ปีนี้ น้อย-อรพิน พิทักษากร อายุครบ 63 ปี แต่ใบหน้าเธอยังยิ้มแย้มสดใสต้อนรับอย่างเยาว์วัยเป็นกันเอง

“น่าจะเพราะทำสวนตลอดเลย” น้อยเผยเคล็ดลับตั้งแต่เริ่ม

30 ปีก่อน เธอเป็นแอร์โฮสเตสสายการบิน Cathay Pacific ทำงานบนฟากฟ้าท่ามกลางหมู่คนมากมาย

ขณะเดียวกัน เธอเริ่มปลูกเมล็ดพันธุ์ผลไม้เป็นงานอดิเรกในวันหยุด ลงบนผืนดินว่างเปล่าในจังหวัดสระแก้ว

สวนสระแก้ว สวนในฝันและแบรนด์ของอดีตแอร์โฮสเตสที่ส่งผลไม้ในไทยไปเสิร์ฟถึงบนฟ้า

ปัจจุบัน ผืนดินของน้อยขยายอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 200 ไร่ มีพืชผลทางการเกษตรมากเอกลักษณ์อย่างมะละกอฮาวายและมะม่วงทับทิมทอง ผลิตภายใต้แบรนด์ตัวเองในชื่อ ‘สวนสระแก้ว’ หรือ ‘SSK’ เข้าไปตีตลาดต่างแดนอย่างรัสเซีย ฮ่องกง สายการบินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ห้างสรรพสินค้า รวมถึงโรงแรมห้าดาวอีกหลายสิบ ด้วยความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และความสามารถด้านการบริหารธุรกิจที่เฉียบขาด

ในวัยที่ควรเกษียณ น้อยผันตัวมาเป็นเกษตรกรเต็มขั้น ทุกวันนี้เธอใช้เวลาส่วนมากอยู่ในสวน

“เราคิดไว้ลึกๆ อยู่แล้วว่าวันหนึ่งจะเป็นเกษตรกร มั่นใจมากว่าผลิตภัณฑ์การเกษตรของประเทศไทยมีศักยภาพสูงไม่แพ้ใคร และมีอะไรให้ทดลองอีกเยอะแยะไปหมดเลย” น้อยสื่อสารทางสายตาด้วยความปีติ 

สวนสระแก้ว

นอกจากผลไม้ทั่วไปแล้ว สวนสระแก้วยังคิดค้น Juice Ball เครื่องดื่มทรงลูกบอลชวนรับประทาน สร้างประสบการณ์ใหม่ในการดื่ม และคาดว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ ปล่อยออกมาให้เราได้เห็นเรื่อยๆ

สวนสระแก้วมีแนวคิดอย่างไรถึงเติบโตผ่านกาลเวลาได้นาน 3 ทศวรรษ และน้อยมีเคล็ดลับใดในการประกอบธุรกิจในฐานะผู้ประกอบการ แบบที่เธอพูดเต็มปากเต็มคำอย่างหนักแน่นว่ารู้สึก ‘สนุก’ ในทุกวันที่ได้ตื่นขึ้นมาทำ

เตรียมตัวให้พร้อม เราขอชวนไปหาคำตอบท่ามกลางแสงแดดและร่มไม้นานาพันธุ์ของสวนสนุกแห่งนี้กัน

01

จากผืนฟ้าสู่พื้นดิน

น้อยเป็นคนจังหวัดพะเยา เติบโตในชนบทที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ เธอมีความใฝ่ฝัน 2 อย่าง

หนึ่งคือ เป็นแอร์โฮสเตส 

สองคือ มีพื้นที่และเวลาได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ หากมีครอบครัวและลูก เธออยากให้พวกเขาได้สัมผัสชีวิตชนบทบ้าง

หลังทำความฝันแรกสำเร็จและมีลูก ใน พ.ศ. 2532 เธอลงมือทำความฝันที่ 2 ทันที แม้ไม่ได้มีความรู้พร้อม

สวนสระแก้ว

“ตอนนั้นเราทำงานเป็นแอร์โฮสเตสประจำอยู่ที่ฮ่องกง พอวันหยุดมีเวลาว่าง เลยเริ่มหาซื้อที่ดินเปล่าโดยไม่มีความรู้เรื่องการเกษตรเลย รู้แค่ว่าอยากลองทำสวนเล็กๆ พอเจอที่ที่สระแก้วซึ่งตอนนั้นคนยังไม่ค่อยรู้จักจังหวัดนี้เท่าไหร่ เราซื้อและเริ่มลงมือปลูกเลย”

น้อยคาดหวังว่างานนี้จะเป็นเพียงงานอดิเรกเท่านั้น เธอเริ่มจากปลูกสิ่งที่ชอบ คือมะละกอ โดยนำเมล็ดพันธุ์ Sunrise จากฮาวายมาปลูก

“เราเห็นว่ากินมะละกอเท่าไหร่ก็กินไม่หมดสักที พอเก็บเอาไว้ วันต่อมาก็ไม่ค่อยอยากกินต่อแล้ว และบางคนรังเกียจมะละกอเพราะกลิ่นตุๆ เลยลองปลูกมะละกอฮาวายที่ผลเล็กๆ ทานหมดผลได้พอดี มีกลิ่นหอมตอนเราเริ่มปลูก คนก็ถามนะว่าทำไมไม่ปลูกพืชที่ชื่อเก๋ๆ เท่ๆ อย่างสตรอว์เบอร์รี่หรือกีวี” น้อยอธิบายเสริม

สวนสระแก้ว

เมื่อออกผล น้อยนำผลไม้ไปแบ่งปันให้ผู้คนรอบตัวทั้งในและต่างประเทศได้ทาน ได้รับเสียงตอบรับว่า ‘อร่อย’ รสชาติโดนใจ เกิดปรากฏการณ์บอกต่อแบบปากต่อปาก จนมีห้างสรรพสินค้ารวมถึงสายการบินติดต่อมาถามหาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบด้วยตัวเอง เป็นจุดเริ่มต้นของการส่งมะละกอฮาวายเข้าสู่ตลาด

ภายหลัง มะละกอฮาวายที่น้อยโปรดปรานกลายเป็นผลิตภัณฑ์เด่น รสชาติหวานอร่อยไม่แพ้ชาติใด เป็นเมล็ดพันธุ์ที่อยู่คู่พื้นดินสวนสระแก้วจนถึงทุกวันนี้

02

ไม่ต้องการเป็นสวนผลไม้ที่ทำกำไรสูงสุด

หลังน้อยก่อตั้งบริษัทจริงจังไม่นาน ประเทศไทยเจอวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ใน พ.ศ. 2540

แต่สวนสระแก้วได้รับผลกระทบน้อย เพราะผลตอบรับของมะละกอฮาวายดีอย่างน่าประหลาดใจ ด้วยรสชาติที่ดีในราคาถูกกว่าใครจากการปลูกภายในประเทศ ทำให้ลูกค้ายังคงติดต่อรับซื้อเรื่อยๆ

ดูเหมือนง่ายและโชคดี แต่จริงๆ เป็นความตั้งใจอย่างหนักของน้อยที่ทำให้เธอผ่านพ้นวิกฤตได้ โดยในช่วงนั้นเธอยังทำงานเป็นแอร์โฮสเตสสลับกับการดูแลสวนสระแก้ว ทำให้มีโอกาสติดต่อกับสายการบินและโรงแรมต่างๆ ด้วยตนเอง รวมทั้งคิดหาทางออกและมั่นคงในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์

“เราติดต่อหาลูกค้าเองด้วย บอกเขาว่ามีสินค้าใหม่ ส่งเข้าไปให้ดูได้ไหม และส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีผู้จัดจำหน่ายสินค้าที่เข้มแข็งมาช่วยอีกแรง และยังช่วยกันจนถึงตอนนี้ เวลาเจอปัญหาที่เราควบคุมไม่ค่อยได้อย่างเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หรืออุณหภูมิเพิ่มขึ้นแค่หนึ่งองศา ก็ทำให้จำนวนผลผลิตและเวลาที่ใช้เปลี่ยนไป เราจะรีบสื่อสารให้เขารับรู้และพูดคุยด้วยความจริงใจ ไม่ใช่แก้ตัว ทำให้คนเข้าใจและไว้ใจ”

นอกจากนี้ ทุกผลิตภัณฑ์ของสวนสระแก้วไม่ผ่านการตัดต่อทางพันธุกรรม ได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดในห้องปฏิบัติการ แม้จะทำให้ไม่ได้ผลผลิตมากเท่าที่ควร แต่เป็นสิ่งพึงกระทำ

สวนสระแก้ว
สวนสระแก้ว

“แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจกันหมดนะ บางคนเขาทำงานเพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด เหมือนตีหัวเข้าบ้าน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เราเรียนรู้และพยายามไม่ให้เกิดขึ้นอีก” น้อยเล่า ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นดีเห็นงามด้วย

พอประสบการณ์มากขึ้น เธอค่อยๆ เข้าใจว่าต้องป้องกันและดำเนินธุรกิจกับคนที่เชื่อใจกันได้ เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความสุขเท่าเทียม

03

สวนกระแสด้วยการพัฒนาสายพันธุ์และค้นคว้าวิธีปลูกมะม่วงทับทิมทอง

ความแตกต่างแม้มีความเสี่ยง แต่เป็นเมล็ดพันธุ์สำคัญในการสร้างความโดดเด่นของสวนสระแก้ว

หลังทดลองปลูกทั้งมะยงชิด ลิ้นจี่ ขนุน ลำไย แก้วมังกร ผลไม้ต่างๆ ตามฤดูกาลที่พอต่อความต้องการของตลาด น้อยได้พบผลิตภัณฑ์ที่เมื่อเธอชิมครั้งแรกแล้วถึงกับหลงรักอย่างมะม่วงทับทิมทองที่มีผิวแดงสะอาด ซึ่งได้รับการแนะนำสายพันธุ์จากคนไต้หวันที่ทำงานร่วมกัน

แม้คนไทยไม่ค่อยนิยมปลูกสายพันธุ์นี้เท่าไหร่ น้อยมองว่านี่คือโอกาสชั้นดีที่จะสร้างความแตกต่าง

สวนสระแก้ว
สวนสระแก้ว
สวนสระแก้ว

“เราเลือกของโดยจะไม่ไปแย่งตลาดใคร มีคนปลูกมะม่วงไทยเก่งๆ ดีเลิศประเสริฐศรีอยู่แล้ว ถ้ามีคนถามถึงมะม่วงไทย เราแนะนำที่อื่นให้ได้เลย ส่วนสวนสระแก้ว เราอยากลองมองหาอะไรที่แตกต่าง จนเจอมะม่วงทับทิมทอง ข้อดีคือผิวเขาหนาเป็นสีแดง เนื้อในแน่น ไม่เละ ไม่มีเสี้ยน เม็ดบาง ทานแล้วนุ่มละมุนลิ้น แต่เราไม่ได้มั่นใจเหมือนกันว่าจะขายได้ ต้องลองส่งไปให้ลูกค้าชิมก่อน ปรากฏว่าเขาชอบมากเลยเริ่มปลูกจริงจัง” น้อยแบ่งปันมุมมองการเลือกปลูกผลไม้ที่ไม่ไหลไปตามกระแสนิยม

นอกจากการคัดเลือกสายพันธุ์ที่ไม่เหมือนใคร สวนสระแก้วพยายามวางแผน เตรียมพื้นที่ ปรับผืนดิน หาวิธีการใหม่ๆ ในการปลูกแบบของตัวเอง ด้วยการค้นคว้าหาความรู้ พบปะแลกเปลี่ยนทำวิจัยและตรวจสอบมาตรฐานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญอย่างสม่ำเสมอ

“จะใช้ชีวิตเกษตรกรต้องเป็นน้ำไม่เต็มแก้วนะ ต้องเปิดรับเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา” น้อยเสริมเคล็ดลับส่วนผสมของน้ำที่จำเป็นสำหรับการปลูกสวนที่เติบโต

04

ทำสวนให้พิถีพิถันอย่างคนมีความรัก

การดูแลใส่ใจเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การปลูก ไม่เช่นนั้นต่อให้ทำดีมาตั้งแต่เริ่มต้นก็ไม่สมหวัง

“ขั้นตอนการดูแลบ่มผลไม้หลังเก็บเกี่ยวสำคัญมาก ถ้าทำดีๆ จะเพิ่มคุณค่าด้วย อย่างที่ญี่ปุ่น เกษตรกรดูแลมะม่วงดีมาก มีสายพันธุ์ Egg of the Sun ที่สวยจนขายได้เป็นหมื่นหรือแสนเลย แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยประณีตในขั้นตอนนี้ แม้ตอนปลูกดี แต่สุดท้ายของจะช้ำ ผิวไม่สวย”

วิธีการดูแลของสวนสระแก้วละเอียดถึงผลแต่ละผล เช่นการห่อถุงมะม่วงแต่ละลูกเพื่อป้องกันการกัดกินของแมลง ซึ่งต้องทำด้วยมือทั้งหมด โดยแต่ละครั้งจะเกิดการทดลองใหม่เสมอ เมื่อลองห่อด้วยถุงสีต่างๆ แต่ละสีจะทำให้ผิวของมะม่วงไม่เหมือนกัน พอเปลี่ยนวิธีการห่อ หากไม่ระวังจะเกิดจุดดำๆ ปรากฏขึ้นบนผิวเมื่อสุก ทำให้ขายในเกรดพรีเมียมไม่ได้ ต้องทดลองและวิจัยไปเรื่อยๆ ผิดถูกสลับกันไป

สวนสระแก้ว
สวนสระแก้ว
สวนสระแก้ว

ความตั้งใจในการพัฒนาไม่รู้จบนี้ ส่งผลให้มะละกอฮาวายของสวนสระแก้วมีผิวเนียนสวย รูปทรงดั่งหลอดไฟตามธรรมชาติ รสชาติหวานและกลิ่นหอมละมุน จนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดผลไม้ถึง 3 ปี ในงานเกษตรแฟร์ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นเครื่องยืนยันคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่เหนือมาตรฐาน

แม้กระบวนการนี้จะเหน็ดเหนื่อย แต่การดูแลใส่ใจอย่างพิถีพิถันตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการเพื่อคุณภาพที่ดี ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สวนสระแก้วแตกต่างและสมหวังทางธุรกิจ ไม่ต่างอะไรกับความรักเท่าไหร่

สวนสระแก้ว

05

ของเดิมแต่ประสบการณ์ใหม่ ด้วยการแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ในทรงลูกบอล

ยุคสมัยนี้องค์กรต่างพูดถึงนวัตกรรม ที่สวนสระแก้วเองก็มีกระบวนการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ไม่แพ้ใคร เช่น น้ำผลไม้ทรงกลม Juice Ball ตรงหน้าเรา ที่นำผลผลิตเดิมๆ มาเปลี่ยนประสบการณ์การดื่มน้ำผลไม้ให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ปัญหาที่เจอคือเราทำให้ผลไม้ออกมาดีหมดไม่ได้ บางทีมีผลที่ไม่สวย ตำหนิประมาณห้าเปอร์เซ็นต์ แต่ที่เหลืออีกเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์นั้นดีและทานได้ปกติ แต่ส่งเกรดพรีเมียมไม่ได้เลยต้องนำไปอบแห้ง ซึ่งมีหลายคนทำอยู่แล้ว เราเลยลองวิจัยร่วมกับสถาบันอาหาร เอาน้ำผลไม้เข้มข้นมาขึ้นรูปกลายเป็นทรงลูกบอลโดยปราศจากสารกันเสีย พอเคี้ยวแล้วจะละลายในปาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่ามากขึ้น เด็กๆ จะสนุกกับการทานแบบนี้มาก” น้อยเล่าต้นทางของนวัตกรรมที่เกิดจากปัญหา แก้ไขด้วยการร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ คาดว่า Juice Ball รสมะม่วง มะละกอ และมะพร้าว จะปรากฏตัวตามท้องตลาดทั่วไปให้เราได้ลิ้มลองกันในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ สวนสระแก้วยังนำเทคโนโลยีมาพัฒนาวิธีอบแห้งโดยไม่ใช้น้ำตาล นำตะลิงปลิงจากชาวบ้านมาสร้างคุณค่าใหม่ๆ ชวนให้เราติดตามความสร้างสรรค์และก้าวต่อไปของผลิตภัณฑ์ไทย ที่อนาคตอาจไปสร้างประสบการณ์ใหม่ในระดับนานาชาติ

สวนสระแก้ว

06

สวนนี้ไว้แบ่งปัน

“โชคดีที่เราได้เห็นโลกผ่านการเป็นแอร์โฮสเตสมายี่สิบห้าปี พอทำการเกษตร เราเห็นโอกาสเยอะแยะเลย เห็นว่าการเกษตรเรามีศักยภาพสูง แปรรูปและสร้างคุณค่าได้ พื้นที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ค่อยมีภัยธรรมชาติ ได้เปรียบหลายๆ พื้นที่ในโลกนี้ เพียงแต่เราต้องทำผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพเท่านั้นเอง” น้อยตอบเมื่อเราถามว่ารู้สึกอย่างไรกับการทำสองอาชีพที่แตกต่างกันเธอมองว่าก้าวที่ผ่านมาของชีวิตช่วยให้เธอเข้าใจโลกได้เป็นอย่างดี

เมื่อลูกทั้งสามคนของน้อยจบการศึกษาจนเติบโตในเส้นทางของตัวเองจนหมดกังวลใจ เธอหันมาทุ่มเทเวลาไปกับการพัฒนาสวนแห่งนี้ พร้อมๆ กับลูกสาวคนรองที่ยินดีเข้ามาช่วยเหลือกิจการ

และเป้าหมายต่อจากนี้ คือการแบ่งปันประสบการณ์ทั้งหมดที่มี มอบให้แก่ผู้อื่น

“เราค้นหาและทดลองกับการเกษตรมาสามสิบปี ได้เรียนรู้ว่าไม่มีอะไรง่าย เลยตั้งใจว่าอีกสิบปีต่อจากนี้จะทำงานที่สวนสระแก้วอย่างมีความสุข และเปิดพื้นที่ให้คนเข้ามาเยี่ยมชม หากใครอยากเรียนรู้และทดลองใช้ชีวิตแบบเกษตรกรยุคใหม่ เรายินดีแบ่งปันด้วยความเต็มใจและขอเชิญชวนมาร่วมกันทำกันเยอะๆ” น้อยทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม ก่อนเดินทางกลับเข้าไปทำงานที่สวนสระแก้ว

สวนสระแก้ว

Lesson Learnt

น้อยเริ่มต้นการเดินทางตามความฝันด้วยความหลงใหลเสมอ เธอรู้สึกโชคดีที่ได้ทั้งทำในสิ่งที่รักอย่างแอร์โฮสเตส และรักในสิ่งที่ทำอย่างเกษตรกร

“ทำอะไรก็ได้ที่เรารัก แม้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยก็ตาม ใครเขาจะหัวเราะเยาะเป็นเรื่องของเขา ชีวิตมันสั้นนะ อย่างชีวิตน้อยตอนนี้ไม่เหลืออะไรสำหรับความทุกข์อีกแล้ว มีแต่สิ่งที่สนุกและรัก” 

น้อยขอปฏิเสธหากใครบอกว่าชีวิตเธอประสบความสำเร็จแล้ว เธอยังพบเจอปัญหาและอุปสรรคอยู่ทุกวัน และกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่าย แต่ชีวิตคงสั้นเกินไปหากเรามัวแต่พะว้าพะวงกับอดีตและอนาคตจนลืมสิ่งสำคัญตรงหน้า

“ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ประโยคที่ชีวิตเราคงได้ฟังกันอยู่บ่อยครั้ง แต่จะมีความสุขใดมากกว่าการดำรงอยู่ในปัจจุบันเล่า

เว็บไซต์ : SSK Fruit

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

‘Ericeira เมืองเซิร์ฟของประเทศโปรตุเกส-เขาหลัก ใน 20 ปี?’

นี่คือชื่อบทความออนไลน์ที่เราอ่านระหว่างทำความรู้จัก ‘Better Surf Thailand’ โรงเรียนสอนเล่นเซิร์ฟที่เกิดจากการรวมตัวของเซิร์ฟเฟอร์ในเขาหลัก ก่อนเดินทางไปสัมภาษณ์พวกเขา

บทความฉายภาพให้เห็นถึงเมืองประมงเล็ก ๆ เงียบ ๆ แห่งหนึ่งในโปรตุเกส ที่เติบโตจนพลิกฟื้นให้เมืองกลับมาคึกคักด้วยการโต้คลื่น และกลายเป็นจุดหมายปลายทางของผู้คนมากมายจากทั่วโลก

พวกเขามองว่าเขาหลักเองก็ไม่ต่างกัน และตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำแบบนั้นให้ได้

Better Surf วางพิมพ์เขียวของความฝันของตัวเองไว้อย่างไร ไปดูกัน 

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

First Sight

ที่นี่เริ่มมาจากคำชวนง่าย ๆ ของ ต๊ะ-ทวีโรจน์ เอี๋ยวพานิช เจ้าของเพจ Surfer’s Holiday ที่ชวน แมน-ชาติชาย สมพร นักกีฬาโต้คลื่นทีมชาติที่ประจำอยู่ภูเก็ต ให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาโต้คลื่นที่เขาหลักบ้านเขา 

แมนไม่รอช้า คว้าบอร์ดขึ้นมอเตอร์ไซค์มาสองคนกับเพื่อน เขาบอกว่ามาถึงตกดึกยังไม่ทันเห็นอะไร รุ่งเช้าวันถัดไปเขาถึงได้รู้จักคลื่นที่เขาหลักเป็นครั้งแรก โดยไม่ทันเอะใจว่าที่นี่จะกลายมาเป็นบ้านหลังที่ 2 ในที่สุด

การโต้คลื่นครั้งนั้นก็ยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นของ Better Surf เสียทีเดียว ทั้งคู่เคยทำโปรเจกต์ Monkey Dive Hostel ด้วยกันมาก่อน โดยนำสปาเก่ามาปรับปรุงเป็นที่พักนักเดินทาง ค่อย ๆ เริ่มไปทีละขั้นทีละตอน ตั้งแต่ก่อสร้างไปจนถึงต้อนรับลูกค้าด้วยตัวเอง ทำให้ได้เจอกับ Co-founder คนที่ 3 เรมี-อาทิต์ยา จันทร์ประเสริฐ 

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Better Surf, Better City

2 ปีแรกที่ Monkey Dive Hotel พวกเขาใช้เวลาช่วงหน้ามรสุมปิดโฮสเทลไปทำอย่างอื่น เพราะเป็นช่วงที่เกาะต่าง ๆ ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาปิดชั่วคราว ธุรกิจอื่นก็ซบเซาเสียจนเมืองเงียบเหงา 

พวกเขาเริ่มเห็นลู่ทางใหม่ แม้คลื่นลมในหน้ามรสุมทำให้การท่องเที่ยวบนเกาะเป็น Low Season แต่ก็เป็นคลื่นลมนี้เช่นกันที่ทำให้การโต้คลื่นสนุกขึ้น ช่วงพฤษภาคมจนถึงตุลาคมที่เคยเงียบเหงา จึงกลายมาเป็น High Season สำหรับการเล่นเซิร์ฟ ความคิดที่จะเปิดโรงเรียนสอนโต้คลื่นเพื่อทำให้มาเที่ยวพังงาได้ทั้งปีจึงเกิดขึ้น

ย้อนไปวันแรก แมนบอกว่ากังวลอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ได้มีพื้นฐานทำธุรกิจมาก่อน แต่โชคดีที่ Co-founder ทั้งสามคนมีความรู้ในด้านที่ต่างกันลงตัวพอดิบพอดี เขาใช้ประสบการณ์ที่มีสอนทฤษฎีและการโต้คลื่น ขณะที่ต๊ะกับเรมีช่วยดูเรื่องแผนการตลาด และยังได้แรงสนับสนุนจาก คุณฉิ่ง-มนตรี ณ ตะกั่วทุ่ง เจ้าของสถานที่ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันกีฬาโต้คลื่นในพังงาให้เติบโตอย่างทุกวันนี้

กิจการเริ่มขึ้นในปี 2018 กับการสอนนักเรียน 150 คนแรก พวกเขาทำเองเกือบทุกขั้นตอน ทั้งตอบอินบ็อกซ์ รับจองคลาสเรียน รวมถึงลงน้ำสอนโต้คลื่นด้วยตัวเอง จนมั่นใจว่าโรงเรียนจะไปต่อได้เลยเริ่มตั้งชื่อ 

พวกเขาอยากให้เป็นชื่อที่ดี เลยคิดจะใช้ Surf Thailand ทว่าคิดอีกที Better Surf Thailand น่าจะดีกว่า

เพราะสิ่งที่คิดจะทำ ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนโต้คลื่นในไทย แต่ต้องเป็นโรงเรียนสอนโต้คลื่นที่ให้ประการณ์ที่ดียิ่งกว่า เพื่อทำให้เขาหลักเป็นมากกว่า Surf Town และผลักดันธุรกิจท่องเที่ยวของเมืองให้เป็น Tourist Spot ให้ได้ ทั้งทีมเลยตั้งใจพัฒนา 2 ส่วนสำคัญ คือ โรงเรียน และ คอมมูนิตี้

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา
Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Surf School’s System

“ผมมองว่าการสอนเซิร์ฟ มันมากกว่าลงไปเล่นแล้วยืนได้” แมนเล่าแบบนั้น “แต่เขาต้องแฮปปี้และปลอดภัย นั่นเป็นเป้าหมายที่เราหวังไว้”

เหตุผลที่เขาเลือกเป็นคนสอนพื้นฐานและทฤษฎีบนบกเอง เพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติ เอาตัวรอดในน้ำได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง จากนั้นถึงจะส่งไม้ต่อให้ครูท่านอื่นสอนนักเรียนกับคลื่นจริงตัวต่อตัว

จากการซาวเสียงคนรอบตัว ส่วนใหญ่ที่ได้มีโอกาสโต้คลื่นครั้งแรก มักได้คำตอบรับกลับมาว่าสนุก ประทับใจ เพราะเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยสัมผัส ทำให้อยากกลับไปเรียนอีก 

แต่พอเราถามถึงการเล่นครั้งที่ 2 3 หรือ 4 ก็มีบางเสียงบอกว่ายากเกินไป เพราะหลาย ๆ โรงเรียนเน้นสอนแต่คอร์ส Try Surf และไม่มีบันไดขั้นอื่นให้เดินต่อ แต่ไม่ใช่กับ Better Surf

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

ระบบของที่นี่ส่งเสริมการเรียนของนักเรียนมากขึ้น โดยนำความรู้จากเนื้อหาของ ISA (International Surfing Association) มาย่อยเป็นทักษะต่าง ๆ ที่นักโต้คลื่นแต่ละระดับควรมี เขียนออกมาเป็นเอกสารสำหรับทั้งครูและนักเรียน ตั้งแต่ระดับ Beginner, Intermediate ไปจนถึง Advance ซึ่งเราไม่เคยได้เห็นจากโรงเรียนอื่น 

“เรามีเอกสารให้กรอกเลยว่า ใน 1 ชั่วโมงที่เรียน นักเรียนคาดหวังอยากเรียนรู้อะไร พอจบ 1 ชั่วโมงปุ๊บ ครูผู้สอนมีหน้าที่อธิบายและแนะนำว่า อะไรคือส่วนที่ทำได้ดีแล้ว และจะปรับปรุงส่วนไหนเพื่อให้ครั้งหน้าเล่นได้ดีขึ้น นักเรียนจะได้รู้ว่า แต่ละขั้นควรเรียนรู้อะไรเพื่อก้าวไปสู่ขั้นถัดไป และทำให้รู้ว่าที่มาเรียนนี่ผมไม่ได้เลี้ยงไข้คุณนะ” เขาหัวเราะ

แต่ในบางครั้งโดยเฉพาะช่วง High Season ที่คิวสอนของครูแต่ละคนยาวต่อเนื่องชั่วโมงต่อชั่วโมง ก็เกิดการฟีดแบ็กไม่ทันเช่นกัน เขาไม่นิ่งนอนใจและแก้ปัญหานี้ด้วยการทำกล่องคอมเมนต์ไว้ที่โต๊ะลงทะเบียนของโรงเรียน ซึ่งหย่อนได้ทั้งนักเรียนและคุณครู 

“ไม่มีคอมเมนต์ไหนที่ไม่ดีนะ เพราะการที่เขามาคอมเมนต์ แปลว่าเขาเห็นจุดอ่อน เห็นอะไรที่คิดว่ามันพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้”

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Soft Skill

ในปี 2019 ซึ่งเป็นช่วง High Season ความต้องการเล่นเซิร์ฟตื่นตัวมากเป็นประวัติการณ์ ที่นี่จึงจำเป็นต้องรับสมัครครูสอนเซิร์ฟเพิ่มเป็นครั้งแรก สิ่งที่น่าสนใจในการมองหาผู้ร่วมทีมคนใหม่ คือ Better Surf ไม่ได้มองหาผู้สมัครที่เล่นได้เก่งที่สุด แต่เลือกคนที่มีไฟในการพัฒนาตัวเองและการสอน 

Soft Skills คือสิ่งที่เขาบอกว่าเป็นทักษะสำคัญที่ครูแต่ละคนควรมี ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) เป็นสิ่งที่ต้องใช้เยอะมากในการสอน เพื่อสร้างความประทับใจและสร้างประสบการณ์การเรียนที่ดีให้กับนักเรียน เพราะครูผู้สอนเหมือนเป็นประตูด่านแรกในการเล่นกีฬาโต้คลื่น ถ้าได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี ก็อาจปิดประตูกีฬาชนิดนี้ไปเลย ทั้ง ๆ ที่มันเป็นกีฬาที่สนุก เปิดโอกาสให้ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้พูดคุยกับผู้คน โดยไม่ต้องพะวงกับมือถือหรือโลกภายนอก 

“ผมบอกครูทุกคนว่า บทบาทของคุณสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กรนะ เพราะถ้าไม่มีคุณ Better Surf ก็ไปต่อไม่ได้ หรือต่อให้ทำได้ก็ไม่มีทีมเวิร์ก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เราอยากให้คุณพัฒนาศักยภาพตัวเอง เพราะในอนาคต คุณมีฐานนักเรียนที่เขาแฮปปี้กับคุณ มันต่อยอดได้อีกเยอะ ไปที่อื่นก็มีคนตามคุณอยู่ เพราะเขารู้ว่าคุณเป็นครูแบบไหน”

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Empower People

นอกจากความสนุกในการเล่น เราพบว่าอีกส่วนที่กีฬาโต้คลื่นทำได้ดีคือการสร้างเสริมความมั่นใจ แมนบอกเราว่า จริง ๆ แล้ว 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนเป็นผู้หญิง เพราะสื่อโซเชียลที่ทันสมัยทำให้ทุกคนมีโอกาสได้เห็นแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เปลี่ยนภาพจำจากเซิร์ฟที่ดูเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมของผู้ชาย ให้กลายเป็นกีฬาที่ใคร ๆ ก็เล่นได้

“พี่เรมีน่าจะเป็นอีกคนที่ Empower ให้ผู้หญิงไทยมาเล่นเซิร์ฟ”

แมนเล่าถึง Co-founder คนที่ 3 ที่ใช้เวลา 2 ปี เปลี่ยนการโต้คลื่นจากงานอดิเรกให้เป็นเรื่องจริงจังขนาดติดทีมชาติ และคว้าเหรียญทองแดงกลับมาจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 

Better Surf เองก็เคยทำแพ็กเกจ Solo Traveller ส่งสารถึงผู้หญิงทุกคนว่า การมาโต้คลื่นเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้ ไม่ต้องรอใคร ไม่ว่าจะแข็งแรงดีหรืออกหักอยากพักใจ ก็จองคลาสเรียนมาได้เลย เพราะถึงแม้จะเดินทางมาคนเดียว ก็ยังมีเพื่อนผู้หญิงอีกหลายคนร่วมเดินทางด้วยกัน กลายเป็นคอมมูนิตี้แห่งใหม่ขึ้น

การเล่นเซิร์ฟทำหน้าที่เป็นเพื่อนใหม่ให้กับใครหลาย ๆ คน อย่างใน Barcadi Camp แคมป์เซิร์ฟแรกที่โรงเรียนจัด มีผู้ร่วมกิจกรรมหลายคนแชร์ประสบการณ์เรื่องภาวะซึมเศร้ากับการโต้คลื่น ว่าการได้มาลองโต้คลื่นในแคมป์เป็นประสบการณ์ที่ดี ทำให้ได้เจอเพื่อน เจอคลื่น พบกีฬาที่ชอบ และได้รับพลังกลับไป 

โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

Ride the Right Wave

ช่วงปี 2019 เป็นปีสำคัญของโรงเรียน Better Surf เพราะเป็นปีที่มีทั้งจังหวะเติบโตและจังหวะหยุดอยู่กับที่ โควิด-19 ระลอกแรกทำให้ธุรกิจแทบทุกอย่างที่กำลังไปได้สวยหยุดชะงัก ในจังหวะนั้น ต๊ะเสนอทางรับมือกับปัญหาเกี่ยวกับนโยบายป้องกันโรคระบาดที่ผันผวนไปมา โดยวางแผนร่วมกับธุรกิจภาคโรงแรม เตรียมความพร้อมไว้รอวันที่การท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เมืองเปิด คนจะกลับมา 

และก็เป็นอย่างที่คาดการณ์เอาไว้

หลังคลายล็อกดาวน์ จำนวนนักเรียนจากเดิมที่สอนแค่วันละ 5 – 7 คน ทะลุไปสู่หลักร้อย โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายของซีซั่นปลายเดือนตุลาคม พอคำนวณรวบยอดทั้งซีซั่น พวกเขาสอนนักเรียนร่วมหนึ่งหมื่นคน นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีต่อธุรกิจ แต่เมื่อทบทวนดี ๆ กลับพบว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ

“เราไม่ต้องการให้คนมาเรียนวันละ 100 คน เพราะไม่ได้มองว่าธุรกิจที่เราทำต้องได้ผลกำไรสูงสุด แต่อยากให้มันยั่งยืนมากกว่า เพราะถ้าเราโตเร็ว ก็อาจจะไปเร็วเหมือนกัน”

พวกเขาเลยกลับมาที่ Core Value คือการค่อย ๆ ขยายธุรกิจไปแบบไม่เร่งร้อน รับครูและพนักงานเพิ่มปีละ 1 – 2 คน ตามขนาดธุรกิจที่เติบโตขึ้น เพื่อเป็นฐานสำหรับการสร้างคอมมูนิตี้เซิร์ฟให้เติบโตไปอย่างแข็งแรงและยั่งยืน ซึ่งเขาวางแผนเอาไว้ว่า มีสิ่งที่ต้องพัฒนาทั้งหมด 5 อย่าง 

หนึ่ง การพัฒนาบุคลากร อบรมและสร้างมาตรฐานการสอนให้ครู เพื่อทำให้การมาเรียนโต้คลื่นสนุก ปลอดภัย นักเรียนอยากกลับมาอีก พร้อมกับสร้างความเข้าใจกับคนท้องที่เรื่องการเป็นเจ้าบ้านว่า Service Mind เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเราเป็นเจ้าบ้านที่ดี ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับนักท่องเที่ยวได้เท่าไหร่ เศรษฐกิจท้องถิ่นยิ่งโตไปข้างหน้าเท่านั้น เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวติดใจจนอยากกลับมาซ้ำ คนท้องถิ่นเองก็จะมีรายได้มั่นคงขึ้น ไม่ต้องไปย้ายถิ่นฐานไปไกลบ้าน

สอง จำกัดจำนวนผู้เรียนให้น้อยลงและไม่รับนักเรียน Walk-in เพื่อที่โรงเรียนจะได้จัดการบุคลากรอย่างพอดี ให้ครูแต่ละคนมีเวลาเตรียมตัว ทำความรู้จักพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคนเต็มที่ ตั้งแต่ก่อนที่นักเรียนจะมาถึง เพื่อสร้างความประทับใจแรกให้กับนักเรียน และอีกด้านหนึ่ง Better Surf Thailand ต้องการทำหน้าที่การตลาดและเลือกที่จะกระจายนักเรียนไปยังโรงเรียนโต้คลื่นอื่น ๆ ที่มีมาตรฐานเช่นเดียวกัน อย่างเช่น Pakarang Surf School และ Seapiens Camp Khaolak ที่คอยทำงานและพัฒนาไปด้วยกัน

สาม สร้างโอกาสให้นักกีฬาเยาวชนได้พัฒนาศักยภาพเพิ่มขึ้น ด้วยการจัดสรรทั้งทุนและอุปกรณ์ ผ่านชมรมกระดานโต้คลื่นของจังหวัดพังงาที่มีต๊ะเป็นประธาน เพราะปัจจุบันมีนักกีฬารุ่นใหม่ทักษะดีที่รอการเจียระไนอยู่อีกมาก และพวกเขามองว่าจะประสบความสำเร็จในเวทีใหญ่ได้ไม่ยาก ถ้าหากได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ

สี่ สนับสนุนให้นักเรียนลองขยับขยายไปเล่นที่อื่นอีกหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นทะเลตะวันออก อย่างเขาแหลมหญ้าที่ระยอง หาดเจ้าหลาวที่จันทบุรี หรือฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่หัวหิน ปราณบุรี ถึงสงขลา ที่หน้า High Season ไม่ตรงกับฝั่งอันดามัน เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสเล่นเซิร์ฟทั้งปี ไม่ใช่แค่ที่เขาหลัก เป็นการผลักดันให้ทุกที่มีรายได้เลี้ยงตัวเอง เติบโตเป็นเครือข่ายกีฬาโต้คลื่นที่แข็งแรงด้วยกันทั้งประเทศ

ห้า รณรงค์เก็บขยะ ไม่ใช่แค่ที่ Memories Beach ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียน แต่กระจายออกไปให้ทั่วทุกหาด ทุกพื้นที่ เพื่อทำให้ธรรมชาติสวยสะอาด ดึงดูดใจให้คนมาท่องเที่ยว 

เราเชื่อว่า 5 อย่างที่ทาง Better Surf กำลังตั้งใจทำอยู่ในตอนนี้ ประกอบกับธรรมชาติที่ดีของเขาหลัก จะพาให้พวกเขาไปถึงฝัน ในการใช้กีฬาโต้คลื่นพลิกฟื้นเมืองและธุรกิจท้องถิ่นให้กลับมาคึกคัก เป็น Tourist Destination แบบ Ericeira ได้ไม่ยาก และอาจจะไม่ต้องใช้เวลามากถึง 20 ปี 

“แมนคิดว่า 5 ปีก็น่าจะเริ่มเห็นผลแล้วนะ” คุณครูทิ้งท้ายไว้พร้อมรอยยิ้ม 

โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

Lessons Learned

  • การเลือกคนให้เหมาะกับงาน ต้องอ่านเนื้องานให้ขาด ถึงจะได้คนที่มีคุณสมบัติที่ถูกเหมาะสมแบบที่ Better Surf เลือกให้คุณสมบัติของครูผู้สอนมีไฟ เข้าใจ Soft Skills มาเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักเรียน
  • การจับจังหวะเป็นอีกทักษะสำคัญของการทำธุรกิจ ต้องอ่านสถานการณ์ให้ออกว่าจังหวะไหนต้องหยุดรอ จังหวะไหนทำต่อได้ เพราะการฝืนทำในจังหวะที่ยังไม่ใช่ อาจจะทำให้ธุรกิจไม่ได้ไปต่อ
  • การจับคู่กับพาร์ตเนอร์ซึ่งทำธุรกิจที่ส่งเสริมกัน จะช่วยยกระดับให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโต พัฒนาไปได้ไกลกว่าการทำเพียงเจ้าเดียวโดด ๆ
  • พัฒนาธุรกิจไปพร้อม ๆ กับพัฒนาท้องถิ่นที่อยู่ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนของทุกฝ่าย

Writer

นิปุณ แสงอุทัยวณิชกุล

สถาปนิกที่สนใจในงานเขียน สถาปัตยกรรม ที่ว่าง เวลา และหมาฟลัฟฟี่

Photographer

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

ช่างภาพอิสระ | ภูเก็ต ชอบหาของอร่อยกิน รักการใช้เวลากับคนรัก ig : Kenhitive

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load