ฉันหวงแหนวันหยุด รู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่มีค่า แต่หลายครั้งฉันกลับตัดวันหยุดชิ้นใหญ่มอบให้การทำอาหารกินเอง ซื้อกินง่ายกว่า-ไม่ใช่ใครที่ไหนพูด ฉันนี่แหละยืนยัน แต่เหตุผลที่ฉันยังคงอยู่บ้านเข้าครัว เพราะการทำอาหารกินเองไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพ แต่ยังช่วยให้เรียนรู้หลายอย่างและแสนจะดีต่อจิตใจ   

นั่นคือเหตุผลที่วันหยุดนี้ ฉันอยากชวนคุณลองเข้าครัว (จะครัวที่บ้านหรือที่คอนโดก็ไม่เกี่ยง) ไม่ต้องห่วงว่าจะพาไปทำเมนูซับซ้อนกินเวลาค่อนวัน วันนี้เราจะอยู่บ้าน ค่อยๆ หัดทำขนมที่ง่าย ดีต่อสุขภาพ และอร่อย

เมนูที่ฉันคัดสรรมาให้คุณคือ Seasonal Granola Tart ซึ่ง ยู-นภสร สุจิตธรรมวงศ์ เจ้าของร้าน Baker gonna Bake เป็นผู้ช่วยคิดค้นสูตร ยูบอกว่า นอกจากทำง่ายชนิดมือใหม่อยู่คอนโดก็หัดทำได้ กราโนลายังเป็นขนมสุขภาพที่กินได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะกับคนเมืองที่เร่งรีบแต่ยังอยากสุขภาพดี จะกินคู่กับผลไม้สดและโยเกิร์ตตั้งแต่มื้อเช้าก็อยู่ท้อง กราโนลายังเป็นขนมคุณภาพที่กินในปาร์ตี้เล็กๆ ในบ้านกับครอบครัว และใครคุมน้ำหนักรับรองว่าไม่อ้วน เพราะวัตถุดิบอุดมโปรตีนและดีต่อสุขภาพ

สูตรกราโนลาของยูยังมีความพิเศษคือการใช้ผลไม้ตามฤดูกาล ยูเลือกใช้ ‘เซียนท้อ’ หรือ ‘ม่อนไข่’ ผลไม้ตามฤดูกาลเมืองเหนือซึ่งมีความหลากหลายสูง ตั้งแต่ผิวสัมผัสคล้ายอะโวคาโด แต่มีเส้นใยและสีคล้ายฟักทอง จนถึงกลิ่นคล้ายละมุด

ยูเริ่มทำกราโนล่า แล้วระหว่างรอส่วนผสมสุก เธอก็เล่าว่า ตัวเองไม่ได้ทำขนมเก่งมาแต่แรก หากเริ่มฝึกทำเองเพราะอยากให้ลูกชายติดอาหารรสมือแม่ และหลงรักการเข้าครัวที่ได้ทำเองทุกขั้นตอน

“ทุกอย่างในชีวิตเราทุกวันนี้สำเร็จรูปมากเกินไป ทำให้เราลืมรากเหง้าที่มีเสน่ห์ นั่นคือการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง อย่างเครื่องตีแป้งเมื่อก่อนเราทำกินเองก็ไม่ใช้ เพราะไม่ค่อยชอบอะไรสำเร็จรูป” ยูบอก

ฉันฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย นอกจากได้ฝึกฝนทักษะที่คนเมืองยุคนี้ไม่ค่อยมี การลงมือทำยังช่วยให้เราเห็นกระบวนการของอาหารตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้เราเข้าใจโลกรอบตัวมากขึ้น และอาจฟังดูแปลก แต่ฉันมองว่าการทำอาหารช่วยให้สงบใจ ยิ่งต้องรักษาเวลายิ่งทำให้มีสมาธิ ซึ่งเราในโลก multitasking ไม่ค่อยมี

และแน่นอน การเข้าครัวอบขนมยังหมายถึงเรากำหนดส่วนผสมและคัดสรร รู้ที่มาวัตถุดิบได้ เช่น ยูเลือกใช้น้ำผึ้งแท้ปลอดสารพิษแทนน้ำตาล เพราะได้ความหวานปริมาณที่ดีต่อสุขภาพและเพิ่มกลิ่นหอมในเนื้อธัญพืช สาเหตุหลักของความดีต่อสุขภาพในอาหารทำเองก็มาจากตรงนี้แหละ

“เราเชื่อว่า ถ้าวัตถุดิบคุณภาพดีเอามาทำขนมอะไรก็อร่อย เรารู้ว่ากินออร์แกนิกไม่ได้ 100% หรอก แต่การรู้ที่มาที่ไปของวัตถุดิบมันดีกว่า บางอย่างเราไปเอาเองจากบนดอยก็เชื่อถือคุณภาพได้ แต่ถ้าไม่ได้ไปเอาเอง กว่าวัตถุดิบเหล่านี้จะเข้ามาถึงในเมืองก็อาจจะมีการใส่สารเคมีมาแล้วเพื่อรักษาคุณภาพเอาไว้ ผู้บริโภคจึงไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันมีที่มาที่ไปยังไง” ยูอธิบาย

ถาดกราโนลาถูกยกออกมาให้คลายร้อนนอกเตา เมื่อใส่เซียนท้อลงไปก็กลายเป็นกราโนลา ทาร์ตที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ นับเป็นการลงมือทำบางอย่างด้วยตัวเองที่ไม่ยากแถมยังอัดแน่นด้วยประโยชน์

ไม่เชื่อลองหาวันหยุดอยู่บ้านทำดูสิ

How to Make Seasonal Granola Tart

อุปกรณ์

  1. ถาด
  2. กระดาษไข
  3. ชามสำหรับผสม
  4. ช้อน
  5. พายยาง

ส่วนผสม

  1. น้ำ 90 กรัม
  2. น้ำมันมะกอก (Extra Virgin) 40 กรัม
  3. น้ำผึ้ง 94 กรัม
  4. ผงซินนามอน 3 กรัม
  5. ข้าวโอ๊ต 200 กรัม
  6. เกล็ดมะพร้าวอบ 79 กรัม
  7. เมล็ดฟักทอง 32 กรัม
  8. อัลมอนด์ 63 กรัม
  9. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 63 กรัม
  10. เซียนท้อ (หรือผลไม้ตามฤดูกาลชนิดอื่น) 350 กรัม

วิธีทำ

1. ต้มน้ำให้เดือด

2. ใส่น้ำผึ้งและซินนามอนลงในน้ำเดือดแล้วตามด้วยธัญพืช

3. นำออกมาใส่ถาดเข้าเอาเข้าเตาอบที่ความร้อนอุณหภูมิ 120 องศา ใช้เวลา 40 นาที

4. นำเซียนท้อไปต้มสุก และบดให้ละเอียด

5. นำกราโนลาออกจากเตามาตากแห้งค่อยนำมาบด ใส่เนยนิดหน่อย เมื่อแห้งและกรอบแล้วนำไปกินกับโยเกิร์ตหรือผลไม้สดตามฤดูกาลได้เลย

6. ถ้าต้องการทำเป็นทาร์ตให้นำกราโนลามากรุลงพิมพ์และแช่เย็นประมาณ 15 นาที

7. ปาดเนื้อเซียนท้อต้มสุกที่บดละเอียดแล้วลงไปบนแผ่นกราโนลาทาร์ตและตกแต่งหน้าให้สวยงาม

เวลานึกถึงการทำกิจกรรมกับคนใกล้ชิด คนเมืองมักนึกถึงกิจกรรมนอกบ้านอย่างการกินข้าวในร้าน แต่ที่จริงการเข้าครัวทำอาหารหรืออบขนมกับคนใกล้ชิดก็ช่วยกระชับความสัมพันธ์ แถมยังได้ทั้งคุณค่าทางอาหารและจิตใจ การเข้าครัวจึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราอยากแนะนำให้คุณและคนใกล้ชิดทำร่วมกันที่บ้าน โดยสำหรับชาวคอนโด ตอนนี้มีคอนโดที่ใส่ใจวิถีชีวิตแตกต่างกันของผู้อยู่อาศัย ด้วยการเพิ่มพื้นส่วนกลางหรือ Co – Creation Space ให้ทำกิจกรรมร่วมกันได้ คอนโดที่ว่าคือ MARU (มารุ)  โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ ที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวางและตอบโจทย์หลากหลาย เช่น พื้นที่ส่วนกลางพิเศษสำหรับกิจกรรมการเข้าครัวร่วมกัน ซึ่งทำให้การทำขนมหรืออาหารในคอนโดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

นายแบบ :  ปัญ – ภาม เจนพานิชการ

กร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. เซียนท้อประยุกต์ใช้ผลไม้อื่นตามฤดูกาลแทนได้ และถ้าชอบกินกราโนลากับผลไม้สด แนะนำให้จับคู่ผลไม้รสต่างกัน เช่น กล้วยกับสตรอว์เบอร์รี่ ความหอมและหวานจากกล้วยเมื่อรวมกับรสเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รี่จะทำให้รสชาติของผลไม้ทั้งสองอย่างโดดเด่น (ถ้าใช้ผลไม้รสเปรี้ยวทั้งคู่รสเปรี้ยวจะนำโด่งจนกลบรสกราโนลา)
  2. วัตถุดิบหาได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป แต่แนะนำให้เลือกธัญพืชที่ปรุงแต่งน้อยเพื่อลดโซเดียมและดีต่อสุขภาพ
  3. กราโนลาทาร์ตสูตรนี้ไม่ใส่สารกันเสียจึงเก็บกราโนลาไว้ได้แค่ 7 วันเท่านั้น ถ้าไม่อยากให้ความกรอบของกลาโนลาหายต้องใส่ซองกันชื้นด้วย

Writer

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

5 มิถุนายน 2564
9 K

ไซเดอร์คืออะไร

ผมว่ามีหลายคนสงสัยและมีข้อถกเถียงกันอยู่บ้าง ในเรื่องของชนิดของผลไม้ก็ดี ปริมาณแอลกอฮอล์ก็ดีรสชาติ หรือวิธีการ ผมจะมาไขข้อสงสัยให้ทุกคนเอง

ต้องเท้าความก่อนว่าคำว่า ไซเดอร์ มาจากชื่อสายพันธุ์ของแอปเปิ้ลที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยวๆ หวานๆ นิยมดื่มกันในแถบราชอาณาจักรหรือโซนอังกฤษและสหรัฐอเมริกา มีทั้งแบบที่มีแอลกอฮอล์ (Apple Cider) ซึ่งบางที่ก็จะเรียกว่าแอปเปิ้ลเบียร์ หรือไวน์แอปเปิ้ลก็ไม่ผิดทั้งคู่ หรือแบบที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น น้ำส้มสายชูจากแอปเปิ้ล (Apple Cider Vinegar) ก็เป็นไซเดอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำแอปเปิ้ลเป็นหลัก

ไซเดอร์ เป็นเครื่องดื่มที่ไม่ผ่านการกลั่นเหมือนพวกเหล้าบรั่นดีหรือวิสกี้ แต่เป็นการหมัก (Fermentation) เหมือนเครื่องดื่มพวกไวน์ที่ใช้องุ่นในการหมัก ในอดีตใช้แค่น้ำแอปเปิ้ลแบบไม่กรอง หมักกับน้ำตาลในถังจนได้ที่ กรองเอาน้ำมาดื่มก็ใช้ได้แล้ว ปัจจุบันการหมักไซเดอร์มีการควบคุมน้ำตาล อุณหภูมิ ยีสต์ ภาชนะการหมัก เพื่อให้ได้รสชาติ ความสะอาด รวมถึงจุดประสงค์ปลายทางที่อยากได้ ว่าอยากให้เป็นเครื่องดื่มแบบไหน

ปัจจุบันวงการไซเดอร์พัฒนาต่อยอดไปเป็นเครื่องดื่มที่มากกว่าการใช้น้ำแอปเปิ้ลล้วนๆ หมัก คือผสมรสชาติผลไม้อื่นๆ ที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น หรือแม้แต่ยีสต์ที่ใช้ เพราะในแต่ละประเทศมีข้อกำหนดการทำไซเดอร์ ว่าต้องมีแอปเปิ้ลเป็นส่วนประกอบอยู่ไม่น้อยกว่ากี่เปอร์เซ็นต์ เช่น ในอังกฤษต้องมีไม่น้อยกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ ในอเมริกาไม่น้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ในฝรั่งเศสต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น

ไซเดอร์แบ่งเป็นเครื่องดื่ม ได้ 2 แบบ คือ แบบที่มีแอลกอฮอล์และแบบที่ไม่มีแอลกอฮอล์ พูดง่ายๆ บ้านๆ คือไซเดอร์ที่เป็นเบียร์หรือไวน์ กับไซเดอร์ที่เป็นเครื่องดื่มรสซ่าแบบคล้ายๆ คอมบูฉะ ที่ต่อยอดไซเดอร์เป็นน้ำส้มสายชูสำหรับนำมาปรุงในอาหารได้

ผมจะสอนการปรุงไซเดอร์เองที่บ้านแบบไม่มีแอลกอฮอล์ แถมได้ประโยชน์ที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย จาก โพรไบโอติกที่เกิดจากการหมักน้ำผลไม้ และประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นจากผลไม้ต่างๆ นอกเหนือจากแอปเปิ้ลที่นำมาผสมเพิ่มเติมด้วย

เรามาดูส่วนผสมและวิธีการทำไซเดอร์กัน

ส่วนผสม (สำหรับปรุงไซเดอร์ 1 ลิตร)

หมักน้ำผลไม้กล่องให้เป็นไซเดอร์เพื่อสุขภาพแบบง่าย แถมได้หัวเชื้อไว้หมักต่อไปไม่รู้จบ

1. Apple Cider Vinegar ให้เลือกแบบที่มีเขียนว่า With Mother เพื่อนำมาเป็นหัวเชื้อไซเดอร์ 200 ซีซี

2. น้ำผลไม้ Tipco Squeeze 700 ซีซี

3. น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำผึ้ง 100 กรัม 

4. หากอยากเพิ่มสมุนไพรอื่นๆ เช่น ขิง มินต์ ก็เพิ่มได้ (Optional) 20 กรัม

5. ภาชนะสำหรับหมัก (ขวดโหล ขนาด 1.5 ลิตรขึ้นไป )

6. ช้อนหรือทัพพีสำหรับคน

วิธีทำ 

วิธีทำ ไซเดอร์ เครื่องดื่มน้ำซ่าสดชื่นดีต่อไส้พุงแบบง่ายๆ จากน้ำผลไม้กล่องและของที่หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาเก็ต

1. เตรียมภาชนะสำหรับหมัก ล้างทำความสะอาดและเช็ดให้แห้ง 

วิธีทำ ไซเดอร์ เครื่องดื่มน้ำซ่าสดชื่นดีต่อไส้พุงแบบง่ายๆ จากน้ำผลไม้กล่องและของที่หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาเก็ต

2. เทน้ำตาลหรือน้ำผึ้งผสมกับ Apple Cider Vinegar 

วิธีทำ ไซเดอร์ เครื่องดื่มน้ำซ่าสดชื่นดีต่อไส้พุงแบบง่ายๆ จากน้ำผลไม้กล่องและของที่หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาเก็ต

3. คนให้ละลายเข้ากัน

หมักน้ำผลไม้กล่องให้เป็นไซเดอร์เพื่อสุขภาพแบบง่าย แถมได้หัวเชื้อไว้หมักต่อไปไม่รู้จบ

4. เทน้ำผลไม้ Tipco Squeeze ลงไป ผสมให้เข้ากัน

หมักน้ำผลไม้กล่องให้เป็นไซเดอร์เพื่อสุขภาพแบบง่าย แถมได้หัวเชื้อไว้หมักต่อไปไม่รู้จบ

5. หากมีสมุนไพรอื่นๆ ก็ใส่ตามลงไป

วิธีทำ ไซเดอร์ เครื่องดื่มน้ำซ่าสดชื่นดีต่อไส้พุงแบบง่ายๆ จากน้ำผลไม้กล่องและของที่หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาเก็ต

6. เช็ดปากขวด ปิดให้สนิท ตั้งขวดไว้อุณหภูมิห้อง หาถาดรองน้ำไว้กันมดขึ้น

วิธีทำ ไซเดอร์ เครื่องดื่มน้ำซ่าสดชื่นดีต่อไส้พุงแบบง่ายๆ จากน้ำผลไม้กล่องและของที่หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาเก็ต

7. ตั้งไว้ 3 – 5 วัน สังเกตฟองในขวดโหล ชิมรสชาติและความซ่าตามชอบ นำขวดโหลเก็บในตู้เย็นต่อ

8. พร้อมดื่ม

เทคนิคเพิ่มเติม หลังจากชิมรสชาติที่ชอบได้แล้ว เก็บไซเดอร์ไว้ในตู้เย็น สามารถกรองลงขวดย่อยๆ เพื่อแบ่งทาน และก่อนปิดฝา ให้เติมน้ำตาลลงไปประมาณ 5 กรัม ปิดฝาให้สนิท พอเราเปิดขวดอีกรอบก็จะเกิดความซ่าทุกๆ ขวด เพื่ออรรถรสในการดื่มไซเดอร์ซ่าๆ สดชื่นๆ

ผมเลือกใช้น้ำผลไม้พาสเจอไรส์แทนน้ำผลไม้สดเพราะรสชาติและความสด หาซื้อได้ง่าย แถมวิตามินและสารอาหารค่อนข้างเยอะกว่าน้ำผลไม้กล่องยูเอชทีทั่วไป และยังใช้น้ำผลไม้ที่ดื่มไม่หมด มาต่อยอดเป็นเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่มีประโยชน์เพิ่มมากขึ้นได้ 

สุดท้ายเพื่อลดความเสี่ยงของเชื้อแปลกปลอมที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เพราะเราควบคุมด้วยยีสต์ที่มีจาก Apple Cider เป็นตัวเริ่ม และใช้ประโยชน์เพิ่มเติมจากน้ำผลไม้อื่นๆที่เติมเพิ่มไปรวมถึงความหวานที่มีอยู่แล้วด้วย ทำให้ ไซเดอร์ ของเรา มั่นใจได้ว่ามียีสต์หรือโพรไบโอติกที่ดีต่อร่างกายจริงๆ

และไม่ต้องตกใจหากไซเดอร์ของคุณที่ดื่มไม่หมดหรือทิ้งไว้นานเกินไปจนเปรี้ยวมาก สามารถนำไซเดอร์ตัวนี้ไปใช้เป็นหัวเชื้อต่อแทน ไม่ต้องใช้ Apple Cider Vinegar ตามสูตรได้อีกด้วย หรือจะทำไว้ให้เป็นน้ำส้มสายชูหมัก เพื่อนำมาปรุงอาหารก็ได้ประโยชน์อีกแบบหนึ่งเลยครับ

Writer

ภานุภน บุลสุวรรณ

เชฟแบล็ค-ภานุภน บุลสุวรรณ แห่งร้าน แบล็คคิช อาร์ติซาน คิชเช่น จ.เชียงใหม่ ผู้มีความหลงไหลในของหมักดองอย่างมีสติ และยูทูบเบอร์ มือใหม่หัดตัด ใน “คลิปคลิปเพื่อนครัว” ที่ให้ความรู้เรื่องของหมักดองและเล่นแร่แปรธาตุจากของเหลือในครัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load