เขียนเรื่องนี้ด้วยได้รับแรงบันดาลใจจากไอร้อนของประเทศเรา ในอิตาลีตอนนี้ยังไม่ร้อนหรอก อากาศดีด้วยซ้ำ จะร้อนเอาจริงจัง สิงหาฯ โน่น แล้ว เมื่อเอย เมื่อนั้น เราก็จะได้เจออิตาเลียนเต็มเมืองไทย ส่วนจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า หนีร้อนมาพึ่งเย็น หรือหนีเสือปะจระเข้นั้น ก็แล้วแต่จะคิดกันไป

หน้าร้อนในอิตาลีนั้น นับคร่าว ๆ เอาช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม-สิงหาคม อย่าลืมว่าอิตาลีมี 4 ฤดู ฤดูละ 3 เดือน คูณ 4 ก็ 12 เดือน พอดิบพอดี

พอย่างเข้าหน้าร้อน อิตาเลียนก็จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ตั้งท่าจะเตรียมเที่ยวกันท่าเดียว เรื่องวางแผนเที่ยวน่ะเหรอ บางบ้านวางกันเป็นปี หาไม่แล้วที่พักหรืออะไรต่ออะไรก็จะเต็มเอา

ในช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม อย่าได้ติดต่อธุรกิจ เพราะมักจะไม่ได้รับการตอบรับ จะทำอะไรให้รีบทำเสียตอนนี้ หรือไม่อีกทีก็เริ่มชีวิตกันใหม่ต้นเดือนกันยายน… ไม่ได้ฟังดูเหมือนโหราพยากรณ์เกินไปใช่ไหม

จะดึงดันไปเที่ยวอิตาลีช่วงนั้นเหรอ เอาซี่… (เสียงสูงมาก) ถ้าคิดว่ายังร้อนในไทยไม่พอ แต่ก็ว่าไม่ได้ เพราะของ Sales ช่วงกรกฎาฯ ก็ล่อตาล่อใจอยู่ใช่หยอกเสียเมื่อไหร่ แต่ถ้าไปช่วงเดือนสิงหาคมนั้น มีแนวโน้มสูงว่าจะได้พบเมืองร้าง หากคิดว่า ดีสิ เมืองจะได้สงบ ๆ ก็ให้นึกด้วยว่า ร้านอาหารใด ๆ ก็อาจจะปิดด้วย เราก็อาจจะต้องต้มมาม่ากินอย่างสงบ ในโรงแรมอันแสนสงบไปด้วยเช่นกัน

สรุปว่า คนทั้งประเทศพร้อมใจกันเที่ยวโดยไม่ได้นัดหมายนั่นเอง (โถ พระหมายของโยม โดนอีกแล้ว) เมื่อคนไม่อยู่ จะเปิดร้านไว้ทำไม ก็ถือโอกาสนี้ไปเที่ยวด้วยสิ

หยิบยืมเงินเที่ยว

การเที่ยวแต่ละครั้งใช้เงินจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่มีสมาชิกในครอบครัวเยอะ อาจารย์ชาวอิตาเลียนเคยบอกว่า บางคนถึงกับหยิบยืมเงินคนใกล้ตัวเพื่อไปเที่ยว ร้อนถึงนักเรียนไทยผู้ไม่เข้าใจความคิดนี้เลย ถามว่า ทำไมไม่รอให้มีเงินแล้วค่อยไปเที่ยวละ อาจารย์บอกว่า “เพราะหน้าร้อนไม่เคยคอยใคร”

คำกล่าวสั้น ๆ ถึงแม้จะไม่สามารถอ้างถึงอิตาเลียนในภาพรวมได้ แต่สะท้อนให้ตระหนักได้ว่า ความแตกต่างระหว่างเรากับเขาอย่างหนึ่งคือ ฤดูกาลที่ชัดเจน สำหรับเรา ไปหน้าไหนก็คงไม่ต่างกันเท่าใดนัก ไม่สิ พอถึงหน้าหนาวเราก็เต้นหรับ ๆ ขยับเตรียมขึ้นเหนือเหมือนกันละ

กลับมามองเขาบ้าง ถ้าเขามีเงินในช่วงที่อากาศไม่ดีล่ะ ถ้ามีเงินในช่วงที่ลูก ๆ เปิดเทอมล่ะ ฯลฯ การไม่ไปเที่ยวหน้าร้อนก็คือ สูญเสียวันเวลาพักผ่อนไป 1 ปีนั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อตอนอิตาลีคิดจะปิดประเทศช่วงโควิดนั้น ไม่มีช่วงไหนเลยที่คนอิตาเลียนจะเดือดเนื้อร้อนใจได้มากเท่ากับตอนที่กลัวว่า หน้าร้อนจะไม่ได้เที่ยว

ความร้อนแบบอิตาเลียน

ความร้อนของฤดูร้อนในอิตาลีหรือในยุโรปนั้น ยากแท้หยั่งถึง เรา ซึ่งถึงไม่ชอบแต่ก็แอบขิงคนทั้งโลกว่า เรามีหน้าร้อนที่ร้อนที่สุด ร้อนราวกับซ้อมตกนรกก็มิปานนั้น เมื่อเปรียบกับร้อนแบบอิตาลี เป็นความร้อนกันคนละแบบ

อิตาลีเวลาร้อนจัด ๆ จะร้อนแบบซาวน่า คือ แห้ง ๆ แผดเผา ในขณะที่ของไทยร้อนแบบห้องอบไอน้ำ เหงื่อตกเผาะ ๆ ๆ ตัวเหนียวหนุบหนับตลอดเวลา แต่ที่ทำให้หน้าร้อนในอิตาลีดูสิ้นหวังไปกว่า คือ เราโผไปหาความเย็นที่ไหนไม่ได้เลย ห้างก็ไม่ได้ใหญ่โตให้เราเดินแช่แอร์ได้ (อิตาเลียนเองก็ไม่ค่อยมีนิสัยชอบเดินห้าง) ร้านต่าง ๆ ถ้าไม่ใหญ่จริงก็ไม่มีแอร์

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
ภาพ : www.italymagazine.com

แล้วคลายร้อนกันอย่างไร

สมัยนี้ที่ไหนก็คงมีแอร์ แต่โดยทั่วไปสิ่งแรกที่ทำคือ เปิดประตู เปิดหน้าต่าง ให้ลมเข้า สมัยที่เรียนอยู่ในยุคต้น 90 ก็เป็นอย่างนั้น พอถึงหน้าร้อน โรงเรียนก็เปิดหน้าต่าง วันดีคืนดีคงเห็นว่าทั้งเด็กทั้งครูหน้าโรยกันไปตาม ๆ กัน ก็ซื้อพัดลมมาให้ตัวนึง นับว่าน่ารักมาก ขอขอบพระคุณมหาวิทยาลัยสำหรับชาวต่างชาติแห่งเมืองเซียน่ามา ณ ที่นี้ด้วย

ในยุคเดียวกัน บนรถก็เปิดหน้าต่าง ทั้งรถเมล์ รถไฟ โรงภาพยนตร์หลายแห่งปิดหน้าร้อน แต่ก็ทำให้เกิดความโรแมนติกในหลาย ๆ ที่ กล่าวคือ มีการจัดหนังกลางแปลง อย่างเช่นที่เมืองเซียน่า จัดฉายหนังกลางแปลงกันบนโรงละครโบราณ ที่ป้อมปราการของเมืองกันเลยทีเดียว

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
หนังกลางแปลงที่เซียนา
ภาพ : www.radiosienatv.it
คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
สถานที่ฉายหนังยามที่ไม่มีหนัง มันคือโรงละครโบราณ
ภาพ : www.gazzettadisiena.it

พัดลมของพี่ ส.ว.

ขอแทรกเรื่องส่วนตัว ย้อนไปเมื่อปี 1992 อันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้รู้จักความร้อนของอิตาลี บ้านที่ฉันพักอยู่นั้น มีพี่คนไทยอยู่พร้อมกับแฟนอันเป็นหนุ่มหล่อลูกผู้มีอันจะกินจากทางใต้ของอิตาลี ให้ชื่อภาษาไทยยามเม้าต่อหน้าและลับหลังว่า พี่ ส.ว.อันย่อมาจาก Salvatore ซึ่งเจ้าตัวก็รู้ พูดชื่อนี้ทีไรหันขวับทุกที

พี่ ส.ว. รักแฟนมาก เมื่อสาวเจ้าบ่นว่าร้อน พี่ ส.ว. ได้ซื้อของที่ไม่ได้มีกันทุกบ้านมาให้ตนเองและแฟน นั่นคือ พัดลม

วันที่พี่ ส.ว. ถือพัดลมเข้าบ้านมานั้น คนข้างบ้านและผู้ที่เช่าบ้านอยู่ด้วยต่างมองตามอย่างตื่นเต้น มองตามตั้งแต่ประตูเข้าบ้านไปจนพี่ ส.ว. เปิดพัดลมให้มันส่ายหน้าไปมา ทุกคนทำหน้าเหมือนกลัวห้องจะพองลม

จะว่าไป พัดลมก็ไม่ได้แพงอะไรมากมายนัก แต่ถ้าคิดว่าในปีหนึ่งจะได้เปิดแค่ราว 2 เดือน กับอีกอย่าง ลมที่ออกมาก็ไม่ค่อยต่างจากไดร์เป่าผมขนาดใหญ่สักเท่าไหร่ ก็ดูเป็นของฟุ่มเฟือยนิด ๆ สำหรับคนอิตาเลียน ทั้งนี้ไม่นับทางใต้ที่อุณหภูมิสูงกว่าทางเหนือ พัดลมก็อาจะไม่ได้เป็นของหายากเท่า

ของกินหน้าร้อน

ย่อมไม่ใช่ข้าวแช่ที่เอามาเข่นกันว่าของใครของแท้ คนไหนของปลอม คนนี้เจ้า คนนั้นไพร่

แน่นอน ไอศกรีมย่อมมาแรงโดยไม่ต้องเสียเวลาบรรยาย แต่อีกอย่างคือ ‘กรานีตา’ (granita) ต้นตำรับต้องของเกาะซิชีเลีย มันก็คล้าย ๆ น้ำผลไม้แช่เย็นจนขึ้นเกล็ดนั่นล่ะ

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
กรานีตามะนาว
ภาพ : calabrianelpiatto.it

ส่วนผลไม้หน้าร้อนของอิตาลี ได้แก่ เชอรี่ สตรอเบอรี่ มะเดื่อ (Fig) แอปริคอต เนสโปลา (Nespola ในภาษาอิตาเลียน ชื่ออังกฤษคือ Medlar) ลูกพลัม พีช แตงโม เบอรี่ต่าง ๆ (อิตาเลียนเรียกรวม ๆ ว่า ผลไม้สีแดง) เมล่อน เป็นอาทิ

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
เนสโปลา
ภาพ : www.cedior.com

ส่วนผลไม้อีกอย่างที่จะโผล่มาตอนหน้าร้อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองท่องเที่ยว แต่ไม่ใช่ผลไม้อิตาเลียนหรอกนะ คือ มะพร้าว ขายชิ้นละราว ๆ 1 ยูโร การจัดวางของการขายมะพร้าวนี้เหมือนกันทุกแห่งคือ เรียงรายเป็นชั้นอยู่ในน้ำพุขนาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งอิตาเลียนและไม่อิตาเลียน ชอบซื้อเอามาขบกิน ใช่ ต้องขบ หรือไม่ก็เอากระต่ายมาขูด เพราะหน้าตาดูแก่ห้าวเหลือเกิน เหมาะแก่การนำไปคั้นกะทิต้มสายบัว

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
ภาพ : www.afar.com

ของกินที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่ได้มีเพียงผลไม้เท่านั้น ตามร้านขายเครื่องดื่ม (Bar) เครื่องดื่มบางอย่างก็จะมีขายเฉพาะช่วงหน้าร้อนเช่นกัน เช่น ชาพีชเย็น นมอัลมอนด์เย็น ปัจจุบันทุกอย่างมีขายเป็นกล่องหมดแล้ว แต่ถ้าจะกินแบบสด ๆ กดจ๊อกใส่แก้วแบบน้ำเก๊กฮวยตามตู้แช่หน้าร้านขายยาในเมืองไทย ต้องรอหน้าร้อนเท่านั้น หมดหน้าร้อน เก็บเรียบ อยากกินต้องทำเอง

คนอิตาเลียนไปไหนช่วงหน้าร้อน

โดยทั่วไปแล้ว ยุคก่อนโควิด สถิติบอกว่า คนอิตาเลียนนิยมเที่ยวในประเทศมากกว่านอกประเทศ ในประเทศก็ได้แก่ เกาะซาร์เดนยา (Sardegna) เกาะซิชิเลีย (Sicilia) แคว้นปูลเยีย (Puglia) ที่อยู่ตรงส้นรองเท้าบูต นอกประเทศก็ได้แก่ หมู่เกาะเล็ก ๆ แถวสเปน สรุปว่าโดยส่วนใหญ่ไม่ไปไหนไกล น่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทางนั่นเอง เพราะเวลาไปทีก็ยกกันไปทั้งครอบครัว

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
เกาะซาร์เดนยา
ภาพ : www.worldatlas.com

แต่ในปี 2020 มหาวิทยาลัยคูซาโน (Università Cusano) ได้ทำวิจัยซึ่งก็อิงกับสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติอิตาลี (Istat) ออกมาว่า คนอิตาเลียนในท่องเที่ยวน้อยลงมาก และนิยมเที่ยวกันอยู่แต่ในแคว้นที่ตัวเองอยู่ การเที่ยวก็เป็นไปเพื่อพักผ่อนหย่อนใจจริง ๆ การเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น ดูโบสถ์ ดูพิพิธภัณฑ์น้อยลงไม่ใช่แค่กว่าเดิม แต่ลดลงอย่างฮวบฮาบ

เหตุผลหลักของการไม่เที่ยว คือเรื่องเศรษฐกิจมาเป็นอันดับหนึ่ง การกลัวโควิดมาเป็นอันดับสอง ส่วนถ้าจะออกไปเที่ยวนอกแคว้นนั้น แคว้นที่คนอยากไปที่สุดสองแคว้นคือ แคว้นทัสกานีและแคว้นปูลเยีย ที่ได้กล่าวไปแล้ว

แต่มีสถานที่อีกแห่ง ที่เชื่อว่า หากถามวัยรุ่นอิตาเลียนจะต้องติดโผอย่างแน่นอน คือ รีมีนี (Rimini)

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
รีมีนี 
ภาพ : it.hotels.com

รีมีนี เป็นเมืองที่มีชายหาดกว้าง ยาว ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของอิตาลี อยู่ในแคว้นเอมิเลีย-โรมัญญา (Emilia-Romagna) แล้วก็มีเมืองอื่น ๆ ในละแวก เช่น เชเซนาติโค (Cesenatico) อันเป็นฉากของซีรีส์ Netflix เรื่อง ‘Summertime’ ใครอยากพอเห็นภาพวัยรุ่นอิตาเลียนในช่วงหน้าร้อนริมหาด ขอแนะนำให้ดูเรื่องนี้ เพลงเพราะ นางเอกหน้าเก๋มาก

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
ภาพ : cdn.shopify.com
วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
ภาพ : movieplayer.it

จริง ๆ แล้ว เคยคิดที่จะพาลูกศิษย์ลูกหาไปเริงร่าอยู่ริมหาดกับคนอิตาเลียน

แต่ไม่กล้าเสี่ยงเลย

โควิดก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่กลัวกว่านั้นคือ

ขากลับ จะไม่ยอมกลับด้วยน่ะสิ

แหล่งข้อมูล 

www.unicusano.it/blog

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

ช่วงนี้การท่องเที่ยวระหว่างประเทศเริ่มกลับมาแล้ว หลายคนเตรียมเก็บกระเป๋าไปเที่ยวอิตาลี ก็อยากพูดถึงอิตาลีบ้าง เพราะหลายคนเขียนมาถามหลังไมค์ว่า จะไปไหน ยังไงดี แต่ก็ได้เห็นพ้องต้องกันกับ บ.ก. แล้วว่าจะไม่ทำให้เป็นคอลัมน์นำเที่ยว ถ้าอย่างนั้น จะมาพูดถึงบางสิ่งบางอย่างที่ไหน ๆ ไปแล้ว หากมีโอกาสก็ลองดูแล้วกัน จะได้คุ้มค่าเดินทางและวันลาของเรา ขอเป็นเมืองใหญ่ 4 เมือง แบบทัวร์อิตาลี 101 เลยนะ

โรม

ถ้าคุณไปโรมเป็นครั้งแรก จะมีอยู่ 2 จุดที่คุณควรไปหรือทัวร์มักจะพาคุณไป กระหย่อมแรกคือ จากบันไดสเปนไปสู่น้ำพุเทรวี ถ้าคุณเดินเอง แนะนำให้เริ่มจากจัตุรัสโปโปโล (Piazza del Popolo) แล้วไปจบที่โคลอสเซียม (Colosseo) ถ้าแค่นี้คือฟรี แต่ถ้าเข้าไปดูข้างในก็เสียค่าตั๋ว (โปรดจองก่อน) หรือถ้าสนใจและมีเวลา ก็เข้าโรมันฟอรัมหรือซากเมืองโรมโบราณที่อยู่ติด ๆ กัน อันนี้ก็เสียค่าเข้าเช่นกัน

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
จัตุรัสโปโปโล
ภาพ : www.turismoroma.it
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
โคลอสเซียม
ภาพ : www.turismoroma.it

ส่วนอีกจุดที่ต้องไปคือวาติกัน โดยส่วนใหญ่ที่เห็น ถ้าไปทัวร์ เขามักจะให้ลงถ่ายรูป แล้วก็ขับรถต่อไปเที่ยวเมืองอื่น แต่ถ้าคุณสนใจมาก ควรหาทัวร์ที่บอกว่าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่นาน หรือไม่ก็ไปเอง ทั้งนี้เพราะการเข้ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์นั้น ใช้เวลาในการต่อแถวพอสมควรทีเดียว เมื่อเข้าไปแล้วให้อิ่มเอมกับความอลังการของมหาวิหาร ชมรูปสลักปิแยต๊ะ (Pietà) ของมิเคลันเจโล และงานศิลปะอื่น ๆ หากขึ้นยอดโดมไหวควรขึ้น เพราะแก่ไปกว่านี้จะขึ้นไม่ไหวแล้ว ทิวทัศน์จากด้านบนควรค่าแก่การเอี้ยวเอวปีนขึ้นไปเป็นอย่างยิ่ง

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
วาติกัน
ภาพ : www.carpediemrome.com
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
รูปสลักปิแยต๊ะ
ภาพ : commons.wikimedia.org

ส่วนถ้าหวังว่าเข้าไปแล้วจะเจอภาพวาดบนเพดานในวัดน้อยซีสตีน (Sistine Chapel) ขอบอกว่า ผิดประตูแล้ว ถ้าอยากดู ต้องไปพิพิธภัณฑ์วาติกัน (Musei Vaticani) ซึ่งต้องจองตั๋วออนไลน์นะ

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
ภาพวาดบนเพดานในวัดน้อยซีสตีน
ภาพ : en.wikipedia.org

สิ่งหนึ่งที่ต้องขออนุญาตเตือนผู้จะไปเยี่ยมพิพิธภัณฑ์วาติกันหรือพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่โตมาก ๆ ก็คือ ต้องรู้จักตัวเองดีพอ บางคนอาจเดินไม่เก่ง เมื่อยง่าย บางคนอยากดูเฉพาะบางภาพ คุณควรจะต้องทำการบ้านไปก่อนนิดหนึ่งว่าอยากไปดูอะไร อาจจะสัก 5 – 10 จุด แล้วพยายามเดินไปให้ถึง หาไม่แล้วคุณอาจจะหมดแรง มิหนำซ้ำอาจจะถูกกระแสคลื่นมวลชนซัดไปในห้องที่เราไม่ได้คิดจะดูก็เป็นได้

อย่ากลัวคนนินทาหมาดูถูกว่าเราไม่มีรสนิยม ก็เลยต้องฝืนใจยืนชมอมยิ้มไปทุกสิ่งอัน บางคนมัวแต่ดูห้องพรมแผนที่ประเทศอิตาลีแต่โบราณ ปรากฏ อ้าว เมื่อย เส้นยึด อะไรต่ออะไรเลยอดดูหมด

แต่ถ้าเป็นคนชอบดูจริง ๆ ก็ควรจัดเวลาไปกับที่นี่ ‘อย่างน้อย’ 1 วันไปเลย

อ้อ ความลับที่ไม่ลับอย่างหนึ่งคือ ถ้าคุณไปพิพิธภัณฑ์วาติกันและมีไกด์ คุณจะลัดเข้าไปในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ได้เลย ไม่ต้องออกมา (เดินอีกไกล) แล้วต่อแถวใหม่

อีกเรื่องที่คุณควรจะทราบไว้คือ อย่าไปหาพระ (บรมมหา) ราชวังในกรุงโรม คุณอาจจะเห็นคำว่า Palazzo ซึ่งความหมายหนึ่งก็คือวัง แต่คนอิตาเลียนเรียกตึกใหญ่ ๆ อาคารหลังโต ๆ ว่า Palazzo ทั้งสิ้น กษัตริย์ไม่เคยอยู่โรม อยากดูพระราชวังให้ไปดูที่ตูริน นโปลี หรือฟลอเรนซ์ เป็นอาทิ ประมุขของโรมและพื้นที่แถบนี้มาหลายศตวรรษคือ สันตะปาปา นั่นคือเหตุผลที่หันไปทางไหนไกด์ก็จะอธิบายว่าสร้างโดยโป๊ปนั้น คาร์ดินาลนี้ ฯลฯ ส่วนชื่อที่คุณจะคุ้นหูตลอดรายการคือประติมากรแบร์นีนี (Gian Lorenzo Bernini, 1598 – 1680)

อยู่โรม ระวังข้าวของให้มาก ๆ และถ้าเบื่อโรมแล้ว เมืองใกล้ ๆ ที่น่าไปคือ Tivoli

ฟลอเรนซ์

ไม่มีความภูมิใจใด ๆ ของชาวฟลอเรนซ์มากกว่าการเป็นอู่กำเนิดของยุคเรอเนสซองส์ จึงมิควรที่จะก้มหน้าก้มตาหาศิลปะโรมันหรือบาโรคให้คนฟลอเรนซ์เจ็บใจ หากแต่อิ่มเอมกับศิลปะและความเจริญในช่วงศตวรรษที่ 15 – 16 ให้เต็มที่

เส้นทางบังคับก็น่าจะเป็นวิหารใหญ่กลางเมือง (Duomo) ซึ่งด้านนอกสวยกว่าด้านใน เดินต่อไปยังจัตุรัสซิญญอเรีย (Piazza della Signoria) แล้วไปจบเส้นทางเดินที่สะพาน ‘ปนเต แวคคิโย’ (Ponte Vecchio) อันเป็นย่านขายทอง

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
วิหาร Duomo
ภาพ : www.european-traveler.com
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
จัตุรัสซิญญอเรีย
ภาพ : en.wikipedia.org
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
สะพานปนเต แวคคิโย
ภาพ : en.wikipedia.org

หากมีเงินและเวลา คุณควรจะจองตั๋วไปพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี (Uffizi) หากอินก็ชมไปทั้งวัน หากไม่อิน ชมผลงานชิ้นเด็ด ๆ ของ Botticelli อย่างเจาะลึก ดูให้อิ่มแล้วออกมาเดินตลาด ชมร้านเล็กร้านน้อย คนเราเอ็นจอยของไม่เหมือนกัน อย่าฝืน คุณอาจเกิดพุทธิปัญญาพวยพุ่งที่แผงขายกระเป๋าหนังของแขกชาวบังคลาเทศกลางตลาดซัน ลอเรนโซ (San Lorenzo) ก็เป็นได้

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
พิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี 
ภาพ : www.cntraveler.com
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
ตลาดซัน ลอเรนโซ
ภาพ : www.flickr.com/photos/jimnix

หนังสือนำเที่ยวหรือไกด์ของคุณ จะพร่ำพูดแต่ชื่อตัวละครเอกของฟลอเรนซ์คือตระกูลเมดิชี ซึ่งเขยิบตัวเองจากการเป็นนายธนาคารไปสู่เจ้าผู้ครองนครและสร้างเครือข่ายอิทธิพลทั่วยุโรป ส่งไปเป็นสันตะปาปาก็ยังมี

จุดสำคัญที่พลาดไม่ได้คือ จัตุรัสใหญ่ Piazzale Michelangelo ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำอาร์โน พอไปถึงแล้วจะเกิดเดจาวูขึ้นมาทันที เพราะภาพฟลอเรนซ์ที่เราเห็นมาตลอดชีวิตล้วนถ่ายมาจากมุมนี้นี่เอง ซึ่งถ้ากำลังวังชายังดี จะเดินเลาะแม่น้ำมาขึ้นก็ยังได้

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
จัตุรัสใหญ่ Piazzale Michelangelo
ภาพ : www.visittuscany.com

หากอยากดูรูปสลักเดวิดตัวจริง ต้องจองตั๋วไป แต่ขอเตือนว่า ต้องอยากดูเดวิดจริง ๆ นะ

เมื่อคิดว่าพอกับฟลอเรนซ์แล้ว ควรนั่งรถเที่ยวแคว้นทัสกานี จะขับเอง จะจ้าง หรือจะซื้อทัวร์อะไรก็เถอะ (ควักยาออกมาป้ายจนหมดกระปุก)

เวนิส

ความภูมิใจของคนเวนิสไม่ใช่เรื่องที่เมืองเราไม่มีถนน แต่เป็นเรื่องที่ว่า เวนิสเคยรุ่งเรืองอย่างมาก เป็นมหานครริมทะเลที่ยิ่งใหญ่มานับพันปี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 – 18

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไปเวนิสหลายคนก็ไม่รู้เรื่องนี้ ถึงรู้ก็อาจจะตบมือยินดีด้วย แล้วก็ถ่ายรูปอาคารบ้านเรือนริมคลอง Canal Grande อย่างเอาเป็นเอาตายต่อไป

เมื่อคุณไปเวนิส นอกเหนือล่องเรือไปจัตุรัสซันมาร์โก (Piazza San Marco) อันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำแล้ว สิ่งแนะนำอื่น ๆ (ที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม) คือ ชมมหาวิหาร (Basilica di San Marco) ชมวัง (Palazzo Ducale) และนั่งจิบกาแฟร้านฟลอเรียน (Florian) ร้านกาแฟแห่งแรกของโลก ถ้ามาตอนกลางคืนได้จะวิเศษมาก

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
จัตุรัสซันมาร์โก
ภาพ : www.venicetoursitaly.it
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
มหาวิหาร (Basilica di San Marco)
ภาพ : www.italia.it
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
วัง Palazzo Ducale
ภาพ : th.wikipedia.org
โปรแกรมทัวร์ที่เที่ยวอิตาลี 101 ใน 4 เมืองใหญ่ โรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน กับ 15 สถานที่ที่ห้ามพลาด
ร้านฟลอเรียน
ภาพ : kasadoo.com

หากคุณเลือกได้ คุณควรอยู่กับเวนิส 2 วันเต็ม ๆ เป็นอย่างน้อย วันแรกคือการเที่ยวตามขนบ ลูกศรบอกให้ไปทางไหนก็ไปทางนั้น แต่วันที่สองควรมีแผนที่ดี ๆ อยู่กับมือ แล้วปล่อยตัวปล่อยใจเดินตามซอกเล็กซอยน้อย กลืนไปกับคนเวนิส ที่บอกว่าควรมีแผนที่ดี ๆ อยู่กับตัว เพราะหากคุณถามทางคนอิตาเลียนโดยทั่วไป มีแนวโน้มที่จะบอกทางคุณด้วยความกระตือรือร้น… แม้ว่าจะไม่รู้ทางก็ตาม

เกาะมูราโน (Murano) ดังทางเครื่องเป่าแก้ว ส่วนเกาะบูราโน (Burano) ดังทางผ้าลูกไม้ นั่งเรือผิดเกาะ ชีวิตเปลี่ยนทันที

หากชมเครื่องแก้วแล้วจะไม่เอา ให้บอกไปตรง ๆ ว่าไม่มีเงิน ยังไม่ถูกใจ หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การเหนียมอายบ่ายเบี่ยงว่า “ไม่รู้จะเอากลับยังไง” เรื่องจะยาวทันที เพราะเขาจะบอกทันทีว่า นั่นเป็นเรื่องของเขา เพราะเขาขนส่งกลับให้ได้จริง ๆ พ่อค้าปากจัดหน่อย อาจจะบอกว่า คุณคิดว่าเขาทำเครื่องแก้วมาขายคนข้างบ้านหรือ เพราะฉะนั้น อย่าหน้าบาง การบอกว่าไม่มีเงินช่วยทำให้คนที่ไม่รักคุณจริงถอยห่างออกไปจากชีวิตคุณได้เป็นอย่างดี

มิลาน

ไปมิลานต้องหาทงคัตสึ (Cotoletta) หรือข้าวริซอตโต (Risotto) กินให้จงได้ เพราะนี่คืออาหารประจำถิ่นของเขา ขอบอกเสียก่อน ก่อนลืม

คนไปมิลานมักจะตะลึงลานอยู่กับมหาวิหาร (Duomo) กลางเมือง (ซึ่งสามารถขึ้นชมบนหลังคาได้นะ แต่ถ้าเดินไม่เก่งก็อย่าเลย) แล้วก็ขยับมาย่านช้อปปิ้ง (Galleria di Vittorio Emanuele II) ที่อยู่ข้าง ๆ

โปรแกรมทัวร์ที่เที่ยวอิตาลี 101 ใน 4 เมืองใหญ่ โรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน กับ 15 สถานที่ที่ห้ามพลาด
วิหาร Duomo
ภาพ : www.hellotickets.co.uk
โปรแกรมทัวร์ที่เที่ยวอิตาลี 101 ใน 4 เมืองใหญ่ โรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน กับ 15 สถานที่ที่ห้ามพลาด
ย่านช้อปปิ้ง Galleria di Vittorio Emanuele II
ภาพ : en.wikipedia.org

หมดจากนี้ บางคนก็จะยืนตาปริบ ๆ แล้ว ไม่รู้จะดูอะไร จะดู The Last Supper ก็จองคิวดูไม่ทัน (คิวยาวมากแม้แต่ในออนไลน์) จะดูสนามซันซีโร (San Siro) ก็ไม่ใช่แฟนบอล แล้วจะทำยังไงดี มีเวลาเหลือ

ขอแนะนำให้ขึ้นรถ Hop on Hop off มิลานที่ดูไม่มีอะไร จะมีอะไรขึ้นมาทันที รถแล่นทะลุทะลวงไปตามถนนทั้งในเมืองนอกเมือง มีหูฟังคำบรรยายซึ่งเลือกภาษาได้ ฉันซึ่งเคยสบประมาทมิลานเอาไว้มาก กระทั่งตอนซื้อตั๋วรถ ยังกะว่าจะนั่งหลับฆ่าเวลาไป ที่ไหนได้ นั่งรถไปตบปากตัวเองไปจนสุดทาง

เอาเท่านี้ก่อน ขอย้ำว่า เขียนไปมิใช่เพื่อเชียร์ให้คนไปเที่ยวอิตาลีกันเยอะ ๆ แต่อยากให้ เมื่อไปแล้ว ใช้เวลาวันหยุดและเงินทองของเราให้คุ้มเท่านั้นเอง

บวน วิยัจโจ ! (Buon viaggio!)

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load