The Cloud x Startup Thailand

คงเดาไม่ยากว่า หลายๆ คนน่าจะเคยเจอกับประสบการณ์เหล่านี้สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นน้ำแอร์หยด ท่อน้ำแตก ต้องหากะละมังมารองแก้ปัญหาเฉพาะหน้าชั่วคราว หรืองานยุ่งจนบ้านรกไม่มีเวลามาปัดกวาดเช็ดถู จนต้องปิดตาข้างหนึ่งเพื่อมองข้ามความไม่เป็นระเบียบเหล่านั้นไป ครั้นจะหาผู้ช่วยตรงใจที่มาจัดการดูแลเรื่องจุกจิกเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ครั้งหนึ่ง ซาฮิบ อนันต์ทรงวิทย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Seekster ก็เคยประสบปัญหาทำนองนี้ที่เข้าขั้นเร่งด่วน เมื่อแอร์ในโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวของเขาดันมีปัญหา ช่างประจำที่ใช้บริการสม่ำเสมอก็ไม่ว่างที่จะเข้ามาทันที ในขณะที่แขกก็กำลังจะมาเช็คอินเข้าพัก ในฐานะคนดูแลโรงแรม ซาฮิบจำเป็นต้องค้นหาช่างรายอื่นผ่านช่องทางต่างๆ ที่พอจะนึกได้ ท้ายที่สุดเขาก็เจอช่างที่ช่วยกอบกู้สถานการณ์ได้ทันเวลา แม้จะรู้สึกว่าค่าบริการสูงหน่อย แต่ด้วยความจำเป็นอย่างไม่ค่อยมีทางเลือกทำให้เขาต้องยอมจ่ายเงินตรงนั้นไป

แต่ซาฮิบไม่จบแค่ตรงนั้น ในเมื่อเราอยู่ในยุคที่อาหารจานร้อนจากร้านโปรดมาเสิร์ฟถึงรั้วบ้าน รถแท็กซี่มารับถึงปากประตูคอนโดได้โดยไม่ต้องเดินออกไปคอยเก้อ เราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยให้แทบทุกความเป็นไปได้เกิดขึ้นจริงเพื่อจะทำให้ความเป็นอยู่สะดวกสบายและง่ายขึ้นได้เพียงแค่ปลายนิ้ว Seekster แพลตฟอร์มสำหรับงานบริการเรื่องบ้านๆ จึงค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้น

“ที่ผ่านมาผมเห็นช่องว่างของอุตสาหกรรม คือเราไม่ไว้ใจช่าง พอมีปัญหาแอร์ ปัญหาไฟฟ้า เราอยากให้ช่างประจำมาดูให้ แต่บางครั้งช่างไม่ว่างมาตอนนี้” ซาฮิบเล่าต่อว่าที่จริงช่างและผู้ให้บริการมีอยู่มากมาย เห็นได้จากป้ายประกาศตามต้นไม้และเสาไฟฟ้าที่มีอยู่ทั่วไป แต่คุณภาพและความน่าเชื่อถือคือความท้าทายสำคัญ

แน่นอนว่าสตาร์ทอัพที่เป็นผลผลิตจากเขาและทีมจึงถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างตรงนี้ Seekster คือตัวกลางที่เป็นแหล่งรวมผู้ให้บริการที่จับคู่กับลูกค้า โดยที่ผู้ให้บริการทุกรายจะต้องผ่านการเทรนนิ่ง รวมทั้งตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่มีมาตรฐานทั้งด้านคุณภาพและราคา นอกจากนี้ยังมีระบบ rating ให้ผู้รับบริการประเมินผลการใช้งาน เพื่อที่จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ให้บริการทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด

ไม่เพียงแต่ผู้รับบริการเท่านั้นที่เป็นหัวใจสำคัญของ Seekster ซาฮิบบอกว่าเขาตั้งใจจะให้แพลตฟอร์มนี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ให้บริการด้วย

“ระบบของเราให้ค่าตอบแทนผู้ให้บริการมากกว่ารายได้ที่เขาได้ปกติถึง 3 เท่า และพวกเขาสามารถทำงานแบบฟรีแลนซ์ เลือกวันหยุดได้ตามต้องการ”  

Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง

Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง

คิดเล็กค่อยคิดใหญ่

พอคิดจะก่อร่างสร้างธุรกิจขึ้นกับมือร่วมกับเพื่อนๆ ซาฮิบวาดฝันไว้ไกลอยากให้ Seekster เป็นศูนย์รวมที่มีครบทุกบริการ

“เราสรุปไอเดียได้ว่าเราจะเป็นตลาดออนไลน์สำหรับทุกบริการ ถ้าจะหาช่างภาพ ช่างแต่งหน้า คนล้างรถ ติวเตอร์ กราฟิกดีไซน์ เราจะเป็นศูนย์รวมทุกอย่าง” แต่ภาพแห่งความเป็นจริงนั้น ผ่านไปได้เพียง 3 เดือน ซาฮิบและเพื่อนๆ ก็ต้องกลับมาทบทวนจุดยืนกันอีกครั้ง “เรารู้เลยว่าเราไม่มีพลังที่จะกินตลาดทุกอย่างเพราะเราไม่มีทรัพยากรต่างๆ ที่เพียงพอ เราเลยกลับมาดูว่ามีตลาดไหนที่พอทำได้และใหญ่ที่สุดเราก็ควรจะโฟกัส สุดท้ายเราตัดสินใจว่าเป็นตลาด Home Repair Maintenance”

ระหว่างทาง Seekster สำรวจตลาดผ่านการเซอร์เวย์ กว่า 80 เปอร์เซนต์จากกว่า 300 คนบอกว่าสนใจที่จะใช้บริการ Seekster จึงไม่รอช้าเริ่มทดลองแพลทตฟอร์มที่ออกแบบไว้ทันที

เริ่มแรก Seekster ใช้ระบบแมนวล เมื่อมีลูกค้าส่งใบขอรับบริการ Seekster จะโทรติดต่อช่าง และเมื่อช่างรับงาน Seekster ก็จะส่งคำตอบรับกลับไปให้ลูกค้าอีกทีหนึ่ง Seekster ผ่านการลองผิดลองถูกหลายครั้ง เปลี่ยนระบบ ปรับวิธีการคิดค่าบริการมาหลายๆ แบบ สตาร์ทอัพเพื่อบ้านแห่งนี้ค่อยๆ พัฒนาตัวขึ้น จนทุกวันนี้ผู้ใช้ Seekster สามารถจับคู่กับผู้ให้บริการได้ภายใน 2 – 5 นาที และคิดค่าบริการแบบอัตราคงที่เพราะเชื่อว่าลูกค้าต้องการความแน่นอน ต้องการรู้ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่เขาจะได้รับ

“ผมเชื่อใน A/B testing ไม่ว่าจะทำอะไรเราจะทดลองเลยว่าอันไหนได้รับการตอบรับที่ดีกว่ากัน และเราจะเลือกใช้สิ่งนั้น” ซาฮิบกล่าว

แม้ที่สุด Seekster ลงเอยด้วยการเป็นผู้ให้บริการที่เจาะจงเรื่อง Home Repair Maintenance โดยมีบริการแม่บ้านและช่างแอร์เป็นบริการหลักตลอดระยะเวลาขวบครึ่งที่เปิดให้บริการ แต่ทุกวันนี้ Seekster ก็ยังไม่หยุดนิ่ง

“บริษัทของเรามีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราปรับปรุงตัวเองตามคำแนะนำจากลูกค้า” ซาฮิบเล่าว่าทุกวันนี้ถ้ามองหาบริการทำความสะอาดโซฟา กำจัดเบดบั๊ก กำจัดแมลง ซ่อมประปา ไฟฟ้า หรือแม้แต่บริการแม่บ้านที่รีดผ้าโดยเฉพาะ ก็สามารถหาได้ครบจบที่ Seekster

“ผมพบว่าลูกค้าที่ใช้บริการกับเราครั้งแรก มักกลับมาใช้บริการเราในครั้งต่อๆ ไป รวมถึงลองใช้บริการอื่นๆ ภายใต้แบรนด์เราด้วย”

Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง

โลกอนาคตที่กำลังจะเป็นจริง

“ผมเชื่อว่าโลกอนาคตที่คุณตื่นมาพร้อมคำสั่งด้วยเสียง มีหุ่นยนต์มาจัดการเสิร์ฟกาแฟ และแสดงข้อมูลต่างๆ ที่คุณต้องการได้ในทันที เป็นความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น” ซาฮิบฉายภาพอนาคตอันใกล้ให้เราฟัง เขาเชื่อว่าสตาร์ทอัพสาย PropertyTech (เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เห็นได้จากการที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายๆ แห่งเริ่มนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเพิ่มคุณค่าให้แก่บริษัทและบริการของตัวเอง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นของลูกบ้าน เหมือนกับที่ Seekster เองที่กำลังจับมือกับ Property Developer บางเจ้าเพื่อให้บริการกับลูกบ้าน โดยภายในปีหน้า Seekster ตั้งเป้าเป็นผู้ให้บริการอันดับหนึ่งในประเทศไทยที่มีจำนวนผู้ให้บริการมากที่สุด และกำลังหาโอกาสเข้าไปจับกลุ่มลูกค้าที่เป็น B to B มากขึ้น

“การทำงานในสาย PropertyTech เปิดโอกาสให้เราหลายมุม ทำให้เราเรียนรู้ว่าการใช้เทคโนโลยีมาเปลี่ยนแปลงอะไรแค่เล็กๆ น้อยๆ มันสร้างอิมแพ็คได้เยอะมากแค่ไหน”

อย่างไรก็ตามซาฮิบบอกว่าสิ่งที่สตาร์ทอัพสายนี้ โดยเฉพาะอันที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีราคาสูง ควรคำนึงถึงคือเรื่องที่ว่าผู้อยู่อาศัยจะยอมจ่ายเงินเพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน และอีกหนึ่งความเสี่ยงก็คือ อาจมีคู่แข่งเข้ามาจับตลาดในรูปแบบธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน

“ความท้าทายก็คือเราจะป้องกันตัวเองจากคู่แข่งได้อย่างไรบ้าง จะโดดเด่นทางใดได้บ้าง ซึ่งต้องรับฟีดแบ็กจากลูกค้าและพาร์ตเนอร์มาปรับปรุงและพัฒนา ไม่งั้นก็อาจจะเติบโตยาก” ซาฮิบแนะนำ

เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่สตาร์ทอัพสาย PropertyTech ไม่สามารถมองข้ามได้ก็คือ เรื่องความไว้วางใจ

“ขึ้นชื่อว่า PropertyTech มันคือการอนุญาตให้ผู้ให้บริการต้องเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคุณ เพราะฉะนั้นเรื่องความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องจำเป็น”

Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง

Startup Thailand Entrepreneurs Under 35
สาขาอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยีเมือง (PropertyTech & UrbanTech)

ซาฮิบ อนันต์ทรงวิทย์, Co-founder of Seekster

Website: seekster.co

Writer

ภัทรมน สุขประเสริฐ

เคยทำงานข่าว ยังขีดเขียนบ้างบางคราว ชอบสำรวจบ้านเมืองสังเกตผู้คน กินง่ายมาก อยากเล่นบอร์ดเกมทุกอาทิตย์

Photographer

กานต์ ตันติวิทยาพิทักษ์

เป็นช่างภาพ เป็นผู้ชาย เป็นลูกคนเดียว เป็นคนหลับง่าย เป็นคนใจเย็น เป็นคนพูดไม่สุภาพ เป็นคนขี้เซา เป็นคนเดินเร็ว เป็นคนไม่ฉลาด เป็นคนธรรมดา เป็นคนไทย

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

มาตั้งสติจากแนวคิดและบทเรียนน่ารู้ของสตาร์ทอัพที่น่าจับตา

The Cloud x Startup Thailand

ใครๆ ก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

นับวันความฝันนี้เริ่มกลายมาเป็นความฝันร่วมสมัยสำหรับคนยุคใหม่ หากแต่พอจะเริ่มทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ความเป็นไปได้ที่เจ้าของกิจการมือใหม่จะไม่ต้องวุ่นวายและใช้เวลายาวนานกับการทำความเข้าใจตัวเลข บัญชี และระบบหลังบ้านต่างๆ รวมไปถึงงานเดินเอกสาร วางบิล และใบแจ้งหนี้ นั้นเป็นไปได้แค่ไหน?

กฤษฎา ชุตินธร หนึ่งในผู้ก่อตั้ง FlowAccount ร่วมกับพี่และเพื่อนเข้าใจปัญหานี้ดี เมื่อเขาเริ่มทำธุรกิจของตัวเองแล้วพบว่า นอกจากจะต้องรู้ลึกรู้จริงในธุรกิจที่ตัวเองทำ เขายังต้องเจียดเวลาไม่น้อยมาทำความเข้าใจกับเรื่องบัญชี ไม่ว่าจะเป็นทำบัญชีด้วยมือ ออกแบบการบันทึกบัญชีด้วยตัวเอง หรือแม้แต่การซื้อโปรแกรมทำบัญชีสำเร็จรูปมาใช้งาน แต่ทุกทางล้วนมีปัญหา ไม่ยากเกินไป ก็ไม่สะดวกต่อการใช้งาน

“มันควรมีบัญชีเบื้องต้นที่ใครๆ ก็ทำเองได้ ที่เหลือส่งให้สำนักงานบัญชีทำ เมื่อบริษัทขยับขยายใหญ่ขึ้นค่อยหาโปรแกรมที่ซับซ้อนขึ้นมาใช้” กฤษฎาเล่าที่มาที่ไปของ FlowAccount สตาร์ทอัพที่พัฒนาเครื่องมือทางธุรกิจ ผู้เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจเจ้าของกิจการมือใหม่ทุกคน

นอกจาก FlowAccount จะออกแบบหน้าตาการใช้งานให้ง่ายและเป็นมิตรสมกับความตั้งใจแล้ว สตาร์ทอัพใจดีนี้ยังมีทีมงานนั่งคอยรับโทรศัพท์เป็นสายด่วน คอยให้คำปรึกษา สร้างความกระจ่าง ให้ทุกคนที่เคยมืดแปดด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบัญชี ภาษี รวมไปถึงการทำธุรกิจ

“การมีทีมให้คำปรึกษาผู้ใช้บริการเป็นความตั้งใจแรกของเราอยู่แล้ว เพราะตอนเราทำกิจการเองเรามั่วมาก เราเลยเอาความรู้สึกตรงนั้นมาว่าถ้ามีคนตอบคำถามเราได้คงดีนะ

“เวลาจะทำเครื่องมือแก้ปัญหาอะไร ให้พัฒนามาจากประสบการณ์ของตัวเองในฐานะผู้ใช้มาก่อน ถ้าเราไม่ใช่ผู้ใช้ มันยากที่จะเข้าใจปัญหาจริงๆ” กฤษฎาแนะนำ

“เรามองว่า FlowAccount มีโอกาสขยายฐานผู้ใช้ไปได้อีกมาก เพราะแนวโน้มของคนที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวมีมากขึ้น หรือแม้แต่คนที่ทำงานฟรีแลนซ์ที่อาจจะผันเป็นเจ้าของบริษัทด้วยเหตุผลทางภาษี

“เราหวังว่าสตาร์ทอัพนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบกิจการหน้าใหม่มีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาทำ” กฤษฎาเล่าถึงความตั้งใจของเขา

FlowAccount เพื่อนคู่ใจเจ้าของกิจการมือใหม่

FinTech สตาร์ทอัพสายป๊อป

แม้สตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับบัญชีได้รับการจัดหมวดหมูให้อยู่ในสตาร์ทอัพ FinTech ที่กำลังมาแรง แต่สำหรับกฤษฎาแล้วเขาไม่ได้เลือกที่จะทำธุรกิจสายนี้เพราะกระแสนิยมนั้น

“ตอนที่เราเริ่มทำ เราไม่ได้สนใจมาก่อนว่า FlowAccount เป็น FinTech เราเพียงแค่อยากทำในสิ่งที่เชื่อและสนใจ แต่โชคดีที่มีกระแสเข้ามาด้วยพอดี” กฤษฎาขยายความถึงสิ่งสำคัญอย่างความตั้งใจจริง เพราะหากไม่ได้มีแพสชันในสิ่งที่ทำก็อาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงทางอุปสรรคต่างๆ และอาจจะพบกับความไม่ยั่งยืน “การทำสตาร์ทอัพต้องลงทุนทั้งเวลาและเงินถึงจะสำเร็จ ดังนั้นหากตั้งใจจะทำอะไรก็ควรเป็นสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ” กฤษฎากล่าว

ทั้งนี้ กฤษฎามองว่าการเริ่มทำสตาร์ทอัพในปัจจุบันนั้นค่อนข้างจะถูกที่ ถูกเวลา เนื่องจากมีเวทีให้พิสูจน์ตัวมาก เช่นเดียวกับเขาที่ได้รับทั้งโอกาส เงินทุนและการสนับสนุนผ่านการประกวดจากหลายสนาม

“สิ่งที่เราทำพิสูจน์ว่าไอเดียง่ายๆ ที่ไม่ได้พิสดาร และใครๆ ก็สามารถคิดได้ ก็มีโอกาสได้รับการสนับสนุน เพียงแค่ต้องลงมือทำ และถ้าเราพิสูจน์ได้ว่าเราทำจริงจังอย่างต่อเนื่องและทุ่มเท ทำด้วยความตั้งใจ ทำดีที่สุดเท่าที่ความสามารถเรามี เราก็มีโอกาสได้รับการสนับสนุนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากต้องลงทุนทำเองทั้งหมดเราอาจมาไม่ถึงวันนี้”

มาถึงตอนนี้ FlowAccount เดินทางมาถึงปีที่ 3 ซึ่งสิ่งที่คอยชุบชูใจให้เขามีความสุขกับสิ่งที่ทำคือเสียงตอบรับจากผู้ใช้งาน

FlowAccount เพื่อนคู่ใจเจ้าของกิจการมือใหม่

“เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำ ทำให้ผู้ประกอบการรู้สึกดี เขาโทรมาบอกว่า ‘ใช้งานง่าย แม้จะไม่เคยใช้งานมาก่อน’ หรือ ‘ทำธุรกิจมาแล้วสิบกว่าปีเพิ่งเริ่มใช้ FlowAccount ทำให้เห็นว่ามีรายได้เท่าไหร่ในแต่ละเดือน’ ผลตอบรับเหล่านี้ทำให้เรามีแรงตั้งใจทำต่อไปมากขึ้น”

แม้เรื่องราวของ FinTech จะได้รับการพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง เมื่อถามถึงโอกาสของสตาร์ทอัพหน้าใหม่ในสายนี้ กฤษฎาเห็นว่ายังมีโอกาสอยู่อีกมาก

“มีความเป็นไปได้อีกเยอะมาก ข้อดีที่สุดของ FinTech คือการที่ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงเครื่องมือทางการเงินเร็วขึ้น สะดวกขึ้น ด้วยต้นทุนที่ถูกลง เช่น สามารถกู้เงินได้โดยไม่ผ่านโครงสร้างเดิม” กฤษฎาขยายความต่อถึงวิธีหาไอเดียเริ่มต้นสตาร์ทอัพที่สามารถทำได้ง่ายๆ โดยมองหาช่องทางจากต่างประเทศว่าสิ่งใดที่เมืองนอกมีแล้วเมืองไทยไม่มี ทั้งนี้ก่อนตัดสินใจต้องมองไปถึงบริบทของประเทศและความสนใจของตนเองด้วย

อย่างไรก็ตามแต่ละสตาร์ทอัพล้วนมีความเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน

สำหรับ FinTech นั้น กฤษฎามองว่าความท้าทายหลักอยู่ที่ผลงานต้องมีความน่าเชื่อถือเพียงพอ เนื่องจากเรื่องที่เกี่ยวกับการเงินเรื่องที่อ่อนไหวเป็นพิเศษ อีกทั้ง FinTech เป็นสายที่มีการควบคุมด้านนโยบายซึ่งต้องมีใบอนุญาตจึงจะดำเนินการได้

สำหรับโอกาสในการขยายธุรกิจต่อไปของ FlowAccount กฤษฎาเล่าให้ฟังว่า “เราต้องประเมินศักยภาพของตัวเองว่าเราทำได้แค่ไหน ส่วนใหญ่สตาร์ทอัพมักเริ่มในกลุ่มเป้าหมายเล็กๆ ของตัวเองแล้วค่อยขยาย ซึ่งสำหรับเรา เรายังคงเชื่อว่าเป้าหมายหลักเป็นการช่วยเหลือคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ การช่วยเหลือเจ้าของกิจการมือใหม่คือสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข เราจึงอยากสนับสนุนลูกค้ากลุ่มนี้ที่เข้ามาใหม่ในตลาดเรื่อยๆ” แม้กลุ่มเป้าหมายยังคงเป็นกลุ่มเดิม แต่ FlowAaccount ก็ยังมีภารกิจมองหาโซลูชันใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานลดเวลาในการทำบัญชีได้ไม่รู้จบ

FlowAccount เพื่อนคู่ใจเจ้าของกิจการมือใหม่

Startup Thailand Entrepreneurs Under 35
สาขาการเงิน (FinTech)

กฤษฎา ชุตินธร, Co-founder of FlowAccount

Website: FlowAccount.com

Writer

ภัทรมน สุขประเสริฐ

เคยทำงานข่าว ยังขีดเขียนบ้างบางคราว ชอบสำรวจบ้านเมืองสังเกตผู้คน กินง่ายมาก อยากเล่นบอร์ดเกมทุกอาทิตย์

Photographer

กานต์ ตันติวิทยาพิทักษ์

เป็นช่างภาพ เป็นผู้ชาย เป็นลูกคนเดียว เป็นคนหลับง่าย เป็นคนใจเย็น เป็นคนพูดไม่สุภาพ เป็นคนขี้เซา เป็นคนเดินเร็ว เป็นคนไม่ฉลาด เป็นคนธรรมดา เป็นคนไทย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load