อาคารโบราณขนาด 3 คูหาสีขาวติดป้าย ‘โรงแรมออน ออน’ ดูโดดเด่นสะดุดตากลางถนนพังงา เมื่อก้าวผ่านประตูทางเข้าและโคมแดงสดหลายสิบลูกที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะ ฉันหลุดเข้าไปในโลกอดีตงดงาม

โรงแรมออน ออนโรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

The Memory at On On Hotel เหมือนกล่องเก็บความทรงจำที่พาเราย้อนเวลากลับไปสู่ยุคบาบ๋าย่าหยา ทางเดินหน้าประตูใหญ่ทอดยาวไปสู่ล็อบบี้ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้มและของตกแต่งแบบเพอรานากัน โครงสร้างอาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกีส กระเบื้องพิมพ์ลายใต้ฝ่าเท้าและภาพขาวดำบนผนังริมบันได บรรจุร่องรอยของโรงแรมแห่งแรกของภูเก็ตไว้เต็มเปี่ยม

ในยุคที่การทำเหมืองรุ่งเรืองในไข่มุกอันดามัน ที่ตรงนี้เป็นตรอกใกล้ท่าเรือและมีห้างดังชื่อบั่นจินไถ่ เมื่อคนเข้ามาทำงานและค้าขายผ่านมาช้อปปิ้งจะต้องกลับไปนอนในเรือ เจ้าของห้างชื่ออาก๋งแปะเลี้ยวเปี่ยว จึงตั้งโรงแรมอัน อัน เป็นภาษาจีนแปลว่า ‘ความสุขสำหรับผู้มาเยือน’ ให้คนพักด้วยราคาประมาณ 80 สตางค์ แต่การเรียกชื่อเพี้ยนไปตามการสะกดภาษาอังกฤษ จึงได้ชื่อใหม่ว่า ออน ออน

โรงแรมออน ออนโรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

เมื่อภูเก็ตกลายเป็นเมืองท่องเที่ยว โรงแรมใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย โรงแรมออน ออน กลายเป็นที่พักเก่าราคาย่อมเยาที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ต่อมา The Treasury Village Groupe เข้ามารับช่วงต่อและรีโนเวตโรงแรมแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2012 โดยปรับปรุงโครงสร้างเดิมที่เป็นไม้เก่าให้แข็งแรงขึ้น แต่ยังคงจุดเด่นอย่างการคงพื้นที่เปิดโล่งกลางลานบ้านและ ‘ฉิ่มแจ้’ หรือบ่อน้ำบาดาลรองรับน้ำฝน ทำให้พื้นที่ในตึกสว่างและอากาศถ่ายเทเย็นสบาย ระเบียงรอบๆ ชั้นสองยังเจาะเป็นช่องซุ้มโค้งเชื่อมกันไปตลอดเหมือนโบสถ์โปรตุเกส ขนาบด้วยเสาแบบกรีกโรมันตกแต่งด้วยปูนปั้นแบบจีนและฝรั่ง หลังคากระเบื้องว่าวแบบโบราณได้รับการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใกล้เคียงวันเวลาที่มันเคยสมบูรณ์

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือการกั้นห้องพักใหม่ตามธีมและสีแสนสนุก โรงแรมออน ออน รูปโฉมใหม่แต่งชั้นล่างเป็นห้องพักสีแดงธีมดอกโบตั๋นหรือ Red Peony

เมื่อขึ้นบันไดไม้ไปชั้นสองจะพบห้องพักคอนเซปต์วิถีชีวิตคนภูเก็ตยุคโบราณ แบ่งเป็นโซนสีน้ำเงินหรือโซนคหบดีที่หรูหรากว้างขวาง และโซนสีเขียวหรือโซน craftman บอกเล่าเรื่องราวของช่างฝีมือแบบต่างๆ เช่น ช่างตัดเย็บ ช่างไม้ จิตรกร ช่างถ่ายภาพ ไปจนถึงนักเดินเรือ ห้องเหล่านี้จึงหน้าตาไม่เหมือนกันสักห้องเดียว โดยตกแต่งด้วยอุปกรณ์ประกอบอาชีพแบบวินเทจ เช่น จักรเย็บผ้า เครื่องประดับ รองเท้าเจ้าสาวปักขนาดจำลอง กล้องโบราณ และแผนที่โลกยุคเก่า

ส่วนห้อง Memory Suite หรือห้องที่หรูหราใหญ่โตที่สุดคือห้องพ่อค้าวาณิช ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากอาก๋งแปะเลี้ยวเปี่ยว เจ้าของห้างบั่นจินไถ่และอดีตเจ้าของโรงแรมนี้นั่นเอง

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

ห้องพิเศษที่มีสีขาวห้องเดียวที่นี่คือห้อง The Beach ที่ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เคยมาถ่ายทำฉากห้องพักในหนังเรื่อง The Beach ในปี 2000 เป็นห้องที่ได้รับความนิยมเสมอ (ได้นอนในห้องนอนเดียวกับดาราหนุ่ม โก้เก๋น้อยอยู่ซะเมื่อไหร่) นอกจากนี้ยังมีห้องพักรวมแบบขายเป็นเตียง และมีพื้นที่ห้องกินข้าวและนั่งเล่นรวมกว้างขวางน่าสบายให้ใช้บริการหลายจุด

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

“คุณณัศรา ไตรสุวรรณ (เจ้าของ) ท่านชอบโรงแรมออน ออน มาก ชอบจนอยากทำให้แขกได้จดจำและกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อระลึกถึงภูเก็ตในสมัยก่อน และคิดถึงความสุขเมื่อเคยอยู่ที่นี่”

ดา-ปิยะนุช แวนรูช ผู้ช่วยผู้จัดการโรงแรม อธิบายความตั้งใจของการทำที่พักวินเทจระดับตำนาน แม้ฉันไม่เคยสัมผัสภูเก็ตในยุคเหมือง แต่ The Memory at On On Hotel ก็มอบความทรงจำสวยงามและความสุขสำหรับผู้มาเยือนสมชื่อจริงๆ

โรงแรมออน ออน

The Memory at On On Hotel

19 ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

http://thememoryhotel.com
FB: Memory at On On Hotel
เบอร์ติดต่อ 076-363-700 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ชื่อเข้าโรงเรียนของผม คือ อัศวิน คงศุภมานนท์ หรือ เล็ก ใบเมี่ยง – นามปากกาที่ใช้ในงานเขียน พื้นเพเป็นคนมุกดาหาร แต่กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งโอกาสที่ผมเติบโตมาในสายอาชีพทำเสื้อผ้าและร้านอาหาร ปัจจุบันผมได้พาหัวใจกลับบ้านริมโขงมา 12 ปีแล้ว

ผมเคยอ่านเจอมาว่า ‘นักอ่านมักอยากมีหนังสือของตัวเองสักเล่ม นักดื่มอยากมีร้านกินดื่มไว้สังสรรค์กับคนคอเดียวกัน นักเดินทางก็ฝันอยากมีที่พักหรือโรงแรมในแบบที่ตัวเองหลงใหล’

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร
สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

ผมเลียนแบบประโยคข้างต้นทุกประการ โดยการมีหนังสือของตัวเอง 2 เล่ม เปิดร้าน ‘ใบเมี่ยง’ ที่เป็นทั้งผับและร้านอาหารสไตล์เวียดนามมา 15 ปี และฝันสุดท้ายคือกลับไปแก่และตายที่ริมโขงบ้านเกิด ด้วยการเปิดบูติกโฮเทลและร้านอาหารสไตล์โคโลเนียล

ความชอบและรสนิยมของคนเราเปลี่ยนไปตามวัย ช่วงที่เป็นหนุ่มน้อยเคยชอบการตกแต่งประเภทซานตาเฟ่ คันทรี มิดเซ็นจูรี ลอฟต์และโรงนา แต่ทุกครั้งที่เดินทางไปเห็นบ้านเรือนสไตล์โคโลเนียลทีไร หัวใจก็เต้นแรงและรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเจอเพื่อนเก่า เพราะวัยเด็กผมเติบโตที่เมืองสะหวันนะเขต ประเทศลาว ซึ่งตรงข้ามกับจังหวัดมุกดาหาร เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมโคโลเนียลทั้งเมือง เพราะเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

‘สะหวันสำราญ’​ ที่มาของชื่อจึงมาจากสะหวันนะเขต + ถนนสำราญชายโขง โดยมีสโลแกนต่อท้ายว่า ‘ที่ซึ่งความโรแมนติกของสายน้ำ แกล้มด้วยความงามของวันวาน -​ Where good old days meet romance’ เมื่อได้แนวสถาปัตยกรรมแล้ว ผมเริ่มตามหาสถาปนิกที่ถนัดแนวนี้

โชคดีที่ผมเจอ น้องโอ๊ต-ธิติ สงวนเผ่า โอ๊ตบอกผมว่า “ทำงานกับพี่เล็กค่อนข้างง่ายและเร็ว พี่เล็กแม่นเรื่องสเกลและดีเทลสไตล์โคโลเนียลเป็นอย่างมาก” มันคงซึมซับทางผิวหนังผมมาตั้งแต่เด็กกระมัง

คอนเซ็ปต์ใหญ่ที่ผมคุยกับโอ๊ตคือ การคารวะอดีต 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องให้คนที่มาเห็นครั้งแรกคิดว่าเป็นตึกเก่าโบราณที่นำมารีโนเวตเสียใหม่ ประมาณว่าก๊อปเกรดเอ และผมก็เป็นสถาปนึกคุมช่างก่อสร้างและตกแต่งภายในเองทั้งหมด จำนวนห้องพักมีเพียง 5 ห้อง ผมเลยฟุ้งให้เป็น 5 อารมณ์ โดยมีเพื่อนรุ่นน้องมาช่วยตกแต่ง 2 ห้อง

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร
สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

French Colonial แรงบันดาลใจในการตกแต่งมาจากฉากเต้นรำยามค่ำคืนในห้องครัวของหนัง The Bridges of Madison County จุดเด่นของห้องคือ วอลเปเปอร์และเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจที่ให้ความรู้สึกเหมือนชนบททางภาคใต้ของฝรั่งเศส

The Keeper of Light ห้องนี้ได้ น้องจิรศักดิ์ ทองหยวก อดีต บ.ก.ภาพ นิตยสาร Room มาช่วยตกแต่งในสไตล์ห้องนอนของช่างภาพ โดยเน้นภาพถ่ายสถาปัตยกรรมโคโลเนียลที่ศักดิ์ชื่นชอบ

Good Old Days แรงบันดาลใจจากหนังของ หว่อง กาไว บรรยากาศห้องนี้เหมือนจำลองภาพของฮ่องกงในยุค 60s

Sumroeng ห้องนี้ได้ น้องกานต์ บุญทริก โปรดักต์ดีไซเนอร์มาช่วยรังสรรค์อารมณ์ลอฟต์ โดยมีหัวรถโฟล์กหน้าวีปี 1959 ประดับเด่นสง่าอยู่บนหัวเตียง

Vintage Emotion ห้องที่ผสมผสานระหว่างความเนี้ยบและความดิบแบบย้อนแย้งสุนทรียะ ความคลาสสิกของพื้นไม้ปาร์เกต์ตัดกับผนังอิฐก่อโชว์ ทาสีขาวแบบถลอก และเฟอร์นิเจอร์แนวสแกนดิเนเวีย

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

ด้วยเนื้อที่เกือบ 3 ไร่ริมโขง สถาปนิกเลยวางแปลนตึกให้ชิดด้านขวาหน้าโขง เหลือพื้นที่ไว้ต่อเติมห้องพักในภายหลัง พื้นที่ส่วนใหญ่ของโครงการจึงจัดเป็นส่วนร้านอาหาร ซึ่งเป็นรายได้หลักมาหล่อเลี้ยงความฝันไปก่อน ประสบการณ์ที่ทำร้านอาหารมา 15 ปี และมีแม่ยายเชื้อสายเวียดนามเป็นแม่ครัวใหญ่ เมนูหลักเลยเป็นอาหารเวียดนามและปลาแม่น้ำโขง แหนมเนืองสูตรโบราณของแม่ยายที่ใครได้ชิมก็ติดใจจนต้องบอกต่อ อีกทั้งความสดของวัตถุดิบจำพวกปลาแม่น้ำโขงก็ยิ่งเสริมรสชาติให้ตราตรึง

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงมีวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ซึ่งอยู่บนภูเขาที่ใกล้เมืองเพียง 3 กิโลเมตร และเป็นจุดชมแม่น้ำโขงที่สวยงามที่สุดของเมือง เป็นมุมที่แม่น้ำโค้งสวยเหมือนท้องมังกรตามที่ซินแสกล่าวไว้

กิจกรรมพิเศษที่แนะนำคือ ล่องน้ำโขงด้วยซัพบอร์ด โดยนำซัพบอร์ดลงที่หน้าโรงแรมแล้วลอยละล่องแบบอ้อยอิ่งไปตามสายน้ำ พร้อมกับชมภาพพระอาทิตย์ตกกลางลำน้ำ ที่สะท้อนสะพานสีทองลงแม่น้ำ เป็นโมเมนต์ที่คุณจะหลงรักแบบไม่รู้ลืม เมื่อล่องไปได้สัก 30 นาทีจะถึงเกาะหินสูง ขึ้นไปนั่งพักบนลานหินคล้าย ๆ สามพันโบก หลังพระอาทิตย์ตกดิน ลานหินตรงนี้มีดวงดาวนับล้านดวงมาเผยโฉมความงามในยามค่ำคืน ถ้าโชคดีกว่านั้น บางคืนอาจเห็นฝูงหิ่งห้อยตัวน้อยบินมาเต้นรำใต้แสงดาว

บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน

เสร็จจากการพายซัพบอร์ด ใต้โรงแรมเรามี So Bar -​ cocktail & vinyl บาร์ที่เสิร์ฟสุนทรียะโดย บลูกาย ลูกชายคนเดียวของผมเอง เขาเป็นทั้งบาร์เทนเดอร์และอินทีเรีย ทำให้บรรยากาศออกมาในยุค 50s อีกทั้งยังขับกล่อมบทเพลงด้วยแผ่นไวนิล ถ้าดื่มด่ำยังไม่พอ แนะนำให้ไปต่อที่เมืองเก่า ซึ่งผมและน้อง ๆ ได้หุ้นกันทำแกลเลอรี่คาเฟ่อารมณ์หว่อง กาไว -​ ตงเสี่ยวหลง โดยจุดประสงค์ของคาเฟ่คืออยากส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับนักฝันท้องถิ่น และมีพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ ‘ปล่อยของ’

บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน
บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เมื่อมามุกดาหาร คือการนั่งเรือข้ามไปยังฝั่งสะหวันนะเขต

เหมือนวลีที่ผมชอบโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า “เพียงข้ามเรือ 20 นาที อารมณ์ก็เปลี่ยน…”​ เหมือนเราไปสงขลาและมีของแถมได้ข้ามไปเที่ยวปีนังอีกเมือง สะหวันนะเขตเป็นเมืองที่ผมเติบโตมาในวัยเด็ก เป็นเมืองที่หัวใจเต้นช้าอีกเมืองหนึ่ง เมืองที่มีสถาปัตยกรรมโคโลเนียลของฝรั่งเศส และอาร์ตเดโคของอเมริกา ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน เป็นเมืองที่มีโรงหนัง Stand Alone ไซส์สกาลาอยู่ 3 โรง

บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน

เพียงมีจักรยานสักคันกับกล้องคู่ใจ ปั่นละเลียดชมความงามของเมืองแบบไม่รีบร้อน บรรยากาศรูป-รส-กลิ่น-เสียง และชีพจรอันอ้อยอิ่งของเมือง เหมือนจะพาเราหลงหายไปในฉากหนังของ Cinema Paradiso โรงหนังลาวเจริญ รามา หนึ่งในโรงหนัง Stand Alone ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง กำลังถูกแปลงโฉมเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ รวมร้านรวงหลากหลายและมีโถงใหญ่ของโรงหนังไว้จัดนิทรรศการหรือจัดมินิคอนเสิร์ตด้วย เสร็จจากชมเมืองเก่า มีไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินที่ริมโขงฝั่งลาว เป็นภาพพระอาทิตย์ตกดินที่สวยไม่แพ้ที่ใดในโลก…

มีลูกค้าห้องพักสะหวันสำราญ 2 ท่านมาทิ้งตัวที่นี่ และเกิดแรงบันดาลใจไปสร้างอาณาจักรที่พักในฝันของตัวเองสำเร็จไปแล้ว เหมือนที่ผมเขียนเกริ่นไว้ในช่วงต้น รายต่อไปอาจเป็นคุณก็ได้

ถ้าจะบอกว่าสะหวันสำราญคือ ‘โรงงานบ่มเพาะความฝัน’ หรือ ‘แท่นพิมพ์ส่งต่อแรงบันดาลใจ’​ คงจะไม่เกินเลย

สะหวันสำราญ

ที่ตั้ง : 199 ถนนสำราญชายโขงใต้ ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 4263 2669Facebook : Savan Sumran สะหวันสำราญ

Writer

อัศวิน คงศุภมานนท์

เรียนจบ ม.รามคำแหง สาขาบริหารโฆษณา อาชีพหลักเป็นนักฝัน งานอดิเรกคือเฟสติวัลเมกเกอร์และนักอยากเขียน มีผลงานมาแล้ว 2 เล่ม คือ 'ฮอยอันหวานเย็น'​ และ 'โรงรูปเงา')

Photographer

อิสรพงษ์ ชาภูบาล

ช่างภาพอิสระ มุกดาหาร พันธ์ุแท้ 100%

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load