22 Sep 2017
4 PAGES
716
The Cloud X Maru

 

ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยง แน่นอนว่าหมาแสนน่ารักยังคงเป็นหนึ่งในดวงใจใครหลายคน (รวมถึงฉันด้วย) แต่ถ้าลองสังเกต คุณจะเห็นว่ายุคนี้มีหลายครั้งที่หมาเป็นที่รักเกินคำว่า ‘สัตว์เลี้ยง’ แบบเดิมๆ  บางคนนับมันเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนอาจเลือกไม่มีลูกแล้วเลี้ยงหมาเป็นลูกเลยก็มี  

พอเรารักน้องหมามากขึ้น ก็ใส่ใจดูแลมันมากขึ้น นอกจากอาหารที่เดี๋ยวนี้ถึงขั้นมีอาหารหมาออร์แกนิก สุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ ทาสหมารู้ดีว่าน้องหมาต้องการให้เราพาไปออกกำลังกายหรือวิ่งเล่น แต่ปัญหาหลักที่พวกเรามักเจอะเจอคือไม่มีพื้นที่ ไม่ก็ไม่มีเวลามากพอ ผลคือน้องหมาไม่ได้ออกกำลังกายมากเท่าที่ควร ทำให้มีปัญหาสุขภาพตามมา

แต่วันก่อน ฉันได้คุยกับ ครูเมี่ยว-รุ้งจิต ตั้งจิตเจริญ นักจิตวิทยาสุนัขคนเก่งแห่งบ้าน Clicker Dog เลยได้รู้ว่า แม้เราควรพาน้องหมาไปวิ่งเล่นเป็นประจำ เพื่อให้ได้ฝึกกล้ามเนื้อและฝึกสมอง รวมถึงเปิดหูเปิดตาและฝึกเข้าสังคม แต่ถ้าจนใจจริงๆ เราก็ชวนน้องหมาออกกำลังกายที่บ้านได้ แถมอุปกรณ์ก็หาได้จากของรอบตัว (รวมถึงขนมอร่อยและคำชมของเรา) การออกกำลังกายนี้จะว่าไปก็เหมือนการฝึกหมา เช่น สั่งให้นั่ง หมุน หรือปีน

“หมาต้องออกกำลังกายสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ ร่างกาย และส่วนที่สองคือ สมอง ต้องให้หมาได้คิดว่าต้องทำอะไร ดังนั้นกิจกรรมที่เราทำจะเหมือนเป็นเกมที่เล่นด้วยกัน ซึ่งที่จริงการฝึกนั่ง หมอบ คอยก็เป็นเกมอย่างหนึ่งนะ เราไม่ได้ฝึกให้หมาเป็นทหาร แต่สร้างเงื่อนไขให้เขารู้ว่า ถ้าทำแบบนี้จะได้กินขนม แล้วเขาจะจำว่ากิจกรรมนี้ดีจัง สนุกจัง อยากเล่นอีกจังเลย” ครูเมี่ยวอธิบาย

ที่สำคัญคือกิจกรรมพวกนี้ไม่ใช่แค่ทำให้หมาที่เรารักแข็งแรง แต่เป็นสิ่งที่ทำแล้วหมาสนุก แถมยังช่วยทำให้เรากับหมาสนิทกันมากขึ้นด้วยนะ

“หมาทุกตัวชอบเล่นกิจกรรม” ครูเมี่ยวยืนยันกับฉัน “คนบางคนคิดว่ากลับบ้านมากอดหมาก็เป็นกิจกรรมแล้ว แต่ไม่ใช่ กอดถือเป็นให้รางวัล ถ้าอยู่ดีๆ ก็ได้รางวัล หมาจะรำคาญ หมาก็จะมากัดเท้าเรา กัดมือเรา ดึงนู่นดึงนี่เพื่อชวนเราเล่นกิจกรรมด้วย”​

เพราะอย่างนี้ ถ้าไม่มีโอกาสพาหมาไปวิ่งเล่นบ่อยๆ เราก็ใช้เวลาวันหยุดชวนหมาออกกำลังกายที่บ้านได้ (แต่ยังไงก็ต้องพาออกไปออกกำลังกายข้างนอกจริงๆ อย่างน้อยเดือนละครั้งหรือครึ่งเดือนครั้งนะ) เป็นการใช้เวลาดีๆ ร่วมกันที่ได้มากกว่าแค่ความสุขใจ เพราะที่จริง ครูเมี่ยวแอบบอกว่า น้องหมาน่ะไม่ได้มองเราเป็นคนหรอกนะ แต่มองว่าเราเป็นหมาที่ยืนสองขาต่างหาก

พูดอีกอย่างคือ เรานี่แหละเป็นจ่าฝูงที่ต้องคอยดูแลลูกฝูงให้แข็งแรงสดใส จะได้อยู่ด้วยกันไปนานๆ

อุปกรณ์

  1. พรมสั้นสำหรับฝึกนั่ง พรมยาวสำหรับฝึกวิ่ง ใช้เพื่อกันลื่นล้ม โดยเฉพาะเหล่าหมาเด็กที่ล้มไม่เป็น อาจล้มเอาหัวลงทำให้บาดเจ็บได้
  2. ตะกร้าหรือกล่องที่สูงประมาณข้อศอกหมา ไม่ควรสูงเท่าตัวหรือเกินตัวหมา เพราะจะทำให้ข้อต่อบาดเจ็บเวลากระโจนขึ้นหรือกระโดดลง
  3. ขนมที่หมาชอบ ใช้เป็นรางวัล
  4. ขวดน้ำ แกนทิชชู่ หรือถังขยะ สำหรับเป็นหลักให้หมาเดินวนรอบ

 

วิธีทำ

1. ท่านั่ง

1.1 กางพรมสั้นออกมา เรียกหมามาตรงพรม

1.2 ถือขนมไว้ในมือ หมาจะสุ่มทำท่าต่างๆ ไปเรื่อยๆ เช่น หมอบ เขี่ย กระโจน ให้เมินเฉยเอาไว้จนกว่าน้องจะนั่ง ถ้านั่งปุ๊ปให้ขนมทันทีพร้อมชมว่า ‘เก่งมาก’ ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง

1.3 ตั้งชื่อท่าให้หมาจำ โดยทำเหมือนข้อ 1.2 แต่คราวนี้เมื่อน้องหมาก้นแตะพื้นปุ๊ป ให้พูดว่า ‘นั่ง’ จากนั้นค่อยให้ขนมพร้อมพูดชม ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง

1.4 สร้างสัญลักษณ์มือให้หมาจำ โดยกำมือ (ข้างเดียวกับที่ถือขนม) ชี้นิ้วชี้ขึ้นพร้อมพูดว่า ‘นั่ง’ เมื่อน้องนั่งก็ให้ขนมและพูดชม ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง

1.5 ทำข้อ 1.4 โดยพูดชมอย่างเดียว ไม่ต้องให้ขนม เพราะน้องหมาเริ่มจำแล้วว่าการชมก็คือการให้รางวัลเหมือนกัน

2. ท่าหมุน

2.1 ใช้พรมสั้นเหมือนเดิม เรียกหมามาตรงพรม

2.2 ถือขนมไว้ในมือ น้องหมาจะดม ให้กวาดมือเป็นวงกลมนำให้น้องเดินหมุนรอบตัวเอง ถ้าทำได้ให้ขนมพร้อมพูดชม ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง

2.3 ค่อยๆ สร้างความจำให้น้องหมาเหมือนท่าแรก โดยคราวนี้ให้ตั้งชื่อท่าว่า ‘หมุน’ ส่วนสัญลักษณ์มือให้กำมือ ชี้นิ้วชี้ลง แล้วกวาดมือเป็นวงกลมนำน้องเหมือนเดิม

2.4  สามารถเพิ่มระดับความท้าทาย โดยทำท่าหมุนแล้วต่อด้วยท่านั่ง

 

3. ท่าหมุนรอบอุปกรณ์

3.1 ทำเหมือนท่าที่ 2 แต่ให้ใช้ชวดน้ำ แกนทิชชู่ ถังขยะ หรืออะไรก็ได้ที่มีในบ้านวางเป็นหลักไว้ แล้วให้น้องหมาหมุนรอบอุปกรณ์

3.2 สามารถเพิ่มความยาก โดยหาอุปกรณ์หลายๆ อันมาวางเรียงต่อกัน ให้น้องหมาหมุนรอบอุปกรณ์ 2 – 3 ชิ้นแล้วค่อยให้ขนมและพูดชม

 

4. ท่าเกาะ

4.1 กางพรมยาวออก วางกล่องหรือตะกร้าไว้กึ่งกลาง

4.2 ถือขนมไว้ในมือ (ยังไม่ต้องให้จนกว่าจะทำครบทุกท่า)

4.3 เริ่มต้นที่ท่านั่ง จากนั้นใช้มือข้างที่ถือขนมนำน้องหมามาเกาะที่กล่องโดยใช้แค่ขาหน้า ท่านี้จะช่วยให้น้องหมาได้ฝึกกล้ามเนื้อขาหลัง ขาหลังที่แข็งแรงจะช่วยให้วิ่งหรือกระโจนไปข้างได้ดี และทำให้บุคลิกการเดินดูสวยงามด้วย

4.4 พอน้องเกาะแล้วให้ใช้มือนำน้องให้แหงนหน้าขึ้น จากนั้นค่อยให้ขนมและพูดชม

4.5 สร้างความจำให้น้องหมาเหมือนท่าแรก โดยคราวนี้ตั้งชื่อท่าว่า ‘เกาะ’ ส่วนสัญลักษณ์มือให้ลากมือนำให้เดินและเงยหน้า

5. ท่าเกาะยกขา

5.1 ใช้พรมยาวและกล่องเหมือนเดิม

5.2 ทำเหมือนข้อ 4 ทุกประการ เพียงแต่ตอนที่น้องหมาแหงนหน้าขึ้น ลองสังเกตดูจะพบว่ามีขาข้างหนึ่งลอยขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ใช้มือเกาใต้ขาน้องเพื่อประคองขาให้สูงขึ้น เมื่อน้ำหนักด้านหน้าเทไปที่ขาข้างเดียว น้องหมาจะต้องเกร็งลำตัวเพื่อช่วยทรงตัว ท่านี้จึงช่วยฝึกกล้ามเนื้อลำตัว โดยเฉพาะบริเวณด้านข้างกระดูกสันหลัง ให้แข็งแรงขึ้น

6. ท่าปืนข้ามกล่องและหมุน

6.1 ใช้พรมยาวและกล่องเหมือนเดิม

ถ้าใครไม่สะดวกพาหมาออกไปวิ่งเล่น ออกกำลังกายนอกบ้าน วันหยุดนี้ลองอยู่บ้านแล้วชวนน้องนอกจากน้องหมาสนุก สุขภาพดีแล้ว การออกกำลังกายแบบนี้ยังช่วยกระชับสัมพันธ์ระหว่างเรากับน้องหมาด้วย และสำหรับชาวคอนโด ถ้าขี้เกียจเล่นกับน้องหมาอยู่แต่ในห้อง ตอนนี้มีคอนโดที่ใส่ใจวิถีชีวิตแตกต่างกันของผู้อยู่อาศัย ด้วยการเพิ่มพื้นส่วนกลางหรือ Co-Creation Space ให้ทำกิจกรรมร่วมกันได้ คอนโดที่ว่าคือ MARU (มารุ) โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ ที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวางและตอบโจทย์หลากหลาย ลองพาน้องหมามาออกกำลังกายได้เลยนะ

 

ภาพ: ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. ควรพาหมาออกกำลังกายตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเลี้ยงมาจนถึงอายุ 6 เดือน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่หมายังไม่กลัวอะไร พร้อมจะลองเรียนรู้ นอกจากออกกำลังกาย ช่วงนี้ควรฝึกฉี่ ฝึกให้คุ้นชินเสียงต่างๆ ด้วย น้องหมาจะได้แข็งแรงทั้งกายและใจ
  2. ต้องพาหมาออกกำลังกายตอนที่หิว คือออกกำลังกายก่อนมื้ออาหารนั่นแหละ เพราะจะมีแรงจูงใจและอยากกินขนมมากกว่าตอนที่อิ่ม ถ้าอิ่มอยู่น้องหมาจะไม่อยากได้ขนม ไม่รู้สึกว่าขนมเป็นรางวัล
  3. แต่ถึงอย่างนั้นขนมก็แทนมื้ออาหารไม่ได้นะ จริงๆ ขนมที่กินช่วงกิจกรรมนั้นน้อยมาก พอพาออกกำลังกายเสร็จแล้วก็อย่าลืมให้อาหารน้องหมาอีกทีด้วยล่ะ
  4. ถ้าหมาสามารถออกกำลังกายได้ทุกท่าแล้ว ก็ปรับให้ยากขึ้นได้ อาจจะให้มันหมุน 3 รอบ ให้ปีนข้ามกล่อง 2 เซ็ต หมาจะได้ไม่เบื่อ หรือถ้าเราเองอยากคิดค้นท่าใหม่มาเล่นกับหมาก็ได้ แต่อย่าพิสดารมาก ความปลอดภัยสำคัญเป็นที่หนึ่งนะ
  5. ในทางกลับกัน อย่าฝืนถ้าน้องหมาทำท่าต่างๆ ไม่ได้ในครั้งแรก แต่ให้ชวนมาเล่นออกกำลังกายใหม่เรื่อยๆ เพื่อให้หมาชินกับการใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ แล้วเดี๋ยวสักพักก็จะทำได้เอง คล้ายกับเวลาคนเราเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ

 

ข้อควรระวัง (ครูเมี่ยวฝากมา)

  1. ก่อนตัดสินใจเลี้ยงหมาต้องดูความพร้อมของตัวเอง ต้องพร้อมทั้งเงิน เวลา และสุขภาพ (เช็กก่อนว่าตัวเองไม่แพ้ขนหมาพันธุ์ที่ต้องการเลี้ยง)
  2. คนที่แพ้ขนหมาแต่อยากเลี้ยงจริงๆ แนะนำให้ลองไปเล่นกับพุดเดิ้ลหรือชเนาส์เซอร์ก่อนตัดสินใจ เพราะ 2 พันธุ์นี้ไม่ผลัดขน มีโอกาสที่จะไม่แพ้มากกว่าพันธุ์อื่นๆ
  3. อย่าซื้อหมาเป็นของขวัญ เพราะคนที่ได้รับอาจไม่พร้อมเลี้ยง ในทำนองเดียวกัน ถ้าอยู่ร่วมห้องกับคนอื่น ก็อย่าลืมถามความสมัครใจของพวกเขาก่อนรับมาเลี้ยงด้วยล่ะ

CONTRIBUTORS

กันต์กนิษฐ์ มิตรภักดี

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสารรายปักษ์ เพิ่งผันตัวมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ กำลังเรียนรู้ที่จะบาลานซ์ระหว่างสิ่งที่ต้องทำและสิ่งที่อยากทำ รักทุกอย่างที่เป็นรสหรือกลิ่นลูกพีช

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

อดีตนักศึกษาสถาปัตย์ที่หันเหเปลี่ยนอาชีพมาเป็นช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก และนักหัดเขียน โดยพึ่งมีหนังสือของตัวเองเล่มแรกชื่อ 'ราชาสถาน นิทานตื่นนอน'