กลิ่นกาแฟเพิ่งคั่วเสร็จใหม่ เคล้ากลิ่นขนมปังหอมกรุ่น ลอยเตะจมูกเราทันทีที่ก้าวขาพ้นประตูรั่วสีดำสูงใหญ่

ชาย-หญิงเจ้าของกลิ่นหอมอบอวลเดินมาต้อนรับเราด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทักทายกันไม่นาน ทั้งคู่เชิญเราเข้าบ้าน

“ไม่ต้องถอดรองเท้านะครับ เข้ามาเลย” เขากล่าวก่อนเปิดประตูให้และเดินนำไปยังห้องครัว

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

ไผ่-กอไผ่ และ เอซ-นิลบล ปาณินท์ เจ้าของบ้าน เจ้าของโรงคั่วกาแฟ และเจ้าของร้าน Sunny Bear Coffee Roasters กุลีกุจอเสิร์ฟลาเต้ร้อน และ Mixed Fruit & Nuts Buns กรอบนอกนุ่มในกับ Cinnamon Rolls รสละมุนให้ชิม ก่อนเดินอ้อมไปนั่งลงฝั่งตรงข้าม และเริ่มต้นเล่าเรื่องราวในบ้านหลังงามให้ฟัง

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

กล้วยบนโต๊ะสุกงอมได้ที่พร้อมเป็นส่วนผสมเติมความหวานฉ่ำ คล้ายบทสนทนาวันนี้ที่จังหวะชีวิตไปถึงจุดสุขสุด และกลมกล่อมด้วยรสชาติประสบการณ์

บ้าน Home Made

บ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านใหม่ เป็นบ้านที่พวกเขาอยู่มากว่า 10 ปีแล้ว

ในตอนนั้น โจทย์แรกของทั้งคู่คือ ทำบ้านใหม่ให้มีพื้นที่ทำงานไปด้วยในตัว

เพราะที่ดินหน้าแคบและลึก อาคารทรงกล่องนี้จึงต้องสร้างขนานพื้นที่กว่า 100 ตารางเมตร โดยวางตัวทิศเหนือ-ใต้

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

แปลนเรียบง่าย ไม่ขาด-ไม่เกินความจำเป็นใช้งาน

ชั้นล่างมีห้องครัว พื้นที่นั่งเล่น ห้องน้ำ อดีตห้องทำงานที่กำลังจะกลายเป็นห้องอบขนม ส่วนชั้นบนมีห้องทำงานอีกห้องในตำแหน่งเดียวกัน โถงเปียโน ห้องน้ำ และห้องนอน

ฝั่งทิศตะวันออกกรุกระจกเต็มผืน เพื่อเปิดรับแสงในยามเช้าและมองเห็นร่มไม้เขียวขจีที่ปลูกไว้จนเต็มพื้นที่ อีกด้านเป็นผนังทึบ เจาะช่องเปิดเพียงเล็กน้อยช่วยลดความร้อนยามเย็น

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

เหล็ก-ไม้เก่า-อิฐมอญ-ปูน วัสดุที่ทั้งคู่คิดเห็นตรงกันว่า ใช่ที่ชอบ

“ส่วนใหญ่ชอบอะไรที่ค่อนข้างเหมือนกัน” กอไผ่เอ่ย คล้ายเดาใจออกว่าเราจะถามถึงบ้านที่ทั้งคู่อยากอยู่

“มีอยู่บ้างที่ตีกัน แต่ไม่ตลอดนะ” สามีว่าก่อนหัวเราะร่วน

“เล็กๆ น้อยๆ มาก แค่เรื่องการจัดวาง เราต่างชอบของเก่าๆ พวกเศษไม้ ประตูเก่าจากบ้านหลังเดิม ก็ถอดเก็บไว้ เอามาใช้ที่บ้านหลังนี้ แล้วก็ชอบความไม่เนี้ยบ ดิบๆ แบบเปลือยเนื้อแท้ของพื้นผิว” ภรรยาเสริม

หลังเอาแปลนที่ชอบไปปรึกษาสถาปนิกช่วยดูด้านโครงสร้าง สองอดีตอินทีเรียดีไซเนอร์ขอลงมือตกแต่งเอง ทั้งเลือกสรร จนถึงขั้นลงมือทำเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นเอง อย่างโต๊ะ ตู้ ชั้นวางของ ถ้าไม่ผ่านการถอด ประกอบ ตอก ตัดต่อด้วยตัวเอง ก็ต้องผ่านการออกแบบจากเขาก่อนส่งต่อให้ช่างทำ เรียกว่าต้องขอมีส่วนร่วมสักหน่อย เช่น ชั้นวางหนังสือตรงทางเชื่อมระหว่างครัวกับห้องนั่งเล่น ทำจากเหล็กฉากที่เอาไปให้โรงเหล็กช่วยพับให้ แล้วค่อยเอามายึดกับผนัง ให้สูงจรดเพดาน ถัดกันมีตู้เก็บของจากไม้สักเก่าที่ลงล็อกพอดีช่องระหว่างชั้นหนังสือ เมื่อโดนแดดนับสิบปี สีจึงซีดจางสวยตรงใจเป๊ะ

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

เพราะอยากให้ได้ฟีลบ้านไม้โบราณๆ พื้นไม้บนชั้นสองเป็นไม้เก่าทั้งหมด เขาตั้งใจปูร่องห่างเพื่อให้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่เดิน ส่วนฝ้าเพดานพอแกะไม้แบบออก ร่องรอยลายไม้ดันสวยถูกใจ เลยขอให้ช่างคงไว้ ไม่ต้องฉาบ

ที่ทำเองแล้วเจ้าตัวต่างก็ชอบใจอีกอย่าง คืองานไลติ้งดีไซน์ที่ซ่อนไว้หลังคานสำเร็จรูปกับช่องระหว่างผนัง ซึ่งเกิดจากการอยากได้พื้นที่เพิ่ม จึงเว้นระยะก่อสร้างผนังออกไปจากคานเล็กน้อย (เกิดจากการคำนวณโครงสร้างด้วยหลักวิศวกรรมศาสตร์มาแล้ว) เราว่าเป็นเทคนิคที่น่าสนใจและไม่ค่อยเห็นใครทำนัก แถมการที่มีเสาโผล่มาแบบไม่ชิดติดผนังเช่นนี้กลับไม่ขัดหูขัดตา และกลายเป็นอีกดีเทลที่ทำให้บ้านเท่ขึ้น

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

“จริงๆ ตั้งใจอยากให้บ้านเนี้ยบเหมือนกัน อยากได้ห้องโล่งๆ มีโต๊ะตัวเดียว ความฝันเลยนะ

“พื้นฐานเป็นคนชอบมินิมอลมาก แต่มันไม่เคยทำได้ เพราะเดี๋ยวซื้ออุปกรณ์มาเพิ่ม กระปุก กระป๋อง เศษนู่นนี่นั่น คือเป็นคนที่ชอบทำอะไรเองไง แงะกล้องออกมา ประกอบเข้าไปใหม่ มันเลยมีเศษมีอะไรเพียบ กลายเป็นอีกสไตล์หนึ่งเลย คือเป็นแบบของเยอะๆ” กอไผ่เล่าพลางนึกย้อนถึงฝันที่ไม่เป็นจริง

ไหนหนังสือเต็มชั้น ไหนจะสารพัดจานชาม แก้ว อุปกรณ์ทำงานเก่าเก็บที่พวกเขาบอกว่าใช้จริงไม่ได้สะสม ไหนจะงานศิลปะ ภาพถ่ายฝีมือกอไผ่ที่อยู่ทั่วไว้ทุกมุมบ้าน

เชื่อแล้วว่าเนี้ยบไม่ได้

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

ห้องทำงาน Heart Made

บ้านที่งานเป็นหัวใจหลักหลังนี้ ตั้งใจให้ห้องทำงานอยู่ในมุมที่มองเห็นต้นไม้อย่างแจ่มชัด

ห้องทำงานชั้นล่าง เดิมทีเป็นห้องอเนกประสงค์ที่ทั้งคู่ใช้ทำงานออกแบบเสื้อผ้า เครื่องประดับ แต่เร็วๆ นี้ จะเป็นห้องอบขนมปัง งานอย่างใหม่ที่เอซเอาจริงเอาจังขึ้นเรื่อยๆ

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

ด้านข้างมีบันไดเล็กๆ พาเชื่อมขึ้นไปสู่ห้องทำงานชั้นสองของกอไผ่ที่เต็มไปด้วยกล้อง ภาพถ่าย ภาพศิลปะ หนังสือ อุปกรณ์และเครื่องใช้ของเจ้าตัว

ด้านตะวันออก กรุกระจกผืนใหญ่ราวกับใส่กรอบให้ไทรกร่างอายุเกิน 50 ปี ที่เป็นทั้งภาพศิลปะจากธรรมชาติ และที่ภาพให้ระลึกถึงคุณแม่ผู้เป็นคนปลูก

“ไทรกร่างต้นนี้ตั้งใจเก็บไว้เลย คุณแม่ขุดมาจากศิลปากรตั้งแต่ต้นเล็ก ต้นอื่นในบ้านเขาก็เป็นคนปลูกเองหมดเลยค่ะ” เอซเกริ่น ก่อนเล่าต่อว่า ครั้งหนึ่งแม่บ้านเคยลืมปิดกระจก กลับมาอีกทีมีงูนอนขดอยู่กลางห้อง เราผวา-แต่ทั้งคู่บอกเจอบ่อยจนชิน 

“ตอนผมเด็กๆ เคยมีบ้านบนต้นไม้ด้วยนะ เป็นบ้านหลังใหญ่เลย” กอไผ่เสริมความผูกพันที่มีต่อสมาชิกวัยเก๋าของบ้าน

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

บางคนว่าการทำงานอยู่บ้านทำให้แยกชีวิตส่วนตัวกับงานไม่ออก แต่ทั้งคู่ไม่คิดแบบนั้น

“สำหรับเรา เรื่องการทำงานกับการมีชีวิตมันเป็นสิ่งเดียวกันที่แยกไม่ได้ คือเราเป็นคนชอบทำงาน ทั้งงานที่หาเงินได้หรือไม่ได้ อย่างถ่ายรูป เพนต์รูป ทำเสื้อผ้า คือชอบอะไรก็ตามที่ทำด้วยมือ อาจเพราะส่วนหนึ่ง งานมันเริ่มต้นมาจากความชอบด้วย คือเราไม่ได้ทำงานเพราะเราต้องทำ แล้วอีกอย่างพวกงานคราฟต์มันสนุกตรงที่เราได้ใช้มือเราเองทำ ก่อนหน้านี้ต่อเครื่องเสียง ต่ออะไรเองนะ เรียนรู้เองหมดเลย เรื่องวงจรไฟฟ้า เรื่องแอมป์ ตอนนั้นเรายังไม่มีลูกก็ไม่หลับไม่นอนเลย นั่งศึกษาวงจร แล้วมันก็เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราคั่วกาแฟ แล้วเผอิญคั่วกาแฟมันทำเงินได้ ก็เลยบานปลายมาเรื่อยๆ กลายเป็นความชอบที่มันเลี้ยงชีพได้” นักคั่วกาแฟว่า

“เคยไปเช่าออฟฟิศอยู่ในเมือง พอมีลูกก็รู้สึกว่าไม่ค่อยสะดวก ทั้งเวลา การเดินทาง พอมาทำที่บ้านแล้วเรารู้สึกว่ามันเหมาะ ผ่อนคลายดี ไม่ต้องเดินทางไกล ตื่นหกโมงมาคั่วกาแฟ แล้วก็ทำอะไรพร้อมกันได้ อย่างตอนทำขนมปัง บางทีอบแค่สิบเจ็ดถึงสิบแปดนาที เราก็จะนั่งรอ ถ้าบางอันอบเป็นชั่วโมงเราก็ไปอาบน้ำ แล้วตั้ง Timer ไว้ แต่ทิ้งไปเลยไม่ได้นะ ครึ่งชั่วโมงต้องคอยมาดูว่ามันเป็นไง แล้วก็ไปทำอย่างอื่นต่อ แล้วกลับมาดูใหม่ มันก็สนุกดี” นักอบขนมปังเล่าบ้าง

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

โรงคั่วกาแฟ ½

จากห้องทำงานในบ้าน ทั้งคู่ขยับขยายความชอบไปสู่การคั่วกาแฟและทำขนมปังโฮมเมด ครั้นจะทำในบ้านเหมือนเคย ขนาดพื้นที่กลับเล็กเกินความฝัน พวกเขาเลยสร้างโรงคั่วกาแฟบวกห้องอบขนมตรงข้างๆ บ้านเสียเลย 

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

ห้องสี่เหลี่ยมขนาด 20 ตารางเมตร คงกลิ่นอายเหล็ก-ไม้เก่า-อิฐมอญ-ปูน เช่นเดียวกับตัวบ้าน

ก้าวผ่านประตูไม้สีเขียวซึ่งทั้งคู่ไปเสาะหาจนเจอแบบที่คล้ายกับประตูบ้าน เหล่าเครื่องคั่ว เครื่องดูดควัน เตาอบขนม สารพัดอุปกรณ์ บรรจุอยู่ในนั้นอย่างเป็นระเบียบ ส่วนด้านบนทำดาดฟ้าเป็นสวนครัวไว้ปลูกวัตถุดิบทำขนมอีกฟังก์ชัน

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

“โรงคั่วกาแฟนี้เพิ่งสร้างมาได้สองปี จุดเริ่มต้นจริงๆ คือชอบกาแฟ แล้วด้วยพื้นฐานเป็นคนที่เวลาทำอะไรต้องทำให้มันถึงที่สุด แบบบ้าคลั่งหน่อย ถ้าจะทำก็ต้องศึกษาเอาเป็นตาย อย่างเรื่องกาแฟ ก็ซื้อหนังสือมาอ่าน ดูจากยูทูบ แชตไปคุยกับคนที่เขาเชี่ยวชาญ ขึ้นไปดูไร่กาแฟที่เชียงใหม่ คนอื่นอาจจะใช้เวลาห้าเดือน ผมใช้เวลาแค่สามอาทิตย์ เพราะไม่หลับไม่นอน” นักศึกษาวิชากาแฟหัวเราะเมื่อพูดถึงที่มาของการเลยเถิดขั้นแรก

“ตอนแรกจะซื้อเครื่องเล็กๆ แต่ไหนๆ ก็ทำแล้ว เลยซื้อเครื่องที่ทำได้จริงจัง แต่มันดันใหญ่เข้าบ้านไม่ได้ ทีนี้เลยบานปลายจนกลายเป็นโรงคั่ว” เขาเล่าต่อถึงความเลยเถิดขั้นต่อไป จนได้ไปออกงาน Thailand Coffee Fest 2019 และแจ้งเกิด Sunny Bear Coffee Roasters ในฐานะคาเฟ่ขนาดอบอุ่น ให้แวะเวียนมาเยี่ยมชิมได้ตลอด

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

ห้องอบขนมปัง ½ 

“เหมือนกันเลย จะทำอะไรต้องทำให้ได้เดี๋ยวนั้น ทั้งอ่าน ทั้งดูก่อนนอน คิดแต่ว่าเมื่อไหร่จะเช้า อยากทำแล้ว”

ขณะที่กอไผ่วุ่นอยู่กับกาแฟของเขา อีกมุมห้อง เอซก็ง่วนหาข้อมูลเรื่องการทำ Artisan Bread จากโลกออนไลน์ จากนั้นเธอทั้งลองถูก ลองผิด ซึ่งอย่างหลังน่าจะมากกว่าหน่อย

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters
เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

เมื่อซุ่มซ้อมจนอยู่มือ ก็ถึงเวลาเสิร์ฟ

ประสบการณ์ที่ให้เอซใจฟูกว่าแป้งที่เพิ่งนวด คือตอนไปออกงานบ้านและสวนแฟร์ เธอว่ายิ่งเห็นปลายแถวยาวเท่าไหร่ ยิ่งเร่งไฟในตัวให้ฮึกเหิมกว่าเก่า

หลังจบงานเธอตัดสินใจทำส่งตามออเดอร์ เมื่อเยอะลูกค้าสั่งกันเยอะขึ้น บางคนถึงกลับโทรมาขอสั่งจองล่วงหน้า ความตั้งใจเดิมที่อยากออกงานไปเรื่อยๆ ก่อน จึงแปรผกผันมาเปิดเป็นคาเฟ่จริงจัง

จากขนมปังก้อน Sourdough, Mixed Fruit Bun, Artisan Cheese, Cinnamon Rolls, Bagel, Raisin Danish ฯลฯ กว่า 10 ชนิด เธอจึงทดลองทำขนมหวานอย่างเค้ก มัฟฟิน บราวนี่ และสโคน เพิ่ม

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

“บานปลายค่ะ” เธอเอ่ยยิ้มๆ ก่อนเล่าต่อ

“ตอนแรก ตั้งใจไว้ว่าอาทิตย์หนึ่ง เปิดร้านหกวัน เราจะทำขนมปังสักสามถึงสี่วัน แล้วก็มีวันที่พักผ่อน ชิลล์ๆ แบบไม่ทำอะไรเลยวันที่ร้านปิด แต่กลายเป็นว่าตอนนี้ มันไม่ได้หยุดเลย ขนมปังก็ทำทุกวัน เพราะทำไปเท่าไหร่ก็หมด เวลาเขาตั้งใจมาที่ร้าน ไม่อยากให้เขามาแล้วต้องผิดหวังกลับไป

“มีทำซอสเพสโต้ (Pesto Sauce) ทำพวกแยมไปด้วย ทีแรกไม่ได้ทำไปขาย แต่พอลูกค้าชิม เขาชอบจนขอซื้อ เราก็อยากให้เขาได้กิน เลยต้องทำไปเยอะๆ แบบกระทะใหญ่ๆ แล้วก็เอามาแพ็กลงขวด ทำจนดึกจนดื่น อาจจะดูเหนื่อย แต่จริงๆ แล้วมันผ่อนคลายนะ เหมือนเราทำงานคราฟต์ ทำงานศิลปะ 

“อย่างใกล้เวลานอน ตั้งใจว่าจะดูอะไร อยากดูเล่นๆ มันก็ไปกดดูขนมสูตรใหม่ ยิ่งถ้ามีคนมาบอกว่าทำไมไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ก็อดใจไม่ได้ ไปกดดูอีก”

เกือบลืมเล่า เธอจริงจังขนาดเลี้ยงยีสต์เอง และเจ้ายีสต์ที่เธอฟูมฟักมีอายุกว่า 2 ปีแล้ว

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

และดูเหมือนว่า เด็กหญิงมานีวัย 12 ขวบจะสืบทอดพรสวรรค์และพรแสวงนักทำ (ขนม) เองจากพ่อและแม่ ด้วยวิธีไม่หนีกันเลย ทั้งหาสูตร ดูวิธีทำจากยูทูบ และฝึกทำเอง แถมเธอถ่ายวิธีทำลงยูทูบแชนแนลของตัวเอง ที่ทั้งตัดคลิป แต่งเพลง และมิกซ์เสียงเองด้วย

ถ้าวันไหนโชคดี อาจได้ชิม Cheese Cake หรือ Canele ฝีมือ Pastry Chef ตัวจิ๋วที่ขอฝากวางขายในร้าน

(พื้นที่ช่วยโฆษณา : 1 – 4 ตุลาคม ตามไปอุดหนุนพวกเขาได้ที่ Thailand Coffee Fest 2020 หรือ แวะไปที่คาเฟ่ Sunny Bear Coffee Roasters ระหว่างซอยพหลโยธิน 57 – 59 ทุกวันอังคาร-อาทิตย์)

Home Taste

ชินามอลโรลชิ้นสุดท้ายถูกกลืนลงท้อง พร้อมกาแฟอึกใหญ่ แม้ต่างชนิด แต่กลับซ่อนรสชาติบางอย่างไว้เหมือนกัน 

บางอย่างที่ว่านั้นคงเป็นรสชาติของตั้งใจ หลงใหล และหลงรัก

 “แล้วบ้านหลังนี้ล่ะคะ รสชาติเป็นแบบไหน” เราถามขึ้น ก่อนบทสนทนาจะจบลง

“สำหรับพี่คงเป็นแบบขนมปังขนมปัง Focaccia ที่มันดูเหมือนไม่มีอะไร ไม่มีไส้ แต่ถ้าจะทำให้เนื้อมันดีต้องมีขั้นตอนในการหมักแป้งเยอะเหมือนกัน หลังทำ Sourdough ต้องเอาออกมาแผ่ เพื่อทำร่อง ราดน้ำมันมะกอก โรยจากโรสแมรี่สด หรือถ้าชอบมะกอกก็ใส่ได้ ก่อนเอาเข้าเตาอีกรอบ พอออกมาอีกทีตอนร้อนๆ ค่อยขูดพาเมซานลงไปให้ละลาย นี่แหละ ความพิเศษที่เกิดจากดีเทล เหมือนบ้านหลังนี้ แต่ดีเทลพิเศษที่ว่าไม่ใช่ความหรูหราหรืออะไรนะคะ แต่เป็นขั้นตอนที่เราทำให้บ้านเป็นบ้าน เป็นเรื่องราวหลายๆ อย่างที่รวมกันเป็นชีวิต แต่ก็มีความพลาดนิดหนึ่งนะ ตอนออกแบบ ไม่ทันได้คิดไงว่าปีนเช็ดกระจกยาก ลืมนึกจริงๆ” อดีตอินทีเรียดีไซเนอร์ขำ ก่อนพยักพเยิดหน้าให้สามีตอบบ้าง

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

“พี่หรอ เป็นกาแฟพม่า ที่ไม่ค่อยคลีน เม็ดจะแตกๆ หักๆ แต่อร่อยมากเลย รสชาติก็ไม่เปรี้ยวนะ ไปทางนุ่ม ออกช็อกโกแลต ได้มาต้องเอามาคัดเมล็ดเอง คั่วเสร็จก็ต้องคัดอีก เพราะมันแตกบ้าง ไม่สุกบ้าง ก็เหมือนบ้านหลังนี้ ที่ไม่ได้เนี้ยบอะไรมากมาย แต่มันมีชีวิต มีอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นจากการอยู่อาศัย มีของใช้ มีกระเป๋าที่เราใช้แขวนอยู่ พื้นที่มันคอนเนกเป็นส่วนเดียวกันเรา”

“ไม่สวย ไม่เนี้ยบ แต่รสชาติถูกใจ”

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

After Test

“อายุขนาดนี้ ทำมาหลายอย่าง สอนหนังสือ ออกแบบ ทำเสื้อ ทำงานคราฟต์ น่าจะเป็นอันที่ชอบที่สุดแล้ว คิดว่าคงไม่ไปเจออะไรใหม่ ชนิดที่ว่าฉีกออกไปเลย แต่อาจเป็นการที่ทำไปแล้วเริ่มค้นพบว่า เราจะปรับตรงไหน เพราะกาแฟมันยังไปได้อีกไกลมาก อยู่กับมันมานาน กินมาก็ครึ่งชีวิต ณ ตอนนี้เราคงทำไปเรื่อยๆ หลังจากนี้พื้นที่ในบ้านมันคงต้องเปลี่ยนไปตามงานหลักของชีวิตนี่แหละ

“เผื่อว่าในอนาคตจะมีเครื่องคั่วที่ใหญ่กว่าเดิม (หัวเราะ)”

“มันยังเลยเถิดได้อีกใช่ไหม”

“ใช่ เลยเถิดได้อีกไกลแน่นอน”

เปิดบ้านทรงกล่อง สูดกลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังโฮมเมดอบใหม่ของสองเจ้าของ Sunny Bear Coffee Roasters

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

สีบลูเข้มของอาคารหลังเล็ก ประตูไม้เจาะช่องแสงกลม วงกบโค้งเหนือประตู กรอบหน้าต่างเหลี่ยม และแผ่นเหล็กฉลุมีตัวหนังสือ bluish ดึงดูดสายตา กวักมือเรียกให้เดินเข้าไปหา เมื่อผลักประตูเข้าไปด้านใน ราวกับได้สัมผัสโลกใบเล็กที่เปี่ยมไปด้วยความสุขพร้อมแบ่งปัน ในพื้นที่ที่เธอและเขาเรียกมันว่า ‘บ้าน’ บ้านที่เป็นโฮมคาเฟ่ เป็นความฝัน และเป็น Mission ในชีวิต

“สำหรับน้ำหวาน บ้านคือความฝันค่ะ”

“ผมว่าบ้านคือ Mission มากกว่า”

แม้คำตอบอาจไปคนละทาง แต่เมื่อฟังเรื่องราวที่มาของบ้าน จึงรับรู้ได้ว่าบ้านในใจของทั้งคู่ไม่ต่างกัน เพราะเป็นผลผลิตของวันเวลา การเดินทาง ประสบการณ์ การออกไปเปิดบูทงานคราฟต์ผลงานของทั้งสองคน ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือหลายประเทศในเอเชีย อย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือการได้นั่งรถไฟมองทิวทัศน์และชุมชนในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย เดินตลาดในถิ่นอื่น กินอาหารไม่คุ้นลิ้น ทั้งหมดนั้นรวมอยู่และคลี่คลายกลายเป็นอาคาร 2 หลัง วางตัวอยู่ข้าง ๆ กันในแถบแม่ริม พื้นที่ที่ได้ชื่อว่าอากาศดีที่สุดของเมืองเชียงใหม่

น้ำหวาน-พุทธิมน ตันติธนานนท์ เจ้าของผลิตภัณฑ์จากผ้าธรรมชาติและสมุดทำมือแบรนด์ linnil และ เวศ-ชเวศพล บุญศิริ ศิลปินเซรามิก เจ้าของแบรนด์ 3.2.6. Studio (และเป็นดีเจเปิดแผ่นแนวเพลง City Pop) สร้าง Bluish by linnil เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทั้งสองคน และพบว่าบ้านและโฮมคาเฟ่ของพวกเขาไม่เพียงตอบสนองในสิ่งที่อยากได้เท่านั้น แต่ยังทำให้การใช้ชีวิตลงตัวกว่าเดิม และเป็นแรงบันดาลใจให้สร้างผลงานใหม่ ๆ ตลอดเวลา

Bluish by linnil บ้านคู่รักศิลปิน เป็นสตูดิโอผ้า เซรามิก โฮมคาเฟ่ และบาร์ City Pop
Bluish by linnil บ้านคู่รักศิลปิน เป็นสตูดิโอผ้า เซรามิก โฮมคาเฟ่ และบาร์ City Pop

บ้านสีอ่อนกับโฮมคาเฟ่สีอินดิโก้ กลิ่นอาย Asian Mix

น้ำหวานเปิดเรื่องเล่าสนุกถึงการใช้ชีวิตอยู่หอและบ้านเช่าตลอดช่วงชีวิตก่อนมีบ้านของตัวเองว่า

“ตอนอยู่หอก็เช่าไว้ 2 ห้องค่ะ ห้องหนึ่งไว้นอน อีกห้องเอาไว้ทำงานเป็นสตูดิโอของตัวเอง พอมาเช่าบ้านในคอมมูนิตี้ที่เรียกว่า Penguin Ghetto ก็เช่าบ้าน 2 หลังค่ะ หลังหนึ่งเอาไว้อยู่และทำงาน อีกหลังเอาไว้เป็นหน้าร้าน และพี่เวศก็เปิดชั้นบนเป็นสตูดิโอสอนปั้นเซรามิก ไม่รู้ทำไมต้องมี 2 หลังเนอะ แต่คงเพราะตัวเองชอบสำรอง เลยเผื่อเอาไว้ อย่างซื้อของที่ชอบก็ซื้อ 2 อันนะคะ” น้ำหวานหัวเราะแล้วเล่าต่อ

“พอทำบ้านก็ตั้งใจเลยว่าต้องมี 2 หลัง หลังนี้เป็นบ้านที่อยู่อาศัย เป็นพื้นที่ส่วนตัว สงบ เงียบ และหลังนั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นร้าน เป็นที่ที่พร้อมเจอคน”

น้ำหวานเล่าว่า ตระเวนหาที่ดินและบ้านมือหนึ่งมือสองหลายต่อหลายแห่งก็ไม่ถูกใจ แต่แล้วจู่ ๆ แม่ของเธอก็เข้าไปดูอินเทอร์เน็ตแล้วเห็นประกาศขายที่ดินแห่งนี้ จึงส่งให้เธอดู

“ผมชอบพื้นที่แถวนี้ เพราะเคยผ่านบ่อย ๆ ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน เวลามาหาเพื่อนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ รู้สึกคุ้นเคย และแถวนี้เขาทำแปลงปลูกดอกไม้กัน พอตอนกลางคืนก็จะเปิดไฟให้สวนดอกไม้ เราผ่านแล้วก็ชอบ เลยตัดสินใจซื้อ”

บนที่ดิน 100 ตารางวา พี่ชายซึ่งเป็นสถาปนิกของเวศ เป็นคนวางโครงสร้างและออกแบบตามความต้องการของเจ้าของบ้านทั้งสอง โดยเลือกให้บ้านหลังใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่ เป็นบ้าน 2 ชั้น โถงโล่งแบบ Double Ceiling เปิดพื้นที่ให้ดูโปร่ง บันไดนำขึ้นไปสู่ชั้นสอง ซึ่งเป็นห้องนอนใหญ่และห้องนอนแขก กรุกระจกในหลายส่วนของบ้านเพื่อเชื้อเชิญให้แสงเข้าบ้าน และมีห้องครัวขนาดกว้าง ส่วนอาคารหลังสีน้ำเงินด้านหน้าสำหรับต้อนรับผู้มาเยือน เป็นอาคารชั้นเดียวขนาดย่อม แบ่งสัดส่วนด้านในเป็นโฮมคาเฟ่และช็อปที่วางสินค้าภายใต้แบรนด์ของทั้งคู่

“ทีแรกเราสองคนก็ดูแบบไม่ค่อยออกนะคะ เราปรับกันไปมา”

เวศเสริมน้ำหวาน “แต่เรามีสิ่งที่ต้องการคือ หนึ่ง เราชอบหน้าต่างที่มันหลบเข้ามาด้านใน (กรอบหน้าต่างไม่เสมอกับตัวผนังเหมือนอาคารทั่วไป) เพราะเราเลือกหลังคาบ้านที่ไม่ยื่นออกมามาก หน้าต่างอย่างนี้จะทำให้ฝนไม่สาดหรือซึมเข้ามา สิ่งที่เราบอก ส่วนใหญ่เป็นรายละเอียดที่เห็นมาจากการเดินทาง พอเราคิดว่าจะทำบ้าน ก็เริ่มดู เริ่มจดว่าชอบอะไรบ้าง อย่างหน้าต่างนี่เห็นมาจากบ้านเก่าที่ไต้หวัน หรือสีของบ้าน ตอนนั้นเราไปญี่ปุ่น นั่งรถไฟจากฮอกไกโดมาเกียวโต มันก็นานใช่ไหมครับ ไม่รู้จะทำอะไร เราก็ชวนกันดูสีของบ้าน สีบ้านกับหลังคาที่ดูเข้ากัน พอเจอสีที่ชอบก็จด ๆ ไว้ หรือถ้าเห็นกระเบื้องที่ชอบก็ถ่ายภาพไว้”

Bluish by linnil บ้านคู่รักศิลปิน เป็นสตูดิโอผ้า เซรามิก โฮมคาเฟ่ และบาร์ City Pop

“น้ำหวานเป็นคนชอบเรื่องดีเทลค่ะ จำได้ว่าถ้ามีบ้านจะทำอย่างนี้ คืออยากให้เตาแก๊สเปิดปิดได้จากภายในบ้าน ขณะที่ตัวถังแก๊สอยู่นอกบ้าน พอแก๊สหมด คนส่งแก๊สก็ไม่ต้องเข้าบ้าน แต่เปลี่ยนถังได้จากภายนอก

“หรืออย่างตรงนี้ (ชี้ไปที่อ่างล้างมือหน้าบ้าน) พี่ชายยังถามเลยว่าได้ใช้จริง ๆ เหรอ คือกำหนดไว้ตั้งแต่แรกว่าเปิดประตูมาขอให้มีอ่างล้างมือ เพราะติดล้างมือมาตั้งแต่ก่อนโควิดแล้ว ก็บอกเขาว่าอยากได้อ่างล้างมือตรงนี้นะ ระหว่างสร้างบ้านพี่ผู้รับเหมาก็แนะนำให้เจาะช่องผนังเพื่อวางของใกล้ ๆ อ่างล้างมือ ตรงนี้คือภูมิใจที่คิดไว้แล้วได้ทำ

“เลือกหน้าต่างที่เก็บเสียงด้วย ผนังบ้านก็เป็นผนัง 2 ชั้น เพื่อให้รู้สึกว่าเรามีพื้นที่ส่วนตัวจริง ๆ”

“ส่วนผมขอห้องครัวใหญ่ ๆ ให้มีพื้นที่ทำงานได้เยอะ ทีแรกจะทำ Island แต่กลัวว่าถ้าทำออกมาแล้วผิดพลาดจะแก้ไขไม่ได้ เลยตัดสินใจใช้เป็นโต๊ะลอยตัว ยกเปลี่ยนได้”

น้ำหวานเล่าเพิ่มว่าอีกส่วนหนึ่งที่ตั้งใจเลือกมาก คือกระเบื้อง

Bluish by linnil บ้านคู่รักศิลปิน เป็นสตูดิโอผ้า เซรามิก โฮมคาเฟ่ และบาร์ City Pop
Bluish by linnil บ้านคู่รักศิลปิน เป็นสตูดิโอผ้า เซรามิก โฮมคาเฟ่ และบาร์ City Pop

“ไปเลือกของแม่ริม เซรามิค สตูดิโอเองเลย มีทั้งงานเก่าและที่สั่งทำ ตรงส่วนหน้าบ้านที่มีหลาย ๆ สี น้ำหวานเรียงเองทีละแผ่นเลยนะคะ”

ความโดดเด่นของบ้านหลังนี้ คงไม่พ้นเรื่องสีของโฮมคาเฟ่ Bluish เวศเล่าว่าให้น้ำหวานเป็นคนกำหนดสีหลัก ๆ ทั้งหมดของอาคารทั้งสองหลัง โดยน้ำหวานเลือกให้บ้านมีสีขาวเจือฟ้า และภายในส่วนของครัวมีสีขาวเจือน้ำตาล เลือกเฉดสีไปในโทนเดียวกันเพื่อให้รู้สึกสบาย ให้ความรู้สึกถึงการพักผ่อน

“พอโครงบ้านเสร็จ ก็เริ่มขึ้นโฮมคาเฟ่ แล้วก็ทำควบคู่กันไป แล้วตอนเลือกสีจากชาร์ตสี พอเลือกบ้านให้มีสีอ่อนไปแล้ว ก็คิดว่าหลังที่เป็นร้านขอสีเข้มสุดใจเลยแล้วกัน ก็เลือกสีนี้เลย ส่วนชื่อร้านมาทีหลัง แต่ด้วยความที่น้ำหวานชอบสีฟ้าและสีน้ำเงินอยู่แล้ว ชื่อนี้เหมาะดีค่ะ”

“เราเลือกให้ชื่อนี้ ก็เพื่อให้เชื่อมกับสิ่งที่น้ำหวานทำครับ” เวศพูดพร้อมอมยิ้มนิด ๆ ตลอดการสนทนาเรื่องบ้าน ความสุขฉายอยู่บนใบหน้าที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกตามคาแรกเตอร์ของเขา ขณะที่น้ำหวานยิ้มเบิกบานเปิดเผย และเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงแจ่มใสแทรกเสียงหัวเราะสนุก เมื่อย้อนคิดในหลาย ๆ เรื่องที่ผ่านมา

“หลายคนมาเห็นแล้วบอกบ้านน่ารักมาก หรือบางคนบอกว่าบ้านดูญี่ปุ่นจังเลย อยากบอกทุกคนว่า ไม่ใช่ญี่ปุ่นหรอกค่ะ แต่มันคือการผสมผสานอะไรต่าง ๆ ที่เราชอบ ที่ได้เห็นมาระหว่างการเดินทางของเรา เป็น Asian Mix มากกว่า และที่สำคัญคือมันลงตัวกับการใช้ชีวิตของเราสองคนมาก”

Bluish by linnil บ้านคู่รักศิลปิน เป็นสตูดิโอผ้า เซรามิก โฮมคาเฟ่ และบาร์ City Pop

ออกแบบให้เข้ากับธรรมชาติของตัวเอง

“ไม่ได้กำหนดพื้นที่ทำงานในบ้านชัดเจน เพราะเราทำงานข้างนอก ย้อมผ้าเป็นหลัก ก็เลยลืมคิดไปว่า อาจต้องจัดส่วนอะไรแบบนี้ โซนโถงนี้เลยเป็นของน้ำหวานคนเดียวทั้งหมด ทีแรกตั้งใจให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ทำงานได้ นั่งเล่นได้ ปาร์ตี้หรือทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ค่ะ ตอนนี้ก็ปรับเปลี่ยนไป ยังจัดไม่ลงตัวจนถึงทุกวันนี้ ส่วนที่ทำงานของพี่เวศ ลืมคิดไปเลยค่ะ เพราะเอาดินมาปั้นในบ้านไม่ได้ใช่ไหมคะ ตอนนี้พี่เวศก็ปั้นดินตรงโต๊ะหน้าบ้านค่ะ”

“ผมไม่มีปัญหาครับ เพราะผมก็ปั้นงานชิ้นเล็ก ๆ ที่ด้านหน้าบ้าน เสร็จแล้วก็เก็บใส่กล่อง และผมมีสตูดิโออยู่อีกแห่งครับ ไม่ไกลกัน”

ด้วยความที่เจ้าของบ้านทั้งสองคนทำงานคราฟต์ พื้นที่ทำงานจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ การเลือกวางพื้นที่อาคาร การปลูกต้นไม้ การเดินไปมาระหว่างอาคาร 2 หลังที่ลงตัว ทำให้จังหวะในการใช้ชีวิตง่ายขึ้นและเป็นตัวเองอย่างที่สุด

“ผมชอบที่ได้ทำงานใกล้บ้าน กลับไปเบรกที่บ้านแล้วกลับมาทำงานที่ร้านได้ คือที่นี่ให้ความรู้สึกครบวงจรมากขึ้น ผมทำอาหารทานเอง ยิ่งตั้งแต่โควิดแล้ว ผมก็เริ่มเข้าครัว รู้สึกว่าสิ่งที่ชอบที่สุดคือตอนอยู่ในครัว เป็นการรีแลกซ์ทุกวัน”

น้ำหวานบอกว่า การทำงานแบบที่ทำอยู่ เป็นงานที่เป็นส่วนตัว ไม่ได้พบเจอคนมาก ดังนั้นเราต้องเป็นคนกำหนด วางแผน และรู้จักตัวเองให้มาก

“เราต้องเข้าใจธรรมชาติของตัวเองว่าเราทำงานเหมาะกับอะไร อย่างไร ในพื้นที่ยังไง คือแต่ละงานก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันนะคะ แต่พอเรารู้ธรรมชาติของเรา ก็จะทำสิ่งที่ชอบได้อย่างเต็มที่และต่อเนื่อง การทำงานคราฟต์ต้องพยายาม อดทน งานเราไม่มีกำหนดเวลาชัดเจน ต้องมีวินัยมาก ๆ ซึ่งก็ได้มาฝึกตอนมาอยู่บ้านหลังนี้

“ก่อนโควิด เราสองคนเดินทางบ่อยมากเพื่อไปออกบูทต่างประเทศ แทบจะเรียกได้ว่า ลงเครื่องมาแล้วจัดกระเป๋าใหม่แล้วขึ้นเครื่องไปต่อ แต่พอได้ย้ายมาอยู่บ้าน ตรงกับช่วงโควิดเริ่มระบาดพอดี เราก็ชะงักไปหมด การเดินทางหยุดหมด เราก็มาอยู่กันเงียบ ๆ ทำงาน และปรับตัวกันไปค่ะ”

“ผมทำงานเรื่อย ๆ นะครับ พยายามคิดอะไรใหม่ ๆ ทดลองทำงานใหม่ตลอด ไม่งั้นไม่สนุก”

พื้นที่บ้านที่ดูโล่งและโปร่งนั้น น้ำหวานบอกว่า ห้องเก็บของเป็นส่วนสำคัญมาก ทั้งคู่พูดตรงกันพร้อมเสียงหัวเราะว่า “อยากให้ห้องเก็บของใหญ่กว่านี้”

Bluish by linnil บ้านคู่รักศิลปิน เป็นสตูดิโอผ้า เซรามิก โฮมคาเฟ่ และบาร์ City Pop
Bluish by linnil บ้านคู่รักศิลปิน เป็นสตูดิโอผ้า เซรามิก โฮมคาเฟ่ และบาร์ City Pop

ทั้งคู่มีของสะสมที่วางให้เห็น ประดับอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของบ้าน อย่างน้ำหวานสะสมแก้ว หนังสือ ผ้าต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับงาน และจิ๊กซอว์ ซึ่งเวศแซวน้ำหวานว่าอยากได้จิ๊กซอว์มากแต่ไม่อยากต่อ

Bluish by linnil บ้านคู่รักศิลปิน เป็นสตูดิโอผ้า เซรามิก โฮมคาเฟ่ และบาร์ City Pop
Bluish by linnil บ้านคู่รักศิลปิน เป็นสตูดิโอผ้า เซรามิก โฮมคาเฟ่ และบาร์ City Pop

“ชอบซื้อแก้วมากค่ะ และเป็นเรื่องน่าประหลาดใจมากที่เด็กผู้หญิงแทบทุกคนจะเคยเห็นแม่ตัวเองสะสมแก้ว จาน ชาม แล้วก็ไม่เข้าใจ แต่พอโตมา เราก็เป็นแบบนั้นเลย”

แผ่นเสียง City Pop คือของสะสมของเวศ ต่อจากเหรียญที่เคยเป็นของสะสมสมัยเมื่อเขายังเด็ก ๆ

น้ำหวาน-พุทธิมน ตันติธนานนท์ เจ้าของผลิตภัณฑ์จากผ้าธรรมชาติและสมุดทำมือแบรนด์ linnil และ เวศ-ชเวศพล บุญศิริ ศิลปินเซรามิก เจ้าของแบรนด์ 3.2.6. Studio

โฮมคาเฟ่สีบลูในเมโลดี้สดใสของ City Pop

“City Pop เป็นแนวเพลงของญี่ปุ่นยุค 80 หลังสงครามโลก และก่อนยุคฟองสบู่แตกที่ญี่ปุ่น เมื่อก่อนเรียก New Music แล้วมาเรียกทีหลังเป็น City Pop ครับ คือเป็นแนวเพลงที่ขยับจากแนวเพลงเอ็งกะหรือลูกทุ่งญี่ปุ่นมาสู่ยุคนี้ เป็นการผสมแนวเพลงตะวันตก พวก Jazz, Soul, Funk เข้าไป แต่ยังมีเมโลดี้ที่สวยงามของความเป็นญี่ปุ่น คอร์ดให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังก้าวไปข้างหน้า มีเครื่องเป่า และมีรายละเอียดดนตรีที่ซับซ้อน ส่วนในแง่ของภาษาก็เริ่มมีการใส่ภาษาอังกฤษเข้าไปในเนื้อเพลงท่อนเปิดหรือท่อนฮุก คือสะท้อนให้เห็นว่าเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังเปิดรับวัฒนธรรมทางตะวันตกเข้าไป”

แววตาของเวศเป็นประกายขณะพูดถึงแนวเพลงที่เขารักและแผ่นเสียงที่สะสม เราขยับมานั่งในโฮมคาเฟ่สีเท่ เพื่อฟังแผ่นเสียงที่เจ้าของบ้านฝ่ายชายเปิดให้เราฟัง เขาทำหน้าที่เป็นดีเจหลังไวนิลบาร์อย่างมีความสุข และชงเครื่องดื่มประจำบาร์ให้เราดื่ม

น้ำหวาน-พุทธิมน ตันติธนานนท์ เจ้าของผลิตภัณฑ์จากผ้าธรรมชาติและสมุดทำมือแบรนด์ linnil และ เวศ-ชเวศพล บุญศิริ ศิลปินเซรามิก เจ้าของแบรนด์ 3.2.6. Studio

“พอเปิดโฮมคาเฟ่แรก ๆ เราก็ชวนเพื่อนสนิทมา เพื่อนบอกว่าน่าจะทำสิ่งที่เราสนุก ที่เราชอบด้วยนะ แล้วเขาก็รู้ว่าพี่เวศเป็นดีเจเปิดแผ่นเสียง สะสมแผ่นเสียง City Pop แล้วก็มีเครื่องเล่นอยู่แล้ว ก็ทำเป็นไวนิลบาร์ไปเลย น้ำหวานเล่าถึงช่วงตัดสินใจวางแนวทางของโฮมคาเฟ่ Bluish

“นี่ก็เป็นสิ่งที่ผมเคยเห็นจากการเดินทางเหมือนกันครับ สเกลมันน่ารักดี พอทำได้ ก็เลยเปิดโฮมคาเฟ่เป็น 2 ช่วง กลางวันเป็นเครื่องดื่มโซดาไซรัปที่ผมทำเองและเบเกอรี่ที่น้ำหวานทำ ส่วนตอนค่ำ เป็นบาร์ม็อกเทลหรือค็อกเทลซึ่งมีส่วนผสมจากไซรัปที่เราทำนี่แหละครับ และมีอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยความที่เราเปิดเพลงแนว City Pop ของญี่ปุ่น อาหารที่เสิร์ฟก็จะไปในแนวทางเดียวกัน คืออิซากายะ แต่ผสมความเป็นไทย ๆ เข้าไป เช่น เนื้อย่างซอสพอนสึกับตะไคร้”

น้ำหวาน-พุทธิมน ตันติธนานนท์ เจ้าของผลิตภัณฑ์จากผ้าธรรมชาติและสมุดทำมือแบรนด์ linnil และ เวศ-ชเวศพล บุญศิริ ศิลปินเซรามิก เจ้าของแบรนด์ 3.2.6. Studio
น้ำหวาน-พุทธิมน ตันติธนานนท์ เจ้าของผลิตภัณฑ์จากผ้าธรรมชาติและสมุดทำมือแบรนด์ linnil และ เวศ-ชเวศพล บุญศิริ ศิลปินเซรามิก เจ้าของแบรนด์ 3.2.6. Studio

เวศอธิบายรายละเอียดของโฮมคาเฟ่และบาร์ของที่นี่ไว้ว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน ด้านในเป็นร้านถาวร มีงานของ linnil และ 3.2.6. Studio และมีโซน Selected เพิ่มเข้ามา เช่น มุมเครื่องเขียน (อาจเพิ่มมุมหนังสือ) มีมุมแผ่นไวนิลแนวเพลง City Pop

ส่วนห้องด้านหน้าเป็นโซนชิลล์ สำหรับนั่งดื่มระหว่างช้อปปิ้ง หรือมาเพื่อดื่มอย่างเดียว

ด้านการบริการ พาร์ตกลางวันเป็นเครื่องดื่มสูตรของทางร้านและเบเกอรี่โฮมเมด เครื่องดื่มก็เป็นไซรัปทำเอง ใช้วัตถุดิบจากพื้นที่บวกกับไอเดีย เช่น ดาวเรืองเลม่อนฮันนี่ เป็นฮันนี่ที่ไม่ได้มาจากผึ้ง แต่มาจากดอกไม้ คนที่ไม่ดื่มน้ำผึ้งก็ดื่มได้

“มีกาแฟด้วยครับ เพราะน้ำหวานดื่มกาแฟ และมีเครื่องดื่มตามฤดูกาล อย่างฤดูฝนก็เป็นมะเกี๋ยงโซดาหรือมะไฟโซดา ผมเลยตั้งชื่อว่าโซดาไฟ”

น้ำหวาน-พุทธิมน ตันติธนานนท์ เจ้าของผลิตภัณฑ์จากผ้าธรรมชาติและสมุดทำมือแบรนด์ linnil และ เวศ-ชเวศพล บุญศิริ ศิลปินเซรามิก เจ้าของแบรนด์ 3.2.6. Studio

“ผมเป็นคนชอบทดลองตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ดื่มน้ำอัดลมก็ไม่ชอบดื่มแค่อย่างเดียว แต่ชอบสั่งหลาย ๆ อย่างมาผสมกัน คืออยากรู้ว่าจะเป็นยังไง ก็ลองทำ และบวกกับเราได้ไปเที่ยว ไปเห็นอะไรมากขึ้น คิดว่าทำอย่างนี้ได้เนอะ แล้วเราก็เอามาปรับใช้กับวัตถุดิบที่มีบ้านเรา ทำแล้วชิมดู ก็อร่อยดี”

ในโฮมคาเฟ่ Bluish by linnil เสิร์ฟทุกอย่างด้วยจานชามและถ้วยเซรามิกของ 3.2.6. Studio

“ชื่อร้านให้เขาไปแล้ว ภาชนะกับสูตรที่ทำต้องเป็นของผมนะ”

ที่สุดแล้วเรารู้ว่าบ้านคือความสบายใจ ปลอดภัย และคือเธอ

“บ้านนี้ให้แรงบันดาลใจมากนะคะ สำหรับน้ำหวานแล้ว ได้อะไรจากการมาอยู่บ้านนี้เยอะมากเลย ได้ปลูกต้นไม้ และได้ทดลองเอาใบไม้กิ่งไม้มาย้อมผ้า อย่างต้นเทียนกิ่งหน้าบ้านนี่ แม่ขับรถมาจากนครปฐมเอามาลงดินให้ เพื่อให้ลูกได้ใช้ย้อมผ้า”

“มะม่วงที่ปลูกนี่เราก็ได้เก็บลูกมากิน น้ำหวานก็ได้ใบไปใช้ย้อมผ้าครับ”

“อย่างตอนมาอยู่บ้าน ผมก็ทำเซรามิกชุดใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากบ้าน หรือมีชุดที่ได้แรงบันดาลใจมากจากธรรมชาติใกล้ ๆ ตัว อย่างรูปทรงเมล็ดพืช”

“การมีบ้านทำให้เราออกแบบชีวิตได้ง่ายขึ้น รวมถึงการหาแรงบันดาลใจ แม้กระทั่งเต่าทองที่เราเห็น มันอาจมากัดกินใบพืช แต่ก็สวยดี ลวดลายก็เอามาใช้ออกแบบได้ด้วย”

น้ำหวาน-พุทธิมน ตันติธนานนท์ เจ้าของผลิตภัณฑ์จากผ้าธรรมชาติและสมุดทำมือแบรนด์ linnil และ เวศ-ชเวศพล บุญศิริ ศิลปินเซรามิก เจ้าของแบรนด์ 3.2.6. Studio

“เราเริ่มจากการออกแบบ คิดไว้ตั้งแต่แรกว่าจะให้สองสิ่งนี้ควบคู่กัน ดังนั้นพอเราได้มาอยู่ เราก็ได้บ้านและที่ทำงานอย่างที่เราคิด และอย่างในโฮมคาเฟ่ เราก็ได้ปลูกผักสวนครัว เก็บมาใช้ในเครื่องดื่ม หรือทดลองทำอะไรที่อยากทำ”

บ้านในนิยามของเขาและเธอคืออะไร

“บ้านสำหรับน้ำหวานคือ ความรู้สึกอุ่นใจ สบายใจ ไม่จำเพาะเจาะจงว่าเป็นเพียงเเต่สถานที่ อาจเป็นภาวะของความรู้สึก ได้พูดคุยกับคนที่เราไว้วางใจได้ การทำงานที่ราบรื่น สถานการณ์ที่ลงตัว”

“สำหรับผมความหมายของบ้านคือ พื้นที่ปลอดภัย ที่พักกายใจ ที่ทำงาน ที่สร้างแรงบันดาลใจ ที่ชาร์จแบตของชีวิต”

“บ้านเป็นความฝัน พอเรามีบ้านที่เป็นความฝันแล้ว เราก็ฝันต่อไปอีก ตอนนี้ความฝันคือได้ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็ดีมากแล้ว และความสุขของน้ำหวานในช่วงนี้คือการได้ทำงาน การทำงานทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า”

แล้วความสุขของเวศล่ะ

“ผมมีความสุขทุกวันง่าย ๆ อยู่แล้ว เข้าครัวก็รีแลกซ์แล้ว ความทุกข์ของผมคือการเห็นเขาไม่มีความสุข นั่นก็อาจจะทำให้เราไม่มีพลังเหมือนกัน แต่เราไม่แสดงออก ไม่อย่างนั้นจะพากันดาวน์ ดังนั้น เราก็ควรเป็นหลักให้เขา จนเขามีความสุข จากนั้นคือเราได้ใช้ชีวิตกันต่อไป แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว”

น้ำหวาน-พุทธิมน ตันติธนานนท์ เจ้าของผลิตภัณฑ์จากผ้าธรรมชาติและสมุดทำมือแบรนด์ linnil และ เวศ-ชเวศพล บุญศิริ ศิลปินเซรามิก เจ้าของแบรนด์ 3.2.6. Studio

Writer

สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

จบเกษตร แล้วต่อด้านสิ่งแวดล้อม แต่เติบโตด้านการงานด้วยการเขียนหนังสือมาตลอด ชอบพูดคุยกับผู้คน ชอบต้นไม้ ชอบสวน ชอบอ่าน ชอบงานศิลปะและชอบหนังสือภาพ ทุกวันนี้จึงพาตัวเองคลุกคลีอยู่กับสิ่งที่ชอบที่ชอบ ด้วยการเขียนหนังสือ ทำงานศิลปะ เดินทาง และเปิดร้านหนังสือ(ภาพ)ออนไลน์ Of Books and Bar

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load