้ลูกค้า ทำให้รู้สึกสดชื่นเหมือนเริ่มต้นวันใหม่ได้ด้วยการมาสระผม

สมหมาย กองสุทธิผล’ ช่างประจำห้องหมายเลขหนึ่งมากด้วยฝีไม้ลายมือและประสบการณ์ด้านการตัดผมไม่ต่ำกว่า 40 ปี ผ่านการตัดผมตั้งแต่บุคคลธรรมดาไล่ไปจนถึงนักการเมืองแนวหน้าของเมืองไทย ซึ่งนอกจากฝีมือในการให้บริการแล้ว ศิลปะในการพูดคุยกับผู้มาใช้บริการยังเป็นเสน่ห์ของร้านที่ทำให้ลูกค้าติดใจกลับมาตัดผมอีกครั้ง

ปัจจุบัน พื้นที่ส่วนหนึ่งของร้านได้ปรับเปลี่ยนเป็นเกสต์เฮาส์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวแถวถนนราชดำเนิน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นที่ชุมนุมของเหล่าคนดังเหมือนสมัยก่อน แต่รับรองว่าการให้บริการของห้องแต่งผมพงศ์เทพยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นพื้นที่ที่ให้ขาประจำแวะเวียนมาหาอยู่เช่นเดิม

ที่อยู่ : 49 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 08.00 – 15.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022816756
2.

ดุสิตบาร์เบอร์

ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์

ร้านดุสิตบาร์เบอร์ตั้งอยู่ในย่านบางรักตั้งแต่ พ.ศ. 2516 หรือเปิดมากว่า 40 ปี ตั้งแต่สมัยที่ถนนศรีเวียงยังเป็นตรอกสำหรับขายไก่สดและมีชาวจีนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสมัยนั้นค่าตัดผมเริ่มต้นเพียง 8 บาท และมีช่างตัดมากถึง 8 คน ในขณะที่ตอนนี้เหลือช่างทั้งหมด 5 คน โดยคนที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 40 ปี และมากที่สุดอยู่ที่ 59 ปี แต่อายุไม่ได้เป็นอุปสรรคเพราะช่างแต่ละคนยังคงเฮฮา ยิ้มแย้ม และเป็นกันเอง ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการอยู่เสมอ

วิลาวัณย์ มั่งมี’ อายุ 87 ผู้รับช่วงต่อกิจการร้านตัดผมจากพี่ชาย เล่าว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนอายุ 30 ปีขึ้นไป สลับกับเด็กนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ที่แวะเวียนมาตัดบ้าง แต่เมื่อโตเป็นหนุ่มก็หันไปเข้าร้านตัดผมที่ดูดี ดูทันสมัยมากขึ้น

หากพูดถึงเรื่องทรงผม แฟชั่นได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างสมัยสรพงษ์ ชาตรี หนุ่มๆ จะฮิตทรงผมคลุมหู ใส่กางเกงขาบาน บางทีมาตัดทรงบ้าๆ บอๆ ก็มี แต่สุดท้ายเกือบทุกคนก็มาหยุดที่รองทรง

ดุสิตบาร์เบอร์ยึดมั่นในสโลแกน ‘บริการทุกระดับประทับใจ’ เพราะไม่ว่าใครมาก็สามารถตัดให้ได้หมดตามทรงที่ลูกค้าต้องการ

ที่อยู่ : 557 ถนนศรีเวียง แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
เวลาทำการ : 07.00 – 19.00 น.ปิดบริการวันอังคาร
ติดต่อ : 022335128
3.

สัมพันธ์เกศา

สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา

ชุมชนวัดมะกอกกลางสวน 1 ใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยกว่าร้อยครัวเรือน ภายในมีร้านตัดผมเล็กๆ ที่อยู่คู่ชุมชนก่อนความเจริญจะเข้าถึงมากว่า 40 ปีอย่างร้าน ‘สัมพันธ์เกศา’

ลักษณะร้านเปิดโล่ง ไม่มีกระจกและผ้าม่าน เพราะกลุ่มลูกค้ามาจากคนในพื้นที่ หรือ ‘เพื่อนบ้าน’ จึงต้องการให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ทำให้ใครผ่านไปมามักหยุดเอ่ยคำทักทายและถามสารทุกข์สุกดิบก่อนจะเดินจากไป ถึงแม้ไม่ได้มาใช้บริการก็ตาม

ร้านสัมพันธ์เกศาเป็นบาร์เบอร์แบบดั้งเดิม มีการตัดแต่งทรงผม โกนหนวดเครา และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การนำผ้าเย็นมาซับใบหน้าและนวดให้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากให้บริการกับลูกค้า ซึ่งเป็นบริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

การตัดผมเป็นงานศิลป์ที่ต้องใช้อารมณ์ ใช้ฝีมือ บางครั้งต้องจินตนาการว่าจะตัดในรูปแบบไหน และสามารถตัดในรูปแบบที่ลูกค้าต้องการได้ไหม อาศัยการสื่อสารและความเข้าใจ ช่างแต่ละร้านเรียกทรงผมแตกต่างกันไป รองทรงสูง ต่ำ ทรงนักเรียน ทรงอเมริกัน ที่เหลือคือการดัดแปลง แต่ก็ต้องทำให้ลูกค้าออกมาหล่อได้ตลอดเวลา” กษิพงศ์ ช่างตัดผมทายาทรุ่นที่ 2 กล่าว

หากลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นป้ายภาษาเขมรที่ติดอยู่หน้ากระจก มีความหมายว่า ‘ร้านนี้ไม่ตัดคนที่เมามา’ เพราะร้านตัดผมมีแต่ของมีคม อาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะส่งผลให้ร้านดูหมดความน่าเชื่อถือ

สิ่งที่สังเกตเห็นได้อีกอย่างหนึ่งคือร้านแห่งนี้มีราคาที่ยังต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป อย่างสมัยก่อนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6 บาท แต่ถึงผ่านมา 35 ปี ไม่ว่าสมาชิกในครอบครัวจะเพิ่มขึ้นหรือค่าครองชีพจะสูงขึ้น แต่ความผูกพันที่มีต่อลูกค้าทำให้สัมพันธ์เกศาตั้งราคาเพียง 60 บาทเท่านั้น

ที่อยู่ : 184/1 ซอยราชวิถี 18 ถนนราชวิถี แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
เวลาทำการ : 09.00 – 20.00 น. ปิดบริการพุธ
ติดต่อ : 022241044
4.

บัวทองบาร์เบอร์

บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์

ร้านบาร์เบอร์บริการเสริมหล่อผู้ชายย่านเยาวราชแห่งนี้ ด้านนอกถูกปกคลุมด้วยม่านสีชมพูเหมือนร้านตัดแต่งทรงผมสุภาพบุรุษทั่วไป แต่ทันทีที่เปิดประตูก้าวเข้ามา ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับสู่ 35 ปีก่อนแบบไม่ทันตั้้งตัว ภายในร้านมีบริการทั้งตัดผมเด็ก ตัดผมผู้ใหญ่ สระผม ย้อมผม ดัดผม แคะหู ล้างตา ตัดเล็บ ซึ่งบริการด้วยความเป็นกันเองของช่างทุกคน

ผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่คือคนในพื้นที่และผูู้สูงอายุที่เรียกได้ว่าเป็นขาประจำ เพราะตัดร้านนี้กันมาเป็นสิบๆ ปี ต่อให้ย้ายออกไปอาศัยอยู่ไกลแค่ไหนก็ยังแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน พบปะทักทายและเล่น ‘หมากรุก’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ ก่อนจะกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน

สนั่น’ ช่างประจำโต๊ะ 3 มากประสบการณ์กว่า 50 ปีของอาชีพช่างตัดผม ที่นอกจากจะเป็นช่างที่ลูกค้าโปรดปรานในการตัดแล้ว ยังเป็นคู่แข่งในการเปิดศึกหมากรุกอีกด้วย

หากใครสนใจเปลี่ยนบรรยากาศในการตัดผมหรือร่วมประลองหมากรุก บัวทองบาร์เบอร์ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

ที่อยู่ : 249 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
เวลาทำการ : 08.00 – 19.00 น. เปิดบริการทุกวัน
ติดต่อ : 022233321
5.

โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์เป็นร้านตัดผมที่ถูกปกคลุมด้วยดอกไม้ของปากคลองตลาดมานานกว่า 30 ปี ด้วยคอนเซปต์แบบไม่ตั้งใจของร้าน ‘เปิดสามโมง ปิดสามโมง’ ทำให้ลูกค้าจดจำเวลาทำการได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะเปิดให้บริการ 09.00 น. และปิดร้านเวลา 21.00 น.

ลุงโชคชัย ขันเพชร อายุ 63 ปี ผู้ก่อตั้ง เล่าว่า ลูกค้าประจำส่วนใหญ่คือเด็กนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยที่แวะเวียนกันมาตัด เรียกได้ว่ามาบ่อยจนนักเรียนที่มาใช้บริการต้องปริ้นท์ตัวอย่างทรงผมที่ถูกระเบียบมาแปะให้ในร้าน ตัดกันจนลุงโชคชัยรู้ชื่อครูที่ตรวจระเบียบว่าคนไหนใจดีหรือคนไหนโหด

นอกเหนือจากการตัดผม การแคะและทำความสะอาดหูยังเป็นอีกหนึ่งบริการเด่นของทางร้าน มีอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดหูหลายอัน โดยจะมีง่ามใส่สำลีสำหรับเช็ดทำความสะอาดในรูหู ที่แซะขี้หูและที่คีบ ซึ่งเน้นความสะอาด จากการใส่แอมโมเนียและเปลี่ยนสำลีทุกครั้งที่ทำ

เป็นบาร์เบอร์ต้องละเอียด หลายคนมองว่าแค่ต้องตัดผมให้เนียนกริบ แต่มันมีมากกว่านั้น ต้องศึกษาวิธีการล้างหู ล้างตา แม้แต่ขนจมูกก็ต้องตัด ข้ามไม่ได้ นี่แหละถึงจะเป็นบาร์เบอร์รุ่นโบราณของแท้” ลุงโชคชัยเล่าด้วยสีหน้าภูมิใจ

เมื่อถามถึงที่มาการติดไฟดิสโก้ภายในร้าน “เมื่อก่อนมีช่างหลายคนพอเวลาปีใหม่จัดงานให้ช่าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว” โชคชัยเล่าถึงสมัยยี่สิบกว่าปีก่อนที่ร้านบาร์เบอร์เแห่งนี้รุ่งเรืองและเป็นที่นิยม

ที่อยู่ : 122/2 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 09.00 – 21.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022225433
*บทความนี้มาจากส่วนหนึ่งของจุลนิพนธ์ ‘เรื่องของผม’ ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ เอกวารสารและหนังสือพิมพ์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมี อาจารย์ ดร.ยอดขวัญ สวัสดี   เป็นที่ปรึกษา

Writer & Photographer

ศรัณยา ตั้งวรเชษฐ

รักการออกแบบจัดหน้า ถ่ายภาพบ้างเป็นบางครา ชอบดื่มกาแฟหนักหนา ตำปูปลาร้าคือที่สุดในดวงใจ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

วนมาถึงอีกปีกับงานเทศกาลที่คนกาแฟรอคอยอย่าง Thailand Coffee Fest 2022 มหกรรมประจำปีที่จะชวนคุณมาเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับกาแฟไทย

Thailand Coffee Fest อีเวนต์ใหญ่ที่ The Cloud จับมือกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Future : ออกแบบอนาคตกาแฟไทย’ กับแนวคิดที่จะชวนคนกาแฟทั้งไทยและเทศ มาร่วมออกแบบทิศทางเพื่อก้าวสู่อนาคตหลังโรคระบาดไปด้วยกัน ในปีนี้ขอชวนคุณมาเดินชม ชิม ช้อป ในโซนต่าง ๆ ให้จุใจ เพราะภายในงานไม่ได้มีเพียงกาแฟให้ดื่ม แต่ยังเต็มไปด้วยเวิร์กชอปน่าสนใจ และสินค้าหลากหลายที่เป็นผลผลิตจากกาแฟ

01
Coffee People by SCATH

ลายแทง Thailand Coffee Fest 2022 สนุกกับการเดินดูอนาคตกาแฟไทย

โซนกิจกรรมของคนรักกาแฟ ชวนคุณมาลิ้มลองรสชาติของ 30 สุดยอดเมล็ดกาแฟไทยที่ชนะการประกวดในปีนี้ ซึ่งเป็นผลผลิตโดยเกษตรกรไทยที่มุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาคุณภาพกาแฟไทยออกสู่สายตาคนทั่วโลก งานนี้คัดเลือกสุดยอดเมล็ดกาแฟไทยที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับมาตรฐานกาแฟในอนาคตให้ทุกคนได้มาลิ้มลองกัน

ภายในโซนยังมีบูทของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟมาร่วมนำเสนอผลผลิตของตนเอง ตลอดจนเมล็ดฝีมือการปลูกและการพัฒนาของเกษตรกรไทยทั่วประเทศที่นำมาให้ได้ชมและชิม รวมไปถึงการประกวด ‘World Es Yenn Championship’ ที่จะพาไปพบกับเทคนิคการชงเอสเย็น และส่วนผสมพิเศษที่ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนพกมาประชันกันในงาน เชิญทุกคนมาลิ้มลองรสชาติกาแฟเอสเปรสโซใส่น้ำแข็ง เมนูเอกลักษณ์สไตล์ไทย

02
SC Coffee House by SC Asset

หนึ่งในโซนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา กลับมาพร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่าง Design Your Own Coffee ให้คุณค้นหากาแฟที่ชอบและออกแบบกาแฟที่เหมาะกับตัวเองได้ผ่านเสียง สี และกลิ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่สอดคล้องกับชื่อโซน Coffee House อย่าง ‘House of You บ้านเพื่อวันพรุ่งนี้’ เพราะกาแฟที่ดีที่สุด คือกาแฟได้ดื่มในที่ที่สบายใจและเป็นตัวคุณเอง

ภายในโซนนี้หากใครเข้าไปลองเล่นกันแล้ว อย่าลืมมาแลกรับซองกาแฟที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 8 ชนิด และเพิ่มความพิเศษได้ด้วยการเขียนชื่อตัวเองลงบนซองกาแฟ

03
Your Cup of Future by TrueCoffee

มาลองชิมกาแฟดริปฝีมือ ‘น้องปุยฝ้าย’ Robot Barista จาก TrueCoffee นำเมล็ดกาแฟที่ผ่านการปลูกภายใต้ผืนป่าจากการฟื้นฟูเขาหัวโล้น มาดริปเสิร์ฟให้ได้ชิมกันสด ๆ พร้อมทำความเข้าใจแนวคิดการนำกาแฟมาเป็นตัวกลางฟื้นฟูพื้นที่ป่า ผ่านนิทรรศการ Reforested Coffee

และที่พลาดไม่ได้ในโซนนี้ คือกิจกรรมชิมกาแฟ ที่เราเชิญแชมป์คั่วกาแฟคนล่าสุดอย่าง ประยุทธ์ ธนสิทธิพันธ์ มาสกัดเมล็ดกาแฟบ้านสบขุ่น จ.น่าน ให้ได้ชิมรสชาติหลากหลายของกาแฟ เพื่อให้คุณรู้จักรสชาติของกาแฟลึกซึ้งกว่าเดิม

04
Proud of Thai Coffee by นมข้นหวานตรามะลิ

ในปีนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนคุ้นเคยอย่างนมข้นหวานตรามะลิ มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ ‘Proud of Thai Coffee’ เสิร์ฟเมนูสัญชาติไทยในรูปแบบหลากหลายให้ทุกคนได้ชิม

โซนนี้เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ให้ทุกคนมานั่งพัก นอกจากกาแฟสัญชาติไทยอย่างเอสเย็น ยังมีเมนูสไตล์ไทยอื่น ๆ ที่น่าสนใจให้ลิ้มลอง รวมไปถึงขนมจากร้าน Blanc Patisserie ไว้กินคู่กับเครื่องดื่มอีกด้วย 

05
Coffee Zero Waste

ลายแทง Thailand Coffee Fest 2022 สนุกกับการเดินดูอนาคตกาแฟไทย

พามาเดินกันต่อที่โซนรักษ์โลก Coffee Zero Waste พาทุกคนไปรู้จักนวัตกรรมการกำจัดขยะที่เกิดจากกิจการกาแฟ ผู้จัดอย่าง Less Plastic Thailand, Earthology Studio, plaplus, CHULA Zero Waste, the geen, Greenery, Gracz, CirPlas, V Kan Green, ECOLIFE, TrueCoffee, SAME THANG และ LAMUNLAMAI มาร่วมกันแชร์ไอเดียกำจัดขยะผ่านนิทรรศการและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ

ตรงกลางโซน Coffee Zero Waste มี ‘กระบะกากกาแฟ’ เชิญชวนทุกคนที่มางานนำกากกาแฟกลับไปใช้ประโยชน์ หากใครยังไม่รู้ว่าจะนำกลับไปทำอะไรดี โซนนี้ยังให้ความรู้เกี่ยวกับการกำจัดกากกาแฟรูปแบบใหม่ ๆ สร้างสรรค์ด้วย

ภายในโซนนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องการกำจัดขยะเพียงอย่างเดียว หากใครสนใจงานคราฟต์ก็เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปอื่น ๆ ได้เช่นกัน ซึ่งมีทั้งกิจกรรมปั้นแก้วเซรามิกจากกากกาแฟ และกิจกรรมนำซองกาแฟเปล่ามาแลกเป็นกระเป๋า Upcycling ด้วย

06
Coffee or Tree by Little Tree

หากใครเดินเที่ยวเหนื่อย ๆ ภายในงาน Thailand Coffee Fest ปีนี้มีมุมให้คุณพักผ่อนหย่อนใจไปกับโซนสีเขียวอย่างโซน Coffee or Tree ของคุณวิทย์ ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง นักจัดสวนและจากจังหวัดนครปฐมที่ยกเอาคาเฟ่ต้นไม้มาไว้ในงาน

นอกจากกาแฟและขนม ร้าน Little Tree Garden ยังพกพาต้นไม้ที่เหมาะสำหรับร้านกาแฟมาไว้ให้เลือกซื้อกลับไปด้วย งานนี้เจ้าของธุรกิจหรือคนรักต้นไม้ที่สนใจอยากให้พื้นที่ของตัวเองเต็มไปด้วยสีเขียว ก็มาเลือกดูหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสวนอย่างพี่วิทย์กันได้

หากทานขนมช้อปต้นไม้ยังไม่จุใจ ภายในโซนนี้ยังมีของที่ระลึกให้เลือกช้อปกันจาก The Cloud มีทั้งแก้วกาแฟ สติกเกอร์ และเสื้อยืด นอกจากนี้ยังมีตู้ Vending Machine ตั้งไว้อำนวยความสะดวกสบายอยู่ภายในโซนและบริเวณรอบ ๆ งานอีกด้วย

07
Coffee Around the World by TCEB

ลายแทง Thailand Coffee Fest 2022 สนุกกับการเดินดูอนาคตกาแฟไทย

มาสัมผัสวัฒนธรรมกาแฟจากทั่วโลก ปีนี้ Thailand Coffee Fest เปิดบ้านต้อนรับคนกาแฟจาก 3 สัญชาติ ทั้งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อิตาลี และเจ้าภาพอย่างสหายกาแฟ Friends trade มาล้อมวงพูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการปลูก การชง และการดื่มกาแฟในแบบฉบับของชาติตัวเอง

นอกจากนี้ สหายกาแฟยังชวนทุกคนมาร่วมรู้จักและสัมผัสวัฒนธรรมการดื่มกาแฟสไตล์ไทยอย่าง ‘Es Yenn’ หากอยากทำความรู้จักกับกาแฟทั่วโลกมากกว่าเดิม ภายในโซนนี้มีการจัดสัมมนากาแฟทุกวัน

THU 14 JUL 22 (15.30 – 17.00 น.)

Sit Around 01 : Philippines Day

ร่วมลิ้มลองรสชาติกาแฟสัญชาติฟิลิปปินส์ ฟังวิธีการปลูกและข้อดีข้อเสียของการปลูกในสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของฟิลิปปินส์

FRI 15 JUL 22 (16.30 – 18.00 น.)

Sit Around 02 : Indonesia Day

วันกาแฟสัญชาติอินโดนีเซีย ชวนทุกคนมาร่วมชิมกาแฟสายพันธุ์อินโดที่นำเข้ามาปลูกในประเทศไทยอย่าง Java และ Sunda Geisha ตลอดจนร่วมพูดคุยเรื่องทิศทางกาแฟพิเศษในอินโดนีเซีย

SAT 16 JUL 22 (15.00 – 16.30 น.)

Sit Around 03 : Italy Day

กาแฟสัญชาติอิตาลี ต้นตำรับกาแฟเอสเปรสโซ วันนี้มีกิจกรรมดื่มเอสเย็น กาแฟสัญชาติไทย แต่ใช้เมล็ดจากอิตาลีที่ชงโดยเจ้าภาพอย่างสหายกาแฟ Friends trade

และวันสุดท้าย SUN 17 JUL 22 (14.30 – 13.00 น.)

Sit Around 04 : All-country Day

เชิญทุกชาติมาทำความรู้จักกับสุดยอดกาแฟไทย และพูดคุยถึงที่มาที่ไปของกาแฟแต่ละประเทศ

08
Coffee X NFT Arts

ลายแทง Thailand Coffee Fest 2022 สนุกกับการเดินดูอนาคตกาแฟไทย

โซนอาร์ตท่ามกลางงานกาแฟที่คนรักงานศิลปะห้ามพลาด เพราะในปีนี้ไม่ได้มีเพียงการดื่มด่ำรสชาติกาแฟ แต่ยังมีการดื่มด่ำกับสุนทรียภาพที่รอให้ทุกคนมาลอง และนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้สภาลมหายใจภาคเหนือ เพื่อแก้ไขปัญหา PM 2.5 ในภาคเหนือ และสมาคมกาแฟพิเศษไทย เพื่อพัฒนาวงการกาแฟไทยต่อไป

ในปีนี้ Thailand Coffee Fest ได้ส่งสุดยอดเมล็ดกาแฟไปให้ศิลปินได้รังสรรค์งานศิลปะจากกาแฟขึ้น และจัดทำเป็นภาพศิลปะแบบดิจิทัลหรือ NFT ซึ่งจะจัดจำหน่ายภายในงานตั้งแต่วันแรก โดยซื้อได้ทั้งในโซนหน้างานและทาง NFT

แอบกระซิบว่า การซื้องานศิลปะในงานนี้พิเศษตรงที่ นอกจากผู้ซื้อจะได้ผลงานในรูปแบบ NFT แล้ว ยังได้ภาพศิลปะบนผ้าใบและเสื้อรีไซเคิลจากเส้นใยกาแฟ รวมไปถึงได้เมล็ดกาแฟจากสุดยอดกาแฟไทย พร้อมผลงานบนหน้าซองกลับไปอีกด้วย

Writer

ชัชชญา แสงสาคร

นักเขียนที่ชอบเที่ยวเชียงใหม่และรักแมวส้มเป็นชีวิตจิตใจ

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load