ถ้าจะให้เปรียบพื้นที่ของ Theatre Residence เป็นโรงละคร

อาคาร 4 ชั้นก็คงเป็นพระเอกหนุ่มมาดโก้ สวมเสื้อสีเขียว ทับด้วยทักซิโด้สีดำแสนเท่เป็นสีตัวอาคาร นางเอกสาวหวั่นไหว หล่อนคือบรรยากาศวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำโดยรอบที่เปล่งประกายจรัสแสง

เมื่อภัทราวดีเธียเตอร์ปิดตัวลง โรงแรมเธียเตอร์ เรสซิเดนซ์ ปรากฏตัวขึ้น เขาสอดประสานมือหล่อนแน่น ตกลงปลงใจถ่ายทอดคุณค่าของสถานที่เก่า ผ่านสถานที่ใหม่ที่ควรค่าแก่การจดจำ

หากจะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ที่ดินผืนนี้ถูกส่งต่อกันโดยผู้หญิง 3 รุ่น

Theatre Residence Theatre Residence

เริ่มจาก คุณหญิงสุภัทรา สิงหลกะ นักธุรกิจหญิงผู้ก่อตั้งเรือด่วนเจ้าพระยา มอบที่ดินในตรอกข้างวัดระฆังฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้แก่ลูกสาวคนเล็กผู้เป็นนักแสดง

ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน สร้างพื้นที่นั้นเป็น ‘ภัทราวดีเธียเตอร์’ โรงละครและสถาบันสอนศิลปะการแสดง ภายหลังภัทราวดีเธียเตอร์ปิดตัวลงเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ครูเล็กไปเปิดโรงเรียนภัทราวดีศึกษา ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และส่งบทบาทต่อไปยังลูกสาว ม-แวววดี ศรีไตรรัตน์ สร้างเป็นโรงแรมที่ยังคงความเป็นภัทราวดีเธียเตอร์ไว้ จะเรียกว่ากึ่งโรงแรมกึ่งพิพิธภัณฑ์ก็ไม่ผิด

“ถ้าเดินไปเดินมาภายในโรงแรมจะเห็นภาพภัทราวดีเธียเตอร์เก่า บทละคร-คำพูดของครูเล็ก และอุปกรณ์การละครเต็มไปหมดทั่วโรงแรม เราคงคาแรกเตอร์โรงละครเก่าผ่านสิ่งเหล่านั้น” บอม-พันต่อ ศรีไตรรัตน์ หลานชายของครูเล็ก และนักวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Strategist) ของโรงแรมเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

Theatre Residence Theatre Residence

พันต่อชวนฉันสังเกตโถงล็อบบี้เสาสูงใหญ่สีดำขลับ พร้อมเฉลยว่างานนี้เป็นฝีมือของ วิบูลย์ เตชะกัลยาธรรม มัณฑนากรจาก LESS IS MORE ที่ตั้งอกตั้งใจตบแต่งคล้ายท่าเรือเพื่อคงความเป็นเอกลักษณ์ของย่าน ภายในโถงประดับด้วยรูปปั้นคุณหญิงสุภัทราขนาดครึ่งตัว พร้อมลานจัดแสดงของสำคัญของครูเล็ก ไม่ว่าจะเป็นกิโมโนสีทองลากหางยาวชุดแสดงเพลงโปรด ไปจนถึงหีบบรรจุเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์การแสดงจากนิวยอร์ก ที่ครูเล็กนำกลับมาทำการแสดง ‘คืนหนึ่งกับภัทราวดี’ คอนเสิร์ตประเภท One Women Show ครั้งแรกของประเทศไทย การมาหย่อนใจที่โรงแรมแห่งนี้จึงได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของการแสดงไทยไปในตัว

Theatre Residence

ทางซ้ายของล็อบบี้เป็นโรงเรียนอนุบาลสุภัทรา ส่วนทางขวาจะเป็นสวนหย่อมขนาดย่อม ต้นไม้รุ่นปู่อายุ 160 ปีแตกกิ่งก้านให้ความรื่นรมย์ มีรูปปั้นครูเล็ก ภัทราวดี นั่งในท่าทางสบาย และเป็นบริเวณสำหรับทำกิจกรรม หากมองตรงไปจะเห็นสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลาง ล้อมด้วยอาคารสีเขียวกลมกลืนไปกับต้นไม้สูง ไม่ต้องกังวลว่าหย่อนขาลงสระแล้วจะมีใครแอบมอง เพราะพันต่อใส่ใจและเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษ จึงมีม่านสำหรับเปิด-ปิดเวลาผู้เข้าพักต้องการลงสระว่ายน้ำ

Theatre Residence Theatre Residence

เธียเตอร์ เรสซิเดนซ์ เปรียบเสมือน Hidden Gem กลางกรุงเทพฯ แฝงความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาด้วยประวัติความเป็นมาของภัทราวดีเธียเตอร์ได้อย่างลงตัวผ่านอาคารเชื่อมกัน 3 หลัง บรรจุห้องบูทีกบรรยากาศอบอุ่นทั้งหมด 82 ห้อง

“ภายในอาคาร 4 ชั้น แต่ละชั้นเราแบ่งเป็นธีมเกี่ยวกับการละคร จะมีดิสเพลย์วางตามมุมเพื่อสื่อความหมายและเล่าเรื่องราวของภัทราวดีเธียเตอร์”         

Theatre Residence

พันต่อเล่าเมื่อเราเดินขึ้นบันไดอาคาร การจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ เริ่มกันตั้งแต่บทละครของครูเล็ก ภัทราวดี เครื่องแต่งกายของนักแสดง บางชั้นก็เป็นอุปกรณ์เครื่องดนตรีสำหรับประกอบการแสดง และของชิ้นโบแดงคือ สมุดลงทะเบียนเล่มหนาใหญ่ บรรจุลายมือของผู้เข้าชมการแสดงตั้งแต่วันแรกที่ภัทราวดีเธียเตอร์เปิดทำการ

เมื่อฉันเห็นก็อุทาน ‘ว้าว’ ในใจ สมุดนี้อายุอานามมากกว่าฉัน เก็บบันทึกคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความทรงจำว่าโรงละครเก่าแต่เก๋าแห่งนี้เลื่องชื่อลือชามากขนาดไหน เห็นแล้วรู้สึกคันไม้คันมืออยากค้นดูว่าจะมีรายชื่อคุณพ่อ คุณแม่ คุณตา หรือคุณยาย ซ่อนอยู่บ้างหรือเปล่า

ฉันยังคงเดินต่อ แม้ภายนอกอุณหภูมิจะพุ่งสูงมิดปรอท แต่ภายในอาคารกลับลมโกรกเย็นสบาย ละสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นพระบรมมหาราชวังงดงามตระการตา ส่องประกายระยิบระยับอยู่อีกฟากของแม่น้ำเจ้าพระยา

ก่อนแวะชมห้องสวย พันต่อชวนมองหนึ่งในห้าสิบกว่ารายละเอียดน่ารักของโรงแรมที่แฝงอยู่หลังป้ายเลขห้อง หากสังเกตป้ายเลขห้องในแต่ละชั้นจะมีสีต่างกัน เริ่มกันตั้งแต่สีม่วง สีฟ้า สีแดง ตามลำดับสีตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นยันลับขอบฟ้า บรรยากาศในโรงแรมมีเพลงไทยเปิดคลอ เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปจะพบรูปภาพในกรอบสวยที่เกี่ยวกับการละครทั้งนั้น

ในห้องทรงจัตุรัส ลักษณะคล้ายกับอพาร์ตเมนต์ในต่างประเทศ ตกแต่งสไตล์มินิมัลเรียบง่าย มีซิงก์ขนาดพอเหมาะ ไมโครเวฟ ตู้เย็น ช้อน ส้อม และจาน ครบเสร็จสรรพ ผู้ดูแลอธิบายว่าเครื่องครัวเหล่านี้เปิดโอกาสให้แขกเดินตลาด ซื้ออาหารท้องถิ่นแถวนั้นกลับมารับประทานได้สบายๆ

Theatre Residence Theatre Residence

เดินทัวร์จนหนำใจ ขอชวนขยับร่างกายทำกิจกรรม

เนื่องจากเธียเตอร์ เรสซิเดนซ์ อยู่ใกล้วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในระยะทางเดินถึง จึงชวนและเชิญผู้เข้าพักชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมกันตักบาตรตอนเช้า เดินเข้าวัดทำบุญ ปล่อยปลาสร้างกุศลเป็นประจำ

ตกบ่ายใครสนใจวิถีชีวิตริมน้ำโปรดยกมือขึ้น ทางโรงแรมมีบริการพาล่องเรือไปตามคลองบางกอกน้อย ชมบ้านศิลปิน ชิมกาแฟรสชาติดี แต่ถ้าใครเป็นสายผจญภัย ทางโรงแรมก็จัดทำไกด์บุ๊กสำหรับเดินชม ชิม และช้อป ในย่านวัดระฆังฯ วังหลัง และบริเวณใกล้เคียง งานนี้ไม่มีหลง แถมเปิดประสบการณ์ทดลองต่อแถวยาวเหยียดซื้อขนมปังเลื่องชื่อย่านวังหลังอีกด้วย

Theatre Residence

นอกจากกิจกรรมรายวัน เธียเตอร์ เรสซิเดนซ์ จัดฉลองเทศกาลหลัก 2 กิจกรรมต่อปี คือเทศกาลสงกรานต์และลอยกระทง โดยช่วงสงกรานต์จัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ในสวน จัดซุ้มอาหารอีสาน เหล้าดอง พร้อมดีเจเปิดแผ่นสร้างความสนุก และเทศกาลลอยกระทงมีคลาสสอนผู้เข้าพักทำกระทงตามแบบฉบับดั้งเดิม ก่อนนำกระทงไปลอยขอขมาพระแม่คงคาที่วัดระฆังฯ ในตอนเย็น

“ที่นี่มีเรื่องราวเยอะครับ สมัยเด็กผมก็วิ่งตรงนี้ เล่นน้ำตรงนี้ เลยอยากแบ่งปันความทรงจำดีๆ ให้คนอื่นบ้าง” หลานของครูเล็ก ภัทราวดี ทิ้งท้ายด้วยแววตาเป็นประกาย

บนพื้นที่แสนสงบริมน้ำเจ้าพระยา ฉากแรกของโรงแรมเธียเตอร์ เรสซิเดนซ์ เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ ละครเรื่องนี้อัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์ฉากใหญ่ของการละคร ทุ่มทุนสร้างจากความทรงจำนับร้อยนับพันตลอด ยี่สิบกว่าปีของนักแสดงมากความสามารถและบรรยากาศสมจริง

บอกได้เต็มปากเต็มคำว่า ‘ควรค่าแก่การรับชมเป็นอย่างยิ่ง’

Theatre Residence

ห้องพักมีให้เลือกสรร 4 รูปแบบ
Superior Room , Deluxe Room , Premier Room , River View Room (แนะนำ มองเห็นวิวพระบรมมหาราชวังจากอีกฟากของแม่น้ำเจ้าพระยา)

69/4-8 ซอยวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

www.theatreresidence.com
Facebook | Theatre residence
เบอร์ติดต่อ 02 848 8488 , 02 411 2992

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ที่พักหายใจ

คือคำที่เกิดขึ้นในความคิดหลังจากมา ‘บ้านกรอด้าย’ เกสต์เฮาส์เล็กๆ บนเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 

และไม่มีคำไหนจะเหมาะกับที่นี่ไปมากกว่านี้ เพราะความคิดที่แตกต่างของ อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์ ทำให้เธอและเขาตัดสินใจเปลี่ยนโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของครอบครัวบนเกาะเมืองอยุธยา เป็นเกสต์เฮาส์ที่ทำให้ผู้เข้าพักได้พบความสงบผ่านลมหายใจ และสงบมากพอที่ร่างกายและจิตใจได้หยุดพัก

อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์

อ้อ และ ป๊อน เป็นคู่รักที่ค้นพบความสงบผ่านแนวทางการเจริญสติและปฏิบัติธรรม เมื่อ 3 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ และกลับมาใช้ชีวิตสงบเรียบง่าย ด้วยการเปิดเกสต์เฮาส์ที่เมืองพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของอ้อ โดยนำหลักเจริญสติและปฏิบัติธรรมมาเป็นไอเดียหลักในการออกแบบที่พักของพวกเขาด้วย

“เราสองคนชอบเรื่องการปฏิบัติธรรม การเจริญสติ และต้องการใช้ชีวิตที่สงบ พอมีโอกาสกลับมาอยู่อยุธยา เราเลยอยากเลือกอาชีพที่ส่งเสริมกับแนวทางการปฏิบัติของเรา มองหาอาชีพที่ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ ไม่มีความซับซ้อนหรือมีกลยุทธ์อะไรมาก และมอบชีวิตที่เรียบง่ายให้กับเราได้ เลยเกิดความคิดที่จะทำเกสต์เฮาส์ขึ้นมา” 

ชายหนุ่มเริ่มต้นอธิบายจุดเริ่มต้นของบ้านกรอด้าย, เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของอยุธยา ซึ่งเคยผลิตผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นจำนวนมากภายใต้ตรา ‘สิงห์เดี่ยว’ ก่อตั้งโดย คุณยายสุมล สุขปรีชา

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เดิมเคยเป็นโรงทอผ้าของคุณยายอ้อค่ะ ตอนแรกโรงงานเคยตั้งอยู่ที่ตลาดหัวรอ ชื่อโรงงานทอผ้าไทย ต่อมาเขาไม่ให้มีเครื่องจักรอยู่ตรงนั้น เลยย้ายโรงงานมาตั้งที่นี่ตอน พ.ศ. 2497 แล้วก็จดทะเบียนชื่อ ห้างหุ้นส่วนสุมลการทออยุธยา เป็นชื่อของคุณยายอ้อเอง ต่อมาทางจังหวัดประกาศห้ามไม่ให้ใช้สารเคมีย้อมผ้าบนตัวเกาะ ตัวโรงงานก็เลยต้องย้ายอีก

“คราวนี้ย้ายไปอยู่ที่ตลาดแกรนด์ พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บไม้และเก็บของต่างๆ จนช่วงประมาณ พ.ศ. 2538 ธุรกิจทอผ้าที่อยุธยาเริ่มซบเซา เพราะการนำเข้าผ้ามีราคาถูกกว่า หลายโรงงานก็เริ่มปิดตัว รวมถึงโรงงานของเราด้วย พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บของที่ถูกปล่อยรกร้างเกือบยี่สิบปี”

“ตอนอ้อยังเด็กก็เข้ามาช่วยงานคุณยายที่โรงงานบ่อยๆ คอยเป็นเด็กกรอด้าย ซึ่งเป็นคำที่ฟังแล้วไพเราะดีนะ เลยเอามาตั้งเป็นชื่อเกสต์เฮาส์ว่าบ้านกรอด้าย” อ้อเล่าความทรงจำของเธอต่อสถานที่นี่ให้ฟัง 

จนกระทั่งทั้งคู่นำไอเดียของบ้านกรอด้ายไปปรึกษากับสถาปนิก

“คอนเซปต์ใหญ่ๆ คือเราต้องการให้ที่นี่โปร่ง สบาย ประหยัดพลังงาน เป็นบ้านที่มีใต้ถุนสูง เพื่อใช้พื้นที่ด้านล่างปฏิบัติธรรม โดยสถานที่ก็ช่วยส่งเสริมการปฏิบัติธรรมด้วยงบเท่าที่เรามี” ป๊อนส่งไอเดียออกแบบให้สถาปนิก

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ในที่สุดความคิดของพวกเขาก็แปลงร่างให้กลายเป็นความจริง

บ้านกรอด้ายเป็นอาคารยกสูงสีขาวสะอาดตา เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินเข้ามาข้างใน เราจะพบกับพื้นที่สีเขียวสงบกลางอาคารรูปทรงตัว L โดยมีบ้านไม้หลังเก่าตั้งอยู่ด้านในสุดของสวน หากตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี เราจะค่อยๆ ได้ยินเสียงน้ำไหล ประกอบกับเสียงนกนานาพันธุ์ที่ขับร้องอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ชนิดต่างๆ และหากลองตั้งใจสังเกตลมหายใจให้ดี เราจะค่อยๆ พบกับกลิ่นหอมบางๆ ของดอกชมนาดที่ปลูกไว้ในสวน ส่งกลิ่นหอมให้ชื่นหัวใจ

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เพราะผมเคยบวชมาก่อน ผมเลยพอจะเข้าใจว่าบรรยากาศแบบไหนเอื้อให้เกิดความสงบ ส่งเสริมการเจริญสติ ซึ่งส่วนตัวเราชอบฟังเสียงน้ำ ไม่จำเป็นต้องเห็นแม่น้ำหรือตัวน้ำก็ได้ ขอแค่ได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ ก็ทำให้รู้สึกสงบลงได้ ส่วนสีเขียวก็ช่วยให้เกิดความสงบ เลยทำให้มีจุดที่มองออกจากตัวอาคารแล้วเห็นสวน ได้เจอกับสีเขียวของต้นไม้ บริเวณสวนตรงกลางเราก็ทำทางไว้เดินจงกรม เราตั้งใจให้ทางเดินเป็นดิน เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่า

“สังเกตว่าที่นี่มีความโปร่ง นอกจากช่วยให้ลมพัดเย็นสบายแล้ว ยังทำให้พื้นที่ไม่ดูแน่นหรือวุ่นวายจนเกินไป ของบางอย่างที่วางชิดกัน ถ้าเราวางแยกให้มันเกิดพื้นที่ว่างระหว่างกัน มันก็เกิดเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง เราเลยพยายามให้ที่นี่มีพื้นที่ว่างค่อนข้างเยอะ” ป๊อนค่อยๆ อธิบายอย่างใจเย็น ขณะพาเราเดินชมส่วนต่างๆ ของเกสต์เฮาส์

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ด้วยความที่แต่เดิม สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโกดังเก็บไม้และของเก่าจากโรงงานมาก่อน ไม้และของหลายอย่างที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้างก็ถูกนำออกมาใช้ เหมือนชุบชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เผยให้เห็นความทรงจำที่เคยซ่อนอยู่ในพื้นที่ตรงนี้มาก่อน เราเลยได้เห็นป้ายของโรงงานทอผ้าในยุคต่างๆ นำมาแขวนประดับบนผนัง แถมตัวผนังก็เกิดจากการนำไม้ที่ใช้กับเครื่องสืบผ้า ซึ่งมีรอยบากให้แหว่งเป็นช่องสำหรับเส้นด้าย นำมาวางเรียงจนเกิดเป็นแพตเทิร์นสวยงาม แผ่นไม้ต่างๆ ที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้าง ก็นำมาประกอบเป็นตั่งและเป็นพื้นทางเดินต่างๆ ภายในเกสต์เฮาส์

“ตอนแรกเราและสถาปนิกอยากเก็บโครงสร้างเดิม เพื่อคงความเป็นโรงงานทอผ้าเอาไว้ แต่พอเข้ามาดูโครงสร้างแล้วทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะโครงสร้างเริ่มเก่าจนผุ รับน้ำหนักไม่ไหว เลยตัดสินใจเก็บไว้บางส่วน เช่น แนวเสาต่างๆ รวมถึงบ้านไม้ในสวนที่เราทำเป็นห้องพระ หรือ ‘ห้องไม่ปรุงแต่ง’ เพื่อให้คนเข้ามานั่งสมาธิหรือใช้พื้นที่สงบ 

“เดิมบ้านไม้หลังนั้นเคยเป็นที่พักคนงาน หน้าต่างที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นก็เป็นของเดิม แต่ก็มีบางบานที่เราต้องใช้ของใหม่เพิ่มเข้าไป เพื่อช่วยเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง” ชายหนุ่มเล่าการทำงานร่วมกับสถาปนิก

บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้ายมีห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง แบ่งเป็นห้องพักสำหรับ 2 คน จำนวน 4 ห้อง เลือกได้ทั้ง Twin Beds และ Double Bed ส่วนห้องพักครอบครัว สำหรับ 4 คน จำนวน 2 ห้อง ซึ่งทั้งหมดอยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร 

แต่ละห้องมีชื่อของตัวเองที่ป๊อนและอ้อตั้งใจตั้งชื่อเอาไว้

“เราตั้งชื่อห้องเรียงไปตั้งแต่ Peacefulness, Joyfulness, Happiness, Emptiness, Mindfulness และ Awareness” อ้ออธิบาย ก่อนป๊อนช่วยเสริม “คนที่เคยเจริญสติรู้ดีว่าการเจริญสติใหม่ๆ จะได้ความรู้สึกสงบก่อน แล้วเกิดความปีติ เกิดความสุขจากความว่าง เริ่มเกิดสติและความรู้ตัว ชื่อเหล่านี้เป็นลำดับการรับรู้จากการเจริญสติครับ”

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

นอกจากชื่อห้อง เรายังสังเกตว่าตามจุดต่างๆ ของบ้านกรอด้ายมีป้ายตัวอักษรที่มีกิมมิกน่ารักๆ ให้คนได้มีสติกับตัวเองผ่านลมหายใจ อย่างป้าย Breath Refill Here เป็นเหมือนจุดเติมลมหายใจ หรือตรงขั้นบันไดก่อนเดินเข้าห้องพักติดตัวอักษร Breath & Mind The Step ให้คนได้หยุดหายใจและมีสติกับตัวเอง ณ ขณะนั้น

ทุกรายละเอียดของทุกอย่างภายในบ้านกรอด้ายล้วนได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจ เพื่อให้ผู้มาพักได้หยุดอยู่กับลมหายใจตัวเอง และขณะที่เรากำลังพูดคุยกับอ้อและป๊อน จู่ๆ ก็มีเสียงระฆังไพเราะดังขึ้นเป็นเวลาชั่วครู่

เราทั้งหมดหยุดฟัง

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“เราได้ไอเดียจากหมู่บ้านพลัมครับ ที่นั่นทุกๆ สิบห้านาทีจะมีเสียงระฆังดัง ให้เราหยุดสิ่งที่ทำ เพื่อเตือนให้ตัวเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ พอเสียงจบก็ค่อยกลับมาทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อ” ป๊อนเล่าที่มาให้ฟังหลังสิ้นเสียงระฆัง

ภายในห้องพักก็มีการออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสงบเช่นเดียวกัน 

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทุกห้องภายในบ้านกรอด้ายไม่มีโทรทัศน์เลยสักห้อง รวมถึงตู้เย็นก็เช่นกัน

“เหตุผลที่เราไม่มีตู้เย็นให้ในห้อง เพราะเราอยากให้ที่นี่มีความรู้สึกของบ้าน เราเลยวางตู้เย็นไว้ใต้ถุน ให้เกิดความรู้สึกการแบ่งปัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ภายในห้อง เราอยากให้มีการเดินมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง ขนมกับกาแฟที่วางไว้ตรงส่วนกลาง เราก็ให้ทุกคนที่มาพักหยิบทานได้ตลอด โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ บางทีก็มีน้ำผลไม้และน้ำผักที่อ้อทำมาวางไว้ หรือใครที่รู้สึกอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ ก็นำมาวางด้วยกันได้ 

“ส่วนของส่วนตัวที่ผู้พักต้องการนำมาแช่ในตู้เย็น เราก็มีสติกเกอร์แปะเลขห้องแยกไว้ให้ด้วยค่ะ อาหารของที่นี่เราจะซื้อจากร้านในอยุธยา เพราะเราพยายามแนะนำร้านดีๆ ของคนท้องถิ่นให้ผู้มาพักได้รู้จัก และลองไปทานด้วยตัวเองเมื่อมีโอกาส” อ้ออธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“ก่อนจะเปิดเกสต์เฮาส์ เรามีโอกาสเข้าไปขอคำปรึกษากับ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ถ้าเราจะทำธุรกิจอย่างนี้เราควรวางใจยังไง ท่านก็กรุณาแนะนำว่า หากเราปรารถนาให้คนมาที่นี่แล้วเกิดความสุข ทุกอย่างก็จะดีเอง เราก็จะโฟกัสกับความสุขของคนที่มาพัก ไม่ใช่โฟกัสว่าเราจะได้เงินจากเขาเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่โฟกัสที่ความสุขของเขาอย่างเดียวจนตัวเราต้องทุกข์ใจ ก็ไม่ใช่นะครับ ตัวเราต้องมีความสุขก่อนด้วย เราถึงจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ 

“เราต้องรักษาความสุขของเราไว้ด้วย เลยเป็นที่มาของคอนเซปต์การให้บริการของที่นี่ และที่นี่ไม่มีคนแปลกหน้า มีแต่กัลยาณมิตร สำหรับผมและอ้อ เรามองทุกคนที่มาที่นี่เป็นเพื่อน ทุกครั้งที่มีคนมาพัก เราเหมือนได้เพื่อนใหม่ครับ เขาเองก็รู้สึกเหมือนกันกับเรา 

“เด็กบางคนที่มาพักกับครอบครัวอยู่กันห้าถึงหกวัน บางคนเอาเกมมานั่งเล่นกับเรา พอจะกลับเขายกให้เราเลย บางคนช่วยงานแม่บ้านก็มีนะครับ ช่วยยกของต่างๆ เป็นบรรยากาศน่ารักๆ หลังจากเขากลับไปแล้ว บางคนก็ยังติดต่อกันตลอดเหมือนเพื่อน” ป๊อนพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนอ้อจะช่วยเสริม “บางคนส่งเมล็ดดอกไม้มาให้เราปลูกด้วย เราก็ไม่น้อยหน้า ส่งเมล็ดผักกลับไปให้เขาปลูกบ้าง” เจ้าบ้านหัวเราะอารมณ์ดี

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“แม้ว่าทุกๆ อย่างของที่นี่จะเกี่ยวข้องกับการเจริญสติ แต่เราก็ไม่ได้บังคับให้ผู้ที่มาพักต้องทำตามทุกคนนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่เขาเข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกสบายใจ การเจริญสติเบื้องต้นก็คือความสงบ แต่โจทย์ของมันจริงๆ คือการยอมรับในทุกๆ สถานการณ์ เพราะชีวิตจริงมีขึ้นมีลง ไม่ต่างอะไรกับธรรมชาติที่มีฝนตก มีแดดออก ซึ่งหลายอย่างเราก็ไม่อาจควบคุมได้ แต่เราสามารถกลับมาอยู่กับลมหายใจ เห็นความคิดของตัวเราเอง จะช่วยให้เรารู้สึกสงบลง ช่วยให้เรามองเห็นชัดขึ้น และเราหวังว่าคนที่มาพักกับเรา เขากลับจากบ้านกรอด้ายไป เขาจะเกิดความสบายใจ และใช้ชีวิตข้างหน้าต่อไปได้ดียิ่งขึ้น” ป๊อนพูดทิ้งท้าย ขณะเขาและอ้อเดินมาส่งเรากลับด้วยรอยยิ้ม

การค้นพบที่พักหายใจ ทำให้เราสงบลงและมีกำลังใจมากขึ้นกับการใช้ชีวิตในลมหายใจต่อๆ ไปเช่นกัน

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้าย

ที่ตั้ง : 23/5 ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครพระนครศรีอยุธยา 13000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6771 7177

*บ้านกรอด้ายจัดกิจกรรมเจริญสติที่เกสต์เฮาส์ด้วย สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาลองปฏิบัติกันได้ ติดตามรายละเอียดและการสมัครได้ทาง Facrbook : บ้านกรอด้าย

Writer & Photographer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load