29 มิถุนายน 2563
9 K

ชีวิตประจำวันของใครหลายคนในทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากที่สุด ถึงช่วงนี้จะเว้นวรรคไปบ้างเพราะต้องทำงานจากบ้าน แต่อีกไม่นานเราก็คงกลับไปทำงานตามเดิมแล้ว 

และเพราะเราใช้เวลาในแต่ละวันอยู่ที่ทำงานเยอะที่สุด เราจึงมักเจอปัญหาการใช้งานสำนักงานอยู่เสมอ บ้างก็เวลาเปิด-ปิดแอร์ทั้งตึก ทำให้ต้องอยู่ทำงานดึกแบบอึดอัด บ้างก็ต้องกินข้าวแต่ร้านเดิมๆ ในโครงการ บ้างก็ไม่มีพื้นที่สีเขียวส่วนกลางให้หย่อนใจ บ้างก็ขาดพื้นที่ออกกำลังกาย ไปจนถึงพื้นที่ออฟฟิศไม่ตอบโจทย์การใช้งานบางอย่าง แตกต่างจากออฟฟิศทั่วไป

ถ้าลองมองอาคารสำนักงานแทบทุกอาคารดู จะพบว่าหลายสิบปีที่ผ่านมารูปแบบอาคารสำนักงานให้เช่าทั้งหลายแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบ คือเป็นตึกสูงระฟ้า ตั้งอยู่ใจกลางเมือง แวดล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร รอบๆ อาคารที่ก็ชื่อเดิมๆ เหมือนกันไปหมด บ้างมีซูเปอร์มาร์เก็ตให้ได้ซื้ออาหารสดกลับบ้าน บ้างก็มีฟิตเนสให้ได้ออกกำลังกาย ซึ่งมันคงจะดีถ้ามีสำนักงานที่แตกต่าง และมีทางเลือกอื่นให้ชีวิตการทำงานของเราๆ กันบ้าง

ไม่นานมานี้ผมได้ยินข่าวเรื่องโครงการก่อสร้างสำนักงานที่ใช้แนวคิดใหม่ๆ ในการออกแบบ ซึ่งแตกต่างไปจากสำนักงานให้เช่าแบบเดิม ทั้งการมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ยักษ์ พร้อมทะเลสาบขนาดไม่น้อยหน้าอยู่ในพื้นที่ ซึ่งพัฒนาให้เป็นทางเดิน ทางวิ่ง และทางจักรยาน ระยะทาง 2 กิโลเมตรกว่าๆ 

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า
Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า

มีอาคารสำนักงานเตี้ยๆ ที่เชื่อมต่อถึงกันหมด พร้อมต้นไม้แสนร่มรื่น มีทางเดินที่เน้นให้คนได้เดินหรือปั่นจักรยานแทนการขับรถภายในโครงการ พร้อมกับชมดอกไม้ได้ทุกฤดูกาล มีการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรอย่างไฟฟ้าและน้ำภายในโครงการ รวมไปถึงเป็นโครงการที่จะช่วยพัฒนาชีวิตของคนในชุมชนลาซาลด้วย ไม่ใช่เพียงเพื่อคนเช่าโครงการเพียงอย่างเดียว 

ผมฟังแล้วก็ตาลุกวาว อิจฉาคุณภาพชีวิตของคนทำงานที่นี่มาก เพราะถือว่าเป็นโครงการที่มีวิธีคิดน่าสนใจ ในฐานะที่เป็นอาคารสำนักงานในโลกยุคที่พื้นที่สีเขียวช่างเป็นเรื่องหรูหราและมีราคาที่ต้องจ่าย โครงการแห่งนี้ชื่อ Summer Lasalle นอกจากเป็นสำนักงานให้เช่าแล้ว ที่นี่ยังมีคอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ ที่ชื่อ Sunny และ Easy (ซึ่งเลื่อนการเปิดไปเป็นช่วงสิ้นปีจากสถานการณ์โรคระบาด) นอกจากนี้ ยังมีแผนจะสร้างโรงแรมและศูนย์ประชุมขนาดย่อมๆ ภายในโครงการเดียวกันนี้อีกด้วย

ผมสนใจและคาใจเกี่ยวกับวิธีคิดและการออกแบบของโครงการนี้ ซึ่งถ้าอยากจะให้หายคาใจ ก็คงไม่มีใครช่วยได้ดีไปกว่าผู้บริหารโครงการ ผมจึงอยู่กับ คุณมนต์-ปิติภัทร บุรี กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทภิรัชบุรี ผู้ดูแลโครงการ Summer Lasalle ที่ก่อนหน้าก็เคยรีโนเวตอาคารสำนักงานในชื่อ BHIRAJ TOWER at Sathon และนี่คือเรื่องราวของอาคารสำนักงานให้เช่าที่น่าอยู่น่าทำงานแห่งนี้ครับ

ออฟฟิศที่ทำให้รู้สึกเหมือน 18 อีกครั้ง

คุณมนต์เล่าให้เราฟังถึงที่มาของคอนเซปต์สำนักงานแบบใหม่ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือน 18 อีกครั้งว่า ส่วนหนึ่งเกิดจาก Pain Point ของผู้เช่าอาคารสำนักงาน ที่ทำอะไรกับตึกที่เช่าให้ตรงกับความต้องการที่แตกต่างจากการใช้งานปกติ และอีกส่วนหนึ่งคือการที่ตัวบริษัทภิรัชนั้นยังไม่เคยมีตึกสำนักงานที่ตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจใหม่ๆ ทั้งขนาดเล็กและกลาง ทั้งเรื่องราคาและความยืดหยุ่นในการใช้งาน จึงเกิดเป็นไอเดียทำสำนักงานให้เช่าในแนวคิด Office Campus ซึ่งเป็นการออกแบบสำนักงานที่แตกต่างจากสำนักงานแบบเดิมๆ ที่ภิรัชเคยทำมาทั้งหมด

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า

“ตัวคอนเซปต์ออฟฟิศแคมปัสนั้น ถ้าเล่าอย่างง่ายมันคืออาคารสำนักงานที่คล้ายตึกในมหาวิทยาลัย มีตึกเตี้ยๆ หลายๆ ตึกแทนที่จะเป็นตึกสูงตึกเดียว กระจายไปอยู่ในพื้นที่โดยมีพื้นที่สีเขียวล้อมรอบ ภายในอาคารเป็นแปลนแบบเปิดโล่ง เพื่อทำให้เกิดความยืดหยุ่นของการใช้พื้นที่ และแยกส่วนของพื้นที่จอดรถออกไปรวมกันอยู่อีกที่หนึ่ง ด้วยรูปแบบของตึกออฟฟิศที่มีในท้องตลาดตอนนี้ไม่ค่อยมีตัวเลือกเท่าไหร่ มีแต่แบบเดิมๆ ผมก็อยากให้บรรยากาศสำนักงานออกมาเป็นสำนักงานที่ดูสนุกหน่อย แบบที่พนักงานจะใส่ขาสั้นมาทำงานก็ไม่รู้สึกเขินหรืออาย มาทำงานเหมือนกับทุกวันเป็นวันศุกร์อะไรแบบนั้น ให้ที่มารู้สึกมีพลังงานในการทำงาน 

“คนทำงานในยุคนี้ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานและใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนเดิม ถ้าเราทำออฟฟิศที่มีชั่วโมงเปิดปิด คนก็ต้องมาทำงาน มาใช้ชีวิต ในเวลาที่ไม่อยากทำ บางบริษัทอาจจะทำสิบสองชั่วโมง แค่สี่วันต่ออาทิตย์ หรือบริษัทอาจจะทำงานกันแค่วันละหกชั่วโมง แต่ทำงานกันหกวัน เข้างานตอนบ่ายไปเสร็จตอนค่ำ แล้วเราอยากให้มีความเป็นชุมชนมีอยู่ในโครงการ ให้คนในโครงการใช้การเดินหรือขี่จักรยานสัญจรไปมาในพื้นที่แทนการขับรถ

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า

“พื้นที่ทั้งหมดจะมีหกแคมปัส มีอาคารทั้งหมดรวมยี่สิบเก้าอาคาร โดยเราจะค่อยๆ ทยอยสร้างอาคารไปทีละหลังเพื่อแก้ Pain Point ของทางผู้ใช้งาน เพราะตึกออฟฟิศทั่วไปผู้เช่าแทบจะดัดแปลงอะไรกับตัวอาคารไม่ได้เลย ที่นี่เลยเป็นออฟฟิศที่เปิดโอกาสให้ผู้เช่าปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรืออินทีเรียด้านในโครงการให้ตอบโจทย์ความต้องการได้ โดยที่ด้านนอกของอาคารยังเหมือนเดิม เช่น อยากนำรถตัวอย่างมาจอดในอาคาร ซึ่งตึกออฟฟิศทั่วไปไม่ได้คำนวณการรับน้ำหนักขนาดนี้มาให้ แต่เราก็ทำให้ได้ หรือระบบไฟ ระบบแอร์ ที่ต้องการไม่เหมือนคนอื่น 

“ทั้งหมดนี้ผู้เช่าปรับแต่งได้เองหมดเลย และเราก็เข้าใจว่าถ้าตึกเหมือนกันหมดคนก็จะเบื่อ ตัวอาคารสำนักงานที่เรามีให้เลือกนี้เลยมีรูปแบบที่แตกต่างกันให้เลือกถึงหกแบบ เพื่อที่ดูภายนอกแล้วกลมกลืน แต่แอบมีเอกลักษณ์เล็กๆ ซ่อนอยู่ในอาคารแต่ละแบบ โดยแต่ละอาคารในแคมปัสก็วางรูปแบบโดยคิดถึงพื้นที่การใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อยตารางเมตร” คุณมนต์เล่าถึงรูปแบบการทำงานที่เหมือนได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กมหา’ลัยอีกครั้ง

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า

พื้นที่สีเขียว

พื้นที่สีเขียวที่คุณมนต์ว่ามา ในทีแรกผมคิดว่าก็คงจะเป็นสวนเล็กๆ ที่มีอยู่ริมอาคาร แต่สิ่งที่เห็นในโครงการนี้คือทะเลสาบขนาดใหญ่ยักษ์กลางโครงการ ถนนที่อยู่รอบทะเลสาบมีความยาว 1 กิโลเมตรต่อด้าน ซึ่งพัฒนาเป็นทั้งทางเดิน วิ่ง และขี่จักรยาน และเปิดให้ใช้สำหรับทุกคน ทั้งคนที่มาเช่าและคนที่อยู่อาศัยในละแวกนี้ รวมไปถึงทางเดินเชื่อมของแต่ละอาคารที่มีหลังคาอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีต้นไม้หลายต้นมาขนาบข้างรวมอยู่ด้วย ทำให้บรรยากาศมันร่มรื่นซะจนถ้าเลิกงานแล้วไม่มีใครมาเดินรับลมก็ดูเหมือนจะใจร้ายกับสถานที่เกินไปหน่อย 

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า
Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า

“พื้นที่สี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ของโครงการนี้เป็นพื้นที่สีเขียว ด้วยพื้นที่ทั้งหมดของเราค่อนข้างเยอะคือหกสิบเอ็ดไร่ ก็เลยถือโอกาสเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในโครงการและชุมชนละแวกนี้ไปทีเดียวเลย คือเราทำรีเสิร์ชมาว่าในละแวกบางนาและสมุทรปราการแทบไม่มีสวนสาธารณะของรัฐ เราก็เลยอยากให้พื้นที่สีเขียวขนาดยี่สิบห้าไร่นี้เป็นเหมือนพื้นที่สาธารณะของคนในชุมชนและคนในโครงการไปพร้อมกัน 

“ผมมองว่านี่เป็นการสร้างจุดขายและสร้างความแตกต่างนะ ถ้าอยู่นอกเมืองแบบนี้แล้วสถาพความเป็นอยู่หนาแน่น ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการอยู่อาศัยในเมือง ไม่จำเป็นต้องมาอยู่แถวนี้ก็ได้ และผมมองในฐานะเจ้าของกิจการ ถ้าสร้างออฟฟิศของตัวเองแบบที่ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางเลย พนักงานก็เบื่อ ครั้นจะสร้างพื้นที่ส่วนกลางเยอะๆ ก็แพงและไม่คุ้มค่าขนาดนั้น โครงการออฟฟิศของเราเลยมีจุดขายขึ้นมาในเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางที่กว้างขวางและแบ่งปันกันได้ เพราะทุกคนไม่ได้ใช้พื้นที่นี้พร้อมกัน แล้วผมก็คิดว่าด้วยพื้นที่สีเขียวที่ล้อมรอบโครงการ น่าจะช่วยเอื้อให้เกิดการพบเจอและรู้จักกับคนใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น” คุณมนต์ตอบถึงที่มาความกล้าในการทำพื้นที่สีเขียวครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมด

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล, ออฟฟิศให้เช่า
Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล , ออฟฟิศให้เช่า

สำนักงานที่ทำให้ทุกคนเชื่อมต่อถึงกัน

นอกจากรูปแบบของอาคารและพื้นที่สีเขียวแล้ว ออฟฟิศแห่งนี้ยังให้ความสำคัญเรื่องการทำให้ทุกคนนั้นเชื่อมต่อถึงกันอีกด้วย

คุณมนต์อธิบายถึงตึกสำนักงานให้เช่าที่ส่วนมากจะมีข้อจำกัดด้านกฎหมายในเรื่องของจัดสรรพื้นที่จอดรถ ทำให้ตึกสำนักงานส่วนมากมีร้านค้าอยู่ที่ชั้นหนึ่งและสอง และมีที่จอดรถอยู่ด้านบนยาวไปแล้วค่อยเป็นตัวสำนักงาน ซึ่งรูปแบบการใช้พื้นที่แบบนี้ทำให้คนที่อยู่ในตึกเหล่านี้ไม่มีการเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ ในตึกเดียวกันเลย 

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล

“การเชื่อมต่อกันทางสังคมเลยเป็นแนวคิดหลักที่ทำให้เราอยากพัฒนาแนวคิด Office Campus นี้ให้มีระบบนิเวศทุกอย่างครบถ้วนอยู่ในโครงการ และแต่ละอันอยู่ห่างกันในระยะเดิน เพื่อที่คนจะได้เดินไปมาหากันได้ เพื่อเป็นโอกาสที่จะได้รู้จักกับคนอื่นๆ ในโครงการ โดยไม่ถูกพื้นที่แต่ละชั้นแบ่งออกจากกัน และในด้านความรู้สึก เวลาผู้เช่าที่เช่าพื้นที่เล็กๆในตึกใหญ่ๆ จะทำให้ผู้เช่ารายนั้นรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่สำคัญในโครงการ แต่ด้วยรูปแบบสำนักงานแบบตึกเตี้ยๆ ที่เชื่อมต่อกันแบบนี้ จะทำให้ผู้เช่าทุกคนไม่ว่าพื้นที่จะเล็กหรือใหญ่มีความรู้สึกของการเป็นเจ้าของตึกรวมอยู่ด้วย

“ในแต่ละแคมปัสจะมีพื้นที่จัดงานหรือสังสรรค์ เป็นเหมือนการสร้างเน็ตเวิร์กกันในแต่ละแคมปัสเอง ในฐานะคนทำธุรกิจ ผมเชื่อว่า เรื่องออฟฟิศให้เช่า เราต้องโตไปด้วยกันกับลูกค้า มันต้องมีความสัมพันธ์ รู้จักกัน ลูกค้าของโครงการเองก็ต้องมีพาร์ตเนอร์หรือเพื่อนในละแวกนั้นที่พึ่งพาอาศัยกันได้ ซึ่งรูปแบบการจัดการให้เกิด Social Connection ผมก็หยิบเอามาใช้ในการบริหารทุกตึกของทางภิรัชทั้งหมดแล้ว แต่ที่นี่น่าจะเป็นที่ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับโมเดลนี้ คือเหมือนให้ที่นี่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมระหว่างหลายๆ บริษัทในโครงการ และให้สิทธิพิเศษแก่กันด้วย” คุณมนต์เล่าถึงฝันในการได้เห็นคนในโครงการได้พบปะและเชื่อมต่อกัน

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล
Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล

โครงการที่ยั่งยืนและหวังจะเป็นที่รักของเพื่อนบ้าน

ด้วยความยาวของโครงการที่ยาวกว่า 1 กิโลเมตร เชื่อมต่อถนนสองฝั่งคือแบริ่งและลาซาล และพื้นที่ที่ติดกับโครงการส่วนมากคือบ้านพักอาศัยแทบทั้งหมด นั่นแปลว่ามีเพื่อนบ้านอยู่ติดกับทางโครงการกว่า 2 กิโลเมตร โครงการ Summer Lasalle เองก็คิดถึงข้อนั้น ทั้งการวางผังอาคารและภูมิทัศน์ที่จะตอบรับและอำนวยความสะดวกให้ทั้งคนที่มาเช่และคนในชุมชนได้ประโยชน์ไปกับโครงการ รวมถึงใช้ทั้งการออกแบบ จนถึงพัฒนาระบบและเทคโนโลยีในการก่อสร้างที่ลดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน อย่างการเจาะเสาเข็มด้วยระบบไฮดรอลิก ซึ่งลดแรงกระแทกและฝุ่นไปได้เยอะ รวมถึงการใช้วิธีหล่อชิ้นส่วนพื้นผนังจากที่อื่นและมาประกอบกันหน้างาน ทำให้อาคารแต่ละหลังใช้เวลาในการก่อสร้างจนแล้วเสร็จเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล

“ผมมองว่าโครงการนี้เป็นโครงการแบบ Inclusive หรือเปิดให้ทุกคนในชุมชนเข้ามาใช้งานพื้นที่ได้หมดเลย อย่างโครงการนี้มีพื้นที่สีเขียวเยอะมาก ผมก็ยินดีให้คนในชุมชนมาใช้ชีวิตพักผ่อนกับต้นไม้และทะเลสาบภายใน ฟุตปาทขนาดใหญ่ที่น่าเดินมากกว่าด้านนอก หรือมาใช้ที่นี่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางได้ด้วย ห้างฯ อื่นอาจจะมีรถรับส่งเพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า แต่ผมมองว่าการทำแบบนั้นเป็นการทำลายธุรกิจของคนในชุมชน เลยคิดว่าถ้าเราทำงานร่วมกับรถสองแถว รถกะป๊อ ให้มาแวะรับที่โครงการเราแทน โดยคนที่มาก็มีพื้นที่สีเขียวใช้พักผ่อนหรือนั่งรอได้

“การสัญจรในโครงการนี้ผมเน้นให้เกิดการเดินเท้าหรือปั่นจักรยานไปไหนมาไหนแทนการใช้รถยนต์ อาคารจอดรถจะตั้งอยู่แค่ตามรอบนอกของโครงการเท่านั้น เพื่อคนที่อยู่ในโครงการ ทั้งคนเช่าหรือคนในชุมชน จะไม่ต้องเจอรถติดหรือดมควันรถ ซึ่งผมทำรีเสิร์ชเกี่ยวกับเรื่องนี้มาด้วย ตัวเลขระยะที่คนกรุงเทพฯ จะเดินได้อยู่ที่สองร้อยเมตร เราเลยวางให้ระยะทางจากอาคารจอดรถไปส่วนอื่นๆ อยู่ภายในสองร้อยเมตรทั้งหมด” คุณมนต์อธิบายรูปแบบการเปิดพื้นที่ให้กับคนในชุมชน

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล

นอกจากนี้แล้ว ทางโครงการยังคิดถึงเรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียนและการรีไซเคิลน้ำภายในโครงการอีกด้วย ทั้งติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไว้ที่ดาดฟ้าของทุกอาคาร ซึ่งเป็นระบบที่เหมาะสมต่ออาคารสำนักงาน เพราะช่วงเวลาที่ใช้ไฟฟ้าก็เป็นช่วงกลางวันที่มีแดดอยู่แล้ว พลังงานที่ผลิตได้ก็เอามาใช้ในระบบได้เลยโดยไม่ต้องไปเสียเงินและพลังงานในการจัดเก็บอีก หรือเรื่องของน้ำทิ้งที่ทางโครงการคาดหวังไม่ให้มีน้ำเสียออกจากโครงการเลย จึงบำบัดน้ำทิ้งและนำกลับมาใช้ใหม่ในส่วนพื้นที่สีเขียว

วิธีการใช้ต้นไม้ของโครงการนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะหลายๆ โครงการมักเลือกต้นไม้หรูหราจากต่างแดนซึ่งดูแลยาก แต่ที่นี่กลับใช้ต้นไม้ท้องถิ่นทั้งหมดเพื่อสร้างร่มเงาและการแบ่งโซนพื้นที่ ทั้งดูแลง่ายและประหยัดทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นต้นราชพฤกษ์ (เหลือง) ต้นกัลปพฤกษ์ (ขาว-ชมพู) ชมพูพันธุ์ทิพย์ (ชมพู) หางนกยูงฝรั่ง (แดง-ส้ม) ชัยพฤกษ์ (ชมพู) และแคนา (เขียว) ซึ่งการหยิบพันธุ์พืชเหล่านี้มา ก็เพราะตั้งใจให้ในทุกๆ ฤดูกาลมีดอกไม้ออกให้ชื่นชมกันตลอด

หลังจากที่ฟังรูปแบบการคิด วางแผน และพัฒนา ของทั้งโครงการแล้ว ทำให้ผมตั้งคำถามถามคุณมนต์ถึงจุดประสงค์ในการลงทุนสร้างสิ่งต่างๆ ให้กับชุมชน ที่แท้จริงแล้วไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้

“จริงๆ ผมคิดว่ามันคือการจัดการพื้นที่แบบ Master Planning นะ คือในช่วงที่ผมทำรีเสิร์ชก่อนจะทำโครงการนี้ ผมเดินทางไปหลายประเทศมากๆ และหยิบคอนเซปต์จากหลากหลายประเทศมารวมกัน อย่างการจัดการให้เป็นชุมชนที่มีครบหมดทุกอย่าง เราก็หยิบมาจากแถวสแกนดิเนเวีย หรือการทำสถาปัตยกรรมที่สวยงามและใช้งานได้สำหรับทุกคนก็มาจากโคเปนเฮเกน 

“ในมุมมองของผม การพัฒนาพื้นที่ในปัจจุบันจำเป็นต้องคิดเรื่องการพัฒนาร่วมไปกับชุมชนให้โตไปด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนไปต่อกันได้ เราอยากเห็นโครงการนี้เป็นชุมชนที่พัฒนาอย่างยั่งยืนจริงๆ ส่วนตัวผมไม่เชื่อในการพัฒนาใจกลางเมืองให้กลายเป็นมหานครอะไรแบบนั้น แต่มันควรเป็นการกระจายความเจริญออกมายังจุดอื่นๆ รอบๆ กรุงเทพฯ มากกว่า” คุณมนต์ทิ้งท้ายถึงอนาคตที่อยากมองเห็นต่อไปของพื้นที่แห่งนี้

Summer Lasalle ออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและย่านลาซาล

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“สินค้าเรามีความ Creative บวก Functional นี่แหละความสนุกที่ทำให้ต่างจากที่อื่น” 

คำโปรยจากปาก คุณภา-อุรวี วรรณมโนมัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ Medium & More ภายใต้บริษัท Frasers Property Commercial (Thailand) นำพาเรามาที่นี่

เคยรู้สึกเหมือนกันไหมว่าศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัวและเรื่องน่าสนุกอย่างล้นเหลือ ไม่ใช่แค่ข้าวของตกแต่งในหอศิลป์ หรือเพียงรูปภาพที่จัดแสดงขึ้นโดยใส่กรอบทองตั้งโชว์ แต่ศิลปะนั้นอยู่รอบตัวเราอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน หรือจิปาถะนานาสิ่ง

ถ้ายังไม่เห็นภาพ วันนี้เราขอพาไปทำความรู้จักกับ Medium and More ร้านคอนเซปต์สโตร์ที่ทำให้พวกเราเห็นกันอย่างชัดเจนว่าศิลปะนั้นอยู่รอบตัว และเรารู้สึกสนุกกับงานศิลป์ สนิทกับศิลปินได้ ผ่านสินค้าในร้านบนพื้นที่ชั้น 3 ของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่นี่เป็นมากกว่าร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ เพราะเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักงานศิลป์และงานทำมือที่ให้พื้นที่ระหว่างคน ศิลปะ และร้านค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ต้องการเป็นที่เรียนรู้ตลอดชีวิต’ ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ เพิ่มเติมด้วยความสนุกจากการช้อปปิ้ง ทำให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการทำกิจกรรมและจับจ่ายสินค้าได้ไม่ว่าช่วงวัยใด ตามสโลแกนของ ‘Life Means More’ หรือ ‘ชีวิตที่มากกว่า’

นี่คือพื้นที่ที่ให้เราทุกคนใช้เวลาว่างเพลิดเพลินกับการทำงานอดิเรก ทำเวิร์กชอป เพลิดเพลินกับการซื้อและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่จำกัดเวลา ไม่ว่าเพศหรือวัยใดก็มีส่วนร่วมกับ Medium and More ได้เสมอ บนพื้นที่ 1,525 ตารางเมตร ที่จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ๆ เพื่อตอบสนองต่อผู้มีความสนใจในไลฟ์สไตล์ ศิลปะ งานฝีมือ ตามความชอบแตกต่างกันออกไป จะมีโซนไหนบ้าง ไปลุยกัน!

ห้องสร้าง(สัง)สรรค์

บอกตามตรงว่าเมื่อบ่ายที่เราเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในร้านครั้งแรก เราเดินไปโดยไม่รู้ว่าจะพบเจอกับสิ่งใดบ้าง ด้วยเนื้อที่กว้างสุดลูกหูลูกตาและปริมาณสินค้าที่เยอะราวกับยกห้างสรรพสินค้าทั้งตึกมาไว้ที่นี่ พอเดินไปสักพัก ก็ได้ข้อสรุปว่าพื้นที่หลัก ๆ ของ Medium and More แบ่งออกเป็น 2 โซน 

หนึ่ง โซน Kitchen & Cooking และ สอง โซน Art & Craft 

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เริ่มจากมุมที่เรียกว่า The Classroom เป็นห้องสำหรับทำกิจกรรมเวิร์กชอป ใครที่อยากวาดภาพ ปั้นดิน แม้แต่เรียนชงกาแฟก็ใช้ห้องนี้ทำกิจกรรมเหล่านั้นได้ เพราะนี่คือพื้นที่รวบรวมผู้คนในลักษณะของการทำเวิร์กชอปกลุ่มใหญ่ราว 10 – 20 คน ทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ มีผู้สอนให้คำชี้แนะอย่างใกล้ชิด

ในระหว่างที่เรากำลังนั่งเล่นอยู่ในห้อง Classroom คุณภาเริ่มบทสนทนาขึ้น

“พื้นที่ของเราน่าสนุกตรงที่ เวลามาเดินเป็นครอบครัวก็แยกย้ายกันเดินได้ คุณลูกไปจุดหนึ่ง คุณพ่อไปจุดหนึ่ง คุณแม่ไปอีกจุดหนึ่ง มีหลากหลายมุมให้เลือกตามความชอบ บางครั้งมานั่งทำกิจกรรมด้วยกันที่ Classroom ก็ได้ เราถือว่ามุมนี้เป็นคอมมูนิตี้ใหม่ที่มีความน่าสนใจ แถมยังสนุกด้วย”

ด้วยความสงสัย เราถามต่อว่ากลุ่มเป้าหมายของร้านนี้เป็นคนกลุ่มไหน วัยใด 

“เราไม่ได้เลือกคนด้วยช่วงอายุเลย แต่เราเลือกด้วยไลฟ์สไตล์ของคนมากกว่า” เธอยิ้ม ก่อนจะขยายความ “จริง ๆ กลุ่มเวิร์กชอปที่เราทำ เราอยากเชิญชวนคนที่อยากทำงานศิลปะต่าง ๆ มาใช้พื้นที่ตรงนี้ อีกกลุ่มหนึ่งสำหรับคนที่อยากเรียนรู้วิชาใหม่ ๆ และเราไม่จำกัดอายุ มีตั้งแต่กลุ่มเด็กเล็ก จนถึงคนสูงวัย ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ของกลุ่มวัยรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นของคนทุกกลุ่ม ทุกคนมาได้หมดค่ะ” 

เราเห็นด้วยกับคำตอบนี้มาก

เพราะอีกหลาย ๆ มุมที่กำลังจะพูดถึง ต้องถูกใจใครหลายคนแน่นอน ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง

ห้องของการหาทำ

มุมต่อมาเป็นบริเวณที่มีความสร้างสรรค์มาก นั่นคือ Crafter Studio 

ทางร้านมี Crafter ที่มานั่งทำกิจกรรมร่วมกับลูกค้าด้วย ไม่ต้องกังวลแม้ว่าคุณจะไม่มีพื้นฐานงานคราฟต์ เพราะ Crafter ประจำร้านจะอยู่ช่วยคุณตลอดกิจกรรม ตั้งแต่กิจกรรมปั้นดิน ปลูกต้นไม้ ประดิษฐ์กล่องดนตรี วาดภาพสีน้ำ เย็บปักถักร้อย จนถึงทอผ้าและกิจกรรม MARK.IT การสลักลายที่บ่งบอกความเป็นตัวเองลงบนขวดน้ำ ขอบอกว่ากิจกรรมตรงนี้เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังตามหาของขวัญวันเกิดชิ้นพิเศษชิ้นเดียวในโลก หรืออยากทำงานทำมือเพื่อความเพลิดเพลิน พื้นที่ของ Crafter Studio ยินดีต้อนรับคุณในทุก ๆ วัน เพียงแค่มาจองคิวกับ Crafter ก็จะได้ทำกิจกรรมที่กล่าวมาจนสมใจอยาก

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เราเดินสำรวจพื้นที่ตรงนี้อีกนิด แนะนำให้รู้คุณรู้จักมุมทำ ‘กล่องดนตรี’ ที่เปิดให้เราเลือกได้ตั้งแต่แรกเริ่มว่าต้องการฐานกล่องดนตรีแบบไหน ใส่หุ่นตุ๊กตาอะไร อยากได้เพลงแนวใด ล้วนแล้วแต่นำทุกอย่างที่ต้องการมาประกอบกันเป็นกล่องดนตรีสุดพิเศษที่มีแค่ชิ้นเดียวในโลกจากสองมือของเราเอง

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

การทำ ‘สวนในขวด’ ก็ดี ชำระเงินปุ๊บ ทำเวิร์กชอปได้ทันที โดยมีคุณครูใจดีจัดหาอุปกรณ์ให้ ก่อนเปิดบทเรียนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ แถมวิธีดูแลให้ด้วย

จากสวนในขวด ที่นี่ยังเพิ่มระดับความตระการตาไปสู่ ‘สวนในตู้’ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ตู้นี้ออกแบบมาสำหรับเลี้ยงต้นไม้โดยเฉพาะ มีระบบแสง สี เสียง น้ำ ไฟ ภายในตู้ยังปล่อยฝนตกและหมอกได้ ล้ำมากเสียงธรรมชาติในตัว 20 กว่าเสียง ตั้งเวลาเปิด-ปิดได้ เสมือนหนึ่งว่าได้จำลองป่าเขาลำเนาไพรในธรรมชาติมาไว้ในกรอบกระจกสี่เหลี่ยมนี้ก็ไม่ปาน แม้ว่าภายในตู้มีน้ำและหมอก แต่ตู้นี้ใสตลอดเวลา ด้วยนวัตกรรมทำความสะอาดในตัวเอง เพิ่มความไฮเทคเข้าไปอีกด้วยการควบคุมผ่านมือถือ ใช้งานง่าย สะดวก จบในที่เดียว เหมาะแก่การซื้อเป็นของขวัญ ให้ตัวเองก็ได้ ให้คนพิเศษก็ดี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ขยับมาอีกหน่อยกับพื้นที่สำหรับงานปั้นทุกรูปแบบ ไม่ว่าเสียงเรียกร้องในใจคุณปรารถนาจะปั้นงานออกมาเป็นรูปทรงใดก็บอกนักปั้นได้ ที่นี่ไม่จำกัดหัวคิดสร้างสรรค์ จะเป็นจาน ชาม แก้ว แจกัน เครื่องประดับ หรือสิ่งใดแล้วแต่ใจสั่ง เพียงแค่บอกความต้องการ แล้วคุณครูจะช่วยกันเสกพร้อมกับคุณ

ค่าบริการของกิจกรรมของมีราคาแบบปั้นชิ้นเดียวจนถึงราคาปั้นแบบบุฟเฟต์ ท่านใดไม่สันทัดด้านการปั้นแต่อยากมีส่วนร่วมกับผลงาน ที่นี่ก็มีสินค้างานปั้นสำเร็จรูปที่คุณซื้อมาลงสีเองได้

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ถัดมาเป็นโซนงานปัก งานทอ เปิดรับลูกค้าแบบวอล์กอินให้มานั่งทำโดยไม่ต้องจองให้เสียเวลา เมื่อทอผ้าเสร็จ ก็นำไปขึ้นรูปเป็นกระเป๋าหรือซื้อเป็นชุดแล้วนำกลับไปทำที่บ้านก็ได้เช่นกัน

เล่ามาทั้งหมดนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าต้องเสียเวลามาขลุกตัวอยู่ที่ Medium and More คราวละนาน ๆ เพราะใครที่ไม่ประสงค์จะลองผิดลองถูกท่ามกลางลูกค้าในร้านที่สัญจรผ่านไปมา ก็อุดหนุน DIY Kits กลับไปทำงานคราฟต์สุดชิลล์ที่บ้านได้ เราขอรับรองว่าเพลิดเพลินและเรียกสมาธิได้ดีเยี่ยม 

ห้องศิลเปรอะ

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนใหญ่ลำดับต่อมาคือ Art & Craft ที่รวบรวมอุปกรณ์ศิลปะ สีต่าง ๆ รวมถึงสีแปลกใหม่อย่าง Thai Tone เฉดสีโบราณของไทยซึ่งจะหาได้ยากจากที่อื่น มีให้เลือกทั้งสีโปสเตอร์ สีน้ำ หรือสีที่นำไปทำฟิกเกอร์ ที่นี่มีไม่ต่ำกว่า 50 เฉดสีให้เลือกสรร ถือว่าครบสูตรสำหรับคนชอบงานวาดภาพระบายสี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

แถมด้วยกองทัพเครื่องเขียนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด กระดาษ ทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับเครื่องเขียน พร้อมด้วยมุม Office Supply เปรียบเหมือนกับร้านเครื่องเขียนขนาดย่อม ที่นักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ มาเลือกสรรตามหาซื้อของที่นี่ได้ครบจบในที่เดียว

ห้องนักสะสม

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มพัฒนา นั่นคือ Character และ Collectible สำหรับคนที่มีความหลงใหลและมีไฟในการเก็บสะสม ขอชวนมาชม Collectible Items ที่มุมนี้ และมีฟิกเกอร์หลากหลายชนิด อาทิ ฟิกเกอร์การ์ตูน ฟิกเกอร์ลวดลายของเหล่าบรรดาศิลปิน เช่น TinyTan หรือ BT21 by BTS ตลอดจนกล่องสุ่มลิขสิขธิ์แท้ แม้แต่สินค้าของ Care Bears หรือ Mr. Men & Little Miss. ก็มีให้เลือกชมได้ตามสบาย

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้อย่าง Bearbrick ก็มีตั้งแต่ไซส์เล็ก 100% ขยับไปเป็น 400% จนกระทั่ง 1,000% พวกที่มาใหม่เป็นต้นว่า Bearbrick Snoopy หรือของศิลปิน Keith Haring ก็มีรวมไว้ที่นี่ 

ถ้าหากใครอยากลงทุนขนาดย่อม สินค้าตัวนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบา

ห้อง Life Gadgets

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เมื่อโลกนี้ตกอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 มีอุปกรณ์หลายชนิดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแบบ New Normal นำมาซึ่งมุมสินค้าจำพวก Life Gadgets ที่ช่วยให้ชีวิตกักตัวอยู่บ้านราบรื่น ตัวอย่างสินค้าที่วางจำหน่ายในบริเวณ เช่น ขาตั้งโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ รวมถึงอุปกรณ์ไอทีอีกสารพัด

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องครัว

ห้องครัวของที่นี่ มีตั้งแต่อุปกรณ์ทำครัวที่เป็นของคนรุ่นใหม่ ใช้งานง่าย เรียกว่าว่า Easy Living ตามเทรนด์ ทำเองได้ถึงแม้ว่าจะอยู่หอพัก มีขนาดตั้งแต่ชิ้นเล็กมาก จนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นมหึมา

ยกตัวอย่าง เแบรนด์ LocknLock มินิมอล เก๋ไก๋ มีสไตล์ เหมาะกับกลุ่มนักศึกษาและพนักงานออฟฟิศที่หัวใจยังวัยรุ่น เพราะราคาไม่แรงอย่างรูปลักษณ์ อุดหนุนได้หลาย ๆ ชิ้น สบาย!

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนชิ้นที่เห็นอยู่นี้คือ FIKA กระทะยอดนิยมในหมู่ยูทูบเบอร์แดนโสมขาว ทางร้านมี 3 สีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของได้ทั้งสีพีช สีขาวครีม และสีเขียว จุดเด่นของโซนนี้ คือ มีเครื่องครัวแบบ Collectible ด้วย เช่น เตา Bruno คอลแลปกับกระต่าย Miffy และมีเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นที่เป็นตัวการ์ตูน หรือจาน ชาม ก็เป็นลวดลาย Snoopy สุดน่ารัก จะเรียกว่าข้าวของเครื่องใช้ที่นี่เป็นของที่กึ่ง ๆ สะสมก็ว่าได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องชา กาแฟ

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

อีกหนึ่งมุมในโซนห้องครัวที่โดดเด่นอย่างยิ่งใน Medium and More คือมุม Tea & Coffee ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในช่วงโควิด-19 เนื่องจากผู้คนหันมาหาความสนุกจากการทำกาแฟเองที่บ้าน ทางร้านจึงมีเครื่องมือทั้งหมดในการทำชาและกาแฟค่อนข้างครบ ตั้งแต่เมล็ดจนถึงแก้วกาแฟ

ขอชวนทำความรู้จักแบรนด์ KINTO มีจุดขายอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ Rivers รุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินป่าและดื่มกาแฟ เพราะแก้วแต่ละตัวซื้อชิ้นส่วนมาประกอบกันให้เป็นอุปกรณ์ทำกาแฟได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนนี่คืออุปกรณ์ที่ใช้งานแบบโฮมยูส มีให้เลือกหลากหลายทั้ง Dripper หรือ Moka Pot ที่มีทั้งกา ตาชั่ง ครบหมด หรือจะเป็นพวก Cold Brew ก็มี แม้กระทั่งเมล็ดกาแฟก็มา เช่น กาแฟไทยชื่อดังจากเชียงใหม่ GRAPH, AKHA AMA และมีโกโก้จาก Siamaya มีทั้งโกโก้พาวเดอร์ โกโก้นิปส์ และเครื่องดื่มช็อกโกแลต

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ตัวนี้เป็นแก้วอโรมาของญี่ปุ่น ทางแบรนด์ Origami เขาเคลมว่าจะได้กลิ่นกาแฟหอมหวนขึ้นมาเมื่อใช้แก้วนี้ดื่ม เพราะด้วยรัศมีของปากแก้วที่ให้ความพอดีก้บจมูกคน เมื่อดื่มแล้วจมูกของเรากับปากแก้วจะมีระยะเว้นห่างที่พอดีกัน จึงทำให้ได้กลิ่นชัดกว่าแก้วอื่น ๆ ถึงได้เรียกว่าแก้วอโรม่า

“ส่วนใหญ่เราจะรวมของที่เป็นเหมือนเครื่องครัวและไลฟ์สไตล์” คุณภาย้ำใจความสำคัญ

ห้องศิลปิน

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

จุดเด่นที่มาพร้อมกับการเปิดร้าน คือการรวมตัวงานของศิลปินต่าง ๆ ในมุม Artist Corner มีผลงานจากศิลปินหลายแขนงมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็น MAMUANG งานของ คุณตั้ม วิสุทธิ์ และงานของ Thai Young Artist อาทิ Fluffy Omelett, Memiann, Bring home the Bacon, Unmelt รวมถึงงานของศิลปินต่างชาติ 

“งานศิลปินคืองานที่เรามองว่าเป็นอีกหนึ่ง Hobby ของศิลปะ ที่นี่พยายามจะ Related เข้าไปกับศิลปิน เรามีขวดน้ำ Keith Haring เรามีผลงานของศิลปินใหญ่ ๆ และเรารู้สึกสนุกกับงานของน้อง ๆ ศิลปินคนไทยด้วย น้อง ๆ ก็จะเก่งกันมาก ทำงานออกแบบต่าง ๆ Illustrator เยอะมาก ทำ NFT ก็มี”

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

และที่นี่ยังมีมุมเล็ก ๆ อีกมุม ชื่อว่า THAI THAI ขายของที่ระลึกจากศิลปินคนไทย เช่น ยาดม ยาอม ยาหม่อง ครก สาก ขายแม้กระทั่งมะม่วงอบแห้ง! เรียกว่าเป็นของฝากชิ้นที่เก๋ไก๋ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ต้องชื่นชอบ เพราะแต่ละอย่างดูเป็นสินค้าไทยแลนด์โอนลี่มาก ๆ

ห้องแห่งการแบ่งปัน

“เราพยายามจะผลักดันให้น้อง ๆ ได้มีตลาด มีพื้นที่ปล่อยของกันมากขึ้น” 

คุณภาทิ้งท้ายก่อนจะจบบทสนทนาด้วยแววตาและน้ำเสียงจริงใจ ทำให้เรารู้สึกอย่างแท้จริงว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับศิลปินคนไทยและวงการศิลปะ และนำมาปรับให้เข้ากับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ผู้สูงวัย หรือกลุ่มคนที่ไม่อินเรื่องศิลปะก็ตาม

Medium and More ขอเป็นพื้นที่ที่ต้อนรับทุกคนเสมอ

และที่นี่เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า อย่างแท้จริง

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More

ที่ตั้ง : ชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ เลขที่ 944 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

เว็บไซต์ : mediumandmore.com

Facebook : Medium and More

Writers

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load