19 Jul 2017
2 PAGES
1 K
The Cloud x Startup Thailand

 

ฝันให้ใหญ่ เริ่มให้เล็ก เรียนรู้เร็ว สู้ไม่ถอย-อาจฟังดูเหมือนคำขวัญปลุกใจ แต่นี่คือหลักในการทำงานสตาร์ทอัพที่ย่อเรื่องราวการบุกเบิกเส้นทางการศึกษาผ่านคอร์สเรียนออนไลน์ของ SkillLane ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาไว้ในบรรทัดเดียว

ว่ากันว่าอุตสาหกรรมด้านการศึกษาในเมืองไทยใหญ่มากถึง 5 เท่าของอุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคม นอกจากสกิลเลนแล้ว ยังไม่มีสตาร์ทอัพใดที่เข้ามาช่วยปรับปรุงแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาที่ชัดเจนเท่านี้ และความมุ่งมั่นไม่หยุดนิ่งของทีมงานนี่เองที่เป็นจุดเด่นของสตาร์ทอัพการศึกษานี้ เพราะทุกคนในทีมมีความฝันเดียวกันคือ ‘อยากให้การศึกษาไทยดีขึ้น’

ฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ Co-founder & CEO ของ SkillLane อาจไม่ได้เชื่อถ้อยคำที่วางอยู่ในบรรทัดแรกตั้งแต่แรก เขาและเพื่อนจึงพิสูจน์ด้วยการลงมือทำเว็บไซต์รวมคอร์สเรียนออนไลน์ที่จัดสรรคลิปวิดีโอบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ด้วยจังหวะเวลาของตัวผู้เรียนเอง (Self-paced Learning) เพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มคนวัยกำลังเริ่มทำงานที่ต้องการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่ไม่มีเวลาไปเรียนในห้องเรียนอย่างจริงจัง

ย้อนกลับไปในช่วงที่ ฐิติพงศ์ ​และ เอกฉัตร อัศวรุจิกุล เพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่มีฝันเดียวกันตั้งแต่เรียนปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา ทั้งคู่แยกกันเรียนรู้คนละเรื่องเพื่อเก็บเกี่ยวความเชี่ยวชาญหลากหลายสาขามาประกอบกัน ก่อนจะเข้าไปฝึกวิชาในแวดวงสตาร์ทอัพของสหรัฐฯ จนเมื่อเรียนจบก็ช่วยกันหอบความฝันและความหวังมาลงหลักปักฐานในเมืองไทย

ช่วงเริ่มต้นฐิติพงศ์ยอมรับว่าด้วยความเป็นสตาร์ทอัพจึงต้องทดลองลงมือทำเองหมดทุกอย่าง แล้วค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เปลี่ยน เพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆ เข้าไปเรื่อยๆ จนทุกวันนี้บนเว็บไซต์สกิลเลนมีคอร์สเรียนออนไลน์กว่า 350 คอร์ส ทั้งเรื่องการเงิน คอมพิวเตอร์ ธุรกิจ การตลาด ซึ่งสอนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ โดยตรง เช่น การเงินการลงทุน โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม, การทำธุรกิจ โดย วิสูตร แสงอรุณเลิศ, การพัฒนาตนเอง โดย โค้ชสิริลักษณ์, ซอฟต์แวร์ โดย ศิระ เอกบุตร และอีกหลายคอร์สที่ตรงใจคนวัยทำงาน ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานกว่า 120,000 คน โดยลงทะเบียนเรียนออนไลน์ผ่านทั้งคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน

ปฐมนิเทศ

“ความฝันของเราใหญ่ เราต้องการแก้ปัญหา เปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างที่เป็นรูปธรรม และในเมื่อฝันใหญ่ เราจึงอาจทำคนเดียวไม่ได้ต้องมีทีมมาร่วมกันทำ ในวงการทำงานจึงต้องมีนักลงทุน ลูกค้า คู่ค้า”

ฐิติพงศ์อธิบายเหตุผลว่าทำไมฝันใหญ่ควรจะเริ่มให้เล็ก เพราะบางคนฝันใหญ่โตอลังการ คิดว่ามันต้องเพอร์เฟกต์ คิดว่าไหนๆ ก็ทำแล้ว ทำทั้งทีต้องใหญ่โต แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เริ่มสักที

“ต่อให้ลงทุนเยอะ แต่ถ้าไม่ได้ตอบโจทย์ลูกค้าก็เสียเปล่า เพราะสตาร์ทอัพคือการทำอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน การทุ่มทุนมากๆ ด้วยการคิดไปเองว่าลูกค้าต้องการอย่างนี้ ทำนู่นนี่ไปให้เขา แล้วด่วนสรุปเอาเองว่าคนอื่นต้องชอบอย่างนี้แน่เลย ความจริงแล้วมันไม่ใช่ ความต้องการของคนเราไม่เหมือนกัน หรือบางครั้งที่เรามองในมุมเจ้าของซึ่งเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ จนทำให้ลืมนึกถึงผู้ใช้งานที่มีข้อมูลน้อยกว่าเรามากๆ”

 

คาบเรียนที่หนึ่ง

ฐิติพงศ์เล่าถึงตอนเริ่มต้นซึ่งทั้งเว็บไซต์มีคอร์สเพียงคอร์สเดียว โดยมีเอกฉัตร อัศวรุจิกุล อัดคลิปวิดีโอสอน Microsoft Excel ด้วยตัวเอง เพราะต้องการทดลองว่าผู้ใช้บริการจะชอบอะไรและไม่ชอบอะไร แล้วค่อยๆ ปรับไปทีละอย่าง

พวกเขาเริ่มจากทำความความเข้าใจตลาด เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เราต้องการจะทำเป็นความต้องการของตลาดจริงหรือเปล่า โดยส่วนหนึ่งมาจากการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ และในขณะเดียวกันก็มีตัวอย่างให้ทดลองเพื่อให้นึกภาพออกว่าสิ่งนั้นมีหน้าตาแบบไหน ทำงานอย่างไร แม้ทุกวันนี้จะมีทีมเพิ่มมาเป็นหลักสิบแต่พวกเขาก็ยังคงแนวคิดการทำงานเหมือนในช่วงแรกไว้ว่าไม่มีใครเก่งทุกอย่างที่สุด แต่ละครจะมีทักษะที่โดดเด่นแตกต่างกันไป ทำให้คนในทีมสนับสนุนกันและกันได้อย่างลงตัว เพราะทุกคนต่างมีฝันใหญ่ที่ปลายทางร่วมกัน

สอบกลางภาค

การเติบโตของสกิลเลนนั้นถูกรดน้ำพรวนดินอย่างสม่ำเสมอ ด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ หนึ่ง คุณภาพของเนื้อหาที่เข้มข้น เพราะสกิลเลนให้ความสำคัญกับการสร้างคอร์สเรียนออนไลน์ที่มีเนื้อหาสดใหม่ สอง ระบบการใช้งานที่สะดวกง่ายดาย เรียนได้ทันที ทุกที่ทุกเวลา และหน้าตาเว็บไซต์เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน ทำให้ผลิดอกออกผลจนเป็นที่รู้จักในแวดวงสตาร์ทอัพอย่างรวดเร็ว

อาจด้วยเพราะ EduTech ในเมืองไทยยังมีไม่มากนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อเมล็ดพันธุ์ที่ดีงามอยู่ในมือของคนที่มีทั้งความฝันและความรู้ก็ทำให้พวกเขาก้าวต่อไปแบบไม่หยุดยั้ง ทั้งโตเดี่ยวด้วยตัวเองและยื่นมือไปจับกับอีกหลายๆ บริษัทอย่างต่อเนื่อง

สิ่งนี้เองที่ทำให้หลายคนเห็นโอกาสและเข้ามาร่วมงานกับสกิลเลน เช่น บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมลงทุนเพื่อขยายธุรกิจไปสู่การเรียนรู้ระดับองค์กร (Corporate Online Training) ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวองค์กรพยายามสนับสนุนให้พนักงานได้พัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง เพราะการจัดอบรมแบบเดิมๆ อาจจะไม่เพียงพอ อีกบริษัทที่เข้ามาจับมือกับสกิลเลนก็คือ Microsoft จัดแพ็กเกจมอบคอร์สเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟรีกับผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ Word, Excel และ PowerPoint เป็นเวลา 1 ปี พร้อมรับบทเรียนใหม่ที่อัพเดตพร้อมฟีเจอร์ใหม่ตลอดอายุสมาชิก

ผลการเรียน

“ทุกวันนี้เราใช้แอพพลิเคชันโดยคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เรายังไม่เคยมีมัน แล้วอยู่ๆ เราก็เคยชินกับมันโดยจำไม่ได้ด้วยซ้ำ พฤติกรรมเราเปลี่ยนไป โลกเปลี่ยน การเรียนรู้ของเราก็ต้องเปลี่ยน”

ด้วยรูปแบบการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เราสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ ได้แบบไม่จำกัด สิ่งสำคัญสำหรับยุคสมัยที่เต็มไปด้วยกระแสธารข้อมูลออนไลน์ ก็คือการเลือกรับสารและนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

ความท้าทายของเราคือการเข้าใจลูกค้า เราเคยทำงานในบริษัทใหญ่ๆ และการขายสินค้าสักชิ้น เรารู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร สินค้าใช้งานยังไง แต่สำหรับสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนแบบสกิลเลน ไม่มีคนมาบอกเราว่าเราต้องทำยังไง เราจึงต้องหาวิธีการที่จะเข้าใจลูกค้าด้วยวิธีการต่างๆ เท่าที่จะทำได้”

ฐิติพงศ์เล่าต่อไปว่า หลังจบคอร์สเรียนนอกจากจะมีแบบประเมินความพึงพอใจสำหรับผู้เรียนแล้ว สกิลเลนยังมีการนัดผู้เรียนบางคนมาร่วมกินอาหาร พูดคุยถึงความคิด ความรู้สึกหลังเรียนจบ เพื่อเก็บรวบรวมความคิดเห็น คำแนะนำจากผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด ตามความตั้งใจที่จะพัฒนาให้เว็บไซต์ออนไลน์แห่งนี้เป็น First destination of on-demand learning ที่หากใครคิดถึงคอร์สเรียนออนไลน์จะคิดถึงสกิลเลนเป็นเว็บไซต์แรก

“คุณค่าของสิ่งที่เราทำคือการช่วยเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งเสริมการศึกษาของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในห้องเรียน เราเชื่อว่าทักษะใหม่ๆ ของคนที่สนใจเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ สร้างอิมแพ็คได้เยอะ ยิ่งหลากหลายสาขาผลกระทบที่เกิดขึ้นก็ยิ่งกระจายออกไปได้ไกลขึ้น”

 

ภาพ: กานต์ ตันติวิทยาพิทักษ์

 

Startup Thailand Entrepreneurs Under 35
สาขาการศึกษาและการบริการภาครัฐ (EdTech & GovTech)

ฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์, Co-founder & CEO of SkillLane

Website: SkillLane.com

CONTRIBUTORS

สุวิชา พิทักษ์กาญจนกุล

นักเขียนอิสระ ที่รักการค้นคว้าข้อมูลแปลกๆ เป็นงานอดิเรก มองหาเรื่องสนุกไม่จำกัดหมวดหมู่ สนใจใคร่รู้ทุกความเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้

กานต์ ตันติวิทยาพิทักษ์

เป็นช่างภาพ เป็นผู้ชาย เป็นลูกคนเดียว เป็นคนหลับง่าย เป็นคนใจเย็น เป็นคนพูดไม่สุภาพ เป็นคนขี้เซา เป็นคนเดินเร็ว เป็นคนไม่ฉลาด เป็นคนธรรมดา เป็นคนไทย