The Cloud X Maru

วันหยุดนี้ไปไหน?

นี่คือสิ่งที่เรามักถามกันเมื่อใกล้วันหยุด และถ้าลองดูในโลกออนไลน์ คุณคงเห็นว่าคนต่างออกจากบ้านไปทำกิจกรรมหลากหลาย

วันหยุดนี้อยู่บ้านทำอะไร?

นี่อาจเป็นคำถามที่เราไม่ค่อยได้ถาม หรือถ้าต้องอยู่บ้าน มันก็ดูจะหมายถึงสิ่งตรงข้ามกับกิจกรรมข้างนอก (เช่น ซักผ้า…) แต่ที่จริง การอยู่บ้านมีเรื่องน่าสนใจให้ทำมากมาย และขณะที่นอกบ้านอาจมีปัจจัยควบคุมไม่ได้ (ฝนตก รถติด ฯลฯ) การอยู่บ้านคือสิ่งที่เราออกแบบได้ตามต้องการที่สุด

แล้วทำอะไรดีล่ะ-คุณถาม

คำตอบมีมากมาย และมันก็กลายเป็นคอลัมน์ Staycation นี้ ฉันไม่ได้เลือกกิจกรรมฮอตที่สุด แต่เล่าสิ่งที่อยากชวนคุณทำที่บ้านวันหยุด (ไม่ว่าคุณอยู่บ้านเดี่ยวหรือคอนโด) เพราะดีและน่าสนใจจริงๆ

สำหรับ Staycation ตอนแรกสุด ฉันอยากเริ่มจากชวนคุณหันกลับไปมองพื้นที่ในบ้าน

ถ้าคุณพบว่าบ้านที่อยู่ไม่มีสีเขียวของต้นไม้เป็นส่วนประกอบ ก็ไม่น่าแปลก มันอาจไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจ หรือไม่ก็คุณอาจเจอปัญหาเดียวกับฉัน นั่นคือต้นไม้เป็นสิ่งดูแลยาก (ใครเคยปลูกต้นที่เขาว่าปลูกง่ายแล้วตาย เราคือเพื่อนกัน) แถมเรียกร้องเวลาและพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราคนเมืองไม่ค่อยมีกัน

แต่จะว่าไป ฉันเชื่อว่ามนุษย์มักถูกดึงดูดด้วยพลังสีเขียวของต้นไม้ ความเขียวสบายตา ความร่มรื่นนั้นมีมนต์วิเศษต่อใจเสมอ ถ้าคุณลองสังเกตจะพบว่า โดยทั้งรู้และไม่รู้ตัว, เรามักตกหลุมรักพื้นที่นอกบ้านที่อุดมความเขียวชอุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ร่มรื่น สวนสาธารณะ หรือตลาดนัดเล็กๆ ในสวน

วันหยุดนี้ ฉันเลยอยากลองชวนคุณมาอยู่บ้านปลูกต้นไม้

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

(คุณเหลือบสายตากลับไปอ่านปัญหาด้านบน)

เอาใหม่ เล่าอย่างนี้ดีกว่า ไม่นานนี้ ฉันได้รู้จักสิ่งมีชีวิตสีเขียวที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ชื่อของมันคือ Kokedama ซึ่งเป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่แปลตรงตัวได้ว่า ‘มอสบอล’ สมกับรูปลักษณ์กลมและมอสสีเขียวที่ปกคลุมอยู่ เจ้าลูกกลมๆ นี้เป็นศาสตร์การจัดสวนของชาวอาทิตย์อุทัยที่สืบทอดมานานนับพันปี โดยเกิดขึ้นจากกลุ่มคนรักบอนไซที่พยายามก้าวข้ามกฎเกณฑ์การปลูกแบบเดิมๆ นำไปสู่การทำมอสบอลลูกกลมที่มีต้นไม้งอกงามอยู่ด้านบน

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

นอกจากสวยแปลกตา โคะเคะดามะยังเป็นต้นไม้ที่ตั้งอยู่บนความง่าย ทั้งทำง่ายมาก เรียกว่าทำได้ชิลล์ๆ ในวันหยุด (ลืมภาพการขุดหลุมเหงื่อโชกเพื่อยกต้นไม้ลงดิน หรือนั่งทยอยย้ายต้นกล้าได้เลย) ทั้งยังดูแลง่าย และอยู่ง่ายไม่ใช่พื้นที่เยอะด้วย   

คนที่แนะนำให้ฉันกับโคเคะดามะได้พบกันคือ วิทย์-ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง นักจัดสวนผู้เก่งกาจและเจ้าของร้าน Little Tree แสนร่มรื่นริมแม่น้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อพิสูจน์ความง่ายของโคเคะดามะ วิทย์หยิบต้นไม้ออกจากกระถาง แล้วพรมน้ำลงบนพีทมอส วัสดุปลูกเนื้อนุ่มที่ร่วนซุย น้ำระบายออกได้ง่าย เมื่อพีทมอสเริ่มชุ่มน้ำ จับตัวเป็นก้อนได้ดี เขาก็เริ่มต้นปั้น ขณะเอ่ยเล่าว่า ใครๆ มักสงสัยว่าเจ้ามอสก้อนกลมนี้จะอยู่รอดได้นานหรือไม่ แต่เขาทดลองทำ และมันก็อยู่ยาวนานมาได้กว่าสองปีแล้ว

ฟังแล้วชวนอุ่นใจมากสำหรับคนเมืองมือร้อนอย่างฉัน

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

พีทมอสถูกปั้นเป็นก้อนกลม วิทย์กดให้มันเกิดรูบุ๋มตรงกลาง ใส่ต้นไม้ หุ้มด้วยสแฟ็กนั่มมอส (มอสแห้งที่เป็นวัสดุปลูกเช่นกัน) ตามด้วยมอสน้ำเขียวชุ่มชื้น จากนั้นก็นำเอ็นใสมาพันให้คงรูป

เท่านี้ก็เรียบร้อย

ไม่ได้ล้อเล่น ขั้นตอนมีเท่านี้จริงๆ (ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถ้วน) ที่เหลือก็แค่หยิบมันไปวางบนกระถางหรือจานรองที่ถูกใจ ส่วนใครอยู่คอนโดต้องประหยัดพื้นที่ แค่เสียบลวดเหล็กอันนึงกับเจ้ามอสบอลแล้วดัดเป็นตะขอ ก็จะต้นไม้แสนน่ารักที่แขวนเป็นเครื่องประดับได้แถมยังใช้ที่ไม่เปลือง

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

สำหรับการดูแลหลังจากนี้ ถ้าเป็นคนไม่ค่อยมีเวลา นักจัดสวนมือฉมังแนะนำให้แขวนเจ้ามอสบอลไว้ริมหน้าต่าง แดดเช้าจะช่วยให้มอสเขียวสดตลอดทั้งปี แล้วก็นำมันไปจุ่มน้ำสักวันเว้นวัน (ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทต้นไม้ที่เราเลือกใช้) หรือถ้าเป็นคนไม่ค่อยมีเวลาและไม่ค่อยอยู่บ้าน เพียงจับโคเคดามะมาวางไว้ในจาน แล้วเทน้ำหล่อเอาไว้ เท่านี้ก็หายห่วง

อืม-ก็ง่ายจริงๆ นั่นแหละ

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

“บางคนอาจมองว่าการมีต้นไม้ในบ้านมันเป็นภาระ แต่สำหรับเราไม่เลย เรามองว่าต้นไม้เป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง แต่ละต้นมีคาแรกเตอร์ที่ต่างกัน มีสีที่ต่างกัน มีรูปทรงที่ต่างกัน แล้วเวลาเราเอามาวางไว้ในบ้าน มันทำให้อารมณ์เราเย็นขึ้นเยอะ” วิทย์ไล่เรียงข้อดีของการมีต้นไม้ในบ้านจากประสบการณ์ส่วนตัว แล้วเสริมว่าสิ่งที่ทำให้ต้นไม้จริงต่างจากการหยิบใบไม้ดอกไม้มาปักแจกัน ก็คือธรรมชาติจะมาอยู่เป็นเพื่อนเยียวยาใจเราได้อย่างยั่งยืน

“เวลาเข้าเมืองเราจะอึดอัดมาก แต่พอกลับมาบ้าน ได้เห็นสีเขียวๆ ดูต้นไม้ออกดอก ต้นไม้เติบโต มันคือความสุขของเราเลยนะ ต้นไม้ช่วยให้ผ่อนคลายได้จริงๆ”

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

จะว่าไป สำหรับคนที่ปลูกต้นไม้มาเยอะทั้งไซส์เล็กและใหญ่อย่างวิทย์ การเลี้ยงมอสบอลก้อนจิ๋วยังทำให้รู้สึกรื่นรมย์ได้ด้วยหรือ—ฉันนึกสงสัย

“จริงๆ การปลูกต้นไม้ต้องเริ่มจากต้นเล็กๆ ก่อนอยู่แล้ว” ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มที่แตะไปถึงนัยน์ตา

“มันไม่ใช่ว่าเราทำแล้วจะต้องใหญ่ขึ้นๆ มันก็ต้องหวนกลับมาที่สิ่งเล็กๆ บ้าง จริงๆ ตอนเด็กๆ เรา ก็เริ่มมาจากต้นไม้เล็กๆ ร้านเราถึงชื่อว่า Little Tree และเมื่อเวลาผ่านมา มันจึงเติบโตจนเป็นต้นใหญ่แบบทุกวันนี้”

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

คนเมืองอย่างฉันและคุณอาจไม่มีโอกาสปลูกต้นไม้จนเติบใหญ่อย่างนักจัดสวนมือโปร แต่ถ้าวันหยุดนี้ได้ลองรื่นรมย์ซ้อมมือปั้นโคเคะดามะสีเขียวสดใส ด้วยเวลาที่อาจน้อยกว่าการเดินทางจากบ้านถึงคาเฟ่ร่มรื่น เราก็จะได้บอนไซลูกกลมสวยมาไว้ในครอบครอง

แล้ววันธรรมดาและวันหยุดต่อจากนั้น เราก็จะมีสิ่งมีชีวิตสีเขียวแสนน่ารักมาช่วยให้เย็นตาเย็นใจในบ้านแล้วล่ะ


How to Make Kokedama 

อุปกรณ์

1. ต้นไม้ที่ชอบ

2. พีทมอส ถ้าไม่มีอาจใช้ขุยมะพร้าวหรือดินร่วนก็ได้ ไม่ควรใช้ดินเหนียว เพราะแม้จะปั้นเป็นก้อนได้ง่าย แต่จะระบายน้ำได้ไม่ดีนัก

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

3. สแฟ็กนั่มมอส

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

4. มอสน้ำ เหมาะใช้ปลูกโคเคะดามะมากเพราะมีลักษณะเป็นแผ่น จะใช้มอสอื่นๆ ก็ได้ เช่น มอสขอนไม้ แต่จะยากหน่อยเพราะมันมาเป็นชิ้นเล็กๆ

5. เส้นเอ็นใส เชือก หรือไหมพรม

6. ลวดเหล็กขนาดยาวเท่าใดก็ได้ (ไม่ต้องใช้ถ้าจะวางมอสบอลไว้เฉยๆ โดยไม่แขวน)

7. กรรไกร

8. น้ำ

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

วิธีทำ

1. นำต้นไม้ที่เตรียมมาออกจากกระถาง หากเป็นต้นไม้ที่มีรากน้อย หรือมีวัสดุปลูกติดมาน้อย ก็สามารถเคาะดินออกได้ แต่ถ้าเป็นต้นไม้ที่รากยึดติดกับวัสดุปลูกเดิมแล้ว ไม่จำเป็นต้องเคาะดินออก ใช้ดินเดิมได้เลย

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

2. เตรียมพีทมอส โดยเทน้ำสัดส่วน 1:1 คลุกเคล้าให้เข้ากัน ในขั้นตอนนี้อาจใส่ปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยออสโมโค้ท (ปุ๋ยละลายช้า) เข้าไปด้วยก็ได้

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

3. สำหรับต้นไม้ที่มีรากน้อย ปั้นพีทมอสเป็นก้อนกลม โดยกะขนาดให้พอเหมาะกับเรือนต้น ใช้นิ้วกดตรงกลางให้บุ๋ม แล้วใส่ต้นไม้ลงไป ส่วนต้นไม้ที่มีวัสดุปลูกเดิมติดมา สามารถนำพีทมอสมาห่อได้เลย ปั้นให้เป็นทรงกลมเช่นกัน (หมายเหตุ: หากไม่มีพีทมอส สามารถข้ามขั้นตอนนี้ไป โดยใช้สแฟ็กนั่มมอสห่อเป็นชั้นแรก)

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

4. เทน้ำใส่สแฟ็กนั่มมอสให้พอชุ่ม แล้วนำไปห่อเป็นชั้นที่สอง ลักษณะที่คล้ายเส้นใยของสแฟ็กนั่มมอสจะช่วยให้ลูกบอลอยู่ทรง

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

5. ห่อชั้นนอกสุดด้วยมอสน้ำ

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

6. รัดมอสบอลด้วยเส้นเอ็นใสเพื่อให้อยู่ทรง หรือถ้าชอบสีสันสดใส รัดด้วยเชือกหรือไหมพรมก็ได้ (หมายเหตุ: หากจะวางโคเคดามะไว้เฉยๆ โดยไม่แขวน ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้ แต่หลังจากทำเสร็จใหม่ๆ ควรวางทิ้งไว้โดยไม่ขยับเขยื้อนราว 2 สัปดาห์เพื่อให้มอสเกาะตัวกัน)

7. ทิ่มลวดเหล็กเข้าไปตรงกลางมอสบอล งอด้านบนเพื่อเป็นขอเกี่ยว งอด้านล่างเพื่อเป็นตัวหยุด แล้วนำไปแขวนตามต้องการ

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. เลือกต้นไม้จากแสง แสงเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงต้นไม้ในบ้าน ควรสังเกตช่องแสง แล้วค่อยเลือกต้นไม้ให้เหมาะ ซึ่งจะเป็นต้นไม้อะไรก็ได้ที่เราชอบ สำหรับคนที่อยู่คอนโดมุมที่ไม่ค่อยมีแสง ให้ใช้ต้นพลู สิปสลิด หน้าวัวใบ หรือโฮย่า ซึ่งทนร่ม (แต่ก็ต้องพาไปรับแดดบ้างนะ มอสจะได้เขียวนานๆ)
  2. โคเคดามะมีทั้งไซส์เล็กและใหญ่ ที่จริงเราจะปลูกโคเคะดามะไซส์ไหนก็ได้ตามต้องการ ขอแค่ต้องกะปริมาณวัสดุปลูกให้พอเหมาะกับขนาดต้นเป็นพอ
  3. อุปกรณ์ทุกอย่างหาซื้อได้ที่สวนจตุจักร ตลาดต้นไม้เริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายเย็นของวันอังคารถึงวันพฤหัสบดี แนะนำให้ไปเย็นวันอังคาร เพราะจะได้เลือกต้นไม้ใหม่ๆ ก่อนใคร

Writer

กันต์กนิษฐ์ มิตรภักดี

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสารรายปักษ์ เพิ่งผันตัวมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ กำลังเรียนรู้ที่จะบาลานซ์ระหว่างสิ่งที่ต้องทำและสิ่งที่อยากทำ รักทุกอย่างที่เป็นรสหรือกลิ่นลูกพีช

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

5 พฤศจิกายน 2565

สหายนักดื่มชาทั้งหลาย วันนี้เรามีสูตรขนมหวานจากชามาฝาก ส่งตรงจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

‘วุ้นชาซีลอน’ เป็นไอเดียของ นวล-พาฝัน ศุภวานิช Culinary Artist เจ้าของหวานนวล คิทเช่น สตูดิโอ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงโคลัมโบเชิญมาทำขนมไทย และจัดเวิร์กชอปทำขนมไทยด้วยวัตถุดิบศรีลังกาที่สยามนิวาส 

ด้วยรสและกลิ่นชัดเจน กัดไปคำแรกก็หอมกลิ่นชาทันที วุ้นชาซีลอนจึงเป็นเมนูโดดเด่นที่ทุกคนโปรดปรานและประทับใจ คอลัมน์ Staycation เลยขอแจกสูตรมิตรภาพไทย-ศรีลังกา ให้อร่อยกันถ้วนหน้า

“ศรีลังกามีความอุดมสมบูรณ์คล้าย ๆ บ้านเรา วัตถุดิบอาหารก็คล้ายกัน เราอยากให้คนได้ลองชิมสิ่งที่แตกต่าง ผสมผสานวัฒนธรรม ไม่ได้บอกว่าของใครดีกว่าใคร แต่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เป็นการจุดประกายให้คนชอบขนม คนชอบกิน คนชอบความแตกต่างของอาหาร ได้ลองสนุกกับเมนูที่ทำง่าย ๆ”

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
การทำขนมไทยที่เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

ทำไมต้องชาซีลอน

Ceylon คือชื่อเดิมของศรีลังกา เมื่อครั้งตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ดินแดนที่ชมชอบการจิบชาเป็นที่สุด ด้วยภูมิประเทศหุบเขาบนเกาะใหญ่กลางทะเล ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับความนิยมปลูกกาแฟบนเกาะที่ลดลงมาก ชาวอังกฤษจึงผลักดันการปลูกชาบนเกาะนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และชาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมศรีลังกาตลอดมา 

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
ภาพ : Vyacheslav Argenberg

ชาซีลอนหมายถึงชาที่ปลูกในศรีลังกา ไม่ว่าชาอู่หลง ชาขาว ชาเขียว และประเภทที่คนนิยมมาก ๆ คือชาดำคุณภาพดี สัญลักษณ์ของชาซีลอนคือสิงโตถือดาบ แบบเดียวกับสิงโตบนธงชาติศรีลังกา ถุงหรือกล่องชาที่มีโลโก้นี้อยู่ หมายถึงชาซีลอน 100% ที่บรรจุในศรีลังกา มีมาตรฐานคุณภาพยอดเยี่ยม จุดเด่นของชาซีลอนคือกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้นหอมกรุ่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) มาก

พี่นวลมองว่าชาซีลอน สินค้าอันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกของประเทศเกาะ เป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ชาวศรีลังกาทั้งภูมิใจและชื่นชอบ เอามาทำเป็นวุ้นก็ดูดี เข้าใจง่าย ไม่แปลกเกินไป 

ถ้าอยากพลิกแพลงใช้ชาอื่น ๆ ที่มีในบ้านก็ทำได้ตามชอบ แต่ใช้ชาดำจะดีที่สุด เพราะได้รสและกลิ่นชาเข้มข้นถึงใจ

วุ้นแบบไทย ๆ 

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก

“พี่สังเกตเห็นว่าขนมหวานศรีลังกาข้น ๆ หรือเป็นขนมนึ่งทั้งนั้น เลยอยากนำเสนออะไรเบา ๆ เหมาะกับอากาศร้อนค่ะ” 

วุ้น (Agar) ทำจากสาหร่าย เจลาตินทำจากไขกระดูกสัตว์ สูตรนี้ใช้ผงวุ้นสำเร็จรูป จะได้วุ้นกรอบ เซ็ตตัวกว่าเจลาติน และทำง่ายด้วย

“ตอนพี่เป็นเด็ก บ้านเราใช้วุ้นเป็นเส้น ๆ เหมือนเชือกฟาง ทุกวันนี้ในตลาดศรีลังกาก็ใช้วุ้นแบบนั้นค่ะ คนศรีลังกายังทำทุกอย่างด้วยมือ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะขูดมะพร้าวเองในบ้าน ขณะที่บ้านเราไม่ทำแล้ว เพราะเป็นอุตสาหกรรมไปหมด” นักทำขนมตั้งข้อสังเกต 

“วุ้นเป็นขนมสากล หลายประเทศมีขนมจานวุ้นทั้งนั้น แต่เราทำวุ้นแบบไทย สูตรนี้จะลองทำเป็นวุ้นราดกะทิก็ได้ ลองใส่ข้าวโพด ลูกเดือย เม็ดแมงลัก หรือบุกลงไปก็ได้เหมือนกัน”

วัตถุดิบและอุปกรณ์

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. น้ำเปล่า 
  2. ใบชาซีลอน ใช้ชาดำแบบ Broken จะดีที่สุด
  3. ผงวุ้น
  4. น้ำตาล 
  5. หม้อ ทัพพี 
  6. แม่พิมพ์วุ้น

วิธีทำ

  1. เริ่มจากต้มชา ต้มน้ำ 340 มล. ให้เดือด ใส่ชาซีลอนลงไป 1 ช้อนโต๊ะพูน (อย่าใส่ใบชาแต่ตอนแรก ชาจะฝาดและขุ่น) แล้วปิดเตา ปล่อยให้ชาคลี่ตัวและขจายความหอมสัก 5 นาที กรองกากทิ้ง แล้วพักไว้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. แช่ผงวุ้น 2 ช้อนชา ในน้ำเปล่า 150 มล. 15 นาที จนดูดน้ำพองเต็มที่ เพื่อวุ้นจะได้ใส กรอบ และได้รูปสวย
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. นำน้ำวุ้นตั้งไฟกลาง ต้มให้ละลายจนหมด ด้วยการคนไปเรื่อย ๆ ทิศทางเดียวกัน หมั่นเช็กดูว่าวุ้นละลายหมดหรือยังด้วยการหงายหลังทัพพีดู หากมีเม็ดวุ้นเล็ก ๆ ติดหลังทัพพี ให้ต้มต่อจนไม่มีเม็ด 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. ใส่น้ำตาลทราย 80 กรัมในน้ำวุ้น ต้มให้น้ำตาลละลายและเดือดปุด ๆ ปิดเตา 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. เทน้ำชาซีลอนที่ชงไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้จะใส่ข้าวโพดหรือผลไม้ชิ้นเล็ก ๆ ลงไปก็ได้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. เทใส่แม่พิมพ์วุ้น วางไว้สัก 2 ชั่วโมง วุ้นจะเซ็ตตัวพร้อมรับประทาน ยิ่งแช่ตู้เย็น วุ้นจะกรอบเด้งชื่นใจดีแท้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. กินเปล่า ๆ ก็อร่อย ใส่กาแฟ ใส่นมก็เข้าท่า หรือลองจับคู่กับลูกตาลอ่อน ใส่ในรวมมิตรน้ำเชื่อม หรือราดกะทิแบบวุ้นกะทิก็อร่อยมาก 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
ข้อมูลบางส่วนจาก

www.pureceylontea.com/the-birth-of-ceylon-tea/ 

en.wikipedia.org/wiki/Ceylon_tea en.wikipedia.org/wiki/Tea_production_in_Sri_Lanka

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load