ร้านตัดแต่งทรงผมชาย หรือร้านบาร์เบอร์ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของสุภาพบุรุษแทบจะทุกยุคทุกสมัย

บางครั้งร้านตัดผมช่วยสร้างบุคลิก เพิ่มความมั่นใจ เปลี่ยนให้เรากลายเป็นคนใหม่ได้ไม่ยาก บางครั้งร้านตัดผมทำให้เจอเพื่อนใหม่ รับฟังปัญหา ปรึกษาเรื่องหัวใจ จากการพูดคุยในระยะเวลาสั้นๆ บางครั้งร้านตัดผมช่วยอัพเดตเรื่องราวข่าวสารผ่านโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่วางไว้

ตั้งแต่เด็กจนโตคงไม่มีใครมานั่งนับว่าตัดผมกันไปแล้วกี่ครั้ง เปลี่ยนทรงผมกันไปแล้วกี่รอบ ไม่ว่าจะรองทรง สกินเฮด อันเดอร์คัต แสกกลาง ไถข้าง หรือทรงอื่นๆ ก็สุดแล้วแต่จะสั่งให้ช่างตัดแต่งให้

แม้ปัจจุบันจะมีร้านตัดผมสำหรับผู้ชายมากมายหลายร้านหลากสไตล์ แต่เราอยากชวนคุณผู้อ่านย้อนทศวรรษกลับไปเปิดประตู ก้าวเท้าเข้าสู่ร้านบาร์เบอร์รุ่นเก่า พบเจอช่างตัดผมวัยเก๋าที่ยังคงอยู่รอดท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง

1.

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ ห้องแต่งผมพงศ์เทพ

บาร์เบอร์แห่งนี้ตั้งอยู่ถนนราชดำเนินกลางที่เปิดมากว่า 60 ปี เน้นการบริการที่ให้ความส่วนตัวกับลูกค้า แยกออกเป็นห้อง มีม่านกั้นเพื่อสร้างทั้งความสบายกายและสบายใจให้กับลูกค้า สามารถพูดคุยเปิดอกแบบลูกผู้ชายได้อย่างเต็มที่ แถมยังไม่ต้องกลัวคอแห้ง เพราะทางร้านมีบริการเสิร์ฟน้ำชาหรือน้ำเปล่าเย็นชื่นใจให้แบบฟรีๆ

ที่นี่ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบแท้จากธรรมชาติ อย่างการนำมะกรูดทั้งลูกมาสระผมให้ลูกค้า ทำให้รู้สึกสดชื่นเหมือนเริ่มต้นวันใหม่ได้ด้วยการมาสระผม

สมหมาย กองสุทธิผล’ ช่างประจำห้องหมายเลขหนึ่งมากด้วยฝีไม้ลายมือและประสบการณ์ด้านการตัดผมไม่ต่ำกว่า 40 ปี ผ่านการตัดผมตั้งแต่บุคคลธรรมดาไล่ไปจนถึงนักการเมืองแนวหน้าของเมืองไทย ซึ่งนอกจากฝีมือในการให้บริการแล้ว ศิลปะในการพูดคุยกับผู้มาใช้บริการยังเป็นเสน่ห์ของร้านที่ทำให้ลูกค้าติดใจกลับมาตัดผมอีกครั้ง

ปัจจุบัน พื้นที่ส่วนหนึ่งของร้านได้ปรับเปลี่ยนเป็นเกสต์เฮาส์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวแถวถนนราชดำเนิน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นที่ชุมนุมของเหล่าคนดังเหมือนสมัยก่อน แต่รับรองว่าการให้บริการของห้องแต่งผมพงศ์เทพยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นพื้นที่ที่ให้ขาประจำแวะเวียนมาหาอยู่เช่นเดิม

ที่อยู่ : 49 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 08.00 – 15.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022816756
2.

ดุสิตบาร์เบอร์

ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์ ดุสิตบาร์เบอร์

ร้านดุสิตบาร์เบอร์ตั้งอยู่ในย่านบางรักตั้งแต่ พ.ศ. 2516 หรือเปิดมากว่า 40 ปี ตั้งแต่สมัยที่ถนนศรีเวียงยังเป็นตรอกสำหรับขายไก่สดและมีชาวจีนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสมัยนั้นค่าตัดผมเริ่มต้นเพียง 8 บาท และมีช่างตัดมากถึง 8 คน ในขณะที่ตอนนี้เหลือช่างทั้งหมด 5 คน โดยคนที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 40 ปี และมากที่สุดอยู่ที่ 59 ปี แต่อายุไม่ได้เป็นอุปสรรคเพราะช่างแต่ละคนยังคงเฮฮา ยิ้มแย้ม และเป็นกันเอง ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการอยู่เสมอ

วิลาวัณย์ มั่งมี’ อายุ 87 ผู้รับช่วงต่อกิจการร้านตัดผมจากพี่ชาย เล่าว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนอายุ 30 ปีขึ้นไป สลับกับเด็กนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ที่แวะเวียนมาตัดบ้าง แต่เมื่อโตเป็นหนุ่มก็หันไปเข้าร้านตัดผมที่ดูดี ดูทันสมัยมากขึ้น

หากพูดถึงเรื่องทรงผม แฟชั่นได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างสมัยสรพงษ์ ชาตรี หนุ่มๆ จะฮิตทรงผมคลุมหู ใส่กางเกงขาบาน บางทีมาตัดทรงบ้าๆ บอๆ ก็มี แต่สุดท้ายเกือบทุกคนก็มาหยุดที่รองทรง

ดุสิตบาร์เบอร์ยึดมั่นในสโลแกน ‘บริการทุกระดับประทับใจ’ เพราะไม่ว่าใครมาก็สามารถตัดให้ได้หมดตามทรงที่ลูกค้าต้องการ

ที่อยู่ : 557 ถนนศรีเวียง แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
เวลาทำการ : 07.00 – 19.00 น.ปิดบริการวันอังคาร
ติดต่อ : 022335128
3.

สัมพันธ์เกศา

สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา สัมพันธ์เกศา

ชุมชนวัดมะกอกกลางสวน 1 ใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยกว่าร้อยครัวเรือน ภายในมีร้านตัดผมเล็กๆ ที่อยู่คู่ชุมชนก่อนความเจริญจะเข้าถึงมากว่า 40 ปีอย่างร้าน ‘สัมพันธ์เกศา’

ลักษณะร้านเปิดโล่ง ไม่มีกระจกและผ้าม่าน เพราะกลุ่มลูกค้ามาจากคนในพื้นที่ หรือ ‘เพื่อนบ้าน’ จึงต้องการให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ทำให้ใครผ่านไปมามักหยุดเอ่ยคำทักทายและถามสารทุกข์สุกดิบก่อนจะเดินจากไป ถึงแม้ไม่ได้มาใช้บริการก็ตาม

ร้านสัมพันธ์เกศาเป็นบาร์เบอร์แบบดั้งเดิม มีการตัดแต่งทรงผม โกนหนวดเครา และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การนำผ้าเย็นมาซับใบหน้าและนวดให้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากให้บริการกับลูกค้า ซึ่งเป็นบริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

การตัดผมเป็นงานศิลป์ที่ต้องใช้อารมณ์ ใช้ฝีมือ บางครั้งต้องจินตนาการว่าจะตัดในรูปแบบไหน และสามารถตัดในรูปแบบที่ลูกค้าต้องการได้ไหม อาศัยการสื่อสารและความเข้าใจ ช่างแต่ละร้านเรียกทรงผมแตกต่างกันไป รองทรงสูง ต่ำ ทรงนักเรียน ทรงอเมริกัน ที่เหลือคือการดัดแปลง แต่ก็ต้องทำให้ลูกค้าออกมาหล่อได้ตลอดเวลา” กษิพงศ์ ช่างตัดผมทายาทรุ่นที่ 2 กล่าว

หากลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นป้ายภาษาเขมรที่ติดอยู่หน้ากระจก มีความหมายว่า ‘ร้านนี้ไม่ตัดคนที่เมามา’ เพราะร้านตัดผมมีแต่ของมีคม อาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะส่งผลให้ร้านดูหมดความน่าเชื่อถือ

สิ่งที่สังเกตเห็นได้อีกอย่างหนึ่งคือร้านแห่งนี้มีราคาที่ยังต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป อย่างสมัยก่อนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6 บาท แต่ถึงผ่านมา 35 ปี ไม่ว่าสมาชิกในครอบครัวจะเพิ่มขึ้นหรือค่าครองชีพจะสูงขึ้น แต่ความผูกพันที่มีต่อลูกค้าทำให้สัมพันธ์เกศาตั้งราคาเพียง 60 บาทเท่านั้น

ที่อยู่ : 184/1 ซอยราชวิถี 18 ถนนราชวิถี แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
เวลาทำการ : 09.00 – 20.00 น. ปิดบริการพุธ
ติดต่อ : 022241044
4.

บัวทองบาร์เบอร์

บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์ บัวทองบาร์เบอร์

ร้านบาร์เบอร์บริการเสริมหล่อผู้ชายย่านเยาวราชแห่งนี้ ด้านนอกถูกปกคลุมด้วยม่านสีชมพูเหมือนร้านตัดแต่งทรงผมสุภาพบุรุษทั่วไป แต่ทันทีที่เปิดประตูก้าวเข้ามา ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับสู่ 35 ปีก่อนแบบไม่ทันตั้้งตัว ภายในร้านมีบริการทั้งตัดผมเด็ก ตัดผมผู้ใหญ่ สระผม ย้อมผม ดัดผม แคะหู ล้างตา ตัดเล็บ ซึ่งบริการด้วยความเป็นกันเองของช่างทุกคน

ผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่คือคนในพื้นที่และผูู้สูงอายุที่เรียกได้ว่าเป็นขาประจำ เพราะตัดร้านนี้กันมาเป็นสิบๆ ปี ต่อให้ย้ายออกไปอาศัยอยู่ไกลแค่ไหนก็ยังแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน พบปะทักทายและเล่น ‘หมากรุก’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ ก่อนจะกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน

สนั่น’ ช่างประจำโต๊ะ 3 มากประสบการณ์กว่า 50 ปีของอาชีพช่างตัดผม ที่นอกจากจะเป็นช่างที่ลูกค้าโปรดปรานในการตัดแล้ว ยังเป็นคู่แข่งในการเปิดศึกหมากรุกอีกด้วย

หากใครสนใจเปลี่ยนบรรยากาศในการตัดผมหรือร่วมประลองหมากรุก บัวทองบาร์เบอร์ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

ที่อยู่ : 249 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
เวลาทำการ : 08.00 – 19.00 น. เปิดบริการทุกวัน
ติดต่อ : 022233321
5.

โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์ โชคชัยบาร์เบอร์

โชคชัยบาร์เบอร์เป็นร้านตัดผมที่ถูกปกคลุมด้วยดอกไม้ของปากคลองตลาดมานานกว่า 30 ปี ด้วยคอนเซปต์แบบไม่ตั้งใจของร้าน ‘เปิดสามโมง ปิดสามโมง’ ทำให้ลูกค้าจดจำเวลาทำการได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะเปิดให้บริการ 09.00 น. และปิดร้านเวลา 21.00 น.

ลุงโชคชัย ขันเพชร อายุ 63 ปี ผู้ก่อตั้ง เล่าว่า ลูกค้าประจำส่วนใหญ่คือเด็กนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยที่แวะเวียนกันมาตัด เรียกได้ว่ามาบ่อยจนนักเรียนที่มาใช้บริการต้องปริ้นท์ตัวอย่างทรงผมที่ถูกระเบียบมาแปะให้ในร้าน ตัดกันจนลุงโชคชัยรู้ชื่อครูที่ตรวจระเบียบว่าคนไหนใจดีหรือคนไหนโหด

นอกเหนือจากการตัดผม การแคะและทำความสะอาดหูยังเป็นอีกหนึ่งบริการเด่นของทางร้าน มีอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดหูหลายอัน โดยจะมีง่ามใส่สำลีสำหรับเช็ดทำความสะอาดในรูหู ที่แซะขี้หูและที่คีบ ซึ่งเน้นความสะอาด จากการใส่แอมโมเนียและเปลี่ยนสำลีทุกครั้งที่ทำ

เป็นบาร์เบอร์ต้องละเอียด หลายคนมองว่าแค่ต้องตัดผมให้เนียนกริบ แต่มันมีมากกว่านั้น ต้องศึกษาวิธีการล้างหู ล้างตา แม้แต่ขนจมูกก็ต้องตัด ข้ามไม่ได้ นี่แหละถึงจะเป็นบาร์เบอร์รุ่นโบราณของแท้” ลุงโชคชัยเล่าด้วยสีหน้าภูมิใจ

เมื่อถามถึงที่มาการติดไฟดิสโก้ภายในร้าน “เมื่อก่อนมีช่างหลายคนพอเวลาปีใหม่จัดงานให้ช่าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว” โชคชัยเล่าถึงสมัยยี่สิบกว่าปีก่อนที่ร้านบาร์เบอร์เแห่งนี้รุ่งเรืองและเป็นที่นิยม

ที่อยู่ : 122/2 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เวลาทำการ : 09.00 – 21.00 น. ปิดบริการวันพุธ
ติดต่อ : 022225433
*บทความนี้มาจากส่วนหนึ่งของจุลนิพนธ์ ‘เรื่องของผม’ ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ เอกวารสารและหนังสือพิมพ์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมี อาจารย์ ดร.ยอดขวัญ สวัสดี   เป็นที่ปรึกษา

Writer & Photographer

ศรัณยา ตั้งวรเชษฐ

รักการออกแบบจัดหน้า ถ่ายภาพบ้างเป็นบางครา ชอบดื่มกาแฟหนักหนา ตำปูปลาร้าคือที่สุดในดวงใจ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

19 มิถุนายน 2564
2 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

เท่าที่คุยกับคนอ่างทอง เขาว่าอ่างทองเป็นเมืองเล็ก มีเมืองหน้าด่านคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซ้ายมือติดจังหวัดลพบุรี-สิงห์บุรี ขวามือติดสุพรรณบุรี และมีชื่อเดิมว่า ‘วิเศษไชยชาญ’ ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจังหวัดที่มีเพียง 7 อำเภอแห่งนี้ กลับรุ่มรวยด้วยพืชพันธุ์ธัญญาอาหาร ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ดังตราประจำจังหวัดอ่างทอง

บ้านเรือนไทย ทุ่งนา คนตกปลา หัตถกรรมพื้นถิ่น ซึ่งเป็นวิถีชาวบ้านดั้งเดิมของที่นี่ยังอยู่ครบ เป็นเมืองสงบ ผู้คนอยู่กันอย่างเรียบง่าย และใบหน้าของคนที่นี่มักแต้มด้วยรอยยิ้มเมื่อคนต่างถิ่นเข้ามาเยือน แถมมีช่างฝีมืออยู่เพียบ ช่างไม้ ช่างปั้น ช่างกลึง ช่างกลอง ฯลฯ และช่างเป็นการดีถ้าจะชวนคนบ้านนู้น บ้านนี้ แวะมาเที่ยวบ้านเพื่อนนามว่า ‘อ่างทอง’ มาทำความรู้จักเมืองนี้ผ่านช่างฝีมือรุ่นเก๋า ภูมิปัญญาที่สืบทอดส่งต่อกันมา จนถึงคนรุ่นใหม่ในท้องถิ่นที่ช่างใช้ความสามารถอย่างถูกที่ถูกทาง เพื่อมาช่วยในการพัฒนาอ่างทองให้น่ารักแช่มชื่น จนอยากใคร ๆ ก็อยากแวะ

ใครใคร่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อ่างทองก็มี ! ใครใคร่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อ่างทองก็มี !

ชวนเพื่อนเก็บกระเป๋า สตาร์ทรถ แล้วมาตะลุยอ่างทองฉบับสารพัดช่างกัน

01

อุตสาหกรรมดินเผา บปก

โรงอิฐเก่าแก่อายุ 77 ปี คู่บ้านคู่เมืองอ่างทอง

อุตสาหกรรมดินเผา บปก, โรงอิฐเก่าแก่อายุ 77 ปี คู่บ้านคู่เมืองอ่างทอง

ถ้าเคยผ่านตาอาคารทรงสวยของบ้านป้อมเพชร อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี ที่มีก้อนอิฐสีแดงส้มเป็นส่วนหนี่งของโครงสร้าง นั่นคือก้อนอิฐที่มาจาก ‘อุตสาหกรรมดินเผา บปก’ แห่งเมืองอ่างทอง นับเป็นโรงอิฐเก่าแก่ของไทย

บปก ที่ประทับอยู่บนอิฐย่อมาจากตำบลที่ตั้ง คือ บางปลากด ย้อนกลับไปพ.ศ. 2487 อากงผู้ก่อตั้งนำทักษะที่หอบจากเมืองจีนมาตั้งโรงงานเฮ้งมุ่ยหลี ผลิตอิฐโชว์แกร่งและกระเบื้องรายแรกของประเทศ ส่วนวัตถุดิบหลักในการทำอิฐก็มาจากผิวหน้าดิน ซึ่งอ่างทองเป็นแหล่งดินดี เนื้อดินละเอียดเนียนสวย มีสีแดงส้มตามแร่ธาตุที่ซ่อนอยู่ด้านใน

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก
9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ผลิตภัณฑ์ของที่นี่มีทั้งอิฐและกระเบื้อง โดยเน้นอิฐตกแต่ง โชว์พื้นผิวเรียบสุดคลาสสิก ขณะเดียวกันอิฐช่องลมก็ถูกเลือกใช้โดยสถาปนิกมากฝีมือ เพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้าน พลางแสง และสร้างมิติให้งานสถาปัตยกรรม

ปัจจุบันโรงอิฐแห่งนี้อยู่ในมือทายาทรุ่นสองและรุ่นสามที่คอยพัฒนาคุณภาพและสร้างมาตรฐานที่ดีอยู่เสมอ จนเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้าและคนวงการสถาปัตย์ โดยมีความแกร่งและทนทานของผลิตภัณฑ์เป็นท่าไม้ตาย 

อ้อ โรงงานอิฐคู่เมืองอ่างทองแห่งนี้เปิดให้เข้าชมเพื่อการเรียนรู้สำหรับนิสิต นักศึกษา และหน่วยงานที่สนใจด้วย แต่ต้องติดต่อสอบถามข้อมูลและนัดหมายวัน-เวลาล่วงหน้าก่อนนะ รับรองว่าจะร้องว้าว! ทุกไลน์การผลิต

ที่ตั้ง : 80/ก หมู่ 1 ตำบลบางปลากด อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1852 4209

Website : www.bpkbrick.co.th

Facebook : อิฐบปก อิฐโชว์ กระเบื้องดินเผา

02

Photograph Slow Bar

บ้านช่างภาพฉบับคาเฟ่น้ำผลไม้สกัดเย็นของคนรักสุขภาพ

Photograph Slow Bar, บ้านช่างภาพฉบับคาเฟ่น้ำผลไม้สกัดเย็นของคนรักสุขภาพ

จุดพลุต้อนรับ Photograph Slow Bar คาเฟ่น้องใหม่เมืองอ่างทองของ โปเต้-มนัญชัย แสงโพธิ์ทอง ช่างภาพแอคชันมือรางวัลของไทยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดอุบัติใหม่ จนกลับบ้านมาแปลงโฉมโรงจอดรถเก่าเป็นคาเฟ่เพื่อสุขภาพขนาดกะทัดรัด แค่มองจากด้านนอกก็รู้ว่าบรรยากาศต้องอบอุ่นเหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนแน่นอน

แม้จะเห็นเครื่องชงเอสเพรสโซ่วางเด่นบนบาร์ไม้ แต่เจ้าบ้านกระซิบว่าตัวชูโรงคือผลไม้สกัดเย็นต่างหาก เพราะเขาเห็นอนาคตว่าเทรนด์สุขภาพจะมาแรง คนจะหันมารักตัวเองและรักสุขภาพมากขึ้น แถมน้ำผลไม้สกัดเย็นก็มีสารอาหารครบถ้วน นอกจากจิบให้ชื่นใจแล้วยังรับวิตามินเข้าร่างกาย เติมผิวให้สวย ท้องไส้แข็งแรงไม่ปั่นป่วน

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

คาเฟ่ในบ้านหลังนี้มีเมนูน้ำผลไม้สกัดเย็นให้เลือกดื่ม 3 สูตร สูตรบิวตี้ (แครอท ส้ม แอปเปิ้ล) สูตรดีท็อกซ์ (แตงกวา แอปเปิ้ลเขียว ฝรั่ง เซเลอร์รี่) และสูตรสู้โควิด ผสานพลังกระชายกับสับปะรด อยากลิ้มสูตรไหนบอกเจ้าบ้านได้เลย พร้อมจัดให้! 

และอีกหนึ่งกิมมิกของ Photograph Slow Bar คือ ถ้าคุณมาเยือนที่นี่จะได้รับภาพสวย ๆ ฝีมือช่างภาพแอคชันกลับบ้านไปด้วย น่ายกนิ้วให้โปเต้ที่ใช้ความถนัดของ ‘ช่างภาพ’ มาสร้างจุดเด่นให้โฮมคาเฟ่น้องใหม่

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

เสริมอีกนิด โปเต้ยังเป็นเจ้าของเพจอ่างทอง เพจรีวิวอ่างทอง ฯลฯ ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวสารและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้คนต่างถิ่นมาเยือนบ้านเกิดของพี่น้องชาวอ่างทองด้วย นั่นเป็นเพราะเขาหยิบความรู้จากการเรียนด้านวิศวกรมัลติมีเดียและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาต่อยอดและสร้างประโยชน์ คนอ่างทองยกป้ายให้ 10 คะแนนเต็ม

ที่ตั้ง : 11/2 ถนนบ้านรอ ซอย 3 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

ทางร้านรับลูกค้าเพียง 4 รอบต่อวัน (รอบละ 6 คน) สอบถามและจองคิวได้ที่

โทรศัพท์ : 08 8884 7107

Facebook : Photograph Slow Bar

03

โรงมีดตามใจฝัน

บ้านช่างมีดรุ่นใหม่รายแรก ๆ ของอ่างทอง

โรงมีดตามใจฝัน, บ้านช่างมีดรุ่นใหม่รายแรก ๆ ของอ่างทอง

ถ้าคุณหลงใหลเสน่ห์ของวัตถุมีคม ขอชวนทำความรู้จัก ช่างโจ-บรรจง เหมทอง หนุ่มอ่างทางที่เป็นนักสะสมมีดจนผันตัวมาเป็นช่างมีดสมัยใหม่ เหตุต้องต่อท้ายด้วย ‘สมัยใหม่’ ช่างโจบอกว่าช่างมีดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท หนึ่ง ช่างมีดที่สืบทอดภูมิปัญญามาแต่โบราณ สอง ช่างมีดสมัยใหม่ที่ใช้วิทยาการเข้ามาช่วย อย่างวิชาโลหะวิทยา

นายช่างคนนี้ศึกษาเรียนรู้วิชามีดกับครูมีดและช่างโบราณถึงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ด้วย บวกกับหาความรู้เรื่องวิทยากรและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำมีด จนกลายมาเป็นอาชีพเข้าสู่ปีที่ 7 แล้ว 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

มีดของช่างโจมีทั้งมีดพื้นบ้าน เช่น มีดเหน็บ มีดเชี่ยนหมาก (คนนิยมซื้อฝาก) และมีดคัสตอม เรื่องคุณภาพไม่ต้องพูดถึง เพราะช่างมีดเน้นเรื่องนี้เป็นสำคัญ ซึ่งมีดที่ดีของ ‘โรงมีดตามใจฝัน’ คือมีดที่ใช้งานได้จริง ต้องเป็นเครื่องทุ่นแรง ไม่ใช่ภาระ ช่างโจแถมคุณสมบัติของช่างมีดให้อีกข้อ ‘ต้องซื่อสัตย์’ ต่ออาชีพด้วย โดยชายคนนี้มีเป้าหมายว่า อยากทำให้คนรู้จักและเข้าใจกระบวนการทำมีด เพื่ออย่างน้อยจะได้เลือกมีดเป็น และฝันอยากเห็นวงการมีดไทยพัฒนา

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

หากอ่านแล้วชักอยากจะมีมีดสักเล่มเป็นของตัวเอง ช่างโจก็เปิดคอร์สระยะสั้น 3 วัน สอนวิชาทำมีดตั้งแต่ขั้นตอนแรกยันขั้นตอนสุดท้าย คุณจะได้มีดกลับไป 2 เล่ม มีดที่คุณทำเองด้วยความภูมิใจและมีดฝีมือดีจากช่างโจ ซึ่งคอร์สนี้รวมที่พักและอาหาร 3 มื้อด้วยนะ น่าสนใจมาก นอกจากจะได้วิชา ยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนอ่างทองด้วย

เกร็ด : บ้านช่างโจอยู่แถวตำบลบางเสด็จ เป็นแหล่งหัตถกรรมพื้นบ้าน ปั้นตุ๊กตาชาววัง ช่างโจเลยหยิบสัญลักษณ์เด็กหัวจุกพร้อมแจงที่มา ‘บางเสด็จ’ มาประทับไว้บนมีด เพื่อบอกเล่าของดีประจำตำบล

ที่ตั้ง : 55 หมู่ 1 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 8265 5721

Facebook : โรงมีดตามใจฝัน-Jo knifemaker และ Thai Local Custom Knife มีดไทย มีดพื้นบ้าน มีดคัสตอม

04

บ้านตุ๊กตามวยคาดเชือก

บ้านช่างปั้นที่ต่อยอดภูมิปัญญาปั้นตุ๊กตาชาววังของแม่

บ้านตุ๊กตามวยคาดเชือก, บ้านช่างปั้นที่ต่อยอดภูมิปัญญาปั้นตุ๊กตาชาววังของแม่

ถ้าคุณมาถึงบ้านเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเห็นหุ่นมวยร่างกำยำกำลังตั้งการ์ดอยู่ แสดงว่าคุณมาถึงบ้านตุ๊กตามวยคาดเชือกแล้ว เพียงส่งเสียงสวัสดี อาจารย์บัณฑิต โกศลสิทธิ์ ก็ออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

สมัยหนุ่ม อาจารย์บัณฑิตเรียนจบจากเพาะช่าง สาขาศิลปะประจำชาติ แผนกหัตถศิลป์ คุณแม่เขาสั่งสมภูมิปัญญาการปั้นตุ๊กตาชาววังมาเนิ่นนาน เด็กหนุ่มเห็นและทดเอาไว้ในใจ จนถึงเวลาเหมาะสม คนหนุ่มจบหมาดกลายมาเป็นช่างปั้นตามรอยคุณแม่ ยุคก่อนอาจารย์บัณฑิตปั้นตุ๊กตาจิ๋ววิถีไทย อย่างคนตกปลา ตานวดยาย ฯลฯ 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ปั้นเดิม ๆ เข้าก็เกิดความเบื่อ จนนึกถึงวิถีเด็กวัดของตน ที่เคยถูกรุ่นพี่จับคู่ให้ต่อยกันในวัด หัวคิด สองมือปั้น ออกมาเป็นตุ๊กตามวยไทยขนาดเล็ก ปั้นไปปั้นมาดันถูกทาง บวกกับกระแสหนัง องค์บาก อาจารย์บัณฑิตเลยปั้นไม่ยั้ง มีแรงเท่าไหร่ทุ่มเทให้กับตุ๊กตามวยคาดเชือกทั้งหมด จนพัฒนารูปแบบให้กำยำสมชายชาตรี และปรับจากดินเป็นเรซิ่นเพื่อความแข็งแรงทนทาน ซึ่งช่างปั้นหลงเสน่ห์แม่ไม้มวยไทยเพราะความงดงามของลีลาท่าทาง แถมชื่อท้วงท่าก็ไพเราะเสนาะหู

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ไม่ว่าจะพระรามเดินดง ปักษาแหวกรัง จระเข้ฟาดหาง หักงวงไอยรา มณโฑนั่งแท่น หนุมานถวายแหวน และอีกหลายสิบท่า นับรวมทั้งสิ้น 82 ท่า โดยช่างปั้นต้องศึกษาและปรึกษาครูมวยเพื่อปั้นท่าทางออกมาให้แม่นยำที่สุด ซึ่งชิ้นงานของบ้านตุ๊กตามวยคาดเชือกโด่งดังถึงระดับประเทศ ในไทยเองก็ชวนอาจารย์บัณฑิตปั้นตุ๊กตามวยเป็นถ้วยรางวัลอยู่บ่อยครั้ง และอนาคตนายช่างจะปั้นท่ามวยไทยให้ครบ 82 ท่า เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตในบ้านหลังนี้

เข้าชมชิ้นงานและเรียนรู้ขั้นตอนการปั้นตุ๊กตามวยไทยได้ที่บ้านของอาจารย์บัณฑิต

ที่ตั้ง : 7 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 7900 8081

05

Missyou Café

บ้านช่างดื่ม-ช่างชงชาและกาแฟ อันเป็นที่รักของคนอ่างทอง

Missyou Café, บ้านช่างดื่ม-ช่างชงชาและกาแฟ อันเป็นที่รักของคนอ่างทอง

แก้ม-พิชญนาถ ครองญาติ เจ้าของคาเฟ่ชื่อชวนคิดถึงบอกว่าที่นี่คือ ‘ร้านกาแฟตามสั่ง’

ก่อนจะเปิดร้านเครื่องดื่มจนเป็นที่รักของคนท้องถิ่น แก้มเคยคลุกคลีกับวงการสื่อสิ่งพิมพ์ไทยด้วยตำแหน่งนักพิสูจน์อักษร แต่แล้วต้องกลับบ้านมาดูแลคุณยาย ซึ่งเธอว่านิสัยส่วนตัวเป็นคนช่างดื่ม (ชาและกาแฟ) จนเกือบ 2 ปีที่แล้วเธอค่อยๆ ก่อร่างสร้าง Missyou Café ขึ้นมาในบ้านไม้หลังเล็ก ห้อมล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวแน่นขนัด เพราะเดิมเคยเป็นพื้นที่ขายต้นไม้ของคุณพ่อ ตอนนั้นร้านนี้นับว่าเป็นความแปลกใหม่ของอ่างทอง มีแต่เมนูน่าตื่นตาตื่นใจ

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

อย่างชาผลไม้ท็อปปิ้งด้วยผลไม้สด (เมนูนี้แก้มชอบทำ เพราะเธอชอบประดับประดา) มัทฉะช่อน้ำดอกมะพร้าว แก้วนี้สดชื่นมาก กลมกล่อมเกินคาด ถ้าเป็นคอคาเฟอีน เจ้าบ้านแนะนำกาแฟผสมน้ำผลไม้ มีให้เลือกทั้งอเมริกาโน่ส้ม อเมริกาโน่พีช อเมริกาโน่เสาวรส และอเมริกาโน่น้ำช่อดอกมะพร้าว เทรนด์สุขภาพกำลังมา ผลไม้เลยมาแรง

นอกเหนือจากนี้ก็ทำให้ได้นะ โอเลี้ยง ชาดำเย็น อเมริกาโน่กระเจี๊ยบ เหล่านี้เป็นเมนูตามสั่งจากนักดื่ม และความพิเศษอีกอย่างของแก้มคือ เธอจำเมนูของลูกค้าได้ ชนิดที่ว่าเพื่อนมาสั่งแล้วเปิดหน้าเพื่อนอีกคนเพื่อจะกินเมนูเหมือนกัน เธอก็จำได้และทำให้ได้ แม้จะเปิดร้านมาเฉียด 2 ปี แต่เรื่องราวและความรู้สึกเกิดขึ้นมากมายที่นี่

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ตอนนี้ คิดถึงเสมอ คาเฟ่ กลายเป็นที่รักของคนในอ่างทอง มีตั้งแต่เด็กตัวเล็ก คุณลุง คุณป้า คู่รักที่ออกเดทกันที่นี่และมาถ่ายพรีเวดดิ้งกันที่นี่ จนถึงบรรดาคุณหมอฝึกงานที่จะแจกลายแทงร้านนี้ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น, แก้มบอกว่าเธออยากให้ Missyou Café เป็นพื้นที่สบายใจของทุกคน ถ้ามาเยือนบ้านเพื่อนหลังนี้แล้ว อย่าลืมคิดถึงกันเสมอนะ

ที่ตั้ง : 11/1 หมู่ 6 ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร เวลา 08.30 – 15.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 4775 9948

Facebook : Missyou Café คิดถึงเสมอ คาเฟ่

06

กลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง)

บ้านช่างไม้ที่อนุรักษ์บ้านทรงไทยดั้งเดิมของภาคกลาง

กลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง), บ้านช่างไม้ที่อนุรักษ์บ้านทรงไทยดั้งเดิมของภาคกลาง

พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สุพรรณบุรี เป็นศูนย์รวมช่างฝีมือปรุงบ้านทรงไทย แถมเมืองอ่างทองก็มีโรงเลื่อยไม้กระจายอยู่เยอะมาก บ่งบอกว่าคนบ้านเมืองนี้ใช้ไม้กันเยอะ และไม้ก็เป็นหนึ่งในวัสดุสำคัญในการปรุงบ้านทรงไทยจำลองของ ช่างตู่-สมปอง ตันพานิช ช่างไม้ผู้หลงรักเสน่ห์ของความเป็นไทย สั่งสมประสบการณ์ในอาชีพมาถึง 26 ปี

ช่างตู่เติบโตมากับวิถีชีวิตคนอ่างทอง แน่นอนว่าเห็นบ้านทรงไทยมาตั้งแต่เด็ก จนถึงวันที่ต้องมาปรุงบ้านย่อส่วนก็ศึกษาของจริง ลงมือเขียนแบบและลดทอนขนาดให้เหมาะเหม็ง สิ่งสำคัญเลยคือรายละเอียด ต้องถอดแบบให้เหมือนเป๊ะ! ซึ่งความเก่งกาจของช่างยุคเก่าก่อนคือการปรุงบ้านโดยไม่ใช่ตะปู อาศัยการเข้าเดือยและเข้าลิ่มแทน

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

บ้านเรือนไทยจำลองฝีมือช่างตู่ถูกส่งออกทั้งประเทศลาว สิงคโปร์ และอยู่ในหลายพิพิธภัณฑ์ของประเทศไทย อาทิ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ บางชิ้นงานก็สั่งทำขึ้นพิเศษเพื่อให้เด็ก ๆ สายสถาปัตย์ได้ศึกษาเรียนรู้ นอกจากบ้านทรงไทยดั้งเดิม ช่างตู่ยังทำบ้านโสนเรือนงาม เรือนปั้นหยา บ้านทรงโมเดิร์น ขอแค่บอกแบบในใจ ช่างมากฝีมือคนนี้จัดให้ได้ตามคำขอ เราขอแนะนำไฮไลต์ของที่นี่ ท้าดา! ศาลพระภูมิและศาลตายาย ได้รับความนิยมและยอดจองกระหน่ำ

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

หัวใจของการทำสิ่งนี้ของช่างตู่คือ การสืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญา ชายคนนี้ทำงานไม่รู้มืด ไม่รู้สว่าง เพราะเขาหลงและเพลินกับสิ่งที่เขารัก นายช่างบอกเหตุผลของการมีอยู่ของกลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง) ว่า

“จุดแข็งของบ้านทรงไทยคือ มันไม่มีวันตาย” 

ป.ล. ช่างตู่ยินดีหากสนใจเข้าไปดูงานและเรียนรู้วิชาปรุงบ้านทรงไทยจำลอง ขอเพียงติดต่อล่วงหน้า

ที่ตั้ง : 1/27 หมู่ที่ 6 บ้านสระแก้ว ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 9507 3639

07

วิเศษศิลป์

บ้านช่างทองเหลืองที่ตี-ตัด-ดัด-เคาะ จนได้บัววิเศษ

วิเศษศิลป์, บ้านช่างทองเหลืองที่ตี-ตัด-ดัด-เคาะ จนได้บัววิเศษ

เยือนอำเภอที่เคยเป็นชื่อเมืองอย่าง ‘วิเศษชัยชาญ’ มาสนทนากับ ‘วิเศษศิลป์’ แบรนด์ของแต่งบ้านจากทองเหลืองของช่างฝีมือมากประสบการณ์ ลำพูน เต็มแป้น หนุ่มอ่างทองคนนี้เข้าวงการตี-ตัด-ดัด-เคาะ ตั้งแต่อายุ 14 จากคำชักชวนของคนรู้จักที่ตีทอง-ตีเงิน ฉบับภูมิปัญญาดั้งเดิมแถบภาคอีสาน นับนิ้วความเชี่ยวชาญก็ปาไป 35 ปี 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

จากทักษะการทำเครื่องประดับ ลำพูนต่อยอดมาทำของตกแต่งบ้านด้วยวัสดุทองเหลือง เน้นทำเป็นดอกบัว ซึ่งเป็นราชินีแห่งสายน้ำ ตอกย้ำความเป็นไทย และสืบสานหัตถกรรมพื้นถิ่น เอกลักษณ์ผลงานของลำพูนคือความอ่อนช้อยและพริ้วไหว เสมือนบัวเหล่านั้นกำลังขยับเรือนร่างตามสายน้ำ เหมาะแก่การแต่งแต้มให้มุมของบ้านมีชีวิตชีวา

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ผลิตภัณฑ์ของวิเศษศิลป์มีทั้งขนาดเล็กมากจนถึงขนาดใหญ่มาก จะอุดหนุนไปบูชาองค์พระเล็กๆ วางพวงมาลัย วางกระถางต้นไม้ เก็บเครื่องประดับ ตกแต่งบ้านก็ได้ สารพัดประโยชน์ตามแต่ไอเดียผู้ใช้งาน ถ้าดีไซเนอร์รุ่นใหม่หรือผู้ประกอบการสนใจทำงานร่วมกันหรือสั่งทำชิ้นงานพิเศษ ลำพูนก็ยินดีสนุกด้วยกัน และวิเศษศิลป์ยังทำงานร่วมกับเพื่อนบ้านในชุมชน คอยสร้างงาน กระจายรายได้ จนถึงเปิดให้ผู้ที่สนใจเรียนรู้แวะเวียนมาเยี่ยมกันได้ถึงบ้าน

ที่ตั้ง : 22 หมู่ที่ 4 ตำบลไผ่ดำพัฒนา อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง 

โทรศัพท์ : 09 8225 6590

Facebook : วิเศษศิลป์

08

Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข

บ้านช่างศิลป์และร้านโกโก้ที่อยากให้คนดื่มสุขภาพ (จิตใจ) ดี

Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข, บ้านช่างศิลป์และร้านโกโก้ที่อยากให้คนดื่มสุขภาพ (จิตใจ) ดี

ห้องเรียนศิลปะขนาดจิ๋วเกิดจากหัวใจรักศิลปะของสองพี่น้อง กรีซ-ณัฐฐาพิรุฬห์ และ กรีก-พิรุฬห์ลักษณ์ แจ่มอำพร ที่มีความฝันตั้งแต่เด็กว่า ‘อยากเปิดห้องเรียนเล็ก ๆ สอนศิลปะ’ เพราะย้อนอดีตราว 10 ปีก่อน จังหวัดอ่างทองไม่มีโรงเรียนสอนศิลปะ บ้านจึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เธอสองคนจะระบายสี สาดความคิด เล่นบทบาทสมมติได้

เป็นเวลา 5 ปีที่ Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข ถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก ๆ ได้มาระบายความรู้สึกผ่านงานศิลปะ สองศรีพี่น้องออกแบบกระบวนการสอนไว้ 7 วิชา และพวกเธอก็ออกแบบกิจกรรมสนุกมาก เช่น หุ่นกระดาษนิ้วมือ ทำเพลงพร้อมออกแบบปกอัลบั้ม โต้วาทีและการเมือง ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

กรีกและกรีซเชื่อว่าศิลปะจะสอนให้เด็กรู้จักยอมรับตนเองและยอมรับผู้อื่น แม้กระทั่งการจัดการอารมณ์ การคิดวิเคราะห์ การอยู่ร่วมกันในสังคม ฯลฯ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและพิทักษ์ความสุขให้เด็ก ๆ

ยินดีและดีใจกับชาวอ่างทองที่มีพื้นที่ให้เด็กได้แสดงออกและโชว์ศักยภาพของตัวเองด้วยความกล้าหาญ เราชอบอยู่อย่างที่ตราปั๊มของห้องเรียนศิลปะแห่งนี้ไม่มีจำนวนดาวเป็นตัววัดความสามารถ มีแต่คำว่า ‘จงภูมิใจในตัวเอง’ ที่ประทับลงบนกระดาษของเด็ก ๆ  

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

กระซิบว่าหลังจบคลาส ห้องเรียนจะกลายเปลี่ยนเป็นนิทรรศการศิลปะ จากคุณครูก็กลายเป็นนักชงโกโก้ประจำร้าน My Heart Will Cocoa ที่มีชื่อเมนูน่ารักมาก อาทิ พระอาทิตย์ขึ้นและตกเหมือนกันทุกวัน ถ้าเหนื่อยก็กลับบ้าน ดีใจที่ได้เจอ หรือถ้าอยากรู้ว่ารสชาติของ ‘ชีวิต’ จะหวานหรือขม แวะมาชิมโกโก้แก้วอร่อยที่บ้านเพื่อนหลังนี้ได้นะ

ที่ตั้ง : 368 ถนนเลี่ยงเมืองอ่างทอง ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 9080 7401

Facebook : Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข

09

บ้านกลองลุงเหลี่ยม

บ้านช่างกลองที่รักดนตรีไทยและทำกลองมากกว่าหมื่นใบ

บ้านกลองลุงเหลี่ยม, บ้านช่างกลองที่รักดนตรีไทยและทำกลองมากกว่าหมื่นใบ

ป๊ะ โท่น ป๊ะ โท่น ป๊ะ โท่น โท่น

เสียงกลองจังหวะคุ้นหูดังมาจากบ้านกลองลุงเหลี่ยม ภายในมีกลองสารพัดแบบวางเรียงราย อีกด้านมีฐานผลิตขยาดย่อม พร้อมอุปกรณ์ที่ ลุงเหลี่ยม-สนั่น บัวคลี่ ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง เราแอบเห็นสากกะเบือด้วย ลักษณะเหมือนไม้ตีข้าวสมัยก่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ทุ่นแรงในการนวดหนังวัว-หนังควายให้นุ่ม ก่อนนำมาประกอบเป็นชิ้นงาน

ประสบการณ์ 50 ปีของช่างทำกลองแห่งเมืองอ่างทองคนนี้ สร้างชื่อในวงปี่พาทย์มาแล้วทั่วไทย ใคร ๆ ก็อยากได้กลองฝีมือลุงเหลี่ยมมาครอบครอง ไม่เพียงเทคนิคพิเศษที่ทำให้กลองเสียงดี คุณภาพก็ชูเด่นเป็นจุดขาย ถ้าอยากได้กลองดี พร้อมใช้งาน ต้องมาที่นี่เท่านั้น! จนได้รับเลือกเป็นครูช่างศิลปหัตถกรรม พ.ศ. 2558 ประเภทเครื่องหนัง (กลอง)

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก
9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

มาบ้านกลองทั้งที ครูช่างสาธิตให้ดูตั้งแต่ต้นจนจบ ได้เห็นหนังวัวเท่าขนาดจริงก่อนถูกตัดเป็นวงกลม (ขนาดวงเวียนนายช่างยังประดิษฐ์เอง) ผ่านกระบวนการตามขั้นตอน ยันขึงหนังกลองให้เห็นเป็นประจักษ์ ซึ่งล้วนทำด้วยสองมือของช่างฝีมือวัยเก๋า เราว่าคุณค่าของงานอยู่ตรงนี้แหละ ไม่แปลกใจเลยทำไมชีวิตนี้ต้องมีกลองของลุงเหลี่ยมสักใบ

ว่าแล้วก็ให้ลุงเหลี่ยมตีกลองให้ฟังสักหนึ่งยก เพลิน, ลุงเหลี่ยมใจดีมาก หากผู้ที่สนใจอยากศึกษาวิชาทำกลอง ลองติดต่อแบ่งปันความรู้จากยอดฝีมือคนนี้ได้ ซึ่งนายช่างขอคุณสมบัติเพียงข้อเดียวเท่านั้น ‘ขอให้ใจรัก’

ที่ตั้ง : 25/1 หมู่ที่ 7 ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1918 4787

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

มนัญชัย แสงโพธิ์ทอง

ช่างภาพแอคชั่น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load