“ทำไมกวาดบ้านมาตั้งนาน บ้านยังไม่สะอาดอีกนะ แถมบางทียังสกปรกขึ้นอีก”

นี่คงเป็นความในใจของใครหลายๆ คนเมื่อต้องหยิบไม้กวาดในบ้านที่ใช้ได้ไม่นาน ดอกหญ้าก็หลุดร่วงจนแทบจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน

Sweepy คือแบรนด์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานั้น โดยเริ่มต้นจากการตั้งใจผลิตไม้กวาดที่มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ให้คุณทำความสะอาดได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น มีอายุการใช้งานนานนับปี และมีเป้าหมายสุดท้ายคืออยากเห็นคนมีชีวิตที่ดีขึ้น

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

แบรนด์นี้เกิดจากการร่วมมือกันของสามพี่น้อง 

ตูน-นนทัช ขันธรูป พี่ใหญ่ผู้ริเริ่มแบรนด์ ดูแลด้านการออกแบบและการตลาด โดยมีอีกหน้ากากหนึ่งเป็นสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบร้านที่เราคุ้นเคยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Peace Oriental Teahouse, Khao, และ Honeyful Cafe 

แตม-อธิษฐ์ ขันธรูป น้องชายคนรองผู้ดูแลด้านการโฆษณา

และ เติม-โตมา ขันธรูป น้องชายคนเล็กที่รับผิดชอบด้านสื่อออนไลน์ การวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

ในตอนแรก ตูนก็คล้ายกับใครหลายๆ คนที่อยากลองทำธุรกิจค้าขาย หลายคนหาไอเดียจาก Pain Point ของตัวเอง บางคนก็เริ่มต้นจากธุรกิจของครอบครัว แต่ Sweepy กลับมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ ‘วัด’

ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด ‘วัด’ นั่นแหละ ในช่วงที่ตูนกำลังบวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ด้วยสัญชาตญาณนักออกแบบผู้หลงใหลในงานคราฟต์ ทำให้เขาได้เห็นและเรียนรู้วิชาการทำไม้กวาดจากคุณลุงคนหนึ่ง แต่ใครจะไปรู้ว่าวิชานี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจใหม่ของเขาในอนาคต อย่างธุรกิจผลิตอุปกรณ์สามัญประจำบ้านที่เรียกว่า ‘ไม้กวาด’

ปัญหาหลุดลุ่ย

“ปัญหาหลักคือดอกหญ้าหลุด ผมเลยศึกษาว่าทำไมมันถึงหลุด ทำไมไม้กวาดถึงใช้ได้แค่สามเดือนแล้วก็พัง เลยมาลองดูว่าเราจะทำไม้กวาดที่ดีกว่านี้ได้ไหม” ตูนเล่าถึง Pain Point ซึ่งพบเจอในไม้กวาดดอกหญ้าที่ซื้อกันได้ทั่วไป แต่ชาติเสือก็ต้องไว้ลาย เมื่อเป็นสถาปนิกทั้งที จะพัฒนาแค่ฟังก์ชันการใช้งานก็กระไรอยู่ ดังนั้น สำหรับตูนแล้ว ด้านความสวยงามก็ต้องปรับให้ดูดีขึ้นด้วย

“สำหรับดีไซน์ปกติที่เราเห็น ถ้าสมมติเราเห็นไม้กวาดอยู่กลางบ้าน สิ่งแรกที่เราจะคิดคือ เอ๊ะ ไม้กวาดมาทำอะไรตรงนี้ มันดูผิดที่ผิดทาง และเราจะหงุดหงิด” 

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

เติมกล่าวเสริมขึ้นมาถึงอีกหนึ่งปัญหาที่แอบแฝงอยู่ในใจหลายๆ คนเกี่ยวกับไม้กวาด เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมไม้กวาดของ Sweepy จึงมีดีไซน์สวยเรียบ เข้าได้กับทุกมุมของบ้าน

ถึงแม้ตูนมองเห็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญกับการใช้ไม้กวาด และศักยภาพในการต่อยอดเป็นธุรกิจแล้ว การเริ่มต้นนั้นกลับไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว เขาติดต่อ Supplier เพื่อค้นหาวัสดุที่เหมาะสมและบริหารจัดการต้นทุน เพื่อพิสูจน์ว่ามันเกิดขึ้นได้จริงก่อนก้าวเดินต่อไป

งานฝีมือ

ไม้กวาดอาจเป็นสิ่งที่เราเห็นกันจนคุ้นตา จนนึกไม่ออกว่ามันจะเปลี่ยนไปจากเดิมได้อย่างไร 

สำหรับริษัทการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จากการใส่ใจในรายละเอียดและพัฒนาให้ดีขึ้น 

“ผมลองศึกษาดูว่าไม้กวาดปกติประกอบยังไง คุณภาพของดอกหญ้าเป็นแบบไหน เขาคัดยังไง แล้วก็นำสิ่งที่ลุงเคยสอนผมมาปรับใช้ มันน่าจะเป็นอย่างนี้ได้นะ น่าจะปรับตรงนี้ได้ โดยทุกวัสดุที่เราใช้ คือทำเพื่อให้ฟังก์ชันมันดีขึ้น แข็งแรงขึ้น”

Sweepy แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

ดอกหญ้าเรียกได้ว่าเป็นพระเอกหลักสำหรับไม้กวาด ทว่าดอกหญ้าทั่วๆ ไปมักมาพร้อมผงฝุ่น และส่วนที่แข็งหักง่ายติดมาด้วย ทำให้บางครั้งเวลาใช้งาน พื้นบ้านกลับสกปรกกว่าเดิม 

การคัดดอกหญ้าในการทำไม้กวาดของ Sweepy คือสัดส่วน 50 – 50 ครึ่งหนึ่งใช้ได้ อีกครึ่งหนึ่งคัดออก

“เราเลือกแต่ดอกหญ้าที่มีมาตรฐานเกรด A เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหานี้เวลากวาดบ้าน ให้ตอนใช้งานจริงๆ คนเขารู้สึกดีและสะอาด” 

นอกจากวัสดุที่ใช้แล้ว เพื่อให้ได้ไม้กวาดที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนการประกอบไม้กวาดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน 

Sweepy แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข
แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

“การประกอบไม้กวาดคือเราต้องดูว่าดอกหญ้าที่เราเลือก ไม่ใช่แค่เลือกแล้วเอามาประกอบยังไงก็ได้ มันมีขั้นตอนในการประกอบ อย่างเช่นการผูกช่อ การเรียงไม้กวาด หรือการที่เราเย็บอย่างแน่นหนา ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญเหมือนกัน ข้ามขั้นตอนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะออกมาไม่สมบูรณ์แบบ” 

ขั้นตอนในการทำไม้กวาด จึงไม่ใช่การที่คนคนหนึ่งทำหลายๆ อย่างเพื่อประหยัดแรงงานให้คุ้มที่สุด แต่เป็นการทำงานเป็นทีม ใครเชี่ยวชาญเรื่องไหนก็ทำเรื่องนั้น เช่น คนทุบดอกหญ้าจะทุบดอกหญ้าอย่างเดียว คนดูแลเรื่องไม้ก็จะดูเรื่องไม้อย่างเดียว

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อใช้วัสดุคุณภาพดี มีขั้นตอนการประกอบที่ถูกต้อง อีกสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ คือการออกแบบที่เข้าใจคนใช้งาน โดยปกติ ไม้กวาดมีลักษณะเป็นไม้ตรงๆ และมีดอกหญ้าแยกออกมาเป็น 2 แฉก แต่ไม้กวาด มีดีไซน์แปลกตากว่านั้น ซึ่งไม่ใช่เพื่อความสวยงามหรือความแปลกใหม่ แต่เป็นดีไซน์ที่ตั้งใจออกแบบมาให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาอาการปวดหลังเวลากวาดบ้าน 

“เราอยากให้ไม้กวาดน้ำหนักเบา ความยาวพอดี และเป็นทรงแบบไม้ฮอกกี้ ให้มีองศาที่กวาดได้กว้างขึ้น ทำให้ไม่ต้องก้มหรือบิดตัวเยอะเวลากวาดใต้เตียงหรือโซฟาลึกๆ ส่งผลให้ใช้เวลาในการกวาดน้อยลง ปวดหลังน้อยลง และรู้สึกดีขึ้นเวลาทำความสะอาดบ้าน”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

สานคุณค่า

ไม้กวาดเป็นเครื่องมือทำความสะอาดที่เรียกได้ว่าต้องมีประจำทุกบ้านในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม้กวาดที่เราเห็นทำจากพลาสติก และขาดเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมในส่วนนี้ไป แบรนด์จึงตั้งใจแฝงสิ่งนี้เข้าไปในการออกแบบสินค้าของพวกเขา ด้วยไม้และดอกหญ้าที่หาได้ในท้องถิ่น วิธีการผูกช่อ การทำความสะอาด ไม่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ทำด้วยมือตามภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้ว

“เราเห็นไม้กวาดมาตั้งแต่เด็ก เราอยู่กับมันมานานจนเป็นสิ่งที่สำคัญต่อบ้าน เลยรู้สึกว่าจริงๆ ไม้กวาดควรจะมีคุณค่าทางวัฒนธรรมด้วย แต่ก็ยังอยากให้มีความทันสมัย เพื่อให้เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข
แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

เพราะอยากเห็นสิ่งแวดล้อมกับโลกที่สะอาดและน่าอยู่ขึ้น Sweepy จึงมีคอนเซปต์หลักเป็นความมินิมอลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพยายามลดการใช้พลาสติกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหากจำเป็นต้องใช้พลาสติก ก็จะนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้แทน

นอกจากไม้กวาดดอกหญ้าแล้ว ยังมีอุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ และสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น ไม้กวาดหยากไย่ ไม้กวาดเสี้ยนตาล ตะกร้าจากแอฟริกา และสินค้าประจำฤดู เช่น ร่มในฤดูฝน ซึ่งทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้คอนเซปต์ตั้งต้นเช่นกัน

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

การสื่อสารของไม้กวาด

หลังจากใช้เวลาออกแบบสินค้าและแบรนด์เกือบ 2 ปี เมื่อเลือกใช้วัสดุที่ดีพร้อมกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันมาก ต้นทุนในการผลิตก็ย่อมสูงขึ้น ราคาขายจึงสูงขึ้นตามไปด้วย 

เมื่อเริ่มวางขายด้วยราคาที่แพงกว่าไม้กวาดทั่วไป ปัญหาที่แบรนด์ต้องเผชิญต่อมา คือการที่ผู้บริโภคไม่เข้าใจในตัวสินค้า

ทำไมราคาแพงจึงเป็นคำถามสำคัญ

“ปกติเขาจะใช้ไม้กวาดราคาประมาณแปดสิบถึงหนึ่งร้อยบาท แล้วก็เปลี่ยนทุกๆ สามถึงสี่เดือน ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะสงสัยในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนว่า ทำไมมันแพงจัง แพงเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่เราทำคือให้เขาลองใช้จริงก่อน โดยมี Tester ให้เขาได้ลองว่ามันใช้งานได้ดีจริงๆ มันลดเวลากวาดบ้านได้จริงๆ และอายุการใช้งานก็นานจริงๆ”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภค การสื่อสารและตลาดจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญ

“ในการทำการตลาด สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสื่อสารที่ชัดเจนและให้ข้อมูลกับผู้ใช้งาน ซึ่งจะทำให้เขาเข้าใจสินค้าของเราจริงๆ ทุกคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน เราต้องเรียนรู้จากความต้องการของแต่ละคน และพยายามปรับการสื่อสารของเราให้เข้ากับเขาได้มากที่สุด”

เมื่อสื่อสารชัดเจน โฆษณาอย่างทั่วถึง ประกอบกับสินค้ามีคุณภาพและเรื่องราว ทำให้สินค้านั้นขายได้ด้วยตัวมันเอง ณ วันนี้ หลายคนเข้าใจในสินค้าของพวกเขามากยิ่งขึ้น ยอดขายก็เพิ่มขึ้นตามมาด้วย และทั้งสามก็ยังควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากการสื่อสารกับลูกค้า การสื่อสารกับคนในทีมก็สำคัญไม่แพ้กัน พวกเขาเลือกใช้โรงงานของตัวเองในการผลิตไม้กวาดและสินค้าต่างๆ แทนที่จะจ้างผลิต โดยมีผู้เชี่ยวชาญสอนพนักงานในการผลิตแต่ละขั้นตอน 

เติมบอกว่า ส่วนนี้ต้องมีความยืดหยุ่น ต้องคอยควบคุมอย่างใจเย็น เพื่อปรับทัศนคติและสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

“เราพยายามจะเป็นผู้นำที่ให้กำลังใจ ฟังทีมของเราว่าเผชิญปัญหาอะไรบ้าง เขาต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า ผมคิดว่าการฟังสำคัญมาก เราต้องฟังทุกคนตั้งแต่ลูกค้า มาจนถึงทีมตัวเอง”

แก่นไม้กวาด

ตลอดการสนทนา ทำให้เรารู้ว่าแม้สินค้าจะมีอยู่ทั่วไปและเป็นที่ต้องการอยู่แล้วในตลาด แต่เมื่อต้องการพัฒนาออกมาให้เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ กลับไม่ใช่เรื่องง่าย 

“มันยากบ่อยกว่าที่มันง่าย” ตูนว่าอย่างนั้น “ทุกวันเราต้องเจออุปสรรคหลายอย่าง สำหรับผม การทำธุรกิจจึงต้องมีแพสชันและเป้าหมายที่ชัดเจน ในไตรมาสนี้ ในเดือนนี้ ในวันนี้ มีอะไรบ้าง แล้วเราจะสื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้คนอื่นในทีมเข้าใจได้อย่างไร

“ความท้าทายอีกอย่างคือ การหากลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนในช่วงแรก การสื่อสาร และรักษาลูกค้าที่อยากซื้อต่อไป เนื่องจากสินค้าของเรามีอายุการใช้งานนาน” เติมเสริม

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

บ่อยครั้งที่เราได้ยินว่าแพสชันเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ Sweepy ทำอย่างไรให้ความหลงใหลนั้นอยู่ในหัวใจของทุกคนในทีม

“สิ่งแรกที่ต้องมองเห็นคือธรรมชาติของคน ต้องเข้าใจว่าแต่ละคนสไตล์เป็นยังไง ถ้ามีความสำเร็จอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็พยายามให้สิ่งตอบแทนหรือเลี้ยงฉลองกัน ส่วนแพสชัน ผมว่าเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้ แต่เราต้องเป็นผู้นำให้เขาเห็นว่ามันดียังไง ให้มันเดินหน้าไปด้วยกัน”

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทั้งสามคนจึงใช้วิธีทำคอนเทนต์และสื่อต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ลูกค้า โดยเน้นไปที่การสื่อสารว่าลูกค้าจะได้รับอะไรจากสินค้าของพวกเขา 

“เราอยากให้คนที่ไม่ชอบการทำความสะอาด คนที่รู้สึกว่าการทำความสะอาดยากและน่าเบื่อ หันมาสนใจว่าการทำความสะอาดมันมีผลต่อจิตใจคนจริงๆ พอบ้านคุณสะอาด สมองของคุณก็จะโปร่ง ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น และทำให้ชีวิตดีขึ้น”

ในอนาคต ทั้งสามยังคงมุ่งมั่นที่จะปลุกปั้น Sweepy ให้เป็นบริษัทที่ครอบคลุมในเรื่องการทำความสะอาด โดยจะมีสินค้าที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่น 

และกระซิบบอกตรงนี้เลยว่า รอดูผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมาในอนาคต ไม่แน่ เราอาจได้เห็นหุ่นยนต์หรือเครื่องดูดฝุ่นแบบใหม่จากแบรนด์นี้ ซึ่งเติมยอมรับว่าก็มีแอบคิดไว้เหมือนกัน

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

Lesson Learned

  • ต้องมีแพสชันเพื่อก้าวข้ามความท้อแท้และความยากของการทำธุรกิจ และอย่าลืมหาวิธีแบ่งปันแพสชันนี้ให้คนในทีมเห็นภาพตรงกัน
  • หาความรู้จากแหล่งต่างๆ เพราะความรู้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไม่ว่าใครก็ทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้
  • มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน กล้าและไม่กลัวการลองลงมือทำ
  • ฉลองกับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีและจริงใจ

Facebook : Sweepy by SAJ

Writer

Avatar

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

ความงามที่ซ่อนอยู่ภายในจะสำคัญอะไรถ้ามันสวยแต่ไม่สบาย

ผู้เขียนพยายามแล้วที่จะหาคำขึ้นต้นเท่ๆ แต่ใจร้อนค่ะ เรื่องราวด้านล่างสนุกเกินกว่าจะเกริ่นเล่า ชุดชั้นในที่มีจุดเริ่มต้นจากช่างตัดเสื้อที่แพ้ผ้าเส้นใยสังเคราะห์ บวกกับการตัดเย็บแบบโบราณ ทั้งแบบทรงน่ารักจนอยากจะใส่เป็นเสื้อด้านนอก

ออกจะเขินๆ ที่ The Entrepreneur จะพาคุณมารู้จักแบรนด์ชุดชั้นในแบรนด์ไทยน่ารักแบรนด์หนึ่ง ซึ่งต่อให้คุณเป็นผู้ชายที่แอบหลงหรือตั้งใจเข้ามาอ่าน เราก็ ‘ยังอยาก’ แนะนำให้คุณรู้จัก Younglek Under (ยังเล็ก) แบรนด์ชุดชั้นในสุดคราฟต์ของ เล็ก-ภัทรสิริ อภิชิต และคุณแม่ อยู่ดี ทั้งเรื่องราวแนวคิดการทำงานที่รักและความมุ่งมั่นสร้างสิ่งใหม่ๆ แบบที่ Younglek ตั้งใจ

และจะน่ารักมากหากคุณผู้ชายที่อ่านอยู่ ใช่ค่ะ คุณนั่นแหละจะหันไปทางไหน อ่านแล้วกดส่งลิงก์บทความนี้ให้แม่ น้องสาว หรือแฟนสาว ของคุณด้วย ซื้อไปเซอร์ไพรส์ก็ได้นะคะ เราไม่บอกใครหรอก

ยังเล็ก

ยังเล็ก

เริ่ม-ยังเล็ก

ด้วยพื้นฐานที่เป็นนักเรียนออกแบบและทำงานกองบรรณาธิการนิตยสารมากว่า 10 ปี ทำให้เล็กมีนิสัยชอบทำอะไรแปลกใหม่ไม่ซ้ำกับที่เคยมีในตลาด

จึงมาลงเอยที่ชุดชั้นใน เพราะเสื้อผ้าเป็นหนึ่งในหลายๆ เรื่องที่เธอสนใจตั้งแต่เด็กเพราะคุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อ ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าทั่วไปแล้วท่านยังเคยรับตัดเย็บชุดชั้นใน เนื่องจากสมัยก่อนไม่มีชุดชั้นในสำเร็จรูปขายแบบในปัจจุบัน ประกอบกับเมื่ออายุมากขึ้นแม่พบว่ามีอาการแพ้ผ้าเส้นใยอีลาสติก (Elastic Fiber) เส้นใยไนลอน (Nylon) จึงเป็นที่มาของการตัดชุดชั้นในใส่เอง

“เริ่มจากเรารู้สึกว่าชุดชั้นในผ้าสังเคราะห์ที่ใช้อยู่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ยิ่งเราต้องทำงานอยู่บ้านเป็นหลัก ไม่ได้อยู่ในห้องแอร์เย็นสบาย จึงปรึกษาแม่และให้ท่านทำขึ้นมาให้เราลองใส่ก่อน

“แต่ไหนแต่ไรมาเราพบว่าเราไม่ค่อยเจอเสื้อชั้นในแบบที่ถูกใจในท้องตลาด เพราะมักจะมุ่งเน้นสัดส่วนหรือความสวยงามคนละแบบกับที่มองหา ส่วนตัวเราชอบสไตล์โบราณและเก็บสะสมภาพชุดชั้นในโบราณอยู่แล้ว พอมีโอกาสเราก็รู้สึกอยากทำสิ่งนี้ อาจจะมีคนที่ชอบสไตล์วินเทจโบราณ มีคนที่แพ้ผ้าเส้นใยพลาสติกเหมือนกัน หรือมองหาความสบายแบบที่เรามองหา”

เราถามเล็กถึงภาพชุดชั้นในโบราณแบบที่เธอชอบว่าใช่แบบลูกไม้ระบายอย่างที่เรานึกภาพอยู่ตอนนี้หรือเปล่า โชคดีที่เธอบรรยายแบบทรงฝรั่งเศสให้เราฟัง ก่อนจะแอบคิดตามแล้วยืดหลังตรงไหล่ตั้ง

“จะเป็นทรงแบบฝรั่งเศส ผ้าลินินสีขาวมีลูกไม้ประดับริมบ้าง ใช้เชือกรัดแทนยางยืด เป็นยุคที่ผู้หญิงยังใส่กระโปรงสุ่มและกางเกงชั้นในยังเป็นแบบยาว แต่ก็คิดแล้วว่าทำจริงคงจะยาก ในช่วงเริ่มต้นจึงคิดแบบทรงที่คนจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า เหมาะกับการใช้งานและรสนิยมที่พอจะเป็นปัจจุบัน”

Younglek เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเล็กกับแม่ โดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่พบเห็นและสิ่งที่ชอบแล้วทดลองออกมาเป็นทรงแบบต่างๆ อย่างการใช้เทคนิคเย็บแบบสามมิติที่ใส่แล้วเข้ากับรูปร่างของคนมากกว่า

“ตอนแรกเราก็แอบคิดเหมือนกันว่าจะลงมือเย็บเองเลย แต่ความจริงมันยากมาก มันมีส่วนที่ต้องการความละเอียดในการตัดเย็บชุดชั้นใน จึงให้ช่างที่ทำงานเย็บเสื้อกับแม่อย่างยาวนานช่วยเรื่องเย็บให้ โดยกระบวนการเริ่มจากแม่เป็นคนทำแพตเทิร์นและตัด ก่อนจะส่งต่อให้ช่างเย็บซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้จักรเย็บปกติ ไม่ได้โบราณถึงขนาดใช้มือ”

อย่างที่เราคิดไว้ การเย็บเสื้อชั้นในเป็นงานละเอียด ใช้เวลานานกว่าเย็บเสื้อธรรมดาอีก

ยังเล็ก มาหลงรัก Younglek Under ชุดชั้นในคราฟต์และการตัดเย็บแบบวินเทจ

เล็ก-พิเศษ-ไม่ยำ-ไม่งอก

ความแตกต่างระหว่าง Younglek กับชุดชั้นในสำเร็จรูป คือการใช้เทคโนโลยีในการผลิตผ้า ซึ่งทำให้ผ้ายืดหยุ่นไปกับรูปร่างที่แตกต่างกัน

เมื่อ Younglek ตั้งโจทย์ว่าจะใช้ผ้าเส้นใยธรรมชาติแทนผ้าเส้นใยสังเคราะห์ เล็กและแม่จึงต้องย้อนกลับมาดูแพตเทิร์นและกระบวนการตัดเย็บว่าทำอย่างไรให้ผ้าที่ไม่ยืดใส่แล้วสบาย ซึ่งไม่ง่ายอย่างที่คิด ทั้งยังมีเรื่องขนาดของชุดชั้นในที่มีทั้ง S M L ต่างจากแต่ก่อนที่จะวัดตัวตัดให้พอดีกับแต่ละคน

“เราฝันอยากทำชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงทุกคน เราเชื่อในการเคารพรูปร่างและส่วนโค้งเว้าของตัวเอง แต่พอมาทำจริงๆ แล้วถึงรู้ว่าชุดชั้นในมีรายละเอียดกว่าที่เราคิดเยอะมากๆ (เสียงไม้ยมกอีกประมาณ 6 ตัว) เพราะฉะนั้นเราคงต้องเริ่มไปทีละก้าวจริงๆ เราคงยังไม่สามารถไปถึงการเป็นชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงทุกคนได้ในเร็ววัน

“แบบแรกๆ ที่เราทำออกมาอาจจะยังไม่ตอบโจทย์คนทุกรูปร่าง บางครั้งไม่ใช่เรื่องของรูปร่างด้วย เป็นเรื่องของทัศนคติ พอได้ทำเอง ไปขายเอง ไปเจอลูกค้า ทำให้เราเจอคนที่อาจจะไม่เหมือนเราเลยแต่ก็ชอบสิ่งที่เราทำ บางคนก็เข้ามาถามว่านี่ชุดว่ายน้ำหรือเปล่า เพราะคนจะไม่ชินกับชุดชั้นในที่มีลวดลายหรือรูปทรงแบบนี้”

นอกจากความสบาย เราถามเล็กถึงความรู้สึกของการลองใส่ชุดชั้นใน Younglek ในวันที่เธอค้นพบแบบทรงที่ใช่

“พอเราชอบอะไรที่วินเทจ เราก็จะรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นตัวเองในกระจกด้วยชุดแบบที่เราอยากใส่และยิ่งใส่สบาย ปกติกางเกงชั้นในสำเร็จรูปผ้ายืดมันก็จะแนบพอดี แต่ทรงของเราไม่ใช่แบบนั้น มันจะมีความพองๆ ซึ่งเราใส่แล้วเราชอบตัวเองในกระจกมากๆ มันน่ารัก”

สารภาพว่า จังหวะที่ได้ยินเล็กพูดถึงภาพในหัวตอนนี้ ทำเอาเรากรี๊ดตามในใจ ยากเหลือเกินค่ะที่จะถ่ายทอดออกมาให้คุณผู้อ่านเข้าใจได้ เพราะสำหรับสาวหัวใจวินเทจแล้ว เวลาเราเจอความวินเทจที่ตามหามานาน คำว่าน่ารักของเราที่ออกจากปากมันอธิบายยากเหลือเกิน แต่แน่ล่ะ มันไม่ใช่ความน่ารักที่แค่น่ารัก แต่เป็นน่ารักที่มีไม้ยมกในท่อนสร้อย (น่ารักมากๆ ว่างั้น) ใช่แล้ว น่ารักมากๆ

ยังเล็ก ยังเล็ก

Under and Easy Wear

พักชมสิ่งที่น่าสนใจสักครู่ ถึงเวลาขายของแล้วคุณผู้ชม

โดยสรุปแล้วสินค้าของ Younglek มีอะไรบ้าง

“เราเริ่มจากเอาตัวเองเป็นหลัก อย่างเราอยู่บ้านมากกว่าออกไปข้างนอก เราก็อยากที่จะอยู่บ้านอย่างสบายที่สุด และในความสบายนั้นเราก็อยากสวยงามน่าใช้ด้วย เลยกำหนดไว้คร่าวๆ ว่าเป็น under and easy wear นั่นคือมีทั้ง underwear เสื้อชั้นใน กางเกงชั้นใน และ easy wear ที่ทำเป็นกางเกงขาสั้นใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง”

สินค้าชุดแรกของ Younglek เป็นกางเกงชั้นในอย่างเดียว ซึ่งทำให้เล็กมีเวลาเตรียมตัวสต็อกสินค้าไว้ก่อนระยะหนึ่ง แต่พอเริ่มทำเสื้อชั้นในซึ่งเธอมีช่างเย็บคนเดียว เพราะฉะนั้นการทำสต็อกเป็นเรื่องไม่ง่าย จึงเป็นการสั่งล่วงหน้า แต่วิธีการนี้มีข้อดี คือลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าอยากได้ผ้าลายไหน แบบทรงไหน พร้อมขนาดของตัวเองซึ่ง Younglek เข้าใจดีถึงความหลากหลายระหว่างสัดส่วนของร่างกายด้านบนและล่าง คนที่ข้างบนไซส์ M ข้างล่างอาจจะเป็นไซส์ S ดังนั้นการผลิตตามลูกค้าสั่งจะช่วยจัดการเรื่องนี้เพียงแต่ต้องใช้เวลารอ

“เราไม่อยากสนับสนุนการผลิตเยอะๆ เพื่อเหลือออกมาเป็นเศษทิ้งขว้างไม่มีค่าและค่าแรงในโรงงานก็ถูกมาก แต่ของ Younglek นอกจากค่าแรงที่สมเหตุสมผลแล้ว เราเรียกช่างเย็บว่าพี่ทุกคน เพราะเห็นเขามาตั้งแต่เรายังเด็ก เราอยากให้ทุกคนรู้สึกดีกับการทำงานด้วยกัน พอเขารู้ว่าเราจะทำแบรนด์ชุดชั้นในเขาก็ตื่นเต้นไปด้วย สิ่งนี้เป็นเหมือนงานทดลองความฝันของการมีแบรนด์ของตัวเองแบบที่เราชอบ งานที่พัฒนาผลิตภัณฑ์เราจะทำได้หรือเปล่า ซึ่งเสียงตอบรับถือว่าโอเคทั้งๆ ที่มันอาจจะแปลกใหม่สำหรับคนทั่วไป”

ยังเล็ก ยังเล็ก

I’m Not A Girl, Not Yet A Women

เราถามเล็กว่า Younglek ของเธอจะเป็นอย่างไรเมื่อโตขึ้น

“เราทำแบรนด์นี้จากความสนใจส่วนตัว โดยที่ไม่ได้มองว่าแบรนด์ยังเล็กจะต้องความสำเร็จในเวลาอันสั้นนี้ เราทำเพราะเราอยู่กับมัน เราทำเพราะเราใช้เอง ไม่อยากจะเร่งว่าเราต้องเป็นที่รู้จักหรือคนต้องมาให้ความสนใจแบรนด์เรากันเยอะๆ เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ เรารู้อยู่แล้วว่าคนที่ชอบแบบเรามีอยู่ไม่เยอะ”

สิ่งหนึ่งที่เล็กคิดถึงและให้ความสำคัญอยู่เสมอคือ เธอไม่สนับสนุนการซื้อและการบริโภคเกินความจำเป็น

“เพราะฉะนั้นเราไม่อยากให้ของของเราเป็นของตามแฟชั่นที่เห็นสวยแล้วก็ซื้อ เราจึงไม่ได้มีแผนการตลาด ไม่กดดันตัวเองว่าต้องมีสินค้าออกมาเยอะๆ ให้คนเลือก เราแค่อยากจะทำ ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองไม่เบื่อสิ่งนี้และทำมันต่อไปเรื่อยๆ เพื่อที่เราจะยังอยู่ตรงนี้ อยู่ในที่ที่หากเขาต้องการเขาจะมองเห็นเราเสมอ

“เราอยากจะค่อยๆ ทำ ค่อยๆ พัฒนา เพราะเป็นงานที่มีรายละเอียดเยอะมาก และถ้าหากเรากวาดไปกว้างๆ ก่อน เราก็อาจจะทำอะไรไม่ดีเลยสักอย่างเดียว”

เล็กบอกว่า ส่วนหนึ่งที่เธอเลือกจะทำ Younglek ด้วยแนวคิดแบบนี้ เป็นเพราะเธอมีพื้นฐานจากการเรียนออกแบบซึ่งสอนให้เธอตั้งโจทย์แล้วออกแบบสิ่งที่ไปตอบโจทย์นั้น สิ่งที่เล็กทำไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตามที่ผ่านมา ทำหนังสือหรือทำแบรนด์ Younglek ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากการหาโจทย์ที่น่าสนใจจากช่องว่างที่พบ และมันไม่ได้แค่ที่การออกแบบเท่านั้น แต่ยังผสมผสานกับงาน craft หรืองานทำมือแบบที่เธอสนใจ

“เราเองสนใจงานทำมืออยู่แล้วและเราก็เป็นสื่อด้วย เมื่อมองภาพรวมของวงการในทุกวันนี้ เราพบว่าคนทำงาน craft เยอะขึ้น แต่ว่าทำไมสุดท้ายมันกลายเป็นงานคราฟต์ที่ออกมาเหมือนๆ กันไปหมด อาจเป็นเพราะไม่ได้มีโจทย์ที่แตกต่างแต่แรก พอไม่มีโจทย์ที่แตกต่างของมันก็ออกมาเหมือนกัน

“ในขณะที่เรามองว่าคำว่า craft จริงๆ มันไม่ใช่แบบนั้น ถ้าเรานึกถึงคุณลุงหลายๆ บ้านที่สานตระกร้าหรือเครื่องจักสานสักอย่าง นอกจากขนบวิธีและขั้นตอน เสน่ห์ของงานฝีมือคือคนทำที่ใส่จริตของตัวเองลงไป เช่น ลุงคนนี้ขี้เกียจหน่อย ตัวหวายหรือเส้นตอกก็อาจจะเป็นเส้นใหญ่ๆ ไม่เนี้ยบมาก ออกมาเป็นตระกร้าแบบหนึ่ง ขณะที่ลุงอีกคนเป็นคนละเอียดมาก งานก็จะออกมาอีกแบบหนึ่ง มันไม่มีถูกหรือผิด จะว่าไปอาจเป็นเพราะระบบการศึกษาที่สอนให้เราเคยชินกับการทำให้เหมือนๆ กัน มันก็เลยกลายเป็นว่า ทำงาน craft ก็จริง แต่ไม่ต่างจากงานอุตสาหกรรม เพราะทำออกมาก็เหมือนกันไปหมด ไม่ได้ใส่จริตตัวเองลงไป”

ได้ยินได้ฟังแบบนี้แล้วใครจะทนไหว อยากจะซื้อแล้วใส่เสียตรงนั้น พูดไปก็ขนลุกค่ะ หลังจากตัดสินใจเลือกแบบทรงและสีอยู่เป็นเวลานาน (นานกว่าการพูดคุยเรื่องราวด้านบน) เราก็รับเสื้อและกางเกงชั้นในมาอุปการะ ระหว่างรีบเขียนบทความนี้อยู่ก็ใจอยู่ไม่สุขเลย ลังเลว่าจะถอดเทปหรือถอดเสื้อไปลองชุดชั้นในก่อนดี

ถ้าบทความนี้เป็นภาพยนตร์ ย่อหน้าก่อนก่อนสุดท้ายนี้คงเป็นเหมือนฉากเบื้องหลังผ้าหลุด เอ้ย ภาพหลุด ที่ไม่มีสาระใดๆ เมื่อเทียบกับเนื้อหาบทความทั้งหมด แต่ผู้เขียนก็ยืนยันจะปิดท้ายบรรยากาศไว้อย่างนี้ เพราะมีให้เลือกระหว่าง 4 บรรทัด กับการรีวิวพร้อมภาพ แน่นอนคุณผู้อ่านไม่อยากเห็นตัวเลือกหลังแน่ สวัสดีค่ะ
(จบจริงๆ แล้ว)

ยังเล็ก

ภาพ: Younglek

Rule

  1. รักษาสมดุลชีวิต ด้วยการหากิจกรรมที่พาตัวเองออกมาจากคอมพิวเตอร์ เช่น อบขนมบ้าง เย็บเสื้อตัดเสื้อบ้าง บ่อยครั้งที่กิจกรรมเหล่านี้สร้างสมาธิช่วยให้เราคิดงานออก
  2. ออกกำลังกาย ก่อนหน้านี้เราไม่ชอบทำอะไรเป็นกิจวัตร แต่การเล่นโยคะนี้นอกจากช่วยให้ร่างกายตื่นตัวแล้ว ยังสอนเรื่องการลดอัตตา จากที่เคยชินกับการเป็นคนเก่งทำทุกอย่าง ในห้องเรียนโยคะเราเป็นนักเรียนที่เรียนอ่อนที่สุด
  3. เวลาจะทำงานอะไรสักอย่าง เราไม่ค่อยคิดว่าทำแล้วจะได้อะไร แต่มักคิดว่าเราจะได้ทำอะไรมากกว่า

    Facebook | younglekUNDER
    Instagram | @younglek.co

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load