The Cloud x Startup Thailand

ฝันให้ใหญ่ เริ่มให้เล็ก เรียนรู้เร็ว สู้ไม่ถอย-อาจฟังดูเหมือนคำขวัญปลุกใจ แต่นี่คือหลักในการทำงานสตาร์ทอัพที่ย่อเรื่องราวการบุกเบิกเส้นทางการศึกษาผ่านคอร์สเรียนออนไลน์ของ SkillLane ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาไว้ในบรรทัดเดียว

ว่ากันว่าอุตสาหกรรมด้านการศึกษาในเมืองไทยใหญ่มากถึง 5 เท่าของอุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคม นอกจากสกิลเลนแล้ว ยังไม่มีสตาร์ทอัพใดที่เข้ามาช่วยปรับปรุงแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาที่ชัดเจนเท่านี้ และความมุ่งมั่นไม่หยุดนิ่งของทีมงานนี่เองที่เป็นจุดเด่นของสตาร์ทอัพการศึกษานี้ เพราะทุกคนในทีมมีความฝันเดียวกันคือ ‘อยากให้การศึกษาไทยดีขึ้น’

ฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ Co-founder & CEO ของ SkillLane อาจไม่ได้เชื่อถ้อยคำที่วางอยู่ในบรรทัดแรกตั้งแต่แรก เขาและเพื่อนจึงพิสูจน์ด้วยการลงมือทำเว็บไซต์รวมคอร์สเรียนออนไลน์ที่จัดสรรคลิปวิดีโอบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ด้วยจังหวะเวลาของตัวผู้เรียนเอง (Self-paced Learning) เพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มคนวัยกำลังเริ่มทำงานที่ต้องการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่ไม่มีเวลาไปเรียนในห้องเรียนอย่างจริงจัง

ย้อนกลับไปในช่วงที่ ฐิติพงศ์ ​และ เอกฉัตร อัศวรุจิกุล เพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่มีฝันเดียวกันตั้งแต่เรียนปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา ทั้งคู่แยกกันเรียนรู้คนละเรื่องเพื่อเก็บเกี่ยวความเชี่ยวชาญหลากหลายสาขามาประกอบกัน ก่อนจะเข้าไปฝึกวิชาในแวดวงสตาร์ทอัพของสหรัฐฯ จนเมื่อเรียนจบก็ช่วยกันหอบความฝันและความหวังมาลงหลักปักฐานในเมืองไทย

ช่วงเริ่มต้นฐิติพงศ์ยอมรับว่าด้วยความเป็นสตาร์ทอัพจึงต้องทดลองลงมือทำเองหมดทุกอย่าง แล้วค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เปลี่ยน เพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆ เข้าไปเรื่อยๆ จนทุกวันนี้บนเว็บไซต์สกิลเลนมีคอร์สเรียนออนไลน์กว่า 350 คอร์ส ทั้งเรื่องการเงิน คอมพิวเตอร์ ธุรกิจ การตลาด ซึ่งสอนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ โดยตรง เช่น การเงินการลงทุน โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม, การทำธุรกิจ โดย วิสูตร แสงอรุณเลิศ, การพัฒนาตนเอง โดย โค้ชสิริลักษณ์, ซอฟต์แวร์ โดย ศิระ เอกบุตร และอีกหลายคอร์สที่ตรงใจคนวัยทำงาน ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานกว่า 120,000 คน โดยลงทะเบียนเรียนออนไลน์ผ่านทั้งคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน

SkillLane ห้องเรียนรวมของวิชาการทำงานที่มหาลัยไม่ได้สอน

ปฐมนิเทศ

“ความฝันของเราใหญ่ เราต้องการแก้ปัญหา เปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างที่เป็นรูปธรรม และในเมื่อฝันใหญ่ เราจึงอาจทำคนเดียวไม่ได้ต้องมีทีมมาร่วมกันทำ ในวงการทำงานจึงต้องมีนักลงทุน ลูกค้า คู่ค้า”

ฐิติพงศ์อธิบายเหตุผลว่าทำไมฝันใหญ่ควรจะเริ่มให้เล็ก เพราะบางคนฝันใหญ่โตอลังการ คิดว่ามันต้องเพอร์เฟกต์ คิดว่าไหนๆ ก็ทำแล้ว ทำทั้งทีต้องใหญ่โต แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เริ่มสักที

“ต่อให้ลงทุนเยอะ แต่ถ้าไม่ได้ตอบโจทย์ลูกค้าก็เสียเปล่า เพราะสตาร์ทอัพคือการทำอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน การทุ่มทุนมากๆ ด้วยการคิดไปเองว่าลูกค้าต้องการอย่างนี้ ทำนู่นนี่ไปให้เขา แล้วด่วนสรุปเอาเองว่าคนอื่นต้องชอบอย่างนี้แน่เลย ความจริงแล้วมันไม่ใช่ ความต้องการของคนเราไม่เหมือนกัน หรือบางครั้งที่เรามองในมุมเจ้าของซึ่งเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ จนทำให้ลืมนึกถึงผู้ใช้งานที่มีข้อมูลน้อยกว่าเรามากๆ”

คาบเรียนที่หนึ่ง

ฐิติพงศ์เล่าถึงตอนเริ่มต้นซึ่งทั้งเว็บไซต์มีคอร์สเพียงคอร์สเดียว โดยมีเอกฉัตร อัศวรุจิกุล อัดคลิปวิดีโอสอน Microsoft Excel ด้วยตัวเอง เพราะต้องการทดลองว่าผู้ใช้บริการจะชอบอะไรและไม่ชอบอะไร แล้วค่อยๆ ปรับไปทีละอย่าง

พวกเขาเริ่มจากทำความความเข้าใจตลาด เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เราต้องการจะทำเป็นความต้องการของตลาดจริงหรือเปล่า โดยส่วนหนึ่งมาจากการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ และในขณะเดียวกันก็มีตัวอย่างให้ทดลองเพื่อให้นึกภาพออกว่าสิ่งนั้นมีหน้าตาแบบไหน ทำงานอย่างไร แม้ทุกวันนี้จะมีทีมเพิ่มมาเป็นหลักสิบแต่พวกเขาก็ยังคงแนวคิดการทำงานเหมือนในช่วงแรกไว้ว่าไม่มีใครเก่งทุกอย่างที่สุด แต่ละครจะมีทักษะที่โดดเด่นแตกต่างกันไป ทำให้คนในทีมสนับสนุนกันและกันได้อย่างลงตัว เพราะทุกคนต่างมีฝันใหญ่ที่ปลายทางร่วมกัน

SkillLane ห้องเรียนรวมของวิชาการทำงานที่มหาลัยไม่ได้สอน SkillLane ห้องเรียนรวมของวิชาการทำงานที่มหาลัยไม่ได้สอน

สอบกลางภาค

การเติบโตของสกิลเลนนั้นถูกรดน้ำพรวนดินอย่างสม่ำเสมอ ด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ หนึ่ง คุณภาพของเนื้อหาที่เข้มข้น เพราะสกิลเลนให้ความสำคัญกับการสร้างคอร์สเรียนออนไลน์ที่มีเนื้อหาสดใหม่ สอง ระบบการใช้งานที่สะดวกง่ายดาย เรียนได้ทันที ทุกที่ทุกเวลา และหน้าตาเว็บไซต์เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน ทำให้ผลิดอกออกผลจนเป็นที่รู้จักในแวดวงสตาร์ทอัพอย่างรวดเร็ว

อาจด้วยเพราะ EduTech ในเมืองไทยยังมีไม่มากนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อเมล็ดพันธุ์ที่ดีงามอยู่ในมือของคนที่มีทั้งความฝันและความรู้ก็ทำให้พวกเขาก้าวต่อไปแบบไม่หยุดยั้ง ทั้งโตเดี่ยวด้วยตัวเองและยื่นมือไปจับกับอีกหลายๆ บริษัทอย่างต่อเนื่อง

สิ่งนี้เองที่ทำให้หลายคนเห็นโอกาสและเข้ามาร่วมงานกับสกิลเลน เช่น บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมลงทุนเพื่อขยายธุรกิจไปสู่การเรียนรู้ระดับองค์กร (Corporate Online Training) ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวองค์กรพยายามสนับสนุนให้พนักงานได้พัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง เพราะการจัดอบรมแบบเดิมๆ อาจจะไม่เพียงพอ อีกบริษัทที่เข้ามาจับมือกับสกิลเลนก็คือ Microsoft จัดแพ็กเกจมอบคอร์สเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟรีกับผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ Word, Excel และ PowerPoint เป็นเวลา 1 ปี พร้อมรับบทเรียนใหม่ที่อัพเดตพร้อมฟีเจอร์ใหม่ตลอดอายุสมาชิก

SkillLane ห้องเรียนรวมของวิชาการทำงานที่มหาลัยไม่ได้สอน

ผลการเรียน

“ทุกวันนี้เราใช้แอพพลิเคชันโดยคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เรายังไม่เคยมีมัน แล้วอยู่ๆ เราก็เคยชินกับมันโดยจำไม่ได้ด้วยซ้ำ พฤติกรรมเราเปลี่ยนไป โลกเปลี่ยน การเรียนรู้ของเราก็ต้องเปลี่ยน”

ด้วยรูปแบบการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เราสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ ได้แบบไม่จำกัด สิ่งสำคัญสำหรับยุคสมัยที่เต็มไปด้วยกระแสธารข้อมูลออนไลน์ ก็คือการเลือกรับสารและนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

ความท้าทายของเราคือการเข้าใจลูกค้า เราเคยทำงานในบริษัทใหญ่ๆ และการขายสินค้าสักชิ้น เรารู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร สินค้าใช้งานยังไง แต่สำหรับสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนแบบสกิลเลน ไม่มีคนมาบอกเราว่าเราต้องทำยังไง เราจึงต้องหาวิธีการที่จะเข้าใจลูกค้าด้วยวิธีการต่างๆ เท่าที่จะทำได้”

ฐิติพงศ์เล่าต่อไปว่า หลังจบคอร์สเรียนนอกจากจะมีแบบประเมินความพึงพอใจสำหรับผู้เรียนแล้ว สกิลเลนยังมีการนัดผู้เรียนบางคนมาร่วมกินอาหาร พูดคุยถึงความคิด ความรู้สึกหลังเรียนจบ เพื่อเก็บรวบรวมความคิดเห็น คำแนะนำจากผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด ตามความตั้งใจที่จะพัฒนาให้เว็บไซต์ออนไลน์แห่งนี้เป็น First destination of on-demand learning ที่หากใครคิดถึงคอร์สเรียนออนไลน์จะคิดถึงสกิลเลนเป็นเว็บไซต์แรก

“คุณค่าของสิ่งที่เราทำคือการช่วยเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งเสริมการศึกษาของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในห้องเรียน เราเชื่อว่าทักษะใหม่ๆ ของคนที่สนใจเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ สร้างอิมแพ็คได้เยอะ ยิ่งหลากหลายสาขาผลกระทบที่เกิดขึ้นก็ยิ่งกระจายออกไปได้ไกลขึ้น”

Startup Thailand Entrepreneurs Under 35
สาขาการศึกษาและการบริการภาครัฐ (EdTech & GovTech)

ฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์, Co-founder & CEO of SkillLane

Website: SkillLane.com

Writer

สุวิชา พิทักษ์กาญจนกุล

นักเขียนอิสระ ที่รักการค้นคว้าข้อมูลแปลกๆ เป็นงานอดิเรก มองหาเรื่องสนุกไม่จำกัดหมวดหมู่ สนใจใคร่รู้ทุกความเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้

Photographer

กานต์ ตันติวิทยาพิทักษ์

เป็นช่างภาพ เป็นผู้ชาย เป็นลูกคนเดียว เป็นคนหลับง่าย เป็นคนใจเย็น เป็นคนพูดไม่สุภาพ เป็นคนขี้เซา เป็นคนเดินเร็ว เป็นคนไม่ฉลาด เป็นคนธรรมดา เป็นคนไทย

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

มาตั้งสติจากแนวคิดและบทเรียนน่ารู้ของสตาร์ทอัพที่น่าจับตา

“ขอให้หายป่วยไวๆ นะครับ พวกเราจะช่วยมาส่งอาหารให้พี่ทุกวันเอง”

ประโยคจากไรเดอร์ของบริษัทหนึ่งที่กล่าวกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่กักตัวอยู่บ้าน

ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจเดลิเวอรี่ที่ดุเดือด บางบริษัทต้องถอนตัวออกจากตลาด ในวงการการส่งอาหาร บริษัทใหญ่ๆ ยังคงขาดทุนอยู่ 

‘SKOOTAR’ สตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดยคนไทย เพื่อคนไทย ก่อตั้งใน ค.ศ. 2014 สามารถทำกำไรได้ 

ปัจจุบันอยู่มา 6 ปีแล้ว ล่าสุดแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่ Robinhood ตกลงเป็นพาร์ตเนอร์กับ SKOOTAR และให้ไรเดอร์ของบริษัทช่วยส่งอาหารให้ 

ในธุรกิจที่มีการแข่งขันกันอย่างมาก และการเผชิญกับบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ SKOOTAR อยู่รอดและเติบโตได้อย่างไร

SKOOTAR สตาร์ทอัพให้บริการด้วยหัวใจ และมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร’

จุดเริ่มต้น

“ผมไม่ได้ชนะใครเลย” เป็นคำตอบของ ม.ล.กมลพฤทธิ์ ชุมพล หรือ คุณโก้ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สกู๊ตตาร์ บียอนด์ จำกัด เมื่อเราถามว่า สิ่งที่ทำให้ SKOOTAR เอาชนะเจ้าอื่นได้คืออะไร 

“เราอยู่รอดได้ เพราะเราโฟกัสว่า ลูกค้าคือใคร แก้ปัญหาอะไรให้เขา”

SKOOTAR สตาร์ทอัพให้บริการด้วยหัวใจ และมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร’

ตอนเริ่มตั้งธุรกิจ คุณโก้และทีมผู้บริหารตั้งเป้าหมายไว้ว่า SKOOTAR จะแก้ปัญหาให้ธุรกิจไทยและเมสเซนเจอร์

ทีม SKOOTAR เริ่มตั้งแต่การเข้าไปพูดคุยกับเจ้าของ SMEs ที่ต้องใช้บริการเมสเซนเจอร์ และคุยกับตัวเมสเซนเจอร์เอง 

“ผมไปที่ศูนย์รับเช็ค พี่ๆ เมสเซนเจอร์เขาต้องนั่งรอคิวกันสองสามชั่วโมงอยู่แล้ว ผมก็ไปชวนเขาคุยเรื่องชีวิต ถาม A day in a life ไปนั่งข้างเขาเลย ชวนคุย รอนานไหม หาลูกค้าอย่างไร” คุณโก้เล่าถึงช่วงเริ่มต้นทำแอปพลิเคชันนี้ 

ในสมัยนั้น เมืองไทยยังไม่มีแอปพลิเคชันเรียกเมสเซนเจอร์หรือสั่งอาหารอย่างแพร่หลายนัก เจ้าของธุรกิจ SMEs ที่ต้องส่งเอกสาร วางบิล หรือรับเช็ค ก็ต้องวิ่งไปเองบ้าง หรือจ้างวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยให้ช่วย บางครั้งก็ประสบปัญหาเมสเซนเจอร์หลงทางบ้าง หรือทำเอกสารตกหล่นบ้าง ฝั่งเมสเซนเจอร์ก็มีปัญหาเรื่องการหาลูกค้า ตลอดจนการคิดคำนวณราคา

แอปฯ ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวทั้งหมด ผู้ใช้งานกดเรียกเมสเซนเจอร์จากโทรศัพท์ได้ มีระบบติดตามว่าเมสเซนเจอร์วิ่งไปถึงไหนแล้ว ราคาเป็นมาตรฐาน และออกใบเสร็จให้กับลูกค้าที่เป็นองค์กรได้ ส่วนเมสเซนเจอร์ก็ได้ค่าจ้างที่ดี และมีลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ 

ด้วยบริการที่ยังไม่มีในเมืองไทย ทำให้ SKOOTAR ระดมทุนได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถระดมทุนจากโครงการ DTAC Accelerate สำหรับทุนก้อนแรก ระดมทุนจากกองทุน 500 Startups และกองทุน Galaxy Ventures รวมไปถึงได้รับเงินทุนจากนักลงทุนอิสระ (Angel Investors) ด้วย

ช่วยแก้ปัญหาที่คาดไม่ถึง

ในช่วงต้นนั้น ทางบริษัทมองว่าลูกค้าคือกลุ่มองค์กร และ SKOOTAR จะมาช่วยส่งเอกสารต่างๆ ในขณะนั้นยังไม่มีบริการ Food Delivery แพร่หลายอย่างทุกวันนี้ ครั้งหนึ่ง มีคุณแม่ลูกเล็กท่านหนึ่งติดต่อเข้ามา ลูกเธอป่วย แต่เธออยู่คนเดียวกับลูก ออกไปซื้ออาหารและยาไม่ได้ ตอนนั้นเป็นเวลาค่อนข้างดึกแล้ว จึงลองเรียก SKOOTAR ดู 

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณโก้และทีมเห็นว่า ธุรกิจได้ช่วยเหลือผู้คนในแบบที่คาดคิดไม่ถึง

รูปแบบธุรกิจของ SKOOTAR เองจึงค่อยๆ เปลี่ยนไป จากเดิมที่นิยามตนเองว่าเป็น ‘เมสเซนเจอร์ออนไลน์มือโปร’ ก็ปรับเป็น ‘บริการขนส่งด่วนออนไลน์มือโปร’ เนื่องจากบริษัทมิได้จัดส่งแค่เอกสารเพียงอย่างเดียว แต่ส่งสิ่งของ (สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์) และอาหาร ช่วงโควิด-19 มีการช่วยโรงพยาบาลให้ส่งอาหารถึงผู้ป่วยและผู้ที่ต้องกักตัวในราคาย่อมเยา และวางแผนขยายไปให้บริการในจังหวัดอื่นต่อ

SKOOTAR สตาร์ทอัพให้บริการด้วยหัวใจ และมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร’
SKOOTAR สตาร์ทอัพให้บริการด้วยหัวใจ และมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร’

‘มือโปร’ 

คุณโก้ใช้คำว่า ‘มือโปร’ อยู่บ่อยครั้งเมื่อกล่าวถึงนิยามธุรกิจนี้

ทาง SKOOTAR ฝึกเมสเซนเจอร์ให้เป็นมือโปรอย่างแท้จริง บริษัทอื่นอาจสอนไรเดอร์ให้ใช้แอปพลิเคชันเป็น แต่ที่นี่เริ่มตั้งแต่สอนมารยาทการบริการ เอกสารมีกี่ประเภท เมื่อรับเอกสารมา ลองสังเกตและแจ้งผู้รับว่า เซ็นเอกสารตรงไหน เอกสารฉบับไหนคือสำเนา แผ่นไหนคือต้นฉบับ ต้องแยกให้ออก

นอกจากนี้ การอบรมยังละเอียดถึงขั้นสอนเมสเซนเจอร์ให้รู้จักวิธีเข้าเช็ค เมสเซนเจอร์รู้จักคำว่า ใบ D/O ใบ B/L (เอกสาร 2 ชนิดนี้คืออะไร อ่านเฉลยได้ตอนท้ายบทความ) 

หากเป็นไรเดอร์ที่มีหน้าที่ส่งอาหาร ก็จะสอนวิธีจัดวางอาหาร วางแบบใดอาหารจะไม่หก และส่งถึงมือลูกค้าได้โดยสวัสดิภาพ 

ในช่วโควิด-19 นี้ เมสเซนเจอร์ของ SKOOTAR บางคนก็สร้างความประทับใจให้ลูกค้าด้วยความใส่ใจเช่นนี้ บ้านหนึ่งครอบครัวเดินทางและลืมให้อาหารสุนัขที่บ้าน จึงให้ไรเดอร์ไปซื้ออาหารและฝากเทให้สุนัขกิน เมื่อเจ้าของดูจากกล้องวงจรปิด ก็เห็นไรเดอร์ค่อยๆ จัดถาดอาหาร และเปิดกล่องอาหาร เอาฝาพัดให้อาหารหายร้อน และเรียกให้น้องหมามากิน 

‘คน’ สำคัญ

อะไรคือคำแนะนำที่อยากฝากให้กับน้องๆ ที่สนใจทำสตาร์ทอัพ

คำตอบแรกที่คุณโก้ตอบทันทีคือ เลือกเพื่อนร่วมอุดมการณ์ดีๆ ยิ่งตำแหน่งสำคัญ ยิ่งต้องใช้เวลา 

ในอดีต SKOOTAR เลือกทีมงานอย่างรวดเร็ว แม้บางคนมีทักษะดี แต่ Mindset ไม่ตรงกับทีมงานคนอื่น จึงทำให้เกิดปัญหากันในทีมค่อนข้างมาก หรือบางครั้ง พนักงาน 2 คนทำตำแหน่งเดียวกัน มีทักษะพอๆ กัน แต่คนหนึ่งมี Mindset ที่ดี ทำให้ผลงานแตกต่างจากพนักงานอีกคนเป็นอย่างมาก

ตัวอย่างของ Mindset ที่สตาร์ทอัพนี้มองหาในผู้สมัคร คือ ‘Be the Solution’ กล้าริเริ่มเสนอแนะ ลงมือทำ ‘Be Adaptive’ ลองปรับตัว ลองใช้เครื่องมือใหม่ๆ ในการทำงาน ลองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ‘Be Kind’ เห็นอก เห็นใจ รับฟังกัน 

ครั้งหนึ่ง ในออฟฟิศมีพนักงานคนหนึ่งกำลังเร่งเตรียมงานแต่งงาน รุ่นพี่อีกคนหนึ่งก็อาสาช่วยทำงานบางส่วนให้ เพราะไม่อยากให้น้องทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว นี่คือลักษณะของ Be Kind ในแบบของ SKOOTAR 

คำถามสัมภาษณ์งานในอดีต จะเน้นไปที่การดูว่าผู้สมัครทำอะไรได้บ้าง เคยทำงานลักษณะไหนมา แต่ปัจจุบัน รูปแบบของคำถามเปลี่ยนไป คำถามส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การเข้าใจ Mindset ของคนคนนั้น เช่น เป้าหมายชีวิตคืออะไร มีโปรเจกต์ไหนที่ทำแล้วรู้สึกภูมิใจที่สุด หรือให้ลองจัดลำดับดูว่าตนเองต้องการแบบไหน A. ความสำเร็จ B. เพื่อนร่วมงานที่ทำงานเข้ากันได้ดี ไม่มีปัญหา C. คำยกย่อง คำชื่นชม คำถามเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจวิธีคิดและทัศนคติของผู้สมัครได้ดี

SKOOTAR ยังให้ความสำคัญกับไรเดอร์ คุณโก้บอกกับทีมงานเสมอว่า คนขับก็คือลูกค้าของเรา หากคนขับไม่มีความสุข ก็จะไม่มีคนไปดูแลลูกค้าต่อ มีการสำรวจความพึงพอใจของไรเดอร์อย่างต่อเนื่อง มี Line Group ของทีมงานกรุ๊ปหนึ่ง ชื่อ ‘Driver Marketing’ เป็นทีมเฉพาะกิจช่วยดูแลความสุขของเมสเซนเจอร์โดยเฉพาะ 

คนขับบางคนต้องรับภารกิจไปส่งอาหารให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่กักตัว ทางทีมก็จะสื่อสารกับคนขับว่า พวกเราเป็นไรเดอร์มือโปรฯ มีภารกิจที่สำคัญอย่างไร นั่นทำให้ไรเดอร์ไปส่งอาหารพร้อมบอกลูกค้าว่า “ขอให้หายป่วยไวๆ นะครับ พวกเราจะช่วยมาส่งอาหารให้พี่ทุกวันเอง”

สตาร์ทอัพขนส่งด่วนออนไลน์มือโปรสัญชาติไทยที่บริการด้วยใจ และตั้งใจจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่างมืออาชีพ

การเลือกและการเติบโต

ที่ผ่านมา SKOOTAR ประสบความสำเร็จในการระดมทุนจากกองทุนและนักลงทุนอิสระอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อถึงจุดที่เงินทุนเพียงพอ ทางบริษัทตัดสินใจที่จะยังไม่ระดมทุนเพิ่มอีก

“เราดูแลธุรกิจไทย” คุณโก้กล่าวอย่างชัดเจน

SKOOTAR ‘เลือก’ โฟกัสว่า ลูกค้าหลักคือลูกค้าองค์กร ไม่ได้จะขยายใหญ่เพื่อไปแข่งกับบริษัทรายใหญ่รายอื่น แทนที่จะเอาเงินทุนมาขยายธุรกิจให้ใหญ่โต แต่กลับใช้เงินทุนและกำไรที่มี ลงทุนกับการรับฟังลูกค้าและช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

ลูกค้ารีวิวคนขับว่าอย่างไรบ้าง มีไรเดอร์คนไหนมีปัญหาหรือไม่ 

มีการทำแบบสำรวจ และ Net Promoter Score (การวัดความพึงพอใจลูกค้า และสำรวจว่าลูกค้ายินดีแนะนำบริษัทต่อให้ผู้อื่นหรือไม่) 

มีเคสหนึ่ง ลูกค้าต้องการส่งเค้กหน้านิ่ม ซึ่งเป็นขนมที่บอบบางและเสี่ยงต่อการขนส่งเป็นอย่างยิ่ง ทีมงานก็ประชุมกันเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาให้กับลูกค้า โดยเสนอวิธีการแพ็กและให้คำแนะนำเพิ่มเติมกับไรเดอร์เพื่อให้การส่งปลอดภัยยิ่งขึ้น

การมุ่งแก้ปัญหาให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ทำให้ได้พบกับโอกาสในการขยายธุรกิจ จากการรับส่งเอกสารเพียงอย่างเดียว ก็เริ่มขยายมาส่งพัสดุ สินค้า ตลอดจนการส่งอาหาร ล่าสุด ยังมีบริการพัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการระบบขนส่งให้กับองค์กรใหญ่ๆ อีกด้วย และในปลายปีนี้ จะเปิดให้บริการขนส่งด้วยรถขนาดใหญ่ รองรับกับความต้องการลูกค้าที่สูงขึ้นในช่วงโควิดนี้ 

เรื่องราวของธุรกิจนี้ทำให้เห็นวิถีสตาร์ทอัพโดยคนไทย เพื่อคนไทย ที่มองเห็นลูกค้าและความต้องการของพวกเขาชัดตั้งแต่วันแรก แม้รูปแบบธุรกิจจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่สิ่งที่ SKOOTAR ยังตั้งใจรักษาอยู่ คือการมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร

สตาร์ทอัพขนส่งด่วนออนไลน์มือโปรสัญชาติไทยที่บริการด้วยใจ และตั้งใจจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่างมืออาชีพ

หมายเหตุ : 

  • ใบ D/O หรือ Delivery Order คือ ใบปล่อยสินค้า ผู้นำเข้าจำเป็นต้องใช้สำหรับนำไปปล่อยตู้สินค้าที่ท่าเรือหรือท่าอากาศยาน
  • ใบ B/L มาจากคำว่า Bill of Lading หมายถึง ใบตราส่งสินค้าทางเรือ ใช้แจ้งว่าใครคือเจ้าของสินค้า ตลอดจนรายละเอียดสินค้า

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load