บ้านไม้สองชั้นสีหวานนวลตาถูกซ่อนอยู่หลังร้านรวงบนถนนยมราช บริเวณหน้าบ้านปลูกสวนขนาดย่อม มีทั้งผักสวนครัว สมุนไพร และดอกไม้ ชูดอกออกผลต้อนรับผู้มาเยือน เห็นแล้วแช่มชื่นสายตาท่ามกลางแดดจ้า

เราส่งสายตาสำรวจด้านในที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ยุคเก่า ผ้าถัก ของสะสมวินเทจ แก้ว จาน ชาม ใบน้อยใหญ่นอนคละกันในตู้ไม้ข้างหน้าต่าง สลับกับสีเขียว สีชมพู และสีเหลือง ของต้นไม้-ดอกไม้ที่วางแซมอยู่มุนนั้น มุมนี้ทั่วบ้าน บรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้านในหนังต่างประเทศสักเรื่องที่เคยดูตอนเป็นเด็ก แถมหญิงสาวสวมชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีธรรมชาติกำลังง่วนอยู่กับมุมขนมและบาร์ชงชาใต้บันไดด้วยท่าทีสบาย เดาไม่ยาก-เธอคงเป็นเจ้าบ้าน

สถานที่ที่เรากำลังบรรยายความน่ารักคือ ‘Sticky willy house’ ร้านน้ำชาที่ตั้งชื่อจากวัชพืช เป็นร้านน้ำชาแห่งแรกของโคราชที่ขายชาเพียงอย่างเดียว และเป็น Tea Party ที่ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น เพราะเจ้าบ้านอยากมอบความเป็นส่วนตัวให้แขกได้จิบชาละเลียดกับบทสนทนา อิ่มเอมกับความผ่อนคลายและพบปะมิตรใหม่ที่ชอบสิ่งเดียวกัน

Sticky willy house สาวโคราชกลับบ้านมาเปิดร้านน้ำชาและจัด Tea Party วิวสวนดอกไม้

“มันเริ่มจากการอยากกลับมาอยู่บ้าน…”

กระตั้ว-นันทพัทธ์ พนิตวรนันท์ สาวเมืองย่าโมเจ้าของ Sticky willy house บอกกับเราเช่นนั้น

เธอเป็นคนโคราชขนานแท้ เกิด เติบโต และศึกษาในที่ที่เธอเรียกว่า ‘บ้าน’ ก่อนเขยิบเข้ากรุงเทพฯ เพื่อฝึกประสบการณ์ตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย สาวเจ้าเลือก DONT Magazine เป็นหมุดหมาย หลังจบหลักสูตร เธอถูกทาบทามให้ปักหลักด้วยตำแหน่ง Fashion Coordinate ที่แมกกาซีนแฟชั่นหัวนี้ ประจวบเหมาะกับวิชาชีพ ความสนใจ และการตั้งคำถามกับแฟชั่น ทำให้เธอก่อตั้ง EVERYTHING est OK แบรนด์เสื้อผ้าเส้นใยธรรมชาติ

“แมกกาซีนที่เราทำเน้น High Fashion และไลฟ์สไตล์ ทำให้เราเริ่มเห็นอะไรเยอะขึ้นในกระบวนการของอุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งคนยังมองว่าแฟชั่นเป็นเรื่องไกลตัว สิ้นเปลือง เราเคยเกิดคำถามแบบนั้น แต่ก็มีทั้งสองมุม คนคลั่งไคล้จริงก็มี เราเลยอยากลองทำเสื้อผ้าในแบบที่เราจะใส่จริงๆ ด้วยเนื้อผ้าที่เราชอบ เราชอบเสื้อผ้าเส้นใยธรรมชาติ ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน แล้วมันเหมาะกับสภาพอากาศประเทศไทย ซับเหงื่อ ระบายอากาศได้ดี เราเอาตรงนั้นมาเป็นจุดเริ่มต้น

“แม่เราเป็นส่วนสำคัญและกำลังหลักของแบรนด์ เขาช่วยคิดแพตเทิร์น ตัดเย็บ ขึ้นแบบ เพราะแม่มีทักษะตัดเย็บจากการเรียน แล้วสมัยวัยรุ่นเขาเป็นคนชอบแต่งตัว มันเลยถือเป็นความโชคดีของเรา ถ้าตอนเริ่มต้นเราไม่มีแม่ เราคงนึกไม่ออกว่าจะไปต่อยังไง เพราะเราไม่มีความรู้ขนาดนั้น มีแต่ความชอบที่อยู่ในหัว” กระตั้วเล่าย้อนความ

เธอทำงานแมกกาซีนแฟชั่น ทำแบรนด์เสื้อผ้า และใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกรุงนานนับ 10 ปี 

Sticky willy house สาวโคราชกลับบ้านมาเปิดร้านน้ำชาและจัด Tea Party วิวสวนดอกไม้

ฝุ่นควัน สภาพแวดล้อม รถติด ความเครียด ภูมิแพ้, ปัจจัยที่ทำให้กระตั้วคิดว่ากรุงเทพฯ ไม่ใช่ที่ของเธอ

“เราเริ่มอิ่มตัวกับงาน มันไม่มีอะไรที่ท้าทายเราอีกแล้ว บวกกับสภาพแวดล้อม ภาวะความเครียดที่เพิ่มขึ้น เราเริ่มรู้สึกหงุดหงิดง่าย ทำให้คิดว่าเราไม่เหมาะที่จะอยู่กรุงเทพฯ มันไม่น่าจะใช่ที่สำหรับเรา เลยตัดสินใจลาออกจากงาน หลังจากลาออกก็ไม่คิดจะสมัครงานใหม่นะ ยังอยากทำแบรนด์เสื้อผ้าต่อ แล้วก็อยากเรียนภาษาเพิ่มด้วย”

กระตั้วเดินทางไปประเทศอังกฤษตามคำชวนของเพื่อนที่ทำงานแมกกาซีนอยู่ที่นั่น เธอมีโอกาสช่วยงานเพื่อนเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างนั้นก็เรียนภาษาควบคู่ไปด้วย ก่อนจะกลายเป็นคนสวนอาสาสมัครที่ประเทศสกอตแลนด์

“เมืองที่เราไปเป็นเมืองเล็กๆ เกือบ Highland เราเป็นเอเชียคนเดียวที่ไปโผล่ในเมืองของเขา เราชอบมาก เพราะรู้สึกเป็นคนแปลกหน้าจริงๆ ดี การไปอยู่ตรงนั้น เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีสมาธิได้ขนาดนี้ นั่งสมาธิได้ อ่านหนังสือได้ ทำสวนได้ เหมือนเป็นอีกชีวิตที่คู่ขนานกันเลย

“แล้วบ้านโฮสต์ที่เราอยู่เขาเปิดให้คนมาจัด Tea Party มีชา มีขนม เราเรียนรู้การทำสโคนกับเขา คนที่มาเป็นรุ่นคุณแม่ คุณป้า เขาจะนั่งคุยกัน เอาของมาแลกเปลี่ยนกัน น่ารักดี เป็นประสบการณ์และโอกาสดีๆ ที่เข้ามา โดยเราเป็นคนหาโอกาสนั้นเอง ซึ่งมันจริงๆ มากตรงที่ว่า ถ้าคนเราไม่วิ่งหา ก็ไม่มีทางที่จะเจอ พอกลับจากอังกฤษ ก็ยิ่งตอกย้ำเลยว่ากรุงเทพฯ ไม่ใช่ที่สำหรับเราแน่นอน เราเลยเริ่มกลับบ้านบ่อยขึ้น ช่วงแรกไปๆ มาๆ สักพักเริ่มอยู่นานขึ้น 

“ประจวบกับต้นปีมี COVID-19 แต่ก็ไม่ได้เป็นเหตุผลที่เรากลับจริงๆ เป็นเหตุบังเอิญให้กลับและอยู่นานขึ้น เลยพาคุณแม่ไปตรวจสุขภาพ เจอว่าเขาเป็นมะเร็งปากมดลูก ตอนนั้นจิตตกเหมือนกัน พอเราไม่อยู่บ้าน กลับกลายเป็นว่าเขาป่วย เราเลยตัดสินใจกลับมาดูแลเขาตลอดเลยดีกว่า นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรากลับบ้าน” เธอเล่า

Sticky willy house สาวโคราชกลับบ้านมาเปิดร้านน้ำชาและจัด Tea Party วิวสวนดอกไม้

เหตุผลของการกลับบ้านคือคุณแม่ ลูกสาวเริ่มเรียนรู้และปรับการใช้ชีวิตให้เข้ากับคุณแม่และโรคที่เป็น ระหว่างดูแลรักษาเธอก็สนใจเรื่องอาหารการกินสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง พร้อมๆ กับเริ่มทำสวนที่บ้าน กินอะไรปลูกแบบนั้น

“มะเร็งคงไม่หายขาดด้วยการกิน แต่การรักษามันช่วยได้ เพราะระยะที่เขาเป็นไม่ได้หนักมาก เราเลยเริ่มศึกษาอาหารที่เขากินได้ มีสมูทตี้ผัก มีชา ชาก็ตรงกับเรา เพราะเราเป็นคนชอบดื่มชา โดยเฉพาะชาสมุนไพร โฮสต์ที่สกอตแลนด์เขาสอนให้เอาใบอันนู้น อันนี้มาทำชา แล้วที่บ้านเขาปลูกมินต์เยอะมาก เราก็ฝังใจว่าจะต้องปลูกที่ไทยให้ได้ พอเราเริ่มปลูก ก็เอาใบมาทำชาให้แม่ดื่ม เพราะจากที่เราศึกษา คนเป็นมะเร็งจะรู้สึกร้อนในตัว เขาต้องการชาหรือเครื่องดื่มฤทธิ์เย็นเข้าไปปรับสมดุลภายในร่างกาย อีกอย่างชามีเรื่องของกลิ่นที่ช่วยบำบัดได้ด้วย เป็นอโรม่าเทอราพี”

เมื่อมีสิ่งที่อยากทำบวกกับประสบการณ์ที่สั่งสม เธอเลยคิดอยากจะทำอะไรเป็นหลักแหล่งที่บ้านเกิด

ความตั้งใจแรกเธอมองหาบ้านไม้ มีบริเวณเป็นสัดส่วน เพื่อจะเป็นที่ตั้งของแบรนด์เสื้อผ้าที่เธอทำ กระตั้วว่าถ้าไม่ได้ตรงตามสเปกที่คิดก็จะไม่ทำเด็ดขาด แต่เหมือนโชคหล่นทับ เธอเจอบ้านไม้หลังกะทัดรัดโดดเด้งเข้าตา อยู่ถัดเข้ามาในซอยเล็กๆ บริเวณถนนยมราช แม้เบื้องหน้าเป็นถนนมีเสียงรถจอแจ แต่ด้านในกลับสงบ เป็นส่วนตัว

จัดปาร์ตี้น้ำชา เบลนด์ชาที่ชอบ ชิมขนมอบโฮมเมด ในบ้านไม้จังหวัดนครราชสีมาที่ กระตั้ว-นันทพัทธ์ พนิตวรนันท์ ได้แรงบันดาลใจจากสกอตแลนด์

บ้านไม้สองชั้นโครงสร้างเดิมดี เธอทาสีนิดหน่อยเพิ่มความสบายตา ด้านหน้าเริ่มทยอยปลูกดอกไม้ ดอกไม้กินได้ สมุนไพร และผักสวนครัว เจ้าบ้านเห็นว่าบรรยากาศดีมาก อดนึกไม่ได้ว่าถ้าคนได้มาจิบชา กินขนม พักผ่อนสุดสัปดาห์ จะรู้สึกดีขนาดไหน, จากที่ตั้งออฟฟิศ กำลังจะกลายเป็นบ้านน้ำชา เธอชักชวนสาวอีกคนมาออกแรงร่วมด้วย

“เราคุยกับแม่ว่าไหวมั้ย เราจะขายแค่ชานะ ชาสมุนไพรที่เรากิน แม่บอกว่าไหว เขาจะทำขนม แม่ทำขนมเป็นอยู่แล้ว แต่ต้องเรียนรู้เรื่องสูตรกันใหม่ เราเริ่มต้นด้วยสโคนที่ได้สูตรจากสกอตแลนด์ ทำทิ้งไปเยอะ” เธอหัวเราะ

เมื่อคิดและทำทันที ร้านน้ำชาก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง กระตั้วตั้งชื่อว่า Sticky willy house 

“Sticky Willy เป็นวัชพืชทานได้ หน้าตาน่ารักนะ ตอนอยู่สกอตแลนด์ โฮสต์ชอบให้เราถอนต้นนี้ทุกวัน เขาชอบแซวว่าต้นนี้เป็นเพื่อนของเรา ยัวเฟรนด์ล่ะจัดการกันหรือยัง เราก็เจ็บใจ (หัวเราะ) ก็เลยเอามาตั้งชื่อร้าน แล้วก็ส่งข้อความไปบอกเขาด้วย เขาถามว่าจริงหรอ ตลกดี เขาก็แฮปปี้นะที่เราเอาประสบการณ์ที่ไปเจอมาต่อยอด”

บ้านน้ำชาหลังนี้เปิดต้อนรับผู้มาเยือนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้จะใหม่ทั้งร้านและคอนเซปต์ แต่คนโคราชและเพื่อนบ้านจังหวัดใกล้เคียงก็เปิดใจต้อนรับ ตบเท้าเข้ามาทักทายและแวะเวียนมาหาไม่ขาดสาย

จัดปาร์ตี้น้ำชา เบลนด์ชาที่ชอบ ชิมขนมอบโฮมเมด ในบ้านไม้จังหวัดนครราชสีมาที่ กระตั้ว-นันทพัทธ์ พนิตวรนันท์ ได้แรงบันดาลใจจากสกอตแลนด์
จัดปาร์ตี้น้ำชา เบลนด์ชาที่ชอบ ชิมขนมอบโฮมเมด ในบ้านไม้จังหวัดนครราชสีมาที่ กระตั้ว-นันทพัทธ์ พนิตวรนันท์ ได้แรงบันดาลใจจากสกอตแลนด์

“บางคนทึ่งตรงที่ว่าเปิดขายแค่ชาอย่างเดียวจริงหรอ แล้วต้องจองเข้ามาด้วยนะ ใช่ เรามีแค่นี้จริงๆ เพราะคาเฟ่ส่วนใหญ่จะคล้ายกัน มีเครื่องดื่ม มีขนม วอล์กอินได้เลย แต่สำหรับร้านเรายังเป็นเรื่องใหม่ และน่าจะเป็นร้านแรกของโคราช เราพร้อมให้คนเข้าใจในสิ่งนี้ และจะไม่ปรับร้านให้เหมือนคาเฟ่ มันไม่ใช่ทางของเราจริงๆ ถ้าต้องฝืนตัวเองเพื่อทำแบบนั้น เราขอทำเท่าที่เราทำได้และเท่าที่ความรู้เรามี เพราะเราอยากถ่ายทอดในสิ่งที่เรารู้และถนัด

“เราอยากให้บรรยากาศตรงนี้เหมือนมานั่งบ้านเพื่อน ได้ทำความรู้จักและพูดคุยกับเจ้าของบ้าน ซึ่งก็คือเรา เราอยากให้เขาได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ได้รับรู้ถึงการบริการในอีกรูปแบบหนึ่ง ถ้ามาร้านเรา เขาจะได้แลกเปลี่ยนสิ่งที่ชอบ ได้เจอคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน ถ้าเป็นเรา เรารู้สึกดีนะ ตอนนี้ก็เริ่มมีลูกค้าเข้าใจ ถ้าอยากคุยกับเราเขาจะเดินไปหน้าบาร์ ถ้าเราทำอะไรเสร็จก็จะเดินมาคุยกับเขา ชอบอะไร ให้เราปรับปรุงตรงไหนมั้ย คุยกันเรื่องปลูกต้นไม้ก็มี”

เจ้าบ้านกระซิบว่า หนึ่งวันเธอคุยเยอะมาก อาจเพราะถูกคอ ถูกใจ ไม่ก็ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

จัดปาร์ตี้น้ำชา เบลนด์ชาที่ชอบ ชิมขนมอบโฮมเมด ในบ้านไม้จังหวัดนครราชสีมาที่ กระตั้ว-นันทพัทธ์ พนิตวรนันท์ ได้แรงบันดาลใจจากสกอตแลนด์

Sticky willy house เปิดให้จอง 4 รอบต่อวัน เวลา 11.00, 12.30, 14.00 และ 15.30 น. โดยแต่ละรอบใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่ง มีขนมอบโฮมเมดฝีมือคุณแม่ผลัดเปลี่ยนไม่ซ้ำกันให้ลองลิ้ม ทั้งบานาน่าวอลนัทเค้กสูตรวีแกน เค้กส้ม ชอร์ทเบรด ซอฟต์สโคน (กรอบนอก นุ้มนุ่มใน) เสิร์ฟพร้อมแยมกุหลาบ ฯลฯ ทุกเมนูเป็นมิตรกับสุขภาพ

มาเยือนร้านน้ำชาทั้งที ขอนำเสนอไฮท์ไลต์ ชาที่นี่มีให้เลือกกว่า 50 ชนิด ทั้ง ชาสมุนไพรอย่างทับทิม รากมาร์ชเมลโล่ ตะไคร้ มินต์ ชาดอกไม้ อย่างบ้านไม่รู้โรย คาเนชั่น กุหลาบ และชาจากใบชา โดยเธอไม่เน้นชาที่มีคาเฟอีน มีให้จิบทั้งชาชงร้อน ชาชงเย็น หรือชาเบลนด์ก็มี ลูกค้าอยากลองเบลนด์เองหรือให้เจ้าบ้านช่วยเบลนด์ให้ก็ย่อมได้

ศาสตร์การเบลนด์ชาเธอก็ลงมือถอดรหัสเอง นั่งดู นั่งจด นั่งชิม นั่งดม จนเจอส่วนผสมที่ลงตัว

กระตั้วประจำที่บาร์ เธอเบลนด์ชาให้เราสองกา กาแรกมีมินต์ หญ้าหวาน และดอกหอมหมื่นลี้ และกาที่สองมีกุหลาบบิชอป มะลิ และโรสแมรี่ กลิ่นของชาทั้งสองกาหอมตราตรึง แถมอโรม่าที่ส่งหาก็ช่วยบรรเทาความเครียด

จัดปาร์ตี้น้ำชา เบลนด์ชาที่ชอบ ชิมขนมอบโฮมเมด ในบ้านไม้จังหวัดนครราชสีมาที่ กระตั้ว-นันทพัทธ์ พนิตวรนันท์ ได้แรงบันดาลใจจากสกอตแลนด์

เธอว่าข้อดีของชาที่ Sticky willy house คือกลิ่นค่อนข้างชัด มินต์เป็นมินต์ กุหลาบเป็นกุหลาบ เพราะผลิตจากวัตถุดิบนั้นๆ เลย ไม่ผ่านกระบวนการเยอะจนกลิ่นจาง ซึ่งสมุนไพรและดอกไม้ที่เธอปลูกก็ถูกแปลงมาเป็นใบชา มินต์บ้าง กุหลาบบ้าง อัญชันบ้าง ถ้ากุหลาบออกดอกไม่ทัน ก็อุดหนุนกุหลาบออร์แกนิกจากเชียงดาว สนับสนุนเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ในบ้านเกิด อย่างคาโมมายล์จากอำเภอวังน้ำเขียว และดอกบัวจากจังหวัดเพื่อนบ้านในภาคอีสาน

“เราปลูกมินต์และพืชสมุนไพรอื่นๆ มาทำชา พอปลูกเองก็มั่นใจในคุณภาพ ส่วนบางชนิดก็ได้จากเกษตรกร เพราะอยากมีเครือข่ายและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เราเลยพยายามหาวัตถุดิบจากในพื้นที่ของเราก่อน”

นอกจากรู้จักชาเป็นอย่างดี เธอยังศึกษาสรรพคุณด้วย จากตอนแรกศึกษาเฉพาะสรรคุณต้านเซลล์มะเร็ง ก็ขยายถึงชาบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน ลดความเครียด คลายกังวล เสริมการนอนหลับ และอีกสารพันประโยชน์

กระตั้วยกตัวอย่างวัตถุดิบและคุณประโยชน์ของชาสองกาที่เธอชง เช่น มินต์ บรรเทาอาการปวดหัว ช่วยให้นอนหลับง่าย หญ้าหวาน ลดน้ำตาลในเลือด กอกหอมหมื่นลี้ บำรุงปอด ชากุหลาบ บรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ ส่วนโรสแมรี่ ช่วยย่อยอาหาร และกลิ่นก็ช่วยคลายเครียดได้ดีด้วย เธอว่าเสน่ห์ของชาคือกลิ่น ที่ดมแล้วทำให้เกิดสมาธิ

จัดปาร์ตี้น้ำชา เบลนด์ชาที่ชอบ ชิมขนมอบโฮมเมด ในบ้านไม้จังหวัดนครราชสีมาที่ กระตั้ว-นันทพัทธ์ พนิตวรนันท์ ได้แรงบันดาลใจจากสกอตแลนด์

ลูกค้าปาร์ตี้น้ำชาของ Sticky willy house มีตั้งแต่ลูกค้าวัยมัธยมจนถึงรุ่นคุณป้า บ้างขับรถมาจากกรุงเทพฯ บ้างมาจากจังหวัดใกล้เคียง และที่เธอประทับใจคือ เพื่อนซี้ชาวต่างชาติที่แบกเป้บึ่งมอเตอร์ไซต์มาจากวังน้ำเขียว เพื่อมาจิบชาเคล้ากับขนมอบโฮมเมด เธอและคุณแม่ดีใจที่พื้นที่ตรงหน้าพาคนมาหย่อนใจและใช้พื้นที่สร้างความสุข

เธอว่าลูกค้าบางคนก็กลายเป็นเพื่อน อย่างคุณหมอกายภาพที่มาดื่มชาและช่วยจัดกระดูกให้ เมื่อรู้ว่ากระตั้วมีอาการออฟฟิศซินโดรมเรื้อรังจากการทำงานในกรุงเทพฯ จนตอนนี้เธอกลายเป็นคนไข้ประจำแล้วเรียบร้อย

“มันเป็นความประทับใจนะ เราว่ามันเป็นความรู้สึกที่ประทับใจ เราไม่มีทางที่จะเดินๆ อยู่แล้วไปทักใครได้ แต่แบบนี้มันคือการที่เขาเข้ามาให้พื้นที่ของเรา แล้วได้แลกเปลี่ยนกันจนเกิดเป็นมิตรภาพดีๆ ขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ ลูกค้าเรามีหลายวัยเลย บรรยากาศก็เป็นเหมือนที่เราคิด เขาเป็นกลุ่มคนที่มาแล้วเรารู้สึกว่าเขาได้พักผ่อนจริงๆ ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัว เรารู้สึกดีที่เขาเอนจอยกับสิ่งที่เราทำ มันยิ่งทำให้เรามั่นใจในตัวเองมากขึ้นที่ทำร้านนี้ขึ้นมา”

เราเองก็เพลินกับการดื่มชามินต์เย็นชื่นใจที่ส่งความชุ่มคอทันทีหลังกระดกเข้าอึกใหญ่ แถมยังชิมสโคนพิซซ่าซอสบลูเบอร์รี่จนเกลี้ยงจาน ไม่นับสโคนพ่วงแยมกุหลาบลิ้นจี่โฮมเมดที่พร่องวับในพริบตา ก็ดันอร่อยนี่นา

จัดปาร์ตี้น้ำชา เบลนด์ชาที่ชอบ ชิมขนมอบโฮมเมด ในบ้านไม้จังหวัดนครราชสีมาที่ กระตั้ว-นันทพัทธ์ พนิตวรนันท์ ได้แรงบันดาลใจจากสกอตแลนด์

สาวโคราชบ้านเอ๋งกลับบ้านไม่ถึง 2 ปี แต่เธอกลับพบเสน่ห์ของบ้านเกิดมากมายเหลือเกิน ทั้งผู้คน เพื่อนบ้าน สภาพแวดล้อม ภูมิอากาศ ที่สำคัญ ทำให้เธอกลับมารู้จักตัวเธอเองมากขึ้น มีพื้นให้เธอคิดและเติมสมาธิ

“การกลับมาอยู่บ้านเหมือนเป็นการเติมเต็มในส่วนที่เรายังขาด คือการกลับมาดูแลแม่และทำความฝันของตัวเอง ด้วยการมีร้านเล็กๆ ที่ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ใช้ประสบการณ์ทั้งหมดทั้งมวลที่เจอมา ทุกวันนี้ก็ยังนึกถึงตอนที่ทำงานกรุงเทพฯ อยู่เลยนะ ยังขอบคุณทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา ทำให้เรามาอยู่ตรงนี้ได้ด้วยความมั่นใจในตัวเอง 

“เราทำร้านนี้ขึ้นมา โดยไม่กลัวที่จะต้องล้ม ถ้าร้านจะไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่กลัว เพราะการลองผิดลองถูกมันเกิดขึ้นทั้งชีวิตอยู่แล้ว เราจะกลัวและเสียใจมากกว่าถ้าไม่ได้ทำ อย่างน้อยเรากลับบ้านมาแล้ว เราได้ทำแล้ว จะเป็นยังไงค่อยว่ากันต่อ ตอนนี้เราประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราคิด คือเราได้ลงมือทำแล้ว” เธอยิ้มหวานภูมิใจ

ส่วนคุณแม่ที่หลบมุมอยู่กับพลพรรคต้นไม้ เรามั่นใจว่าเธอได้ยินทุกบทสนทนาและคงยิ้มหวานภูมิใจ

“แม่เคยพูดกับเราคำหนึ่งว่า ‘เราคือความฝันของเขา’ เพราะเราเคยทำงานวงการแฟชั่น ซึ่งเขาก็เคยคิดอยากจะทำเหมือนกัน เราทำแบรนด์เสื้อผ้าขาย เขาก็อยากมีคอลเลกชันของตัวเองที่ใส่อวดเพื่อน จนวันที่เปิดร้าน เขาก็ทำขนม เขาได้ลงมือทำในสิ่งที่เขาอยากทำ และแม่ชอบที่ได้เจอผู้คนเข้ามาพูดคุยและส่งกำลังใจให้ แม่มีความสุขจริงๆ

“เขาเป็นทั้งกำลังกายและกำลังใจหลัก เรารู้สึกได้ว่าแม่ทำทุกอย่างเพื่อเราจริงๆ สิ่งที่เราจะตอบแทนเขาได้หรือให้เขาดีขึ้นจากอาการป่วยคือการกลับมาดูแล การรีบคิด รีบทำ และลงมือเลย มันกลายเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเรา”

ตอนนี้ความเครียดที่เคยมีในเมืองกรุงหายไป สิ่งที่เธอต้องคิดตอนนี้คือจะปลูกอะไรและทำเมนูอะไรดี

เราจิบชาที่เธอชงให้แก้วแล้ว แก้วเล่า พลางมองแม่และลูกสาวที่พูดคุยกันอย่างอบอุ่นบริเวณมุมข้างหน้าต่าง ช่างเป็นปาร์ตี้น้ำชาที่ดื่มด่ำด้วยเรื่องราวและบทสนทนาแฝงความสุขของหญิงสาวที่ ‘อยากกลับมาอยู่บ้าน’

Sticky willy house สาวโคราชกลับบ้านมาเปิดร้านน้ำชาและจัด Tea Party วิวสวนดอกไม้

Sticky willy house

ที่ตั้ง : ในซอยตรงข้ามร้านรวมวิทยา ถนนยมราช ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา (แผนที่)

เปิดบริการวันศุกร์-วันอาทิตย์ และต้องจองคิวล่วงหน้าก่อนเท่านั้น

เปิดบริการทั้งหมด 4 รอบต่อวัน เวลา 11.00, 12.30, 14.00 และ 15.30 น.

จองคิวได้ที่ Line ID @stickywilly หรือ Facebook : @stickywillyhouse

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ยามบ่ายแก่ในวันฟ้าเปิดที่ไร้หมู่เมฆคอยบดบังทิวากร ทั่วทั้งอาณาบริเวณของสุขุมวิท 36 จึงถูกปกคลุมไว้ด้วยมวลอากาศร้อนราวกับจะลุกเป็นไฟ พี่วินมอเตอร์ไซค์หยุดรถเป็นระยะ ๆ เหตุก็เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราเดินทางเข้ามาในย่านแห่งนี้ บวกรวมกับความไม่คุ้นชินเส้นทาง เราสองจึงต้องคอยดูแผนที่ซ้ำ ๆ เพื่อความแน่ใจ แต่ที่สุดแล้ว พวกเราก็มาถึงสถานที่อันเป็นหมุดหมายปลายทางในวันนี้จนได้

เบื้องหน้าของเราคืออาคารกระจกเปิดโล่ง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น เหนือบานประตูขนาดใหญ่มีอักษรสีขาวนูนกำกับไว้ว่า ‘FLOHOUSE’ สถานที่อันเป็นที่ตั้งของ FLO, FLOLAB, LIVID และ FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระที่เน้นหนักไปทางหนังสือออกแบบและเฟอร์นิเจอร์

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้จะบอกว่าเป็นร้านหนังสือ แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่หนังสือเพียงอย่างเดียว เพราะ นรุตม์ ปิติทรงสวัสดิ์ ทายาทรุ่นสามโรงงานเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบผู้สร้างแบรนด์ FLO ควบตำแหน่งเจ้าของ FLOBOOKSTORE ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่านั้น ขณะมองสำรวจไปรอบ ๆ พร้อมสูดกลิ่นหอมของกาแฟ เราเห็นภาพของนรุตม์และอีก 4 – 5 คน กำลังจัดเตรียมสถานที่อย่างขะมักเขม้น 

ด้วยเพราะวันรุ่งขึ้น จะเป็นวันที่ FLOHouse เปิดต้อนรับอย่างเป็นทางการวันแรก 

แม้ไร้บทสนทนา แต่เราก็รับรู้ได้ในทันทีว่า พวกเขาทุกคนกำลังตั้งใจอย่างหนัก

เมื่อนาฬิกาเดินถึงยามที่เรานัดหมาย นรุตม์วางมือจากทุกสิ่งอย่าง พร้อมกับบทสนทนาเคล้ากลิ่นกาแฟของร้านหนังสือที่ผูกโยงไว้กับเฟอร์นิเจอร์ด้วยเชือกสายอันเหนียวแน่นก็เริ่มต้นขึ้น

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

ร้านขายประสบการณ์

“ที่นี่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ เลย” ชายตรงหน้าบอกกับเราด้วยแววตาเป็นประกาย

‘ที่นี่’ ที่ว่าก็คือ FLOHouse ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์เด็กมาก่อน และหากลองเพ่งสายตาดี ๆ ก็จะเห็นร่องรอยของกาลเวลาบันทึกไว้บนเพดานไม้สลับปูน

หันมองไปรอบกาย ที่แห่งนี้มีบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย และมีแสงอุ่น ๆ สาดส่องเข้ามาทั่วทั้งบริเวณ นรุตม์ตั้งใจให้อาคารทั้งหลังเป็นกระจกใส (แต่ไม่ร้อน) เพื่อให้ผู้สัญจรไปมามองเห็นว่า ด้านในมีหนังสือ มีร้านกาแฟ มีเก้าอี้น่านั่ง มีมุมสวย ๆ และมีบรรยากาศของการเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร

FLOBOOKSTORE อาจจะเป็นร้านหนังสือที่ต่างจากภาพจำของหลายคนนิด ๆ ด้วยพื้นที่ทั้งร้านไม่ได้เต็มไปด้วยหนังสือทั้งหมด แต่ยังมีพื้นที่ให้กับกิจกรรมอื่น ๆ เพราะนรุตม์ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น ‘Furniture Design Space’ พื้นที่ของคนรักเฟอร์นิเจอร์และหนังสือ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไป ณ กึ่งกลางของร้าน ตรงนั้นมีเหล่าแท่นวางหนังสือและชั้นหนังสือที่ดีไซน์มาให้วางอวดปกสวย ๆ ของหนังสือได้ ซึ่งนรุตม์เรียกพื้นที่นั้นว่า ห้องจัดแสดงของ FLOLab แต่สิ่งที่เราลงความเห็นว่าช่างน่ารักเสียจริง คือการที่เขาตั้งชื่อให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นด้วยนามปากกาของนักเขียนที่ชื่นชอบ อาทิ Murakami Bookconsole, Kafka Bookstand, Marquez Bookstand ฯลฯ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

FLOLab คือห้องทดลองของ FLO ที่ทดลองทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ๆ ฉีกออกไปจากเดิม และเป็นเหมือนรวมเรื่องสั้นที่ในหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีเรื่องเดียว แต่มีเรื่องสั้น A เรื่องสั้น B C D… ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จัดแสดงอยู่ ณ ตอนนี้เป็นเพียง Chapter แรกจากหนังสือเล่มหนา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

นรุตม์พยายามเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยน ทำกิจกรรมร่วมกัน กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจ ผู้มาเยือนได้ค้นหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ การจับคู่กับ LIVID คาเฟ่ที่เป็นที่มาของกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งร้านจึงถือกำเนิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ 

“เขาทำเรื่องที่เขาถนัด ผมทำเรื่องที่ผมถนัด พออยู่ด้วยกันน่าจะเกิดอะไรใหม่ ๆ ได้” 

ด้วยกาแฟที่ง่ายต่อการดื่ม และสไตล์การคั่วแบบ Nordic Roasting Style ของ Livid Coffee Roasters ทำให้นรุตม์คิดว่า ช่างเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ของเขา ซึ่งมีความเป็นสแกนดิเนเวียนผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ จึงก็ก่อเกิดเป็นการจับคู่ที่ผูกโยงเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ 

เราหันมองไปยังเคาน์เตอร์บาร์ของร้านกาแฟ LIVID ไล่ตั้งแต่แก้วเซรามิกที่เรียงรายอยู่บนชั้น ถัดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์สีดำ และเครื่องไม้เครื่องมือมากมายทั้งรู้จักและไม่รู้จัก ข้าวของทั้งหมดจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ที่ตรงนั้นเป็นอีกมุมที่มีอีกหลาย ๆ เรื่องราวเฝ้าคอยการถูกค้นพบ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

คาแรกเตอร์ของคนขายหนังสือ

“ชีวิตและงานของผม มันคือหนังสือที่ผมอ่านและเรื่องราวที่ผมชอบ” เขาเปรย

วัยเด็กของนรุตม์เติบโตมาพร้อมกับโรงงานเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์อยู่ในทุก ๆ ช่วงเวลาของเขา ขณะเดียวกัน หนังสือก็อยู่ในทุกช่วงเวลาของเขาเช่นกัน การเติบโตของชายผู้นี้เกิดขึ้นพร้อมกับจำนวนหนังสือที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ลดละ ที่สุดแล้วหนังสือเหล่านั้นก็กลายมาเป็นหลาย ๆ ส่วนในชีวิตเขา 

การอ่านของนรุตม์เริ่มต้นจากหนังสือนิยาย สู่เรื่องสั้น สู่หนังสือปรัชญา หนังสือพุทธศาสนา หนังสือประวัติศาสตร์ ไล่ไปจนถึงหนังสือดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์ เขาเล่าว่าเคยบวช 15 วัน เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนา และทฤษฎีต่าง ๆ ที่เขารู้จากการอ่าน รวมทั้งวิธีการที่จะนำไปใช้จริงในชีวิต

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“ผมมีเพจชื่อ FLOBOOKSTORE” เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมเปิดให้เราดู 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ด้วยเพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวของหนังสือแต่ละเล่ม เขาสร้างสมุดบันทึกความทรงจำออนไลน์ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันและเขียนเล่าเรื่องราวหนังสือที่ชอบแต่ละเล่มอย่างบรรจงทุกตัวอักษรและทุก ๆ ข้อความ 

นรุตม์พยายามถ่ายทอดทุกความประทับใจที่เขามีต่อหนังสือแต่ละเล่มออกมาให้ได้มากที่สุด ที่น่ารักที่สุดคงเป็นการที่เขาใส่แง่มุมน่าค้นหาของหนังสือแต่ละเล่มไว้อย่างน่าติดตาม เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เพียงเป็นนักอ่าน แต่ยังเป็นทั้งนักเขียน นักเรียน และนักปฏิบัติที่เก่งกาจ ผู้ไม่เคยหยุดแสวงหาสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้การตัดสินใจเปิดร้านหนังสืออิสระในครั้งนี้จะถูกทักท้วงโดยคนในครอบครัว แต่เขาก็ยกเอาเหตุผลและความชอบส่วนตัวเข้าสู้ จึงก่อกำเนิดเป็นร้านหนังสืออิสระแห่งนี้ขึ้นมาจนได้

“ถ้าถามตัวเองว่าก่อนตายอยากจะทำอะไร ร้านหนังสือคือหนึ่งในนั้น” เขายิ้ม

เฟอร์นิเจอร์กับหนังสือ เชือกสายที่ตั้งใจผูก

“ผมรู้สึกว่าที่ไหนก็ตามที่มีหนังสือ ที่นั่นจะดีเสมอ ไม่รู้เพราะอะไร” 

นรุตม์เดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนมาหลายหนแห่ง ทุกครั้งที่เขาเดินทาง ร้านหนังสือของเมืองนั้น ๆ มักเป็นหมุดหมายแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจของเขาเสมอ ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ การพบเจอความต่างก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น บางร้านมีหนังสือเล่มนี้ ทำไมบางร้านไม่มี เป็นความแตกต่างที่นรุตม์ยกตัวอย่าง 

นรุตม์ลงความเห็นว่า ร้านหนังสือแต่ละที่เป็นประสบการณ์พิเศษที่ไม่ควรจะเหมือนกัน เพราะร้านหนังสือมีคาแรกเตอร์ของผู้เป็นเจ้าของแฝงอยู่ นรุตม์หลงใหลในเฟอร์นิเจอร์ เขาจึงเลือกเชื่อมโยง 2 สิ่งที่รักอย่างเฟอร์นิเจอร์กับหนังสือเข้าด้วยกัน กลายมาเป็น FLO – BOOK(s) – STORE 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“หนังสือกับเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนกันโดยตัวมันเอง แต่ทั้งสองอย่างทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเฟอร์นิเจอร์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะตอนตื่น ตอนนอน ทำกิจวัตรต่าง ๆ หรือการนั่งดูหนังสักเรื่อง หากได้เก้าอี้ดี ๆ ก็จะทำให้ป๊อปคอร์นอร่อยขึ้น ดูหนังสนุกขึ้น เกิดเป็นการเติมพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันหนังสือก็ทำหน้าที่เป็นกุญแจและประตูพาผู้คนไปยังเรื่องราว โลกใบใหม่ หรืออาจจะเสนออีกมุมมองหนึ่งซึ่งต่างออกไปจากที่เราเคยรับรู้ 

เมื่อพูดถึงหนังสือดีไซน์ นรุตม์บอกกับเราว่าเขาไม่อยากเห็นหนังสือดีไซน์จัดอยู่แค่ในมุมเล็ก ๆ ของร้าน และอยากให้มีจำนวนหนังสือประเภทนี้เยอะ ๆ เขาอยากนำเสนอให้ผู้คนเห็นว่า ในโลกของการออกแบบ ตอนนี้มีใครกำลังโลดแล่นอยู่บ้าง และใครกำลังทำอะไรบ้างในต่างประเทศ 

ที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือดีไซน์ที่เล่าเรื่องราวของดีไซเนอร์ซึ่งเป็นฮีโร่ของนรุตม์ 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไปยังชั้นวางและโต๊ะไม้ที่มีหนังสือเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ในนั้นมีหนังสือหลายหมวดหมู่ เช่น Design, Furniture Design, Interior Designer, Photography, Architecture และ Art and Culture ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือที่คนขายเคยอ่าน

“ผมชอบนะ เวลามีคนมาปรึกษาผม ถ้าเขามีปัญหาแบบนี้ เขาจะอ่านอะไรดี” 

นรุตม์อยากเป็นพนักงานขายและผู้ร่ายมนต์เยียวยาที่เก่งกาจ เขาอยากแนะนำหนังสือให้ตรงกับสิ่งที่ผู้มาเยือนแสวงหา ให้คนมาเลือกซื้อได้ค้นพบหนังสือที่ตัวเองชอบผ่านคนขายหนังสือ เพราะมันคือการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้มาเยือน

หนังสือและเรื่องราวที่อยากแบ่งปัน

เราถามนรุตม์ว่า หากมา FLOBOOKSTORE หนังสือ 5 เล่มที่เขาจะแนะนำมีเล่มใดบ้าง 

คนขายหนังสือเดินไปหน้าชั้นทันที เขาลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเลือกหยิบแต่ละเล่มอย่างง่ายดาย มีตั้งแต่หนังสืออ่านง่ายไปจนถึงหนังสือที่มีเนื้อหาการดีไซน์แบบเข้มข้นกลมกล่อม ซึ่งไม่ว่าจะหยิบจับเล่มไหน ก็เขาแนะนำมันด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยพลัง ความตื่นเต้น ความชอบ และความหลงใหล

เล่มที่ 1

Ettore Sottsass and the Poetry of Things Sudjic 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนมุมมองของนรุตม์ และมีต่อผลงานออกแบบของ Ettore Sottsass สถาปนิกและนักออกแบบชาวอิตาลี ผู้เป็นหัวหอกแห่งวงการออกแบบ นรุตม์เล่าว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการอธิบายงานออกแบบ คือหนังสือเล่มนี้เล่าบริบทเบื้องหลังที่โอบล้อมตัว Sottsass ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต การตัดสินใจ และการออกแบบของเขา

เล่มที่ 2

Axel Vervoordt Stories and Reflection 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

“ชีวิตเขาสนุกดี” นรุตม์เล่าถึงเรื่องราวของ Axel Vervoordt ที่ตอนนี้มีบ้านอยู่ในปราสาท เขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์และมีแกลเลอรี่เป็นของตัวเอง 

เล่มที่ 3

THE GOOD. THE BAD. THE UGLY

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นรุตม์หยิบหนังสือเล่มนี้มาพร้อมกับเปิดงานออกแบบชิ้นหนึ่งให้เราดู เขาเล่าว่ามันคือเก้าอี้รูปร่างแปลกตาที่เบื้องหลังมีการลงทุนไปกว่า 10 ล้าน เก้าอี้ตัวนี้ขายไม่ได้เป็นเวลา 2 ปี จนกระทั่งมีสถาปนิกคนหนึ่งนำเก้าอี้ตัวนี้ไปใช้ที่มิวเซียมแห่งหนึ่ง และกลายเป็นว่าเก้าอี้ตัวนั้นเป็นสินค้าขายดีที่สุด นรุตม์เสริมว่า เหตุการณ์นั้นทำให้เขาเห็นว่า ดีไซน์ตัดสินกันไม่ได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

เล่มที่ 4

B Vitra

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

Vitra เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเล่มนี้นำเสนอแง่มุมที่ว่า เขาทำธุรกิจอย่างไร จึงทำให้ร้านขายของเมื่อปี 1950 ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

เล่มที่ 5

Giorgio Morandi: Late Paintings

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นี่คือหนังสือเกี่ยวกับศิลปินผู้วาดภาพพอร์เทรตซ้ำ ๆ แต่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งการวางของไปมาจนเกิดความชำนาญ ทำให้เขานึกถึง Jiro Dreams of Sushi ที่เชี่ยวชาญในสิ่งนี้มาก เจ้าของร้านหนังสืออิสระพูดเปรียบอย่างขบขันว่า “เหมือนการชกลมวันละพันครั้งจนกลายเป็นเซียนชกลม”

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

สิ่งสำคัญที่นรุตม์ตกตะกอนได้และเล่าสู่กันฟัง คือ

“บางทีเราต้องฟังคอมเมนต์ แต่เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองตามความเห็นของคนอื่น ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน” เขาย้ำหนักแน่น

ก่อนกาแฟจะจืดจาง

ก่อนบทสนทนาเคล้ากลิ่นหอมของกาแฟในครั้งนี้จะสิ้นสุดลง เราชวนนรุตม์เลือกหนังสืออีกหนึ่งเล่มเพื่อเป็นตัวแทนของ FLOBOOKSTORE ซึ่งเขาร้องโอดออกมาทันทีว่า ยากเหลือเกิน 

นั่นอาจเป็นเพราะ FLOBOOKSTORE บรรยายไม่ได้ด้วยหนังสือเล่มเดียวจริง ๆ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากเดินวนไปเวียนมาอยู่สักพัก เขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า ‘The Danish Chair’ 

หนังสือปกสีน้ำเงินเล่มนั้นบอกเล่าความเชื่อมโยงของเก้าอี้แต่ละตัวกับนักออกแบบแต่ละคน พร้อมกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถักทอสอดประสานเข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุและผล

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36
หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เป็นความทรงจำของเขาที่ Design Museum Denmark ณ โคเปนเฮเกน มิวเซียมที่จัดนิทรรศการ The Danish Chair – an International Affair รวบรวมเก้าอี้จากนักออกแบบทั่วโลกกว่า 113 ตัว นรุตม์เดินทางไปที่เมืองนั้น 2 ครั้ง และแวะเวียนไปที่นิทรรศการนั้น 2 ครั้งเช่นกัน ครั้งแรกเขาไปเยือนพร้อมกับแสงแรกของพระอาทิตย์ในฤดูร้อน ครั้งที่สองเขาไปที่นั่นในฤดูหนาว พร้อมกับความเข้าใจที่มีต่อนิทรรศการมากขึ้น หลังจากได้อ่านเรื่องราวของเก้าอี้และนักออกแบบแต่ละคนจากหนังสือเล่มโปรด

อีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือกหยิบเล่มนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของ FLOBOOKSTORE คือการกลับมาทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของดีไซน์และสิ่งต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่น และเฝ้าคอยการถูกค้นพบจากนักเดินทางที่เปิดประตูเข้ามา 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

FLOBOOKSTORE

ที่ตั้ง : 107 ถนนพระรามที่ 4 แขวง คลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ​ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

Facebook : FLOBOOKSTORE

Instagram : FLOBOOKSTORE

Writer

เกษมณี ชาติมนตรี

นักเรียนฝึกเขียนที่เริ่มการเรียนใหม่ตั้งแต่ 0-10 ชอบของหวาน ชอบอ่านนิยาย ชอบสีสันสดใสของดอกไม้ ชอบเสียงเพลง

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load