14 Jan 2019
2 PAGES
871

ถ้าจะดูฝุ่นไปดูที่จีนนู่น คนไทยจะกังวลทำไม

ก่อนหน้านี้การเรียกร้องเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate Change) ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) การออกแบบเมืองให้มีพื้นที่สีเขียว ต่างเป็นเรื่องไกลตัวชาวไทย

แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

การมาของฝุ่น PM2.5 ที่ปกคลุมกรุงเทพฯ และหลายเมืองในไทยอย่างหนาหนักจนคนไม่กล้าออกบ้าน น่าจะช่วยสร้างความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดแล้ว

เพราะมันอยู่ในทุกลมหายใจของเรา!

ในสถานการณ์แบบนี้ เราอดนึกถึงสตอกโฮล์ม เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความยั่งยืนไม่ได้ พวกเขาจริงจังกับความยั่งยืนแค่ไหนน่ะเหรอ ก็ถึงขนาดที่สร้างอนุสาวรีย์เพื่อเตือนใจทุกคนที่เดินผ่านไปมาเลยไงล่ะ

สตอกโฮล์ม, ฝุ่น PM2.5

อนุสาวรีย์นี้ชื่อ ‘Miljöobelisker’ แปลเป็นอังกฤษได้ว่า Environment Obelisk แปลเป็นไทยอีกทีว่า เสาหินสิ่งแวดล้อม

ในปี 1994 หรือ 5 ปีหลังจากการก่อตั้งสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน มีพระราชดำริและพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สมทบทุนให้สร้างเสาหินทรง Obelisk สองต้น ริมถนน Strandvägen กลางเมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

สตอกโฮล์ม, ฝุ่น PM2.5 สตอกโฮล์ม, ฝุ่น PM2.5

ต้นหนึ่งเขียนกำกับว่า Vatten แปลว่า น้ำ และ Luft แปลว่า อากาศ แสดงคุณภาพน้ำและอากาศแบบเรียลไทม์ผ่าน 8 ตัวชี้วัดที่เป็นเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของเมือง เช่น คุณภาพอากาศ ปริมาณน้ำเสียก่อนและหลังบำบัด ระดับฟอสฟอรัสและไนโตรเจนในน้ำ

ให้เห็นกันเลยว่า นี่คือผลประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมของพวกเราทุกคนนะจ๊ะ

สตอกโฮล์ม, ฝุ่น PM2.5 สตอกโฮล์ม, ฝุ่น PM2.5

ที่ฐานของเสาทั้งสองต้นมีเขียนระบุว่า สตอกโฮล์มได้จัดการเรื่องสิ่งแวดล้อมไปอย่างไรแล้วบ้าง ก่อนตบท้ายว่า แม้ตอนนี้สภาพน้ำและอากาศจะดีแล้ว แต่เราก็ต้องร่วมมือกันดูแลและพัฒนาคุณภาพทรัพยากรต่อไปให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

เรียกว่าฝากให้ทุกคนที่เห็นเสาต้นนี้ช่วยกันรักษาระดับบนเสากันคนละไม้คนละมือ
สตอกโฮล์ม, ฝุ่น PM2.5

หันกลับมาที่กรุงเทพฯ บ้านเรา อาจสายไปนิด แต่ไม่สายเกินกว่าที่เราจะเริ่มตระหนัก เริ่มคิดถึง สิ่งแวดล้อมและส่วนรวม ไม่ใช่แค่อากาศ แต่คือน้ำ คือดิน คือทรัพยากรทั้งหมด

นี่คือความรับผิดชอบของเราทุกคน

 

ภาพ : ชุลี หวังศิริเลิศ และ ณัฐภัทร แซ่เบ๊

CONTRIBUTOR

ชุลี หวังศิริเลิศ

ผู้ร่วมก่อตั้ง RISE IMPACT บริษัทที่เป็นเพื่อนคู่คิดและห้องทดลองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงดีๆ ในสังคม