1 กันยายน 2560
46 K
The Cloud X Maru

อะไรเอ่ย มองไม่เห็น จับไม่ได้ แต่มีอยู่จริง

สำหรับฉัน กลิ่นคือคำตอบที่ชัดเจนทรงพลัง การสูดดมครั้งเดียวเข้าไปส่งสัญญาณในสมอง ส่งผลต่ออารมณ์ ลองนึกภาพว่าคุณตื่นขึ้นมาแบบงัวเงียแล้วได้กลิ่นแนว citrus ความสดชื่นก็เข้ามาแทนที่อาการง่วงงุนได้อย่างรวดเร็ว ตรงข้ามกับก่อนนอน กลิ่นนุ่มๆ ของลาเวนเดอร์ช่วยให้นอนหลับสนิท

เพราะรู้ซึ้งถึงอานุภาพกลิ่น ฉันจึงปวารณาตัวเป็นสาวกร้านอโรมาต่างๆ มาเนิ่นนาน จนได้รู้ว่าที่จริงเราปรุงกลิ่นหอมขึ้นมาได้เองนี่นา หนึ่งในวิธีง่ายที่สุดคือการทำ reed diffuser น้ำหอมปรับอากาศห้องที่ใช้ก้านไม้เป็นตัวกระจายกลิ่น เพียงผสมน้ำหอมขึ้นมาแล้วปักก้านหวายปอกเปลือกอบแห้ง ไม้เนื้อเบามีรูพรุนจะดูดกลิ่นขึ้นมาแล้วกระจายกลิ่นหอม

และนี่คือสิ่งที่ฉันอยากชวนคุณมาลองหัดทำที่บ้านในวันหยุด เพื่อให้เวทมนตร์แห่งความหอมอบอวลทั่วห้อง

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

“diffuser สร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนเทียนหอม ทางยุโรปจะใช้เทียนหอมมานานมากและยังใช้กันเป็นเรื่องปกติ แต่ปัญหาว่าใช้ไฟแล้วอันตราย ทำให้เกิด diffuser ขึ้นมาแทน”

ชุน-ธาดา อาชาวงศ์ นักปรุงน้ำหอมและเจ้าของแบรนด์ Natural Teller ที่ฉันมีโอกาสไปพูดคุยด้วย อธิบายเรื่องราวพื้นฐานของ diffuser หรือเครื่องกระจายกลิ่นหอมให้ฟัง เจ้าเครื่องนี้มีหลายรูปแบบ หน้าที่ของมันคือใช้เปลี่ยนบรรยากาศตามต้องการ ส่วนข้อดีของการลงมือทำเองคือ เราจะได้สร้างกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกใจ และกลิ่นที่ได้จะไม่ฉุนรุนแรง ไม่ถึงขั้นเดินเข้าห้องแล้วได้กลิ่นทันที แต่เมื่อเข้ามาในโซนเล็กๆ ที่วางกลิ่นไว้ จะรู้สึกว่าบรรยากาศเปลี่ยนไป

ดังนั้น ก่อนทำ Reed Diffuser ก็ควรคำนึงถึงสถานที่ที่จะวางน้ำหอมปรับอากาศและช่วงเวลาที่เราจะอยู่บริเวณนั้นด้วย

“นึกก่อนว่าเราอยากได้ความรู้สึกแบบไหน ต้องการอะไร อยากรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า หรือผ่อนคลายสบาย จะใส่แค่กลิ่นเดียว หรือใส่หลายๆ กลิ่นก็ได้ เราเคยคิดว่าน้ำหอมจะต้องสร้างในห้องแล็บ แต่จริงๆ มันเป็นศิลปะที่สร้างได้ที่บ้าน” ชุนบอกฉัน

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

นอกจากนี้ เสน่ห์ของศาสตร์แห่งความหอมคือความละเอียดอ่อนในเนื้อกลิ่น โดยน้ำหอมปรับอากาศจะมีกลิ่นคงที่กว่าน้ำหอมฉีดตัว ที่กลิ่นจะเปลี่ยนไปตามระยะทั้งสาม Top Notes คือกลิ่นแรกที่ได้กลิ่นเมื่อสูดดม มักจะเป็นกลิ่นสดชื่นอย่างซิตรัส ดอกส้ม ยูคาลิปตัส มะกรูด Middle Notes เป็นกลิ่นที่ตามมาหลัง 15 – 20 นาที มักเป็นกลิ่นดอกไม้หรือสมุนไพรบางอย่าง เช่น กุหลาบ กระดังงา มะลิ ไอริส และ Base Notes กลิ่นสุดท้ายจากน้ำหอม มักสกัดได้จากไม้ เครื่องเทศ หรือน้ำมันสัตว์ เช่น ไม้ซีดาร์ ไม้จันทน์ หญ้าแฝก

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

สำหรับเกณฑ์การเลือกกลิ่น ไม่จำเป็นต้องดึงโน้ตทั้งหมดออกมาเล่า แค่ดึงอารมณ์ที่ต้องการออกมาผสมเป็นกลิ่นเฉพาะ ไม่มีกฎตายตัวว่าควรจับคู่กลิ่นแบบไหน แต่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความหอมแนะนำว่าให้ลองมองสิ่งที่ปรุงเป็นรสชาติอาหาร เช่น ผสมความหวานกับเปรี้ยวให้พอเหมาะ ที่จริงการปรุงน้ำหอมไม่ยาก แต่ต้องทดลองทำและใช้จมูกชิมรสด้วยตัวเอง แม้ไม่ใช่นักปรุงน้ำหอมมืออาชีพ ก็ทำเมนูสร้างสรรค์ที่ถูกใจตัวเองและคนรอบข้างขึ้นมาได้

เมื่อได้กลิ่นหอมน่าปลาบปลื้มขึ้นมา วันหยุดครั้งหน้าคุณอาจไม่อยากออกจากบ้านไปไหน ก็บรรยากาศในบ้านมันสดชื่นน่าอยู่เกินกว่าจะออกไปตะลอนแล้วนี่นา

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

How to make a reed diffuser

อุปกรณ์

  1. essential oil หรือ fragrance กลิ่นที่ชอบและคิดว่าน่าจะเข้ากัน
  2. Diffuser Base หรือตัวทำละลายน้ำมัน
  3. ขวดผสมเล็กๆ
  4. ขวดแก้ว
  5. ก้านหวายดูดกลิ่น ตัดให้พอดีกับขวดแก้ว

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

วิธีทำ

1. จัดลำดับ essential oil ว่าจะเลือกกลิ่นไหนเป็นกลิ่นหลักและกลิ่นรอง

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

2. หยด essential oil ลงไปในขวดผสมเล็กๆ โดยใส่กลิ่นหลักก่อน แล้วเติมกลิ่นรองเข้าไปให้จำนวนหยดน้อยกว่า

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

3. เขย่าให้เข้ากัน แล้วดมเพื่อพิจารณา ค่อยๆ หยดกลิ่นเพิ่มทีละน้อยตามชอบ ให้ปริมาณหัวน้ำหอมมีไม่เกิน 10% – 30% ของขวดแก้ว

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

4. เมื่อถูกใจแล้ว เทหัวน้ำหอมในขวดผสมใส่ขวดแก้ว ใส่ diffuser base ให้เต็มขวด

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

5. ใช้ก้านหวายคนส่วนผสมให้เข้ากันดี

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

6. ปักก้านหวายให้เต็มขวด แล้วนำไปวางในมุมที่ต้องการ เช่น บนโต๊ะทำงาน หัวเตียง ฯลฯ

Reed Diffuser : ปรุงน้ำหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้าน

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. หาซื้ออุปกรณ์ได้จากร้านเคมีภัณฑ์ อย่างร้านฮงฮวด จตุจักร หรือร้านค้าออนไลน์ ส่วนขวดสวยๆ หาซื้อได้ที่สะพานขาว
  2. ควรเลือก essential oil ด้วยการไปดมกลิ่นเองที่ร้าน เพราะความชอบแต่ละคนแตกต่างกัน
  3. หากต้องการให้กลิ่นกระจายตัวมากขึ้น สามารถปักก้านหวายให้มากขึ้นหรือเติมแอลกอฮอล์ลงในส่วนผสม แต่ก็จะทำให้น้ำหอมหมดเร็วขึ้นเช่นกัน
  4. ควรเปลี่ยนก้านหวายเมื่อใช้มาสักระยะแล้วกลิ่นไม่กระจายตัว และเปลี่ยนก้านหวายทุกครั้งที่ผสมกลิ่นใหม่

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

5 พฤศจิกายน 2565
2 K

สหายนักดื่มชาทั้งหลาย วันนี้เรามีสูตรขนมหวานจากชามาฝาก ส่งตรงจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

‘วุ้นชาซีลอน’ เป็นไอเดียของ นวล-พาฝัน ศุภวานิช Culinary Artist เจ้าของหวานนวล คิทเช่น สตูดิโอ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงโคลัมโบเชิญมาทำขนมไทย และจัดเวิร์กชอปทำขนมไทยด้วยวัตถุดิบศรีลังกาที่สยามนิวาส 

ด้วยรสและกลิ่นชัดเจน กัดไปคำแรกก็หอมกลิ่นชาทันที วุ้นชาซีลอนจึงเป็นเมนูโดดเด่นที่ทุกคนโปรดปรานและประทับใจ คอลัมน์ Staycation เลยขอแจกสูตรมิตรภาพไทย-ศรีลังกา ให้อร่อยกันถ้วนหน้า

“ศรีลังกามีความอุดมสมบูรณ์คล้าย ๆ บ้านเรา วัตถุดิบอาหารก็คล้ายกัน เราอยากให้คนได้ลองชิมสิ่งที่แตกต่าง ผสมผสานวัฒนธรรม ไม่ได้บอกว่าของใครดีกว่าใคร แต่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เป็นการจุดประกายให้คนชอบขนม คนชอบกิน คนชอบความแตกต่างของอาหาร ได้ลองสนุกกับเมนูที่ทำง่าย ๆ”

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
การทำขนมไทยที่เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

ทำไมต้องชาซีลอน

Ceylon คือชื่อเดิมของศรีลังกา เมื่อครั้งตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ดินแดนที่ชมชอบการจิบชาเป็นที่สุด ด้วยภูมิประเทศหุบเขาบนเกาะใหญ่กลางทะเล ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับความนิยมปลูกกาแฟบนเกาะที่ลดลงมาก ชาวอังกฤษจึงผลักดันการปลูกชาบนเกาะนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และชาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมศรีลังกาตลอดมา 

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
ภาพ : Vyacheslav Argenberg

ชาซีลอนหมายถึงชาที่ปลูกในศรีลังกา ไม่ว่าชาอู่หลง ชาขาว ชาเขียว และประเภทที่คนนิยมมาก ๆ คือชาดำคุณภาพดี สัญลักษณ์ของชาซีลอนคือสิงโตถือดาบ แบบเดียวกับสิงโตบนธงชาติศรีลังกา ถุงหรือกล่องชาที่มีโลโก้นี้อยู่ หมายถึงชาซีลอน 100% ที่บรรจุในศรีลังกา มีมาตรฐานคุณภาพยอดเยี่ยม จุดเด่นของชาซีลอนคือกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้นหอมกรุ่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) มาก

พี่นวลมองว่าชาซีลอน สินค้าอันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกของประเทศเกาะ เป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ชาวศรีลังกาทั้งภูมิใจและชื่นชอบ เอามาทำเป็นวุ้นก็ดูดี เข้าใจง่าย ไม่แปลกเกินไป 

ถ้าอยากพลิกแพลงใช้ชาอื่น ๆ ที่มีในบ้านก็ทำได้ตามชอบ แต่ใช้ชาดำจะดีที่สุด เพราะได้รสและกลิ่นชาเข้มข้นถึงใจ

วุ้นแบบไทย ๆ 

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก

“พี่สังเกตเห็นว่าขนมหวานศรีลังกาข้น ๆ หรือเป็นขนมนึ่งทั้งนั้น เลยอยากนำเสนออะไรเบา ๆ เหมาะกับอากาศร้อนค่ะ” 

วุ้น (Agar) ทำจากสาหร่าย เจลาตินทำจากไขกระดูกสัตว์ สูตรนี้ใช้ผงวุ้นสำเร็จรูป จะได้วุ้นกรอบ เซ็ตตัวกว่าเจลาติน และทำง่ายด้วย

“ตอนพี่เป็นเด็ก บ้านเราใช้วุ้นเป็นเส้น ๆ เหมือนเชือกฟาง ทุกวันนี้ในตลาดศรีลังกาก็ใช้วุ้นแบบนั้นค่ะ คนศรีลังกายังทำทุกอย่างด้วยมือ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะขูดมะพร้าวเองในบ้าน ขณะที่บ้านเราไม่ทำแล้ว เพราะเป็นอุตสาหกรรมไปหมด” นักทำขนมตั้งข้อสังเกต 

“วุ้นเป็นขนมสากล หลายประเทศมีขนมจานวุ้นทั้งนั้น แต่เราทำวุ้นแบบไทย สูตรนี้จะลองทำเป็นวุ้นราดกะทิก็ได้ ลองใส่ข้าวโพด ลูกเดือย เม็ดแมงลัก หรือบุกลงไปก็ได้เหมือนกัน”

วัตถุดิบและอุปกรณ์

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. น้ำเปล่า 
  2. ใบชาซีลอน ใช้ชาดำแบบ Broken จะดีที่สุด
  3. ผงวุ้น
  4. น้ำตาล 
  5. หม้อ ทัพพี 
  6. แม่พิมพ์วุ้น

วิธีทำ

  1. เริ่มจากต้มชา ต้มน้ำ 340 มล. ให้เดือด ใส่ชาซีลอนลงไป 1 ช้อนโต๊ะพูน (อย่าใส่ใบชาแต่ตอนแรก ชาจะฝาดและขุ่น) แล้วปิดเตา ปล่อยให้ชาคลี่ตัวและขจายความหอมสัก 5 นาที กรองกากทิ้ง แล้วพักไว้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. แช่ผงวุ้น 2 ช้อนชา ในน้ำเปล่า 150 มล. 15 นาที จนดูดน้ำพองเต็มที่ เพื่อวุ้นจะได้ใส กรอบ และได้รูปสวย
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. นำน้ำวุ้นตั้งไฟกลาง ต้มให้ละลายจนหมด ด้วยการคนไปเรื่อย ๆ ทิศทางเดียวกัน หมั่นเช็กดูว่าวุ้นละลายหมดหรือยังด้วยการหงายหลังทัพพีดู หากมีเม็ดวุ้นเล็ก ๆ ติดหลังทัพพี ให้ต้มต่อจนไม่มีเม็ด 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. ใส่น้ำตาลทราย 80 กรัมในน้ำวุ้น ต้มให้น้ำตาลละลายและเดือดปุด ๆ ปิดเตา 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. เทน้ำชาซีลอนที่ชงไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้จะใส่ข้าวโพดหรือผลไม้ชิ้นเล็ก ๆ ลงไปก็ได้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. เทใส่แม่พิมพ์วุ้น วางไว้สัก 2 ชั่วโมง วุ้นจะเซ็ตตัวพร้อมรับประทาน ยิ่งแช่ตู้เย็น วุ้นจะกรอบเด้งชื่นใจดีแท้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. กินเปล่า ๆ ก็อร่อย ใส่กาแฟ ใส่นมก็เข้าท่า หรือลองจับคู่กับลูกตาลอ่อน ใส่ในรวมมิตรน้ำเชื่อม หรือราดกะทิแบบวุ้นกะทิก็อร่อยมาก 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
ข้อมูลบางส่วนจาก

www.pureceylontea.com/the-birth-of-ceylon-tea/ 

en.wikipedia.org/wiki/Ceylon_tea en.wikipedia.org/wiki/Tea_production_in_Sri_Lanka

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load