วันสิ้นปีใกล้เข้ามาอีกครั้ง สำหรับหลายๆ คน นี่อาจเป็นโอกาสที่จะได้พักงาน หนีไปเที่ยวไกลๆ สักแห่ง แต่หากปีใหม่นี้ยังไม่มีแพลนไปเที่ยวที่ไหน เราขอชวนทุกคนมาตกในห้วงภวังค์ไปกับ ‘นิทรรศการดาวจรัสฟ้า’ (Starry Sky Illumination) นิทรรศการภาพถ่ายดาราศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Science and Technology Museum) ที่รวบรวมภาพถ่ายดาราศาสตร์จากช่างภาพมืออาชีพและมือสมัครเล่นทั่วโลก ภาพถ่ายจากอวกาศโดยศิลปินชาวจีน และภาพภ่ายดาราศาสตร์โดยศิลปินชาวไทย จากความร่วมมือของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) รวมทั้งหมด 110 ภาพ จัดแสดงในกล่องแสง (Light Box) ขนาดต่างกันในห้องนิทรรศการที่มืดสลัว ช่วยส่งให้ภาพถ่ายเหล่านั้นยิ่งโดดเด่นงดงามราวกับเห็นจริง

การนำนิทรรศการจากต่างประเทศเข้ามาจัดแสดงที่ไทยนั้นไม่ใช่แค่ยกมาก็จัดแสดงได้เลย พี่ต่าย หรือ คุณอุมาภรณ์ เครือคำวัง ผู้อำนวยการกองวิชาการ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เล่าให้เราฟังถึงเบื้องหลังการทำงานที่ต้องมีการพัฒนาเนื้อหาร่วมกัน เพื่อให้นิทรรศการสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นผู้ชมชาวไทยมากที่สุด

“โซนที่เราเพิ่มเข้ามาตั้งชื่อว่า โซนดวงดาราห่มฟ้าเมืองไทย ซึ่งเดิมทีทางจีนเขามีภาพของไทยแค่สามสี่ภาพ แต่เรามี MOU แลกเปลี่ยนทางวิชาการกับสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ทางนั้นเขามีช่างภาพทางดาราศาสตร์ที่เก่งมากๆ ชื่อ คุณศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ภาพในโซนไทยประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์เป็นภาพของคุณศุภฤกษ์ทั้งหมดเลย”

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

“นิทรรศการชุดนี้ก็จะมีภาพที่ถ่ายที่เมืองไทยแต่เกิดจากมุมมองของคนจีน เพราะว่าคนจีนเขามาเที่ยวประเทศไทยที่จังหวัดสุโขทัยแล้วเขาก็ถ่ายรูปพระพุทธรูปที่นั่น ซึ่งภาพคนจีนกับภาพคนไทยจะต่างกัน ลองสังเกตนะว่าภาพคนจีนถ่ายจะโฟกัสสิ่งปลูกสร้าง วัดก็จะเป็นพระปรางค์ใหญ่ๆ แต่ถ้าเป็นภาพที่คนไทยถ่ายจะเน้นท้องฟ้า สิ่งปลูกสร้างจะเล็กๆมืดๆ แต่ฟ้าจะกว้างใหญ่”

การจัดเรียงภาพถ่าย ถูกออกแบบให้มีความต่อเนื่องเพื่อสื่อสารความหมายบางอย่างและกำหนดอารมณ์ความรู้สึกของผู้ชมให้สามารถเห็นความเชื่อมโยงของท้องฟ้ายามค่ำคืนจากทั่วโลก เมื่อดูภาพถ่ายต่อเนื่องกันมาจนถึงโซนหนึ่งโลกฟ้าเดียว (One World One Sky) ที่จัดแสดงภาพถ่ายท้องฟ้าในสถานที่สำคัญจากทั่วโลก จากลุ่มแม่น้ำไนล์ ไปจนถึงภูเขาไฟฟูจิ ก็ชวนให้สงสัยว่าการตีความหมายความงดงามของปรากฏการณ์บนท้องฟ้าของผู้คนต่างสถานที่ หลากอารยธรรม จะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

“อย่างต่ายเป็นคนชอบดูกลุ่มดาว ต่ายก็อยากรู้ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร ความหมายมันคืออะไร ในแต่ละชาติ แต่ละวัฒนธรรมมันมีความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน มันมีกลุ่มดาวหลายๆกลุ่มที่คนอียิปต์เห็น คนไทยเห็น ฝรั่งเห็น เห็นกลุ่มเดียวกัน แต่ด้วยความเชื่อ วัฒนธรรมต่างๆ มันทำให้เขาตีความแตกต่างกันออกไป”

ความโดดเด่นของนิทรรศการนี้ไม่ใช่แค่การจัดแสดงภาพนิ่งเท่านั้น แต่ยังมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดแสดง เพื่อทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ร่วมชมดวงดาราในสถานที่จริงอีกด้วย

“คุณซูต้ายี่ คิวเรเตอร์ของนิทรรศการนี้ก็ไม่ได้เป็นคนที่จบทางด้านดาราศาสตร์โดยตรง แต่ว่าเขาก็มีความสนใจด้านนี้ จริงๆ เขาเป็นโปรแกรมเมอร์ มาทางสายไอที แต่เป็นสายไอทีที่ชอบทางด้านดาราศาสตร์ ชอบถ่ายภาพ เขาก็จะมีนำศิลปะการถ่ายภาพและการใช้เทคโนโลยีมาผสมผสานกัน”

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

หนึ่งในห้องที่สะกดเด็กๆ วัยกำลังซุกซนให้อยู่นิ่งได้ชะงัดราวกับโดนเสกคือห้อง Starry Night Time-Lapse จัดแสดงภาพเคลื่อนไหวของท้องฟ้าจากหอดูดาวขององค์กรวิจัยท้องฟ้าซีกโลกใต้แห่งยุโรป สถานีอวกาศนานาชาติ และนักถ่ายภาพดาราศาสตร์ทั่วโลก โดยใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบไทม์แลปส์ ซึ่งจะย่อระยะเวลาการเคลื่อนที่ของดวงดาวใน 1 คืนให้เหลือเพียง 7 นาที ฉายบนจอขนาดใหญ่จนเหมือนว่าดวงดาวที่เปล่งประกายเคลื่อนผ่านกาลเวลาไปอย่างรวดเร็ว แต่อันที่จริงแล้วพี่ต่ายได้เฉลยให้เราฟังว่า ดวงดาวที่ดูเหมือนจะเคลื่อนรอบโลก แท้จริงแล้วพวกมันไม่ได้ขยับไปไหน แต่เป็นเพราะโลกหมุนรอบตัวเองในหนึ่งคืนต่างหาก

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

อีกไฮไลต์สำคัญที่พลาดไม่ได้คือการท่องอวกาศเสมือนจริงในโซน Space Travel ที่เราจะได้ท่องไปในห้วงอวกาศ เรียนรู้ความเป็นมาของระบบสุริยะและสังเกตเนบิวลาและกาแลกซีด้วยตาเปล่าของเราเองด้วยความคมชัดระดับ 4K การออกแบบการเล่าเรื่องและการเคลื่อนไหวของดวงดาวที่วูบวาบน่าตื่นเต้นบนจอ 270 องศา ยิ่งเพิ่มความสมจริงจนสามารถเรียกเสียงฮือฮาจากเด็กๆได้ไม่ขาดสาย แต่สำหรับผู้ใหญ่หรือผู้สูงวัยเราคงต้องขอเตือนไว้ก่อนว่าห้องนี้อาจทำให้คุณตาลายได้

“เขาไม่เรียกสิ่งที่อยู่ในนั้นว่าเป็นภาพยนตร์ เขาเรียกว่าเป็น Virtual Space Travel มันคือการใช้ซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพที่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์สร้างเป็นดิจิทัลคอนเทนต์ขึ้นมา คุณอาจจะไม่รู้ว่าในห้องควบคุมมีเซิร์ฟเวอร์ตัวใหญ่มากอยู่ในนั้น เป็นฐานข้อมูล LEDA (The Lyon-Meudon Extragalactic) ที่รวบรวมข้อมูลกาแลกซี่ล่าสุดที่สุดในเดือนเมษายน 2018 ดังนั้น ข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในห้อง Space Travel เป็นชุดฐานข้อมูลกาแลกซี่ทั้งหมดที่นักดาราศาสตร์เคยค้นพบ

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

“มันคือการใช้เครื่องฉาย 4K สามตัวที่ต้องฉายภาพให้ซิงค์กันทั้งหมด ซึ่งต่ายเห็นช่างทำก็ดูเหมือนไม่ยากนะ แต่ตอนคุยนี่ปวดหัวน่าดู คือเราก็มีปัญหาเรื่องเพดานของเรา เราขอแค่ 3 เมตรได้ไหม เขาก็บอกไม่ได้ เขาอยากให้งานออกมาดูยิ่งใหญ่อลังการ เราต้องเอาพวกรางไฟออกหมดเลย ไม่เคยรื้ออะไรมากเท่านี้มาก่อน แต่มันก็จำเป็น เพราะไม่อย่างนั้นมันก็จะไม่ได้ภาพที่เราเห็น”

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

ก่อนจบนิทรรศการ มาทำใจให้สงบนิ่งลงอีกครั้งด้วยการสัมผัสประสบการณ์แสงออโรร่าในห้องฉายดาวหกเหลี่ยมในโซนห้วงลึกแห่งจักรวาลกับดาว 40 ล้านดวง (Inner Cosmo) ที่ใช้เครื่องฉายดาว Super Megastar IIB ฉายภาพดวงดาวจากแคตาล็อก Gaia DR2 ซึ่งอัพเดตล่าสุดและครบถ้วนที่สุดของโลก โดยเราจะได้เห็นดาวกว่า 40 ล้านดวงเป็นจุดเล็กๆ พาดผ่านท้องฟ้าพร้อมกับวัตถุอวกาศอื่นๆ อีก 140 ชิ้น เสมือนว่าเรานั่งมองท้องฟ้าจริงจากพื้นโลกโดยไม่มีแสงไฟหรือเมฆมาบดบัง หากใครมีเวลาหรือใครที่มาเป็นกลุ่ม จะแข่งกันหากลุ่มดาวหรือชวนกันมองหาดาวเทียมดวงเล็กๆ วิ่งผ่านท้องฟ้าไปด้วยก็น่าสนุกดี

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

การนำเสนอความรู้ทางดาราศาสตร์ผ่านศิลปะการถ่ายภาพถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้นิทรรศการดาวจรัสฟ้าเข้าถึงได้ง่าย เพียงแค่ผู้ชมได้เข้าไปดื่มด่ำกับภาพที่เห็นตรงหน้า หรือสนุกไปกับการจินตนาการประสบการณ์ในห้วงอวกาศ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะกระตุ้นความคิด สร้างแรงบันดาลใจที่อาจจะต่อยอดไปสู่การเรียนรู้และค้นพบสิ่งใหม่ที่น่าหลงใหลต่อไปได้ เหมือนเช่นที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกหลงใหลไม่ต่างกัน

“คุณอาจจะไม่รู้ว่านักวิจัยทางด้านดาราศาสตร์เขาทำอะไรกัน เขาพยายามค้นหาสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในจักรวาล พยายามค้นหาที่มาของแสงที่มันเป็นอดีตไปแล้ว การมองขึ้นไปบนท้องฟ้ามันคือการมองขึ้นบนอดีต เราไม่รู้หรอกว่าบางทีแสงที่เราเห็น ณ ปัจจุบันนี้ ต้นกำเนิดของมันอาจจะตายไปแล้ว เพราะว่าแสงมันใช้เวลาเดินทางนานมาก หลายล้านปีแสงกว่าจะมาถึงเรา แสงจากดวงอาทิตย์เดินทางมาถึงโลกใช้เวลา 8 นาที ดังนั้น แสงที่เราเห็นคืออดีตของดวงอาทิตย์เมื่อ 8 นาทีที่แล้ว แต่ดาวที่เราเห็นระยิบระยับบนฟ้ามันเดินทางนานกว่านั้นมาก หลายพันล้านปีแสงกว่าจะมาถึงเรา ดาวแต่ละดวงก็มีอายุของมัน ไม่ใช่ว่าจะอยู่ตลอดกัลปาวสาน บางดวงอาจจะระเบิดไปแล้ว ต่ายถึงพูดเสมอว่าการที่เรามองฟ้าคือการมองอดีตของสิ่งสิ่งหนึ่งนั่นเอง”

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

นิทรรศการ ‘ดาวจรัสฟ้า’ (STARRY SKY ILLUMINATION) เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562 ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  แล้วคุณจะได้รู้ว่าในเวลาที่นอนไม่หลับ นอกจากจะมีหน้าจอสมาร์ทโฟนเป็นเพื่อน มนุษย์ เรายังมีจอที่ใหญ่กว่านั้นมาก เพียงแค่แหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า ก็จะพบกับดวงดาวให้พินิจพิเคราะห์ได้ไม่มีวันจบสิ้น

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

Writer & Photographer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Museum Minds

ความคิดใหม่ๆ ของคนใหม่ๆ ที่กำลังขับเคลื...

สถานที่พำนักของแสตมป์ทั่วโลก

หลังจากที่ทราบข่าวว่าอีกไม่กี่วัน ‘พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน’ จะปิดชั่วคราว เราก็รีบร้อนเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์

คงเป็นธรรมดาของมนุษย์… เมื่อทราบว่าอะไรก็ตามจะหายไป เรามักไขว่คว้าสิ่งนั้น

ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกับวันที่ระบบโทรเลขของไทยเปิดให้บริการวันสุดท้าย เรารีบไปยังไปรษณีย์ที่ใกล้ที่สุด เพื่อส่งข้อความถึงตัวเองเป็นที่ระลึกด้วย ‘โทรเลข’ ที่ปัจจุบันไม่มีให้ใช้อีกต่อไป

ไม่นานนักเราก็พบว่าตัวเองกำลังเดินลงสถานีรถไฟฟ้าสะพานควาย เดินไม่กี่ก้าวก็มาถึงอาคารพิพิธภัณฑ์ไปรษณียากร สามเสนใน ในใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ว่าต่อไปแสตมป์จะเหลือเพียงชื่อหรือไม่

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน สถานที่พำนักแสตมป์ทั่วโลก แหล่งชุมนุมคนรักแสตมป์

การเปลี่ยนแปลงทำให้สิ่งเดิมยังคงอยู่

“แม้ว่าหน้าที่การใช้งานจะน้อยลง แต่ยังมีคนรุ่นหลังที่ยังนิยมการสะสมแสตมป์ แสตมป์เลยยังไม่หายไป แค่เปลี่ยนหน้าที่ บทบาท ไปตามยุคสมัย แนวคิดคือ การเอาแสตมป์กลับมาอยู่ในชีวิตประจำวัน คงคุณค่าในการใช้งานและในการสะสมได้ด้วย” วิบูลย์ เสรีชัยพร ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มาต้อนรับเราด้วยท่าทีสบายๆ ภายใต้หน้ากากอนามัย ยืนเว้นระยะห่าง เขายืนยันให้อุ่นใจว่าแสตมป์จะคงอยู่ แม้ว่าจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ตราบใดที่แสตมป์ยังรับใช้สังคม ในมิติใด มิติหนึ่ง

คำพูดของคุณวิบูลย์ทำให้คิดไปถึงแง่คุณค่าทางใจ ‘แสตมป์’ รับบทเป็นตัวแทนความรู้สึก เป็นของที่ระลึกจากแดนไกล ต่างจากอดีตที่มีบทบาทเป็นเพียงแค่การชำระค่าธรรมเนียมในการส่งจดหมาย หากแต่ตอนนี้แสตมป์กลายเป็นงานศิลปะขนาดเล็ก เป็นสารานุกรมขนาดจิ๋ว เป็นบานหน้าต่างเปิดสู่โลกกว้าง ที่โอบกอดความรู้สึกของผู้ส่ง จากอดีตที่ทิ้งห้วงระยะเวลา จนกระทั่งซองจดหมายหรือโปสการ์ดจะเดินทางมาถึงมือผู้รับ

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เราจึงก้าวตามคุณวิบูลย์เข้าไปสู่พื้นที่เล็กๆ ของพิพิธภัณฑ์นี้ด้วยใจพองโต

ที่นี่แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1) พื้นที่แสดงนิทรรศการถาวรและคอลเลกชันสะสม 2) พื้นที่แสดงนิทรรศการหมุนเวียน 3) พื้นที่จำหน่ายของที่ระลึก และ 4) ห้องสมุด ซึ่งเป็นพื้นที่พบปะระหว่างนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบแสตมป์ นักสะสมมือใหม่ หรือแม้แต่ ‘นักออกแบบตราไปรษณียากร’ ก็จะมามอบลายเซ็นลงบนสิ่งสะสมในวันแรกที่จำหน่ายให้กับแฟนๆ นอกจากนี้ยังมีห้องสมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทยฯ

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน สถานที่พำนักแสตมป์ทั่วโลก แหล่งชุมนุมคนรักแสตมป์

 การปรับตัวของพิพิธภัณฑ์ และทิศทางการเผยแพร่ความรู้ในช่วงโควิด-19

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน โดยปกติเป็นแหล่งชุมนุมของคนรักแสตมป์ คึกคักมากเป็นพิเศษในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่มีตลาดนัดแสตมป์ แม้จะดูเงียบเหงาในช่วงสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด แต่ทว่าชุมชนคนรักแสตมป์กลับใกล้ชิดและเหนียวแน่นมากกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ 

กลุ่มของคนรักแสตมป์เติบโตอย่างรวดเร็วใน LINE OpenChat ที่เปิดเพียง 2 วันก็รวมคนได้ 200 กว่าคน รวมถึงทางสื่อโซเชียลมีเดียทั้ง Instagram และ Facebook ในชื่อ Stamp in Love และ Thai Stamp Museum ที่โพสต์ข้อความ เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์ และเรื่องเล่าที่มาพร้อมกับแสตมป์แต่ละดวง ซึ่งได้รับความสนใจจากบุคคลทั่วไปและกลุ่มนักสะสมหน้าใหม่ไปไม่น้อย

“โดยมากแล้วนักสะสมแสตมป์จะมีอายุสี่สิบถึงห้าสิบปีขึ้นไป อีกหนึ่งภารกิจของพิพิธภัณฑ์คือการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ ทำอย่างไรให้หันมาสนใจ เอาแค่สนใจก่อน ยังไม่ถึงกับต้องสะสมก็ได้ค่ะ” แนน-ณัฐวีร์ บุญญศิริ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เป็นผู้นำชมให้กับเราในวันนี้ และเล่าให้ฟังถึงภารกิจของพิพิธภัณฑ์ ว่าต้องการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้ได้ทำความรู้จักกับแสตมป์มากขึ้น

ความเป็นไปได้นี้แขวนอยู่กับชุมชนในโลกออนไลน์ขนาดใหญ่อย่าง Postcrossing คุณแนนเล่าโปรเจกต์น่ารักๆ ของเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งกระตุ้นให้ผู้คนในยุคดิจิทัลหันกลับมาส่งข้อความหากันด้วยระบบไปรษณีย์อีกครั้ง ด้วยการสุ่มหาเพื่อนทั่วโลกที่มีความชอบโปสการ์ดและเก็บสะสมแสตมป์

“นอกจากเราจะได้เพื่อนใหม่แล้ว เรายังได้รับโปสการ์ดและแสตมป์จากเพื่อนๆ ในประเทศอื่น ในรูปแบบและลวดลายที่เราชื่นชอบหรือกำลังสะสมอยู่ โดยการเขียนบอกเล่าในหน้าแนะนำตัว เช่น เราชอบดอกไม้ เราชอบแมว เพื่อนจากต่างประเทศก็อาจจะไปตามหาโปสการ์ดรูปดอกไม้ แสตมป์รูปแมว และส่งมาให้เรา และเราก็ส่งโปสการ์ดแบบที่อีกฝ่ายหนึ่งชอบ นำมาแลกเปลี่ยนกัน เราว่ามันเป็นการเก็บความรู้สึกในรูปแบบพิเศษมากที่เกือบจะหายไปแล้วในโลกปัจจุบัน”

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน สถานที่พำนักแสตมป์ทั่วโลก แหล่งชุมนุมคนรักแสตมป์

แสตมป์ดวงแรกของโลก

จากนั้นคุณแนนก็พาเราย้อนอดีต เดินไปชมแสตมป์ดวงแรกของโลกที่มีชื่อว่า The Penny Black ด้วยความที่ประเทศอังกฤษเป็นประเทศแรกที่มีการใช้แสตมป์ เมื่อแรกใช้จึงไม่มีการระบุชื่อประเทศ (เพราะไม่คาดคิดว่าระบบการใช้แสตมป์จะถูกใช้อย่างแพร่หลาย) จนเมื่อมีการก่อตั้งสหภาพสากลไปรษณีย์ (Union Postale Universelle : UPU) ทุกประเทศจึงพร้อมใจให้เกียรติสหราชอาณาจักร ในฐานะประเทศแรกที่ออกแสตมป์ว่า ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อประเทศลงบนแสตมป์!

แสตมป์ The Penny Black เรียกว่าเป็นไฮไลต์ที่ควรค่าแก่มาชม เช่นเดียวกับ ‘ตู้ทิ้งหนังสือ’ หรือตู้ไปรษณีย์สีแดงเก่าแก่ ทรงสี่เหลี่ยม หล่อด้วยเหล็กทั้งชิ้น เป็นของขวัญจากประเทศเยอรมนีที่ส่งมอบให้ประเทศไทยใน พ.ศ. 2426 และที่พลาดไม่ได้คือ ‘แสตมป์โสฬศ’ แสตมป์ดวงแรกของไทย ปรากฏภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) นำออกใช้งานในวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2426 เป็นวันเดียวกันกับการเปิดกิจการไปรษณีย์ขึ้นเป็นครั้งแรก

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน สถานที่พำนักแสตมป์ทั่วโลก แหล่งชุมนุมคนรักแสตมป์
พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน สถานที่พำนักแสตมป์ทั่วโลก แหล่งชุมนุมคนรักแสตมป์
พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน สถานที่พำนักแสตมป์ทั่วโลก แหล่งชุมนุมคนรักแสตมป์

ภายในพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน ยังรวบรวมตราไปรษณียากรที่จัดพิมพ์ด้วยเทคนิคพิเศษ เช่น การผนึกผิวผ้าถักโครเชต์ลงบนแสตมป์ที่พิมพ์ไว้แล้ว หรือการพิมพ์เคลือบสารเคมีเทอร์โมโครมิก ที่มีคุณสมบัติเปลี่ยนสีได้เมื่ออุณหภูมิของสารเปลี่ยนไป 

ในส่วนนี้ที่นำมาจัดแสดงให้ชม คือ ชุดแสตมป์สุริยุปราคาเต็มดวง เมื่อใช้นิ้วกดลงไปที่แสตมป์ ภาพเงาทึบจะเปลี่ยนให้เห็นพื้นผิวของดวงจันทร์ หรือจะเป็นแสตมป์พิมพ์ปั๊มนูนเป็นอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา และแสตมป์รูปทรงอื่นๆ ที่ไม่ได้จำกัดหรือจำเจอยู่ที่สี่เหลี่ยม เราจะได้พบกับแสตมป์วงกลม รูปหัวใจ สามเหลี่ยม หกเหลี่ยม เจ็ดเหลี่ยม!

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน สถานที่พำนักแสตมป์ทั่วโลก แหล่งชุมนุมคนรักแสตมป์

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงตราไปรษณียากรกว่า 200 ประเทศทั่วโลก โดยแบ่งหมวดหมู่ออกเป็นทวีปต่างๆ

คุณวิบูลย์และคุณแนนแนะนำให้เราก้มลงมองที่พื้นภายในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ จะพบ ‘เส้นสี’ นำทางให้ผู้ชมเดินไปยังแผนที่โลก ซึ่งกางออกเป็นแนวระนาบ จากนั้นเมื่อเดินไปตามเส้นทางต่างๆ ก็จะพบกับตู้เก็บแสตมป์ของแต่ละทวีป เมื่อดึงออกมาจะเจอกับข้อมูลเบื้องต้นของประเทศ และแสตมป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 

ส่องหน้าต่างบานเล็กสู่โลกใบใหญ่ แสตมป์ดวงจิ๋วที่บอกเล่าอะไรมากมาย ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน
ส่องหน้าต่างบานเล็กสู่โลกใบใหญ่ แสตมป์ดวงจิ๋วที่บอกเล่าอะไรมากมาย ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน
ส่องหน้าต่างบานเล็กสู่โลกใบใหญ่ แสตมป์ดวงจิ๋วที่บอกเล่าอะไรมากมาย ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน

เรื่องเล่าของแสตมป์ เล่าร้อยปีก็ไม่หมด

“อะไรก็ตามที่มีน้อย ย่อมเป็นที่ต้องการมากของผู้คน แสตมป์ถูกผลิตขึ้นมาในช่วงเวลาหนึ่ง หมดแล้วหมดเลย ทำเพิ่มไม่ได้ เมื่อเวลาผ่านไปยิ่งมีคุณค่า ถ้าได้ศึกษาลึกซึ้งจะรู้ว่าแสตมป์เกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์ และสะท้อนความนิยมในแต่ละช่วงเวลา เราแยกประวัติศาตร์ออกจากแสตมป์ไม่ได้เลย”

คุณวิบูลย์เล่าเรื่องราวของแสตมป์ที่น่าสนใจอีกหลายดวงให้เราฟัง ไม่ว่าจะเป็นแสตมป์ในฐานะภาพบันทึกประวัติศาสตร์ แสตมป์ในฐานะทูตวัฒนธรรม หรือเรื่องที่คาดไม่ถึงอย่างแสตมป์ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่มีถึง 3 สกุลเงินในแสตมป์ชุดเดียว ได้แก่ สกุลเงินฟรังก์สวิส ดอลลาร์สหรัฐฯ และยูโร นำไปสู่การออกแบบแสตมป์ที่ผูกโยงประเด็นสำคัญระดับโลก ทั้งเรื่องสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ การเรียกร้องสิทธิมนุษยชน เรียกได้ว่าแสตมป์กำลังย้ำเตือนคำมั่นสัญญาที่เหล่าประเทศสมาชิกมีร่วมกัน เป็นต้น

ส่วนด้านหลังของห้องจัดแสดง มีการจัดแสดงอุปกรณ์ในกิจการไปรษณีย์ อาทิ ตราชั่งโบราณ เครื่องปรุฟันแสตมป์ ตู้ไปรษณีย์แบบแขวนในสมัยรัชกาลที่ 5 และตู้ไปรษณีย์โลหะผลิตจากประเทศฝรั่งเศส หากเดินอ้อมย้อนกลับมายังด้านหน้า ริมผนังรอบห้องจัดแสดงเรื่องราวกิจการไปรษณีย์ในประเทศไทย นับแต่ไทยยังต้องพึ่งพิงสถานกงสุลอังกฤษเป็นหลัก กระทั่งปฐมบทแห่งการเริ่มต้นจัดตั้งไปรษณีย์แห่งสยาม ต่อเนื่องมาถึงการเปิด ‘ไปรสนียาคาร’ หรือ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ 1

ส่องหน้าต่างบานเล็กสู่โลกใบใหญ่ แสตมป์ดวงจิ๋วที่บอกเล่าอะไรมากมาย ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน
ส่องหน้าต่างบานเล็กสู่โลกใบใหญ่ แสตมป์ดวงจิ๋วที่บอกเล่าอะไรมากมาย ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน
ส่องหน้าต่างบานเล็กสู่โลกใบใหญ่ แสตมป์ดวงจิ๋วที่บอกเล่าอะไรมากมาย ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน

ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ตอนนี้ทางพิพิธภัณฑ์ได้รับมอบโมเดลจำลองไปรสนียาคารในมาตราส่วน 1 : 75 จาก กสทช. ให้นำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ นับเป็นอนุสรณ์สถานแห่งกาลเวลาที่จะพาเราย้อนกลับไปชื่นชมที่ทำการไปรษณีย์แห่งแรกของสยาม ปัจจุบันอาคารดังกล่าวถูกทุบทิ้งเพื่อเปิดทางสร้างสะพานพระปกเกล้า เชื่อว่าน้อยคนที่จะทราบประวัติในเรื่องนี้

โมเดลจำลองจึงเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด จนกว่าพิพิธภัณฑ์จะเปิดทำการอีกครั้ง

นักเดินทางตัวเบา

ถ้าเปรียบแสตมป์เป็นนักเดินทาง พวกเขาคงแบกสัมภาระของดีจากบ้านเกิดมาแบบเกินน้ำหนักที่จะขนขึ้นเครื่องบิน เพราะมีทั้งสถานที่สำคัญ รูปเขียนวิวทิวทัศน์ ภาพเหมือนของบุคคลสำคัญ ดอกไม้นานาชนิด อาหารท้องถิ่น เครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรี สิ่งประดิษฐ์ เรียกว่าถ้านักเดินทางผู้นี้ได้เจอกับเพื่อนใหม่ เขาคงอยากแนะนำตัวด้วยภาษาภาพที่ไม่ต้องการคำพูดมากนัก แต่บรรยายเรื่องราวได้ร้อยพัน

นักเดินทางกระดาษใบเล็กๆ เหล่านี้ไม่ได้ปลิวไปไหน แต่กำลังรอให้ผู้คนเดินทางมาสัมผัส เรียนรู้ และมองเห็นด้วยสายตาของคุณเอง

ส่องหน้าต่างบานเล็กสู่โลกใบใหญ่ แสตมป์ดวงจิ๋วที่บอกเล่าอะไรมากมาย ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน
ส่องหน้าต่างบานเล็กสู่โลกใบใหญ่ แสตมป์ดวงจิ๋วที่บอกเล่าอะไรมากมาย ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน
ส่องหน้าต่างบานเล็กสู่โลกใบใหญ่ แสตมป์ดวงจิ๋วที่บอกเล่าอะไรมากมาย ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน

แว่วมาว่าไปรษณีย์ไทยมีแผนจะจัดสร้างแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ ในลักษณะของพิพิธภัณฑ์การไปรษณีย์ในอนาคตอันใกล้ ภายในอาคารไปรษณีย์กลาง ย่านบางรัก

ระหว่างนี้ ใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ Virtual Tour สามารถเที่ยวทิพย์ ชมอาคารไปรษณีย์กลางเสมือนจริงไปพลางๆ ได้ที่ vrthailandpost.com

ส่องหน้าต่างบานเล็กสู่โลกใบใหญ่ แสตมป์ดวงจิ๋วที่บอกเล่าอะไรมากมาย ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน

วิธีการเดินทาง : ลงรถไฟฟ้า BTS สถานีสะพานควาย ทางออกที่ 1 หันมองด้านขวาจะเจอกับไปรษณีย์สามเสน มองไปด้านในเจออาคารหลังใหญ่ หากเห็นชื่อพิพิธภัณฑ์เขียนกำกับไว้อย่างเด่นชัด รับรองว่ามาไม่ผิดแน่นอน

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load