The Cloud x Startup Thailand

จากประสบการณ์การทำงานในบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจของ ธฤษ ตัณฑเสถียร หนึ่งในผู้ก่อตั้ง MyCloud ทำให้เขาพบปัญหาหลักที่ทำให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ในประเทศไม่สามารถเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่เป็นภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

หนึ่งในปัญหาเหล่านั่นคือ เรื่องโลจิสติกส์ ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงของบริการ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของบริษัท SME เหล่านี้ โดยเฉพาะความต้องการจากธุรกิจใหม่ๆ อย่าง อีคอมเมิร์ซ หรือธุรกิจขายของหลายช่องทาง ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในธุรกิจยุคดิจิทัล

นิธิ สัจจทิพวรรณ อีกหนึ่งผู้ก่อตั้ง เล่าให้เราฟังว่า MyCloud เป็นบริษัทให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดเก็บสินค้า ขนส่ง จัดวาง รวมทั้งให้บริการสำหรับสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สินค้าจัดเก็บเป็นระยะเวลานาน จนถึงสินค้าเปลี่ยนผ่านเร็วที่ต้องการบริการการขนส่งและจัดเก็บสินค้าที่เปลี่ยนไปจากอดีต และกำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นในกลุ่มผู้ขายสินค้าออนไลน์

ธฤษและนิธิเริ่มทำธุรกิจด้วยกันตั้งแต่ พ.ศ. 2557 โดยแรกเริ่มเป็นธุรกิจอัญมณีแบบสั่งทำเฉพาะ มีข้อได้เปรียบทางการตลาดอยู่ที่เรื่องการผลิตแบบทันเวลาพอดี (Just-in-time, JIT) หรือการผลิตในเวลาที่ลูกค้าต้องการสินค้า เพื่อลดความจำเป็นในการเก็บสินค้าคงคลังเป็นเวลานาน ซึ่งในอีกทางหนึ่ง ทำให้ระบบโลจิสติกส์มีความสำคัญมากและใช้เวลานานกว่าจะสามารถสร้างระบบที่เหมาะสมได้ แต่สุดท้ายธุรกิจดังกล่าวก็ล้มไป

นิธิเล่าว่า จากที่ครอบครัวของเขาได้ทำธุรกิจคลังสินค้ามาก่อน ทำให้มีฮาร์ดแวร์ที่พร้อมคือ คลังสินค้าขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก มีโนว์ฮาวของการให้บริการโลจิสติกส์ให้กับธุรกิจรูปแบบเก่า บวกกับระบบโลจิสติกส์ใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจยุคออนไลน์ ทำให้เกิดการรวมจุดเด่นของสองส่วนเพื่อสร้างให้เกิดธุรกิจครบวงจรของ MyCloud

MyCloud

กว่าจะมาเป็นผู้ชนะ

MyCloud ไม่ได้เดินตามเส้นทางสูตรสำเร็จของสตาร์ทอัพส่วนใหญ่ที่เราคุ้นเคยกัน ที่เริ่มจากการสร้างไอเดีย ตั้งทีมทำงาน pitch ไอเดียแล้วขอทุนจากนักลงทุนจนค่อยเริ่มทำธุรกิจ แต่นิธิบอกว่า พวกเขาเลือกที่จะเริ่มทำธุรกิจจริงเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ว่าการให้บริการรูปแบบนี้คือสิ่งที่คนต้องการและเป็นสิ่งที่สตาร์ทอัพของเขาจะสามารถตอบโจทย์ได้

“เราทำงาน 2 ปีเต็มจนมีลูกค้า จนมีกำไร ด้วยซ้ำถึงค่อยเปิดตัว เพราะว่าอย่างที่เรารู้ตั้งแต่เตรียมตัวแต่แรกว่าเราเป็นบริษัทโลจิสติกส์ เราไม่เซ็กซี่ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดยิ่งยังทำธุรกิจจริงไม่ได้ มีแค่ไอเดียคงไม่มีใครมาสนใจแน่นอน สิ่งที่ทำก็คือเราต้องพิสูจน์ก่อนว่าสิ่งที่เราทำอย่างน้อยๆ ไอเดียมันเวิร์กแล้ว เราถึงค่อยทัดเทียมคนอื่นที่มีแต่ไอเดียด้วยซ้ำไป”

นิธิเล่าว่า หลังจากดำเนินธุรกิจมาได้ระยะเวลาหนึ่ง MyCloud สมัครเข้าร่วมกับ Spark โครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพของไทย โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือให้สตาร์ทอัพเหล่านี้มีโอกาสไปเติบโตในต่างประเทศ

MyCloud ได้รับการคัดเลือกโดย Spark ให้เป็นหนึ่งใน 12 สตาร์ทอัพที่จะเข้ามาจัดแสดงในงาน Startup Thailand 2017 รวมทั้งยังได้เข้าร่วมการแข่งขัน Startup Thailand Pitching Grand Challenge 2017 แม้จะไม่เคยผ่าน pitching มาก่อน แต่ MyCloud ก็ได้ชนะการแข่งขันเพื่อเป็นตัวแทนในระดับจังหวัด ระดับภาค จนมาแข่งขันในระดับประเทศและได้รับชัยชนะรางวัลที่หนึ่งของเวทีใหญ่แห่งนี้

“ตอนพิทช์ผ่านมาทั้งหมด 5 เวทีมีความตื่นเต้นมาก เพราะเราได้แข่งขันเป็นที่หนึ่งของจังหวัดก็ตกใจแล้ว และไม่ได้คาดฝันว่าตอนนี้จะมาแข่งประเทศ สั่นเลย กลัวๆ แต่คิดแล้วว่าไม่เป็นไรหรอก เราแค่อยากมาพูดให้เขาฟังเราอยากช่วยอะไร เราอินกับอะไร ก็ทำให้ใจเย็นลง พูดนำเสนอออกมาได้ เราพยายามคิดว่าเราไม่ได้พูดต่อหน้ากรรมการแต่เรากำลังพูดเรื่องนี้ต่อคนที่มีปัญหา” นิธิเล่าให้เราฟังถึงตอนแข่งขัน

ธฤษบอกว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ MyCloud คว้ารางวัลมาได้คือการที่บริษัทมีแนวทางการทำธุรกิจที่ตอบโจทย์ลูกค้าในระดับบริษัท และการที่บริษัทสามารถช่วยสนับสนุน SME ให้สามารถเติบโตได้ มีทรัพยากรที่ทัดเทียมกับบริษัทใหญ่ๆ สอดคล้องกับแนวนโยบาย Thailand 4.0 ของภาครัฐที่ต้องการจะสนับสนุนธุรกิจเล็กๆ เหล่านี้

“เราต้องการให้ธุรกิจขนาดเล็กในไทยมีการเจริญเติบโต มีทรัพยากรที่ทัดเทียมกับบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งสิ่งที่มีความแตกต่างมากๆ คือระบบโลจิสติกส์ ตั้งแต่การบริการจัดการออร์เดอร์ การควบคุมสินค้าคงคลัง การประมาณการความต้องการของตลาด สิ่งเหล่านี้ผู้ประกอบการสามารถจ่ายเงินน้อยๆ มาเริ่มใช้กับเรา ทำให้เขามีเครื่องมือเหล่านี้ครบ ซึ่งผมคิดว่ารัฐบาลมองที่จุดนี้ว่าสนับสนุนเราให้โตได้ และไม่ใช่แค่เราที่โตขึ้น แต่หมายถึงทุกๆ SME”

นิธิบอกว่า เป้าหมายต่อไปของ MyCloud คือการปรับตัวให้เข้ากับภาพธุรกิจของการซื้อขายสินค้าที่จะเปลี่ยนไปในอนาคต สร้างความเข้าใจความต้องการลูกค้าที่ดีขึ้น และการขยายธุรกิจออกไปถึงประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจของลูกค้าที่จะไม่เพียงแต่แข่งขันภายในประเทศเท่านั้น

“คิดว่าเรายังห่างไกลจากสิ่งที่วางไว้ เพราะว่าระบบนิเวศและวิถีชีวิตคนมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เมื่อก่อนเน้นที่ใช้คอมพิวเตอร์ แต่ตอนนี้กลายเป็นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอีก 5 ปีข้างหน้าระบบการซื้อขายผ่านออนไลน์ก็อาจไม่ใช่แค่ในโทรศัพท์มือถือแล้ว เราอาจจะไม่มีมือถือแล้ว มันอาจจะเป็นบางอย่างที่เราไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง

“แต่ไม่ว่าผู้บริโภคหรือเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปยังไง สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือการเดินทาง ยังไงสินค้าก็ต้องเดินทางด้วยโลจิสติกส์อยู่ดี”

MyCloud MyCloud

หาความสมดุลตั้งแต่เริ่มสตาร์ท

ธฤษบอกว่า ปัจจัยสำคัญของที่จะทำให้สตาร์ทอัพไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและประสบความสำเร็จได้ก็คือ การหาความสมดุลระหว่างส่วนธุรกิจกับส่วนพัฒนาเทคโนโลยีภายในแต่ละสตาร์ทอัพเอง

เขาบอกว่า หลายๆ สตาร์ทอัพในประเทศไทยที่พบจะให้ความสำคัญไปในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น บางสตาร์ทอัพให้ความสำคัญมากกับการพัฒนาแอพพลิเคชัน การเขียนโค้ด แต่ขาดแนวคิดทางธุรกิจที่ดี หรือบางสตาร์ทอัพเก่งในการบริหารธุรกิจ แต่ไม่สามารถนำไอเดียไปใช้จริงได้ การหาความสมดุลระหว่างสองด้านเจอจะทำให้สตาร์ทอัพเหล่านี้ไปได้ไกลขึ้น

“ในวงการสตาร์ทอัพตอนนี้หลายๆ อย่างมันคือการลอกเลียนแบบกัน จนหาความแตกต่างได้ยาก เราอยากให้เลิกสนใจเรื่องความเท่แล้วไปโฟกัสจริงๆ ถึงเรื่องปัญหาที่เราแคร์ที่สุด ซึ่งถึงแม้สตาร์ทอัพทุกคนจะทำเหมือนกันแต่เราหาปัญหาได้ ยังไงมันก็จะมี niche ของตัวเองอยู่ดี และโฟกัสที่เสียงของลูกค้า ฟังเค้า เรื่องพิทช์เป็นแค่เรื่องรอง เรื่องฟังลูกค้าเรื่องหลัก” นิธิฝากคำแนะนำสุดท้ายไปถึงสตาร์ทอัพรุ่นใหม่

MyCloud

Winner of Startup Thailand Pitching Grand Challenge 2017

นิธิ สัจจทิพวรรณ Chief Executive Officer of MyCloudFulfillment
ธฤษ ตัณฑเสถียร Co-Founder of MyCloudFulfillment

Website: mycloudfulfillment.com

Writer

ปวีร์ ศิริมัย

บัณฑิตเศรษฐศาสตร์ผู้สนใจงานข่าวและงานเขียน ใฝ่ฝันอยากเป็นนักสัมภาษณ์ที่เก่ง ติดอ่านนิยาย ปรัชญา และรักการฟังเพลงแจ๊ส

Photographer

กานต์ ตันติวิทยาพิทักษ์

เป็นช่างภาพ เป็นผู้ชาย เป็นลูกคนเดียว เป็นคนหลับง่าย เป็นคนใจเย็น เป็นคนพูดไม่สุภาพ เป็นคนขี้เซา เป็นคนเดินเร็ว เป็นคนไม่ฉลาด เป็นคนธรรมดา เป็นคนไทย

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

มาตั้งสติจากแนวคิดและบทเรียนน่ารู้ของสตาร์ทอัพที่น่าจับตา

The Cloud x Startup Thailand

“เราไม่ได้เป็นบริษัทจัดหางาน แต่เรากำลังเปลี่ยนชีวิตคน”

พลภัทร ทรงธัมจิตติ Co-Founder & CMO ของ GetLinks มีสีหน้าและแววตาเปี่ยมไปด้วยพลังพลุ่งพล่านทุกครั้งที่เขาเอ่ยประโยคนี้

มนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดสำหรับวงการสตาร์ทอัพ ซึ่งเป็นความหวังในการขับเคลื่อนโลกใบนี้ด้วยจังหวะใหม่ที่เร็วขึ้นและล้ำขึ้นอย่างที่ไม่เคยมียุคใดทำได้มาก่อน

จึงจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาความสามารถของบุคคลสามกลุ่มหลักๆ คือ Developer Designer และ Digital Marketer หรือที่เรียกรวมกันง่ายๆ ว่า 3D Talents และคนกลุ่มนี้แหละที่จะเป็นเรี่ยวแรงสำคัญของการหมุนโลกต่อไป

“เราเลือกแก้ปัญหาเกี่ยวกับชีวิตคนและทางเลือกให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น เราแทบจะไม่พูดว่าหางานเลยด้วยซ้ำ ภารกิจของเราคือการ connecting people เมื่อเราตั้งใจที่จะแก้ปัญหาที่ใหญ่มากพอ มันจึงมีแรงขับจากตัวองค์กรและทีมงาน ในการเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง”

GetLinks บริษัทที่เชื่อมต่อคนที่ถูกต้องเข้ากับงานที่ถูกใจ GetLinks บริษัทที่เชื่อมต่อคนที่ถูกต้องเข้ากับงานที่ถูกใจ

คุณสมบัติที่ 1 : อุดมการณ์และความตั้งใจ

การเดินทางของเก็ตลิงค์ผ่านอุปสรรคและสนาม pitching มานับไม่ถ้วน  ซึ่งทุกครั้งเขาได้เรียนรู้จากมันเสมอ พลภัทรเผยว่าช่วงที่ยากสุดสำหรับสตาร์ทอัพก็คือการทำ Product Market Fit เพราะต้องรู้ความต้องการของตลาด และผลิตภัณฑ์ต้องทำหน้าที่เป็นทางออกในการแก้ปัญหาของตลาดด้วย เหตุที่มันยากเพราะมีสินค้าบริการจัดหางานเดิมอยู่เต็มไปหมด แล้วอะไรคือสิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครนึกถึงมาก่อน

สำหรับเก็ตลิงค์ ก่อนที่จะไปถึงคำตอบนั้น ความเข้าใจในความต้องการของตลาดเป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดและสำคัญที่สุดในเวลาเดียวกัน สำหรับการทำธุรกิจ “ไม่ว่าจะทำสตาร์ทอัพอะไรก็ตาม เราเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา การเก็บข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจผู้ใช้งานจึงสำคัญต่อธุรกิจมาก ยิ่งปัญหาที่ใหญ่มากๆ เราก็ยิ่งต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวเพราะเราอยากแก้ปัญหาที่ใหญ่พอจะสร้างคุณค่าต่อโลกใบนี้”

ด้วยความเชื่อนี้เองที่ทำให้บริษัทสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่มีงบจำกัดสามารถจัดงานจ๊อบแฟร์ที่มีบริษัทสตาร์ทอัพมาร่วมด้วยมากที่สุดในไทย รวมถึงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในชื่อของ BKK Startup Job Fest เมื่อปี 2015 โดยเลือกผสมผสานระหว่างการหาคนและหางานเข้ากับ Tech Conference ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับสตาร์ทอัพกลับไปด้วย ซึ่งดึงดูดความสนใจของคนในวงการและคนทั่วไปได้มากถึงราว 3,500 คน พลภัทรบอกว่า ในตอนนั้นแม้จะยังไม่สามารถมอบสิ่งตอบแทนให้คนที่มาช่วยงานในรูปแบบของเงินได้ สิ่งที่ต้องมอบให้ผู้ที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์ก็คือการแสดงให้เห็นถึงอิมแพคสำคัญที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกคน

GetLinks บริษัทที่เชื่อมต่อคนที่ถูกต้องเข้ากับงานที่ถูกใจ GetLinks บริษัทที่เชื่อมต่อคนที่ถูกต้องเข้ากับงานที่ถูกใจ

คุณสมบัติที่ 2 : ความฝันที่มีร่วมกัน

ความฝันอันยิ่งใหญ่ของเก็ตลิงค์ คือการเปลี่ยนชีวิตของผู้คน ให้คนที่ถูกต้อง ได้มาเจอโอกาสที่ถูกต้องสำหรับการพัฒนาตัวเอง กระตุ้นกระบวนการในการเชื่อมต่อกันของคนทั่วโลก เนื่องมาจากในประเทศไทยนั้นยังมีคนไม่เพียงพอที่จะรองรับการเติบโตของวงการสตาร์ทอัพที่ขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง แถมยังต้องแข่งขันกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากต่างประเทศอีก

เมื่อเก็ตลิงค์มองเห็นภาวะนี้อย่างชัดเจนจึงไปเปิดตัวในหลายประเทศ ทั้งดึงตัวบุคลากรจากต่างประเทศเข้ามาในไทย และผลักดันคนไทยให้ก้าวไกลโกอินเตอร์ เพื่อให้เกิด Cross Boarder สร้างสมดุลของทีมทำงานที่ถูกต้องทั่วภูมิภาคเอเชีย เช่น เวียดนามเป็นแหล่งส่งออกเดเวล็อปเปอร์และโปรแกรมเมอร์ ส่วนเกาหลีใต้ก็เป็นแหล่งผลิต Data Scientist ออกมาจำนวนมาก ส่วนประเทศที่มีความต้องการบุคลากรเข้ามารับตำแหน่งงานอย่างฮ่องกง สิงคโปร์ ที่มีบริษัทจดทะเบียนเยอะ ต้องการคนเยอะ เก็ตลิงค์เป็นตัวกลางในการคัดเลือกหัวกะทิจากแต่ละสาขาตำแหน่งในอัตราส่วน 5:100 ของผู้สมัครทั้งหมด นำมาจับคู่เข้ากับความต้องการของบริษัทที่ต้องการคนคุณภาพ ทำงานดีและมีวิธีคิด วิธีการทำงานที่เข้ากันได้จริง

จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลตอบรับของผู้ใช้งานเก็ตลิงค์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์เล่าว่ามีความสุขกับงานใหม่มาก ไม่ว่าจะเป็นฝั่งผู้สมัครงานหรือบริษัทที่รับพนักงานใหม่เข้าไป

เมื่อผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพเชื่อว่าตัวเองกำลังทำงานที่มีความหมาย ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ต่างรู้สึกเช่นเดียวกันตามไปด้วย พนักงานของเก็ตลิงค์ทุกคนต่างรับรู้ความฝันของทุกคนหมด

“เราแชร์ฝันกันเสมอ สุดท้ายแล้วมันจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักและเป็นคุณค่าที่ขับเคลื่อนพวกเขาอยู่ข้างใน แล้วก็เป็นตัวขับเคลื่อนออกมา ผมรู้ว่าบางคนอยากเปิดร้านดอกไม้ อยากเป็นผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบ อยากเป็นหัวหน้าทีม พอเราเข้าใจเขา มันก็กลายเป็น propose driven ทั้งหมด” พลภัทรอธิบายรูปแบบการทำงานของบริษัทซึ่งให้ความสำคัญแก่ความฝันของทุกคนอย่างแท้จริง

“ยิ่งเราเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชีวิตคน มันจะอยู่ไม่ได้ถ้าเราไม่แคร์ความฝัน ไม่แคร์ความต้องการของของพนักงานเราเอง เราคุยกันรายเดือนเลย บนโต๊ะประชุมเราถามกันว่า ฝันของคุณเป็นยังไงบ้าง ใกล้ความจริงขึ้นบ้างหรือยัง มันสำคัญมากเลยนะ เราไม่ได้คุยว่างานเป็นยังไงบ้าง ในมุมนี้เราให้เวลาในการคุยเรื่องของเขา เราอยากสนับสนุนคนที่มีฝันและกำลังทำมันอยู่ เราชอบเพราะเราได้ช่วยเขาทำฝันด้วย และเขาก็มาช่วยทำให้ฝันของเราเป็นจริงเหมือนกัน”

คุณสมบัติที่ 3 : ความสำเร็จที่มีคุณค่าและส่งผลต่อผู้อื่น

“ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เราอยากเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จมาก เพราะการประสบความสำเร็จนั้นหมายถึงเราได้สร้างคุณค่าและสร้างบุคลากรด้านสตาร์ทอัพรุ่นต่อไปให้สตาร์ทอัพอื่นๆ อีกมากมาย” ซึ่ง ‘อื่นๆ อีกมากมาย’ ที่เขาหมายถึงก็คือการวางรากฐานคนทำงานด้านสตาร์ทอัพที่มีคุณภาพทั่วเอเชียให้ได้ในเร็ววัน

การทำงานที่ผ่านมาของเก็ตลิงค์ตอกย้ำให้พลภัทรเห็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนและสำคัญมาก 2 เรื่อง

นั่นก็คือเรื่อง Dare to Dream เพราะคนเรามักไม่กล้าฝันหรือคิดอะไรที่ใหญ่กว่าตัวเยอะนัก คนที่กล้าพูดความฝัน หรือทำความฝันนั้นให้เป็นจริงมีน้อย

“กฎง่ายๆ ของผม คือ ถ้ามีฝันแล้วไม่พูดออกมาก็จะไม่มีวันทำได้ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับวิธีการทำงานของสมองของเรา คือเมื่อเราพูดแล้วจะคิด เชื่อแล้วก็จะกลับมาทำ เริ่มแรกต้องเริ่มฝันแล้วแชร์มันออกมาก่อน”

ชวนให้คิดว่า หรือจริงๆ แล้วเหตุเราไม่กล้าฝันเพราะเราอาจจะไม่ได้อยากได้มันมากพอ

“มีคนมาถามผมเยอะนะ ว่าอยากสำเร็จต้องทำยังไง หาไอเดียเริ่มต้นยังไง จริงๆ มันมีคำถามเดียวเลยคือ ‘คุณอยากได้มันมากแค่ไหน’ สำหรับเรา เป้าหมายของเราไม่ใช่กำไรสูงสุด แต่เราอยากเห็นชีวิตคนที่เปลี่ยน อยากเห็นโคตรๆ เลย เราเลยเลือกที่จะตั้งเป้าหมายกับสิ่งที่มันจับต้องไม่ได้มากกว่า เป็นสิ่งที่เราเข้าใจและรู้สึกมันได้”

ในขณะที่เรื่องที่สองคือ Don’t Think Just Do

“ไม่ต้องคิดอะไรมาก ทำไปเลย เหตุผลง่ายๆ คือคนทำมันน้อย สตาร์ทอัพไอเดียมีเป็นพันเลย แต่คนเริ่มลงมือทำน้อยมาก วิธีคิดคือให้มองหา worst case ถ้ามันไม่แย่มากก็ลองทำดูเลย ถ้าพูดจากประสบการณ์คนที่ทำสตาร์ทอัพมาแล้ว ยังไงสตาร์ทอัพมันมีวิวัฒนาการอยู่แล้ว สิ่งที่เราทำวันนี้ก็ไม่เหมือนวันแรก เพราะระหว่างทางตลาดเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ทุกวันที่ทำงานเราเจอปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เราก็อยากแก้ปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้ายเราก็จะเจอทางออกที่มันเปลี่ยนโลกในแบบที่เราอยากจะเป็น สำหรับผมสิ่งนั้นคือ การเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันด้วยเทคโนโลยี”

Startup Thailand Entrepreneurs Under 35
สาขาบริการสำหรับธุรกิจ (Business Service)

พลภัทร ทรงธัมจิตติ, Co-founder & CMO of GetLinks

Website: GetLinks.co

Writer

สุวิชา พิทักษ์กาญจนกุล

นักเขียนอิสระ ที่รักการค้นคว้าข้อมูลแปลกๆ เป็นงานอดิเรก มองหาเรื่องสนุกไม่จำกัดหมวดหมู่ สนใจใคร่รู้ทุกความเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้

Photographer

กานต์ ตันติวิทยาพิทักษ์

เป็นช่างภาพ เป็นผู้ชาย เป็นลูกคนเดียว เป็นคนหลับง่าย เป็นคนใจเย็น เป็นคนพูดไม่สุภาพ เป็นคนขี้เซา เป็นคนเดินเร็ว เป็นคนไม่ฉลาด เป็นคนธรรมดา เป็นคนไทย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load