The Cloud x Startup Thailand

คงเดาไม่ยากว่า หลายๆ คนน่าจะเคยเจอกับประสบการณ์เหล่านี้สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นน้ำแอร์หยด ท่อน้ำแตก ต้องหากะละมังมารองแก้ปัญหาเฉพาะหน้าชั่วคราว หรืองานยุ่งจนบ้านรกไม่มีเวลามาปัดกวาดเช็ดถู จนต้องปิดตาข้างหนึ่งเพื่อมองข้ามความไม่เป็นระเบียบเหล่านั้นไป ครั้นจะหาผู้ช่วยตรงใจที่มาจัดการดูแลเรื่องจุกจิกเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ครั้งหนึ่ง ซาฮิบ อนันต์ทรงวิทย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Seekster ก็เคยประสบปัญหาทำนองนี้ที่เข้าขั้นเร่งด่วน เมื่อแอร์ในโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวของเขาดันมีปัญหา ช่างประจำที่ใช้บริการสม่ำเสมอก็ไม่ว่างที่จะเข้ามาทันที ในขณะที่แขกก็กำลังจะมาเช็คอินเข้าพัก ในฐานะคนดูแลโรงแรม ซาฮิบจำเป็นต้องค้นหาช่างรายอื่นผ่านช่องทางต่างๆ ที่พอจะนึกได้ ท้ายที่สุดเขาก็เจอช่างที่ช่วยกอบกู้สถานการณ์ได้ทันเวลา แม้จะรู้สึกว่าค่าบริการสูงหน่อย แต่ด้วยความจำเป็นอย่างไม่ค่อยมีทางเลือกทำให้เขาต้องยอมจ่ายเงินตรงนั้นไป

แต่ซาฮิบไม่จบแค่ตรงนั้น ในเมื่อเราอยู่ในยุคที่อาหารจานร้อนจากร้านโปรดมาเสิร์ฟถึงรั้วบ้าน รถแท็กซี่มารับถึงปากประตูคอนโดได้โดยไม่ต้องเดินออกไปคอยเก้อ เราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยให้แทบทุกความเป็นไปได้เกิดขึ้นจริงเพื่อจะทำให้ความเป็นอยู่สะดวกสบายและง่ายขึ้นได้เพียงแค่ปลายนิ้ว Seekster แพลตฟอร์มสำหรับงานบริการเรื่องบ้านๆ จึงค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้น

“ที่ผ่านมาผมเห็นช่องว่างของอุตสาหกรรม คือเราไม่ไว้ใจช่าง พอมีปัญหาแอร์ ปัญหาไฟฟ้า เราอยากให้ช่างประจำมาดูให้ แต่บางครั้งช่างไม่ว่างมาตอนนี้” ซาฮิบเล่าต่อว่าที่จริงช่างและผู้ให้บริการมีอยู่มากมาย เห็นได้จากป้ายประกาศตามต้นไม้และเสาไฟฟ้าที่มีอยู่ทั่วไป แต่คุณภาพและความน่าเชื่อถือคือความท้าทายสำคัญ

แน่นอนว่าสตาร์ทอัพที่เป็นผลผลิตจากเขาและทีมจึงถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างตรงนี้ Seekster คือตัวกลางที่เป็นแหล่งรวมผู้ให้บริการที่จับคู่กับลูกค้า โดยที่ผู้ให้บริการทุกรายจะต้องผ่านการเทรนนิ่ง รวมทั้งตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่มีมาตรฐานทั้งด้านคุณภาพและราคา นอกจากนี้ยังมีระบบ rating ให้ผู้รับบริการประเมินผลการใช้งาน เพื่อที่จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ให้บริการทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด

ไม่เพียงแต่ผู้รับบริการเท่านั้นที่เป็นหัวใจสำคัญของ Seekster ซาฮิบบอกว่าเขาตั้งใจจะให้แพลตฟอร์มนี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ให้บริการด้วย

“ระบบของเราให้ค่าตอบแทนผู้ให้บริการมากกว่ารายได้ที่เขาได้ปกติถึง 3 เท่า และพวกเขาสามารถทำงานแบบฟรีแลนซ์ เลือกวันหยุดได้ตามต้องการ”  

Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง

Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง

คิดเล็กค่อยคิดใหญ่

พอคิดจะก่อร่างสร้างธุรกิจขึ้นกับมือร่วมกับเพื่อนๆ ซาฮิบวาดฝันไว้ไกลอยากให้ Seekster เป็นศูนย์รวมที่มีครบทุกบริการ

“เราสรุปไอเดียได้ว่าเราจะเป็นตลาดออนไลน์สำหรับทุกบริการ ถ้าจะหาช่างภาพ ช่างแต่งหน้า คนล้างรถ ติวเตอร์ กราฟิกดีไซน์ เราจะเป็นศูนย์รวมทุกอย่าง” แต่ภาพแห่งความเป็นจริงนั้น ผ่านไปได้เพียง 3 เดือน ซาฮิบและเพื่อนๆ ก็ต้องกลับมาทบทวนจุดยืนกันอีกครั้ง “เรารู้เลยว่าเราไม่มีพลังที่จะกินตลาดทุกอย่างเพราะเราไม่มีทรัพยากรต่างๆ ที่เพียงพอ เราเลยกลับมาดูว่ามีตลาดไหนที่พอทำได้และใหญ่ที่สุดเราก็ควรจะโฟกัส สุดท้ายเราตัดสินใจว่าเป็นตลาด Home Repair Maintenance”

ระหว่างทาง Seekster สำรวจตลาดผ่านการเซอร์เวย์ กว่า 80 เปอร์เซนต์จากกว่า 300 คนบอกว่าสนใจที่จะใช้บริการ Seekster จึงไม่รอช้าเริ่มทดลองแพลทตฟอร์มที่ออกแบบไว้ทันที

เริ่มแรก Seekster ใช้ระบบแมนวล เมื่อมีลูกค้าส่งใบขอรับบริการ Seekster จะโทรติดต่อช่าง และเมื่อช่างรับงาน Seekster ก็จะส่งคำตอบรับกลับไปให้ลูกค้าอีกทีหนึ่ง Seekster ผ่านการลองผิดลองถูกหลายครั้ง เปลี่ยนระบบ ปรับวิธีการคิดค่าบริการมาหลายๆ แบบ สตาร์ทอัพเพื่อบ้านแห่งนี้ค่อยๆ พัฒนาตัวขึ้น จนทุกวันนี้ผู้ใช้ Seekster สามารถจับคู่กับผู้ให้บริการได้ภายใน 2 – 5 นาที และคิดค่าบริการแบบอัตราคงที่เพราะเชื่อว่าลูกค้าต้องการความแน่นอน ต้องการรู้ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่เขาจะได้รับ

“ผมเชื่อใน A/B testing ไม่ว่าจะทำอะไรเราจะทดลองเลยว่าอันไหนได้รับการตอบรับที่ดีกว่ากัน และเราจะเลือกใช้สิ่งนั้น” ซาฮิบกล่าว

แม้ที่สุด Seekster ลงเอยด้วยการเป็นผู้ให้บริการที่เจาะจงเรื่อง Home Repair Maintenance โดยมีบริการแม่บ้านและช่างแอร์เป็นบริการหลักตลอดระยะเวลาขวบครึ่งที่เปิดให้บริการ แต่ทุกวันนี้ Seekster ก็ยังไม่หยุดนิ่ง

“บริษัทของเรามีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราปรับปรุงตัวเองตามคำแนะนำจากลูกค้า” ซาฮิบเล่าว่าทุกวันนี้ถ้ามองหาบริการทำความสะอาดโซฟา กำจัดเบดบั๊ก กำจัดแมลง ซ่อมประปา ไฟฟ้า หรือแม้แต่บริการแม่บ้านที่รีดผ้าโดยเฉพาะ ก็สามารถหาได้ครบจบที่ Seekster

“ผมพบว่าลูกค้าที่ใช้บริการกับเราครั้งแรก มักกลับมาใช้บริการเราในครั้งต่อๆ ไป รวมถึงลองใช้บริการอื่นๆ ภายใต้แบรนด์เราด้วย”

Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง

โลกอนาคตที่กำลังจะเป็นจริง

“ผมเชื่อว่าโลกอนาคตที่คุณตื่นมาพร้อมคำสั่งด้วยเสียง มีหุ่นยนต์มาจัดการเสิร์ฟกาแฟ และแสดงข้อมูลต่างๆ ที่คุณต้องการได้ในทันที เป็นความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น” ซาฮิบฉายภาพอนาคตอันใกล้ให้เราฟัง เขาเชื่อว่าสตาร์ทอัพสาย PropertyTech (เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เห็นได้จากการที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายๆ แห่งเริ่มนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเพิ่มคุณค่าให้แก่บริษัทและบริการของตัวเอง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นของลูกบ้าน เหมือนกับที่ Seekster เองที่กำลังจับมือกับ Property Developer บางเจ้าเพื่อให้บริการกับลูกบ้าน โดยภายในปีหน้า Seekster ตั้งเป้าเป็นผู้ให้บริการอันดับหนึ่งในประเทศไทยที่มีจำนวนผู้ให้บริการมากที่สุด และกำลังหาโอกาสเข้าไปจับกลุ่มลูกค้าที่เป็น B to B มากขึ้น

“การทำงานในสาย PropertyTech เปิดโอกาสให้เราหลายมุม ทำให้เราเรียนรู้ว่าการใช้เทคโนโลยีมาเปลี่ยนแปลงอะไรแค่เล็กๆ น้อยๆ มันสร้างอิมแพ็คได้เยอะมากแค่ไหน”

อย่างไรก็ตามซาฮิบบอกว่าสิ่งที่สตาร์ทอัพสายนี้ โดยเฉพาะอันที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีราคาสูง ควรคำนึงถึงคือเรื่องที่ว่าผู้อยู่อาศัยจะยอมจ่ายเงินเพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน และอีกหนึ่งความเสี่ยงก็คือ อาจมีคู่แข่งเข้ามาจับตลาดในรูปแบบธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน

“ความท้าทายก็คือเราจะป้องกันตัวเองจากคู่แข่งได้อย่างไรบ้าง จะโดดเด่นทางใดได้บ้าง ซึ่งต้องรับฟีดแบ็กจากลูกค้าและพาร์ตเนอร์มาปรับปรุงและพัฒนา ไม่งั้นก็อาจจะเติบโตยาก” ซาฮิบแนะนำ

เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่สตาร์ทอัพสาย PropertyTech ไม่สามารถมองข้ามได้ก็คือ เรื่องความไว้วางใจ

“ขึ้นชื่อว่า PropertyTech มันคือการอนุญาตให้ผู้ให้บริการต้องเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคุณ เพราะฉะนั้นเรื่องความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องจำเป็น”

Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง

Startup Thailand Entrepreneurs Under 35
สาขาอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยีเมือง (PropertyTech & UrbanTech)

ซาฮิบ อนันต์ทรงวิทย์, Co-founder of Seekster

Website: seekster.co

Writer

ภัทรมน สุขประเสริฐ

เคยทำงานข่าว ยังขีดเขียนบ้างบางคราว ชอบสำรวจบ้านเมืองสังเกตผู้คน กินง่ายมาก อยากเล่นบอร์ดเกมทุกอาทิตย์

Photographer

กานต์ ตันติวิทยาพิทักษ์

เป็นช่างภาพ เป็นผู้ชาย เป็นลูกคนเดียว เป็นคนหลับง่าย เป็นคนใจเย็น เป็นคนพูดไม่สุภาพ เป็นคนขี้เซา เป็นคนเดินเร็ว เป็นคนไม่ฉลาด เป็นคนธรรมดา เป็นคนไทย

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

มาตั้งสติจากแนวคิดและบทเรียนน่ารู้ของสตาร์ทอัพที่น่าจับตา

“ขอให้หายป่วยไวๆ นะครับ พวกเราจะช่วยมาส่งอาหารให้พี่ทุกวันเอง”

ประโยคจากไรเดอร์ของบริษัทหนึ่งที่กล่าวกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่กักตัวอยู่บ้าน

ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจเดลิเวอรี่ที่ดุเดือด บางบริษัทต้องถอนตัวออกจากตลาด ในวงการการส่งอาหาร บริษัทใหญ่ๆ ยังคงขาดทุนอยู่ 

‘SKOOTAR’ สตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดยคนไทย เพื่อคนไทย ก่อตั้งใน ค.ศ. 2014 สามารถทำกำไรได้ 

ปัจจุบันอยู่มา 6 ปีแล้ว ล่าสุดแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่ Robinhood ตกลงเป็นพาร์ตเนอร์กับ SKOOTAR และให้ไรเดอร์ของบริษัทช่วยส่งอาหารให้ 

ในธุรกิจที่มีการแข่งขันกันอย่างมาก และการเผชิญกับบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ SKOOTAR อยู่รอดและเติบโตได้อย่างไร

SKOOTAR สตาร์ทอัพให้บริการด้วยหัวใจ และมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร’

จุดเริ่มต้น

“ผมไม่ได้ชนะใครเลย” เป็นคำตอบของ ม.ล.กมลพฤทธิ์ ชุมพล หรือ คุณโก้ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สกู๊ตตาร์ บียอนด์ จำกัด เมื่อเราถามว่า สิ่งที่ทำให้ SKOOTAR เอาชนะเจ้าอื่นได้คืออะไร 

“เราอยู่รอดได้ เพราะเราโฟกัสว่า ลูกค้าคือใคร แก้ปัญหาอะไรให้เขา”

SKOOTAR สตาร์ทอัพให้บริการด้วยหัวใจ และมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร’

ตอนเริ่มตั้งธุรกิจ คุณโก้และทีมผู้บริหารตั้งเป้าหมายไว้ว่า SKOOTAR จะแก้ปัญหาให้ธุรกิจไทยและเมสเซนเจอร์

ทีม SKOOTAR เริ่มตั้งแต่การเข้าไปพูดคุยกับเจ้าของ SMEs ที่ต้องใช้บริการเมสเซนเจอร์ และคุยกับตัวเมสเซนเจอร์เอง 

“ผมไปที่ศูนย์รับเช็ค พี่ๆ เมสเซนเจอร์เขาต้องนั่งรอคิวกันสองสามชั่วโมงอยู่แล้ว ผมก็ไปชวนเขาคุยเรื่องชีวิต ถาม A day in a life ไปนั่งข้างเขาเลย ชวนคุย รอนานไหม หาลูกค้าอย่างไร” คุณโก้เล่าถึงช่วงเริ่มต้นทำแอปพลิเคชันนี้ 

ในสมัยนั้น เมืองไทยยังไม่มีแอปพลิเคชันเรียกเมสเซนเจอร์หรือสั่งอาหารอย่างแพร่หลายนัก เจ้าของธุรกิจ SMEs ที่ต้องส่งเอกสาร วางบิล หรือรับเช็ค ก็ต้องวิ่งไปเองบ้าง หรือจ้างวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยให้ช่วย บางครั้งก็ประสบปัญหาเมสเซนเจอร์หลงทางบ้าง หรือทำเอกสารตกหล่นบ้าง ฝั่งเมสเซนเจอร์ก็มีปัญหาเรื่องการหาลูกค้า ตลอดจนการคิดคำนวณราคา

แอปฯ ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวทั้งหมด ผู้ใช้งานกดเรียกเมสเซนเจอร์จากโทรศัพท์ได้ มีระบบติดตามว่าเมสเซนเจอร์วิ่งไปถึงไหนแล้ว ราคาเป็นมาตรฐาน และออกใบเสร็จให้กับลูกค้าที่เป็นองค์กรได้ ส่วนเมสเซนเจอร์ก็ได้ค่าจ้างที่ดี และมีลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ 

ด้วยบริการที่ยังไม่มีในเมืองไทย ทำให้ SKOOTAR ระดมทุนได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถระดมทุนจากโครงการ DTAC Accelerate สำหรับทุนก้อนแรก ระดมทุนจากกองทุน 500 Startups และกองทุน Galaxy Ventures รวมไปถึงได้รับเงินทุนจากนักลงทุนอิสระ (Angel Investors) ด้วย

ช่วยแก้ปัญหาที่คาดไม่ถึง

ในช่วงต้นนั้น ทางบริษัทมองว่าลูกค้าคือกลุ่มองค์กร และ SKOOTAR จะมาช่วยส่งเอกสารต่างๆ ในขณะนั้นยังไม่มีบริการ Food Delivery แพร่หลายอย่างทุกวันนี้ ครั้งหนึ่ง มีคุณแม่ลูกเล็กท่านหนึ่งติดต่อเข้ามา ลูกเธอป่วย แต่เธออยู่คนเดียวกับลูก ออกไปซื้ออาหารและยาไม่ได้ ตอนนั้นเป็นเวลาค่อนข้างดึกแล้ว จึงลองเรียก SKOOTAR ดู 

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณโก้และทีมเห็นว่า ธุรกิจได้ช่วยเหลือผู้คนในแบบที่คาดคิดไม่ถึง

รูปแบบธุรกิจของ SKOOTAR เองจึงค่อยๆ เปลี่ยนไป จากเดิมที่นิยามตนเองว่าเป็น ‘เมสเซนเจอร์ออนไลน์มือโปร’ ก็ปรับเป็น ‘บริการขนส่งด่วนออนไลน์มือโปร’ เนื่องจากบริษัทมิได้จัดส่งแค่เอกสารเพียงอย่างเดียว แต่ส่งสิ่งของ (สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์) และอาหาร ช่วงโควิด-19 มีการช่วยโรงพยาบาลให้ส่งอาหารถึงผู้ป่วยและผู้ที่ต้องกักตัวในราคาย่อมเยา และวางแผนขยายไปให้บริการในจังหวัดอื่นต่อ

SKOOTAR สตาร์ทอัพให้บริการด้วยหัวใจ และมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร’
SKOOTAR สตาร์ทอัพให้บริการด้วยหัวใจ และมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร’

‘มือโปร’ 

คุณโก้ใช้คำว่า ‘มือโปร’ อยู่บ่อยครั้งเมื่อกล่าวถึงนิยามธุรกิจนี้

ทาง SKOOTAR ฝึกเมสเซนเจอร์ให้เป็นมือโปรอย่างแท้จริง บริษัทอื่นอาจสอนไรเดอร์ให้ใช้แอปพลิเคชันเป็น แต่ที่นี่เริ่มตั้งแต่สอนมารยาทการบริการ เอกสารมีกี่ประเภท เมื่อรับเอกสารมา ลองสังเกตและแจ้งผู้รับว่า เซ็นเอกสารตรงไหน เอกสารฉบับไหนคือสำเนา แผ่นไหนคือต้นฉบับ ต้องแยกให้ออก

นอกจากนี้ การอบรมยังละเอียดถึงขั้นสอนเมสเซนเจอร์ให้รู้จักวิธีเข้าเช็ค เมสเซนเจอร์รู้จักคำว่า ใบ D/O ใบ B/L (เอกสาร 2 ชนิดนี้คืออะไร อ่านเฉลยได้ตอนท้ายบทความ) 

หากเป็นไรเดอร์ที่มีหน้าที่ส่งอาหาร ก็จะสอนวิธีจัดวางอาหาร วางแบบใดอาหารจะไม่หก และส่งถึงมือลูกค้าได้โดยสวัสดิภาพ 

ในช่วโควิด-19 นี้ เมสเซนเจอร์ของ SKOOTAR บางคนก็สร้างความประทับใจให้ลูกค้าด้วยความใส่ใจเช่นนี้ บ้านหนึ่งครอบครัวเดินทางและลืมให้อาหารสุนัขที่บ้าน จึงให้ไรเดอร์ไปซื้ออาหารและฝากเทให้สุนัขกิน เมื่อเจ้าของดูจากกล้องวงจรปิด ก็เห็นไรเดอร์ค่อยๆ จัดถาดอาหาร และเปิดกล่องอาหาร เอาฝาพัดให้อาหารหายร้อน และเรียกให้น้องหมามากิน 

‘คน’ สำคัญ

อะไรคือคำแนะนำที่อยากฝากให้กับน้องๆ ที่สนใจทำสตาร์ทอัพ

คำตอบแรกที่คุณโก้ตอบทันทีคือ เลือกเพื่อนร่วมอุดมการณ์ดีๆ ยิ่งตำแหน่งสำคัญ ยิ่งต้องใช้เวลา 

ในอดีต SKOOTAR เลือกทีมงานอย่างรวดเร็ว แม้บางคนมีทักษะดี แต่ Mindset ไม่ตรงกับทีมงานคนอื่น จึงทำให้เกิดปัญหากันในทีมค่อนข้างมาก หรือบางครั้ง พนักงาน 2 คนทำตำแหน่งเดียวกัน มีทักษะพอๆ กัน แต่คนหนึ่งมี Mindset ที่ดี ทำให้ผลงานแตกต่างจากพนักงานอีกคนเป็นอย่างมาก

ตัวอย่างของ Mindset ที่สตาร์ทอัพนี้มองหาในผู้สมัคร คือ ‘Be the Solution’ กล้าริเริ่มเสนอแนะ ลงมือทำ ‘Be Adaptive’ ลองปรับตัว ลองใช้เครื่องมือใหม่ๆ ในการทำงาน ลองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ‘Be Kind’ เห็นอก เห็นใจ รับฟังกัน 

ครั้งหนึ่ง ในออฟฟิศมีพนักงานคนหนึ่งกำลังเร่งเตรียมงานแต่งงาน รุ่นพี่อีกคนหนึ่งก็อาสาช่วยทำงานบางส่วนให้ เพราะไม่อยากให้น้องทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว นี่คือลักษณะของ Be Kind ในแบบของ SKOOTAR 

คำถามสัมภาษณ์งานในอดีต จะเน้นไปที่การดูว่าผู้สมัครทำอะไรได้บ้าง เคยทำงานลักษณะไหนมา แต่ปัจจุบัน รูปแบบของคำถามเปลี่ยนไป คำถามส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การเข้าใจ Mindset ของคนคนนั้น เช่น เป้าหมายชีวิตคืออะไร มีโปรเจกต์ไหนที่ทำแล้วรู้สึกภูมิใจที่สุด หรือให้ลองจัดลำดับดูว่าตนเองต้องการแบบไหน A. ความสำเร็จ B. เพื่อนร่วมงานที่ทำงานเข้ากันได้ดี ไม่มีปัญหา C. คำยกย่อง คำชื่นชม คำถามเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจวิธีคิดและทัศนคติของผู้สมัครได้ดี

SKOOTAR ยังให้ความสำคัญกับไรเดอร์ คุณโก้บอกกับทีมงานเสมอว่า คนขับก็คือลูกค้าของเรา หากคนขับไม่มีความสุข ก็จะไม่มีคนไปดูแลลูกค้าต่อ มีการสำรวจความพึงพอใจของไรเดอร์อย่างต่อเนื่อง มี Line Group ของทีมงานกรุ๊ปหนึ่ง ชื่อ ‘Driver Marketing’ เป็นทีมเฉพาะกิจช่วยดูแลความสุขของเมสเซนเจอร์โดยเฉพาะ 

คนขับบางคนต้องรับภารกิจไปส่งอาหารให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่กักตัว ทางทีมก็จะสื่อสารกับคนขับว่า พวกเราเป็นไรเดอร์มือโปรฯ มีภารกิจที่สำคัญอย่างไร นั่นทำให้ไรเดอร์ไปส่งอาหารพร้อมบอกลูกค้าว่า “ขอให้หายป่วยไวๆ นะครับ พวกเราจะช่วยมาส่งอาหารให้พี่ทุกวันเอง”

สตาร์ทอัพขนส่งด่วนออนไลน์มือโปรสัญชาติไทยที่บริการด้วยใจ และตั้งใจจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่างมืออาชีพ

การเลือกและการเติบโต

ที่ผ่านมา SKOOTAR ประสบความสำเร็จในการระดมทุนจากกองทุนและนักลงทุนอิสระอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อถึงจุดที่เงินทุนเพียงพอ ทางบริษัทตัดสินใจที่จะยังไม่ระดมทุนเพิ่มอีก

“เราดูแลธุรกิจไทย” คุณโก้กล่าวอย่างชัดเจน

SKOOTAR ‘เลือก’ โฟกัสว่า ลูกค้าหลักคือลูกค้าองค์กร ไม่ได้จะขยายใหญ่เพื่อไปแข่งกับบริษัทรายใหญ่รายอื่น แทนที่จะเอาเงินทุนมาขยายธุรกิจให้ใหญ่โต แต่กลับใช้เงินทุนและกำไรที่มี ลงทุนกับการรับฟังลูกค้าและช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

ลูกค้ารีวิวคนขับว่าอย่างไรบ้าง มีไรเดอร์คนไหนมีปัญหาหรือไม่ 

มีการทำแบบสำรวจ และ Net Promoter Score (การวัดความพึงพอใจลูกค้า และสำรวจว่าลูกค้ายินดีแนะนำบริษัทต่อให้ผู้อื่นหรือไม่) 

มีเคสหนึ่ง ลูกค้าต้องการส่งเค้กหน้านิ่ม ซึ่งเป็นขนมที่บอบบางและเสี่ยงต่อการขนส่งเป็นอย่างยิ่ง ทีมงานก็ประชุมกันเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาให้กับลูกค้า โดยเสนอวิธีการแพ็กและให้คำแนะนำเพิ่มเติมกับไรเดอร์เพื่อให้การส่งปลอดภัยยิ่งขึ้น

การมุ่งแก้ปัญหาให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ทำให้ได้พบกับโอกาสในการขยายธุรกิจ จากการรับส่งเอกสารเพียงอย่างเดียว ก็เริ่มขยายมาส่งพัสดุ สินค้า ตลอดจนการส่งอาหาร ล่าสุด ยังมีบริการพัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการระบบขนส่งให้กับองค์กรใหญ่ๆ อีกด้วย และในปลายปีนี้ จะเปิดให้บริการขนส่งด้วยรถขนาดใหญ่ รองรับกับความต้องการลูกค้าที่สูงขึ้นในช่วงโควิดนี้ 

เรื่องราวของธุรกิจนี้ทำให้เห็นวิถีสตาร์ทอัพโดยคนไทย เพื่อคนไทย ที่มองเห็นลูกค้าและความต้องการของพวกเขาชัดตั้งแต่วันแรก แม้รูปแบบธุรกิจจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่สิ่งที่ SKOOTAR ยังตั้งใจรักษาอยู่ คือการมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร

สตาร์ทอัพขนส่งด่วนออนไลน์มือโปรสัญชาติไทยที่บริการด้วยใจ และตั้งใจจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่างมืออาชีพ

หมายเหตุ : 

  • ใบ D/O หรือ Delivery Order คือ ใบปล่อยสินค้า ผู้นำเข้าจำเป็นต้องใช้สำหรับนำไปปล่อยตู้สินค้าที่ท่าเรือหรือท่าอากาศยาน
  • ใบ B/L มาจากคำว่า Bill of Lading หมายถึง ใบตราส่งสินค้าทางเรือ ใช้แจ้งว่าใครคือเจ้าของสินค้า ตลอดจนรายละเอียดสินค้า

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load