29 กันยายน 2560
10 K
The Cloud X Maru

เนื่องจากจิบกาแฟแล้วใจเต้นแรงเกินไป เมื่อนึกถึงเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มสุนทรีย์ในชีวิต ฉันจึงมักหันไปจิบชา แล้วเมื่อลิ้มรสชาหลากหลายแบบมาได้สักพัก ฉันก็เริ่มศึกษาข้อมูล ได้คุยกับผู้รู้เรื่องชา ทำให้รู้ว่ามากกว่าความรื่นรมย์ เครื่องดื่มที่มีประวัติยาวนานกว่า 5,000 ปีนี้ยังมีประโยชน์หลากหลาย ที่สำคัญ ยังมีวัฒนธรรมน่าสนใจโคจรอยู่รอบถ้วยชา

หนึ่งในตัวอย่างน่าสนใจมากคือ ประเทศอย่างญี่ปุ่น ที่นั่นความสำคัญของชาไม่ได้อยู่แค่เครื่องดื่มในแก้ว แต่อยู่ที่ขั้นตอนการชงด้วย

ขณะที่เราก็แค่หยิบถุงชาใส่น้ำร้อนในแก้วใบใหญ่ ทำไมประเทศฝั่งตะวันออกอย่างญี่ปุ่นถึงซีเรียสกับการชงชานัก ธี-ธีรชัย ลิมป์ไพฑูรย์ เจ้าของร้านชา Peace Oriental Teahouse อธิบายเหตุผลให้ฉันฟังว่า เพราะชาของญี่ปุ่น (ซึ่งเป็นประเทศที่เน้นดื่มชาเขียว) เชื่อมโยงอยู่กับศาสนา วัฒนธรรมชาเริ่มต้นจากการชงชาเขียวมัทฉะของพระในวัดนิกายเซน ซึ่งไม่ได้ชงดื่มกันเล่นๆ แต่ตั้งใจออกแบบเป็นพิธีชงชาที่เป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตใจ เช่น ประตูห้องชงชาจะบานเล็ก เพื่อให้คนสูงศักดิ์แค่ไหนก็ต้องค้อมตัวต่ำ ไม่ใช่แค่ตัวพื้นที่หรืออุปกรณ์ หากขั้นตอนการชงนั้นก็ถูกคิดมาเป็นขนบเพื่อให้ผู้ชงได้ฝึกฝนใจตัวเอง

“ระเบียบแบบแผนทั้งหมดมีไว้เพื่อล้างกิเลส ขัดเกลาจิตใจ มันต้องทำเป็นแบบแผนเหมือนเดิมทุกครั้งซ้ำๆ เพื่อขัดเกลาความโง่ ความขี้รำคาญ ขี้เบื่อ ของเราออกไป” ธีอธิบาย

จากผงมัทฉะในถ้วย วัฒนาธรรมชาของญี่ปุ่นขยับขยายกว้างออกไปสู่ชาเขียวอีกหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือเกียวคุโระ ชาเขียวประเภทใบเกรดดีที่สุดของญี่ปุ่นหรือ King of Japanese Green Tea ที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก มีความขมฝาดน้อยและมีรสอูมามิแสนอร่อย แม้ชาชนิดนี้ไม่ได้มีพิธีชงเข้มงวดซับซ้อนเหมือนชงมัทฉะ แต่ก็ยังคงมีระเบียบแบบแผนที่สืบทอดมาเพื่อฝึกฝนใจ เช่น ขั้นตอนที่คนใจร้อนอาจรู้สึกเหมือนโดนแกล้งอย่างการเทน้ำชาจนหยดสุดท้าย ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นกุศโลบายให้รู้จักมีความสุขกับสิ่งที่ดูเหมือนไม่มีอะไรและรู้จักรอ

หากเอาใจจดจ่ออยู่กับการชงชา เราจะรู้สึกได้ว่าใจค่อยๆ สงบลง ค่อยๆ สะอาดขึ้น ในโลกยุคดิจิทัลที่หมุนเร็วรี่ การใช้เวลาวันหยุดค่อยๆ ชงชาหอมกรุ่นนับเป็นการบำบัดใจที่ไม่เลวเลย แถมการชงเกียวคุโระยังทำให้ฉันได้เปิดประสบการณ์ใหม่กับชา นั่นคือไม่ใช่แค่ชงแล้วยกจิบ แต่เรายังกินใบชาได้ ซึ่งอร่อยด้วยแฮะ

เอาเป็นว่าใครที่รู้สึกว่าทั้งเราและโลกช่างวุ่นวายสับสน ลองหยุดอยู่บ้านหัดชงเกียวคุโระสักกาอย่างตั้งใจ รับรองว่าบำบัดใจได้ดีเลยล่ะ

อุปกรณ์

  1. ใบชาเกียวคุโระ 2 กรัม
  2. น้ำความกระด้างต่ำ 45 มิลลิลิตร (ทำได้โดยเอาถ่านไม้ไผ่มาแช่ในน้ำข้ามคืน)
  3. กาเซรามิกหรือกาแก้ว เพราะเกียวคุโระเป็นชารสละมุน ถ้าใช้กาดิน ความละมุนจะถูกรูพรุนดูดซับเข้าไป กลิ่นจะออกมาได้น้อย
  4. ถ้วยเซรามิกปากกว้าง
  5. ตะเกียบ
  6. ซอสพอนซึ

วิธีทำ

(*วิธีด้านล่างเป็นการรวบวิธีชงทั้งหมดไว้ในการชงครั้งเดียว)

1. ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง 25 มิลลิลิตร แช่ใบชาในกาทั้งหมดไว้ จับเวลาให้ได้ 13 นาที

2. เทน้ำชาใส่ถ้วย จิบน้ำชาทีละนิด ประมาณ 1 ส่วน 10 ของถ้วย ปล่อยให้เคลือบลิ้นทั้งลิ้นก่อนกลืนให้ความหวานไหลไปในคอ แล้วหายใจออกให้ยาวที่สุดเพื่อให้ได้สัมผัสกลิ่นโน้ตบนสุดของเกียวคุโระ

3. ต้มน้ำให้เดือด เสร็จแล้วเทลงถ้วย ประมาณ 20 มิลลิลิตร รอประมาณ 10 – 20 วินาทีเพื่อให้อุณหภูมิน้ำเหลือประมาณ 85 องศา จากนั้นเอียงกาเกียวคุโระแล้วเทน้ำร้อนให้ค่อยๆ ไหลผ่านผิวกาก่อนลงไปถึงใบชา เพื่อให้อุณหภูมิน้ำลดลงเหลือประมาณ 45 – 55 องศา แกว่งกาเบาๆ ประมาณ 1 นาที

4. เทน้ำชาออกมา โดยเทให้ถึงหยดสุดท้าย แล้วค่อยๆ จิบชาอีกครั้ง

5. หยดซอสพอนซึลงในกาประมาณ 5 – 6 หยด (ถ้าเกียวคุโระเกรดดีมากใช้ 1 – 2 หยดก็พอ) แล้วเทใบชาใส่ถ้วย ลิ้มรส

นอกจากชาเขียวจะหอมละมุนและมีประโยชน์แล้ว พิธีชงชาเขียวของญี่ปุ่นยังช่วยให้เราได้ฝึกฝนบำบัดใจตัวเอง การหัดชงชาจึงเป็นกิจกรรมที่เหมาะจะค่อยๆ ทำขณะอยู่บ้านวันหยุด เพื่อผ่อนคลายจังหวะชีวิตและหัวใจให้ช้าลง สงบขึ้น และสำหรับชาวคอนโดที่ไม่อยากนั่งชงชาคนเดียวในห้อง ตอนนี้มีคอนโดที่ใส่ใจวิถีชีวิตแตกต่างกันของผู้อยู่อาศัย ด้วยการเพิ่มพื้นส่วนกลางหรือ Co-Creation Space ให้ทำกิจกรรมได้หลากหลาย คอนโดที่ว่าคือ MARU (มารุ) โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ ที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวางและตอบโจทย์ชีวิตผู้อยู่อาศัย หนึ่งในนั้นคือห้องชงชาที่น่าเข้าไปนั่งชงชาบำบัดใจเป็นที่สุด

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. ชาเขียวเป็นชาฤทธิ์เย็นที่มีคาเฟอีนสูง โดยเฉพาะชาเขียวญี่ปุ่นถือว่าแรงที่สุด เพราะฉะนั้น ควรชงดื่มในเวลาเช้า อย่างช้าสุดไม่ควรเกิน 3 – 4 โมงเย็น
  2. หาซื้อใบชาเกียวคุโระได้ที่ร้านชาอย่าง Piece Oriental Teahouse และ Double Dogs หรือเดินลองหาในห้างอย่างอิเซตันก็น่าจะมี
  3. ถ้าอยากกินเกียวคุโระแบบชงเย็นอย่างเดียว นอกจากชงน้ำอุณหภูมิห้องตามปกติ ถ้าอยากให้อร่อยเป็นพิเศษ ให้ใส่น้ำอุณหภูมิห้องแล้วเอาไปแช่ตู้เย็นสักครึ่งชั่วโมง หรือใส่น้ำเย็นเลยแล้วรอชั่วโมงครึ่งก็จะยิ่งอร่อย

Writer

Avatar

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

1 กันยายน 2560
47 K
The Cloud X Maru

อะไรเอ่ย มองไม่เห็น จับไม่ได้ แต่มีอยู่จริง

สำหรับฉัน กลิ่นคือคำตอบที่ชัดเจนทรงพลัง การสูดดมครั้งเดียวเข้าไปส่งสัญญาณในสมอง ส่งผลต่ออารมณ์ ลองนึกภาพว่าคุณตื่นขึ้นมาแบบงัวเงียแล้วได้กลิ่นแนว citrus ความสดชื่นก็เข้ามาแทนที่อาการง่วงงุนได้อย่างรวดเร็ว ตรงข้ามกับก่อนนอน กลิ่นนุ่มๆ ของลาเวนเดอร์ช่วยให้นอนหลับสนิท

เพราะรู้ซึ้งถึงอานุภาพกลิ่น ฉันจึงปวารณาตัวเป็นสาวกร้านอโรมาต่างๆ มาเนิ่นนาน จนได้รู้ว่าที่จริงเราปรุงกลิ่นหอมขึ้นมาได้เองนี่นา หนึ่งในวิธีง่ายที่สุดคือการทำ reed diffuser น้ำหอมปรับอากาศห้องที่ใช้ก้านไม้เป็นตัวกระจายกลิ่น เพียงผสมน้ำหอมขึ้นมาแล้วปักก้านหวายปอกเปลือกอบแห้ง ไม้เนื้อเบามีรูพรุนจะดูดกลิ่นขึ้นมาแล้วกระจายกลิ่นหอม

และนี่คือสิ่งที่ฉันอยากชวนคุณมาลองหัดทำที่บ้านในวันหยุด เพื่อให้เวทมนตร์แห่งความหอมอบอวลทั่วห้อง

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

“diffuser สร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนเทียนหอม ทางยุโรปจะใช้เทียนหอมมานานมากและยังใช้กันเป็นเรื่องปกติ แต่ปัญหาว่าใช้ไฟแล้วอันตราย ทำให้เกิด diffuser ขึ้นมาแทน”

ชุน-ธาดา อาชาวงศ์ นักปรุงน้ำหอมและเจ้าของแบรนด์ Natural Teller ที่ฉันมีโอกาสไปพูดคุยด้วย อธิบายเรื่องราวพื้นฐานของ diffuser หรือเครื่องกระจายกลิ่นหอมให้ฟัง เจ้าเครื่องนี้มีหลายรูปแบบ หน้าที่ของมันคือใช้เปลี่ยนบรรยากาศตามต้องการ ส่วนข้อดีของการลงมือทำเองคือ เราจะได้สร้างกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกใจ และกลิ่นที่ได้จะไม่ฉุนรุนแรง ไม่ถึงขั้นเดินเข้าห้องแล้วได้กลิ่นทันที แต่เมื่อเข้ามาในโซนเล็กๆ ที่วางกลิ่นไว้ จะรู้สึกว่าบรรยากาศเปลี่ยนไป

ดังนั้น ก่อนทำ Reed Diffuser ก็ควรคำนึงถึงสถานที่ที่จะวางน้ำหอมปรับอากาศและช่วงเวลาที่เราจะอยู่บริเวณนั้นด้วย

“นึกก่อนว่าเราอยากได้ความรู้สึกแบบไหน ต้องการอะไร อยากรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า หรือผ่อนคลายสบาย จะใส่แค่กลิ่นเดียว หรือใส่หลายๆ กลิ่นก็ได้ เราเคยคิดว่าน้ำหอมจะต้องสร้างในห้องแล็บ แต่จริงๆ มันเป็นศิลปะที่สร้างได้ที่บ้าน” ชุนบอกฉัน

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

นอกจากนี้ เสน่ห์ของศาสตร์แห่งความหอมคือความละเอียดอ่อนในเนื้อกลิ่น โดยน้ำหอมปรับอากาศจะมีกลิ่นคงที่กว่าน้ำหอมฉีดตัว ที่กลิ่นจะเปลี่ยนไปตามระยะทั้งสาม Top Notes คือกลิ่นแรกที่ได้กลิ่นเมื่อสูดดม มักจะเป็นกลิ่นสดชื่นอย่างซิตรัส ดอกส้ม ยูคาลิปตัส มะกรูด Middle Notes เป็นกลิ่นที่ตามมาหลัง 15 – 20 นาที มักเป็นกลิ่นดอกไม้หรือสมุนไพรบางอย่าง เช่น กุหลาบ กระดังงา มะลิ ไอริส และ Base Notes กลิ่นสุดท้ายจากน้ำหอม มักสกัดได้จากไม้ เครื่องเทศ หรือน้ำมันสัตว์ เช่น ไม้ซีดาร์ ไม้จันทน์ หญ้าแฝก

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

สำหรับเกณฑ์การเลือกกลิ่น ไม่จำเป็นต้องดึงโน้ตทั้งหมดออกมาเล่า แค่ดึงอารมณ์ที่ต้องการออกมาผสมเป็นกลิ่นเฉพาะ ไม่มีกฎตายตัวว่าควรจับคู่กลิ่นแบบไหน แต่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความหอมแนะนำว่าให้ลองมองสิ่งที่ปรุงเป็นรสชาติอาหาร เช่น ผสมความหวานกับเปรี้ยวให้พอเหมาะ ที่จริงการปรุงน้ำหอมไม่ยาก แต่ต้องทดลองทำและใช้จมูกชิมรสด้วยตัวเอง แม้ไม่ใช่นักปรุงน้ำหอมมืออาชีพ ก็ทำเมนูสร้างสรรค์ที่ถูกใจตัวเองและคนรอบข้างขึ้นมาได้

เมื่อได้กลิ่นหอมน่าปลาบปลื้มขึ้นมา วันหยุดครั้งหน้าคุณอาจไม่อยากออกจากบ้านไปไหน ก็บรรยากาศในบ้านมันสดชื่นน่าอยู่เกินกว่าจะออกไปตะลอนแล้วนี่นา

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

How to make a reed diffuser

อุปกรณ์

  1. essential oil หรือ fragrance กลิ่นที่ชอบและคิดว่าน่าจะเข้ากัน
  2. Diffuser Base หรือตัวทำละลายน้ำมัน
  3. ขวดผสมเล็กๆ
  4. ขวดแก้ว
  5. ก้านหวายดูดกลิ่น ตัดให้พอดีกับขวดแก้ว

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

วิธีทำ

1. จัดลำดับ essential oil ว่าจะเลือกกลิ่นไหนเป็นกลิ่นหลักและกลิ่นรอง

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

2. หยด essential oil ลงไปในขวดผสมเล็กๆ โดยใส่กลิ่นหลักก่อน แล้วเติมกลิ่นรองเข้าไปให้จำนวนหยดน้อยกว่า

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

3. เขย่าให้เข้ากัน แล้วดมเพื่อพิจารณา ค่อยๆ หยดกลิ่นเพิ่มทีละน้อยตามชอบ ให้ปริมาณหัวน้ำหอมมีไม่เกิน 10% – 30% ของขวดแก้ว

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

4. เมื่อถูกใจแล้ว เทหัวน้ำหอมในขวดผสมใส่ขวดแก้ว ใส่ diffuser base ให้เต็มขวด

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

5. ใช้ก้านหวายคนส่วนผสมให้เข้ากันดี

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

6. ปักก้านหวายให้เต็มขวด แล้วนำไปวางในมุมที่ต้องการ เช่น บนโต๊ะทำงาน หัวเตียง ฯลฯ

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. หาซื้ออุปกรณ์ได้จากร้านเคมีภัณฑ์ อย่างร้านฮงฮวด จตุจักร หรือร้านค้าออนไลน์ ส่วนขวดสวยๆ หาซื้อได้ที่สะพานขาว
  2. ควรเลือก essential oil ด้วยการไปดมกลิ่นเองที่ร้าน เพราะความชอบแต่ละคนแตกต่างกัน
  3. หากต้องการให้กลิ่นกระจายตัวมากขึ้น สามารถปักก้านหวายให้มากขึ้นหรือเติมแอลกอฮอล์ลงในส่วนผสม แต่ก็จะทำให้น้ำหอมหมดเร็วขึ้นเช่นกัน
  4. ควรเปลี่ยนก้านหวายเมื่อใช้มาสักระยะแล้วกลิ่นไม่กระจายตัว และเปลี่ยนก้านหวายทุกครั้งที่ผสมกลิ่นใหม่

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load