25 ธันวาคม 2564
2 K

ลองแง้มตู้เย็นให้เราดูสักนิด นั่นแน่ เห็นไอศกรีมแช่ติดตู้เอาไว้เหมือนกันล่ะสิ เพราะไอศกรีมคือของหวานติดบ้านที่กินง่าย ซื้อง่าย ถึงเวลาอยากเติมความหวานเข้าร่างกาย แค่คว้าถ้วยไอติมและช้อน ก็ตักกินได้เพลิน ๆ

แต่ถ้าบางทีก็กินไม่หมด หรืออยากลองพลิกแพลงไอศกรีมที่มีให้กลายเป็นเมนูสร้างสรรค์ โดยไม่ต้องไปซื้อนม ช็อกโกแลต หรือวัตถุดิบอะไรมากมาย Staycation รอบนี้ ขอเปิดประสบการณ์ขนมหวานสุดหรูในครัวบ้าน อย่างเมนู Melted Ice Cream Cake เคี้ยวหนุบหนับคล้าย Sticky Pudding Cake จากเกาะอังกฤษ 

แต่งานนี้ เชฟพลอย-ฐาติกานต์ ตัณฑจินนะ แห่ง Top Chef Thailand Season 2 หรือ wanjaiploy (หวานใจพลอย) คิดเมนูขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบมาก เพียงแค่มีไอศกรีมเข้มข้น แถมยังใช้ทุกองค์ประกอบจากไอศกรีม CARTE D’OR (คาร์ทิดอร์) จากฝรั่งเศสโดยเฉพาะ ก็ได้เค้กเนื้อเนียนนุ่มน่าทาน 

แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ

ความพิเศษของไอศกรีม CARTE D’OR คือการเป็นแบรนด์ต้นตำรับของหวานเย็นที่ครองใจชาวฝรั่งเศสมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปีค.ศ. 1978 ของเชฟชาวฝรั่งเศสอย่าง แพทริก มอร์เลต์ ซึ่งถูกพูดถึงในเรื่องวัตถุดิบคุณภาพ เข้มข้น และหรูหราพรีเมี่ยม ในราคาที่จับต้องได้ หาซื้อง่ายตามร้านสะดวกซื้อ แถมยังมีให้เลือกถึง 4 รสชาติ อย่าง CARAMEL AU BEURRE ไอศกรีมรสคาราเมล ใส่บัตเตอร์ทาร์ต มิกซ์นัท และอัลมอนด์จากออสเตรเลีย À LA VANILLE ไอศกรีมเฟรนช์วานิลลา ซึ่งใช้วานิลลาบีนจากมาดากัสการ์ รวมถึง À LA FRAISE ไอศกรีมที่ผสมชิ้นสตรอว์เบอร์รีลงไปจริง ๆ 

และที่เชฟขอยกมาสาธิตกันที่ PP Baking Studio สตูดิโอสีขาวแสนน่ารักของเชฟในวันนี้ คือ AU CHOCOLAT NOIR ไอศกรีมรสดาร์กช็อกโกแลตผสมชิ้นช็อกโกแลตจากอิตาลี รสชาติคลาสสิคดั้งเดิมที่เชฟพลอยขอหยิบมาใช้

ขอให้ทุกคนเตรียมจดสูตรให้ดี เพราะเจ้าแห่งนักดัดแปลงขนมอบจะบอกขั้นตอนอย่างละเอียดให้ทำตามไปพร้อมกัน 

แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ

ส่วนผสม

  1. ไอศกรีม Carte D’or รส AU CHOCOLAT NOIR หนึ่งถ้วย 340 กรัมทำตัวเค้ก
  2. ไอศครีม Carte D’or รส À LA FRAISE หนึ่งถ้วย เพื่อทานคู่กัน
  3. แป้งอเนกประสงค์ 30 กรัม
  4. ผงฟู 0.5 กรัม
  5. เกลือ 0.5 กรัม
  6. แป้งข้าวโพด 5 กรัม
  7. เจลาตินผง 2 กรัม
  8. วิปครีม 200 กรัม
  9. ผลไม้ตามใจชอบ
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ

วิธีทำเนื้อแป้ง

แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. เทไอศกรีมที่ละลายแล้วออกไป 220 กรัม ให้เหลือไว้ในถ้วย 120 กรัม
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. ใส่แป้งอเนกประสงค์ ผงฟู และเกลือลงไป คนให้เข้ากัน
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. นำถ้วยเข้าในไมโครเวฟ โดยตั้งไฟกลาง ใช้เวลาประมาณ 1.45 นาที
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. นำออกจากไมโครเวฟแล้วนำไปพักไว้ในตู้เย็น เพื่อไม่ให้ครีมหรือซอสที่จะราดบนเค้กละลาย

วิธีการทำซอสราด

แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. เทไอศกรีม 100 กรัมลงในภาชนะที่เตรียมไว้
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. ผสมแป้งข้าวโพดลงไปเพื่อทำให้ช็อกโกแลตข้นขึ้น 
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. จากนั้นก็ตั้งเตาไฟอ่อน เคี่ยวจนกว่าจะเดือดปุด เพื่อให้แป้งข้าวโพดสุก (คนไปเรื่อย ๆ และต้องคอยดูระวังไหม้)
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. จากนั้นปิดเตา แล้วนำไปพักไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาทีเพื่อให้เซ็ตตัว

วิธีทำมูสช็อกโกแลต

แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. ใส่น้ำ 5 ส่วนลงในเจลาตินผง 1 ส่วน คนให้เข้ากัน 
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. ระหว่างนั้นก็ตีวิปครีม 200 กรัมให้ขึ้นฟู
  1. ก่อนนำเจลาตินละลายน้ำแล้วไปเวฟประมาณ 45 วินาที แล้วเทลงในไอศกรีมที่เหลือ 120 กรัม แล้วคนด้วยความรวดเร็ว 
  1. จากนั้นเทใส่ลงในวิปครีมบางส่วนที่ขึ้นฟู คนให้เข้ากันจะได้มูสรสช็อกโกแลต ส่วนวิปครีมธรรมดาที่เหลือจะนำไปใช้ทาลงบนฐาน)

วิธีประกอบร่าง

  1. นำเค้กที่แช่ตู้เย็นเอาไว้ออกมา แนะนำให้แซะรอบข้างออกก่อนแล้วฉีกถ้วยออก
  1. หั่นเค้กออกเป็น 2 ส่วน
  1. ชั้นล่างให้ทาวิปครีมที่ยังไม่ได้ผสม วางผลไม้ตามใจชอบ 
  1. หยอดมูสช็อกโกแลตลงตรงกลางให้เต็ม
  1. วางเค้กที่เหลือประกบเข้าด้วยกัน
  1. ค่อย ๆ ราดซอสช็อกโกแลตลงด้านบน จะใช้ช้อนหรือถุงบีบก็ได้
  1. วางไอศกรีมลงปิดท้าย ก่อนท็อปปิ้งด้วยผลไม้ตามใจชอบ ซึ่งเชฟพลอยเลือกราสป์เบอรี่และเชอร์รี่มาทานคู่กับไอศกรีมรสสตรอว์เบอรี เพราะอยากให้มีรสชาติเปรี้ยวตัดกับช็อกโกแลตรสหวาน เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ

เคล็ดไม่ลับฉบับเชฟพลอย

  1. สามารถสร้างโมเมนต์อร่อยได้ตามใจ เปลี่ยนรสชาติเนื้อเค้กและไอศกรีมทานคู่ เช่น การใช้รสเฟรนช์วานิลลาเป็นเบสเค้ก จับคู่กับรสดาร์กช็อกโกแลตเป็นท็อปด้านบน DIY เป็นสไตล์ตัวเอง หรือถ้าอยากข้ามขั้นตอนทำซอสและมูส หลังจากนำตัวเค้กออกจากไมโครเวฟ ก็โปะไอศกรีมทานคู่กันเลยก็ได้ เคล็ดลับอยู่ที่ยิ่งถ้าใช้ไอศกรีมเข้มข้น เนื้อเค้กก็จะยิ่งหนาเนียนนุ่มตามไปด้วย
  2. ถ้าอยากให้วิปครีมขึ้นฟูเร็ว แนะนำให้แช่วิปครีมให้เย็นจัดก่อนและตีด้วยความถี่เยอะ ๆ
  1. เจลาตินจะแข็งเร็วมาก ดังนั้น ถ้าออกจากไมโครเวฟแล้วต้องผสมลงในช็อกโกแลตทันที
  2. ทั้งหมดนี้ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงเท่านั้น เป็นอันได้ตักความอร่อยสุด ๆ เข้าปาก

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

ยุคที่ Cafe Culture ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านกาแฟแต่ละร้านถูกเอามาวางดึงดูดความสนใจของคนที่แวะเวียนไปเยี่ยมเยียน เรียกได้ว่าถ้าร้านไหนมีซิกเนเจอร์และทำออกมาได้ดี รับรองว่าหัวกระไดไม่แห้งแน่นอน

ในฐานะบาริสต้าคนหนึ่ง ผมคิดว่านอกจากความสุนทรีในการทำน้ำเชื่อมหรือไซรัปและส่วนผสมให้ออกมาดีแล้ว ยังมีความสนุกแอบแฝงเอาไว้ประมาณหนึ่งด้วย

สนุกแรก 

เราสร้างรสชาติในจินตนาการของเราได้ เพราะทุกวันนี้ส่วนผสมหลักของเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง ‘ไซรัป’ ซึ่งคือน้ำเชื่อมกลิ่นต่าง ๆ ที่ผลิตขึ้น ส่วนใหญ่มักเป็นรสชาติพื้นฐานที่เข้าถึงได้ง่าย เช่น วานิลลา สตรอว์เบอร์รี ส้ม แต่รสชาติในจินตนาการที่หมายถึงนั้นอาจเป็นอะไรที่ซุกซนกว่านั้นสักนิด เช่น เก็กฮวยผสมขนุน เสาวรสผสมใบโหระพา น้ำตาลสดผสมข้าวคั่วบด ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกรสชาติในจินตนาการจะรสชาติดีเสมอไป แต่รับรองว่าทุกครั้งที่คิดหรือลงมือทำ จะได้รับความสนุกเป็นของแถมแน่นอน

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

สนุกที่สอง

ความสดใหม่ อาหารบางอย่างถูกปรุงไว้นานแล้วสลบอย่างไร น้ำเชื่อมหรือไซรัปก็เช่นนั้นเลย เพราะวัตถุดิบบางตัวผ่านความร้อนเยอะมากไม่ได้ นอกจะทำให้รสชาติหายไปแล้ว ยังทำให้ Flavor น้อยลงอย่างมีนัยยะ 

ถ้าเราทำน้ำเชื่อมส้มทานเอง ควรปอกเปลือกแล้วค่อยคั้นน้ำแยก พอนำไปเคี่ยวกับน้ำตาลและไซรัปเย็นตัวลง ค่อยบีบน้ำมันบนเปลือกผิวส้มลงไป แบบนี้นอกจากจะได้รสชาติสดใหม่แล้ว ยังเก็บกลิ่นของส้มไว้ได้เยอะมาก ๆ ด้วย

สนุกที่สาม

การเลือกของใช้ให้เหมาะสม ไซรัปต้องใส่น้ำตาล เป็นส่วนประกอบหลักที่ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากช่วยทำให้ตัวไซรัปเองมีรสชาติสมดุล ยังทำให้เนื้อสัมผัสหรือภาษาบาริสต้าเรียกกันว่า Body ของเครื่องดื่มไม่ Watery จนเกินไป (ให้เปรียบเทียบก็คงเหมือนเวลาเราดื่มเครื่องดื่มที่ละลายแล้ว จะรู้สึกว่าโครงสร้างของเครื่องดื่มมันหลวม ๆ) 

การเลือกน้ำตาลแต่ละชนิดมาใช้ให้ถูกใจคนทำ ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เราสนุกเอามาก ๆ เช่น น้ำตาลทรายขาวเหมาะกับวัตถุดิบที่มีกลิ่นไม่แรงมาก เพราะน้ำตาลทรายขาวเองมีกลิ่นน้อย ไม่กลบกลิ่นของวัตถุดิบ 

หรือน้ำตาลมะพร้าว กลิ่นหอมอบอวลเหมาะกับสิ่งที่ต้องการความครีมมี่ เนื้อสัมผัสเต็มปากเต็มคำ และทำให้ไซรัปมีความซับซ้อนขึ้นอย่างมาก แต่ก็ต้องมั่นใจว่าของที่เราใช้นั้นมีกลิ่นที่สู้กับน้ำตาลมะพร้าวได้เช่นกัน

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

สนุกที่สี่

ความล้มเหลวคือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำไซรัปแต่ละตัว กว่าจะได้รสชาติที่พึงพอใจนั้นเกิดขึ้นจากการทำซ้ำและปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ การทำครั้งแรกแล้วอร่อยเลยเกิดขึ้นได้เพียง 2 เหตุผล อย่างแรกคือพกดวงมาเยอะ อย่างที่สองคือเรามีประสบการณ์ความล้มเหลวมากพอ ทำให้สัญชาตญาณแหลมคมว่าควรปรุงรสมาประมาณไหน

เกริ่นมาถึงตรงนี้แล้ว เลยอยากชวนทุกคนมาสนุกกับการทำไซรัปด้วยกัน เพราะนอกจากสนุกแล้ว กระบวนการความคิดก็เรียบง่าย ไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนกลัว

วิธีคิด

เริ่มจากหาวัตถุดิบหลักที่เราอยากเอามาใช้ ตามด้วยวัตถุดิบที่จะช่วยเพิ่มความซับซ้อนของไซรัป ตามด้วยชนิดของน้ำตาลที่เราชอบหรือเหมาะสม ไซรัปที่เราจะทำในวันนี้พระเอกหลักคือเก๊กฮวย ส่วนวัตถุดิบที่เรานำมาเพิ่มความซับซ้อนคือขนุน เนื่องจากขนุนกับเก๊กฮวยเป็นวัตถุดิบที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว ผมจึงเลือกใช้น้ำตาลทรายขาวในการทำไซรัปตัวนี้

สัดส่วนของสูตร

น้ำเปล่า 500 กรัม

เก๊กฮวย 30 กรัม

ขนุน 150 กรัม

น้ำตาล 350 กรัม

เมื่อทำเสร็จแล้ว หากพบว่าหวานไป จืดไป หรือกลิ่นอะไรแรงน้อยหรือเยอะไป ปรับได้ตามใจชอบเลยครับ แต่ถ้าใครทำครั้งแรกแล้วพึงพอใจเลย ขอบอกว่ายินดีด้วยมาก ๆ

วิธีทำ

1. ต้มน้ำให้เดือด

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

2. นำขนุนมาซอยตามยาว ยิ่งซอยบางเท่าไหร่จะยิ่งสกัด Flavor ง่ายขึ้น ซอยเสร็จแล้วใส่ลงไปในน้ำเดือด

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

3. ต้มจนขนุนเริ่มใส เป็นสัญญานว่าเราเริ่มสกัดรสชาติออกมาหมดแล้ว

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

4. ใส่น้ำตาลลงไป ตามด้วยเก๊กฮวย ต้มต่อไป 1 – 2 นาที แล้วปิดไฟ

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น
สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

5. เคล็ดลับเวลาทำไซรัปจากวัตถุดิบที่รสน้อยแต่กลิ่นเยอะ (เก๊กฮวย) เมื่อปิดไฟแล้ว ผมนำชามผสมมาวางปิดด้านบนแล้วใส่น้ำแข็งลงไป เพื่อกัก Aroma และ Flavor ต่าง ๆ เอาไว้ เพราะเมื่อไอร้อนชนความเย็นด้านบน จะกลั่นเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ แล้วกลับเข้าไปในไซรัปที่เราพึ่งต้มเสร็จ

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

6. นำไซรัปที่ต้มเสร็จแล้วไปน็อกด้วยน้ำเย็น เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น
วิธีทำไซรัปทำเองแบบกำหนดความหวานได้ และปรุงด้วยดอกไม้-ผลไม้ได้ตามใจ

วิธีกิน

นำไปผสมกับ Tonic กาแฟ หรือจริง ๆ จะผสมทั้ง 2 อย่างก็ได้ เพื่อความสนุกและความซนในตัว ผมเองเคยเจอซนสุด ๆ คือเอาไปราดบนคากิโกริ เห็นแล้วอยากสั่งคากิโกริมากินที่บ้าน พร้อมราดไซรัปโฮมเมดที่มีทุกตัวลงไป

วิธีทำไซรัปทำเองแบบกำหนดความหวานได้ และปรุงด้วยดอกไม้-ผลไม้ได้ตามใจ

ขอให้ความสนุกและไซรัปที่ถูกใจจงสถิตย์อยู่กับทุกคน 

Please Enjoy!

วิธีทำไซรัปทำเองแบบกำหนดความหวานได้ และปรุงด้วยดอกไม้-ผลไม้ได้ตามใจ

Writer

คมสันต์ แซ่ตั้ง

บาริสต้าผู้หลงใหลในวัฒนธรรมการกินดื่มและหลงรักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load