“sorry, sorry, sorry, sorry เนกา เนกา เนกา…” 

นี่คือท่อนฮุกจากเพลงเกาหลีในตำนาน ขับร้องและเต้นท่าล้างมือประกอบเพลงโดย Super Junior 

หากพิจารณามูลค่าทางการตลาด Super Junior นับเป็นบอยแบนด์ระดับท็อปที่มีส่วนสำคัญในการส่งออกวัฒนธรรมบันเทิงเกาหลีใต้ให้แผ่ขยายไปทั่วโลก พวกเขาเป็นบุคคลสำคัญของประเทศและวงการดนตรี ขนาดมีชื่อและใบหน้าปรากฏบนหนังสือเรียนระดับ ม.ต้น ของเกาหลี กระดาษข้อสอบที่จีน และหนังสือประวัติศาสตร์ชั้น ป.5 ในไทย 

ความสำเร็จด้านบนอาจมาจากแผนการอันแยบยลของกระทรวงวัฒนธรรมเกาหลี กลไกการตลาดจากค่ายเพลง และอีกหนึ่งเบื้องหลังสำคัญที่อยู่คู่กันมาตั้งแต่บอยแบนด์เริ่มตั้งไข่ คือกำลังสนับสนุนและแรงใจจากเอลฟ์ทั่วโลก

เอลฟ์ – E.L.F. ที่ว่าไม่ใช่อมนุษย์ในตำนาน แต่เป็นตัวย่อจากคำภาษาอังกฤษว่า  EverLasting Friend หรือ เพื่อนกันตลอดไป เป็นนิยามที่หนุ่มๆ Super Junior ตั้งขึ้นมาและใช้เรียกแทนแฟนคลับในจักรวาลของพวกเขา 

กว่าทศวรรษผ่านมา เพื่อนกลุ่มใหญ่ที่มีเลือดสี Sapphire Blue ต่างค่อยๆ เติบโตและก้าวข้ามจากวัยรุ่นสู่การเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นในขณะที่พวกเขายังมี Super Junior เป็นศิลปินอันดับ 1 ในใจ 

วันที่ 6 พฤศจิกายน เมื่อ 15 ปีก่อน เป็นวันที่ Super Junior มีกำหนดจัดตั้งวงอย่างเป็นทางการ และวันนี้ วันที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ในมือ เป็นวันครบรอบ 15 ปี บอยแบนด์ที่มีสมาชิก 13 คนของประเทศเกาหลีใต้

คอลัมน์ The Collector จึงคิดการณ์ใหญ่ ชวนทุกท่านไปสัมผัสความผูกพันของเอลฟ์กับ Super Junior ผ่านของสะสม 15 ชิ้น ทั้งของแรร์ไอเท็มที่หาไม่ได้จากที่ไหน อาวุธคู่กายที่เอลฟ์ทุกคนต้องมี ของขวัญที่ศิลปินบินลัดฟ้ามาเคาะประตูมอบให้ถึงหน้าบ้าน หรือของสะสมขวัญใจนักบิดที่เราเองยังคาดไม่ถึงว่าจะมีคนเก็บไว้ด้วย ปังปุริเย่มาก! 

ซึ่งเจ้าของยืนยันโดยพร้อมเพรียงกันว่า เหล่านี้คือสิ่งที่บันทึกช่วงวัยและความประทับใจครั้งหนึ่งในชีวิตของพวกเขา มาทำความรู้จักและติดตามความสัมพันธ์ฉันเพื่อนของ Super Junior กับเอลฟ์ผ่านของสะสมตลอด 15 ปีกันเลย

ก่อนจะเปิดกรุ แวะอัปเดตคลังคำศัพท์ผ่านพจนานุกรมฉบับติ่งตยสถานกันก่อน

น้ำเงินแซฟไฟท์ (Sapphire Blue) – สีประจำวง Super Junior

ด้อมหรือแฟนด้อม กลุ่มแฟนคลับของศิลปิน มาจากคำว่า Fanclub กับ Kingdom

ติ่ง – ชื่อเรียกกลุ่มหรือบุคคลที่ชื่นชอบศิลปิน

แฟนแคม – เป็นคลิปวิดีโอของศิลปินที่ถ่ายโดยแฟนคลับ มาจากคำว่า Fan กับ Camera

เมน – ศิลปินที่ชอบที่สุดในวง มาจากคำว่า Main 

เอลฟ์ – ชื่อเรียกแทนแฟนคลับของ Super Junior ย่อมาจาก EverLasting Friend (E.L.F.)

01 เทปคาสเซ็ตเวอร์ชันแรกที่หายากขนาดศิลปินยังต้องตามเก็บ

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

ประเดิมของสะสมชิ้นแรกจากเพื่อนเอลฟ์ที่บอกความเก่าและเก๋าได้ดีที่สุดด้วย อัลบั้มแรกเวอร์ชันเทปคาสเซ็ต ของ การ์ตูน-จินตนา​ วัฒนวรวิทย์ เจ้าของแอคเคาต์ ​tomozuki1 เธอเป็นเอลฟ์ไทยไม่กี่คนที่ได้ครอบครองเจ้าเทปคาสเซ็ตชุดนี้ ย้อนไปเมื่อ 15 ปีก่อน การ์ตูนคือเอลฟ์ยุคบุกเบิกที่ติดตามและสนับสนุน Super Junior ตั้งแต่สมาชิกยังไม่ครบ 13 คน และไม่มีแม้แต่คำว่าเอลฟ์หรือแฟนคลับเลือดสีน้ำเงินแซฟไฟต์เกิดขึ้นในหมู่มวลนักฟังเพลงตัวยงของ SJ

เหตุผลที่ Super Junior เริ่มต้นด้วยสมาชิกเพียง 12 คน เพราะค่าย SM Entertainment ตั้งใจทำบอยแบนด์วงนี้ในรูปแบบวงโปรเจกต์ มีการเดบิวต์สมาชิกใหม่สับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่เสมอ (เป็นที่มาของการมีคำว่า ‘Junior’ ต่อท้าย) และเอลฟ์ยุคนั้นเห็นพัฒนาการและความเข้ากันได้ของสมาชิก 12 คนแรก จึงเรียกร้องให้ค่ายยุติระบบเดิม 

สุดท้ายค่ายพ่ายแพ้ ประกาศตั้ง Super Junior เป็นวงถาวร​ในวันที่​ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2006 โดยมีคยูฮยอนเข้ามาเป็นสมาชิกลำดับที่ 13 และบอยแบนด์อายุวงเพิ่งแตกหนุ่มวงนี้เป็นศิลปินไอดอลยุคสุดท้ายที่ได้ออกผลงานเวอร์ชันเทป

 จึงไม่แปลกใจที่สิ่งนี้กลายเป็นของสะสมหายากอันดับต้นๆ ขนาดอีทึก เยซอง และอึนฮยอก 3 สมาชิกของวงยังเคยอวดว่าพวกเขาก็มีเทปคาสเซ็ตเวอร์ชันแรกชุดนี้เก็บเอาไว้เหมือนกัน (ถ้าคุณมีเหมือนกัน กระซิบบอกเราที)

การ์ตูนบอกว่าเธอเฟ้นหาคาสเซ็ตชุดนี้มาจากเพื่อนเอลฟ์ชาวเกาหลี ภายในบรรจุเพลง 5 เพลง ได้แก่ So I, Keep in Touch, L.O.V.E, Belive และ Twins (Knock Out) เป็นเพลงไตเติ้ล ในราคา​ 11,000 วอน​ (ประมาณ​ 350 บาท)​ และ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 ซึ่งเป็นวันที่ Super Junior เดบิวต์อย่างเป็นทางการเมื่อ 15 ปีก่อน

แม้จำนวนครั้งที่เปิดฟังเพลงจากเทปชุดนี้จะน้อยจนนับได้ แต่การ์ตูนว่าแค่ได้หยิบขึ้นมา ภาพความทรงจำตลอด 15 ปีที่มีคนกลุ่มนี้อยู่ในชีวิตก็เด่นชัดเสมอ

02 นิตยสารอายุ 14 ปีที่ใช้ท่องจำชื่อสมาชิก 13 คนของ Super Junior 

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

“อีทึก ฮีชอล ฮันคยอง เยซอง คังอิน ชินดง ซองมิน อึนฮยอก ทงเฮ ชีวอน รยออุค คิบอม คยูฮยอน”

นั่นเป็นวิธีการท่องจำชื่อสมาชิกวงของ กิ๊บ-จุฑารัตน์ อาจคงหาญ ซึ่งเธอต้องท่องเรียงลำดับตามนี้ห้ามสลับก่อนหลัง ไม่อย่างนั้นระบบความจำจะรวนทันที โดยวิธีการท่องของเธอเป็นการท่องเรียงลำดับตามอายุของศิลปิน เริ่มต้นจากฮยอง (พี่ใหญ่) จนถึงมักเน่ (น้องเล็ก) แอบเม้าว่าการท่องจำเป็นเสมือนวิชาพื้นฐานที่เอลฟ์เกือบทุกคนต้องทำ

ด้วยจำนวนสมาชิกหลักสิบของ Super Junior ทำให้เอลฟ์ยุคบุกเบิกต้องหาสารพัดวิธีช่วยเพิ่มทักษะการจดจำใบหน้าและชื่อเรียกของพวกเขาให้แม่นยำ ในยุคที่อินเทอร์เน็ตแรงสุดแค่ 3G ทางเลือกเดียวที่พวกเขามีคือนิตยสาร

กิ๊บเป็นคนที่หลุดเข้าสู่โลกของเอลฟ์เพราะตกหลุมความน่ารักจากรยออุค เธอเล่าว่าตอนแรกที่เข้าวงการนี้ มีหลายทีที่คุยกับเพื่อนๆ ไม่รู้เรื่อง เพราะจำหน้ากับชื่อของคนในวงไม่ค่อยได้ แต่วันหนึ่งโชคดีที่ไปเจอนิตยสาร Sincere Mag ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2006 หน้าปกเป็นพระเอกคิมแรวอนและแถมฟรีโปสเตอร์ของอียองเอ (นางเอกเรื่อง แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง) เข้า เมื่อเปิดดูด้านในก็พบกับเรื่องราวของ Super Junior จำนวน 2 หน้าพร้อมภาพประกอบสีสันสดใส และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอแปลงตัวและหัวใจกลายเป็นเอลฟ์อย่างสมัครใจเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งคอลัมน์ Sincere Special ในนิตยสารฉบับนั้นพาเธอไปทำความรู้จักกับ Super Junior ในฐานะวง K-Pop น้องใหม่มาแรง เล่ารายละเอียดตั้งแต่พวกเขาเป็นใคร มีผลงานเป็นเพลงหรืออัลบั้มไหนมาบ้าง ที่สำคัญ มีภาพถ่ายแยกของสมาชิกแต่ละคน และกำกับใต้ภาพด้วยชื่อพร้อมคำอ่านทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยมาให้ด้วย 

นั่นจึงเป็นเหมือนสารานุกรมชั้นดีที่มาแก้อาการสับสนว่าใครเป็นใครให้แฟนคลับฝึกหัดในยุคนั้น

แม้ว่าการที่เธอต้องใช้ความพยายามจดจำใบหน้าและชื่อศิลปินจะผ่านมาแล้วกว่า 14 ปี แต่กิ๊บยังตั้งใจเก็บนิตยสารดาราเล่มนี้ต่อไป เพราะนี่คืออีกหนึ่งความทรงจำดีๆ ที่เธอมีร่วมกับศิลปินที่ผูกพันเหมือนครอบครัว 

03 เสื้อกันฝนสีน้ำเงิน ของขวัญออฟฟิเชียลแฟนคลับรุ่น 1 

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

หลังจาก SM Entertainment ประกาศให้ Super Junior เป็นวงถาวรและเคาะจำนวนสมาชิกไว้ที่ 13 คน กิจกรรมแรกสุดที่ค่ายจัดมาเอาใจแฟนๆ คือการเปิดให้ลงทะเบียนเอลฟ์รุ่นแรกของโลก นอกจากได้บัตรสมาชิกกลับมาให้ชื่นใจ กลุ่มแฟนคลับยังได้เสื้อกันฝนสีน้ำเงินมาครอบครองด้วย ซึ่งเจ้าของสองสิ่งนี้คือคนเดียวกับผู้ที่มีอัลบั้มเวอร์ชันเทปคาสเซ็ตอยู่ที่บ้าน 

เราถามการ์ตูนด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงต้องเป็นเสื้อกันฝน เธอว่าเมื่อก่อนคอนเสิร์ตมักจัดในฮอลล์กลางแจ้ง ประโยชน์แรกของมันเลยเป็นการกันฝนและลม แต่ฟังก์ชันที่สำคัญกว่าอยู่ตรงที่สีน้ำเงินของเสื้อ เพราะนี่คือสีประจำวงของ Super Junior ก่อนหน้าที่พวกเขาจะได้มีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง ในฮอลล์ที่ประกอบไปด้วยแฟนคลับมากมายจากหลายแฟนด้อม เสื้อกันฝนสีน้ำเงินจึงเป็นสัญลักษณ์ให้ศิลปินรู้ว่าแฟนคลับของพวกเขาอยู่ตรงไหนในพื้นที่กว้างใหญ่นั้น

การ์ตูนเสริมให้ฟังว่า เสื้อกันฝนตัวนี้เคยได้ใช้งานจริงที่คอนเสิร์ตในเกาหลี และนี่ยังเป็นสิ่งที่แทนความภาคภูมิใจว่าครั้งหนึ่ง เอลฟ์มีส่วนในการต่อสู้เพื่อให้พวกเขาทั้ง 13  คน ได้เริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีมาด้วยกัน 

04 โฉมหน้าบัตร Super Show ครั้งที่ 1 – 8 คอนเสิร์ตใหญ่ที่ต้องจัดในไทยทุกครั้ง

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

Super Show เป็นชื่อคอนเสิร์ตของ Super Junior ที่มีขึ้นครั้งแรกมื่อ ค.ศ. 2008 และจัดต่อเนื่องมา 8 ครั้ง ซึ่งคอนเสิร์ตแต่ละครั้งพวกเขาออกทัวร์กว่า 20 เมืองรอบโลก 120 รอบการแสดง มียอดเข้าชมแต่ละครั้งสูงถึง 2 ล้านคน 

ทันทีที่ค่ายประกาศว่าคอนเสิร์ตใหญ่กำลังจะกลับมา แฟนชาวไทยก็แทบไม่ต้องลุ้นเลยว่าจะได้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่หนุ่มๆ จะบินลัดฟ้ามาหาหรือเปล่า เพราะเราไม่เคยหลุดจากโผการมาเยือนของพวกเขาเลยสักครั้ง

เหล่าเอลฟ์ลงความเห็นในเรื่องนี้ว่า ถ้าย้อนกลับไปใน ค.ศ. 2005 ก่อนที่ Super Junior จะดังไกลและออกทัวร์คอนเสิร์ตไปทั่วโลก งานพัทยามิวสิค เฟสติวัล ณ ประเทศไทย คือการแสดงนอกประเทศครั้งแรกของพวกเขา จึงไม่แปลกหากศิลปินจะรู้สึกผูกพันจนยกให้ที่นี่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง ส่วนเอลฟ์ไทยก็อยู่ในสถานะเพื่อนเก่าแก่ที่ต้องแวะมาหากันทุกปี นี่จึงเป็นเหตุให้เมืองไทยไม่เคยพลาดการมาเยือนของคอนเสิร์ต Super Show 

เชื่อว่าเอลฟ์ทั้งหลายต้องเคยได้เป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตนี้ บางคนอาจจะไป Super Show 1 แล้วกระโดดไป Super Show 4 หรือบางทีก็ไปซ้ำทุกรอบการแสดง แต่การจะหาคนที่ไปครบถ้วนทุกครั้งตั้งแต่ 1 – 8 ไม่ใช่งานง่าย ในโอกาสนี้ เรามีโฉมหน้าบัตรคอนเสิร์ต Super Show ทั้ง 8 ครั้งที่จัดในเมืองไทย รวบรวมไว้โดยเอลฟ์ที่อยู่ในด้อมมานานถึง 15 ปี และเธอคนนี้ยังเคยตามไปถ่ายแฟนแคมในงานพัทยามิวสิค เฟสติวัล ด้วย

เธอว่าตลอด 11 ปี คอนเสิร์ต Super Show ในไทยพัฒนาและยิ่งใหญ่ขึ้นทั้งในด้านโปรดักชันและปริมาณคนดู จนต้องเพิ่มรอบการแสดงคราวละหลายๆ รอบ และไม่ว่าจะคอนเสิร์ตครั้งไหน เธอก็สัมผัสได้ถึงความทุ่มเททั้งร้อง เต้น และตั้งใจของศิลปินที่คอยสร้างสรรค์การแสดงแปลกใหม่มาเซอร์ไพรส์แฟนๆ อยู่เสมอ 

05 แผ่นโปรเจกต์ในคอนเสิร์ต พลังสามัคคีที่เอลฟ์ต่างชาติยกให้ไทยเป็นเบอร์หนึ่ง 

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต
เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

เราถามตัวแทนเอลฟ์ว่าความประทับใจในคอนเสิร์ตของ Super Junior มีอะไรบ้าง 

ทุกคนให้คำตอบตรงกันว่า ถ้าเป็นเรื่องคอนเสิร์ต “เอลฟ์ไทย ไม่แพ้ใครเรื่องทำโปรเจกต์” 

โปรเจกต์ที่ว่าคือการที่ทุกคนในฮอลล์พร้อมใจชูกระดาษข้อความขึ้นมาในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเพื่อสื่อสารไปถึงศิลปินบนเวที ซึ่งกว่าจะได้การสื่อสารที่แทนใจและพร้อมเพรียงเช่นนั้น ต้องผ่านกระบวนโหดหินตั้งแต่วางแผน ออกแบบ ประสานงานกับผู้จัด รวมถึงการนัดหมายให้คนทั้งฮอลล์ที่มีจำนวนเรือนหมื่นเข้าใจตรงกัน

แรกเริ่ม เหล่าเอลฟ์จะรวมตัวสมาชิกที่เข้าขาและมีความสามารถไว้ด้วยกัน ทำการบ้านโดยศึกษาไลน์อัปเพลงที่โชว์ทั้งหมดและเพลงไหนมาก่อนหลังจากคอนเสิร์ตที่จัดครั้งแรกในเกาหลี แล้วระดมสมองเพื่อเฟ้นหาช่วงเวลาที่เหมาะจะสื่อสาร จากนั้นคิดข้อความและอาร์ตเวิร์กบนกระดาษ โดยมีโจทย์สั้นๆ ง่ายๆ ว่า ‘ทรงพลัง’ ทั้งต่อแฟนคลับและศิลปิน

ตัวแทนเอลฟ์ไทยที่อยู่ทีมเบื้องหลังโปรเจกต์คอนเสิร์ต Super Junior เฉลยด่านบอสในการทำงานทุกครั้งให้ฟังว่า การประสานงานกับผู้จัดทั้งในประเทศไทยและเกาหลีนี่แหละยากที่สุด เพราะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมทั้งเรื่องเวลาและข้อความ (มีคลังคำศัพท์ต้องห้ามในการทำโปรเจกต์อยู่ด้วย) ซึ่งทีมงานต้องเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ

มาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่เราทำได้ดีจนเอลฟ์ต่างชาติยกให้เป็นเบอร์หนึ่ง คือความสามารถในการชูแผ่นโปรเจกต์ ไม่ว่าจะข้อความสั้น ยาว หรือเป็นสัญลักษณ์ และไม่ว่าการแบ่งโซนจะสับสนขนาดไหน แฟนเพลงในฮอลล์ก็ทำได้อย่างพร้อมเพรียงและสามัคคี ประหนึ่งมีพี่ว้ากตัวร้ายคอยยืนคุมอยู่หัวแถวราวกับขึ้นสแตนด์เชียร์ในงานกีฬาสีประจำปี 

นี่คือบอร์ดรวมกระดาษโปรเจกต์จากทีมเบื้องหลังงานของ Super Junior ที่มากที่สุดในประเทศไทย

06 แท่งไฟที่ทำให้ทะเลสี Sapphire Blue เกิดขึ้นได้ในรอบ 13 ปี

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

นอกจากโปรเจกต์จะเป็นกิจกรรมเล็กๆ ที่เตรียมการอย่างยิ่งใหญ่เพื่อใช้ในคอนเสิร์ตแล้ว ยังมีอีกสิ่งที่เปรียบเหมือนอาวุธคู่กาย ไปอิมแพ็คคราใด เอลฟ์ต้องพกติดไปทุกครั้ง สิ่งนั้นคือ ‘แท่งไฟ’ หรือที่แฟนคลับคุ้นหูในชื่อ ‘บง’

ก่อนหน้าที่ SM Entertainment จะผลิตและจำหน่ายแท่งไฟของ Super Junior อย่างเป็นทางการ แฟนๆ สรรหาสารพัดอุปกรณ์ให้แสงสีน้ำเงินไม่ว่าจะเฉดไหน เพื่อใช้โบกประกอบเพลงระหว่างการแสดง แต่ปัญหาอยู่ตรงแสงจากแท่งไฟ Unofficial ให้สีน้ำเงินไม่ค่อยสม่ำเสมอ วัสดุที่ใช้ก็ไม่ทนทาน จึงเกิดเหตุการณ์แท่งไฟแตกหักเสียหายมากวนใจ

ทุกปัญหาเรื่องแท่งไฟหมดไป เมื่อทางค่ายประกาศผลิตและจำหน่ายสิ่งนี้หลังจากวงเดบิวต์มาแล้ว 13 ปี แท่งไฟอย่างเป็นทางการเวอร์ชันแรกได้แรงบันดาลใจจากเพลงดังที่ฟังกี่ครั้งก็ฮึกเหิมอย่าง Superman ซึ่งคอนเสิร์ต Super Show 7 เป็นครั้งแรกที่เหล่าเอลฟ์ได้โบกแท่งไฟ (แบบกะพริบได้) และสร้างทะเลสี Sapphire Blue ร่วมกันสำเร็จ เย่!

ปีต่อมา แท่งไฟของ Super Junior ก็พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการปรับรูปลักษณ์และขนาดใหญ่ขึ้น เพิ่มฟังก์ชันการควบคุมผ่าน Blutooth บอกเลยว่าคราวนี้ไม่ได้มีแค่สีน้ำเงิน เพราะสีแท่งไฟจะเปลี่ยนไปตามการควบคุมของระบบเวที แถมเปลี่ยนทีเดียวพร้อมกันทั้งฮอลล์ ดีงามสมกับการรอคอยจริงๆ

07 ป้ายไวนิลที่เก็บกลับบ้านก่อนถูกทิ้ง! เพราะไม่อยากให้โอปป้าอยู่ในถังขยะ 

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

เคยมีใครไปคอนเสิร์ตแล้วแอบคิดว่าถ้าได้ป้ายไวนิลหน้าศิลปินแผ่นใหญ่ที่ติดหน้าฮอลล์กลับบ้านคงจะเจ๋งดี 

เชื่อหรือไม่ว่ามีคนที่คิดจริง ทำจริง และแบกสิ่งนั้นกลับบ้านมาแล้ว 

เธอคนที่ว่าคือ หลิง ณิชารีย์ คือหญิงสาวผู้เป็นเอลฟ์มา 14 ปีและมีไวนิลของคอนเสิร์ต Super Show 6 ไว้ในครอบครอง เธอได้สิ่งนี้มาด้วยความบังเอิญระหว่างทางกลับบ้าน ขณะยืนรอรถเมล์ขาดระยะที่ไม่ยอมมาสักที พอดีกับสายตาของเธอที่ไวราวกับเหยี่ยวมองเห็นสตาฟกำลังปลดไวนิลเหล่านี้ลงจากเสารอบๆ ฮอลล์ พี่สตาฟใจดีถามว่ามีใครอยากได้มั้ย รู้ตัวอีกที หลิงก็แบกไวนิลขนาดกว้าง 2 เมตร ขึ้นรถเมล์และต่อด้วยเครื่องบินกลับบ้านด้วยความภูมิใจ

หลิงบอกว่า เธอเคยพยายามหาสักมุมในบ้านเพื่อติดมันไว้ดูให้ชื่นใจ แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่เกินมาตรฐานไปนิด เธอจึงต้องจำใจม้วนเก็บป้ายใหญ่ยักษ์ไว้และหมั่นเอาออกมาทำความสะอาดไม่ให้ฝุ่นเกาะและสีซีดจาง 

เอลฟ์คนนี้บอกว่าตอนแบกไวนิลแผ่นนี้กลับบ้านก็แอบเขินอยู่หน่อยๆ แต่คิดแล้วคุ้ม 

ถ้าคราวหน้าที่ไหนมีแจกของประเภทนี้อีก เธอก็ยินดีรับมาสะสมเพิ่ม

08 ปฏิทินพร้อมลายเซ็นที่ได้มาเพราะความแรงของอินเทอร์เน็ตโรงเรียน 

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

โอกาสหนึ่งที่แฟนคลับจะได้ใกล้ชิดกับศิลปินตัวเป็นๆ คืองานแจกลายเซ็นที่มักจัดขึ้นเมื่อศิลปินได้เป็นพรีเซนเตอร์ของสินค้าแบรนด์ต่างๆ ก่อนหน้าที่จะมีการนำระบบ Top Spender ให้สิทธิ์ผู้ที่มียอดซื้อสูงสุดเข้างานก่อนใคร

Super Junior เคยอยู่ในยุคที่คัดเลือกแฟนคลับผู้โชคดีจากความไวในการลงทะเบียนเข้ามาก่อน

ย้อนไปในวัย 14 ปีของ ไผ่-พบพิรุณ อภิชาติทวีพร หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก Super Junior จากการแนะนำของเพื่อนให้เธอทำความรู้จักกับ ดงบังชินกิ ผ่านนิตยสาร A STAR แต่ว่าแก้มป่องๆ ของหนุ่มคิมคิบอม กลับตกเธอเข้าสู่ด้อมเอลฟ์จนสำเร็จ เธอคนนี้เคยเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้ไปพบปะและรับปฏิทิน ค.ศ. 2007 พร้อมลายเซ็น คิมคิบอม อดีตสมาชิก Super Junior ผู้เป็นเมนคนแรกของเธอ ไผ่เล่าเหตุการณ์ตอนนั้นให้ฟังว่า ยุคนั้น บริษัท GMM Inter เป็นผู้นำเข้าของที่ระลึกของ Super Junior เช่น ปฏิทิน สมุด การ์ด โปสเตอร์ และจัดกิจกรรมพาศิลปินมาแจกลายเซ็นบนของที่ระลึกคอลเลกชันต่างๆ ซึ่งวิธีการคัดเลือกแฟนคลับที่จะเข้าร่วมคือการลงชื่อในเว็บบอร์ด เมื่อครบจำนวนระบบจะปิดทันที

เมื่อถึงวันเปิดให้มีการลงทะเบียน ไผ่ผู้เตรียมตัวมาดีก็มุ่งหน้าไปเปิดคอมพิวเตอร์และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของโรงเรียนที่เช็กมาแล้วว่าแรงสุดในย่านนั้น และเธอก็พิสูจน์แล้วว่าความไวเป็นเรื่องของปีศาจ ด้วยการได้เป็นหนึ่งในเอลฟ์ยุคแรกๆ ที่ได้เจอศิลปินที่รักตัวเป็นๆ พร้อมรับลายเซ็นจากมือของพวกเขา

 ไผ่ในวัย  14 ปี บอกเราว่านั่นคือประสบการณ์ชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ที่เธอจะไม่มีทางลืม 

09 อัลบั้มนับร้อยที่เรียงรายในตู้บิลด์อินความสูงจรดเพดาน

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต
เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

‘อัลบั้ม’ เป็นอีกหนึ่งหนทางสนับสนุนศิลปินที่เห็นผลแบบเป็นรูปธรรม เพราะนอกจากยอดการซื้อส่วนหนึ่งจะกลายเป็นรายได้เข้ากระเป๋าพวกเขาโดยตรง จำนวนยอดขายอัลบั้มยังนับเข้าชาร์ตเพลง ยิ่งยอดสูงเท่าไหร่ ศิลปินคนนั้นก็จะได้ไต่ขึ้นสู่อันดับที่สูงขึ้น 

แม้จะทราบดีว่าฟังก์ชันการใช้งานของเจ้าแผ่นกลมๆ นี้คืออะไร แต่เชื่อว่าร้อยทั้งร้อย ไม่ค่อยมีแฟนคลับคนไหนที่ได้เปิดฟังเพลงจากสิ่งนี้ บางคนก็เก็บอัลบั้มที่ยังไม่แม้แต่แกะพลาสติกไว้ในลัง และก็มีที่จริงจังถึงขนาดสั่งทำตู้บิลด์อินในห้องนอนเพื่อเก็บอัลบั้มที่รักเอาไว้ 

ซัน-มนัสญา มะหะหมัด คือเพื่อนเอลฟ์เมนคิมฮีชอลที่ครอบครองอัลบั้มของ Super Junior เป็นเวลา 14 ปี ต้นเหตุเกิดจากเธอสงสารอัลบั้มจำนวนหลักสิบปลายๆ ที่ต้องวางเบียดเสียดอยู่ในลัง เมื่อโอกาสเหมาะได้ทำห้องนอนของตัวเอง ซันเลยบอกความในใจไปถึงอินทีเรีย ให้ออกแบบตู้บิลด์อินติดกระจกสูงจรดเพดานและฝังไฟประดับไฟสีเหลืองสลัวๆ ไว้ทุกชั้น ภายในตู้ติดผนังนี้เต็มไปด้วยอัลบั้มของ Super Junior มากมาย มีทั้งที่เธอได้มาเป็นของขวัญ เป็นรางวัล และหาซื้อมาด้วยตัวเอง 

ซันบอกว่า ตอนแรกตั้งใจให้ตู้ที่มีอัลบั้มนี้เพื่อเป็นของประดับบ้าน แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่า ตู้สูงปลายเตียงกลายเป็นสิ่งที่ชุบชูจิตใจในวันเหนื่อยล้า แถมทุกครั้งที่ได้แหงนหน้าขึ้นไปมอง ยังเหมือนได้ฉายภาพชีวิตที่มี Super Junior อยู่ด้วยกันมากว่า 14 ปีไปด้วย 

ขณะนี้ตู้บิลด์อินที่ซันใช้เก็บอัลบั้มได้ขยายพื้นที่ไปยังอีกฝากของผนังห้องนอนแล้ว และมีทีท่าว่าจะต้องขยายออกไปในส่วนอื่นๆ ของบ้าน เธอยังทิ้งท้ายความตั้งใจให้เราฟังอีกว่า ในอนาคตก็จะยังหาอัลบั้ม Super Junior มาสะสมเพิ่มและเก็บไว้ในตู้ดีๆ แบบนี้ต่อไป จะไม่มีทางกลับไปเก็บในกล่องหรือลังอย่างแน่นอน 

10 ตุ๊กตาคาแรกเตอร์ศิลปินที่จับมาใส่เสื้อผ้าและพกพาไปได้ทุกที่

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

คนนอกวงการติ่งทั้งหลายน่าจะเคยสงสัยว่าทำไมแฟนคลับบางคนถึงพกตุ๊กตาหน้าคนขนาดกะทัดรัดไว้กับตัว ขอบอกก่อนว่า นั่นเป็นน้องชนิดพิเศษที่ทำขึ้นโดยอ้างอิงจากคาแรกเตอร์และรูปร่างหน้าตาของศิลปิน อีกทั้งออกแบบมาให้เปลี่ยนเสื้อผ้าและใส่เครื่องประดับได้ จึงให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังพาศิลปินที่รักไปไหนมาไหนด้วยกันทุกที่ 

มิเชล พันไมล์ เอลฟ์ที่ถือคติ No Challenge, No Change ตามเมนคนแรกและคนเดียวอย่างชเวชีวอนมาตลอด 13 ปี คือหนึ่งในบรรดานักสะสมตุ๊กตาที่เราพามาทำความรู้จัก เธอเป็นเจ้าของตุ๊กตาศิลปิน Super Junior กว่า 60 ตัวและมีครบทุกเมมเบอร์ เธอว่าแม้เมนหลักจะมีคนเดียว แต่ตุ๊กตาน่ารักเกินห้ามใจ ก็เลยดั้นด้นไปหามาเพิ่มอยู่เสมอ

ขั้นตอนกว่าจะหาตุ๊กตามาครอบครองก็ไม่ง่าย ตุ๊กตาแต่ละตัวจัดทำโดยบ้านแฟนคลับจากต่างประเทศมากกว่าในไทย ส่วนใหญ่ผลิตจำนวนจำกัด สงครามที่มีเดิมพันเป็นตุ๊กตาจึงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง มิเชลเล่าความพยายามครั้งหนึ่งให้เราฟังว่า คราวนั้นบ้านแฟนคลับประเทศจีนผลิตตุ๊กตาและเสื้อผ้ารุ่นพิเศษที่เธออยากได้มาก มิเชลเลยลงคอร์สเรียนภาษาจีนแบบเร่งด่วนเพื่อสื่อสารกับดีลเลอร์โดยตรง สงครามนั้นจบลงด้วยการที่เธอเป็นผู้ชนะและได้ตุ๊กตาเอสเจมาครอง

ศิษย์พี่มิเชลฝากคำแนะนำมาถึงศิษย์น้องนักสะสมตุ๊กตาศิลปินทั้งหลายว่า หากอยากรักษาสภาพน้องๆ ที่รักให้ยืนยาว กรณีที่ไม่ได้หยิบมาเล่นหรือพาออกไปไหน ให้ถอดเสื้อผ้าออกจากตัวตุ๊กตาจะดีกว่า เพราะเสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นยางยืด ถ้าสวมทิ้งไว้ ตามร่างกายของน้องอาจมีรอยยางรัด หนักเข้าเสื้อผ้าสีสดหรือสีเข้มก็อาจตกใส่ผิวขาวใสของน้องได้ และอย่าลืมพาน้องไปอาบน้ำและรับแสงแดดอ่อนๆ บ้าง เท่านี้น้องของทุกคนก็จะสะอาด สดใส และอยู่กับเราไปอีกนาน 

อ้อ ภาพตุ๊กตาที่มิเชลส่งมาให้เราชม เป็นน้องๆ ส่วนหนึ่งที่เธอพาบินลัดฟ้าตามไปอยู่ไกลถึงแคนาดา และยังมีน้องอีกจำนวนหนึ่งอยู่ที่เมืองไทย เห็นมั้ย บอกแล้วว่าแค่มีตุ๊กตา ก็อุ่นใจเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับศิลปินด้วยทุกที่ 

11 ของขวัญ 5 ชิ้นที่ 3 ศิลปินมาเคาะประตูเซอร์ไพรส์ถึงหน้าบ้าน

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต
เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

ในชีวิตการเป็นแฟนคลับ ไม่ว่าจะอยู่ในด้อมไหน การได้ไปเจอศิลปินตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ตหรืออีเวนต์ก็ถือเป็นช่วงเวลาพิเศษมากแล้ว แต่เอลฟ์คนต่อไปที่เราจะหยิบเรื่องของเขามาเล่าให้ฟัง เป็นคนที่ศิลปิน Super Junior บุกมาเซอร์ไพรส์และมอบของที่ระลึกให้ถึงบ้าน!

ย้อนไปในสมัย ม.1 ของ กิ๊ง-พรรณพนัช สามพี่น้อง เพื่อนเอลฟ์ที่รู้จัก Super Junior จากรูปคยูฮยอนบนไดอารี่เพื่อน เพียงแวบแรกที่สบตา เธอก็กลายเป็นเอลฟ์ฝึกหัดที่ใช้เวลาว่างท่องชื่อเมมเบอร์ และกลายเป็นขาประจำคอนเสิร์ตของศิลปินวงนี้ทั้งในไทยและเกาหลีไปแบบไม่ทันรู้ตัว

สายของวันหนึ่ง เอลฟ์สาวคนนี้ได้คอมพลีตชีวิตติ่งด้วยการได้ใกล้ชิดกับศิลปินที่รักมากกว่าการไปคอนเสิร์ตครั้งไหน เพราะอีทึก ชินดง และรยออุค 3 สมาชิกจาก Super Junior บุกมาหาเธอถึงบ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากรายการ Home Shopping ของเกาหลีที่มาถ่ายทำในประเทศไทย กิ๊งเล่าว่าเธอยังจำทุกนาทีตั้งแต่ที่เปิดประตูบ้านมาพบกับศิลปินที่รักได้ดี แถมเธอยังมีโอกาสได้ต้อนรับพวกเขาด้วยมื้อกลางวันที่ประกอบด้วยเมนูประจำบ้าน 6 อย่าง โดยกับข้าวจานที่โอปป้าตักบ่อยสุดคือไข่เจียว

หลังทานมื้ออาหารที่เดาว่าน่าจะอิ่มท้องน้อยกว่าอิ่มใจ กิ๊งก็ชวนศิลปินทั้งสามเดินชมของสะสม Super Junior และพวกเขาก็เพิ่มเติมความประทับใจให้กิ๊งด้วยการเตรียมของขวัญมามอบให้ ทั้งกระจกลายตุ๊กตาเกาหลี ยาย้อมผม โปสเตอร์ แบนเนอร์รายการ โฟโต้บุ๊ก ซึ่งพวกเขาพร้อมใจกันหาปากกาและฝากลายเซ็นลงในของทุกชิ้นไว้เป็นที่ระลึก

กิ๊งบอกกับเราว่า เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้เธอเข้าใจความรู้สึกของคนถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ไม่ว่าจะหน้ากล้องหรือหลังกล้อง พวกเขาก็ปฏิบัติต่อเธออย่างเป็นกันเอง เม้ามอยกันสนุกสนานแม้จะสื่อสารกันคนละภาษา และนับเป็นอีกหนึ่งหน้าของสมุดบันทึกความทรงจำดีๆ ในชีวิตเอลฟ์ที่เธอจะจดจำเอาไว้ไม่ลืมเลือน

12 บัตรสตาฟที่เอลฟ์เป็นคนดีไซน์ สั่งผลิต และห้อยคอในคอนเสิร์ตที่จัดเอง 

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

ใครว่าความสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับกับศิลปินจะมีเพียงการรอ รอ และรอให้พวกเขาเข้ามาทำการแสดงในบ้านเราเท่านั้น มีเอลฟ์คนหนึ่งที่คิดการณ์ใหญ่ จัดงานให้ศิลปินที่รักมาแสดงด้วยตัวเองเสียเลย จึงเป็นที่มาของบัตรสตาฟ All Area งาน Bangkok Korean Film Festival (BKFF) และ Korean Expo 2010 ที่ Super Junior ได้มาร่วมงานด้วย ซึ่งเจ้าของบัตรสตาฟก็คือการ์ตูน ผู้ครอบครองของสะสมลำดับ 1 3 4 5 และ 6 ที่เราเล่าให้ฟังไปก่อนหน้านี้ 

เธอว่าครั้งนั้นโชคดีที่ได้เป็นหนึ่งในทีมผู้จัดงานกับกระทรวงวัฒนธรรมเกาหลีในไทย เมื่อต้องหาศิลปินที่จะขึ้นเวที หนึ่งในลิสต์เลยมีรายชื่อของ Super Junior ยูนิต K.R.Y (คยูฮยอน, รยออุค และเยซอง) อยู่ด้วย ในงานนั้นเธอได้ดูแลตั้งแต่จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ส่งไมค์ หาร้านอาหาร จนถึงพาไปนวดแผนไทย เรียกว่าใกล้ชิดและดูคอนเสิร์ตตรงบันไดขึ้นเวทีเลยทีเดียว 

เอลฟ์สาวหัวใจแกร่งคนนี้ยืนยันว่า แม้ตอนนั้นจะชื่นชอบและชื่นชมศิลปินแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เธอจึงไม่ได้แสดงอาการหวั่นไหวใดๆ ออกมา แม้หลังจบงานจะไม่ได้มีรูปสักใบที่ถ่ายคู่กับศิลปิน แต่เธอก็ใช้บัตรสตาฟที่ดีไซน์เอง​ สั่งผลิตเอง​ และห้อยคอตัวเอง​ เป็นตัวแทนความทรงจำตลอด 1 สัปดาห์นั้นแทน 

13 บัตรคอนเสิร์ตต่างประเทศที่ได้ไปเพราะตั้งใจเรียนภาษาตามเมน

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

นอกจากทักษะภาษาเกาหลีขั้นงูๆ ปลาๆ ที่เดาว่าติ่งทุกคนน่าจะคุ้นเคย มีแฟนคลับอีกจำนวนหนึ่งที่ก้าวข้ามอุปสรรคในการสนทนากับโอปป้าด้วยการลงเรียนภาษาเกาหลีแบบจริงจัง และบางคนก็ใช้เทคนิคขั้นกว่า ด้วยการเรียนภาษาอื่นๆ ตามความสนใจและผลงานส่วนใหญ่ของศิลปินที่รัก

บีม-ธัชกร ภัณฑาประเสริฐ คือตัวอย่างหนึ่งแฟนคลับที่จัดอยู่ในกลุ่มขั้นกว่านั้น เพราะเธอเริ่มต้นสนใจและหาความรู้เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นตามเยซอง ผู้เป็นเมนคนแรกและเป็นศิลปินเกาหลีที่มีผลงานเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นมากที่สุด

ความสนใจของเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่การเรียนในไทย เธอยังตั้งใจจนได้ทุนไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนถึงญี่ปุ่นตั้งแต่ตอนอยู่ ม.ปลาย และเธอยังไปคอนเสิร์ต A Nation ที่มี Super Junior ร่วมแสดงด้วย บีมเล่าย้อนความประทับใจในวันนั้นให้ฟังว่า นอกจากเป็นการดูคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต ยังเป็นช่วงเวลาที่เธอรู้สึกภาคภูมิใจในทุกๆ ความพยายามของตัวเอง ซึ่งเบื้องหลังที่ทำให้เธอก้าวผ่านทุกอุปสรรคมาได้ คือกำลังใจจากศิลปินคนเดิมกับที่เธอรู้จักและรักมาตลอด 12 ปี 

ในตอนนี้ บีมกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยและใกล้จะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว เราถามเธอว่า ถ้าโอปป้าได้มาอ่านบทความนี้ มีอะไรจะบอกพวกเขาหรือเปล่า เธอจึงฝากข้อความภาษาไทยและวานให้เราช่วยแปลว่า “졸업식에 초대합니다.” (ขอเชิญมางานรับปริญญาหนูด้วยนะคะ)

14 โคโลญจ์และแป้งเย็น 12 Plus ความมานะบากบั่นของเด็กสาววัย 14 

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

ไม่ว่าคุณจะเป็นเอลฟ์ยุคแรกหรือยุคไหน จะยังอยู่หรือจากไปจากด้อมนี้แล้ว เราขอท้าว่าทุกคนต้องเคยมีผลิตภัณฑ์ 12 Plus ที่แพ็กเกจเป็นใบหน้าศิลปิน Super Junior อยู่ในครอบครอง อาจจะหนึ่ง สอง หรือครบทุกคอลเลกชันที่มีวางจำหน่ายก็ว่ากันไป 

เช่นเดียวกับ นุ่น-ชนกนันท์ จิวริยเวชช์ อดีตเอลฟ์ที่ติดตามวงนี้เพราะติดใจฝีมือการแสดงของ ชเวชีวอน ในซีรีส์ที่ออกอากาศตอน ค.ศ. 2005 เธอว่าคอลเลกชันผลิตภัณฑ์ 12 Plus เหล่านี้คือความมานะบากบั่นในวัยเด็กที่ไม่มีทางลืม เพราะกว่าจะได้โคโลญจ์แต่ละขวด แป้งแต่ละกระป๋อง เธอต้องออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อให้แม่จอดแวะที่ร้าน 7-Eleven หน้าโรงเรียน บางคราวร้านประจำไม่มีลายใหม่มาเติมสต็อก เธอก็ต้องขอแม่ตระเวนไปสาขาอื่นๆ เพื่อตามล่าหามาให้ครบทุกเมมเบอร์

หลักในการเก็บของของนุ่นก็ไม่ยาก ถ้าวันไหนได้เงินค่าขนมมามากก็เหมาทั้งหมด แต่ถ้าวันไหนงบน้อยต้องใช้สอยประหยัด เธอก็จะเลือกเก็บเฉพาะขวดที่มีหน้าชีวอนก่อน (ส่วนของคนอื่นก็ค่อยตามไปวันหลัง)

นุ่นว่า เธอชอบความดีใจตอนได้เจอกับลายใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งแบรนด์ก็ท้าทายสายเก็บขึ้นอีกขั้น ด้วยการทยอยออกสีและกลิ่นใหม่อยู่ตลอด เธอว่าทั้งหมดที่เก็บมาก็เพื่อชุบชูจิตใจ ไม่เคยแกะหรือแม้แต่ลองใช้เลยสักครั้ง 

ถึงตอนนี้นุ่นจะขอรักษาระยะห่าง ไม่ได้ติดตามวงที่รักหนักเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่เธอก็ยังเก็บของเกี่ยวกับ Super Junior ทุกชิ้นเอาไว้อย่างดี เพราะเธอว่าหากจะต้องทิ้ง ก็เหมือนเอาวัยเด็กผูกคอซองของเธอทิ้งไปด้วย 

15 มอเตอร์ไซค์ฟีโน่รุ่นลิมิเต็ดที่ Super Junior เป็นพรีเซ็นเตอร์

เปิดกรุ 15 ของสะสมจากแฟนคลับ SJ วาระครบรอบ 15 ปีที่มี Super Junior อยู่ในชีวิต

และมาถึงของสะสมชิ้นสุดท้ายที่นอกจากมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดา 15 ชิ้น นี่ยังเป็นวัตถุล้ำค่าที่แสดงว่าครั้งหนึ่งเมืองไทยได้ถูก Super Junior ยึดครองไปทั่วทุกวงการ

รถมอเตอร์ไซค์ YAMAHA Fino คันนี้ เป็นการร่วมงานกันครั้งแรกระหว่างแบรนด์ยานยนต์ยักษ์ใหญ่กับวงบอยแบนด์เกาหลี มีผลลัพธ์ออกมาเป็นรถฟีโน่รุ่นลิมิเต็ดที่ผลิตจำนวนจำกัดและจัดจำหน่ายแค่ในประเทศไทย และความพิเศษลำดับสุดท้าย คือเอลฟ์ผู้เป็นเจ้าของรถคันนี้ยังใช้ขับขี่ในชีวิตประจำวัน!

เจ้าของรถรุ่น SUPER  FINO SUPER JUNIOR ในตำนานเล่าย้อนเหตุการณ์ใน ค.ศ. 2010 ให้ฟังว่า ตอนนั้นเธอกำลังมองหาซื้อรถมอเตอร์ไซค์สักคันอยู่พอดี จังหวะเหมาะกับศิลปินที่รักมาเป็นพรีเซนเตอร์รถรุ่นใหม่ เธอก็เลยตรงไปที่ร้านขายมอเตอร์ไซค์และสั่งจองไปแบบไม่ลังเล (ตอนนั้นที่ร้านแถมโบรชัวร์รถรุ่นนี้มาให้เยอะมาก ซึ่งเธอก็ยังเก็บทุกแผ่นไว้) 

รถมอเตอร์ไซค์รุ่นถูกใจเอลฟ์นี้มีบอดี้ดำตัดกับฟ้า กราฟิกสีคัลเลอร์ฟูล (ที่แบรนด์บอกว่าตั้งใจให้จี๊ดจ๊าดเหมือน SJ) พร้อมเพิ่มความเก๋ด้วยลายการ์ตูนคาแรกเตอร์ Super Junior ครบทั้ง 13 คน และเพิ่มความแรงให้บิดกันมันๆ ด้วยเครื่องยนต์ออโตเมติก CVT 115 ซีซี 

แม้จะผ่านมากว่า 10 ปี แต่เธอก็ยังใช้รถฟีโน่คันนี้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งบ่อยครั้ง เธอจะเปิดฟังเพลงโปรดของ Super Junior ไปด้วย เธอว่ารู้สึกเพลินเหมือนได้พาโอปป้ามาขี่รถเล่นรับลมไปด้วยกัน 

สำหรับเอลฟ์คนไหนที่อยากได้มอเตอร์ไซค์รุ่นลิมิเต็ดนี้ไปครอบครอง ทางเราก็ต้องขอแสดงความเสียใจไว้ล่วงหน้า เพราะเจ้าของเขาว่าจะไม่มีทางขายแน่ๆ

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

หากพูดถึงไพ่ทาโรต์ การดูดวง การทำนายทายทัก คงเป็นอย่างแรกที่หลายคนนึกถึง แต่กับ ภูมิ น้ำวล นักสะสมไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ กลับมีมุมมองที่ต่างออกไป เขามองว่าไพ่ทาโรต์คือวรรณกรรมภาษาที่มาในรูปแบบสำรับ เราใช้ภาษาไพ่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้เหมือนภาษาทั่วไป เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หนังสือ และวัฒนธรรม

จุดเริ่มต้นของการสะสมไพ่ทาโรต์จนนำไปสู่การทำความเข้าใจภาษาวรรณกรรม (ไพ่) เริ่มต้นเมื่อคุณภูมิเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย เขาบังเอิญได้รับไพ่การ์ตูนชุด โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ที่แถมมากับนิตยสาร ความคลั่งไคล้ในไพ่ทาโรต์ของเขาเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย และเหนียวแน่นมาตั้งแต่ตอนนั้น

“ผมเป็นเด็กเนิร์ดๆ หน่อยที่สนใจหนังสือวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะตำนาน Mythology และสิ่งลึกลับ ซึ่งไพ่ทาโรต์เป็นศาสตร์หนึ่งที่น่าค้นหา เป็นเหมือนวรรณกรรม เพราะไพ่แต่ละใบ แต่ละสำรับ มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราวของตัวเอง ไพ่ทุกใบจึงมีเรื่องเล่า”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

01

ไพ่ = Something

จากการได้ไพ่แถมฟรีมากับนิตยสาร นำไปสู่การสะสมและทำความเข้าใจไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ เพราะไพ่แต่ละชุดมีความงาม มีเอกลักษณ์ มีสิ่งที่ซ่อนมาแตกต่างกันออกไป เขาบอกกับเราว่านี่เป็นความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งของการสะสมไพ่ทาโรต์

“ตอนนี้มีไพ่เยอะมากครับ ทั้งไพ่ไทยและไพ่นอก ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้เป็นคนที่สะสมไพ่เยอะที่สุด ไม่ได้เป็นคนที่มีไพ่ราคาแรงที่สุด แต่ผมเลือกเก็บไพ่ที่มันเหมาะกับเรา”

ค.ศ. 2008 คือจุดเริ่มต้นการซื้อไพ่ทาโรต์ครั้งแรกของคุณภูมิ นอกเหนือจากไพ่ที่มักแถมมากับหนังสือคู่มือการอ่าน เขาคิดว่าการได้คลุกคลี จับต้องกับไพ่จริงๆ น่าจะส่งผลให้รู้จักไพ่ได้ดีกว่านี้ 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“ผมมองว่าไพ่ทาโรต์ ไพ่ทำนาย รวมถึงเครื่องมือการทำนายอย่างอื่นเป็นภาษา เหมือนกับภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารหรือถอดความจากไพ่ บางทีอาจเป็นพลังงานบางอย่างเหนือธรรมชาติซึ่งเราก็ไม่เข้าใจ คนอื่นอาจจะเรียกว่าเทพเจ้าหรือพระเจ้า แต่สำหรับผมแล้ว ผมเรียกมันว่า Something”

คุณภูมิอธิบายเพิ่มเติมว่า การสื่อสารกับอะไรสักอย่างที่เขาเรียกว่า Something เป็นเพียงการสอบถามในสิ่งที่ ‘เรา’ หรือมนุษย์หยั่งรู้ไม่ได้ด้วยตัวเอง เช่น อยากรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หรือคนที่คุยด้วยตอนนี้คิดอย่างไรกับเรา เพราะมนุษย์อ่านใจคนอื่นไม่ได้

จึงสอดคล้องกับไพ่ทาโรต์ที่บอกเรื่องราวจังหวะชีวิตของมนุษย์ผ่านหน้าไพ่ ยกตัวอย่างไพ่ทาโรต์ชุดคลาสสิก The Rider-Waite Tarot ชุดนี้ออกแบบมา 78 ใบ แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ 1)​ ไพ่ชุดใหญ่มีจำนวน 22 ใบ (Major Arcana) 2) ไพ่ชุดเล็กมีจำนวน 56 ใบ (Minor Arcana) ซึ่งไพ่แต่ละใบจะบ่งบอกเรื่องราวหรือองค์ประกอบสำคัญของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลง การเกิด การดับสูญ และการหยุดนิ่ง นี่จึงเป็นเสน่ห์ของไพ่ทาโรต์ มันคือความพยายามที่จะทำความเข้าใจหรือหยั่งรู้ถึงอนาคต

ยกตัวอย่างไพ่ชุดเล็ก ไพ่ไม้ (Wands) เป็นตัวแทนความคิดสร้างสรรค์หรือแพสชัน ถ้ามองในแง่พื้นฐานคือการพูดเรื่องการงาน ไพ่ถ้วย (Cups) เป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ใช้ดูความสัมพันธ์ของคน ไพ่ดาบ (Swords) เป็นเรื่องความคิดความอ่าน คำพูด บางคนก็จะมองว่าเป็นเรื่องปัญหา ไพ่เหรียญ (Pentacle / Coins) สื่อเรื่องวัตถุ สิ่งที่เป็นรูปธรรม ทรัพย์สมบัติ เงินทอง ความร่ำรวย

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เมื่อดูแบบนี้แล้ว ไพ่ทั้งหมดมีความหมายแทนตัวเองอยู่ การที่เราเปิดไพ่จึงเหมือนกับการอ่าน ราวกับว่าไพ่แต่ละใบเป็นองค์ประกอบของภาษา มีพยัญชนะ มีเสียงอ่าน มีรูป มีสัญญะ มีไวยากรณ์ ซึ่งไวยากรณ์ในที่นี้หมายถึงจังหวะและรูปแบบการวางไพ่ 

ยกตัวอย่างการวางไพ่ 5 ใบเพื่อเผาตัวเองในตอนแรก เป็นรูปแบบหนึ่งของไวยากรณ์และยังมีอีกหลายรูปแบบมาก บางคนนำไพ่มาวาง 10 ใบ (Celtic Cross) หรือไพ่บางสำรับคนสร้างก็ได้คิดไวยากรณ์เฉพาะของแต่ละไพ่ขึ้นมา ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์หรือการวางไพ่ประจำตำแหน่งแต่ละชุด (Spade) ดังนั้น การเปิดไพ่ในแต่ละครั้ง จึงเหมือนกับเรากำลังอ่านภาษาที่บรรจุมากับไพ่แต่ละใบ 

02

ไพ่ = ภาษา

แปลว่าไพ่แต่ละสำรับมีภาษาเป็นของตัวเองหรือเปล่า

“ใช่ แต่บางอันก็เป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาที่มีมาก่อนหน้า ยกตัวอย่างภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาลี สังเกตไหมว่าคำบางคำคล้ายกัน เพราะมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินเหมือนกัน ไพ่ทาโรต์ก็มีรากฐานภาษามาจากไพ่ชุดคลาสสิก ซึ่งหลักๆ มีสามชุด ได้แก่ Rider-Waite’s, Tarot de Marseille และ Thoth สามชุดนี้เรียกได้ว่าเป็นสามเสาหลักแห่งไพ่ทาโรต์ได้เลย”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เราอดสงสัยไม่ได้ว่าการทำความเข้าใจภาษาถิ่นของไพ่แต่ละสำรับยากไหม เมื่อเหลือบไปเห็นภูเขาไพ่ทาโรต์ที่กองอยู่ข้างๆ คุณภูมิ นี่คือภาษาถิ่นที่นักดูไพ่ทาโรต์ต้องทำความเข้าใจ และจดจำองค์ประกอบของภาษาซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ด้วย เช่น Shuffle Tarot ไพ่สัญชาติไทยสังกัดสำนักพิมพ์ Destiny ก็มีวิธีการอ่านที่สลับซับซ้อนตรงข้ามความหมายไปมา หรือไพ่ Housing Tarot ของ California Rail Map ก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องสถานที่ด้วย 

 “แล้วแต่ไพ่แต่ละสำรับเลยครับ” คุณภูมิตอบพร้อมอธิบายต่อว่า เพราะไพ่แต่ละสำรับโฟกัสภาษาที่ต่างกัน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เช่น ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีหลายระดับชั้น สังเกตได้จากสรรพนามหรือคำราชาศัพท์ที่ใช้ต่างกันไป ส่วนของพวกอินูอิต (Inuit) ก็มีคำเรียกหิมะหลายรูปแบบ เช่นเดียวกับไพ่ที่มีจุดโฟกัสแตกต่างกัน หรือไพ่บางชุดจะให้ความสำคัญในเรื่องของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เป็นต้น 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“นอกจากการอ่านไพ่ที่เหมือนการแปลภาษาแล้ว ผมยังคิดว่าการอ่านไพ่ก็เหมือนกับการอ่านวรรณกรรม” นอกจากศาสตร์ในการตีความแล้ว คุณภูมิยังดึงวิธีคิดแบบอักษรศาสตร์มาใช้ร่วมกับการตีความอีกด้วย เพราะเขามีพื้นฐานมุมมองมาจากการเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

เขากล่าวต่อว่า ทฤษฎีการอ่านหรือการวิจารณ์วรรณคดีมีหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ใช่ทุกรูปแบบที่จะนำมาใช้กับหนังสือทุกเล่มได้ เฉกเช่นเดียวกับไพ่ที่วิธีการอ่านทุกรูปแบบใช้กับไพ่ทุกสำรับไม่ได้ บางชุดอาจตีความได้เลยตั้งแต่เห็นหน้าไพ่ การสัมผัสเห็นหน้าตัวละคร รับรู้ถึงความรู้สึก และตีความจากภาพได้ บางภาพอาจจะแทรกสัญลักษณ์ในเชิงโหราศาสตร์ สัญลักษณ์การเล่นแร่แปรธาตุเข้ามาด้วย เมื่อคิดอย่างนี้แล้วการสะสมไพ่ทาโรต์จึงสนุกขึ้นมากๆ เพราะต้องคอยทำความเข้าใจ และนี่คือสิ่งที่เขาได้มาจากการสะสมไพ่ทาโรต์นอกจากศาสตร์แห่งการทำนาย

03

Possible Future 

ทั้งสะสมไพ่ เรียนรู้ภาษาของไพ่แต่ละสำรับ แล้วส่วนตัวเขาเชื่อเรื่องการทำนายทายทักหรือเปล่า คำตอบของเขาทำให้เราเลิกคิ้วสงสัยนิดหน่อย

“ผมอยากเชื่อ” คุณภูมิขยายความว่า เขาอยากเชื่อว่ามีอะไรบางอย่างนอกเหนือไปจากสิ่งที่มนุษย์กำหนด และเชื่อสิ่งที่ไพ่สื่อสาร

“ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าบางสิ่งมันถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพราะยังเชื่อในเจตจำนงอิสระหรือ Free Will อยู่” เขาอ้างอิงวรรณกรรมเรื่อง ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน :The Alchemist เพื่อมาอธิบายให้เราเห็นภาพชัดเจน

“เรื่องนี้ตัวละครพูดถึงการทำนายของพระอัลเลาะห์ ว่าพระองค์ไม่ได้ต่อต้าน ปฏิเสธการทำนาย หรือการดูดวงอนาคต แต่การที่พระองค์ยอมให้ทำนาย เพราะมองว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ หากเป็นอนาคตหรือสิ่งที่เป็นมติจากสวรรค์ชัดเจน สิ่งเหล่านี้อ่านไม่ได้ผ่านการเปิดไพ่หรือดูดวง การดูดวงในตอนนี้จึงเป็นการ Possible Future ดูแนวโน้มว่าเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง เพราะการพยากรณ์มีสิ่งที่เรียกว่าการทำงานเชิงสถิติอยู่ จะพูดว่านี่คือสิ่งเร้นลับของไพ่ทาโรต์ ซึ่่งพยายามเอาชนะสิ่งที่เราไม่รู้ก็ได้” 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

คุณภูมิเล่าต่อว่า เมื่อเรามองไพ่ทาโรต์เป็นหนึ่งในภาษา สิ่งที่ได้ตามมาจึงเป็นมากกว่าการทำนายดวงชะตา เพราะเราหยิบจับภาษาเหล่านี้มาเล่าเรื่องต่างๆ และทำให้ไพ่ทาโรต์มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ไพ่ทาโรต์จึงเป็นมากกว่าของสะสมทั่วไป เพราะไพ่ช่วยส่งสารและดึงมุมมอง สติ แง่การใช้ชีวิตต่างๆ ของเขาได้ การทำนายจากไพ่ทาโรต์เหมือนการสะท้อนภาพปัจจุบัน และคาดเดาถึงอนาคตอันใกล้ที่เจ้าตัวเปลี่ยนแปลงได้

 “มีช่วงหนึ่งที่ผมพยายามทำความเข้าใจไพ่ ก็จะหยิบไพ่ประจำวันขึ้นมาทำนายว่าวันนี้เราจะเป็นอย่างไร ให้ความหมายอะไรบ้าง แล้วตอนเย็นก็กลับมาเทียบว่ามันเป็นอย่างที่ไพ่เขาทำนายหรือเปล่า เหมือนเป็นการพูดคุยกับตัวเอง”

04

ไพ่เราเผาเรื่อง

ไพ่เราเผาเรื่อง เป็นเพจที่นำไพ่ทาโรต์มาเล่าเรื่องต่างๆ ทั้งหนังสือ เกม เขียนรีวิว หรือวิจารณ์ จุดเริ่มต้นมาจากคุณภูมิสนใจอยากทำเพจคอนเทนต์รีวิว และอยากทำเพจที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ การรวมกันของ Passion ทั้งคู่กลายเป็นเพจที่พูดเรื่องการสะสมไพ่ทาโรต์ การเสพสื่อ การรีวิวผ่านภาษาของไพ่ ว่าไพ่แต่ละชุดจะเล่าหรือวิจารณ์สื่อเหล่านี้ออกมาในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นเผาบอกเล่าเกี่ยวกับ MV เพลง Lalisa, เผาเกม Popcat และภาพยนตร์เอนิเมชัน Raya and the Last Dragon

แล้วไพ่ให้มุมมองการเผาเรื่อง ต่างจากมุมมองทั่วไปที่เราประจักษ์หรือเปล่า

 “ไพ่ให้มุมมองความเป็นกลาง” เขายกตัวอย่างว่าตัวเองชอบเพลงของวงลาบานูนเพลงหนึ่งมาก แต่ไม่ชอบมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ จึงนำไพ่ทาโรต์มาเผาเล่าเรื่องว่ามองอย่างไร มีความเห็นอย่างไร เลยทำให้เห็นมุมมองที่กลางกว่า ถ้าพูดอีกทางก็คล้ายกับว่าการสะสมไพ่ทาโรต์ช่วยให้มองภาพในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือมุมมองเดิมที่อาจมีอคติ หรือมีส่วนไหนที่เราพลาดไป

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

ในสภาพสังคมที่รายล้อมไปด้วยความตึงเครียด และจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าพุ่งสูงขึ้นในทุกปี คุณภูมิบอกกับเราว่าไพ่ทาโรต์ก็เป็นเหมือนการพักผ่อนทางจิตใจ หลีกหนีความตึงเครียด ความกังวล หรือโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ การศึกษาภาษาของไพ่ ยังทำให้เห็นความพยายามของมนุษย์ที่อยากเอาชนะธรรมชาติ เพราะมนุษย์ควบคุมธรรมชาติไม่ได้ การดูดวงอาจเป็นหนึ่งในวิธีการเอาตัวรอด เพื่อพิชิตสิ่งที่มวลมนุษยชนไม่อาจเข้าใจ ‘อนาคต’ ได้

“ส่วนตัวผมมองว่าการสะสมก็เหมือนงานอดิเรกอย่างหนึ่ง เป็นการใช้เวลาในช่วงที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง เป็นช่วงที่ไม่ได้ทำงานหรือใช้ชีวิตท่ามกลางคนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ”

06

สำรับสำคัญ

นี่คือไพ่ชุดพิเศษที่มีความหมายต่อนักสะสมไพ่มากที่สุด ขณะบอกเล่าเรื่องราวความพิเศษที่ซ่อนอยู่ในไพ่แต่ละชุด เขาทิ้งท้ายกับเราว่า อนาคตก็อยากจะมีไพ่ทาโรต์ของตัวเองเหมือนกัน

01 Manga Tarot (2006)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบโดย : Riccardo Minetti

วาดโดย : Anna Lazzarini

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“เหตุผลที่เลือกไพ่สำรับนี้เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมและศึกษาไพ่ทาโร่อย่างจริงจัง เป็นการซื้อไพ่ที่นอกเหนือจากไพ่แถมมากับหนังสือคู่มือตำราสอน ความพิเศษของไพ่ชุดนี้คือการสลับเพศตัวละครของไพ่ ยกตัวอย่างหากตัวละครในไพ่จากชุดคลาสสิกเป็นผู้ชาย ไพ่สำรับนี้ก็จะเป็นผู้หญิง มีความเป็นเฟมินิสต์ เพราะตัวละครผู้หญิง Active มากกว่าตัวละครผู้ชาย 

“อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในไพ่ชุดนี้คือทุกใบมีสัญลักษณ์บ่งบอกถึงฤดูกาล 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งฤดูเหล่านี้นำมาประกอบการตีความ การทำนายได้ ซึ่งคนวาดไพ่ชุดนี้มีความละเอียดมาก สื่ออารมณ์ผ่านโทนสีของภาพได้อย่างชัดเจน”

“ที่เห็นไพ่ทาโร่ชุดนี้ จริงๆ ไม่ได้หน้าตาเป็นแบบนี้นะ ตอนซื้อมามันมีกรอบสีดำล้อมรอบรูป และมีชื่อไพ่เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสอยู่ด้วย แต่อันนี้ผ่านการ Deck Modification หรือว่าการโมไพ่ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ฝรั่งมาก แต่คนไทยไม่นิยมทำกัน เรารู้สึกว่าภาพชุดนี้สวย แต่มันน่าเสียดายที่มันมีกรอบที่กักขังความงามของไพ่อยู่ ก็เลยตัดสินใจโมไพ่เองด้วยคัตเตอร์ และเอาปากกาเจลมาทาขอบสีดำ”

02 The Dark Mansion Tarot (2019)

ผู้ผลิต : Taroteca Studio

วาดโดย : Magdalena Kaczan

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นชุดที่เรียกแพสชันการสะสมของเรากลับมา เพราะมีช่วงหนึ่งที่ความสนใจของเราไปอยู่กับสิ่งอื่นมากกว่า แต่พอเห็นไพ่ชุดนี้ในอินเทอร์เน็ตก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องมี เพราะชอบสไตล์ลายเส้นมาก มีบางคนบอกว่าไพ่ชุดนี้คล้ายงานของ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ซึ่งส่วนตัวชอบงานของเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยสั่งไพ่ชุดนี้มา นี่จึงเป็นการซื้อของจากต่างประเทศครั้งแรกผ่าน Paypal”

03 Shuffle Tarot (2020)

ผู้ผลิต : Deckstiny

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ชุดนี้เป็นของ คุณเมท ทศวิวัศน์ เขาผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตพิมพ์ไพ่เมื่อไม่นานมานี้ สาเหตุที่เลือกชุดนี้มีสามเหตุผลคือ หนึ่ง เป็นชุดแรกที่เปิดตัว เป็นการประกาศว่ามีแบรนด์ไทยนะ แม้ว่าจะเป็นไพ่อินดี้ ไม่ได้จำหน่ายในร้านหนังสือ แต่ก็เป็นที่รู้จักในออนไลน์อย่างมาก และต่างชาติก็สั่งเยอะ สอง มันชื่อว่าไพ่ Shuffle Tarot หมายถึงการสับเปลี่ยนไปมา อย่างภาพหน้ากล่องเป็นไพ่ The Fool แต่มันกลับมานั่งที่ของจักรพรรดิ หากเคยดูซีรีย์ What if…? ของดิสนีย์ก็จะอารมณ์คล้ายๆ กัน เป็นสถานการณ์โลกคู่ขนานแปลกๆ ที่ตัวละครกลับกันหมด เช่นไพ่ The Lover ก็เอา The Devil ขึ้นมาแทน และสาม ไพ่ชุดนี้แฟนให้เป็นของขวัญวันเกิด

“การสลับกันส่งผลต่อการอ่าน การที่ไพ่ The Lover ถูกแทนด้วย The Devil หมายความว่า เราแน่ใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คือความรัก หรือมันเป็นแค่ความหลงใหล”

04 Housing Tarot

ผู้ผลิต : California Rail Map

วาดโดย : Alfred Twu

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ไพ่ชุดนี้เป็นชุดที่เล็งมานาน แต่ไม่มีโอกาสซื้อสักที เพราะเป็นไพ่ที่ขายเมืองนอกและไม่มีคนนำเข้า จนสุดท้ายเราสั่งซื้อเข้ามาเอง จุดเด่นของไพ่นี้คือสถานที่ แม้ว่าไพ่ทาโรต์จะมีพื้นฐานอ่านได้ว่าหมายถึงสถานที่แบบไหน แต่ไพ่ชุดนี้กลับทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ยกตัวอย่างไพ่ The Tower ที่หมายถึงการทลายโครงสร้างดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน คนวาดก็สื่อความหมายผ่านภาพการประท้วง ไพ่ชุดนี้จึงสนุก เพราะได้แสดงศักยภาพการตีความของมนุษย์อีกด้วย” 

05 The Mystery Tarot (2021)

ผู้ผลิต : Quarter Press

ออกแบบและวาดโดย : Chris Smith

ไพ่ที่สร้างจากการ์ตูน Disney เรื่อง Gravity Falls (2012 – 2014)

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นไพ่ที่วาดและสร้างมาจากการ์ตูนเรื่อง Gravity Falls ของดิสนีย์ ข้อดีของไพ่ชุดนี้คือ แม้ว่าเราไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถตีความได้ เพราะตัวละครทำท่าทางเหมือนไพ่ชุดคลาสสิก แต่หากเรารู้พื้นฐานของการ์ตูนไปด้วย จะทำให้ตีความไพ่ได้ดียิ่งขึ้น ที่เลือกสำรับนี้มาเพราะอยากบอกคนอื่นว่า เวลาจะใช้ไพ่ที่มีพื้นฐานมาจากการ์ตูนหรือมีเนื้อเรื่องมาแล้ว ควรศึกษาต้นฉบับและศึกษาตัวละครก่อน มันจะทำให้คุณตีความหมายของไพ่ได้ดีขึ้น” 

06 Decameron Tarot (2003)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบและวาดโดย : Giacinto Gaudenzi

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ใครมาเห็นอาจจะมองว่าไม่แปลกเท่าไหร่ แต่เรามองว่าแปลกมาก ตอนเห็นไพ่ชุดนี้ครั้งแรกตกใจเล็กน้อย (หัวเราะ) เพราะมันมีความ 18+ อย่างชัดเจน โจ่งครึ้ม ที่สร้างมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นท้าทายศีลธรรมเรื่อง The Decameron โดย Giovanni Boccaccio นักเขียนชาวอิตาเลียนสมัยศตวรรษที่ 14 งานเขียนนี้ก็จะพูดถึงเรื่องของคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป ไม่สนใจกรอบขนบของศีลธรรมใดๆ รวมถึงเรื่องเพศที่ถูกโยนออกนอกประตูไปเลย ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตามใจชอบ ได้แบบเต็มที่ ไพ่ที่ออกมาเลยไม่มีการเซ็นเซอร์ใดๆ

“เราจะเห็นเลยว่ามันโจ๋งครึ่มมาก ไม่มีการเซ็นเซอร์ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า ไพ่มันมาทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ แม้ว่าไพ่สำรับนี้ไม่ใช่ชุดแรกที่พูดถึงเรื่อง 18+ แต่ชุดอื่นที่เราเคยเห็นมันไม่ได้เห็นอวัยะ หรือฉากร่วมรักแบบอล่างฉ่างแบบนี้ จะออกแนวศิลปะนู้ดๆ มากกว่า ไม่ก็ปิดนั่นปิดนี่ แต่ไพ่นี้ไม่สน เปิดเลย (หัวเราะ) “

07 Food Fortunes (2016)

ผู้ผลิต : Chronicle Books

ออกแบบและวาดโดย : Josh LaFayette

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ผมมองว่าเป็นไพ่ที่แปลกมาก เขามีชื่อ ว่า Food Fortunes หลักๆ เป็นไพ่ธีมอาหารจากทั่วโลก เช่น อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารอินเดีย และอาหารกรีก ภาพหน้าไพ่เป็นแนว Parody RWS ไพ่ชุดใหญ่มียี่สิบสองใบ เป็นอาหารจำพวกของกินที่ขาดไม่ได้ ส่วนไพ่ชุดเล็กมีห้าสิบหกใบ จะแบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสิบสี่ใบ แบ่งเป็นอาหารจานหลัก (Mains) เครื่องเคียง (Slides) ของหวาน (Sweet) และเครื่องดื่ม (Drinks)

“มีสินค้าของไทยอยู่ด้วยนะครับไพ่ชุดนี้” คุณภูมิพูดพร้อมกับหยิบไพ่รูปวาดซอสพริกศรีราชาออกมา และบอกกับเราว่าอยากนำเสนอใบนี้มากๆ ส่วนไพ่ที่เราเห็นอยู่ผ่านการโมตัดขอบเรียบร้อยแล้ว

 “มีคนเคยถามผมเหมือนกันว่าไพ่ชุดนี้มีไว้สำหรับอะไร เพราะมันนำไปเทียบกับไพ่ทาโรต์ตัวหลักไม่ได้ คนที่นำไปใช้นอกจากสะสมแบบผมแล้ว เขาก็นำไปปรับใช้ เช่น เวลาออกไปกินข้าวกับลูกค้า กับหัวหน้า วันนี้ต้องกินอาหารประเทศไหน ถึงจะทำให้การเจรจาธุรกิจราบรื่น หรือเดทแรกควรไปกินอะไร”

08 จาตุมหาราชทาโรต์ (4 Heavenly Kings Tarot) (2011)

ผู้ผลิต : Line Art Planning

ออกแบบโดย : วิโรจน์ ตั้งฑัตสวัสดิ์ และ ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

 “ไพ่ชุดนี้ที่เลือกมาเพราะไพ่อ้างอิงกับพระจตุมหาราชหรือจตุโลกบาล ตามความเชื่อของ ไตรภูมิพระร่วง ที่นำโครงสร้างจากไพ่ชุดพื้นฐานมาเชื่อมโยงกับจตุโลกบาลทั้งสี่แบบ จุดที่ทำให้สนใจจริงๆ คือหน้าไพ่ที่ออกแบบมาเหมือนกับจิตรกกรรมฝาผนัง ตรงโครงสร้างของไพ่อ้างอิงมาจากไพ่ชุดคลาสสิก แต่สำรับนี้เขาเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนสิ่งของต่างๆ ให้กลายเป็นภาพจิตรกรรมผนังแบบไทยๆ

“แล้วก็เช่นเคย ไพ่สำรับนี้แต่เดิมมันมีขอบอยู่ แต่ผ่านการโมเรียบร้อยแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกไม่ชอบที่เราโมตัดขอบออก เพราะจะส่งผลต่อราคาไพ่ได้ และบอกไม่ได้ว่าเป็นไพ่รุ่นไหน เนื่องจากมีหลายเวอร์ชัน แต่ละเวอร์ชันมีราคาแตกต่างกันไป เช่น เวอร์ชันที่ขอบเป็นทองแท้และขอบเงิน แต่ส่วนตัวเราไม่ชอบเลยตัดออก เพราะเป็นของสะสม ไม่คิดจะปล่อยต่ออยู่แล้ว เลยเลือกทำไพ่ในแบบที่เราชอบดีกว่า”

09 The Tarot of Loka (2014)

ผู้ผลิต : River Horse

ออกแบบโดย : Alessio Cavatore

วาดโดย : Pete Borlace

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ความแปลกของไพ่สำรับนี้คือ ปกติแล้วไพ่ทาโรต์เคยมีที่มาจากไพ่ป๊อก แต่ไพ่ชุดนี้กลับนำตัวเอกของไพ่ป๊อก เช่น แจ็ก แหม่ม คิง มาเป็นหน้าไพ่ และมีดอกต่างๆ ร่วมด้วย ที่สำคัญคือ ไพ่สำรับนี้ออกแบบมาให้มองกลับด้านได้

“ที่สำคัญคือ ไพ่ชุดนี้มีกติการของตัวเอง ใช้ทำนายได้ และนำไปเล่นเกมได้ ผู้ออกแบบไพ่ชุดนี้คือ Alessio Cavatore เป็นนักออกแบบคิดค้นบอร์ดเกมชื่อดังต่างๆ เช่น Warhammer และ King of War”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load