หลายเดือนก่อน ผมบังเอิญแวะผ่านไปแถวรถไฟฟ้า BTS สถานีราชดำริ แล้วก็แปลกใจกับอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายๆ กับกล่องเปล่าๆ ที่มีโต๊ะและเก้าอี้พร้อมให้นั่ง ถัดมาอีกบล็อกหนึ่งก็เห็นคนนั่งทำงานอยู่ภายใน

ด้วยความสงสัยปนกับความรีบ ผมจึงไม่ทันเข้าไปสอบถามคนในนั้น แต่ก็เก็บความสงสัยนี้ไปหาคำตอบในอินเทอร์เน็ต

ข้อมูลจำนวนหนึ่งในโซเชียลมีเดียทำให้ผมตัดสินใจกลับไปที่นั่น เพื่อทำความรู้จักกับ WERK Co-working Space พื้นที่ทำงานน้องใหม่ที่มีทำเลน่าดึงดูดใจเพราะตั้งอยู่บนสถานีรถไฟฟ้า BTS

รู้ตัวอีกทีผมก็กำลังสมัครสมาชิกรายเดือน และเข้ารับบริการทันทีในวันนั้น

WERK พื้นที่ทำงานเวิร์คๆ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS

ในฐานะที่ทดลองใช้บริการจริงมาแล้วระยะหนึ่ง ผมอาสาพาทุกคนมาทำความรู้จักกับทีม WERK (เวิร์ค) ซึ่งประกอบด้วย กาณฑ์ สมบัติศิริ (Founder), ภวินท์ สิงหละชาติ (Lead Marketing), ปริญญ์ พงษ์พานิช (Lead Operation), ธนกร จ๋วงพานิช (Partner ทางด้านกฎหมาย), ณิชมน ใจท้วม, สุปรียา ทิมวงษ์ และ ปุญญา ภูชัชวนิชกุล (Working Team) ผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดและการทำงานของ WERK ที่ WORK! จริง

WERK พื้นที่ทำงานเวิร์คๆ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS

WORK + PLACE

WERK มาจากภาษาเยอรมัน แปลว่า work ในภาษาอังกฤษ

“เราเริ่มต้นจากอยากหาที่ทำงานที่ตอบโจทย์การทำงานที่ดี จนเจอกับคำนี้ในภาษาเยอรมัน ที่พูดถึงการทำงานอย่างมีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ” กาณฑ์เล่าความตั้งใจแรกเริ่มก่อนคิดต่อยอดธุรกิจจากโอกาสที่มองเห็น ได้แก่พื้นที่บนสถานีรถไฟฟ้าที่สะดวกและเข้าถึงง่ายตอบโจทย์การทำงานและดึงดูดคนรุ่นใหม่

“ขณะที่ Co-working Space เจ้าอื่นขายเรื่องใกล้ BTS เราขายเรื่องที่อยู่บน BTS” ธนกรและกาณฑ์ผลัดกันเล่า

WERK พื้นที่ทำงานเวิร์คๆ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS WERK พื้นที่ทำงานเวิร์คๆ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS

คนที่อยู่ในระบบรถไฟฟ้าต่อวันมีมากถึง 1 ล้านคน ทั้งยังเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมือง แต่ชีวิตคนกรุงเทพในปัจจุบันต้องเดินทางถึง 2 ชั่วโมงเพื่อทำงานหรือประชุมแค่ 20 นาที ทำได้เช้าอย่าง บ่ายอย่าง จะดีกว่าไหมถ้าทำให้คนใช้เวลาในการเดินทางแต่ละวันแค่ 20 นาที แล้วมีเวลาทำงานหรือประชุม 2 ชั่วโมง” กาณฑ์เล่าก่อนจะเสริมว่านอกจาก WERK จะช่วยแก้ปัญหา ลดเวลาในการเดินทาง แล้วยังช่วยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจด้วย

2018 A Space Odyssey

สิ่งที่ทำให้ WERK น่าสนใจคือ การเป็นมากกว่า Co-working Space

ถ้าเราทำงานอยู่ที่บ้านแล้วรู้สึกทำงานช้ากว่าปกติ ไม่ค่อยได้งานเท่าไหร่ เพราะอารมณ์ยังไม่พร้อม

เราจะมีทางเลือกอะไรบ้าง เมื่อต้องตัดสินใจออกมาทำงานข้างนอก ร้านกาแฟอาจจะตอบโจทย์เรื่องความคล่องตัว การเช่าออฟฟิศในตึกสูงอาจจะตอบโจทย์กิจการที่ต้องการความน่าเชื่อถือ

WERK พื้นที่ทำงานเวิร์คๆ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS

แต่สำหรับธุรกิจเกิดใหม่ที่อาศัยการติดต่อสื่อสารกับคนมากมาย การอยู่ในพื้นที่ใจกลางเมืองจึงสะดวกกับทุกฝ่าย ติดต่อกับลูกค้าหรือคู่ค้าง่าย ที่สำคัญ ยังเป็นเหมือนป้ายบิลบอร์ดของธุรกิจไปในตัวซึ่งหาไม่ได้จากที่ไหน นั่นคือ WERK ไม่ได้เป็นแค่ Co-working Space แต่เป็น Decorated Space หรือพื้นที่ตกแต่งพร้อมให้สตาร์ทอัพหรือแบรนด์ของธุรกิจเกิดใหม่ใช้สถานที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย

“สำหรับเรา นี่คือการรวมพื้นที่ทำงานเข้ากับสื่อในรูปแบบที่สร้างปฏิสัมพันธ์ เพราะอยากให้ผู้บริโภคซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายแบรนด์นั้นๆ สัมผัสสินค้าและบริการที่ธุรกิจเกิดใหม่สร้างขึ้นอย่างตั้งใจ” กาณฑ์เล่าถึงความตั้งใจ ก่อนจะยกตัวอย่างถึงแบรนด์ที่นอนที่ก่อนหน้านี้มีช่องจำหน่ายสินค้าทางเดียวคือออนไลน์ จนกระทั่งทีม WERK ชวนมาเปิดออฟฟิศกึ่งโชว์รูมให้ผู้ที่สนใจทดลองสัมผัสความดีงามของสินค้าจริง จนเพิ่มยอดขายมากกว่า 100%

WERK พื้นที่ทำงานเวิร์คๆ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS WERK พื้นที่ทำงานเวิร์คๆ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS

“สิ่งที่ WERK อยากสร้างไม่ใช่แค่ Co-working Space หรือพื้นที่ทำงานให้เช่า แต่เป็นเรื่องการสร้าง Community บนสถานีรถไฟฟ้า BTS” ธนกรเล่า ซึ่งภายในปี 2018 นี้ เราจะได้เห็น WERK ขยายไปที่ BTS สถานีอื่นๆ อีก 5 สถานี

ธนกรเป็นตัวแทนเล่าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปให้ฟังว่า กล่องที่เห็นตามสถานีต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากการคัดสรรของทีม WERK นั้นจะสร้างเกิดบรรยากาศที่ดี เพราะไม่เพียงแบรนด์ได้สื่อสารสิ่งที่ตั้งใจ แต่มีความเชื่อมโยง อยู่รวมกันแล้วเป็นอันหนึ่งอันเดียว

โจทย์หลักของระบบ BTS คือสร้างมาเพื่อขนส่ง ซึ่ง WERK มองว่าในเมื่อมีคนจำนวนมากเดินทางกันในระบบนี้ และคนก็เดินทางเพื่อไปทำงานกันอยู่แล้ว จึงมีโอกาสที่จะต่อยอดธุรกิจจากแค่ระบบขนส่งเป็นระบบขนส่งที่มีชุมชนของคนที่มีความสร้างสรรค์ และสามารถนำความสร้างสรรค์ที่เกิดในชุมชนนี้ไปสร้างธุรกิจขึ้นมาพัฒนาประเทศได้อีกด้วย ซึ่งหลังจากที่กาณฑ์ได้เข้าไปฝึกงานกับ VGI Global Media บริษัทในเครือ BTS ก็ได้เห็นโอกาสนี้ และนำไอเดียไปเสนอกับทาง VGI Global Media จนได้รับโอกาสในการลงมือทำในที่สุด

“เราอยากจะสร้างชุมชน ที่ทำงานก็ได้ สื่อสารกับผู้บริโภคก็ง่าย ที่ทำให้ BTS เป็นมากกว่าระบบขนส่ง พอวันนึงที่เราทำสำเร็จ BTS ก็จะไม่ใช่แค่ระบบขนส่งต่อไป แต่จะเป็นชุมชนที่อยู่คู่กับคนกรุงเทพจริงๆ ไม่ใช่มาเพื่อผ่าน แต่มาเพราะตั้งใจมาเจออะไรบน BTS จริงๆ” ธนกรกล่าว

กาณฑ์กล่าวเสริมว่า “พอกลายเป็นชุมชนที่ยั่งยืน ธุรกิจใหม่เกิดขึ้นได้ พ่อแม่มารับลูกได้ ทุกคนรู้สึกปลอดภัยกับชีวิตในระบบนี้ สังคมมันจะน่าอยู่ขึ้น พอเราใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดได้เนี่ย มันจะมีสิ่งดีๆ ที่สามารถเกิดตามมาได้ และเราคิดว่าการพยายามรวมกลุ่มของคนด้วยระบบขนส่งเอง ด้วยแนวคิดที่เราพยายามจะพิสูจน์กัน มันจะเป็นสิ่งที่ลงตัวกันพอดี”

โดย WERK มองว่า อยากวางตัวให้เป็น Category King ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะจัด WERK อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์หรือสื่อ “นั่นคือเราเป็นคนสร้างคอนเทนท์ 50% แรกเราเป็นคนสร้างพื้นที่ขึ้นและคัดเลือกคนเข้ามาในพื้นที่ แต่อีก 50 %หลังก็คือ แบรนด์กลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาสร้างฝันร่วมกับเรา” กาณฑ์กล่าว

TEAM WERK MAKES THE DREAM WORK

WERK พื้นที่ทำงานเวิร์คๆ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS

WERK พื้นที่ทำงานเวิร์คๆ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS

แม้ WERK จะตั้งอยู่ในสถานี BTS แต่ประสบการณ์ที่ได้รับในการทำงานกลับเหมือนนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน เพราะ WERK ให้ความสำคัญกับการบรรยากาศ ทั้งการเลือกใช้โทนสีส้มในการสร้างการจดจำ รวมถึงโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ขณะที่ก็ต้องเผชิญกับเรื่องท้าทายไม่น้อยอย่าง การออกแบบขนาดของพื้นที่ทำงานที่กว้างขวางเพียงพอ การควบคุมเสียงไม่ให้รบกวนสมาธิการทำงาน รวมถึงเรื่องสำคัญที่ลืมไม่ได้อย่างห้องน้ำ ซึ่งทั้งหมดเป็นผลจากการทำงานเป็นทีม

ไม่ต่างจากทีมฟุตบอล ในการทำงานของทีม WERK ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหน ทุกคนก็จะส่งเสริมช่วยเหลือกันเสมอ

“เราไม่ได้ต้องการคนที่เก่งที่สุด แต่ต้องการคนที่อยู่กับปัญหาได้ เรียนรู้และแก้ไขปัญหานั้นอย่างสร้างสรรค์” กาณฑ์เล่า

“หัวใจของสตาร์ทอัพคือ เล็กและคล่องตัว ทุกคนในทีมจะได้ทำงานหลากหลาย จึงไม่จำเป็นต้องมีทีมงานที่ใหญ่มากเกิน ซึ่งแม้จะมีชื่อตำแหน่งแต่ในความจริงทุกคนช่วยกันคิดช่วยกันทำ เราเชื่อในศักยภาพของคนที่จะทำงานให้เกิดขึ้น จำนวนคนจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่า” ธนกรทิ้งท้าย

สำหรับการเข้าใช้บริการ WERK หากมาทาง BTS ก็สามารถลงไปแล้วติดต่อ WERK reception ห้องที่อยู่ตรงกลางสถานีได้เลย ทาง WERK จะอำนวยความสะดวกเรื่องเข้าออกระบบ BTS ให้ แต่หากเดินทางมาโดยวิธีอื่น และต้องการจะเข้าสถานีก็สามารถกดปุ่มที่จะอยู่หน้า Co-working space ได้

หรือลองสอบถามเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊กเพจ WERK โดยเวลาเปิดบริการจะเริ่มตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 23.00 น. เพื่อให้เดินทางกลับได้ทันก่อนสถานี BTS ปิด  ส่วนห้องน้ำจะให้บริการผ่านระบบที่ WERK พัฒนาร่วมกับ Rabbit Card ส่วนใครที่กังวลเรื่องอาหารก็สามารถเดินไปทานได้ที่ตึกอมรินทร์พลาซ่า หรือร้านอาหารตามสั่ง หรือร้านสะดวกซื้อบริเวณนั้น

WERK พื้นที่ทำงานเวิร์คๆ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS

Writer

จุติณัฏฐ์ ไตรชลาสินธุ์

จบเศรษฐศาสตร์ สนใจเรื่องวิธีคิดและพฤติกรรมคน ชอบคุยกับตัวเองและคนอื่น มีความฝันจะมีธุรกิจของตัวเองในอนาคต

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

มาตั้งสติจากแนวคิดและบทเรียนน่ารู้ของสตาร์ทอัพที่น่าจับตา

หมายเหตุ : บทความนี้เขียนขึ้นตอนกำลังนั่งรถไปแคมป์ปิ้ง เลยทำให้อินเป็นพิเศษ

ลองมองย้อนกลับไปในชีวิตที่เคยแคมป์ปิ้งมาบ้าง 

เห็นภาพตัวเองรีบตื่นเช้า รีบออกเดินทางให้ไปถึงลานกางเต็นท์ให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้จุดกางเต็นท์ดี ๆ วิวสวย ๆ ครั้งหนึ่งแวะระหว่างทางจนไปสาย ก็ต้องยอมกางเต็นท์บนเนิน นอนตัวเกร็งทั้งคืนไม่ให้ตัวไหลไปด้านล่าง

ยิ่งเป็นลานกางเต็นท์ฮอตฮิตอย่างอุทยานแห่งชาติ ที่แน่นอนเรื่องความอุดมสมบูรณ์และวิวแบบพาโนราม่า ก็มักจะมีระบบการจองท้าทายความทุ่มเทของคนไป แบบที่ต้องเตรียมการล่วงหน้าเป็นเดือน ๆ

เช่นเดียวกับ อีฟ-อติชา ยิ่งศิริอำนวย ผู้ก่อตั้ง Campa แพลตฟอร์มจองพื้นที่กางเต็นท์แรกในประเทศไทย ซึ่งเคยเจอปัญหาเหล่านี้กับตัวเองเช่นกัน 

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

อีฟเริ่มท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติจากการเดินป่า แล้วค่อยขยับมาตั้งแคมป์อย่างจริงจัง ตระเวนเดินทางไปจุดต่าง ๆ ในประเทศ ก่อนจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่นิวยอร์ก ที่ที่เธอใช้วันหยุดส่วนใหญ่ไปกับการตั้งแคมป์นอกเมือง (บางครั้งก็นอกรัฐ) ได้เห็นระบบการจอดลานกางเต็นท์ที่ไม่มีในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์สำหรับอุทยานของภาครัฐ และลานกางเต็นท์อิสระของภาคเอกชน ระบบจ่ายเงินที่เสร็จสมบูรณ์บนหน้าจอ การจองจุดกางเต็นท์ที่เราเลือกได้เองแบบไม่ต้องรอลุ้นหน้างาน บางที่นำนวัตกรรมมาใช้จนไม่ต้องมีพนักงานเฝ้าลานเลยสักคน

Campa จึงเริ่มต้นจากคำถามว่า ‘ทำไมถึงไม่มีระบบการจองลานกางเต็นท์ในประเทศไทย’

ส่วนชื่อแบรนด์ ถ้าอ่านเสียงภาษาอังกฤษก็ฟังรื่นหู 

ถ้าอ่านเสียงภาษาไทยคือ แคมป์ปะ? แบบเวลาเราโทรชวนเพื่อนไปตั้งแคมป์นั่นแหละ

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

01

สหรัฐอเมริกาคือที่ในฝันของคนสายแคมป์ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติมากมาย รวมไปถึงเว็บไซต์หลายเจ้ารองรับอุปสงค์ของคนทั่วประเทศ บนเว็บไซต์อำนวยความสะดวกด้วยข้อมูลต่าง ๆ มีวิธีการจองและการจ่ายเงินที่ชัดเจน จนการแคมป์ปิ้งกลายเป็นวัฒนธรรมปกติ แบบที่ถ้าถามเพื่อนว่าเสาร์อาทิตย์นี้มีแผนไปเที่ยวไหน การตอบว่าแคมป์ปิ้งก็ไม่ต่างอะไรจากการไปห้างสรรพสินค้าหรือดูหนัง

หลังเรียนจบ อีฟวางแผนไป Road Trip ที่ Yellowstone แต่การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ต้องยกเลิกทุกอย่าง 

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

“เป็นช่วงตัดสินใจว่าจะกลับไทยหรือต่อวีซ่าทำงานอีกปีที่โน่น พอไม่ได้ไปทริปนั้นเลยนั่งไล่ดูเว็บไซต์ต่าง ๆ อยากไปจังเลยแต่ไม่ได้ไป สุดท้ายคิดขึ้นได้ว่า ทำไมที่ไทยไม่มีแบบนี้ ประเทศไทยก็ที่สวย ๆ เยอะแยะ แต่กลับไม่มีแพลตฟอร์มการจองที่เป็นระบบ คิดเสร็จก็โทรไปเล่าให้เพื่อนสนิท (ตั๊ก-ปวีณา คล้ายสุบรรณ) ฟัง แล้วก็ชวนมาทำด้วยกันเลย” 

เธอบินไปซิลิคอนวัลเลย์ แคลิฟอร์เนีย ซื้อกระดานไวท์บอร์ดมาหนึ่งแผ่น และเริ่มไล่เรียงเขียนแผนธุรกิจทั้งหมดในอพาร์ตเมนต์ของตั๊ก

 02

“ผีสตาร์ทอัพเข้าสิง” อีฟหัวเราะ

แม้การไปแคมป์จะไม่สะดวกสบายเท่าการนอนโรงแรม การจะไปแต่ละครั้งก็ไม่ควรต้องลำบาก โดยเฉพาะในเรื่องที่จัดการได้ล่วงหน้า เช่น การจอง การจ่ายเงิน การหาข้อมูลของลานกางเต็นท์ ความเบียดเสียด ความไม่แน่นอน หรือการตั้งตารอทริปหนึ่ง เพื่อพบว่าสิ่งที่เราคาดหวังไม่ได้เป็นอย่างนั้น

การไปแคมป์มันควรจะง่ายกว่านี้

จากความตั้งใจแรกเริ่มที่แค่อยากสร้างแพลตฟอร์มและระบบจองลานกางเต็นท์ในประเทศไทย อีฟพบว่านี่คือแนวคิดแบบสตาร์ทอัพที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยเทคโนโลยี

ปัญหาที่ว่ามีทั้งหมด 4 ข้อใหญ่ ๆ

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป
  1. คนไม่รู้ว่าจะไปแคมป์ปิ้งที่ไหน 

บางที่ต้องหาดูจากเพจ บางที่บอกกันปากต่อปาก การหาลานจองเต็นท์สวย ๆ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมือใหม่หัดแคมป์ อีฟตั้งใจให้แพลตฟอร์มเป็นศูนย์รวมลานกางเต็นท์ทั่วประเทศไทย และมีระบบที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานทุกระดับ ตั้งแต่มือสมัครเล่นจนถึงมืออาชีพ แค่เสิร์ชชื่อจังหวัดก็มีขึ้นมาให้เลือกเหมือนแพลตฟอร์มจองโรงแรมที่คุ้นเคยกันดี พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับลานกางเต็นท์และสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องส่งข้อความหรือโทรไปสอบถามโฮสต์หรือลานกางเต็นท์อีกครั้ง

  1. การจ่ายเงินที่แตกต่างกันไปแต่ละลาน 

บางลานให้โอนล่วงหน้า บางลานเดินเก็บตามเต็นท์ หากมีระบบการจ่ายเงินที่ง่ายและเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ตอนจอง โฮสต์ก็ไม่ต้องจ้างคนมาคอยเก็บเงิน ส่วนลูกค้าก็ไม่ต้องเตรียมเงินไปจ่ายหน้างานให้ยุ่งยาก

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป
  1. ระบบ First come, First served ที่จริง ๆ แล้วอาจไม่ตอบโจทย์

ข้อนี้เราอินเป็นพิเศษ เพราะประสบการณ์น้อยนิดที่ผ่านมา ไม่เคยไปถึงลานกางเต็นท์ทันจุดที่อยากกางเลยสักครั้ง ต้องแก้ปัญหาด้วยระบบที่ไม่ได้แค่จองแค่พื้นที่ แต่จองจุดกางเต็นท์ได้เลยตั้งแต่แรก ลูกค้าก็ไม่ต้องรีบตื่นรีบไป ใครอยากแวะเที่ยว แวะดื่มกาแฟก่อน แล้วค่อยไปถึงแคมป์ตอนเย็น ๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเจอประสบการณ์แบบ ‘ไม่ตรงปก’ ไม่ได้วิวที่เราตั้งใจไปดูจริง ๆ

  1. ความเป็นส่วนตัวที่หลายคนมองหา

ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว แม้เราไปถึงก่อนใครและได้กางเต็นท์ในจุดที่ต้องการแล้ว ก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าจะไม่มีเต็นท์หลังอื่นมากางอยู่ข้างหน้า ในช่วงไฮซีซั่น โฮสต์บางลานรับคนแน่นมากจนเต็นท์อยู่ติด ๆ กันแบบที่อีฟบอกว่า ‘เชือกจะเกี่ยวกันอยู่แล้ว’ ลานกางเต็นท์ที่อยู่บนแพลตฟอร์มนี้ จึงต้องแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจน ระบุจำนวนคนสูงสุดต่อพื้นที่ ถ้าคนมากหน่อยก็ต้องเช่าพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไม่ต้องกังวลว่าเสียงของเต็นท์ข้าง ๆ จะรบกวน ไม่ต้องกลัวว่าสมอบกเต็นท์จะไปโดนเต็นท์ใคร และมีความเป็นส่วนตัวในบรรยากาศเอาต์ดอร์สบาย ๆ ได้เต็มที่

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

03

อีฟเลือกไม่ต่อวีซ่าทำงานที่อเมริกาแต่กลับเมืองไทยเพื่อจัดตั้งบริษัท สิ่งที่เขียนกับตั๊กบนกระดานไวท์บอร์ดในอพาร์ตเมนต์ที่ซิลิคอนวัลเลย์ คือความเป็นไปได้ที่ทำให้เธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่โดยไม่ลังเล

สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนธุรกิจมาตั้งแต่เริ่ม ทั้งคู่เริ่มจากการคิดตาม Pitch Deck หรือไฟล์นำเสนอของธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีโมเดลใกล้เคียงกันอย่าง Airbnb

“เราดูตามไปทีละจุดว่าต้องมีตัวเลขอะไรบ้าง แล้วเอาหัวข้อนั้นมาจดบนกระดาน”

ถ้าเล่าคร่าว ๆ พวกเขาเริ่มจากการสำรวจตลาดเพื่อหา Market Validation ว่าในประเทศไทยมีตลาดคนแคมป์ปิ้งอยู่จริงไหม และมากแค่ไหน ตามด้วย Traction ว่าโมเดลธุรกิจของ Campa จะดึงดูดลูกค้าได้หรือไม่ ก่อนวิเคราะห์ SWOT ว่ามีข้อได้เปรียบ ข้อด้อย อุปสรรค และโอกาสอะไรบ้าง 

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

Campa จึงออกมาเป็นแพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์ ระบบคล้าย ๆ กับแพลตฟอร์มจองโรงแรมต่าง ๆ เป็นตัวกลางจับคู่ระหว่างผู้ให้บริการกับผู้บริโภค รายได้หลักมาจากการแบ่งเปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียมในการจองแต่ละครั้ง โดยทีมงานจะเข้าไปสำรวจพื้นที่ที่เข้าร่วม ให้คำปรึกษาเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องมี วัดพื้นที่จริงเพื่อกั้นล็อกกางเต็นท์ให้แยกเป็นสัดส่วน และถ่ายรูป 360 องศาของแต่ละล็อกให้เห็นวิวจริง ก่อนจะนำขึ้นเว็บให้ลูกค้าได้เลือกดู

อีฟบอกว่า จุดขายหลักของแพลตฟอร์มคือการจองล่วงหน้า ที่ดูยังไงก็เข้าท่าและคนน่าจะต้องการ และยังเป็นเหตุผลที่ทำให้อีฟกลับไทยเพื่อทุ่มเทให้กับธุรกิจนี้สุดตัว ทำเป็นงานหลัก ไม่ใช่ Side Project 

เธอหาข้อมูลอย่างหนัก คุยกับผู้มีประสบการณ์มากมาย ทั้งยังได้ที่ปรึกษาเป็นร้าน ThailandOutdoor Shop ผู้จำหน่ายอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง 

นักแคมป์ปิ้งผู้คร่ำหวอดในวงการบางคนติดเรื่องราคาของลานกางเต็นท์เอกชน ที่อาจไม่ย่อมเยาเหมือนลานกางเต็นท์ในอุทยานแห่งชาติ

แต่หลายคนกลับมองว่าแพลตฟอร์มนี้จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์แคมป์ปิ้ง และเชียร์สุดใจให้ทำต่อ 

“เขาบอกว่ามันถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว อุปกรณ์ตั้งแคมป์มีแทบทุกอย่าง แม้แต่แอร์ในเต็นท์ยังมีแล้ว ทำไมระบบการจองจุดกางเต็นท์ถึงยังไม่พัฒนา ถ้าเราไม่ทำ วันหนึ่งก็ต้องมีคนทำแน่นอน”

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

04

ฟังแค่นี้เหมือน Campa จะช่วยผู้บริโภคเป็นส่วนใหญ่ แต่อีฟบอกว่าแพลตฟอร์มไม่ได้แก้แค่ปัญหาฝั่งผู้ใช้ เพราะจะเข้ามาแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการด้วยเช่นกัน

“ปกติเวลาคนคนหนึ่งจะไปแคมป์ปิ้ง เขาจะมีคำถามมากมาย เช่น วันเสาร์ที่ 20 ว่างไหมคะ แล้ววันหนึ่งไม่ได้มีคนถามแค่คนเดียว ยังไม่นับคำถามอื่น ๆ อย่างมีน้ำอุ่นไหม มี Wi-Fi ไหม เจ้าของลานต้องตอบกี่คำถามในหนึ่งวัน”

ณ วันนี้มีลานกางเต็นท์บนแพลตฟอร์มกว่า 20 แห่ง ส่วนหนึ่งเป็นลานที่ทีมงานเดินไปหา อีกส่วนเป็นฝ่ายติดต่อเข้ามาก่อน แต่จำนวนโฮสต์ก็เป็นอีกเรื่องที่เหนือความคาดหมาย

“เรามองโลกไว้ในแง่ดีมาก ระบบมันเวิร์กขนาดนี้ ต่างประเทศเขาก็มีกัน และไม่ใช่แค่อเมริกา ที่ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรปก็มีด้วย แล้วเราเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย คิดว่ายังไงโฮสต์ต้องอยากมาร่วมกับเราแน่นอน 

“แต่เอาเข้าจริง การหาโฮสต์นั้นเหนื่อยสุด ๆ บางอาทิตย์เพิ่มมาแค่ 2 ที่ ตอนแรกเราคิดว่านี่จะเป็นเว็บไซต์ที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมคนแคมป์ สุดท้ายต้องยอมรับว่า มันเปลี่ยนพฤติกรรมโฮสต์มากกว่า”

โฮสต์บางคนตกลงเข้าร่วมกับแพลตฟอร์มทันทีเพราะเฝ้ารอระบบแบบนี้มานานแล้ว แต่บางคนยังไม่สนใจเพราะ 2 เหตุผลที่เข้าใจได้

หนึ่ง แพลตฟอร์มของอีฟเป็นสิ่งใหม่ การจะขอพื้นที่ของเขามาอยู่บนนี้จึงต้องอาศัยความไว้ใจหรือตัวอย่างให้เห็นว่าจะประสบความสำเร็จ

สอง โฮสต์หลายคนรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่ปัญหา การหาแอดมินให้ข้อมูลหรือคนเก็บเงินก็เป็นสิ่งที่เขายินดีทำอยู่แล้ว รายได้ในแต่ละเดือนก็เพียงพอ จึงไม่จำเป็นต้องแบ่งส่วนหนึ่งให้ใครเพื่อสร้างระบบขึ้นมา

ทุกการจองจะมีค่าธรรมเนียม 18 – 25 เปอร์เซ็นต์เข้าแพลตฟอร์ม ขึ้นอยู่กับราคาตั้งต้นที่โฮสต์เป็นคนกำหนด แต่ Campa จะแนะนำให้โดยเปรียบเทียบราคาของลานที่อยู่โซนใกล้เคียงกัน บรรยากาศใกล้เคียงกัน พร้อมส่งรายงานข้อมูลการจองให้ทุกวัน สัปดาห์ไหนยอดการจองลดลงจนผิดสังเกต ขณะที่ลานเพื่อนบ้านยอดขายดีเหมือนเดิม ก็จะนัดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องโปรโมชัน การสื่อสารทางการตลาด หรือการปรับลดราคา

ส่วนรูปแบบการอยู่บนแพลตฟอร์มมี 2 แบบ คือ เข้าร่วมทั้งหมดหรือเข้าร่วมแค่บางส่วนของพื้นที่ก็ได้เช่นกัน 

ลานกางเต็นท์บนเว็บไซต์ได้ผ่านการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อย (Verified) และ Campa ตกลงว่าจะช่วยด้านการตลาดให้อีกแรง เช่น เชิญคนมารีวิวพื้นที่ หรือทำวิดีโอโปรโมตกิจกรรมและทิวทัศน์

พื้นที่ที่มองหาไม่จำเป็นต้องเป็นลานกางเต็นท์อยู่แล้ว และอาจจะไม่ต้องมีวิวพันล้าน เพราะทุกที่มีจุดเด่นแตกต่างกันไป

อีฟเล่าให้ฟังว่า มีที่หนึ่ง วิวไม่ใช่จุดเด่นที่สุด เพราะจุดขายคืออากาศหนาวตลอดปี ส่วนอีกที่เป็นสวนผลไม้ที่ลูกค้าชอบมาก เพราะเขาอนุญาตให้เก็บผลผลิตจากต้นมาประกอบอาหารได้ฟรี แถมย้ำว่าใครมีพื้นที่และอยากเข้าร่วมกับ Campa ก็ติดต่อมาได้เลย

แพลตฟอร์มจองพื้นที่กางเต็นท์แรกของประเทศไทย ที่ตั้งใจแก้ปัญหาเรื่องระบบการจองเพื่อทั้งผู้ใช้และผู้ประกอบการ

05

แพลตฟอร์ม Campa เปิดตัวในรูปแบบเว็บไซต์ตอนเที่ยงคืนวันที่ 1 เดือนตุลาคม ปี 2021 และมีคนเข้าจองทันที

แผนธุรกิจ 3 ปีแรกคือ รวบรวมลานกางเต็นท์ในทุกจังหวัดของประเทศไทยให้ได้เยอะที่สุด ขยายตลาดไปในส่วนของ Gamping ซึ่งนับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ เพราะต้องแข็งขันใน Red Ocean จัดอีเวนต์หรือเวิร์กชอปเกี่ยวกับกิจกรรมเอาต์ดอร์ เปิดตัวแอปพลิเคชันเพื่อเข้าถึงการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น และโปรเจกต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้คือ การร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ให้บริการเช่าอุปกรณ์ตั้งแคมป์ เพื่อเสริมให้ธุรกิจครบวงจร และตอบโจทย์ความตั้งใจตามสโลแกน ‘The Infinite Outdoor Experience’

Campa ประกอบไปด้วยหุ้นส่วนที่มีจุดแข็งของตัวเอง ได้แก่

อีฟ ผู้ก่อตั้ง CEO และ Chief Marketing Officer

ตั๊ก ผู้ร่วมก่อตั้งและ Chief Design Officer

ต้า-จักรพันธ์ คล้ายสุบรรณ Chief Technology Officer 

ฟ้า-กนธิชา พุทธรักษา Chief Operation Officer และ Finance Manager

เต้-ศรุติ ยั่งเจริญ Chief Communication Officer

โจ้-กิตติธัช ธนพรรพี Chief Sales Officer

ต้า-วัฒนพล คำนวณศิลป์ Lead Developer

และจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าขาดใครคนใดคนหนึ่ง 

แพลตฟอร์มจองพื้นที่กางเต็นท์แรกของประเทศไทย ที่ตั้งใจแก้ปัญหาเรื่องระบบการจองเพื่อทั้งผู้ใช้และผู้ประกอบการ

แม้จะออกตัวตลอดการสนทนาว่าไม่ใช่นักธุรกิจ และไม่มีหัวทางด้านนี้โดยตรง เธอกลับแนะนำบทเรียนธุรกิจข้อแรกที่ทุกคนควรถามตัวเองก่อนเริ่มลงมือทำอะไรก็ตาม

“ความชอบเป็นเรื่องสำคัญ”

เราพยักหน้าเห็นด้วยเต็มร้อย

“ทำอะไรที่ตัวเองชอบแล้วเราจะอิน เราจะอยากลุยกับมัน แต่สุดท้ายต้องอย่าเข้าข้างตัวเองจนลืมความเป็นไปได้ของตลาด อุปสรรคมันเยอะอยู่แล้ว แต่ต้องมองมันเป็นเรื่องที่เราต้องแก้ไปทีละปม อย่าใจร้อนหรือเครียดกับมันมาก มองภาพไกล ๆ แล้วเดินไปให้ได้ ”

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของ Campa และบริษัทสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ส่วนใหญ่คือ เงินทุน 

“สายป่านเราไม่ได้ยาวพอ จากผลประกอบการในสามสี่เดือนที่ผ่านมา เราเห็นตลาด มันมีอุปสงค์ แต่สุดท้ายธุรกิจต้องขับเคลื่อนด้วยเงิน ตอนนี้เราเริ่มมีพนักงานประจำแล้ว มีพนักงานขาย 2 คน พนักงานบัญชี 1 คน และแอดมินอีก 1 คน มีค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เราคุยกันตลอดว่าถ้าถึงจุดที่ต้องรัดเข็มขัด จะรับมือกับมันยังไง จะไปยื่นขอทุนที่ไหนได้บ้าง ถ้าไม่ได้จะทำยังไง”

ทีมงานยังแก้ปมในการทำธุรกิจอยู่ทุกวัน และพยายามพัฒนาแพลตฟอร์มและการบริการให้ง่าย สะดวก และดียิ่งขึ้น ให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานและผู้ประกอบการ เพื่อที่ว่าวันหนึ่งแคมป์ปิ้งจะกลายเป็นการท่องเที่ยวเหมือนกับที่คนไปเที่ยวทะเล เป็นกิจกรรมที่ใครก็ทำได้ อยากให้คนที่ไม่เคยลองทำได้มีประสบการณ์ดี ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนแรก จนกลายเป็นคนที่ชื่นชอบการไปแคมป์ในที่สุด 

ให้แคมป์ปิ้งไม่ใช่แค่เทรนด์ที่เข้ามาแล้วก็ผ่านไป

แพลตฟอร์มจองพื้นที่กางเต็นท์แรกของประเทศไทย ที่ตั้งใจแก้ปัญหาเรื่องระบบการจองเพื่อทั้งผู้ใช้และผู้ประกอบการ

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load