The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)

The Cloud ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จังหวัดสุโขทัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย และมหาวิทยาลัยนเรศวร ทำโครงการศึกษาอัตลักษณ์ของเมืองสุโขทัยแล้วนำเสนอในมุมใหม่ เพื่อให้เห็นว่าจังหวัดสุโขทัยมีเรื่องราวที่น่าสนใจ น่านำมาต่อยอดในรูปแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และน่าเดินทางไปสัมผัสความพิเศษนี้

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

สุโขทัยถือเป็นเมืองที่ Reinvent หรือก่อร่างสร้างเมืองและต่อยอดตัวเองขึ้นจากมรดกที่สืบทอดจากคนรุ่นก่อน ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม เทคโนโลยี วัฒนธรรม ภูมิปัญญา งานฝีมือ รวมถึงงานช่างที่มีอัตลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยเรื่องราวในเชิงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาและการขับเคลื่อนเมืองโดยนำสิ่งที่มีอยู่เดิมมาต่อยอดและพัฒนาโดยคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน ทำให้สุโขทัยได้รับการประกาศรับรองโดยยูเนสโก เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านศิลปะและหัตถกรรมพื้นบ้าน (UCCN) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562  อีกด้วย

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย
ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

เรื่องราวความน่าสนใจของจังหวัดสุโขทัยมีหลากหลายจนมหาวิทยาลัยนเรศวรเขียนรายงานออกมาได้หลายร้อยหน้า แต่น่าเสียดายที่พื้นที่ของเรารองรับได้ไม่หมด จึงขออนุญาตคัดสรรมาเป็น 12 สินค้า สิ่งของ และสถานที่ ที่จะทำให้ทุกคนได้พบเห็นสุโขทัยในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่เหมือนกับสุโขทัยที่เราเคยรู้จักเลยก็เป็นได้

ย่านอำเภอศรีสัชนาลัย-ศรีสำโรง

01

Suntree ผ้าทอไทพวน

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

แบรนด์ผ้าทอในสุโขทัยแห่งย่านหาดเสี้ยว ทำโดยเหล่าผู้คนชาวไทพวนที่อพยพมาจากทางตอนเหนือของประเทศลาว ย้ายมาสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำยมของสุโขทัยตั้งแต่ 188 ปีก่อน การทอผ้าที่ชาวไทพวนนำมาด้วยนั้นมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากผ้าทออื่นๆ ในย่านนี้ เพราะใช้วิธีเดิน ล้วง และจกเส้นด้าย ด้วยขนเม่นตามยุคสมัยก่อน ทำให้เกิดลวดลายที่เป็นลักษณะเฉพาะ 8 แบบ แบรนด์ Suntree (สุนทรี) โดย รวีวรรณ ขนาดนิด ได้นำเทคนิคเฉพาะของผ้าทอไทพวนมาออกแบบและผลิตสินค้าร่วมสมัย ซึ่งเหมาะสมกับตลาดในยุคสมัยใหม่มากขึ้น 

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย
ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

อย่างการทำเสื้อผ้าที่ลดทอนการใช้สีสันสดใสที่เป็นเอกลักษณ์อย่างเขียว เหลือง แดง ให้กลายมาเป็นเสื้อผ้าสีเรียบเหมาะแก่การสวมใส่ในชีวิตประจำวัน การทำกระเป๋า เสื้อแจ็กเก็ต ชุดเดรส ไปจนถึงผ้าตกแต่งบ้านในรูปแบบต่างๆ ด้วยความประนีตของการทอ เย็บ และออกแบบ ทำให้น่าอุดหนุนกลับบ้านเป็นอย่างมาก 

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

Suntree ยังมีศูนย์การเรียนรู้ที่พร้อมจะสอนให้เด็กๆ และคนที่สนใจมาลองทอผ้าด้วยเทคนิคของชาวไทพวนด้วยกี่หน้าตาน่ารัก ที่ใต้ถุนบ้านไม้เก่าของชาวไทพวนอันแสนสงบเงียบด้วยนะ

02

โมทนา เซรามิก

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

แบรนด์เซรามิกนี้ได้แรงบันดาลใจและเทคนิคจากงานสังคโลกดั้งเดิม เพราะมองเห็นคุณค่าของการพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาให้มีคุณภาพในอนาคต มีการนำความรู้จากหลายๆ แหล่งทั้งในไทยและญี่ปุ่นมาลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง จนเกิดเป็นเซรามิกที่มีเอกลักษณ์ ผ่านการพัฒนาทั้งในส่วนของดิน น้ำเคลือบ และเตาเผาของงานสังคโลก

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย
ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

ดินที่ใช้ปั้นเป็นดินในพื้นที่ของสุโขทัยเอง โดยเลือกดินจากเกาะตาเลี้ยงที่เกิดจากขุดลอกคูคลองออกไป เพื่อหลบเลี่ยงอินทรีย์วัตถุที่อยู่ด้านบน นำมาปรับปรุงเป็นวัตถุดิบหลักในการขึ้นรูป ซึ่งมีการขึ้นรูปทั้งแบบแป้นหมุนและแบบอิสระ 

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

ในส่วนของการเคลือบยังคงเอกลักษณ์น้ำเคลือบผสมขี้เถ้าซึ่งเป็นด่าง แต่แก้ไขและหาวิธีทำให้น้ำเคลือบมีคุณสมบัติแตกต่างจากทั่วไป แล้วก็ดัดแปลงเตาเผาแบบสังคโลกดั้งเดิมที่เป็นเตาฝังอยู่ในดิน ให้ได้ผลแบบเดียวกันในเตาเผาแบบใหม่ เพื่อคงรูปแบบบางอย่างของสังคโลกไว้ งานแต่ละชิ้นจึงให้ความรู้สึกพิเศษ โดยเฉพาะลวดลายบนเซรามิกที่ดูได้ไม่รู้เบื่อ นอกจากนี้ ใครสนใจอยากทำเซรามิกแบบนี้ ก็มีศูนย์การเรียนรู้ที่เปิดให้ผู้สนใจมาดูการทำดิน การทำเคลือบ การขึ้นรูป การเคลือบชิ้นงานได้

03

บ้านทองสมสมัย

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

นี่คือร้านทองโบราณที่สืบทอดการทำทองมากว่า 90 ปีของนายเชื้อ ช่างทองประจำจังหวัดสวรรคโลก ซึ่งรับจ้างทำทองตามลูกค้าสั่ง จากนั้นได้ถ่ายโอนกิจการมายังลูกสาวหรือคุณสมสมัย ด้วยความเป็นราชธานีเก่าจึงมีลูกค้าที่พบเครื่องประดับสำริดโบราณนำแบบมาให้ทางร้านผลิตตาม คุณสมสมัยจึงอยากศึกษาและรื้อฟื้นรูปแบบเครื่องประดับทองในยุคก่อน เริ่มจากถอดรูปแบบการถักทอของเส้นสำริด จนนำมาสู่การต่อยอดผลิตเครื่องประดับทองที่มีลวดลายแบบโบราณได้เป็นคนแรก

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย
ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

ความพิเศษของงานช่างทองสมสมัยอีกอย่างคือ ใช้ทักษะการผลิตด้วยมือทุกขั้นตอน ทั้งการถักทอ การฉลุลาย เดินลาย และนำเอาลวดลายสถาปัตยกรรมของโบราณสถานของศรีสัชนาลัยมาประยุกต์สร้างเป็นลวดลายเฉพาะของที่นี่

04

Pansataraplus ผ้าทอเมืองด้ง

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย
ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

พรรษาภาราภัทร (Pansataraplus) คือแบรนด์ผ้าทอมือจากชุมชนเมืองด้ง ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย มีที่มาจากการการรวมตัวกันของผู้ก่อตั้ง 3 คน ซึ่งย้ายกลับมายังบ้านเกิดหลังจากทำงานในเมืองหลวงหลายปี หลังจากได้ยินว่าชาวบ้านหลายคนกำลังจะเลิกทอผ้า พวกเขาจึงตัดสินใจรับซื้อผ้าทอจากชาวบ้านที่มีเทคนิคการทอที่แตกต่างจากที่อื่น เพราะต้องการรักษาวัฒนธรรมการทอผ้าของชาวเมืองด้งให้คงอยู่ต่อไป 

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย
ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

ผ้าทอเมืองด้งถูกหมักด้วยดินและต้มจนเกิดผิวสัมผัสที่นุ่มนวล ใส่แล้วสบายตัว ก่อนนำมาตัดเย็บใหม่ให้กลายเป็นเสื้อผ้าและกระเป๋าที่ร่วมสมัย ถูกออกแบบ ใช้สี ในลักษณะใหม่ โดยถอดแบบสีจากลักษณะภูมิศาสตร์ของย่านบ้านตึก กลายมาเป็นคู่สีที่มีความโดดเด่นเฉพาะ นอกจากนี้ แบรนด์พรรษาภาราภัทรยังมีบริการโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวที่สนใจในผ้าทอได้มาใช้ชีวิตและศึกษาเรื่องการทอผ้าอีกด้วย

เมืองเก่าสุโขทัย

05

Dorm of Happiness / ธาราบุรี

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

เริ่มต้นเมื่อปี 2005 โดยทำที่พักจากบ้านไม้เก่าที่ยกมาจากตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จนภายหลังขยายกิจการสร้างห้องพักแบบรีสอร์ต เน้นการตกแต่งด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันทุกห้อง ทั้งแบบจีน แบบญี่ปุ่น เพื่อถ่ายทอดความหลากหลายทางชาติพันธุ์เหมือนในสมัยยุครุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัย 

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย
ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

แม้จะมีรูปแบบการตกแต่งหลากหลาย แต่ก็ยังคงมีความเป็นไทยแทรกอยู่ในหลายๆ จุด อาทิ โคมไฟบ่อน้ำที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

ความพิเศษอยู่ตรงล็อบบี้โรงแรมที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบโบสถ์ ผสมผสานองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น หลังคาดินเผา ประตูจีน งานกระเบื้องโมเสกลายอินเดีย และพื้นกระเบื้อง ถอดลวดลายมาจากฝาผนังและพื้นจากวัดศรีชุม (ที่ตอนนี้ปิดไม่ให้เยี่ยมชมแล้ว) ก่อนนำลวดลายเหล่านั้นมาสร้างเป็นลายกระเบื้องประดับ และหยิบไปใช้ตกแต่งในห้องพัก นี่จึงเป็นการหยิบเอามรดกทางด้านสถาปัตยกรรมที่มีอยู่มากมายมาต่อยอดสร้างเอกลักษณ์ให้โรงแรม จนเกิดความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

06

กะเณชา เซรามิ

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย
ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

แบรนด์เซรามิกที่นำเทคนิคและรูปแบบของเครื่องสังคโลกมาพัฒนาต่อยอดให้สินค้ามีความหลากหลาย และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบรับกับชีวิตในยุคใหม่มากขึ้น โดยยังคงใช้น้ำเคลือบที่มีส่วนผสมของขี้เถ้า มาพัฒนาจนได้สีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง อย่างสีคราม สีชมพูเขียว เขียวไข่กา และลวดลายทอง 

พร้อมทั้งยังคงเทคนิคการวาดลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของสังคโลกอย่างปลาตะเพียน ดอกบัว และกอผักกาด มาต่อยอดสร้างสรรค์พัฒนาลวดลายให้ร่วมสมัยขึ้น จนกลายเป็นเซรามิกที่เหมาะกับการใช้งานในปัจจุบัน ใช้กระบวนการทำงานด้วยมือเป็นหลักในเกือบทุกขั้นตอน ใช้เวลาตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการทั้งการขึ้นรูป การตากแห้ง การเผารอบแรก วาดลายน้ำเคลือบ ก่อนเผาอีกรอบจนสมบูรณ์ กว่า 45 วัน 

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย
ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

นอกจากงานเซรามิก กะเณชายังทดลองขึ้นรูปงานในรูปแบบใหม่ๆ และสร้างงานศิลปะร่วมสมัย และมากกว่าเป็นแบรนด์ ที่นี่ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการขึ้นรูปและเขียนลายสังคโลกให้ผู้สนใจ

07

ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

ใครที่ผ่านมายังแถวสุโขทัยก็คงจะไม่พลาดการลองลิ้มชิมรสอาหารขึ้นชื่อที่มีชื่อเดียวกับจังหวัดอย่างก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแน่ๆ 

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย
ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยมีที่มาจากชาวจีนซึ่งอาศัยอยู่ที่นี่มานาน ผ่านการดัดแปลงจนเกิดเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งที่ปรุงรสมาครบทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน ด้วยเครื่องปรุงที่เด่นในท้องถิ่น อย่างรสเค็มก็มาจากน้ำปลาที่ผลิตกันมากเพราะเป็นเมืองติดแม่น้ำ รสหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ส่วนรสเปรี้ยวมาจากน้ำส้มสายชู พร้อมทั้งใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ละแวกนี้อย่างกุ้งแห้งและถั่วฝักยาวมาเพิ่มรสสัมผัสกรอบมัน ทำให้ได้รสที่อร่อยถูกปากผู้มาเยือน ตอนนี้หลายร้านก็ดัดแปลงต่อยอดเพิ่มส่วนผสมอื่นๆ ลงไปทั้งหมูยอ หมูกรอบ เพื่อให้ถูกปากของลูกค้ามากขึ้น

08

สุโขทัยพัฒนาเมือง

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

เป็นการรวมตัวกันของบรรดานักธุรกิจในเมืองสุโขทัย ที่อยากเห็นสุโขทัยเป็นจังหวัดที่ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยพัฒนาปรับปรุงรถคอกหมูหรือรถบรรทุกดั้งเดิมของเมืองสุโขทัยให้มีระบบการจัดการแบบรถโดยสารประจำทางที่มาตรฐาน ทั้งในด้านเวลาการเดินรถและความถี่ เพื่อให้เป็นขนส่งสาธารณะทางเลือกอีกอย่างของคนสุโขทัย 

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

นอกจากนี้ ทางสุโขทัยพัฒนาเมืองยังมีส่วนร่วมในการจัดงาน ‘Sukhothai Art Craft & Beyond’ ซึ่งเป็นเทศกาลประจำปีที่รวบรวมเหล่าผู้ผลิตงานหัตถกรรมจากทั้งจังหวัดมาจัดแสดงสินค้าร่วมกัน ที่ได้รับการตอบรับดีมากจากในสุโขทัยและจังหวัดข้างเคียง เพราะความเป็นผู้ผลิตที่ทำงานจริงและสินค้าที่มีคุณภาพภายในงานนั้นเอง

09

ว่าวพระร่วง

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

ถ้าใครมาสุโขทัยในช่วงปลายปีถึงต้นปีแล้วได้ยินเสียงว่าวสู้ลมอยู่นั้น ก็จงรู้เถิดว่านี่คือว่าวที่เป็นต้นแบบของว่าวหลากหลายในภาคกลางทั้งจุฬา ปักเป้า ซึ่งน่าจะมีมาไม่ต่ำกว่า 300 ปี ในสมัยก่อนคนสุโขทัยทำว่าวถวายแด่เจ้าเมืองราชวงศ์พระร่วง

รูปแบบของว่าวพระร่วงมีรูปทรงคล้ายว่าวจุฬาที่เราคุ้ยเคย แต่มีเอว รูปทรง และขาใหญ่กว่าว่าวจุฬา ว่าวพระร่วงจึงกินลมและส่ายมากกว่าเมื่อลอยขึ้นไปบนฟ้า ทำให้เกิดเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของว่าวพระร่วง 

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

สุโขทัยมีลมน้อยกว่าพื้นที่อื่นๆ ของไทย ฤดูกาลเล่นว่าวของสุโขทัยคือช่วงหลังการเก็บเกี่ยว คือเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ คนจะเล่นว่าวตั้งแต่เช้าตรู่ เริ่มต้นตอนตี 3 จนถึง 7 โมงเช้า และช่วงเย็น 4 โมงเย็นจนถึง 7 โมงเย็น 

ครั้งหน้าถ้าใครมีโอกาสได้มาสุโขทัยในช่วงท้ายปีถึงต้นปี ก็มาดูและฟังเสียงของว่าวพระร่วง งานศิลปะที่กำลังจะสูญหายไปจากสุโขทัยกันได้

10

มะยงชิด

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

ของดีเด็ดในช่วงต้นปีที่หลายคนอาจไม่รู้ว่ามาจากสุโขทัยนั่นก็คือ มะยงชิด ผลไม้ที่ฮอตฮิตมากในช่วงปีที่ผ่านมา จนร้านอาหารใหญ่ๆ หลายร้านนำมะยงชิดมาปรุงเป็นอาหารคาวหวานเพิ่มมูลค่ากันอย่างมากมาย 

มะยงชิดในประเทศไทยมีแหล่งปลูกหลักๆ อยู่ 3 ที่ด้วยกัน คือนครนายก สุโขทัย และพิจิตร ในสุโขทัยปลูกกันมาหลายสิบปีแล้ว แต่เป็นการปลูกมะปรางก่อนราวๆ 20 ปีที่แล้ว ความจริงแล้วมะยงชิดคือมะปรางที่กลายพันธุ์จากมะปรางหวานและมะปรางเปรี้ยว ชื่อมะยงชิดนั้นก็มีที่มาจากรสชาตินี่แหละ เพราะว่า ยง หมายถึงเปรี้ยว ชิด คือหวาน 

มะยงชิดของสุโขทัยมีรสชาติพิเศษตรงที่มีรสหวานนำเปรี้ยว และมีกลิ่นหอมของมะลิและใบเตยอยู่ตรงปลายลิ้น ซึ่งเป็นรสชาติที่หาไม่ได้จากมะยงชิดในแหล่งอื่น 

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

แม้มะยงชิดจะออกผลในช่วงเดือนมกราคมจนถึงเดือนมีนาคม แต่ในช่วงเวลาอื่นๆ ก็มีร้านอาหารและคาเฟ่หลายๆ ร้านที่นำมะยงชิดมาถนอมอาหารและแปรรูปเก็บไว้ขายตลอดทั้งปี อย่างที่ร้านสุขเสมอที่มีขายทั้งมะยงชิดดลอยแก้ว น้ำมะยงชิดปั่น ซอร์เบต์มะยงชิดที่ทำจากเนื้อมะยงชิดสดๆ ปั่นกับน้ำแข็ง ไปจนถึงมะยงชิดโซดาที่เอาเนื้อมะยงชิดมาผสมกับน้ำตาลจนกลายเป็นไซรัปเข้มข้นผสมกับโซดา จนกลายเป็นเครื่องดื่มดับร้อนได้เป็นอย่างดี

นอกจากมะยงชิดแล้ว สุโขทัยยังมีผลไม้โดดเด่นอีก ไม่ว่าจะเป็นละมุด กระท้อน มะม่วง ทุเรียน ครั้งหน้าที่เดินทางผ่านสุโขทัย ลองเผื่อเวลาแวะหาผลไม้แสนอร่อยตามฤดูกาลมาเป็นของฝากดูก็น่าสนใจดีนะ

ย่านสวรรคโลก

11

สิบสองหน่วยตัด

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

ที่นี่นิยามตัวเองว่าเป็นห้องรับแขกของสวรรคโลก เจ้าของที่เป็นคนสวรรคโลกที่เคยทำงานในเมืองหลวงแล้วอยากย้ายกลับมาบ้านเกิดของตัวเอง เขารู้สึกว่าสวรรคโลกไม่มีอะไร เป็นเมืองที่ไม่พร้อมจะต้อนรับแขก เขาจึงเริ่มทำฟาร์มเมลอน และค่อยๆ พัฒนาพื้นที่เพื่อตอบสนองให้เป็นที่รับแขก ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงจุดนับพบของชาวสวรรคโลก กลายมาเป็นร้านอาหาร สวนแสนร่มรื่น บึงน้ำ ร้านกาแฟ และต่อยอดพัฒนาจนมีห้องพัก

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย
ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

การตกแต่งและคอนเซปต์ของพื้นที่ทั้งหมดคือหาตัวบ้านเก่า เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง ในยุคที่สวรรคโลกเจริญรุ่งเรืองเป็นจังหวัดสวรรคโลก ในขณะที่สุโขทัยยังเป็นเพียงอำเภอ สวรรคโลกเป็นศูนย์กลางด้านพืชผลทางการเกษตรในย่านนี้ และเป็นเมืองที่กำหนดราคากลางของพืชผลหลากหลายเมื่อเกือบ 80 ปีก่อน ส่วนชื่อร้านนั้นมีที่มาจากชื่อลายที่เป็นเอกลักษณ์ของผ้าทอไทพวนซึ่งเป็นของพื้นถิ่น 

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

การมีอยู่ของสิบสองหน่วยตัดจึงเป็นการจุดประกายให้คนสวรรคโลกได้เห็นถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในเมืองแห่งนี้ และถ้าคนในเมืองนี้ร่วมกันพัฒนา ก็อาจจะทำให้สวรรคโลกกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของนักเดินทางต่อไปในอนาคตได้ 

12

Street Art สวรรคโลก

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับบริษัท Assajan Collective สร้างการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านรูปแบบของการใช้งานศิลปะแบบสตรีทอาร์ต เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยมี 3 เมืองรองของประเทศไทยที่ได้รับการคัดเลือก คือ สวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เชียงราย และจังหวัดตราด 

ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย
ทำความรู้จักสุโขทัย เมืองแห่งการพัฒนาต่อยอดมรดกในมุมใหม่ผ่านของ 12 อย่าง, ที่เที่ยว สุโขทัย

สวรรคโลกได้รับศิลปินจากประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และกัมพูชา มาสร้างสรรค์ผลงานสตรีทอาร์ตบนอาคารโบราณในย่านตลาดเก่าริมน้ำของสวรรคโลก ทำให้ผู้คนที่เข้ามาในย่านนี้ต้องเดินลัดเลาะของตรอกซอกซอยต่างๆ เพื่อค้นหาและสำรวจงานสตรีทอาร์ตทั้งหกให้ครบ ซึ่งก็เป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เดินไปเจอกับกิจการและความเป็นชุมชนของย่านสร้างสรรค์แห่งนี้ด้วย 

แม้งานจะมีเพียงแค่ 6 ชิ้นซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่เราก็ยังคาดหวังว่าจะมีการต่อยอดด้านสตรีทอาร์ตต่อไปในสวรรคโลก เพื่อเปลี่ยนให้สวรรคโลกกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางคิดถึงในอนาคต


ขอขอบคุณ

  • ดร.จารุวรรณ แดงบุบผา
  • อาจารย์ธนพงษ์ บุญฤทธิ์
  • ดร.คมกฤช ธาราวิวัฒน์
  • อาจารย์ธีรพล เถื่อนแพ
  • อาจารย์ธรรมศักดิ์ ค่วยเทศ
  • สิวรีย์ เอี่ยมสุดใจ
  • เนืองนิตย์ ชัยภูมิ

Writer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Photographer

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load