25 สิงหาคม 2560
19 K
The Cloud X Maru

วันหยุดนี้ไปไหน?

นี่คือสิ่งที่เรามักถามกันเมื่อใกล้วันหยุด และถ้าลองดูในโลกออนไลน์ คุณคงเห็นว่าคนต่างออกจากบ้านไปทำกิจกรรมหลากหลาย

วันหยุดนี้อยู่บ้านทำอะไร?

นี่อาจเป็นคำถามที่เราไม่ค่อยได้ถาม หรือถ้าต้องอยู่บ้าน มันก็ดูจะหมายถึงสิ่งตรงข้ามกับกิจกรรมข้างนอก (เช่น ซักผ้า…) แต่ที่จริง การอยู่บ้านมีเรื่องน่าสนใจให้ทำมากมาย และขณะที่นอกบ้านอาจมีปัจจัยควบคุมไม่ได้ (ฝนตก รถติด ฯลฯ) การอยู่บ้านคือสิ่งที่เราออกแบบได้ตามต้องการที่สุด

แล้วทำอะไรดีล่ะ-คุณถาม

คำตอบมีมากมาย และมันก็กลายเป็นคอลัมน์ Staycation นี้ ฉันไม่ได้เลือกกิจกรรมฮอตที่สุด แต่เล่าสิ่งที่อยากชวนคุณทำที่บ้านวันหยุด (ไม่ว่าคุณอยู่บ้านเดี่ยวหรือคอนโด) เพราะดีและน่าสนใจจริงๆ

สำหรับ Staycation ตอนแรกสุด ฉันอยากเริ่มจากชวนคุณหันกลับไปมองพื้นที่ในบ้าน

ถ้าคุณพบว่าบ้านที่อยู่ไม่มีสีเขียวของต้นไม้เป็นส่วนประกอบ ก็ไม่น่าแปลก มันอาจไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจ หรือไม่ก็คุณอาจเจอปัญหาเดียวกับฉัน นั่นคือต้นไม้เป็นสิ่งดูแลยาก (ใครเคยปลูกต้นที่เขาว่าปลูกง่ายแล้วตาย เราคือเพื่อนกัน) แถมเรียกร้องเวลาและพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราคนเมืองไม่ค่อยมีกัน

แต่จะว่าไป ฉันเชื่อว่ามนุษย์มักถูกดึงดูดด้วยพลังสีเขียวของต้นไม้ ความเขียวสบายตา ความร่มรื่นนั้นมีมนต์วิเศษต่อใจเสมอ ถ้าคุณลองสังเกตจะพบว่า โดยทั้งรู้และไม่รู้ตัว, เรามักตกหลุมรักพื้นที่นอกบ้านที่อุดมความเขียวชอุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ร่มรื่น สวนสาธารณะ หรือตลาดนัดเล็กๆ ในสวน

วันหยุดนี้ ฉันเลยอยากลองชวนคุณมาอยู่บ้านปลูกต้นไม้

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

(คุณเหลือบสายตากลับไปอ่านปัญหาด้านบน)

เอาใหม่ เล่าอย่างนี้ดีกว่า ไม่นานนี้ ฉันได้รู้จักสิ่งมีชีวิตสีเขียวที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ชื่อของมันคือ Kokedama ซึ่งเป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่แปลตรงตัวได้ว่า ‘มอสบอล’ สมกับรูปลักษณ์กลมและมอสสีเขียวที่ปกคลุมอยู่ เจ้าลูกกลมๆ นี้เป็นศาสตร์การจัดสวนของชาวอาทิตย์อุทัยที่สืบทอดมานานนับพันปี โดยเกิดขึ้นจากกลุ่มคนรักบอนไซที่พยายามก้าวข้ามกฎเกณฑ์การปลูกแบบเดิมๆ นำไปสู่การทำมอสบอลลูกกลมที่มีต้นไม้งอกงามอยู่ด้านบน

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

นอกจากสวยแปลกตา โคะเคะดามะยังเป็นต้นไม้ที่ตั้งอยู่บนความง่าย ทั้งทำง่ายมาก เรียกว่าทำได้ชิลล์ๆ ในวันหยุด (ลืมภาพการขุดหลุมเหงื่อโชกเพื่อยกต้นไม้ลงดิน หรือนั่งทยอยย้ายต้นกล้าได้เลย) ทั้งยังดูแลง่าย และอยู่ง่ายไม่ใช่พื้นที่เยอะด้วย   

คนที่แนะนำให้ฉันกับโคเคะดามะได้พบกันคือ วิทย์-ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง นักจัดสวนผู้เก่งกาจและเจ้าของร้าน Little Tree แสนร่มรื่นริมแม่น้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อพิสูจน์ความง่ายของโคเคะดามะ วิทย์หยิบต้นไม้ออกจากกระถาง แล้วพรมน้ำลงบนพีทมอส วัสดุปลูกเนื้อนุ่มที่ร่วนซุย น้ำระบายออกได้ง่าย เมื่อพีทมอสเริ่มชุ่มน้ำ จับตัวเป็นก้อนได้ดี เขาก็เริ่มต้นปั้น ขณะเอ่ยเล่าว่า ใครๆ มักสงสัยว่าเจ้ามอสก้อนกลมนี้จะอยู่รอดได้นานหรือไม่ แต่เขาทดลองทำ และมันก็อยู่ยาวนานมาได้กว่าสองปีแล้ว

ฟังแล้วชวนอุ่นใจมากสำหรับคนเมืองมือร้อนอย่างฉัน

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

พีทมอสถูกปั้นเป็นก้อนกลม วิทย์กดให้มันเกิดรูบุ๋มตรงกลาง ใส่ต้นไม้ หุ้มด้วยสแฟ็กนั่มมอส (มอสแห้งที่เป็นวัสดุปลูกเช่นกัน) ตามด้วยมอสน้ำเขียวชุ่มชื้น จากนั้นก็นำเอ็นใสมาพันให้คงรูป

เท่านี้ก็เรียบร้อย

ไม่ได้ล้อเล่น ขั้นตอนมีเท่านี้จริงๆ (ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถ้วน) ที่เหลือก็แค่หยิบมันไปวางบนกระถางหรือจานรองที่ถูกใจ ส่วนใครอยู่คอนโดต้องประหยัดพื้นที่ แค่เสียบลวดเหล็กอันนึงกับเจ้ามอสบอลแล้วดัดเป็นตะขอ ก็จะต้นไม้แสนน่ารักที่แขวนเป็นเครื่องประดับได้แถมยังใช้ที่ไม่เปลือง

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

สำหรับการดูแลหลังจากนี้ ถ้าเป็นคนไม่ค่อยมีเวลา นักจัดสวนมือฉมังแนะนำให้แขวนเจ้ามอสบอลไว้ริมหน้าต่าง แดดเช้าจะช่วยให้มอสเขียวสดตลอดทั้งปี แล้วก็นำมันไปจุ่มน้ำสักวันเว้นวัน (ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทต้นไม้ที่เราเลือกใช้) หรือถ้าเป็นคนไม่ค่อยมีเวลาและไม่ค่อยอยู่บ้าน เพียงจับโคเคดามะมาวางไว้ในจาน แล้วเทน้ำหล่อเอาไว้ เท่านี้ก็หายห่วง

อืม-ก็ง่ายจริงๆ นั่นแหละ

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

“บางคนอาจมองว่าการมีต้นไม้ในบ้านมันเป็นภาระ แต่สำหรับเราไม่เลย เรามองว่าต้นไม้เป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง แต่ละต้นมีคาแรกเตอร์ที่ต่างกัน มีสีที่ต่างกัน มีรูปทรงที่ต่างกัน แล้วเวลาเราเอามาวางไว้ในบ้าน มันทำให้อารมณ์เราเย็นขึ้นเยอะ” วิทย์ไล่เรียงข้อดีของการมีต้นไม้ในบ้านจากประสบการณ์ส่วนตัว แล้วเสริมว่าสิ่งที่ทำให้ต้นไม้จริงต่างจากการหยิบใบไม้ดอกไม้มาปักแจกัน ก็คือธรรมชาติจะมาอยู่เป็นเพื่อนเยียวยาใจเราได้อย่างยั่งยืน

“เวลาเข้าเมืองเราจะอึดอัดมาก แต่พอกลับมาบ้าน ได้เห็นสีเขียวๆ ดูต้นไม้ออกดอก ต้นไม้เติบโต มันคือความสุขของเราเลยนะ ต้นไม้ช่วยให้ผ่อนคลายได้จริงๆ”

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

จะว่าไป สำหรับคนที่ปลูกต้นไม้มาเยอะทั้งไซส์เล็กและใหญ่อย่างวิทย์ การเลี้ยงมอสบอลก้อนจิ๋วยังทำให้รู้สึกรื่นรมย์ได้ด้วยหรือ—ฉันนึกสงสัย

“จริงๆ การปลูกต้นไม้ต้องเริ่มจากต้นเล็กๆ ก่อนอยู่แล้ว” ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มที่แตะไปถึงนัยน์ตา

“มันไม่ใช่ว่าเราทำแล้วจะต้องใหญ่ขึ้นๆ มันก็ต้องหวนกลับมาที่สิ่งเล็กๆ บ้าง จริงๆ ตอนเด็กๆ เรา ก็เริ่มมาจากต้นไม้เล็กๆ ร้านเราถึงชื่อว่า Little Tree และเมื่อเวลาผ่านมา มันจึงเติบโตจนเป็นต้นใหญ่แบบทุกวันนี้”

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

คนเมืองอย่างฉันและคุณอาจไม่มีโอกาสปลูกต้นไม้จนเติบใหญ่อย่างนักจัดสวนมือโปร แต่ถ้าวันหยุดนี้ได้ลองรื่นรมย์ซ้อมมือปั้นโคเคะดามะสีเขียวสดใส ด้วยเวลาที่อาจน้อยกว่าการเดินทางจากบ้านถึงคาเฟ่ร่มรื่น เราก็จะได้บอนไซลูกกลมสวยมาไว้ในครอบครอง

แล้ววันธรรมดาและวันหยุดต่อจากนั้น เราก็จะมีสิ่งมีชีวิตสีเขียวแสนน่ารักมาช่วยให้เย็นตาเย็นใจในบ้านแล้วล่ะ


How to Make Kokedama 

อุปกรณ์

1. ต้นไม้ที่ชอบ

2. พีทมอส ถ้าไม่มีอาจใช้ขุยมะพร้าวหรือดินร่วนก็ได้ ไม่ควรใช้ดินเหนียว เพราะแม้จะปั้นเป็นก้อนได้ง่าย แต่จะระบายน้ำได้ไม่ดีนัก

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

3. สแฟ็กนั่มมอส

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

4. มอสน้ำ เหมาะใช้ปลูกโคเคะดามะมากเพราะมีลักษณะเป็นแผ่น จะใช้มอสอื่นๆ ก็ได้ เช่น มอสขอนไม้ แต่จะยากหน่อยเพราะมันมาเป็นชิ้นเล็กๆ

5. เส้นเอ็นใส เชือก หรือไหมพรม

6. ลวดเหล็กขนาดยาวเท่าใดก็ได้ (ไม่ต้องใช้ถ้าจะวางมอสบอลไว้เฉยๆ โดยไม่แขวน)

7. กรรไกร

8. น้ำ

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

วิธีทำ

1. นำต้นไม้ที่เตรียมมาออกจากกระถาง หากเป็นต้นไม้ที่มีรากน้อย หรือมีวัสดุปลูกติดมาน้อย ก็สามารถเคาะดินออกได้ แต่ถ้าเป็นต้นไม้ที่รากยึดติดกับวัสดุปลูกเดิมแล้ว ไม่จำเป็นต้องเคาะดินออก ใช้ดินเดิมได้เลย

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

2. เตรียมพีทมอส โดยเทน้ำสัดส่วน 1:1 คลุกเคล้าให้เข้ากัน ในขั้นตอนนี้อาจใส่ปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยออสโมโค้ท (ปุ๋ยละลายช้า) เข้าไปด้วยก็ได้

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

3. สำหรับต้นไม้ที่มีรากน้อย ปั้นพีทมอสเป็นก้อนกลม โดยกะขนาดให้พอเหมาะกับเรือนต้น ใช้นิ้วกดตรงกลางให้บุ๋ม แล้วใส่ต้นไม้ลงไป ส่วนต้นไม้ที่มีวัสดุปลูกเดิมติดมา สามารถนำพีทมอสมาห่อได้เลย ปั้นให้เป็นทรงกลมเช่นกัน (หมายเหตุ: หากไม่มีพีทมอส สามารถข้ามขั้นตอนนี้ไป โดยใช้สแฟ็กนั่มมอสห่อเป็นชั้นแรก)

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

4. เทน้ำใส่สแฟ็กนั่มมอสให้พอชุ่ม แล้วนำไปห่อเป็นชั้นที่สอง ลักษณะที่คล้ายเส้นใยของสแฟ็กนั่มมอสจะช่วยให้ลูกบอลอยู่ทรง

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

5. ห่อชั้นนอกสุดด้วยมอสน้ำ

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

6. รัดมอสบอลด้วยเส้นเอ็นใสเพื่อให้อยู่ทรง หรือถ้าชอบสีสันสดใส รัดด้วยเชือกหรือไหมพรมก็ได้ (หมายเหตุ: หากจะวางโคเคดามะไว้เฉยๆ โดยไม่แขวน ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้ แต่หลังจากทำเสร็จใหม่ๆ ควรวางทิ้งไว้โดยไม่ขยับเขยื้อนราว 2 สัปดาห์เพื่อให้มอสเกาะตัวกัน)

7. ทิ่มลวดเหล็กเข้าไปตรงกลางมอสบอล งอด้านบนเพื่อเป็นขอเกี่ยว งอด้านล่างเพื่อเป็นตัวหยุด แล้วนำไปแขวนตามต้องการ

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. เลือกต้นไม้จากแสง แสงเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงต้นไม้ในบ้าน ควรสังเกตช่องแสง แล้วค่อยเลือกต้นไม้ให้เหมาะ ซึ่งจะเป็นต้นไม้อะไรก็ได้ที่เราชอบ สำหรับคนที่อยู่คอนโดมุมที่ไม่ค่อยมีแสง ให้ใช้ต้นพลู สิปสลิด หน้าวัวใบ หรือโฮย่า ซึ่งทนร่ม (แต่ก็ต้องพาไปรับแดดบ้างนะ มอสจะได้เขียวนานๆ)
  2. โคเคดามะมีทั้งไซส์เล็กและใหญ่ ที่จริงเราจะปลูกโคเคะดามะไซส์ไหนก็ได้ตามต้องการ ขอแค่ต้องกะปริมาณวัสดุปลูกให้พอเหมาะกับขนาดต้นเป็นพอ
  3. อุปกรณ์ทุกอย่างหาซื้อได้ที่สวนจตุจักร ตลาดต้นไม้เริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายเย็นของวันอังคารถึงวันพฤหัสบดี แนะนำให้ไปเย็นวันอังคาร เพราะจะได้เลือกต้นไม้ใหม่ๆ ก่อนใคร

Writer

กันต์กนิษฐ์ มิตรภักดี

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสารรายปักษ์ เพิ่งผันตัวมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ กำลังเรียนรู้ที่จะบาลานซ์ระหว่างสิ่งที่ต้องทำและสิ่งที่อยากทำ รักทุกอย่างที่เป็นรสหรือกลิ่นลูกพีช

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

สืบเนื่องมาจากปฏิบัติการ Food Swap ที่เราชวนกันทำอาหารมาแลกเปลี่ยนกันตามธีมที่กำหนด ซึ่งเล่าให้ฟังไว้ครั้งก่อน สัปดาห์นี้เราจะทำอาหารภายใต้ธีม ‘อาหารครั้งแรก’ กัน อาหารที่ทุกคนไม่เคยทำมาก่อน และจะเป็นครั้งแรกที่ทำให้เพื่อนทาน เป็นธีมสนุกที่ท้าทายมาก และเราก็พบคำตอบของเราใต้ต้นไม้ลูกหอมฟุ้งในสวน เราจะทำขนมครั้งแรกจาก ‘ลูกจัน’

เวลาเห็นลูกจัน-ลูกอิน ร่วงหล่นอยู่ใต้ต้นในช่วงฤดูฝน เรามักคิดว่าจะเอาลูกอิน ลูกจัน พวกนี้มาทำขนมอะไรดี คิดไว้หลายอย่าง แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มทำสักเมนู ได้แต่ฝากความคิดนี้ไว้ใต้ต้นจันในทุกๆ ปี เมื่อเพื่อนๆ เสนอธีมนี้ขึ้นมา เราจึงได้รื้อฟื้นความคิดเรื่องขนมจากลูกไม้สีเหลืองนวลกลิ่นหอมนี้ขึ้นมาอีกครั้ง

เก็บลูกจันหล่นไม่ไกลต้นในฤดูฝน มาทำบัวลอยหอมอุ่นกินกัน

ต้นจัน (Gold Apple) เป็นต้นไม้โตช้าที่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะเริ่มออกผล ในต้นเดียวกันจะออกลูกเป็นลูกอินและลูกจัน เราเรียกลูกแบนๆ มีรอยบุ๋มตรงกลางว่าลูกจัน ลูกอินเป็นลูกกลมแป้นมีเมล็ดอยู่ข้างใน สำหรับนำไปเพาะเป็นต้นต่อไป เหตุผลที่ทำให้ต้นไม้ต้นนี้ออกลูกมาเป็นเช่นนี้และมีชื่อเรียกผลต่างกัน เพราะต้นจันมีดอกแยกเพศในต้นเดียวกัน ผลที่เกิดจากดอกตัวเมียที่ได้ผสมกับเกสรดอกตัวผู้จะเป็นผลกลม เรียกว่าลูกอิน ส่วนลูกจันที่ไม่ได้รับการผสมเกสรจะเป็นลูกแบนและไม่มีเมล็ด

พอพูดถึงลูกจัน ทุกคนจะคิดถึงกลิ่นหอมฉุน บางคนก็ชอบดม และบอกว่ามันหอมชื่นใจ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่ามันหอมเกินไปจนเวียนหัว เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงเลือกใช้ลูกจันจำนวนไม่มาก ให้พอขนมของเรามีกลิ่นบางๆ ไม่ฉุนจนเกินไป เราใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปด้วยเพื่อเพิ่มเสน่ห์ ของบัวลอยลูกจัน และให้คนทานสนุกมากขึ้น

ส่วนผสมบัวลอยลูกจัน

เก็บลูกจันหล่นไม่ไกลต้นในฤดูฝน มาทำบัวลอยหอมอุ่นกินกัน
  1. แป้งข้าวเหนียว 250 กรัม
  2. ลูกจัน 10 ลูก หรือพอให้ได้กลิ่นหอม
  3. น้ำเปล่า สำหรับนวดแป้งข้าวเหนียวให้นุ่ม
  4. แป้งมัน สำหรับโรยเป็นแป้งนวล
  5. น้ำตาลมะพร้าว 250 กรัม
  6. เกลือ 1 ช้อนชา
  7. กะทิคั้นจากมะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม
  8. มะพร้าวอ่อน เนื้อสองชั้น 3 ลูก

วิธีทำ

เก็บลูกจันหล่นไม่ไกลต้นในฤดูฝน มาทำบัวลอยหอมอุ่นกินกัน

1. เตรียมแป้งบัวลอย นำลูกจันมาผ่าเป็น 4 ส่วน

เก็บลูกจันหล่นไม่ไกลต้นในฤดูฝน มาทำบัวลอยหอมอุ่นกินกัน

2. ลอกเปลือกออก 

เก็บลูกจันหล่นไม่ไกลต้นในฤดูฝน มาทำบัวลอยหอมอุ่นกินกัน

3. นำเนื้อลูกจันมายีผ่านกระชอนตาถี่ เพื่อให้ได้เนื้อลูกจันเนียน

เก็บลูกจันหล่นไม่ไกลต้นในฤดูฝน มาทำบัวลอยหอมอุ่นกินกัน

4. นำเนื้อลูกจันที่ยีไว้ใส่ลงไปในแป้ง ค่อยๆ เติมน้ำ อย่าเติมครั้งเดียว

เก็บลูกจันหล่นไม่ไกลต้นในฤดูฝน มาทำบัวลอยหอมอุ่นกินกัน

5. นวดแป้งให้เนียนและนุ่ม สังเกตว่าแป้งจะไม่ติดมือ

เก็บลูกจันหล่นไม่ไกลต้นในฤดูฝน มาทำบัวลอยหอมอุ่นกินกัน

6. เตรียมปั้นบัวลอย โรยแป้งมันบางๆ ให้ทั่วถาดและบนมือทั้งสองข้าง

เก็บลูกจันหล่นไม่ไกลต้นในฤดูฝน มาทำบัวลอยหอมอุ่นกินกัน

7. ปั้นแป้งให้เป็นเม็ดกลมๆ ขนาดไม่ใหญ่มาก

เก็บลูกจันหล่นไม่ไกลต้นในฤดูฝน มาทำบัวลอยหอมอุ่นกินกัน

8. นำเม็ดบัวลอยต้มในน้ำเดือด 

สอนวิธีทำบัวลอยน้ำกะทิจากลูกจัน และปรับใช้ได้กับพืชผลเนื้อแน่น

9. พอบัวลอยลอยให้ตักขึ้นมาแช่น้ำไว้

สอนวิธีทำบัวลอยน้ำกะทิจากลูกจัน และปรับใช้ได้กับพืชผลเนื้อแน่น

10. เตรียมน้ำกะทิบัวลอย ผสมน้ำกะทิ น้ำตาลมะพร้าว เกลือ ให้เข้ากันในกระทะทองเหลืองหรือหม้อในครัวที่มี

สอนวิธีทำบัวลอยน้ำกะทิจากลูกจัน และปรับใช้ได้กับพืชผลเนื้อแน่น

11. ตั้งไฟกลาง คอยคนไม่ให้กะทิแตกมัน

สอนวิธีทำบัวลอยน้ำกะทิจากลูกจัน และปรับใช้ได้กับพืชผลเนื้อแน่น

12. ใส่เมล็ดบัวลอยที่ต้มไว้ และมะพร้าวอ่อนที่เตรียมไว้

13. ตั้งไฟให้กะทิเดือด แต่ต้องคอยคนอยู่ตลอดเวลา

สอนวิธีทำบัวลอยน้ำกะทิจากลูกจัน และปรับใช้ได้กับพืชผลเนื้อแน่น

14. ยกลงจากเตา และคนกะทิต่ออีกสักพัก

สอนวิธีทำบัวลอยน้ำกะทิจากลูกจัน และปรับใช้ได้กับพืชผลเนื้อแน่น

 Tips 

  1. ความหวานของน้ำกะทิบัวลอยสามารถปรับตามความชอบได้
  2. เลือกใช้แป้งข้าวเหนียวอินทรีย์
  3. สำหรับคนที่ไม่รู้จักลูกจัน ไม่มีลูกจันอยู่ในสวน หาลูกจันที่ไหนไม่ได้ ลองคิดดูว่าเราจะใส่อะไรแทนได้ บัวลอยเผือกก็อร่อยไม่น้อย บัวลอยฟักทองก็สีสวยมาก มันม่วง อัญชัน ใบเตย ลูกพุด บีทรูท และอื่นอื่นอีกมากมาย หรือจะลองทุเรียนดูก็น่าจะไม่แย่ หรืออาจจะออกมาอร่อยมาก ทั้งนี้เม็ดบัวลอยเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของขนมถ้วยอร่อย น้ำกะทิ น้ำตาล เกลือ แป้งที่เลือกใช้ล้วนมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
  4. ปั้นเม็ดบัวลอยให้เท่าๆ กัน จะเพิ่มความน่าทานของขนมนะคะ

Writer

ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง

จบคณะโบราณคดี ศิลปากร เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นครู และ เลือกเป็นครูของลูกด้วยการทำบ้านเรียน ปัจจุบันก็ยังเลือกเป็นครูพาเด็กๆเก็บผัก เก็บดอกไม้ใบไม้ มาทำขนม ทำงานศิลปะ

Photographer

นภัทร ธนเศรษฐเดชา

มือใหม่หัดถ่ายที่สนใจเรียนรู้โลกผ่านเรื่องราวของอาหารและการกิน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load