25 กรกฎาคม 2561
81 K

ได้ยินเสียงลือเลียงเล่าอ้างมานานนมว่าสาวชาววังนั้น ‘หอมติดกระดาน’ ไปนั่งที่ไหน กลิ่นหอมก็อ้อยอิ่งกำจาย แม้สาวเจ้าจะลุกไปนานแล้ว

เมื่อพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดกิจกรรม ‘บุหงาร่ำผ้า’ เชิญเจ้าหน้าที่จากโรงเรียนช่างฝีมือในวังหญิงมาสอนวิธีทำบุหงาสดและบุหงาแห้ง เราเลยขอเข้าไปเรียนและเก็บพื้นฐานการทำเครื่องหอมโบราณแบบไทยๆ มาฝาก

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

คุณแก้ว-กิติวรรณ สงสระบุญ เจ้าหน้าที่จากโรงเรียนช่างฝีมือในวังหญิงเล่าให้ฟังว่า เครื่องหอมไทยเริ่มเฟื่องฟูมากในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ ทำให้ชาวไทยสนใจการทำน้ำหอม ของหอมอย่างฝรั่งมังค่า ผู้ที่มีบทบาทมากในตอนนั้นคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ พระขนิษฐาผู้เป็นพระราชธิดาองค์ที่ 77 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระองค์มีฝีพระหัตถ์ในการปรุงพระสุคนธ์ (น้ำอบ) จึงมีหน้าที่ปรุงพระสุคนธ์ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นผู้ดูแลห้องพระสุคนธ์หรือห้องร่ำ อบ และปรุง ของหอมในพระราชวัง

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

เครื่องหอมหลักๆ ที่ชาววังใช้ตั้งแต่โบราณ ได้แก่ น้ำอบ น้ำปรุง แป้งร่ำ แป้งพวง และบุหงา

น้ำอบ ลักษณะคล้ายโคโลญจน์ในปัจจุบัน กลิ่นหอมเบาบาง ไม่ติดทนนานนัก
นิยมใช้สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ใช้ชโลมหลังอาบน้ำเพื่อดับร้อน

น้ำปรุง ลักษณะเหมือน Perfume กลิ่นติดทนนานกว่า ดัดแปลงมาจากน้ำหอมฝรั่ง

แป้งร่ำ คือแป้งหินที่อบร่ำจนหอม ใช้ทาหน้าทาตัว ใช้ผสมน้ำอบเป็นกระแจะเจิม ปัจจุบันเจิมได้ทั้งบ่าวสาว บ้าน รถยนต์

แป้งพวง คือแป้งร่ำที่นำมาหยอดเป็นเม็ดเล็กๆ บนเส้นด้ายให้เป็นพวง ใช้บูชาถวายพระ ทำพวงระย้าแขวนตกแต่ง ไปจนถึงเป็นช่อเสียบผมให้ผมหอมกรุ่น

บุหงา มีทั้งบุหงาสดและบุหงาแห้ง ใช้บรรจุของชำร่วย ใส่ในหีบผ้า ตู้เสื้อผ้า หรือในห้องเพื่อสร้างกลิ่นหอม

บุหงาเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้ผ้าหอม ถ้าอยากจะให้ผ้ากรุ่นกลิ่นชื่นใจแบบดั้งเดิม ต้องเริ่มตั้งแต่ซัก ขัด รีด และร่ำในหีบไม้ คือใช้เทียนอบและน้ำมันร่ำหีบจนหอมเสียก่อน จึงนำผ้าไปใส่ในหีบปิดฝา ร่ำจนกลิ่นกำซาบเข้าเนื้อผ้า

เครื่องหอมที่ใช้ร่ำผ้านั้นประกอบด้วยดอกไม้และพืชหอมนานาชนิด อาทิ กำยาน กฤษณา จันทน์หอม ชะมดเช็ด เทียนอบ น้ำตาลทรายแดง สารภี ประยงค์ จันทน์กะพ้อ กระดังงา ชะลูด ชมนาด เทียนกิ่ง การะเกด พุทธชาด เขี้ยวกระแต มะลิ ฯลฯ

ถ้ามีสวนที่บ้านอยู่แล้วจะง่าย เลือกเด็ดดอกไม้กลิ่นหอมมาใช้ได้ ไม่ต้องกลัวสารปนเปื้อน โดยอุปกรณ์อย่างหัวน้ำหอม น้ำมันต่างๆ เทียนอบ หาซื้อได้ที่ร้านแถบถนนจักรวรรดิ์ เช่น ร้านถาวรธนสาร ร้านเจ้ากรมเป๋อ ส่วนภาชนะทั้งหม้อเคลือบและถุงผ้าโปร่ง ซื้อได้ทั้งจากย่านสำเพ็ง พาหุรัด และจตุจักร

 

วิธีทำบุหงาสด

อุปกรณ์

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

1. กลีบดอกไม้สด เช่น มะลิ กุหลาบมอญ กระดังงา พิกุล บานไม่รู้โรย ชมนาด

2. หัวน้ำหอมกลิ่นมะลิ กุหลาบ กระดังงา ไฮยาซินท์ และลำเจียก

3. ถุงผ้าโปร่ง หรือถุงลูกไม้

 

วิธีทำ

1. นำกลีบดอกไม้สดมาคลุกรวมกัน ดอกเล็กๆ อย่างมะลิใช้ทั้งดอกได้เลย

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

2. ผสมหัวน้ำหอมทั้ง 5 กลิ่นอย่างละเท่าๆ กัน จะได้หัวน้ำหอมกลิ่นคลาสสิกที่ใช้เปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต

3. พรมหัวน้ำหอมลงในกลีบดอกไม้ คลุกเคล้าให้เข้ากันเบาๆ

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

4. บรรจุบุหงาสดใส่ถุงผ้าโปร่ง ใช้สร้างความหอมในห้องหรือในรถ ไม่ควรเก็บในที่อับ เช่น ตู้เสื้อผ้า เพราะอาจทำให้ดอกไม้ขึ้นรา เมื่อแห้งแล้วจึงใช้งานได้เหมือนบุหงาแห้ง

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

 

วิธีทำบุหงาแห้ง

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

อุปกรณ์
  1. กลีบดอกไม้สด เช่น มะลิ กุหลาบมอญ กระดังงา พิกุล บานไม่รู้โรย ชมนาด
  2. เทียนอบร่ำ
  3. ตะคันดินเผา (ถ้วยดินเผาเล็กๆ)
  4. หม้อเคลือบหรือโถแก้วที่มีฝาปิด
  5. หัวน้ำหอมกลิ่นมะลิ กุหลาบ กระดังงา ไฮยาซินท์ และลำเจียก
  6. ใบโพธิ์บาง 4 ใบ
  7. เข็ม ด้าย กรรไกร และกาวหลอด
  8. ริบบิ้น ดิ้นทอง ดอกไม้ ใบไม้ตกแต่งตามชอบ

 

วิธีทำบุหงาแห้ง

1. นำกลีบดอกไม้สดไปตากจนแห้งสนิท (ราว 1 สัปดาห์) ดอกกุหลาบควรตากในที่ร่ม จะได้สีสวย ดอกมะลิควรตากแดดให้หมดความชื้น

2. นำบุหงาแห้งใส่หม้อเคลือบหรือโถแก้ว

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

3. จุดเทียนอบจนไส้เทียนแดงจัด ดับเทียน ควันเทียนจะลอยฟุ้งขึ้นมา วางเทียนบนตะคัน ใส่ในหม้อบุหงาแห้ง แล้วปิดฝาร่ำไว้จนหมดควัน

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

4. ร่ำราว 10 – 15 นาที แล้วนำเทียนออกมาจุดใหม่ ร่ำซ้ำๆ 5 – 7 ตั้ง (ครั้ง) จนบุหงาซับกลิ่นหอมนวลอย่างเต็มที่

5. ผสมหัวน้ำหอมทั้ง 5 กลิ่นอย่างละเท่าๆ กัน ฉีดพรมบนบุหงาแห้ง คลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้

 

วิธีทำถุงบุหงาแห้ง

1. นำใบโพธิ์บาง 4 ใบประกบกัน เนาหรือด้นตามขอบให้แน่น เว้นช่องไว้ด้านหนึ่งสำหรับบรรจุบุหงาแห้ง

2. แบ่งใบโพธิ์เป็นด้านละ 2 ใบให้กลายเป็นซองตรงกลาง ใส่บุหงาแห้งลงไปให้เต็ม แต่ไม่เยอะเกินจนใบโพธิ์แตก

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

3. เย็บปิดช่องใส่บุหงา ใส่ริบบิ้นเข้าไปเป็นหูแขวน

4. ติดริบบิ้นตามขอบถุงบุหงาด้วยกาวเพื่อปิดเส้นด้ายทั้งด้านหน้า-ด้านหลัง แล้วตกแต่งถุงด้วยดิ้นทอง ดอกไม้ ใบไม้

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

5. นำไปแขวนตกแต่งในห้อง หีบผ้า ตู้เสื้อผ้า หรือให้เป็นของขวัญ ของที่ระลึก ของชำร่วยก็ได้

วิธีทำ, บุหงาแห้ง, เครื่องหอม

ไม่ว่าจะเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้แบบแม่พลอย หรือกระโดกกระเดกแบบแม่ช้อย ก็ทำบุหงาหอมชื่นรื่นรมย์ได้ง่ายๆ จะดัดแปลงใส่กลิ่นอื่นตามชอบ เปลี่ยนถุงให้วิจิตรพิสดารขึ้น หรือใส่ภาชนะสวยอื่นๆ ก็ตามสะดวก เสร็จแล้วจะมอบให้คนที่รักในโอกาสพิเศษหรือวางอวดในบ้าน ก็ภาคภูมิใจในความหอมแบบกุลสตรีที่เราปรุงเองกับมือ

 

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
 1. นิทรรศการ ‘ขัด รีด ร่ำ การดูแลรักษาผ้าแบบชาววัง’ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ปี 2012

Writer & Photographer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

ถ้าน้ำมันมะกอกสกัดเย็นคือของล้ำค่าของชาวตะวันตก น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นก็คือของล้ำค่าของชาวตะวันออกอย่างเราเช่นกัน

เราต่างรู้จักน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นในฐานะเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ ราคาค่อนข้างสูง เพราะกว่าจะสกัดน้ำมันออกมาได้ ต้องใช้เนื้อมะพร้าวในปริมาณมาก เป็นน้ำมันที่ไม่ผ่านความร้อนเลย หรืออาจจะผ่านความร้อนอ่อน ๆ จึงยังมีสารอาหารตามธรรมชาติอัดแน่นอยู่มากมาย ดื่มก็ดี ทาก็ได้ อีกทั้งยังเป็นยาสมานแผลชั้นเลิศ ควรค่าแก่การบรรจุเป็นน้ำมันสารพัดประโยชน์ประจำบ้าน 

ข่าวดีคือเราก็ทำเองได้ และข่าวดีต่อที่สองสำหรับผู้ที่รักสุขภาพผิว เราจะมาชวนทำ Cleansing Oil หรือน้ำมันล้างหน้าจากน้ำมันมะพร้าวที่เราสกัดเองแบบปราศจากสารกันเสีย เรียกได้ว่าได้ใช้ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวทั้งส่วนบำรุงไปจนถึงการชำระล้าง

น้ำมันมะพร้าวมีวิธีสกัดออกมาได้หลายแบบ โดยวิธีที่เราจะทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นในครั้งนี้ เกิดจากวิธีการหมักน้ำกะทิ (Fermentation Method) โดยใช้หลักการตามธรรมชาติให้น้ำมันแยกออกจากน้ำเอง ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดในรูปแบบโฮมเมด เรียบง่าย ใช้พลังงานน้อย ใคร ๆ ก็ทำได้ รอเวลาแค่ข้ามคืนก็ได้น้ำมันแล้ว ชนิดของน้ำมันมะพร้าวที่ได้เรียกว่าเป็น Raw Virgin Coconut Oil เพราะเป็นการสกัดโดยไม่ใช้ความร้อนและผ่านขั้นตอนน้อยที่สุด

อุปกรณ์

  1. มะพร้าวขูด 2 กิโลกรัม คั้นเป็นหัวและหางกะทิ
  2. โหลแบบใสปากกว้าง 
  3. ช้อนตัก
  4. ที่กรองกาแฟและกระดาษกรอง

วิธีทำ

สอนสกัดน้ำมันมะพร้าวใช้เอง จากมะพร้าวขูดร้านกะทิแถวบ้าน ใช้เวลาแค่ข้ามคืน

1. ไปร้านขายกะทิใกล้บ้านเพื่อสั่งซื้อมะพร้าวขูด 2 กิโล และให้เขาคั้นน้ำกะทิให้เลย ปัจจุบันร้านขายกะทิ มีเครื่องคั้นน้ำกะทิแบบแยกหัวแยกหางให้เสร็จสรรพ สะดวกมาก 

สอนสกัดน้ำมันมะพร้าวใช้เอง จากมะพร้าวขูดร้านกะทิแถวบ้าน ใช้เวลาแค่ข้ามคืน

2. เราจะได้หัวกะทิเข้มข้นไม่ผสมน้ำหนึ่งถุง และอีกถุงคือน้ำหางกะทิที่เกิดจากการผสมน้ำเพื่อคั้นรอบสอง หรือหากใครหาร้านที่คั้นเป็นน้ำกะทิให้ไม่ได้ ก็หาซื้อมะพร้าวขูดอย่างเดียวแล้วมาคั้นมือเองก็ยังได้ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะการทำน้ำมันมะพร้าวแบบโฮมเมดนี้ เราจะใช้ทั้งหัวและหางกะทิผสมรวมกันอยู่ดี 

เมื่อได้น้ำกะทิแล้ว นำมาใส่โหลปากกว้าง วัสดุเป็นแก้วหรือพลาสติกใสเพื่อสังเกตการแยกชั้น ใช้หัวกะทิและหางกะทิในอัตราส่วนเท่า ๆ กันเทลงไปในโหล กะทิที่เราซื้อมารวมกันได้ประมาณ 2,600 กรัม หรือ 2 กิโลกว่า หลักการคือปริมาณน้ำกะทิที่ใช้ จะใกล้เคียงกับน้ำหนักของมะพร้าวขูดในตอนแรก

ส่วนโหลต้องปากกว้าง และขนาดโหลควรสัมพันธ์กับปริมาณน้ำกะทิที่เมื่อเทไปแล้ว น้ำกะทิจะเกือบเต็มในระดับบน ไม่ควรต่ำกว่าครึ่งโหล เพราะเมื่อเป็นน้ำมันแล้วจะตักออกยาก 

สอนสกัดน้ำมันมะพร้าวใช้เอง จากมะพร้าวขูดร้านกะทิแถวบ้าน ใช้เวลาแค่ข้ามคืน

3. ปิดฝาโหลตามปกติ ตั้งไว้ไม่ขยับประมาณ 24 ชั่วโมง สำหรับหน้าร้อนที่มีอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียสกว่า ๆ ตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องได้เลย และถ้าเป็นหน้าหนาว ต้องมีตัวช่วยให้ความอบอุ่น ไม่ว่าจะห่มผ้าหนา ๆ หรือใส่ลังโฟมที่ข้างในมีกระเป๋าน้ำร้อน ถ้ายังอุ่นไม่พอ บ้านใครมีเตาอบให้ตั้งไว้ในเตาอบ เปิดอุณหภูมิแค่พออุ่น แล้วค่อยปิดไฟพักไว้

สอนสกัดน้ำมันมะพร้าวใช้เอง จากมะพร้าวขูดร้านกะทิแถวบ้าน ใช้เวลาแค่ข้ามคืน

4. หลังจากนี้น้ำกะทิจะค่อย ๆ เข้าสู่กระบวนการหมักที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของแลกติกแอซิดแบคทีเรีย (Lactic Acid Bacteria) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่พบได้ในอาหารหรือนม โดยมีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ทำหน้าที่แยกน้ำมันออกจากน้ำ แลคโตบาซิลลัสเจริญเติบโตได้ในน้ำ แต่ไม่เจริญเติบโตในน้ำมัน ดังนั้นน้ำที่ใช้ในกระบวนการคั้นน้ำกะทิจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญ เหมือนเป็นการสร้างที่อยู่อาศัยให้เหล่าจุลินทรีย์เจริญเติบโต นอกจากนี้แลคโตบาซิลลัสจะทำงานได้ดีในอุณหภูมิ 30 – 40 องศาเซลเซียส 

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องใช้อุณหภูมิค่อนข้างอุ่นในการสกัดน้ำมันมะพร้าว และการปิดฝาโหลไว้ก็เป็นการช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในโหล ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเหล่าจุลินทรีย์ เพราะพวกเขาเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน

การสกัดน้ำมันมะพร้าวด้วยวิธีหมักนี้มีผลดีและปลอดภัยมากกว่าวิธีอื่น เก็บรักษาได้นาน แถมมีกลิ่นหอมตามแบบฉบับของน้ำมันมะพร้าวอีกด้วย

สอนสกัดน้ำมันมะพร้าวใช้เอง จากมะพร้าวขูดร้านกะทิแถวบ้าน ใช้เวลาแค่ข้ามคืน

5. เมื่อครบ 24 ชั่วโมง จะเห็นการแยกชั้นหลัก ๆ เป็น 3 ชั้น ชั้นบนสุดมีลักษณะเป็นครีมสีขาวคือโปรตีนกะทิ ชั้นกลางคือน้ำมันมะพร้าว และชั้นล่างคือส่วนของน้ำหมัก เป็นสัญญาณว่าเหล่าจุลินทรีย์ได้ทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมส่งต่อผลงานอันทรงคุณค่านี้ให้เราได้ใช้ประโยชน์ต่อ ขั้นตอนนี้เราควรรับมอบอย่างเบามือที่สุด ไม่ขยับโหลมากเกินไป

สอนสกัดน้ำมันมะพร้าวใช้เอง จากมะพร้าวขูดร้านกะทิแถวบ้าน ใช้เวลาแค่ข้ามคืน

6. หาช้อนที่จะตักแต่ละชั้นออกมาได้ถนัด เราใช้ช้อนแกงแบบบางพับเป็นมุมฉากช่วยให้ตักออกมาง่ายขึ้น ค่อย ๆตักชั้นบนสุดที่เป็นโปรตีนกะทิแยกออกไปพักไว้ก่อน แต่อย่าเพิ่งทิ้ง เพราะนำไปทำน้ำมันมะพร้าวสกัดร้อนได้ด้วย เดี๋ยวตอนท้ายเราจะพาทำ

สอนสกัดน้ำมันมะพร้าวใช้เอง จากมะพร้าวขูดร้านกะทิแถวบ้าน ใช้เวลาแค่ข้ามคืน

7. เมื่อตักชั้นแรกออก จะเห็นชั้นน้ำมันที่เราตั้งตารอ ให้ช้อนขึ้นอย่างเบามือ เลือกเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำมันออกมาให้ได้มากที่สุด พยายามไม่ให้ครีมสีขาวติดช้อนมาเยอะ เพราะจะทำให้ใช้เวลากรองที่นานขึ้น และให้แน่ใจว่าไม่ตักโดนส่วนน้ำที่อยู่ด้านล่าง

สอนสกัดน้ำมันมะพร้าวใช้เอง จากมะพร้าวขูดร้านกะทิแถวบ้าน ใช้เวลาแค่ข้ามคืน
สอนสกัดน้ำมันมะพร้าวใช้เอง จากมะพร้าวขูดร้านกะทิแถวบ้าน ใช้เวลาแค่ข้ามคืน

8. หาภาชนะและที่กรองมารองไว้ เป็นขั้นตอนที่ต้องกรองให้ละเอียดที่สุดด้วยเช่นกัน เราใช้กระดาษกรองกาแฟมาช่วยในขั้นตอนนี้ ซึ่งมีประสิทธิภาพดีมาก ดีกว่าการกรองด้วยกระดาษทิชชูหรือผ้าขาวบาง ซึ่งกระดาษกรองกาแฟเป็นอุปกรณ์ราคาไม่แพง หาซื้อได้จากร้าน 60 บาท รวมถึงดริปเปอร์ทรงกรวยด้วย 

9. เมื่อเราตักน้ำมันไปถึงจุดที่ตักแยกน้ำมันไม่ได้อีก ให้เปลี่ยนเป็นตักส่วนครีมกะทิที่เหลือที่ก้นชั้นน้ำมันไปรวมกับครีมกะทิส่วนแรก เพื่อเตรียมทำน้ำมันแบบสกัดร้อนต่อไป อาจจะติดส่วนน้ำไปบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะน้ำจะระเหยไปเมื่อถูกความร้อน ส่วนน้ำหมักครึ่งโหลที่เหลือ หากนำไปรดน้ำต้นไม้ก็เป็นปุ๋ยชั้นดี

ทำ Cleansing Oil จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเอง ด้วยวิธีสกัดเย็นและร้อน จากมะพร้าวขูดในตลาด

10. น้ำมันมะพร้าวที่ได้จะมีปริมาณเกือบ 500 กรัม ใช้เวลากรองทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง

11. แค่นี้เราก็ได้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นสดใหม่กว่าทุก ๆ ขวดที่วางขายในท้องตลาด แบ่งมารับประทาน ทาผิว ทำออยล์พูลลิ่ง หรือกลั้วปากด้วยน้ำมันสกัดเย็น​​ได้เลย 

12. ก่อนจะนำไปทำน้ำมันล้างหน้า ให้วางพักไว้ก่อนในอุณหภูมิห้องประมาณ 7 วัน อย่าเพิ่งปิดฝา แค่คลุมด้วยผ้าสะอาดหรือทิชชูแล้วรัดหนังยางไว้ก็พอ เพื่อให้ความชื้นหรือหยดน้ำที่ปนอยู่ในน้ำมันได้ระเหยออกไป เพราะเป็นปัจจัยที่ทำให้หืนง่ายและเกิดรา หมั่นสังเกตดูจนกว่าฟองอากาศส่วนที่เป็นน้ำหมดไป เหลือแค่น้ำมันใส ๆ เพื่อความแน่ใจ เราอาจนำมากรองอีกครั้งก่อนใส่ภาชนะปิดฝา 

น้ำมันล้างหน้า (Cleansing Oil)

มาถึงขั้นตอนที่จะแบ่งไปทำเป็นน้ำมันล้างหน้า (Cleansing Oil)

Cleansing Oil คือน้ำมันทำความสะอาดเครื่องสำอาง ชนิดที่เมื่อล้างออกน้ำมันจะเปลี่ยนเป็นน้ำนม ใช้ทำความสะอาดเป็นขั้นตอนแรกในขณะที่ใบหน้ายังแห้งอยู่ ก่อนจะใช้โฟมล้างหน้าตามอีกที เป็นไอเท็มที่สาว ๆ หลายคนคุ้นเคยดี เคาน์เตอร์แบรนด์ใหญ่มีแทบทุกแบรนด์และราคาค่อนข้างสูง ในขณะเดียวกันก็ไม่แน่เสมอไปว่าเราใช้แล้วจะไม่แพ้ บางคนแพ้ส่วนประกอบน้ำมันที่อยู่ในนั้น บางคนแพ้น้ำหอม บางคนแพ้สารกันเสีย พลิกอ่านส่วนผสมก็ไม่เข้าใจเพราะเยอะจนตาลาย 

จะดีแค่ไหนถ้าเราได้เลือกสรรส่วนประกอบเท่าที่จำเป็นด้วยตัวเราเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วส่วนประกอบของเคลนซิ่งออยล์ไม่ได้ซับซ้อนเลย ใช้เพียงส่วนผสมแค่ 2 ชนิดเท่านั้น คือน้ำมันและอิมัลซิไฟเออร์ เราก็จะได้เคลนซิ่งออยล์ประเภทเดียวกับที่ขายตามเคาน์เตอร์แบรนด์ไว้ใช้ล้างหน้า เป็นเคลนซิ่งออยล์ในฝันอย่างที่เราต้องการคือ ทำจากน้ำมันธรรมชาติและไม่ต้องใส่สารกันเสียใด ๆ

อิมัลซิไฟเออร์จะช่วยประสานน้ำมันให้เข้ากับน้ำ ทำงานร่วมกับน้ำมันเพื่อสลายเมคอัพออกจากผิว และเมื่อสัมผัสกับน้ำก็จะนำพาสิ่งสกปรกคราบมันออกไปพร้อมกับน้ำ อิมัลซิไฟเออร์ที่เราเลือกใช้นั้นเรียกว่า BrijL4 มีชื่อทางการค้าคือ Laureth-4 และชื่อเล่นว่า Oil Milk มีลักษณะเป็นของเหลวใส แม้จะไม่ใช่วัตถุดิบธรรมชาติ แต่ก็มีความปลอดภัยต่อผิว เป็นตัวเดียวกับที่อยู่ในผลิตภัณฑ์อาบน้ำ Shower Oil ที่ทำขึ้นสำหรับคนผิวแห้งแพ้ง่าย

ปริมาณการใช้ BrijL4 ปรับได้ตามความต้องการ อยู่ระหว่าง 8 – 30 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นคนแต่งหน้าเยอะ ก็ปรับสัดส่วน BrijL4 ให้มากขึ้น ถ้าไม่ได้แต่งหน้าเลย แต่ใช้แค่ครีมกันแดดก็ปรับลดลงได้ หาซื้อได้ตามร้านขายวัตถุดิบเครื่องสำอางซึ่งมีจำหน่ายแบบออนไลน์อยู่หลายร้าน อัตราส่วนที่เรานำเสนอในวันนี้เป็นสูตรที่มีค่าชำระล้างปานกลาง ใช้ได้ทุกวัน เหมาะกับคนที่แต่งหน้าอ่อน ใช้รองพื้นบาง ๆ ตบแป้งฝุ่นนิดหน่อยหรือใช้แค่ครีมกันแดด

ส่วนประกอบ

ทำ Cleansing Oil จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเอง ด้วยวิธีสกัดเย็นและร้อน จากมะพร้าวขูดในตลาด

1. น้ำมันมะพร้าวที่สกัดเตรียมไว้ 90 เปอร์เซ็นต์

2. BrijL4 10 เปอร์เซ็นต์ 

ในตัวอย่างเราทำที่ปริมาณ 200 กรัม ดังนั้นจะใช้น้ำมันมะพร้าว 180 กรัม และ BrijL4 20 กรัม

วิธีทำ

1. นำสองอย่างผสมและคนให้เข้ากัน ใส่อะไรก่อนก็ได้

2. เติมกลิ่นหอมที่ชอบได้ ด้วยการเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential Oil) ผสมเพิ่มเข้าไปในอัตราส่วนประมาณ 1 – 1.5 เปอรเซ็นต์ เช่น เราทำเคลนซิ่งออยล์ที่ 200 กรัม ให้เติมกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยเพิ่มเข้าไป 2 – 3 กรัม ซึ่งน้ำมันหอมระเหยแต่ละกลิ่น ยังมีคุณสมบัติในการเยียวยาผิวที่ต่างกันไป ถ้าเรามีปัญหาสิว ให้ลองใช้น้ำมัน Tea Tree, Lemon หรือผิวไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่อยากสร้างกลิ่นหอมผ่อนคลาย ก็เลือกผสมกลิ่นที่ชอบได้เลย

ทำ Cleansing Oil จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเอง ด้วยวิธีสกัดเย็นและร้อน จากมะพร้าวขูดในตลาด

สำหรับเรา เคลนซิ่งออยล์กลายเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้ ในวันที่อยู่บ้าน แม้ไม่ได้แต่งหน้าก็ต้องทาครีมกันแดดตามคำแนะนำของคุณหมอเลเซอร์ผิวหน้าที่เราไปพบอยู่เป็นประจำ ซึ่งครีมกันแดดจัดเป็นเครื่องสำอางประเภทหนึ่งที่มีส่วนผสมชนิดกันน้ำกันเหงื่อ และยากต่อการล้างทำความสะอาดด้วยโฟมล้างหน้าแบบปกติ 

การใช้เคลนซิ่งออยล์ชำระล้างก่อน จึงช่วยเพิ่มความแน่ใจว่าจะไม่มีสิ่งตกค้างอุดตันอยู่บนผิว เราชอบเคลนซิ่งออยล์ตรงที่ไม่ต้องใช้สำลี เพียงแค่ลูบไล้บนใบหน้าเบา ๆ ให้ทั่วแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า ก็ชำระล้างเครื่องสำอางได้สะอาดแล้ว เพราะการใช้สำลีเช็ดหน้ามีข้อควรระวังตรงที่ไม่ควรเช็ดถูแรงเกินไป จะทำให้โครงสร้างผิวหนังเสียสมดุลได้ แถมยังไปกระตุ้นเม็ดสีให้ทำงานมากขึ้น ทำให้เกิดฝ้ากระและจุดด่างดำบนใบหน้าได้อีก 

การทำเองยังช่วยให้เราปรับแต่งสูตรที่เหมาะกับผิวของเรา เคลนซิ่งออยล์เหมาะกับคนทุกสภาพผิว คนผิวมันก็ใช้ได้ เพราะถึงจะเป็นน้ำมันก็ไม่ได้ทำให้อุดตันหรือเป็นสิว ในทางตรงกันข้าม กลับช่วยดึงคราบมันออกจากผิวได้อย่างหมดจดแต่ไม่เสียความชุ่มชื้น เมื่อรูขุนขนไม่อุดตันก็จะช่วยให้เราไม่เป็นสิว 

สิ่งสำคัญคือเราต้องเลือกใช้น้ำมันธรรมชาติที่มีคุณภาพ นอกจากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่เราทำเองแล้ว เรายังเลือกใช้น้ำมันชนิดอื่นที่ชอบมาทำเคลนซิ่งออยล์ได้อีก เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันอัลมอนด์ น้ำมันรำข้าว น้ำมันโจโจบา จะเป็นรูปแบบสกัดเย็นหรือสกัดร้อนก็ได้ 

และถ้ารู้สึกว่าน้ำมันล้างหน้าเนื้อเหลวไป ให้ใช้น้ำมันละหุ่งประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ แทนที่น้ำมันตัวหลักที่ใช้ในสูตร เพื่อเพิ่มความหนืดสำหรับนวดหน้าได้สะดวกขึ้น

ลองเปลี่ยนจากการใช้เวลาเลือกยี่ห้อเคลนซิ่งออยล์ในท้องตลาด ที่อาจเต็มไปด้วยส่วนผสมจากน้ำมันสังเคราะห์เพื่อลดต้นทุน และการใส่สารกันเสียที่ไม่จำเป็นเพื่อให้วางขายในท้องตลาดได้นานขึ้น มาเป็นการทำน้ำมันมะพร้าวสด ๆ ที่ดีต่อสุขภาพผิว เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ล้างหน้าให้ตัวเองก็น่าภูมิใจไม่น้อย แถมช่วยลดค่าใช้จ่ายกับสิ่งที่ต้องใช้อยู่เป็นประจำ ซึ่งทำใช้ได้อย่างต่อเนื่อง หรือจะทำเป็นของขวัญของฝากให้กับคนที่เรารักก็ยิ่งดี แม้การทำเองจะดูยุ่งยาก แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรใส่ใจ 

เราเชื่อเสมอว่าทุกคนเข้าถึงคุณค่าแท้ของสิ่งต่าง ๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาข้าวของที่ราคาเกินเอื้อม เพียงแค่เปิดใจให้กับความเป็นไปได้อื่นและลองลงมือทำ

วิธีทำน้ำมันมะพร้าวแบบสกัดร้อน

ทำ Cleansing Oil จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเอง ด้วยวิธีสกัดเย็นและร้อน จากมะพร้าวขูดในตลาด

1. นำครีมกะทิที่ตักแยกไว้เทลงในกระทะ ตั้งไฟปานกลาง 

ทำ Cleansing Oil จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเอง ด้วยวิธีสกัดเย็นและร้อน จากมะพร้าวขูดในตลาด

2. ค่อย ๆ คนไม่ให้ติดก้นกระทะ แนะนำเป็นกระทะเคลือบ จะไม่ติดก้นเลย

3. รอเวลาที่ครีมกะทิค่อย ๆ สกัดน้ำมันออกมา ยืนรับกลิ่นหอม ๆ ของน้ำมันสักครู่

ทำ Cleansing Oil จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเอง ด้วยวิธีสกัดเย็นและร้อน จากมะพร้าวขูดในตลาด

4. ผ่านไปประมาณ 10 นาที ครีมกะทิเปลี่ยนเป็นกากสีเหลืองทองแยกตัวชัดเจนออกจากน้ำมัน

ทำ Cleansing Oil จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเอง ด้วยวิธีสกัดเย็นและร้อน จากมะพร้าวขูดในตลาด

5. กรองเอากากออก 

ทำ Cleansing Oil จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเอง ด้วยวิธีสกัดเย็นและร้อน จากมะพร้าวขูดในตลาด

6. จะได้น้ำมันมะพร้าวสกัดร้อนสีเหลืองอ่อนมาในปริมาณถ้วยเล็ก ๆ ไว้ใช้ทอดไข่ดาวได้ตั้ง 2 ฟองในมื้อถัดไป

Writer

จุฑามาส บูรณะเจตน์

นักออกแบบอิสระ รับจ้างทั่วไป หนึ่งในสมาชิกโอดีเอ (object design alliance) ทำสบู่เป็นงานอดิเรกและทำอาหารกินเองเป็นกิจวัตร

Photographer

ปิติ อัมระรงค์

นักออกแบบอิสระ รับจ้างทั่วไป หนึ่งในสมาชิกโอดีเอ (object design alliance) และถ่ายรูปเป็นงานอดิเรก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load