ถ้าจะให้เปรียบพื้นที่ของ Theatre Residence เป็นโรงละคร

อาคาร 4 ชั้นก็คงเป็นพระเอกหนุ่มมาดโก้ สวมเสื้อสีเขียว ทับด้วยทักซิโด้สีดำแสนเท่เป็นสีตัวอาคาร นางเอกสาวหวั่นไหว หล่อนคือบรรยากาศวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำโดยรอบที่เปล่งประกายจรัสแสง

เมื่อภัทราวดีเธียเตอร์ปิดตัวลง โรงแรมเธียเตอร์ เรสซิเดนซ์ ปรากฏตัวขึ้น เขาสอดประสานมือหล่อนแน่น ตกลงปลงใจถ่ายทอดคุณค่าของสถานที่เก่า ผ่านสถานที่ใหม่ที่ควรค่าแก่การจดจำ

หากจะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ที่ดินผืนนี้ถูกส่งต่อกันโดยผู้หญิง 3 รุ่น

Theatre Residence Theatre Residence

เริ่มจาก คุณหญิงสุภัทรา สิงหลกะ นักธุรกิจหญิงผู้ก่อตั้งเรือด่วนเจ้าพระยา มอบที่ดินในตรอกข้างวัดระฆังฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้แก่ลูกสาวคนเล็กผู้เป็นนักแสดง

ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน สร้างพื้นที่นั้นเป็น ‘ภัทราวดีเธียเตอร์’ โรงละครและสถาบันสอนศิลปะการแสดง ภายหลังภัทราวดีเธียเตอร์ปิดตัวลงเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ครูเล็กไปเปิดโรงเรียนภัทราวดีศึกษา ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และส่งบทบาทต่อไปยังลูกสาว ม-แวววดี ศรีไตรรัตน์ สร้างเป็นโรงแรมที่ยังคงความเป็นภัทราวดีเธียเตอร์ไว้ จะเรียกว่ากึ่งโรงแรมกึ่งพิพิธภัณฑ์ก็ไม่ผิด

“ถ้าเดินไปเดินมาภายในโรงแรมจะเห็นภาพภัทราวดีเธียเตอร์เก่า บทละคร-คำพูดของครูเล็ก และอุปกรณ์การละครเต็มไปหมดทั่วโรงแรม เราคงคาแรกเตอร์โรงละครเก่าผ่านสิ่งเหล่านั้น” บอม-พันต่อ ศรีไตรรัตน์ หลานชายของครูเล็ก และนักวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Strategist) ของโรงแรมเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

Theatre Residence Theatre Residence

พันต่อชวนฉันสังเกตโถงล็อบบี้เสาสูงใหญ่สีดำขลับ พร้อมเฉลยว่างานนี้เป็นฝีมือของ วิบูลย์ เตชะกัลยาธรรม มัณฑนากรจาก LESS IS MORE ที่ตั้งอกตั้งใจตบแต่งคล้ายท่าเรือเพื่อคงความเป็นเอกลักษณ์ของย่าน ภายในโถงประดับด้วยรูปปั้นคุณหญิงสุภัทราขนาดครึ่งตัว พร้อมลานจัดแสดงของสำคัญของครูเล็ก ไม่ว่าจะเป็นกิโมโนสีทองลากหางยาวชุดแสดงเพลงโปรด ไปจนถึงหีบบรรจุเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์การแสดงจากนิวยอร์ก ที่ครูเล็กนำกลับมาทำการแสดง ‘คืนหนึ่งกับภัทราวดี’ คอนเสิร์ตประเภท One Women Show ครั้งแรกของประเทศไทย การมาหย่อนใจที่โรงแรมแห่งนี้จึงได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของการแสดงไทยไปในตัว

Theatre Residence

ทางซ้ายของล็อบบี้เป็นโรงเรียนอนุบาลสุภัทรา ส่วนทางขวาจะเป็นสวนหย่อมขนาดย่อม ต้นไม้รุ่นปู่อายุ 160 ปีแตกกิ่งก้านให้ความรื่นรมย์ มีรูปปั้นครูเล็ก ภัทราวดี นั่งในท่าทางสบาย และเป็นบริเวณสำหรับทำกิจกรรม หากมองตรงไปจะเห็นสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลาง ล้อมด้วยอาคารสีเขียวกลมกลืนไปกับต้นไม้สูง ไม่ต้องกังวลว่าหย่อนขาลงสระแล้วจะมีใครแอบมอง เพราะพันต่อใส่ใจและเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษ จึงมีม่านสำหรับเปิด-ปิดเวลาผู้เข้าพักต้องการลงสระว่ายน้ำ

Theatre Residence Theatre Residence

เธียเตอร์ เรสซิเดนซ์ เปรียบเสมือน Hidden Gem กลางกรุงเทพฯ แฝงความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาด้วยประวัติความเป็นมาของภัทราวดีเธียเตอร์ได้อย่างลงตัวผ่านอาคารเชื่อมกัน 3 หลัง บรรจุห้องบูทีกบรรยากาศอบอุ่นทั้งหมด 82 ห้อง

“ภายในอาคาร 4 ชั้น แต่ละชั้นเราแบ่งเป็นธีมเกี่ยวกับการละคร จะมีดิสเพลย์วางตามมุมเพื่อสื่อความหมายและเล่าเรื่องราวของภัทราวดีเธียเตอร์”         

Theatre Residence

พันต่อเล่าเมื่อเราเดินขึ้นบันไดอาคาร การจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ เริ่มกันตั้งแต่บทละครของครูเล็ก ภัทราวดี เครื่องแต่งกายของนักแสดง บางชั้นก็เป็นอุปกรณ์เครื่องดนตรีสำหรับประกอบการแสดง และของชิ้นโบแดงคือ สมุดลงทะเบียนเล่มหนาใหญ่ บรรจุลายมือของผู้เข้าชมการแสดงตั้งแต่วันแรกที่ภัทราวดีเธียเตอร์เปิดทำการ

เมื่อฉันเห็นก็อุทาน ‘ว้าว’ ในใจ สมุดนี้อายุอานามมากกว่าฉัน เก็บบันทึกคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความทรงจำว่าโรงละครเก่าแต่เก๋าแห่งนี้เลื่องชื่อลือชามากขนาดไหน เห็นแล้วรู้สึกคันไม้คันมืออยากค้นดูว่าจะมีรายชื่อคุณพ่อ คุณแม่ คุณตา หรือคุณยาย ซ่อนอยู่บ้างหรือเปล่า

ฉันยังคงเดินต่อ แม้ภายนอกอุณหภูมิจะพุ่งสูงมิดปรอท แต่ภายในอาคารกลับลมโกรกเย็นสบาย ละสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นพระบรมมหาราชวังงดงามตระการตา ส่องประกายระยิบระยับอยู่อีกฟากของแม่น้ำเจ้าพระยา

ก่อนแวะชมห้องสวย พันต่อชวนมองหนึ่งในห้าสิบกว่ารายละเอียดน่ารักของโรงแรมที่แฝงอยู่หลังป้ายเลขห้อง หากสังเกตป้ายเลขห้องในแต่ละชั้นจะมีสีต่างกัน เริ่มกันตั้งแต่สีม่วง สีฟ้า สีแดง ตามลำดับสีตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นยันลับขอบฟ้า บรรยากาศในโรงแรมมีเพลงไทยเปิดคลอ เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปจะพบรูปภาพในกรอบสวยที่เกี่ยวกับการละครทั้งนั้น

ในห้องทรงจัตุรัส ลักษณะคล้ายกับอพาร์ตเมนต์ในต่างประเทศ ตกแต่งสไตล์มินิมัลเรียบง่าย มีซิงก์ขนาดพอเหมาะ ไมโครเวฟ ตู้เย็น ช้อน ส้อม และจาน ครบเสร็จสรรพ ผู้ดูแลอธิบายว่าเครื่องครัวเหล่านี้เปิดโอกาสให้แขกเดินตลาด ซื้ออาหารท้องถิ่นแถวนั้นกลับมารับประทานได้สบายๆ

Theatre Residence Theatre Residence

เดินทัวร์จนหนำใจ ขอชวนขยับร่างกายทำกิจกรรม

เนื่องจากเธียเตอร์ เรสซิเดนซ์ อยู่ใกล้วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในระยะทางเดินถึง จึงชวนและเชิญผู้เข้าพักชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมกันตักบาตรตอนเช้า เดินเข้าวัดทำบุญ ปล่อยปลาสร้างกุศลเป็นประจำ

ตกบ่ายใครสนใจวิถีชีวิตริมน้ำโปรดยกมือขึ้น ทางโรงแรมมีบริการพาล่องเรือไปตามคลองบางกอกน้อย ชมบ้านศิลปิน ชิมกาแฟรสชาติดี แต่ถ้าใครเป็นสายผจญภัย ทางโรงแรมก็จัดทำไกด์บุ๊กสำหรับเดินชม ชิม และช้อป ในย่านวัดระฆังฯ วังหลัง และบริเวณใกล้เคียง งานนี้ไม่มีหลง แถมเปิดประสบการณ์ทดลองต่อแถวยาวเหยียดซื้อขนมปังเลื่องชื่อย่านวังหลังอีกด้วย

Theatre Residence

นอกจากกิจกรรมรายวัน เธียเตอร์ เรสซิเดนซ์ จัดฉลองเทศกาลหลัก 2 กิจกรรมต่อปี คือเทศกาลสงกรานต์และลอยกระทง โดยช่วงสงกรานต์จัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ในสวน จัดซุ้มอาหารอีสาน เหล้าดอง พร้อมดีเจเปิดแผ่นสร้างความสนุก และเทศกาลลอยกระทงมีคลาสสอนผู้เข้าพักทำกระทงตามแบบฉบับดั้งเดิม ก่อนนำกระทงไปลอยขอขมาพระแม่คงคาที่วัดระฆังฯ ในตอนเย็น

“ที่นี่มีเรื่องราวเยอะครับ สมัยเด็กผมก็วิ่งตรงนี้ เล่นน้ำตรงนี้ เลยอยากแบ่งปันความทรงจำดีๆ ให้คนอื่นบ้าง” หลานของครูเล็ก ภัทราวดี ทิ้งท้ายด้วยแววตาเป็นประกาย

บนพื้นที่แสนสงบริมน้ำเจ้าพระยา ฉากแรกของโรงแรมเธียเตอร์ เรสซิเดนซ์ เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ ละครเรื่องนี้อัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์ฉากใหญ่ของการละคร ทุ่มทุนสร้างจากความทรงจำนับร้อยนับพันตลอด ยี่สิบกว่าปีของนักแสดงมากความสามารถและบรรยากาศสมจริง

บอกได้เต็มปากเต็มคำว่า ‘ควรค่าแก่การรับชมเป็นอย่างยิ่ง’

Theatre Residence

ห้องพักมีให้เลือกสรร 4 รูปแบบ
Superior Room , Deluxe Room , Premier Room , River View Room (แนะนำ มองเห็นวิวพระบรมมหาราชวังจากอีกฟากของแม่น้ำเจ้าพระยา)

69/4-8 ซอยวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

www.theatreresidence.com
Facebook | Theatre residence
เบอร์ติดต่อ 02 848 8488 , 02 411 2992

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

อาคารโบราณขนาด 3 คูหาสีขาวติดป้าย ‘โรงแรมออน ออน’ ดูโดดเด่นสะดุดตากลางถนนพังงา เมื่อก้าวผ่านประตูทางเข้าและโคมแดงสดหลายสิบลูกที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะ ฉันหลุดเข้าไปในโลกอดีตงดงาม

โรงแรมออน ออนโรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

The Memory at On On Hotel เหมือนกล่องเก็บความทรงจำที่พาเราย้อนเวลากลับไปสู่ยุคบาบ๋าย่าหยา ทางเดินหน้าประตูใหญ่ทอดยาวไปสู่ล็อบบี้ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้มและของตกแต่งแบบเพอรานากัน โครงสร้างอาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกีส กระเบื้องพิมพ์ลายใต้ฝ่าเท้าและภาพขาวดำบนผนังริมบันได บรรจุร่องรอยของโรงแรมแห่งแรกของภูเก็ตไว้เต็มเปี่ยม

ในยุคที่การทำเหมืองรุ่งเรืองในไข่มุกอันดามัน ที่ตรงนี้เป็นตรอกใกล้ท่าเรือและมีห้างดังชื่อบั่นจินไถ่ เมื่อคนเข้ามาทำงานและค้าขายผ่านมาช้อปปิ้งจะต้องกลับไปนอนในเรือ เจ้าของห้างชื่ออาก๋งแปะเลี้ยวเปี่ยว จึงตั้งโรงแรมอัน อัน เป็นภาษาจีนแปลว่า ‘ความสุขสำหรับผู้มาเยือน’ ให้คนพักด้วยราคาประมาณ 80 สตางค์ แต่การเรียกชื่อเพี้ยนไปตามการสะกดภาษาอังกฤษ จึงได้ชื่อใหม่ว่า ออน ออน

โรงแรมออน ออนโรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

เมื่อภูเก็ตกลายเป็นเมืองท่องเที่ยว โรงแรมใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย โรงแรมออน ออน กลายเป็นที่พักเก่าราคาย่อมเยาที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ต่อมา The Treasury Village Groupe เข้ามารับช่วงต่อและรีโนเวตโรงแรมแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2012 โดยปรับปรุงโครงสร้างเดิมที่เป็นไม้เก่าให้แข็งแรงขึ้น แต่ยังคงจุดเด่นอย่างการคงพื้นที่เปิดโล่งกลางลานบ้านและ ‘ฉิ่มแจ้’ หรือบ่อน้ำบาดาลรองรับน้ำฝน ทำให้พื้นที่ในตึกสว่างและอากาศถ่ายเทเย็นสบาย ระเบียงรอบๆ ชั้นสองยังเจาะเป็นช่องซุ้มโค้งเชื่อมกันไปตลอดเหมือนโบสถ์โปรตุเกส ขนาบด้วยเสาแบบกรีกโรมันตกแต่งด้วยปูนปั้นแบบจีนและฝรั่ง หลังคากระเบื้องว่าวแบบโบราณได้รับการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใกล้เคียงวันเวลาที่มันเคยสมบูรณ์

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือการกั้นห้องพักใหม่ตามธีมและสีแสนสนุก โรงแรมออน ออน รูปโฉมใหม่แต่งชั้นล่างเป็นห้องพักสีแดงธีมดอกโบตั๋นหรือ Red Peony

เมื่อขึ้นบันไดไม้ไปชั้นสองจะพบห้องพักคอนเซปต์วิถีชีวิตคนภูเก็ตยุคโบราณ แบ่งเป็นโซนสีน้ำเงินหรือโซนคหบดีที่หรูหรากว้างขวาง และโซนสีเขียวหรือโซน craftman บอกเล่าเรื่องราวของช่างฝีมือแบบต่างๆ เช่น ช่างตัดเย็บ ช่างไม้ จิตรกร ช่างถ่ายภาพ ไปจนถึงนักเดินเรือ ห้องเหล่านี้จึงหน้าตาไม่เหมือนกันสักห้องเดียว โดยตกแต่งด้วยอุปกรณ์ประกอบอาชีพแบบวินเทจ เช่น จักรเย็บผ้า เครื่องประดับ รองเท้าเจ้าสาวปักขนาดจำลอง กล้องโบราณ และแผนที่โลกยุคเก่า

ส่วนห้อง Memory Suite หรือห้องที่หรูหราใหญ่โตที่สุดคือห้องพ่อค้าวาณิช ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากอาก๋งแปะเลี้ยวเปี่ยว เจ้าของห้างบั่นจินไถ่และอดีตเจ้าของโรงแรมนี้นั่นเอง

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

ห้องพิเศษที่มีสีขาวห้องเดียวที่นี่คือห้อง The Beach ที่ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เคยมาถ่ายทำฉากห้องพักในหนังเรื่อง The Beach ในปี 2000 เป็นห้องที่ได้รับความนิยมเสมอ (ได้นอนในห้องนอนเดียวกับดาราหนุ่ม โก้เก๋น้อยอยู่ซะเมื่อไหร่) นอกจากนี้ยังมีห้องพักรวมแบบขายเป็นเตียง และมีพื้นที่ห้องกินข้าวและนั่งเล่นรวมกว้างขวางน่าสบายให้ใช้บริการหลายจุด

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

“คุณณัศรา ไตรสุวรรณ (เจ้าของ) ท่านชอบโรงแรมออน ออน มาก ชอบจนอยากทำให้แขกได้จดจำและกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อระลึกถึงภูเก็ตในสมัยก่อน และคิดถึงความสุขเมื่อเคยอยู่ที่นี่”

ดา-ปิยะนุช แวนรูช ผู้ช่วยผู้จัดการโรงแรม อธิบายความตั้งใจของการทำที่พักวินเทจระดับตำนาน แม้ฉันไม่เคยสัมผัสภูเก็ตในยุคเหมือง แต่ The Memory at On On Hotel ก็มอบความทรงจำสวยงามและความสุขสำหรับผู้มาเยือนสมชื่อจริงๆ

โรงแรมออน ออน

The Memory at On On Hotel

19 ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

http://thememoryhotel.com
FB: Memory at On On Hotel
เบอร์ติดต่อ 076-363-700 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load