กลิ่นกาแฟเพิ่งคั่วเสร็จใหม่ เคล้ากลิ่นขนมปังหอมกรุ่น ลอยเตะจมูกเราทันทีที่ก้าวขาพ้นประตูรั่วสีดำสูงใหญ่

ชาย-หญิงเจ้าของกลิ่นหอมอบอวลเดินมาต้อนรับเราด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทักทายกันไม่นาน ทั้งคู่เชิญเราเข้าบ้าน

“ไม่ต้องถอดรองเท้านะครับ เข้ามาเลย” เขากล่าวก่อนเปิดประตูให้และเดินนำไปยังห้องครัว

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

ไผ่-กอไผ่ และ เอซ-นิลบล ปาณินท์ เจ้าของบ้าน เจ้าของโรงคั่วกาแฟ และเจ้าของร้าน Sunny Bear Coffee Roasters กุลีกุจอเสิร์ฟลาเต้ร้อน และ Mixed Fruit & Nuts Buns กรอบนอกนุ่มในกับ Cinnamon Rolls รสละมุนให้ชิม ก่อนเดินอ้อมไปนั่งลงฝั่งตรงข้าม และเริ่มต้นเล่าเรื่องราวในบ้านหลังงามให้ฟัง

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

กล้วยบนโต๊ะสุกงอมได้ที่พร้อมเป็นส่วนผสมเติมความหวานฉ่ำ คล้ายบทสนทนาวันนี้ที่จังหวะชีวิตไปถึงจุดสุขสุด และกลมกล่อมด้วยรสชาติประสบการณ์

บ้าน Home Made

บ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านใหม่ เป็นบ้านที่พวกเขาอยู่มากว่า 10 ปีแล้ว

ในตอนนั้น โจทย์แรกของทั้งคู่คือ ทำบ้านใหม่ให้มีพื้นที่ทำงานไปด้วยในตัว

เพราะที่ดินหน้าแคบและลึก อาคารทรงกล่องนี้จึงต้องสร้างขนานพื้นที่กว่า 100 ตารางเมตร โดยวางตัวทิศเหนือ-ใต้

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

แปลนเรียบง่าย ไม่ขาด-ไม่เกินความจำเป็นใช้งาน

ชั้นล่างมีห้องครัว พื้นที่นั่งเล่น ห้องน้ำ อดีตห้องทำงานที่กำลังจะกลายเป็นห้องอบขนม ส่วนชั้นบนมีห้องทำงานอีกห้องในตำแหน่งเดียวกัน โถงเปียโน ห้องน้ำ และห้องนอน

ฝั่งทิศตะวันออกกรุกระจกเต็มผืน เพื่อเปิดรับแสงในยามเช้าและมองเห็นร่มไม้เขียวขจีที่ปลูกไว้จนเต็มพื้นที่ อีกด้านเป็นผนังทึบ เจาะช่องเปิดเพียงเล็กน้อยช่วยลดความร้อนยามเย็น

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

เหล็ก-ไม้เก่า-อิฐมอญ-ปูน วัสดุที่ทั้งคู่คิดเห็นตรงกันว่า ใช่ที่ชอบ

“ส่วนใหญ่ชอบอะไรที่ค่อนข้างเหมือนกัน” กอไผ่เอ่ย คล้ายเดาใจออกว่าเราจะถามถึงบ้านที่ทั้งคู่อยากอยู่

“มีอยู่บ้างที่ตีกัน แต่ไม่ตลอดนะ” สามีว่าก่อนหัวเราะร่วน

“เล็กๆ น้อยๆ มาก แค่เรื่องการจัดวาง เราต่างชอบของเก่าๆ พวกเศษไม้ ประตูเก่าจากบ้านหลังเดิม ก็ถอดเก็บไว้ เอามาใช้ที่บ้านหลังนี้ แล้วก็ชอบความไม่เนี้ยบ ดิบๆ แบบเปลือยเนื้อแท้ของพื้นผิว” ภรรยาเสริม

หลังเอาแปลนที่ชอบไปปรึกษาสถาปนิกช่วยดูด้านโครงสร้าง สองอดีตอินทีเรียดีไซเนอร์ขอลงมือตกแต่งเอง ทั้งเลือกสรร จนถึงขั้นลงมือทำเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นเอง อย่างโต๊ะ ตู้ ชั้นวางของ ถ้าไม่ผ่านการถอด ประกอบ ตอก ตัดต่อด้วยตัวเอง ก็ต้องผ่านการออกแบบจากเขาก่อนส่งต่อให้ช่างทำ เรียกว่าต้องขอมีส่วนร่วมสักหน่อย เช่น ชั้นวางหนังสือตรงทางเชื่อมระหว่างครัวกับห้องนั่งเล่น ทำจากเหล็กฉากที่เอาไปให้โรงเหล็กช่วยพับให้ แล้วค่อยเอามายึดกับผนัง ให้สูงจรดเพดาน ถัดกันมีตู้เก็บของจากไม้สักเก่าที่ลงล็อกพอดีช่องระหว่างชั้นหนังสือ เมื่อโดนแดดนับสิบปี สีจึงซีดจางสวยตรงใจเป๊ะ

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

เพราะอยากให้ได้ฟีลบ้านไม้โบราณๆ พื้นไม้บนชั้นสองเป็นไม้เก่าทั้งหมด เขาตั้งใจปูร่องห่างเพื่อให้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่เดิน ส่วนฝ้าเพดานพอแกะไม้แบบออก ร่องรอยลายไม้ดันสวยถูกใจ เลยขอให้ช่างคงไว้ ไม่ต้องฉาบ

ที่ทำเองแล้วเจ้าตัวต่างก็ชอบใจอีกอย่าง คืองานไลติ้งดีไซน์ที่ซ่อนไว้หลังคานสำเร็จรูปกับช่องระหว่างผนัง ซึ่งเกิดจากการอยากได้พื้นที่เพิ่ม จึงเว้นระยะก่อสร้างผนังออกไปจากคานเล็กน้อย (เกิดจากการคำนวณโครงสร้างด้วยหลักวิศวกรรมศาสตร์มาแล้ว) เราว่าเป็นเทคนิคที่น่าสนใจและไม่ค่อยเห็นใครทำนัก แถมการที่มีเสาโผล่มาแบบไม่ชิดติดผนังเช่นนี้กลับไม่ขัดหูขัดตา และกลายเป็นอีกดีเทลที่ทำให้บ้านเท่ขึ้น

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

“จริงๆ ตั้งใจอยากให้บ้านเนี้ยบเหมือนกัน อยากได้ห้องโล่งๆ มีโต๊ะตัวเดียว ความฝันเลยนะ

“พื้นฐานเป็นคนชอบมินิมอลมาก แต่มันไม่เคยทำได้ เพราะเดี๋ยวซื้ออุปกรณ์มาเพิ่ม กระปุก กระป๋อง เศษนู่นนี่นั่น คือเป็นคนที่ชอบทำอะไรเองไง แงะกล้องออกมา ประกอบเข้าไปใหม่ มันเลยมีเศษมีอะไรเพียบ กลายเป็นอีกสไตล์หนึ่งเลย คือเป็นแบบของเยอะๆ” กอไผ่เล่าพลางนึกย้อนถึงฝันที่ไม่เป็นจริง

ไหนหนังสือเต็มชั้น ไหนจะสารพัดจานชาม แก้ว อุปกรณ์ทำงานเก่าเก็บที่พวกเขาบอกว่าใช้จริงไม่ได้สะสม ไหนจะงานศิลปะ ภาพถ่ายฝีมือกอไผ่ที่อยู่ทั่วไว้ทุกมุมบ้าน

เชื่อแล้วว่าเนี้ยบไม่ได้

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

ห้องทำงาน Heart Made

บ้านที่งานเป็นหัวใจหลักหลังนี้ ตั้งใจให้ห้องทำงานอยู่ในมุมที่มองเห็นต้นไม้อย่างแจ่มชัด

ห้องทำงานชั้นล่าง เดิมทีเป็นห้องอเนกประสงค์ที่ทั้งคู่ใช้ทำงานออกแบบเสื้อผ้า เครื่องประดับ แต่เร็วๆ นี้ จะเป็นห้องอบขนมปัง งานอย่างใหม่ที่เอซเอาจริงเอาจังขึ้นเรื่อยๆ

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

ด้านข้างมีบันไดเล็กๆ พาเชื่อมขึ้นไปสู่ห้องทำงานชั้นสองของกอไผ่ที่เต็มไปด้วยกล้อง ภาพถ่าย ภาพศิลปะ หนังสือ อุปกรณ์และเครื่องใช้ของเจ้าตัว

ด้านตะวันออก กรุกระจกผืนใหญ่ราวกับใส่กรอบให้ไทรกร่างอายุเกิน 50 ปี ที่เป็นทั้งภาพศิลปะจากธรรมชาติ และที่ภาพให้ระลึกถึงคุณแม่ผู้เป็นคนปลูก

“ไทรกร่างต้นนี้ตั้งใจเก็บไว้เลย คุณแม่ขุดมาจากศิลปากรตั้งแต่ต้นเล็ก ต้นอื่นในบ้านเขาก็เป็นคนปลูกเองหมดเลยค่ะ” เอซเกริ่น ก่อนเล่าต่อว่า ครั้งหนึ่งแม่บ้านเคยลืมปิดกระจก กลับมาอีกทีมีงูนอนขดอยู่กลางห้อง เราผวา-แต่ทั้งคู่บอกเจอบ่อยจนชิน 

“ตอนผมเด็กๆ เคยมีบ้านบนต้นไม้ด้วยนะ เป็นบ้านหลังใหญ่เลย” กอไผ่เสริมความผูกพันที่มีต่อสมาชิกวัยเก๋าของบ้าน

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

บางคนว่าการทำงานอยู่บ้านทำให้แยกชีวิตส่วนตัวกับงานไม่ออก แต่ทั้งคู่ไม่คิดแบบนั้น

“สำหรับเรา เรื่องการทำงานกับการมีชีวิตมันเป็นสิ่งเดียวกันที่แยกไม่ได้ คือเราเป็นคนชอบทำงาน ทั้งงานที่หาเงินได้หรือไม่ได้ อย่างถ่ายรูป เพนต์รูป ทำเสื้อผ้า คือชอบอะไรก็ตามที่ทำด้วยมือ อาจเพราะส่วนหนึ่ง งานมันเริ่มต้นมาจากความชอบด้วย คือเราไม่ได้ทำงานเพราะเราต้องทำ แล้วอีกอย่างพวกงานคราฟต์มันสนุกตรงที่เราได้ใช้มือเราเองทำ ก่อนหน้านี้ต่อเครื่องเสียง ต่ออะไรเองนะ เรียนรู้เองหมดเลย เรื่องวงจรไฟฟ้า เรื่องแอมป์ ตอนนั้นเรายังไม่มีลูกก็ไม่หลับไม่นอนเลย นั่งศึกษาวงจร แล้วมันก็เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราคั่วกาแฟ แล้วเผอิญคั่วกาแฟมันทำเงินได้ ก็เลยบานปลายมาเรื่อยๆ กลายเป็นความชอบที่มันเลี้ยงชีพได้” นักคั่วกาแฟว่า

“เคยไปเช่าออฟฟิศอยู่ในเมือง พอมีลูกก็รู้สึกว่าไม่ค่อยสะดวก ทั้งเวลา การเดินทาง พอมาทำที่บ้านแล้วเรารู้สึกว่ามันเหมาะ ผ่อนคลายดี ไม่ต้องเดินทางไกล ตื่นหกโมงมาคั่วกาแฟ แล้วก็ทำอะไรพร้อมกันได้ อย่างตอนทำขนมปัง บางทีอบแค่สิบเจ็ดถึงสิบแปดนาที เราก็จะนั่งรอ ถ้าบางอันอบเป็นชั่วโมงเราก็ไปอาบน้ำ แล้วตั้ง Timer ไว้ แต่ทิ้งไปเลยไม่ได้นะ ครึ่งชั่วโมงต้องคอยมาดูว่ามันเป็นไง แล้วก็ไปทำอย่างอื่นต่อ แล้วกลับมาดูใหม่ มันก็สนุกดี” นักอบขนมปังเล่าบ้าง

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

โรงคั่วกาแฟ ½

จากห้องทำงานในบ้าน ทั้งคู่ขยับขยายความชอบไปสู่การคั่วกาแฟและทำขนมปังโฮมเมด ครั้นจะทำในบ้านเหมือนเคย ขนาดพื้นที่กลับเล็กเกินความฝัน พวกเขาเลยสร้างโรงคั่วกาแฟบวกห้องอบขนมตรงข้างๆ บ้านเสียเลย 

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

ห้องสี่เหลี่ยมขนาด 20 ตารางเมตร คงกลิ่นอายเหล็ก-ไม้เก่า-อิฐมอญ-ปูน เช่นเดียวกับตัวบ้าน

ก้าวผ่านประตูไม้สีเขียวซึ่งทั้งคู่ไปเสาะหาจนเจอแบบที่คล้ายกับประตูบ้าน เหล่าเครื่องคั่ว เครื่องดูดควัน เตาอบขนม สารพัดอุปกรณ์ บรรจุอยู่ในนั้นอย่างเป็นระเบียบ ส่วนด้านบนทำดาดฟ้าเป็นสวนครัวไว้ปลูกวัตถุดิบทำขนมอีกฟังก์ชัน

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

“โรงคั่วกาแฟนี้เพิ่งสร้างมาได้สองปี จุดเริ่มต้นจริงๆ คือชอบกาแฟ แล้วด้วยพื้นฐานเป็นคนที่เวลาทำอะไรต้องทำให้มันถึงที่สุด แบบบ้าคลั่งหน่อย ถ้าจะทำก็ต้องศึกษาเอาเป็นตาย อย่างเรื่องกาแฟ ก็ซื้อหนังสือมาอ่าน ดูจากยูทูบ แชตไปคุยกับคนที่เขาเชี่ยวชาญ ขึ้นไปดูไร่กาแฟที่เชียงใหม่ คนอื่นอาจจะใช้เวลาห้าเดือน ผมใช้เวลาแค่สามอาทิตย์ เพราะไม่หลับไม่นอน” นักศึกษาวิชากาแฟหัวเราะเมื่อพูดถึงที่มาของการเลยเถิดขั้นแรก

“ตอนแรกจะซื้อเครื่องเล็กๆ แต่ไหนๆ ก็ทำแล้ว เลยซื้อเครื่องที่ทำได้จริงจัง แต่มันดันใหญ่เข้าบ้านไม่ได้ ทีนี้เลยบานปลายจนกลายเป็นโรงคั่ว” เขาเล่าต่อถึงความเลยเถิดขั้นต่อไป จนได้ไปออกงาน Thailand Coffee Fest 2019 และแจ้งเกิด Sunny Bear Coffee Roasters ในฐานะคาเฟ่ขนาดอบอุ่น ให้แวะเวียนมาเยี่ยมชิมได้ตลอด

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

ห้องอบขนมปัง ½ 

“เหมือนกันเลย จะทำอะไรต้องทำให้ได้เดี๋ยวนั้น ทั้งอ่าน ทั้งดูก่อนนอน คิดแต่ว่าเมื่อไหร่จะเช้า อยากทำแล้ว”

ขณะที่กอไผ่วุ่นอยู่กับกาแฟของเขา อีกมุมห้อง เอซก็ง่วนหาข้อมูลเรื่องการทำ Artisan Bread จากโลกออนไลน์ จากนั้นเธอทั้งลองถูก ลองผิด ซึ่งอย่างหลังน่าจะมากกว่าหน่อย

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

เมื่อซุ่มซ้อมจนอยู่มือ ก็ถึงเวลาเสิร์ฟ

ประสบการณ์ที่ให้เอซใจฟูกว่าแป้งที่เพิ่งนวด คือตอนไปออกงานบ้านและสวนแฟร์ เธอว่ายิ่งเห็นปลายแถวยาวเท่าไหร่ ยิ่งเร่งไฟในตัวให้ฮึกเหิมกว่าเก่า

หลังจบงานเธอตัดสินใจทำส่งตามออเดอร์ เมื่อเยอะลูกค้าสั่งกันเยอะขึ้น บางคนถึงกลับโทรมาขอสั่งจองล่วงหน้า ความตั้งใจเดิมที่อยากออกงานไปเรื่อยๆ ก่อน จึงแปรผกผันมาเปิดเป็นคาเฟ่จริงจัง

จากขนมปังก้อน Sourdough, Mixed Fruit Bun, Artisan Cheese, Cinnamon Rolls, Bagel, Raisin Danish ฯลฯ กว่า 10 ชนิด เธอจึงทดลองทำขนมหวานอย่างเค้ก มัฟฟิน บราวนี่ และสโคน เพิ่ม

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

“บานปลายค่ะ” เธอเอ่ยยิ้มๆ ก่อนเล่าต่อ

“ตอนแรก ตั้งใจไว้ว่าอาทิตย์หนึ่ง เปิดร้านหกวัน เราจะทำขนมปังสักสามถึงสี่วัน แล้วก็มีวันที่พักผ่อน ชิลล์ๆ แบบไม่ทำอะไรเลยวันที่ร้านปิด แต่กลายเป็นว่าตอนนี้ มันไม่ได้หยุดเลย ขนมปังก็ทำทุกวัน เพราะทำไปเท่าไหร่ก็หมด เวลาเขาตั้งใจมาที่ร้าน ไม่อยากให้เขามาแล้วต้องผิดหวังกลับไป

“มีทำซอสเพสโต้ (Pesto Sauce) ทำพวกแยมไปด้วย ทีแรกไม่ได้ทำไปขาย แต่พอลูกค้าชิม เขาชอบจนขอซื้อ เราก็อยากให้เขาได้กิน เลยต้องทำไปเยอะๆ แบบกระทะใหญ่ๆ แล้วก็เอามาแพ็กลงขวด ทำจนดึกจนดื่น อาจจะดูเหนื่อย แต่จริงๆ แล้วมันผ่อนคลายนะ เหมือนเราทำงานคราฟต์ ทำงานศิลปะ 

“อย่างใกล้เวลานอน ตั้งใจว่าจะดูอะไร อยากดูเล่นๆ มันก็ไปกดดูขนมสูตรใหม่ ยิ่งถ้ามีคนมาบอกว่าทำไมไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ก็อดใจไม่ได้ ไปกดดูอีก”

เกือบลืมเล่า เธอจริงจังขนาดเลี้ยงยีสต์เอง และเจ้ายีสต์ที่เธอฟูมฟักมีอายุกว่า 2 ปีแล้ว

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

และดูเหมือนว่า เด็กหญิงมานีวัย 12 ขวบจะสืบทอดพรสวรรค์และพรแสวงนักทำ (ขนม) เองจากพ่อและแม่ ด้วยวิธีไม่หนีกันเลย ทั้งหาสูตร ดูวิธีทำจากยูทูบ และฝึกทำเอง แถมเธอถ่ายวิธีทำลงยูทูบแชนแนลของตัวเอง ที่ทั้งตัดคลิป แต่งเพลง และมิกซ์เสียงเองด้วย

ถ้าวันไหนโชคดี อาจได้ชิม Cheese Cake หรือ Canele ฝีมือ Pastry Chef ตัวจิ๋วที่ขอฝากวางขายในร้าน

(พื้นที่ช่วยโฆษณา : 1 – 4 ตุลาคม ตามไปอุดหนุนพวกเขาได้ที่ Thailand Coffee Fest 2020 หรือ แวะไปที่คาเฟ่ Sunny Bear Coffee Roasters ระหว่างซอยพหลโยธิน 57 – 59 ทุกวันอังคาร-อาทิตย์)

Home Taste

ชินามอลโรลชิ้นสุดท้ายถูกกลืนลงท้อง พร้อมกาแฟอึกใหญ่ แม้ต่างชนิด แต่กลับซ่อนรสชาติบางอย่างไว้เหมือนกัน 

บางอย่างที่ว่านั้นคงเป็นรสชาติของตั้งใจ หลงใหล และหลงรัก

 “แล้วบ้านหลังนี้ล่ะคะ รสชาติเป็นแบบไหน” เราถามขึ้น ก่อนบทสนทนาจะจบลง

“สำหรับพี่คงเป็นแบบขนมปังขนมปัง Focaccia ที่มันดูเหมือนไม่มีอะไร ไม่มีไส้ แต่ถ้าจะทำให้เนื้อมันดีต้องมีขั้นตอนในการหมักแป้งเยอะเหมือนกัน หลังทำ Sourdough ต้องเอาออกมาแผ่ เพื่อทำร่อง ราดน้ำมันมะกอก โรยจากโรสแมรี่สด หรือถ้าชอบมะกอกก็ใส่ได้ ก่อนเอาเข้าเตาอีกรอบ พอออกมาอีกทีตอนร้อนๆ ค่อยขูดพาเมซานลงไปให้ละลาย นี่แหละ ความพิเศษที่เกิดจากดีเทล เหมือนบ้านหลังนี้ แต่ดีเทลพิเศษที่ว่าไม่ใช่ความหรูหราหรืออะไรนะคะ แต่เป็นขั้นตอนที่เราทำให้บ้านเป็นบ้าน เป็นเรื่องราวหลายๆ อย่างที่รวมกันเป็นชีวิต แต่ก็มีความพลาดนิดหนึ่งนะ ตอนออกแบบ ไม่ทันได้คิดไงว่าปีนเช็ดกระจกยาก ลืมนึกจริงๆ” อดีตอินทีเรียดีไซเนอร์ขำ ก่อนพยักพเยิดหน้าให้สามีตอบบ้าง

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

“พี่หรอ เป็นกาแฟพม่า ที่ไม่ค่อยคลีน เม็ดจะแตกๆ หักๆ แต่อร่อยมากเลย รสชาติก็ไม่เปรี้ยวนะ ไปทางนุ่ม ออกช็อกโกแลต ได้มาต้องเอามาคัดเมล็ดเอง คั่วเสร็จก็ต้องคัดอีก เพราะมันแตกบ้าง ไม่สุกบ้าง ก็เหมือนบ้านหลังนี้ ที่ไม่ได้เนี้ยบอะไรมากมาย แต่มันมีชีวิต มีอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นจากการอยู่อาศัย มีของใช้ มีกระเป๋าที่เราใช้แขวนอยู่ พื้นที่มันคอนเนกเป็นส่วนเดียวกันเรา”

“ไม่สวย ไม่เนี้ยบ แต่รสชาติถูกใจ”

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

After Test

“อายุขนาดนี้ ทำมาหลายอย่าง สอนหนังสือ ออกแบบ ทำเสื้อ ทำงานคราฟต์ น่าจะเป็นอันที่ชอบที่สุดแล้ว คิดว่าคงไม่ไปเจออะไรใหม่ ชนิดที่ว่าฉีกออกไปเลย แต่อาจเป็นการที่ทำไปแล้วเริ่มค้นพบว่า เราจะปรับตรงไหน เพราะกาแฟมันยังไปได้อีกไกลมาก อยู่กับมันมานาน กินมาก็ครึ่งชีวิต ณ ตอนนี้เราคงทำไปเรื่อยๆ หลังจากนี้พื้นที่ในบ้านมันคงต้องเปลี่ยนไปตามงานหลักของชีวิตนี่แหละ

“เผื่อว่าในอนาคตจะมีเครื่องคั่วที่ใหญ่กว่าเดิม (หัวเราะ)”

“มันยังเลยเถิดได้อีกใช่ไหม”

“ใช่ เลยเถิดได้อีกไกลแน่นอน”

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

เสียงนกเค้ากู่บอกเวลา 5 นาฬิกา 30 นาที 

เป็นเวลาตื่นนอนของ อาจารย์จุลพร นันทพานิช สถาปนิกผู้มองว่าชีวิตที่ดีคือชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ 

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

บ้านของอาจารย์อยู่ที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน บนแปลงที่ดินใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมืองและเขตอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล พื้นที่ป่าใหญ่ส่งผลให้บริเวณข้างเคียงอุดมสมบูรณ์ด้วยอากาศแบบที่สูดได้เต็มปอด

ถัดจากนั้นไม่ถึง 5 นาทีคือกาดบ้านทาดอยแก้ว ตลาดขายอาหารป่าที่คนท้องถิ่นเก็บได้ตามฤดูกาล บ้างก็เหลือกินจากในครัวเรือน

เขาว่า “ชอบยังไง ก็ไปอยู่อย่างนั้น” 

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

บ้านของเขาจึงออกแบบให้ตอบรับสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ท่ามกลางสวนป่าทำมือที่ใช้เวลาดูแล 40 ชั่วโมงต่อเดือนจนมีพืชมากกว่า 250 ชนิด หาเทคนิคที่ทำให้คนอยู่ร่วมกับสัตว์ในธรรมชาติได้ สร้างทุกอย่างจากวัสดุท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วในท้องที่ และคุณไม่มีทางได้เห็นไม้ขัดมันเรียบกริบที่นี่ เพราะความไม่สมบูรณ์แบบคือร่องรอยแห่งเรื่องราว ส่วนเรื่องราวคือมนต์เสน่ห์

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

อาจารย์จุลพรเชื่อเรื่องบ้านผาสุก จึงออกแบบบ้านทุกหลังโดยใช้ ‘ความน่าอยู่’ นำ และ ‘ความสวย’ เป็นรอง

“แล้วคนชมว่าบ้านอาจารย์สวยเยอะไหมคะ”

บ้านอาจารย์มีสองชั้น ชั้นล่างทำจากดินผสมฟางและแกลบ ส่วนชั้นบนเป็นไม้ มองเผินๆ กลมกลืนกับบ้านหลังอื่นๆ ในละแวกเดียวกัน แต่หากดูดีๆ จะเห็นรายละเอียดการออกแบบที่ผ่านกระบวนการคิดอย่างถี่ถ้วน

“ส่วนใหญ่เขาไม่ชมว่าสวย เขาจะว่าว่าน่าอยู่ดี นี่อาจารย์พยายามจัดแล้ว แต่จัดได้ระดับหนึ่ง 

“รกๆ หน่อยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”

01

20 กว่าปีมาแล้ว อาจารย์จุลพรย้ายมาลำพูนเพื่อคุมงานก่อสร้างแถวชานเมือง แล้วก็ตกหลุมรักลำพูนง่ายๆ เพราะเป็นเมืองขนาดไม่ใหญ่ อุดมไปด้วยธรรมชาติ น่าอยู่ ผู้คนมีมิตรไมตรีดี และประชากรไม่หนาแน่น 

เขาเล่าย้อนไปถึงบ้านหลังแรกในชีวิต

บ้านหลังแรกอยู่ย่านวัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร เดิมทีชื่อวัดท้ายตลาด ก่อนจะย้ายไปอยู่เกาะสมุยซึ่งเป็นถิ่นฐานของปู่ บ้านหลังที่ 2 ของเขาเป็นบ้านในตลาด ด้านหลังเป็นทะเล สมัยนั้นบนเกาะมีรถยนต์แค่ 5 คัน ไม่มีไฟฟ้า สงบแบบที่ในวัยเด็ก อาจารย์เคยเห็นโลมากระโดดจากหลังบ้านมาแล้ว

บ้านหลังที่ 3 ของเขากลับมาที่กรุงเทพฯ เป็นคูหาในชุมชนเจริญพาศน์ที่อบอุ่นด้วยผู้คนหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย แขก และจีน มีความเกื้อกูลกันสูง คำว่าบ้านของเขามีลักษณะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามถิ่นฐานและรูปแบบของชีวิต ณ ชั่วขณะนั้น

แต่เขามีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้าอายุ 30 แล้วยังไม่มีบ้านของตัวเอง จะไม่มีบ้านไปจนแก่

02

บ้านหลังแรกของตัวเองอยู่ที่ลำพูน เป็นบ้านปูนขนาด 100 ตารางเมตร คุ้มแดด คุ้มฝน ก่อนจะขยับขยายย้ายมาที่นี่ ซึ่งเป็นบ้านหลังที่ 2

ความไม่ประทับใจแรกของที่ดินแปลงนี้คือ แล้ง แต่เป็นเงื่อนไขทางพฤติกรรมทำให้ต้องย้ายมาเพราะอยู่หลังโรงเรียนที่ภรรยาเป็นครูสอน อาจารย์เริ่มจากเปลี่ยนดินโดยขุดความลึกออกราวๆ 1 ฟุต แล้วค่อยๆ ทดลองปลูกสวนป่าของตัวเองในเวลาต่อมา

“เราต้องทำให้เกิดการตรึงน้ำจากธรรมชาติไว้ก่อน อย่างเช่นต้นมะม่วง ปกติมะม่วงติดดอก เราต้องรดน้ำ แต่นี่ผมไม่ต้องรดน้ำเลย ห่อแล้วรอกินอย่างเดียว เพราะเขาได้น้ำจากต้นตะเคียน เขาอยู่กับไม้ป่าที่อุ้มน้ำให้เขา แล้วก็ต้องปรับปรุงคุณภาพดินด้วยพืชตระกูลถั่ว หมั่นเอาเศษพืชถม จึงเริ่มทยอยเพาะปลูก ดูการเจริญเติบโต ดูปัญหาของมัน เพาะปลูกแล้วคุณต้องแต่งกิ่งให้เขาสดชื่น ต้นไม้ก็ต้องการความช่วยเหลือ นี่ไม่ใช่ป่า นี่มันสวน เราต้องจัดการบ้าง”

เริ่มจากต้นลั่นทม ต้นประดู่ป่า ไม้แดง และต้นไม้ที่ทนแดดทนฝนอื่นๆ 

เขาเล่าว่า ดินในพื้นที่ขนาด 6 ไร่ไม่เหมือนกันทั้งหมด ต้นไม้ที่เลือกปลูกในแต่ละจุดก็ไม่เหมือนกัน ด้านหนึ่งเป็นสวนป่า ตรงกลางเป็นนา อีกด้านหนึ่งก็เป็นสวนป่า แต่เป็นป่าริมห้วย 

จากที่ดินแห้งแล้งเมื่อ 15 ปีก่อน วันนี้กลายเป็นบ้านสวนป่าที่มีพืชพรรณกว่า 250 ชนิด

“พริกเอย กระเจี๊ยบเอย ถั่วเอย มะม่วงเอย”

ผลผลิตที่ทานในครอบครัวไม่หมดจะถูกแจกจ่ายไปยังคนรู้จัก 

03

การทำสวนสำหรับอาจารย์จุลพรคือศิลปะ ทุกเช้าตอนตี 5 ครึ่ง เขาจะตื่นมาถางพืช เบ็ดเสร็จแล้วเป็นเวลา 40 ชั่วโมงต่อเดือนในการดูแลสวนป่าในบ้าน เขาอธิบายแบบนี้

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

ถ้าเราใช้เครื่องตัดหญ้าถางลูกใต้ใบ มันจะหายวับไปกับตา แต่หากอยากรักษาลูกใต้ใบไว้ต้องค่อยๆ เล็มออกอย่างประณีต คนทำสวนสมัยนี้พึ่งพาปัจจัยภายนอกมากเกินไป ต้องใช้เคมี ต้องใช้เครื่องยนต์ เครื่องตัดหญ้าบ้านอาจารย์พังเมื่อ 3 ปีก่อน เลยตัดสินใจไม่ซื้อใหม่และลองทำด้วยมืออย่างเดียว

“ทำเองทุกอย่าง ผ่าฟืน ผ่าไม้ ทำสวน ทำงานใบไม้ ขุดดิน ความอดทนทำให้เราสำนึกคุณค่า ผมปลูกต้นไม้ต้นเล็ก ผมรอได้ รอให้มันโต ผมอยากได้ตะเคียนใหญ่ ไปซื้อแบบนี้ก็แปดพัน แต่ถ้าซื้อมามันต้องค้ำไว้ตลอดชีวิต ผมได้เปรียบคนอื่นเพราะนี่คือพื้นที่ทดลอง เรานอนในห้องทดลองตลอดเวลา ก็เลยเห็นรายละเอียด จะจัดการยังไงไม่ให้มีแมลง ไม่ให้มีสัตว์เลื้อยคลานมารบกวน จะทำยังไงให้ต้นไม้โตเร็ว จะทำยังไงให้ต้นไม้อุ้มน้ำได้ คิดปุ๊บก็ขยับทำได้เลย เพราะเรานอนที่นี่ ถ้าเรานอนในเมืองคิดแบบนี้กว่าจะได้ทำเมื่อไหร่ล่ะ แต่เราได้ทำเลย ได้เห็นผลสัมฤทธิ์เลย

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

“ผมชอบงานใช้แรงงาน แต่งต้นไม้ก็ใช้แรงงาน มีลูกศิษย์ไปซื้อที่ไร่หนึ่ง โอนที่เสร็จ ซื้อเครื่องตัดหญ้าอีกหมื่นหนึ่ง ที่คุณไร่เดียวเอง คุณไม่ต้องใช้เครื่องตัดหญ้าหรอก ไม่ต้องจ้างคนด้วย งานพวกนี้ทำสนุกจะตาย แข็งแรงด้วย คุณไปฟิตเนส แต่งานสวนไปจ้างเขาทำ”

เขาหัวเราะพลางเล่าเรื่องลูกศิษย์ที่แวะมาเยี่ยมเมื่อเช้า ว่าดูรูปแล้วแยกไม่ออกว่าคนไหนอาจารย์คนไหนลูกศิษย์

04

บ้านของอาจารย์จุลพรมีสองชั้น ชั้นหนึ่งใช้วัสดุเป็นดินผสมฟางและแกลบ ชั้นสองเป็นไม้ พื้นที่ใช้สอยแบ่งออกหลวมๆ ด้านล่างมีห้องอเนกประสงค์ ห้องทำงาน ห้องครัว และห้องนอนอยู่ด้านบน

ส่วนอีกหลังเป็นบ้านชั้นเดียวของลูกสาว

สร้างเอง บางคราวก็มีลูกศิษย์และช่างไม้มาช่วย

เหตุผลที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่น เป็นดิน เป็นฟาง เป็นไม้ เพราะหากวันหนึ่งเขาไม่ได้ใช้บ้านหลังนี้ หรือลูกย้ายออกไปก็จะไม่เกิดขยะ เหมือนโซฟาหรือที่นอนสปริงที่เรามักเห็นคนนำไปทิ้งริมถนน

ย้อนไปตอนอาจารย์เริ่มสร้างบ้านหลังนี้มีโจทย์ 2 ข้อใหญ่ๆ

หนึ่ง ต้องประหยัด 

สอง เป็นที่ทดลองการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง
บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

“ทุกวันนี้มนุษย์อยู่บ้านแบบติดอะลูมิเนียม มีมุ้งลวด ติดแอร์ แบบริ้นไม่ไต่ไรไม่ตอม อยู่คอนโดฯ ยิ่งหนัก อยู่สบาย แต่ทำให้เราอ่อนแอเพราะร่างกายไม่ได้เจอกับสิ่งเร้าภายนอก แต่มันเป็นเงื่อนไขของแต่ละคนนะ สำหรับผม ผมอยากให้ลูกอยู่แบบนี้ ถ้าเจอปัญหาก็จัดการเอา บ้านเราไม่มีแอร์ ถ้าร้อนแล้วติดแอร์ ทุกคนจะเย็น แต่ผมยืนกรานว่าไม่ติด ถ้าแมลงเยอะก็ถางให้รอบบ้านโล่ง พัดลมช่วยได้นิดหน่อย แต่ก่อนไม่มีมุ้งลวดเลย ตอนนี้ติดที่ห้องนอนแล้วเพราะหน้าฝนแมลงเยอะ ทันทีที่เรามีการปรับตัว ความแข็งแกร่งของร่างกายจะค่อยๆ สถาปนาขึ้นตามลำดับ 

“ถ้าไม่ชอบตุ๊กแกก็มีเทคนิคให้เอาน้ำมันยางมาผสมพริกป่นแล้วทาเข้าไป กระเจิง แสบท้อง อยู่ไม่ได้ เป็นวิธีที่ทำได้ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติ แล้วก็ไม่ได้เสียทรัพย์เยอะ หรือถ้ากลัวสัตว์พวกงู ผมก็ทำลานดินไว้ไม่ให้มันเข้ามาใกล้เกิน เขาไม่ชอบลานดิน เลื้อยไม่สะดวก ซ่อนไม่ได้ เจ็บท้อง ถ้าไม่ชอบก็จะไม่มาไม่ต้องจ๊ะเอ๋กัน เขาก็จะดำรงอยู่ได้และผมก็ไม่กวนเขา เพื่อนให้เซรุ่มมาติดไว้ ยังไม่เคยใช้เลย อย่างหมาที่บ้านจับงูเก่งมาก กลัวงูหมดสวน เสียระบบนิเวศ เลยต้องขังไว้บ้าง”

เขาชี้ไปที่ ฮอนด้า ฮาน่า และน้ำฝาง สุนัขนักล่าพันธุ์แจ็กรัสเซลสามพ่อแม่ลูก

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

“ทุกครั้งที่ไปบรรยายก็พยายามบอกอยู่เสมอว่าต้องอยู่ด้วยกันให้ได้ อย่าไปบอกบริวารให้ไล่ตีหมด ต้องไม่ตีเลย ทุกคนกำลังมีภาพว่าเดินๆ อยู่เจองูเห่า เห่าโฮ่งๆ เหมือนหมาบางแก้ว ไม่ใช่แบบนั้น งูก็กลัวคน”

ทั้งพืชและสัตว์คือระบบนิเวศที่อาจารย์พยายามรักษาไว้ในบัาน ทุกหน้าร้อนจึงมีนกกางเขนดงแวะเวียนมาหา มาร้องเพลงให้ฟัง มาวางไข่ ปีหนึ่งมาอยู่ 2 เดือน ส่วนตอนกลางคืนมีนกแสก เพิ่งรู้ว่าใต้หลังคาบ้านที่อาจารย์เจาะช่องไว้ก็เพื่อให้นกแสกเข้าไปจัดการหนูบนฝ้าเพดาน ส่วนตุ๊กแกไม่ต้องพูดถึง อยู่บ้านนี้ไม่กล้าร้องเสียงดัง กลัวนกแสก อยู่ได้เดี๋ยวเดียวก็ไปเสียแล้ว

05

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

ข้างบ้านด้านหนึ่งมีอุปกรณ์ทำสวนของอาจารย์วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ อีกสองด้านวางโอ่งราชบุรีไว้เก็บน้ำ แปลนบ้านถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เขาดูตามทิศตะวันและทางลม ทดลองอยู่แล้วไม่สบายก็ปรับใหม่ 

อาจารย์วางห้องครัวไว้ทางทิศตะวันตกจะได้โดนแดดเยอะๆ เพราะความร้อนช่วยเรื่องความสะอาด ฝาผนังห้องครัวตีไม้ระแนงตามตั้งช่วยในการระบายอากาศ และเวลาทำครัวหรือล้างจานก็จะได้มองออกไปเห็นนกด้านนอก 

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

“เรื่องแสงของสถาปัตยกรรมในเอเชีย คนที่อยู่เส้นศูนย์สูตรต้องมีความสลัว ถ้าคุณอยู่ในที่แสงจ้าๆ คุณหลับไม่ได้ มันรบกวนกระบวนการที่ทำให้เราผ่อนคลาย ความสลัวสัมพันธ์กับต่อมไร้ท่อ ถ้าต่อมไร้ท่อทำงานได้ดี ร่างกายก็ผ่อนคลาย ถ้าทำงานผิดปกติก็ตึง ตึงเสร็จโรคอายุรกรรมก็จะติดตามมา ความสลัวจะบังคับให้เราพัก”

“แต่หนูจะขี้เกียจ”

“อันนี้ไม่เกี่ยวกับบ้าน ถ้ากลัวขี้เกียจ เสร็จภารกิจทุกอย่างแล้วค่อยเข้าไปให้ถูกเวลา นาฬิกาชีวิตต้องพัก ถ้าห้าทุ่มยังตื่นตัวอยู่นี่ไม่ดีแล้ว”

หัวนอนของอาจารย์อยู่ทางตะวันตกที่หลายคนบอกว่าฮวงจุ้ยไม่ดี แต่สำหรับเขา ทิศตะวันตกทำให้หลับดีกว่าทิศอื่น ตอนเช้าก็มีแสงอาทิตย์กระทบตาให้ตื่นพร้อมเสียงนกเค้ากู่ตอนตี 5 ครึ่งตรงเวลาทุกวัน

06

‘พฤติกรรมเป็นอย่างไร’ เป็นสิ่งแรกที่อาจารย์จุลพรถามเจ้าของบ้านที่ให้เขาออกแบบบ้านให้ 

บ้านผาสุกในความหมายของเขาคือบ้านที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิต ร่มเย็น น่าอยู่อาศัย 

“ทุกคนไปติดกับคำว่าสวยไม่สวย สมัยก่อนไม่มีใครชมใครว่าบ้านสวย มีแต่ชมว่าบ้านน่าอยู่”

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง
บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

บ้านน่าอยู่สำหรับอาจารย์ต้องใช้วัสดุธรรมชาติ จัดการแสงให้เหมาะสม มีความสลัว ร่มรื่น มีสรรพชีวิตมาอยู่ด้วย ไม่รกรุงรังจนเกินไป และบ้านหลังนี้ตอบถูกทุกข้อ ความน่าอยู่ดูได้จากผลกระทบทางตาเห็น บ้านที่ไม่มีเส้นเรขาคณิตแข็งๆ ไม่มีวัสดุสังเคราะห์กระด้างหรือเหลี่ยมมุมคมๆ คุ้มแดด คุ้มฝน โปร่ง โล่ง มีปฏิสัมพันธ์กับลมและแสงอาทิตย์

“แบบนี้มันตรงกับวิถีชีวิตผม ผมเป็นชาวสวน นี่คือบ้านชาวสวน ไม่ใช่ชาวกาแฟที่ต้องเนี้ยบๆ หรือชาวสปาเกตตี้ชาวพิซซ่า อาหารก็พื้นบ้าน กินแบบนี้ แล้วในป่ามีเห็ดอีกสารพัดชนิด ยอดไม้ ที่เพาะปลูกเองก็กินไม่หวาดไม่ไหว อาหารที่ดีและสภาพแวดล้อมที่เราดำรงอยู่เป็นเรื่องสำคัญ มันทำให้ร่างกายดี สติปัญญาดี บ้านต้องน่าอยู่ อยู่แล้วสบายก่อน สวยไม่เป็นไรค่อยว่ากัน

“คนจะติดว่าบ้านน่าอยู่คือต้องเป็นแบบที่คุณเห็นบ่อยๆ ตามสมัย สถาปนิกก็ชอบ ถ่ายรูปออกมาสวย แต่คนอยู่เก๊กซิม อยู่แล้วก็ไม่น่าอยู่เพราะค่าไฟเดือนละสามหมื่น สุดท้ายคุณชอบยังไง ก็ไปอยู่อย่างนั้น ถ้าอยู่แล้วมันโอเคค่าใช้จ่ายเหมาะสม คุณอยู่ต่อไป แต่ถ้าอยู่แล้วไม่โอเค ค่าใช้จ่ายไม่เหมาะสม สุขภาพไม่ดีขึ้น สมรรถภาพตัวเองกับโลกภายนอกมันด้อยลง ก็ต้องตั้งคำถาม ที่บอกอยากไปอยู่กับธรรมชาติ ต้องเข้าใจว่าการอยู่กับธรรมชาติก็ต้องละลายไปกับธรรมชาตินะ ไม่ใช่แบกแอร์ไปด้วย ลูกค้าบางคนขอติดแอร์ ผมบอกที่ให้ติดเครื่องทำน้ำอุ่นก็ยอมคุณเยอะแล้วนะ มันคือการอย่าอยู่อย่างอยากนั่นแหละ”

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพาณิช ซึ่งออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

07

ที่แม่ทาไม่มีร้านสเต๊ก ไม่มีร้านกาแฟสวยๆ ไม่มีโรงเรียนนานาชาติ 

อาจารย์จุลพรทานข้าวที่บ้าน ยกเว้นวันที่ออกไปทำงาน ชอบอาหารถิ่นที่หาได้จากธรรมชาติ ไม่ก็มาจากสวน แวะดื่มกาแฟที่ร้านในปั๊มละแวกนั้น ส่วนลูกสาวก็เรียนโรงเรียนใกล้บ้าน ลำพูนไม่มีห้างใหญ่ ข้าวของเครื่องใช้จึงซื้อจากคนเฒ่าคนแก่ที่ทำงานฝีมือภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการสนับสนุนให้เศรษฐกิจชุมชนขยับตัว ที่นี่เลยน่าอยู่กำลังดี ไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป

“เสื้อมาจากสันป่าตอง กางเกงมาจากแพร่ ส่วนผ้านี่ของน่าน”

เขาเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้เศรษฐกิจมั่นคง อะไรที่คนในถิ่นทำได้ก็ใช้ของคนในถิ่น อะไรที่ทำไม่ได้ก็ซื้อจากข้างนอก แต่พยายามใช้ให้คุ้มค่า

“นี่คือนิยามของคำว่าสบาย ผมเคยไปอยู่คอนโดฯ อยู่ได้สองชั่วโมงอึดอัดฉิบหาย อยู่ไม่ได้ มันบอกไม่ถูก ความสบายของเราคือได้อยู่กับธรรมชาติ เคยทำงานให้ลูกค้าคนหนึ่ง เขารวยอันดับต้นๆ ของประเทศ เขามารู้ว่าผมไปนอนโรงแรมแถวสะพานควาย ซึ่งที่ไปนอนเพราะใกล้จตุจักร ผมจะไปดูต้นไม้ แกก็ให้ลูกน้องมาพาผมย้ายไปนอนโรงแรมที่หรูกว่า สุดท้ายผมนอนไม่หลับ เลยบอกคุณไปหลอกเถ้าแก่คุณว่าผมไปนอนมาแล้ว แล้วไม่ต้องมายุ่งกับผม ผมอยู่ของผมอย่างนี้สบายดี เงื่อนไขบางอย่างที่คนอื่นมองว่าสบาย แต่สำหรับผมอันนั้นน่ะลำบาก

“ลูกผมก็ชอบที่นี่ เขาเกิดที่นี่ มันร่มเย็น สงบ เขาผาสุกมาก พอเข้าไปในเมืองก็ไม่ชอบ ชอบอ่านหนังสือ ที่นี่เป็นเหมือนสวรรค์ของเขา”

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

08

ลำพูนเป็นเมืองไม่เร็ว บางคนอาจมองว่าช้าด้วยซ้ำ ในมุมมองสถาปนิกที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์กับงานที่ทำ เขาว่าเมืองแบบนี้ช่วยเรื่องจินตนาการได้ดีกว่า เพราะไม่ถูกจำกัดด้วยสภาพแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น 

“มันเป็นองค์ประกอบที่ไม่ได้ถูกจัดสรรจัดการจนเกินไป ยังมีช่องว่างให้เราเติมจินตนาการตัวเอง ได้ออกไปเจอเพื่อนบ้านที่มีชีวิตแบบชาวบ้าน อย่างสถานที่บางที่สวยเก๋มากจนเข้าไปแล้วไม่เกิดการจินตนาการต่อ ไปครั้งที่สามก็รู้สึกเก๋นะ แต่ไม่มีอะไรเพิ่มเติม สภาพแวดล้อมใดๆ ที่มีช่องว่างให้เราคิดต่อได้ มันจะเอื้อให้เราอยากไปอีก ทุกครั้งที่ไป ช่องว่างนั้นก็ค่อยๆ โตขึ้นหรือค่อยๆ ผันแปรไปตามลำดับ”

ธรรมชาติช่วยเขาตรงนั้น เป็นเสน่ห์ของวิถีชีวิตที่ไม่ได้เนี้ยบกริบจนดูเหนือจริง ชีวิตคนก็เป็นแบบนี้ เต็มไปด้วยสิ่งละอันพันละน้อยที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง
บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

09

การใช้ชีวิตของอาจารย์จุลพรเรียบง่ายเหมือนบ้านที่อยู่ ตื่นนอนตอนตี 5 ครึ่งมาถางสวน ถางสวนเสร็จก็เตรียมฟืนก่อไฟหุงข้าว พาลูกไปโรงเรียนแล้วกลับมาดูสวนอีกครั้ง วันไหนไม่ต้องไปทำงานก็จะดูสวนต่อ พักทานข้าวเที่ยง นอนสักงีบหนึ่ง แล้วออกไปถางสวนอีก บางทีก็สลับกับลูกสาวเดินตรวจตราต้นไม้ต้นพืชรอบตัวบ้าน 

แต่อย่าเผลอไปบอกว่าชีวิตเขา Slow เชียว

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

“ชีวิตชนบทมันไม่ได้ช้าเหมือนหลายๆ คนเข้าใจนะ หลายคนบอกชีวิตชนบทเป็น Slow Life ผมไม่เห็นมีใคร Slow เลยสักคน ตีห้าเขาก็ตื่นกันหมดแล้ว

“เขาชอบถามว่า อาจารย์ Slow Life ไหม ถ้า Slow ลูกก็ไม่มีข้าวกินไปโรงเรียน ช้าไม่ได้ กับข้าวก็ต้องทำ ไฟก็ต้องก่อ สวนก็ต้องถาง ตอนเช้าพอแปดโมงผมทำอะไรไปเยอะมาก กูช้าตรงไหน กูไม่เคยได้ช้าเลย” เขาหัวเราะ

ฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล มาพร้อมกับครูน้อง ภรรยาของอาจารย์ที่แวะกลับจากโรงเรียนช่วงพักเที่ยง ทั้งคู่เข้าครัวเตรียมมื้อกลางวันสำหรับหกคน เมนูมีไข่เจียว หมูผัดกระเทียม น้ำพริกสองอย่าง ใบกระเจี๊ยบสดจากในสวน และแตงโมเป็นของหวานตบท้าย 

บรรยากาศฟ้าครึ้มและต้นไม้เขียวชอุ่ม ทำให้ลำพูนในเดือน 10 ร่มเย็นและชุ่มฉ่ำ

ถึงหน้าแล้งก็ไม่แห้งแล้งอย่างที่คิดเพราะต้นไม้เยอะ อาจจะร้อนหน่อยแต่ไม่ลำบาก แถมอาจารย์ยังได้หยุดงานทำสวนหนึ่งเดือนเต็มๆ ช่วงเมษายนให้ร่างกายได้ลาพักร้อนประจำปี

ต้นไม้ก็อยู่ของมันได้ ระบบนิเวศในสวนป่าที่ออกแบบให้ตรงกับธรรมชาติจะอยู่ด้วยตัวเองได้ เหมือนที่อาจารย์จุลพรบอกไว้ไม่มีผิด 

“พอเราเข้าใจธรรมชาติ เราจะไม่เหนื่อย”

บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง
บ้านสวนป่าลำพูนของ อ.จุลพร นันทพานิช ที่ออกแบบโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ว่าจ้าง

รับฟังพอดแคสต์รายการ ‘ปลูก’ ที่เชิญ อาจารย์จุลพร นันทพานิช มาพูดคุยถึงวิธีการทำบ้านให้น่าอยู่และกลายเป็นบ้านที่ผาสุกได้ที่นี่

Writer

พิมพ์อร นทกุล

อดีตเด็กบัญชี เชื่อในบทสนทนาที่ดี และมีความสุขกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load