29 มิถุนายน 2563
9 K

ชีวิตประจำวันของใครหลายคนในทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากที่สุด ถึงช่วงนี้จะเว้นวรรคไปบ้างเพราะต้องทำงานจากบ้าน แต่อีกไม่นานเราก็คงกลับไปทำงานตามเดิมแล้ว 

และเพราะเราใช้เวลาในแต่ละวันอยู่ที่ทำงานเยอะที่สุด เราจึงมักเจอปัญหาการใช้งานสำนักงานอยู่เสมอ บ้างก็เวลาเปิด-ปิดแอร์ทั้งตึก ทำให้ต้องอยู่ทำงานดึกแบบอึดอัด บ้างก็ต้องกินข้าวแต่ร้านเดิมๆ ในโครงการ บ้างก็ไม่มีพื้นที่สีเขียวส่วนกลางให้หย่อนใจ บ้างก็ขาดพื้นที่ออกกำลังกาย ไปจนถึงพื้นที่ออฟฟิศไม่ตอบโจทย์การใช้งานบางอย่าง แตกต่างจากออฟฟิศทั่วไป

ถ้าลองมองอาคารสำนักงานแทบทุกอาคารดู จะพบว่าหลายสิบปีที่ผ่านมารูปแบบอาคารสำนักงานให้เช่าทั้งหลายแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบ คือเป็นตึกสูงระฟ้า ตั้งอยู่ใจกลางเมือง แวดล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร รอบๆ อาคารที่ก็ชื่อเดิมๆ เหมือนกันไปหมด บ้างมีซูเปอร์มาร์เก็ตให้ได้ซื้ออาหารสดกลับบ้าน บ้างก็มีฟิตเนสให้ได้ออกกำลังกาย ซึ่งมันคงจะดีถ้ามีสำนักงานที่แตกต่าง และมีทางเลือกอื่นให้ชีวิตการทำงานของเราๆ กันบ้าง

ไม่นานมานี้ผมได้ยินข่าวเรื่องโครงการก่อสร้างสำนักงานที่ใช้แนวคิดใหม่ๆ ในการออกแบบ ซึ่งแตกต่างไปจากสำนักงานให้เช่าแบบเดิม ทั้งการมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ยักษ์ พร้อมทะเลสาบขนาดไม่น้อยหน้าอยู่ในพื้นที่ ซึ่งพัฒนาให้เป็นทางเดิน ทางวิ่ง และทางจักรยาน ระยะทาง 2 กิโลเมตรกว่าๆ 

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า
Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า

มีอาคารสำนักงานเตี้ยๆ ที่เชื่อมต่อถึงกันหมด พร้อมต้นไม้แสนร่มรื่น มีทางเดินที่เน้นให้คนได้เดินหรือปั่นจักรยานแทนการขับรถภายในโครงการ พร้อมกับชมดอกไม้ได้ทุกฤดูกาล มีการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรอย่างไฟฟ้าและน้ำภายในโครงการ รวมไปถึงเป็นโครงการที่จะช่วยพัฒนาชีวิตของคนในชุมชนลาซาลด้วย ไม่ใช่เพียงเพื่อคนเช่าโครงการเพียงอย่างเดียว 

ผมฟังแล้วก็ตาลุกวาว อิจฉาคุณภาพชีวิตของคนทำงานที่นี่มาก เพราะถือว่าเป็นโครงการที่มีวิธีคิดน่าสนใจ ในฐานะที่เป็นอาคารสำนักงานในโลกยุคที่พื้นที่สีเขียวช่างเป็นเรื่องหรูหราและมีราคาที่ต้องจ่าย โครงการแห่งนี้ชื่อ Summer Lasalle นอกจากเป็นสำนักงานให้เช่าแล้ว ที่นี่ยังมีคอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ ที่ชื่อ Sunny และ Easy (ซึ่งเลื่อนการเปิดไปเป็นช่วงสิ้นปีจากสถานการณ์โรคระบาด) นอกจากนี้ ยังมีแผนจะสร้างโรงแรมและศูนย์ประชุมขนาดย่อมๆ ภายในโครงการเดียวกันนี้อีกด้วย

ผมสนใจและคาใจเกี่ยวกับวิธีคิดและการออกแบบของโครงการนี้ ซึ่งถ้าอยากจะให้หายคาใจ ก็คงไม่มีใครช่วยได้ดีไปกว่าผู้บริหารโครงการ ผมจึงอยู่กับ คุณมนต์-ปิติภัทร บุรี กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทภิรัชบุรี ผู้ดูแลโครงการ Summer Lasalle ที่ก่อนหน้าก็เคยรีโนเวตอาคารสำนักงานในชื่อ BHIRAJ TOWER at Sathon และนี่คือเรื่องราวของอาคารสำนักงานให้เช่าที่น่าอยู่น่าทำงานแห่งนี้ครับ

ออฟฟิศที่ทำให้รู้สึกเหมือน 18 อีกครั้ง

คุณมนต์เล่าให้เราฟังถึงที่มาของคอนเซปต์สำนักงานแบบใหม่ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือน 18 อีกครั้งว่า ส่วนหนึ่งเกิดจาก Pain Point ของผู้เช่าอาคารสำนักงาน ที่ทำอะไรกับตึกที่เช่าให้ตรงกับความต้องการที่แตกต่างจากการใช้งานปกติ และอีกส่วนหนึ่งคือการที่ตัวบริษัทภิรัชนั้นยังไม่เคยมีตึกสำนักงานที่ตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจใหม่ๆ ทั้งขนาดเล็กและกลาง ทั้งเรื่องราคาและความยืดหยุ่นในการใช้งาน จึงเกิดเป็นไอเดียทำสำนักงานให้เช่าในแนวคิด Office Campus ซึ่งเป็นการออกแบบสำนักงานที่แตกต่างจากสำนักงานแบบเดิมๆ ที่ภิรัชเคยทำมาทั้งหมด

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า

“ตัวคอนเซปต์ออฟฟิศแคมปัสนั้น ถ้าเล่าอย่างง่ายมันคืออาคารสำนักงานที่คล้ายตึกในมหาวิทยาลัย มีตึกเตี้ยๆ หลายๆ ตึกแทนที่จะเป็นตึกสูงตึกเดียว กระจายไปอยู่ในพื้นที่โดยมีพื้นที่สีเขียวล้อมรอบ ภายในอาคารเป็นแปลนแบบเปิดโล่ง เพื่อทำให้เกิดความยืดหยุ่นของการใช้พื้นที่ และแยกส่วนของพื้นที่จอดรถออกไปรวมกันอยู่อีกที่หนึ่ง ด้วยรูปแบบของตึกออฟฟิศที่มีในท้องตลาดตอนนี้ไม่ค่อยมีตัวเลือกเท่าไหร่ มีแต่แบบเดิมๆ ผมก็อยากให้บรรยากาศสำนักงานออกมาเป็นสำนักงานที่ดูสนุกหน่อย แบบที่พนักงานจะใส่ขาสั้นมาทำงานก็ไม่รู้สึกเขินหรืออาย มาทำงานเหมือนกับทุกวันเป็นวันศุกร์อะไรแบบนั้น ให้ที่มารู้สึกมีพลังงานในการทำงาน 

“คนทำงานในยุคนี้ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานและใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนเดิม ถ้าเราทำออฟฟิศที่มีชั่วโมงเปิดปิด คนก็ต้องมาทำงาน มาใช้ชีวิต ในเวลาที่ไม่อยากทำ บางบริษัทอาจจะทำสิบสองชั่วโมง แค่สี่วันต่ออาทิตย์ หรือบริษัทอาจจะทำงานกันแค่วันละหกชั่วโมง แต่ทำงานกันหกวัน เข้างานตอนบ่ายไปเสร็จตอนค่ำ แล้วเราอยากให้มีความเป็นชุมชนมีอยู่ในโครงการ ให้คนในโครงการใช้การเดินหรือขี่จักรยานสัญจรไปมาในพื้นที่แทนการขับรถ

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า

“พื้นที่ทั้งหมดจะมีหกแคมปัส มีอาคารทั้งหมดรวมยี่สิบเก้าอาคาร โดยเราจะค่อยๆ ทยอยสร้างอาคารไปทีละหลังเพื่อแก้ Pain Point ของทางผู้ใช้งาน เพราะตึกออฟฟิศทั่วไปผู้เช่าแทบจะดัดแปลงอะไรกับตัวอาคารไม่ได้เลย ที่นี่เลยเป็นออฟฟิศที่เปิดโอกาสให้ผู้เช่าปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรืออินทีเรียด้านในโครงการให้ตอบโจทย์ความต้องการได้ โดยที่ด้านนอกของอาคารยังเหมือนเดิม เช่น อยากนำรถตัวอย่างมาจอดในอาคาร ซึ่งตึกออฟฟิศทั่วไปไม่ได้คำนวณการรับน้ำหนักขนาดนี้มาให้ แต่เราก็ทำให้ได้ หรือระบบไฟ ระบบแอร์ ที่ต้องการไม่เหมือนคนอื่น 

“ทั้งหมดนี้ผู้เช่าปรับแต่งได้เองหมดเลย และเราก็เข้าใจว่าถ้าตึกเหมือนกันหมดคนก็จะเบื่อ ตัวอาคารสำนักงานที่เรามีให้เลือกนี้เลยมีรูปแบบที่แตกต่างกันให้เลือกถึงหกแบบ เพื่อที่ดูภายนอกแล้วกลมกลืน แต่แอบมีเอกลักษณ์เล็กๆ ซ่อนอยู่ในอาคารแต่ละแบบ โดยแต่ละอาคารในแคมปัสก็วางรูปแบบโดยคิดถึงพื้นที่การใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อยตารางเมตร” คุณมนต์เล่าถึงรูปแบบการทำงานที่เหมือนได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กมหา’ลัยอีกครั้ง

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า

พื้นที่สีเขียว

พื้นที่สีเขียวที่คุณมนต์ว่ามา ในทีแรกผมคิดว่าก็คงจะเป็นสวนเล็กๆ ที่มีอยู่ริมอาคาร แต่สิ่งที่เห็นในโครงการนี้คือทะเลสาบขนาดใหญ่ยักษ์กลางโครงการ ถนนที่อยู่รอบทะเลสาบมีความยาว 1 กิโลเมตรต่อด้าน ซึ่งพัฒนาเป็นทั้งทางเดิน วิ่ง และขี่จักรยาน และเปิดให้ใช้สำหรับทุกคน ทั้งคนที่มาเช่าและคนที่อยู่อาศัยในละแวกนี้ รวมไปถึงทางเดินเชื่อมของแต่ละอาคารที่มีหลังคาอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีต้นไม้หลายต้นมาขนาบข้างรวมอยู่ด้วย ทำให้บรรยากาศมันร่มรื่นซะจนถ้าเลิกงานแล้วไม่มีใครมาเดินรับลมก็ดูเหมือนจะใจร้ายกับสถานที่เกินไปหน่อย 

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า
Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า

“พื้นที่สี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ของโครงการนี้เป็นพื้นที่สีเขียว ด้วยพื้นที่ทั้งหมดของเราค่อนข้างเยอะคือหกสิบเอ็ดไร่ ก็เลยถือโอกาสเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในโครงการและชุมชนละแวกนี้ไปทีเดียวเลย คือเราทำรีเสิร์ชมาว่าในละแวกบางนาและสมุทรปราการแทบไม่มีสวนสาธารณะของรัฐ เราก็เลยอยากให้พื้นที่สีเขียวขนาดยี่สิบห้าไร่นี้เป็นเหมือนพื้นที่สาธารณะของคนในชุมชนและคนในโครงการไปพร้อมกัน 

“ผมมองว่านี่เป็นการสร้างจุดขายและสร้างความแตกต่างนะ ถ้าอยู่นอกเมืองแบบนี้แล้วสถาพความเป็นอยู่หนาแน่น ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการอยู่อาศัยในเมือง ไม่จำเป็นต้องมาอยู่แถวนี้ก็ได้ และผมมองในฐานะเจ้าของกิจการ ถ้าสร้างออฟฟิศของตัวเองแบบที่ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางเลย พนักงานก็เบื่อ ครั้นจะสร้างพื้นที่ส่วนกลางเยอะๆ ก็แพงและไม่คุ้มค่าขนาดนั้น โครงการออฟฟิศของเราเลยมีจุดขายขึ้นมาในเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางที่กว้างขวางและแบ่งปันกันได้ เพราะทุกคนไม่ได้ใช้พื้นที่นี้พร้อมกัน แล้วผมก็คิดว่าด้วยพื้นที่สีเขียวที่ล้อมรอบโครงการ น่าจะช่วยเอื้อให้เกิดการพบเจอและรู้จักกับคนใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น” คุณมนต์ตอบถึงที่มาความกล้าในการทำพื้นที่สีเขียวครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมด

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า
Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล , ออฟฟิศให้เช่า

สำนักงานที่ทำให้ทุกคนเชื่อมต่อถึงกัน

นอกจากรูปแบบของอาคารและพื้นที่สีเขียวแล้ว ออฟฟิศแห่งนี้ยังให้ความสำคัญเรื่องการทำให้ทุกคนนั้นเชื่อมต่อถึงกันอีกด้วย

คุณมนต์อธิบายถึงตึกสำนักงานให้เช่าที่ส่วนมากจะมีข้อจำกัดด้านกฎหมายในเรื่องของจัดสรรพื้นที่จอดรถ ทำให้ตึกสำนักงานส่วนมากมีร้านค้าอยู่ที่ชั้นหนึ่งและสอง และมีที่จอดรถอยู่ด้านบนยาวไปแล้วค่อยเป็นตัวสำนักงาน ซึ่งรูปแบบการใช้พื้นที่แบบนี้ทำให้คนที่อยู่ในตึกเหล่านี้ไม่มีการเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ ในตึกเดียวกันเลย 

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล

“การเชื่อมต่อกันทางสังคมเลยเป็นแนวคิดหลักที่ทำให้เราอยากพัฒนาแนวคิด Office Campus นี้ให้มีระบบนิเวศทุกอย่างครบถ้วนอยู่ในโครงการ และแต่ละอันอยู่ห่างกันในระยะเดิน เพื่อที่คนจะได้เดินไปมาหากันได้ เพื่อเป็นโอกาสที่จะได้รู้จักกับคนอื่นๆ ในโครงการ โดยไม่ถูกพื้นที่แต่ละชั้นแบ่งออกจากกัน และในด้านความรู้สึก เวลาผู้เช่าที่เช่าพื้นที่เล็กๆในตึกใหญ่ๆ จะทำให้ผู้เช่ารายนั้นรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่สำคัญในโครงการ แต่ด้วยรูปแบบสำนักงานแบบตึกเตี้ยๆ ที่เชื่อมต่อกันแบบนี้ จะทำให้ผู้เช่าทุกคนไม่ว่าพื้นที่จะเล็กหรือใหญ่มีความรู้สึกของการเป็นเจ้าของตึกรวมอยู่ด้วย

“ในแต่ละแคมปัสจะมีพื้นที่จัดงานหรือสังสรรค์ เป็นเหมือนการสร้างเน็ตเวิร์กกันในแต่ละแคมปัสเอง ในฐานะคนทำธุรกิจ ผมเชื่อว่า เรื่องออฟฟิศให้เช่า เราต้องโตไปด้วยกันกับลูกค้า มันต้องมีความสัมพันธ์ รู้จักกัน ลูกค้าของโครงการเองก็ต้องมีพาร์ตเนอร์หรือเพื่อนในละแวกนั้นที่พึ่งพาอาศัยกันได้ ซึ่งรูปแบบการจัดการให้เกิด Social Connection ผมก็หยิบเอามาใช้ในการบริหารทุกตึกของทางภิรัชทั้งหมดแล้ว แต่ที่นี่น่าจะเป็นที่ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับโมเดลนี้ คือเหมือนให้ที่นี่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมระหว่างหลายๆ บริษัทในโครงการ และให้สิทธิพิเศษแก่กันด้วย” คุณมนต์เล่าถึงฝันในการได้เห็นคนในโครงการได้พบปะและเชื่อมต่อกัน

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล
Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล

โครงการที่ยั่งยืนและหวังจะเป็นที่รักของเพื่อนบ้าน

ด้วยความยาวของโครงการที่ยาวกว่า 1 กิโลเมตร เชื่อมต่อถนนสองฝั่งคือแบริ่งและลาซาล และพื้นที่ที่ติดกับโครงการส่วนมากคือบ้านพักอาศัยแทบทั้งหมด นั่นแปลว่ามีเพื่อนบ้านอยู่ติดกับทางโครงการกว่า 2 กิโลเมตร โครงการ Summer Lasalle เองก็คิดถึงข้อนั้น ทั้งการวางผังอาคารและภูมิทัศน์ที่จะตอบรับและอำนวยความสะดวกให้ทั้งคนที่มาเช่และคนในชุมชนได้ประโยชน์ไปกับโครงการ รวมถึงใช้ทั้งการออกแบบ จนถึงพัฒนาระบบและเทคโนโลยีในการก่อสร้างที่ลดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน อย่างการเจาะเสาเข็มด้วยระบบไฮดรอลิก ซึ่งลดแรงกระแทกและฝุ่นไปได้เยอะ รวมถึงการใช้วิธีหล่อชิ้นส่วนพื้นผนังจากที่อื่นและมาประกอบกันหน้างาน ทำให้อาคารแต่ละหลังใช้เวลาในการก่อสร้างจนแล้วเสร็จเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล

“ผมมองว่าโครงการนี้เป็นโครงการแบบ Inclusive หรือเปิดให้ทุกคนในชุมชนเข้ามาใช้งานพื้นที่ได้หมดเลย อย่างโครงการนี้มีพื้นที่สีเขียวเยอะมาก ผมก็ยินดีให้คนในชุมชนมาใช้ชีวิตพักผ่อนกับต้นไม้และทะเลสาบภายใน ฟุตปาทขนาดใหญ่ที่น่าเดินมากกว่าด้านนอก หรือมาใช้ที่นี่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางได้ด้วย ห้างฯ อื่นอาจจะมีรถรับส่งเพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า แต่ผมมองว่าการทำแบบนั้นเป็นการทำลายธุรกิจของคนในชุมชน เลยคิดว่าถ้าเราทำงานร่วมกับรถสองแถว รถกะป๊อ ให้มาแวะรับที่โครงการเราแทน โดยคนที่มาก็มีพื้นที่สีเขียวใช้พักผ่อนหรือนั่งรอได้

“การสัญจรในโครงการนี้ผมเน้นให้เกิดการเดินเท้าหรือปั่นจักรยานไปไหนมาไหนแทนการใช้รถยนต์ อาคารจอดรถจะตั้งอยู่แค่ตามรอบนอกของโครงการเท่านั้น เพื่อคนที่อยู่ในโครงการ ทั้งคนเช่าหรือคนในชุมชน จะไม่ต้องเจอรถติดหรือดมควันรถ ซึ่งผมทำรีเสิร์ชเกี่ยวกับเรื่องนี้มาด้วย ตัวเลขระยะที่คนกรุงเทพฯ จะเดินได้อยู่ที่สองร้อยเมตร เราเลยวางให้ระยะทางจากอาคารจอดรถไปส่วนอื่นๆ อยู่ภายในสองร้อยเมตรทั้งหมด” คุณมนต์อธิบายรูปแบบการเปิดพื้นที่ให้กับคนในชุมชน

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล

นอกจากนี้แล้ว ทางโครงการยังคิดถึงเรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียนและการรีไซเคิลน้ำภายในโครงการอีกด้วย ทั้งติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไว้ที่ดาดฟ้าของทุกอาคาร ซึ่งเป็นระบบที่เหมาะสมต่ออาคารสำนักงาน เพราะช่วงเวลาที่ใช้ไฟฟ้าก็เป็นช่วงกลางวันที่มีแดดอยู่แล้ว พลังงานที่ผลิตได้ก็เอามาใช้ในระบบได้เลยโดยไม่ต้องไปเสียเงินและพลังงานในการจัดเก็บอีก หรือเรื่องของน้ำทิ้งที่ทางโครงการคาดหวังไม่ให้มีน้ำเสียออกจากโครงการเลย จึงบำบัดน้ำทิ้งและนำกลับมาใช้ใหม่ในส่วนพื้นที่สีเขียว

วิธีการใช้ต้นไม้ของโครงการนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะหลายๆ โครงการมักเลือกต้นไม้หรูหราจากต่างแดนซึ่งดูแลยาก แต่ที่นี่กลับใช้ต้นไม้ท้องถิ่นทั้งหมดเพื่อสร้างร่มเงาและการแบ่งโซนพื้นที่ ทั้งดูแลง่ายและประหยัดทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นต้นราชพฤกษ์ (เหลือง) ต้นกัลปพฤกษ์ (ขาว-ชมพู) ชมพูพันธุ์ทิพย์ (ชมพู) หางนกยูงฝรั่ง (แดง-ส้ม) ชัยพฤกษ์ (ชมพู) และแคนา (เขียว) ซึ่งการหยิบพันธุ์พืชเหล่านี้มา ก็เพราะตั้งใจให้ในทุกๆ ฤดูกาลมีดอกไม้ออกให้ชื่นชมกันตลอด

หลังจากที่ฟังรูปแบบการคิด วางแผน และพัฒนา ของทั้งโครงการแล้ว ทำให้ผมตั้งคำถามถามคุณมนต์ถึงจุดประสงค์ในการลงทุนสร้างสิ่งต่างๆ ให้กับชุมชน ที่แท้จริงแล้วไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้

“จริงๆ ผมคิดว่ามันคือการจัดการพื้นที่แบบ Master Planning นะ คือในช่วงที่ผมทำรีเสิร์ชก่อนจะทำโครงการนี้ ผมเดินทางไปหลายประเทศมากๆ และหยิบคอนเซปต์จากหลากหลายประเทศมารวมกัน อย่างการจัดการให้เป็นชุมชนที่มีครบหมดทุกอย่าง เราก็หยิบมาจากแถวสแกนดิเนเวีย หรือการทำสถาปัตยกรรมที่สวยงามและใช้งานได้สำหรับทุกคนก็มาจากโคเปนเฮเกน 

“ในมุมมองของผม การพัฒนาพื้นที่ในปัจจุบันจำเป็นต้องคิดเรื่องการพัฒนาร่วมไปกับชุมชนให้โตไปด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนไปต่อกันได้ เราอยากเห็นโครงการนี้เป็นชุมชนที่พัฒนาอย่างยั่งยืนจริงๆ ส่วนตัวผมไม่เชื่อในการพัฒนาใจกลางเมืองให้กลายเป็นมหานครอะไรแบบนั้น แต่มันควรเป็นการกระจายความเจริญออกมายังจุดอื่นๆ รอบๆ กรุงเทพฯ มากกว่า” คุณมนต์ทิ้งท้ายถึงอนาคตที่อยากมองเห็นต่อไปของพื้นที่แห่งนี้

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

อยู่เมืองไทย ใครเลยจะไม่เคยเห็นครุฑ

สัตว์ใหญ่ในตำนาน อมนุษย์ครึ่งคนครึ่งนก พาหนะของพระนารายณ์ผู้ทรงเป็นหนึ่งในสามมหาเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู สัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์

คติความเชื่อที่ไล่เรียงมาข้างต้น ล้วนเป็นคำตอบว่าทำไมครุฑจึงมีความศักดิ์สิทธิ์และสำคัญยิ่งในสังคมไทย แม้ว่าเราทุกคนจะไม่เคยเห็นครุฑองค์เป็น ๆ แต่ศิลปะรูปครุฑกลับปรากฏอยู่ทั่วทุกแห่งหน ทั้งในจิตรกรรมฝาผนัง วัตถุมงคล ผืนธง ตราแผ่นดิน ไปจนกระทั่งประติมากรรมหน้าห้างร้านหรือธนาคารต่าง ๆ ที่เด็กทุกคนน่าจะเคยถูกผู้ใหญ่ชี้ชวนให้ดูกันทั้งนั้น

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

แต่จะมีสถานที่ใดในไทย (และในโลก) ที่มีครุฑให้เห็นมากเท่าที่นี่ไหม

ทดคำถามนี้ไว้ในใจ แล้วให้ตัวอักษรพาทุกท่านเยี่ยมยลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปพร้อม ๆ กัน

ครุฑหน้าธนาคาร

หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า ตราครุฑที่ติดอยู่หน้าธนาคารเรียกว่า ‘ตราตั้งห้าง’ หรือ ‘ตราตั้ง’ เป็นรูปครุฑพ่าห์หรือครุฑซึ่งเป็นพาหนะ ตราครุฑพ่าห์ (พระครุฑพ่าห์) ถูกใช้ในส่วนราชการมาช้านาน ก่อนจะมีการออกแบบตราครุฑพ่าห์สำหรับใช้เป็นตราตั้งห้างของภาคเอกชนให้มีลักษณะต่างกันเล็กน้อย ธุรกิจเอกชนสามารถขอตราตั้งห้างประดับอาคารที่ทำการได้ ด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากสำนักพระราชวัง ซึ่งมีเงื่อนไขว่ากิจการนั้นจะต้องปลอดหนี้สิน ทำธุรกิจด้วยความสุจริต และทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เป็นต้น

ธนาคารเอกชนมากมายได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ติดตั้งตราครุฑ หลายแห่งยังดำเนินกิจการอยู่ ขณะที่บางแห่งก็สิ้นชื่อไปจากสารบบนานแล้ว ตัวอย่างเช่น ‘ธนาคารนครหลวงไทย’ ซึ่งควบรวมกิจการกับธนาคารธนชาตไปเมื่อ พ.ศ. 2554

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เนื่องจากนครหลวงไทยเป็นธนาคารเก่าแก่ ก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 8 ประกอบธุรกิจการเงินนานกว่า 70 ปี ในวันที่ยุบรวมกับธนชาต ย่อมเป็นธรรมดาที่ธนาคารนี้จะได้รับพระราชทานครุฑ แต่เมื่อกิจการถูกโอนสู่มือเจ้าของใหม่อย่างธนาคารธนชาต องค์ครุฑที่เคยกางปีกเป็นสง่าอยู่หน้าสาขาธนาคารนครหลวงไทยทั่วประเทศจำต้องถอดลงตามกฎหมาย แต่แทนที่จะเก็บครุฑทั้งหมดไว้ให้เปล่าดาย ผู้บริหารธนาคารกลับเล็งเห็นคุณค่าของตราครุฑพระราชทานเหล่านี้

จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑ’ ที่รวบรวมองค์ครุฑจากธนาคารนครหลวงไทยสาขาต่าง ๆ มาจัดแสดงไว้ที่บางปู

ในระยะแรก พิพิธภัณฑ์ครุฑสงวนไว้ให้เข้าชมได้เฉพาะผู้ติดต่อเข้ามาเป็นกรณีพิเศษ เช่น คณะนักเรียนที่เข้ามาทัศนศึกษา กระทั่งธนาคารธนชาตได้ควบรวมกิจการกับธนาคารทหารไทยใน พ.ศ. 2564 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ที่นี่จึงเปิดสู่สาธารณชนเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนของทีทีบี ที่เราได้วางแนวทางการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเยาวชน ชุมชน และการจุดประกายความเป็นไทย ซึ่งองค์ครุฑอยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความดีงาม ซึ่งไม่ว่าโลกจะทันสมัยไปอีกสักแค่ไหน แต่ 3 สิ่งนี้ยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่เราควรรักษา”

คุณกาญจนา โรจวทัญญู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาดและประสบการณ์ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวกับพวกเราชาว The Cloud ไว้

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความเฉพาะตัว ด้วยเรื่องราวของพญาครุฑ การอนุรักษ์และจัดแสดงครุฑพระราชทานกว่า 150 องค์ รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่จะส่งผ่านถึงคนรุ่นหลังให้ตระหนักถึงคุณค่าขององค์ครุฑ ในรูปแบบการจัดแสดงที่ทันสมัยทั้งแอนิเมชันและมัลติมีเดียที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับทุกคนในครอบครัว ซึ่งการเปิดให้ชมสำหรับบุคคลทั่วไปครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี จึงนับเป็นโอกาสดีที่พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่คนไทยทุกคนจะได้ร่วมภาคภูมิใจ”

ครุฑองค์ใหญ่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

สิ่งแรกที่ทุกคนจะได้เห็นเมื่อมุ่งหน้ามาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ก็คือประติมากรรมรูปครุฑองค์ใหญ่สูงกว่า 4 เมตร สยายปีกต้อนรับผู้มาเยือนอยู่เหนือป้ายชื่อพิพิธภัณฑ์ สีสันที่ลอกเลือนตามกาลเวลาบอกให้รู้ว่าครุฑองค์ใหญ่นี้มีอายุไม่ต่ำกว่าครึ่งศตวรรษ

ครุฑองค์นี้ได้รับการอัญเชิญมาจากหน้าสำนักงานใหญ่ของอดีตธนาคารนครหลวงไทยบนถนนเพชรบุรี ไม่นานหลังเกิดการรวมกิจการเมื่อ พ.ศ. 2554 พร้อมกับเสียงร่ำลือมากมายเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของพญาครุฑองค์นี้ จึงเกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่จะเชื้อเชิญให้ทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนได้จุดธูปสักการะครุฑองค์ใหญ่ก่อนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ 

ตึกทรงครุฑ

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้อยู่ในอาคารหลังเดียวกับศูนย์ฝึกอบรมธนาคารธนชาต บางปู

ตอนที่ถอดครุฑลงจากธนาคารนครหลวงไทยแต่ละสาขา องค์ครุฑพระราชทานเหล่านั้นก็ได้รับการอัญเชิญมาไว้ศูนย์ฝึกอบรม ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญมากที่อาคารนี้มีปีกยื่นออกไปสองข้าง แผนผังคล้ายกับพญาครุฑในอิริยาบถกางปีกอันคุ้นตา หากมองมาจากมุมสูง

สถานที่นี้จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้ประดิษฐานองค์ครุฑซึ่งอัญเชิญมาจากทั่วสารทิศ โดยพื้นที่ที่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์คืออาคารกลางและปีกขวาบางส่วน

ภายในพิพิธภัณฑ์มี 2 ชั้น แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 ส่วน มีเจ้าหน้าที่พาชมและคอยให้ความรู้เป็นรอบ ๆ เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกชีวิตก้าวสู่โลกของพญาครุฑไปพร้อม ๆ กัน

โถงต้อนรับ

ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติสองบานตั้งขนาบกลางป้ายประกาศสรรพคุณของที่นี่ว่า ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งแรกและแห่งเดียวในอาเซียน’ เพราะแม้ว่าเรื่องเล่าความเชื่อเกี่ยวกับพญาปักษีจะมีอยู่ทั่วอุษาคเนย์ แต่ก็ไม่มีพิพิธภัณฑ์ใดในภูมิภาคนี้ที่มีครุฑเป็นธีมหลัก นอกจากที่นี่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เมื่อเราย่างเท้าผ่านประตูบานนี้ไป สายตาก็จะเผชิญกับผนังทรงโค้งวาดลวดลายธรรมชาติของป่าหิมพานต์ ความเจ๋งของฝาผนังนี้อยู่ที่ QR Code ซึ่งสแกนเพื่อใช้ฟิลเตอร์ใหม่ในอินสตาแกรมสตอรี่ได้ หากนำกล้องมือถือไปส่องกับผนัง ก็จะพบภาพกราฟิก AR (Augmented Reality) เล่าขานศึกสายเลือดระหว่างครุฑกับนาคโดยมีป่าหิมพานต์เป็นพื้นหลัง

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ
พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

ส่วนจัดแสดงนี้ยังมีห้องฉายภาพยนตร์สั้นที่จะพาผู้ชมไปรู้จักประวัติพิพิธภัณฑ์ และเรื่องราวเบื้องต้นของพญาครุฑ เริ่มตั้งแต่จุดกำเนิด ข้อแตกต่างระหว่างครุฑในศาสนาฮินดูกับพุทธ ธรรมชาติของครุฑ ฯลฯ เพื่อปูทางความรู้เรื่องครุฑก่อนไปชมส่วนจัดแสดงต่อไป

ครุฑพิมาน

เสร็จจากการเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงชั้นล่าง เจ้าหน้าที่ก็จะพาเราทุกคนขึ้นไปชั้นบนโดยผ่านบันไดที่ตกแต่งด้วยก้อนหินและสุมทุมพุุ่มไม้หนาทึบประหนึ่งผืนป่าใจกลางตึก

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะชั้นบนของพิพิธภัณฑ์เป็นภาพจำลองของป่าหิมพานต์ตามคติความเชื่อของชาวไทยในอดีต ซึ่งภาพจำลองนั้นยิ่งดูแจ่มชัดขึ้นเมื่อเราไปถึงส่วนจัดแสดงที่สองอันมีชื่อว่า ‘ครุฑพิมาน’

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

โถงใหญ่กลางชั้นสองคือห้องเรียนจักรวาลไตรภูมิ และดินแดนในเทพนิยายอย่างป่าหิมพานต์ ป่าเชิงเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่อยู่ของสิงสาราสัตว์นานาชนิด

ช่องว่างกลางโถงถูกดัดแปลงเป็นสระอโนดาต สระน้ำหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตที่ไม่มีวันแห้งเหือดตราบเท่าที่กลียุคยังไม่มา มุมสระทั้ง 4 ทิศมีทางน้ำไหลระบายออกจากปากสัตว์มงคล 4 ชนิด ประกอบด้วยราชสีห์ ช้าง ม้า และโค รอบพื้นที่จัดแสดงเดียรดาษไปด้วยต้นไม้ สัตว์หิมพานต์ ฤๅษี คนธรรพ์ วิทยาธร รวมถึงต้นไม้ประหลาดอย่าง ‘นารีผล’ หรือ ‘มักกะลีผล’ ที่ออกผลเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่น มีหน้าตาสะสวยราวนางอัปสร ดึงดูดให้เหล่าเทวดาเพศชายพากันหมายปองและแย่งชิงกันเด็ดไปเชยชม

นครนาคราช

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

เมื่อพูดถึง ‘ครุฑ’ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงการพูดถึง ‘นาค’ ซึ่งเป็นพี่น้องต่างมารดาและศัตรูตัวฉกาจของเจ้าแห่งนก

ส่วนจัดแสดงที่ 3 มีชื่อว่า ‘นครนาคราช’ ซึ่งมาในธีมโลกบาดาล ฉากพรรณไม้ในป่าหิมพานต์เมื่อห้องที่แล้วถูกแทนที่ด้วยสีน้ำเงินของเกลียวคลื่นและผืนสมุทร เมื่อมาถึงห้องนี้ ผู้เข้าชมจะได้รู้จักความเชื่อเรื่องโลกบาดาลในพุทธศาสนา บทบาทของพญานาคผู้ยิ่งใหญ่ในฐานะสัตว์พาหนะของพระนารายณ์ขณะบรรทมอยู่เหนือเกษียรสมุทร ปิดท้ายด้วยตำนานความบาดหมางระหว่างพญานาคกับพญาครุฑที่เป็นพี่น้องต่างมารดาของกัน แต่กลับต้องบาดหมางกันเพราะนางวินตา มารดาพญาครุฑตกเป็นทาสของนางกัทรุ มารดาแห่งนาค 1,000 ตน นานถึง 500 ปี พญาครุฑจึงใช้สติปัญญาของตนชิงเอาน้ำอมฤตไปไถ่ความเป็นทาสแก่ผู้ให้กำเนิดได้สำเร็จ เป็นเหตุให้นาคกับครุฑกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันสืบมา

อมตะเจ้าเวหา

ส่วนจัดแสดงที่ 4 มีลักษณะเป็นห้องทรงกลมโอบล้อมด้วยประติมากรรมครุฑพ่าห์ 

เมื่อสาวเท้าเข้าสู่ห้องนี้ รอบตัวเราจะมืดสนิท ก่อนที่แสงแรกจะฉายฉานขึ้นบนหน้าจอทรงโค้ง เพื่อสดุดีคุณธรรมอันสูงส่งขององค์ครุฑ อันได้แก่ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความกตัญญูกตเวทิตา

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

แอนิเมชันลายเส้นสวยในห้องนี้บรรยายเหตุการณ์ตอนที่พญานาคตั้งข้อแลกเปลี่ยนกับพญาครุฑให้ไปชิงน้ำอมฤตมาเพื่อปลดปล่อยนางวินตาสู่ความเป็นไทอีกครั้ง แม้ว่าพระนารายณ์จะเสด็จขึ้นมาจากการบรรทมหลับกลางทะเลน้ำนมเพื่อหยุดยั้งการชิงน้ำอมฤตของพญาครุฑ แต่พญาครุฑก็ยังดึงดันจะช่วยมารดาให้ได้ทั้งที่ต้องเสี่ยงถึงชีวิต ทั้งสองฝ่ายจึงประจัญบานกัน ผลลงเอยที่ไม่มีฝ่ายใดแพ้หรือชนะ พระนารายณ์จึงทรงแลกเปลี่ยนกับครุฑ ด้วยการขอใช้ครุฑเป็นพาหนะยามที่พระองค์เสด็จไปไหนต่อไหน และทรงยินยอมให้ครุฑอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าพระองค์ พร้อมประทานความเป็นอมตะให้ เป็นที่มาของชื่อห้อง ‘อมตะเจ้าเวหา’

ล้นเกล้าจอมราชัน

แอนิเมชันอันน่าตื่นเต้นจบลงพร้อมกับความรู้ที่เพิ่มพูนขึ้น ผู้เข้าชมอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ได้เข้าใจกันแล้วว่าเหตุใดพญาครุฑถึงมีความผูกพันกับพระนารายณ์อย่างแนบแน่น แต่ขณะเดียวกัน หลายคนก็อาจเกิดความฉงนใจก้อนใหม่ขึ้นมาแทนว่า ครุฑเกี่ยวข้องอย่างไรกับชาติไทย สัญลักษณ์รูปครุฑจึงโผล่มาอยู่ในเอกสารราชการให้เราเห็นได้แทบทุกวัน

‘ล้นเกล้าจอมราชัน’ ส่วนจัดแสดงที่ 5 ให้คำตอบเรื่องนี้ได้ดีเยี่ยม ด้วยสื่อผสมผสานทั้งวิดีโอและป้ายให้ข้อมูล ทำให้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้รู้ว่าศิลปกรรมรูปครุฑนั้นพบในดินแดนไทยมาตั้งแต่ยุคทวารวดีแล้ว ก่อนจะทวีความสำคัญขึ้นในสมัยอยุธยา เมื่อตรา ‘ครุฑพ่าห์’ เริ่มได้รับการใช้เป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยงกับพระมหากษัตริย์ เหตุเพราะคติเทวราชที่ไทยรับมาจากเขมรมีความเชื่อว่า พระมหากษัตริย์เป็นอวตารของพระนารายณ์ ผู้ทรงครุฑเป็นพาหนะ

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

สื่อจัดแสดงในห้องนี้เล่าย้อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงยุคปัจจุบัน อธิบายสาเหตุที่ธงตราครุฑบนพื้นเหลืองอันมีชื่อเรียกว่า ‘ธงมหาราช’ ต้องถูกเชิญขึ้นเหนือเสาพระราชวังเมื่อพระมหากษัตริย์ไทยประทับอยู่ การออกแบบตราครุฑพ่าห์โดยฝีพระหัตถ์เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ หรือมูลเหตุที่ตราครุฑพ่าห์กลายเป็นตราแผ่นดินไทยสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 

นอกจากนี้ ด้วยความที่พิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดทำการครั้งแรกใน พ.ศ. 2554 อันเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ พื้นที่หนึ่งในส่วนจัดแสดงนี้จึงถูกใช้บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรัชสมัย เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดินที่ครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

ห้องจัดแสดงครุฑ

ห้องที่เป็นทั้งไฮไลต์และจุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์ครุฑ ถือเป็นส่วนจัดแสดงสุดท้ายที่เราจะได้ชมกัน

ห้องโถงใหญ่ที่ผนังด้านหนึ่งเจาะหน้าต่างยาวตลอดแนว คือสถานที่ประดิษฐานครุฑตราตั้งห้างพระราชทานทั้ง 150 องค์ ซึ่งรับรองได้ว่าไม่มีที่ใดรวบรวมงานศิลปะเฉพาะตราครุฑไว้มากเท่าที่นี่มาก่อน

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

องค์ครุฑที่เห็นอยู่นี้ส่วนใหญ่เป็นงานไม้ ย้ายมาจากธนาคารนครหลวงไทยกว่า 100 สาขา ต่างได้รับการดูแลรักษาให้คงอยู่ในสภาพเดิมวันที่อัญเชิญมาจากแหล่งเก่า โดยที่ไม่มีการซ่อมแซมแก้ไขเลยแม้แต่จุดเดียว เพื่อให้เห็นความเก่าแก่และสภาพจริงของครุฑองค์นั้นนั้น

การจะอัญเชิญองค์ครุฑมาจัดแสดงรวมกันที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเอาเสียเลย เพราะว่าครุฑเป็นของสูง เจ้าหน้าที่ผู้รับบทวิทยากรนำชมได้เล่าให้เราฟังว่า ก่อนจะเชิญแต่ละองค์ลงจากอาคารที่ติดตั้งไว้ ต้องมีการปิดตาครุฑเสียก่อน เพื่อไม่ให้สัตว์กึ่งเทพที่ปกติอยู่บนที่สูงเช่นครุฑมองในที่ต่ำ เมื่ออัญเชิญมาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑแล้วจึงต้องทำพิธีเบิกเนตรเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกครั้งหนึ่ง

ทอดสายตาดูครุฑที่ประดับอยู่บนผนังและบนแท่นกลางห้อง แม้มองเพียงผ่าน ๆ ตาก็จะดูรู้ว่าครุฑแต่ละองค์มี ‘ครุฑลักษณะ’ แตกต่างกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพราะครุฑที่เห็นอยู่เป็นผลงานของนายช่างคนละคนกัน ต่างคนก็ต่างฝีมือ ต่างแนวคิด ต่างค่านิยมในการสร้าง ยังผลให้ครุฑเกือบทุกองค์ดูผิดแผกจากกันด้วยสรีระ ใบหน้า เครื่องทรง ไปจนถึงสีสันผ้านุ่งที่สวมใส่

อ้อ มาถึงห้องนี้แล้วอย่าลืมมองหาครุฑองค์แรกของธนาคารนครหลวงไทย กับครุฑจากสาขาเยาวราชด้วยนะ แล้วตอบตัวเองให้ได้ด้วยล่ะว่าครุฑสององค์นี้มีความพิเศษอย่างไรบ้าง

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต กำลังจะเปิดให้ชมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2565 โดยจะเปิดให้ชมเฉพาะวันศุกร์และเสาร์วันละ 3 รอบ ได้แก่ เวลา 10.00 น., 13.00 น. และ 15.00 น. มีผู้นำชมทุกรอบ และไม่มีค่าใช้จ่าย

เรื่องการเดินทาง ถึงแม้พิพิธภัณฑ์จะอยู่ไกลจากถนนใหญ่สักหน่อย แต่อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะทางธนาคารได้จัดรถตู้คอยจอดรอรับ-ส่ง จากพิพิธภัณฑ์เคหะ วันละ 3 รอบ ตามเวลาเข้าชม

ส่วนใครที่อยากเข้าชม แต่ไปไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ก็ไม่ต้องเสียใจอีกเช่นกัน เพราะพิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดให้ชมทางออนไลน์ที่ Garuda Virtual Tour 

นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่จะเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับพวกเราคนไทยว่า ครุฑนั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากกว่าจะเป็นแค่ตราสัญลักษณ์ที่เห็นบ่อยจนชินชา

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต

ที่ตั้ง : นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-เสาร์ เวลา 10.00 น., 13.00 น., 15.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8882 3900

เว็บไซต์ : /www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum/

หมายเหตุ

ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ครุฑจะได้รับของที่ระลึกเป็นแผ่นผ้าองค์ครุฑ พร้อมข้อความแสดงถึงคุณธรรมสำคัญที่องค์ครุฑทั้งสามข้อ เฉพาะผู้เข้าชม 500 ท่านแรกเท่านั้น

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load