23 มิถุนายน 2563
7.52 K

SSIP Boutique Dhevej Bangkok บูติกหลังสีขาวสะอาดตาสไตล์โคโลเนียล อยู่บริเวณเดียวกับบ้านสีขาวทำจากไม้สักทองอายุ 90 ปีตกแต่งสไตล์เดียวกัน ที่พักสองหลังตั้งเคียงข้างใกล้ชิดในย่านเทเวศร์ บ้านหลังสวยเป็นมรดกตกทอดของ สิปป์-สิริกมล กมลยะบุตร หลานสาวลำดับที่ 10 ของ หม่อมราชวงศ์นวลขจร (นันทวัน) กมลยะบุตร 

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ
SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

คุณย่าของเธอเกิดปลายรัชกาลที่ 5 สืบเชื้อสายจากพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นหญิงห้าแผ่นดินที่ผ่านเรื่องราวยาวนาน สิปป์ผูกพันกับคุณย่าตั้งแต่เธอเกิด จนกระทั่งวันสุดท้ายของบุคคลที่เธอรักมาถึง
หลานรักมีโอกาสเข้าไปเก็บของใช้ส่วนตัวภายในห้องนอนของคุณย่า

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

หนึ่ง

“…ดันไปเปิดเจอหีบโบราณ” 

สอง

“ของข้างในเป็นรูปซีเปียสมัยคุณย่ายังมีชีวิตอยู่ เครื่องทองเหลือง จานและชามบลูแอนด์ไวท์”

สาม

“เจอแป้งร่ำที่คุณย่าใช้ผัดหน้า ผัดตัว หลังอาบน้ำและก่อนนอน”

สี่

“ของพวกนั้นทำให้เรารู้สึกว่าไม่น่าเก็บเอาไว้เฉยๆ น่าจะพาเขามาเล่าเรื่องราวให้คนต่างชาติทั่วโลกรู้ว่า อดีตของประเทศไทยช่วงรัชกาลที่สี่ถึงห้ามีความเป็นอยู่ยังไง เลยเป็นที่มาให้เราทำ SSIP Boutique Dhevej Bangkok ขึ้นมา” 

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ
SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

ที่พักสไตล์ย้อนยุคทว่าร่วมสมัยก่อสร้างขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อน ตกแต่งล้อกับบ้านไม้สักทองหลังเดิมของครอบครัว ความโดดเด่นของที่พักทั้งสองแบบคือ ‘หน้าต่างบานกระทุ้ง’ สัญลักษณ์ของสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ช่วงรัชกาลที่ 5 – 6 เจ้าบ้านเปรยว่าหน้าต่างเป็นจุดเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน คล้าย ‘ประตูไปที่ไหนก็ได้’ ของการ์ตูนเรื่องดังจากประเทศญี่ปุ่น

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

ห้า

การตกแต่งอาคารเน้นสีขาวเป็นหลัก ไม่แปลกถ้าคุณจะรู้สึกสบายตาและผ่อนคลาย แถมอากาศยังถ่ายเทสะดวก ชวนเอนกายพักพิง ด้วยเทคนิกลูกหมุนระบายอากาศและช่องแสงชั้นบนสุด ทำให้เธอลดการเปิดเครื่องปรับอากาศและประหยัดไฟ เพราะช่องแสงทะลุถึงกันหมดทั้ง 4 ชั้นของอาคาร คนรักที่พักแบบ Eco-friendly ต้องชอบใจ

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ
SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

ส่วนห้องพักมีทั้งหมด 19 ห้อง 4 ประเภท ดีลักซ์ ดับเบิ้ล, ดีลักซ์ ทวิน, สวีท ทริปเปิล และฮันนีมูน สวีท เหมาะกับการนอนเที่ยวทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก คู่เพื่อนสนิท หรือยกก๊วนเที่ยวทั้งครอบครัว แถมบางห้องยังเป็น Connecting Room ด้วยนะ เราขอแนะนำห้องพักแบบฮันนีมูน สวีท (มีเพียง 2 ห้องเท่านั้น) ความพิเศษอยู่ตรงเตียงนอนสี่เสา ที่เคยใช้งานจริงในสมัยคุณย่าของสิปป์ ความงามของลายฉลุบริเวณปลายเตียงยังสวยมิเสื่อม เสมือนได้ย้อนเวลากลับไปหาอดีต

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ
SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

เพื่อคงความเป็นยุครุ่งเรืองของไทย ลายกระเบื้องบนพื้นเธอสั่งทำขึ้นพิเศษ เป็นลายยอดฮิตสมัยรัชกาลที่ 5 คล้ายกับลายกระเบื้องในมิวเซียมสยาม รวมถึง ‘แป้งร่ำ’ เครื่องปะทินผิวของสตรีชั้นสูงที่เธออนุรักษ์ไว้ เพื่อให้แขกสัมผัสความเป็นไทยพร้อมกับการหวนคิดถึงคุณย่าของเธอ สิปป์แนบกระดาษแผ่นเล็กคู่กับแป้งร่ำให้แขกเข้าใจวิธีการใช้และประโยชน์ เธอว่าให้หยิบเม็ดแป้งร่ำสักสองสามเม็ดผสมกับน้ำ จะผัดหน้าหรือผัดตัวก็ได้ จะช่วยให้ผิวผ่อง ไร้ความมัน

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

หก

“ความสนุกของการทำโรงแรมอยู่ตรงการได้เลือกของมาตกแต่ง” 

สิปป์พูดพลางพาเราเดินดูของตกแต่งหาสะสมยาก เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นตกทอดมาจากรุ่นบรรพบุรุษ อย่างชุดเก้าอี้บริเวณโถงทานข้าวเป็นชุดเก้าอี้ไม้วินเทจจากภัตตาคารพงหลีของคุณตาและคุณยาย 

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

อ่างล้างหน้าใช้จริงของคุณย่าโต๊ะเครื่องแป้งขาศร ร่องรอยของศิลปะยุคโคโลเนียลที่เธอได้มาจากเพื่อนสนิทนักสะสมของโบราณ และสิปป์ยังมีตู้ไม้ใบใหญ่บรรจุถ้วยชามรามไหสไตล์บลูแอนด์ไวท์อยู่เต็มตู้

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ
SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

แต่ที่แปลกตาคงเป็นชุดทำขนมครกดินเผา มีทั้งขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ สิปป์เล่าว่าสมัยเด็กคุณย่าของเธอชอบทำอาหารมาก มักเข้าไปเยือนวังสวนสุนันทาอยู่บ่อยครั้ง เพราะมี พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา เป็นแรงบันดาลใจในการเข้าครัว คุณย่าเลยสอนบรรดาหลานทำขนมครกไข่ด้วยเตาถ่าน

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

“ชุดทำขนมครกชุดนี้คุณย่าซื้อให้เล่นตอนเด็ก ตอนนั้นห้าหกขวบได้” เธอมอบรอยยิ้มสดใสพร้อมเลื่อนกระจกหยิบของเล่นวัยเด็กมาอวดเป็นขวัญตา แต่สิ่งที่เราเห็นกลับเป็นความผูกพันของคุณย่าและคุณหลานที่มีให้กันเสมอมา

เจ็ด

นึกถึงสิปป์ ต้องนึกถึงขนมครก เธอบรรจุการทำขนมครกเป็นหนึ่งในกิจกรรมเวิร์กช็อป แถมยังพลิกแพลงขนมครกแบบเดิมเป็นขนมครกหน้าแฮมชีส ขนมครกหน้าไข่มุก และขนมครกหน้าฝอยทอง วิธีการทำก็เรียกความตื่นตาตื่นใจให้นักนอนเที่ยวสายอินสตาแกรมเมอร์มาถ่ายภาพกันสนุกสนาน ถ้าผู้ใหญ่หน่อยเธอแนะนำกิจกรรมร้อยพวงมาลัยดอกไม้ไทย

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ
SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

ปิดท้ายด้วยการพับผ้าเช็ดตัวเป็นช้าง เพราะแขกเห็นช้างจากผ้าเช็ดตัวตัวจ้อยในห้องนอน เลยอยากให้สิปป์ช่วยสอน จากสอนแขกท่านเดียว กลายเป็นว่าแขกท่านอื่นมายืนมุงด้วยความสนใจ เธอเลยเปิดเป็นเวิร์กช็อปตั้งแต่นั้นมา

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

นอกจากกิจกรรมที่แสดงความเป็นไทย อาหารการกินเธอยังยกสำรับอาหารเช้าทานง่าย มีทั้งเมนูข้าวและก๋วยเตี๋ยว มาพร้อมกับขนมไทย อย่างขนมเหนียว สาคูเปียก และขนมครก ล้างปากด้วยผลไม้หอมหวานชื่นใจที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน แต่ที่ต้องมีติดโต๊ะคือมะม่วง แขกชอบมาก แต่ถ้าแขกไม่สันทัดอาหารไทยก็มีขนมปัง เนย แยม ไว้บริการ 

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ
SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

ความน่ารักที่อยากบอกต่อ เป็นการตกแต่งบนโต๊ะอาหาร เพราะพนักงานมากฝีมือตั้งใจสลักผักแกล้มอย่างประณีตและสานปลาตะเพียนตัวเล็กวางด้านข้าง เหมือนกำลังนั่งตกปลาลงในชามก๋วยเตี๋ยว แม้แต่ตัวกระแต (คล้ายกระรอก) ที่กำลังไต่อยู่บนทางมะพร้าวนั่นก็ด้วย เห็นแล้วอดใจไม่ไหวที่จะบันทึกภาพเก็บไว้ ช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน

แปด

“เราอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง เราเลยดูแลพนักงานและลูกค้าเสมือนญาติ”

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

เพราะดูแลแขกด้วยความใส่ใจอย่างทั่วถึงจนเหนือความคาดหมาย ทำให้ SSIP Boutique Dhevej Bangkok มีลูกค้าประจำกลับมาพักอยู่บ่อยครั้ง บ้างก็มากันแบบปากต่อปาก สิปป์เล่าให้เราฟังว่ามีครั้งหนึ่งแขกมาพักเป็นครอบครัว แล้วลูกของเขาทำตุ๊กตาหายที่วัดพระแก้ว กลับมาที่พักก็ร้องไห้โฮไม่หยุด เธอเลยหาตุ๊กตาช้างตัวจิ๋วมาให้พร้อมเขียนโน้ตว่า “My name is Chang. I’m your new friend. Please bring me back to New York. I want to see snow.” รอยยิ้มของเด็กน้อยกลับมา แถมได้เพื่อนใหม่เป็นต่างชาติ ส่วนพ่อแม่ปลื้มมาก จนเอาความประทับใจไปเขียนลงรีวิวจองที่พัก

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

นอกจากแขกส่วนใหญ่จะเป็นคู่รัก ยังมีแขกที่ชอบความสงบและประวัติศาสตร์มาพักด้วย นักโบราณคดีก็มี นักประวัติศาสตร์ก็มา ยิ่งได้เห็นของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์แอนทีครุ่นเก๋า ก็เหมือนได้ดื่มด่ำเรื่องราวจากคนรู้จริงคอเดียวกัน

เก้า

ด้วยที่พักอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำเจ้าพระยาในระยะเดินถึง บวกกับความชอบเสาะแสวงหาสถานที่ Hidden Gems ของสิปป์ ทำให้เธอมีลิสต์มิวเซียม ร้านอาหารโลคอล และคาเฟ่เก๋ตามตรอกซอกซอยไว้แนะนำแขกอยู่เสมอ และยังช่วยเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์ร้านรวงละแวกใกล้เคียงลงทางโซเชียลมีเดียด้วย เพราะเธอยึดกฎ ถ้าดี ต้องบอกต่อ!

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

“การทำโรงแรมทำให้เราได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนในชุมชน ถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยกันสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้คนในชุมชนเก่าย่านเทเวศร์ บางครั้งเราก็ส่งผ้าไปซักกับร้านซักรีดแถวนี้ แนะนำลูกค้าให้ซื้อยากับร้านขายยาของอาแปะฝั่งตรงข้าม ส่งลูกค้าไปนวดกับร้านโลคอลในย่าน อุดหนุนดอกไม้ ขนม จากร้านคุณลุง คุณป้า เจ้าประจำในตลาดเทเวศร์

“เราว่าทั้งหมดเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชน ให้เขาโตไปพร้อมไปกับเรา เพื่อนบ้านและคนแถวนี้ก็มีทัศนคติที่ดีกับโรงแรมและนักท่องเที่ยวของเรา บางคนช่วยบอกทาง เรียกรถให้ สุดท้ายย่านนี้จะเป็น Friendly Environment” 

สิบ

“เราอยากให้แขกปลาบปลื้มกับความเป็นอยู่ของไทย ให้ที่พักของเราได้เป็นหน้าต่างพาเขาไปสู่อดีตกาลของสยามอันรุ่งโรจน์ เขาจะสัมผัสมันได้ในทุกจุดที่เขาเจอ ตั้งแต่การเช็กอิน เวลคัมดริงก์ ห้องนอน อาหารเช้า เวิร์กช็อป ทุกอย่างมันทำให้เขารู้สึกถึงวิถีชีวิตความเป็นไทย และเราเชื่อว่าเขาจะกลับไปพร้อมความประทับใจอย่างแน่นอน” 

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

เจ้าบ้านเล่าความตั้งใจที่เธอใส่ลงไปในทุกส่วนของโรงแรม สิปป์มั่นใจว่าแขกจะสัมผัสสิ่งเหล่านั้นได้จากใจจริง เพราะเธอปลุกปั้น SSIP Boutique Dhevej Bangkok ขึ้นมาด้วยความผูกพันและความรักบริสุทธิ์ที่มีต่อคุณย่าของเธอ

ไม่เช่นนั้นแววตาแห่งความสุขของหลานรักคนที่สิบคงไม่เปล่งประกายขนาดนี้ 

SSIP Boutique Dhevej Bangkok, ที่พัก ย่านเทเวศร์, โรงแรม กรุงเทพ

SSIP Boutique Dhevej Bangkok

42 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300

ติดต่อ 0 2282 1899

เว็บไซต์ : www.ssiphotelthailand.com

เฟซบุ๊ก : SSIP Boutique Dhevej Bangkok

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

25 มิถุนายน 2565
2.62 K

เขาหลัก

ถ้าใครรู้จักผมคงแปลกใจ ว่าทำไมคนที่ไม่ชอบเที่ยวทะเล ไม่เล่นเซิร์ฟ ไม่ดำน้ำ และว่ายน้ำไม่เป็นอย่างผม ถึงหยิบวันหยุดยาวมาใช้ที่ ‘เขาหลักเมอร์ลินรีสอร์ท’ จังหวัดพังงา

แต่ถ้าใครรู้จักรีสอร์ตแห่งนี้คงไม่แปลกใจ

3 ปีก่อน ผมเคยคุยกับ คุณแชมป์-ชานน วงศ์สัตยนนท์ ผู้อำนวยการเครือโรงแรมเมอร์ลิน ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตอนนั้นคุณแชมป์คือวัยรุ่นไฟแรงที่เพิ่งกลับมาดูแลธุรกิจโรงแรมของครอบครัว เขาชวน BIG Trees มาช่วยตรวจสุขภาพต้นไม้ใหญ่มากมายในโรงแรม เขาว่ามีต้นไม้ใหญ่เยอะเหมือนอยู่ในป่า แต่ประโยคที่ยังติดหูผมอยู่ถึงวันนี้คือ ในโรงแรมมีสัตว์ป่าหลายชนิด ถ้าผมไปพัก เขาจะพาไปดูนางอาย

ผมมาตามสัญญา แต่ช้าไป 3 ปี

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ต้นไม้

ผมส่ายหน้าบอกพนักงานว่า ไม่ต้องเดินไปส่ง แค่ชี้ทางก็พอ ไม่ว่าโรงแรมไหน ๆ ผมชอบหาทางเดินไปห้องพักเอง แต่รอบนี้พนักงานของเขาหลักเมอร์ลินส่ายหน้ากลับ เขาหยิบกุญแจแล้วเดินนำผมจากล็อบบี้ซึ่งอยู่ติดถนนด้านหน้าโรงแรม ลงไปทางชายหาดที่อยู่ต่ำกว่ามาก เราก็เลยต้องเดินลงบันได วกไป วนมา ผ่านอาคารนั้น ออกทางนี้ ถึงมีแผนที่ก็ยังงง

รีสอร์ตแห่งนี้สร้างเมื่อปี 2000 อาก๋งของคุณแชมป์ คุณวีระ จิรายุส ประธานบริษัทและกรรมการผู้จัดการ และลูก ๆ หลาน ๆ เห็นว่าควรขยายกิจการโรงแรมออกนอกจังหวัดภูเก็ตบ้าง จึงเลือกสร้างโรงแรมแห่งที่ 4 ที่เขาหลัก จังหวัดพังงา ซึ่งตอนนั้นมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก และบริเวณเขาหลัก-ลำรู่ ตรงนี้ก็ยังไม่มีที่พัก

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ครอบครัวคุณแชมป์เลือกที่ดินมีโฉนดขนาด 30 ไร่ผืนนี้ เพราะติดทะเลและมีต้นไม้ใหญ่เยอะมาก ทุกคนรักต้นไม้ เลยเห็นตรงกันว่าควรทำที่พักแค่ 200 ห้อง จะได้มีพื้นที่สีเขียวเยอะ ๆ อาคารก็ต้องสร้างหลบต้นไม้ใหญ่ จึงกลายมาเป็นผังโรงแรมแบบเขาวงกต ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักกลางป่า

จำนวนห้องที่น้อยถูกชดเชยด้วยการสร้างวิลล่าริมหาด 3 หลัง และตั้งราคาค่าห้องทั่วไปที่สูงกว่าปกติ เพราะนี่คือความหรูหราที่ลูกค้าชาวยุโรปกำลังตามหา ไม่ใช่หรูหราเพราะการออกแบบห้องพัก แต่หรูหราเพราะอยู่กลางธรรมชาติ ความคิดนี้เมื่อ 20 ปีก่อน ต้องถือว่าล้ำหน้ามาก

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด
Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

พนักงานโรงแรมที่เดินนำทางผมบอกว่า วันนี้มีแขกพักเต็มทุกห้อง แต่กลับไม่รู้สึกว่าแออัด หรือมองไปทางไหนก็เห็นแต่คน เพราะต้นไม้ครึ้มทั่วรีสอร์ตช่วยบังสายตาไม่ให้แขกมองเห็นกัน

ที่นี่มีต้นไม้ใหญ่ราว 270 ต้น แบ่งได้ 40 ชนิด อายุอย่างต่ำคือ 50 ปี หลายต้นน่าจะถึง 70 ปีหรือแก่กว่านั้น

ต้นไม้เด่น ๆ ของที่นี่มีหลายต้น เริ่มจากต้นเหรียง ไม้ทรงพุ่มใหญ่ด้านหลังล็อบบี้ ซึ่งมีโอกาสจะได้เห็นนางอายและค้างคาวแม่ไก่ ตรงห้องอาหารเช้ามีต้นเทพทาโรอยู่หลายต้น จัดเป็นต้นไม้ประจำถิ่นพังงาที่เปลือกมีกลิ่นหอม นิยมนำมาแกะสลักเป็นเทพตามศาลเจ้าในภาคใต้ ช่วงเทศกาลกินเจจะมีการนำไม้เทพทาโรไปเผาไฟ ซึ่งจะได้กลิ่นหอมเหมือนธูป

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

มองเลยไปทางหาดจะเห็นต้นไข่เขียว ซึ่งเป็นตะเคียนชนิดหนึ่ง สูงชะลูด มองเห็นได้แต่ไกล เป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในโรงแรม ส่วนต้นไม้หายากที่สุดคือ ยางมันหมู เป็นไม้ประจำถิ่นของภาคใต้ที่น้อยคนจะรู้จัก หายากขนาดพนักงานโรงแรมยังไม่รู้เลยว่าคือต้นไหน

ส่วนต้นไม้ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโรงแรมคือ ต้นนิโครธ ซึ่งเป็นไทรชนิดหนึ่ง คนที่นี่เรียกว่า ต้นยีราฟ เพราะมีรูปทรงเหมือนยีราฟ เป็นต้นที่หาง่ายที่สุด และน่าจะถูกถ่ายรูปมากที่สุด

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

น้ำ

พอเปิดประตูเข้ามาในห้องพัก ผมก็สะดุดตากับหนังสือชื่อ A Compact Guide to Wildlife ที่ตั้งใจวางรับแขกอยู่บนโต๊ะ ในเล่มมีภาพสัตว์มากมายที่พบได้ในโรงแรม แยกตามโซนต่าง ๆ เช่น นกแขกเต้า นางอาย กิ้งก่าบินหัวสีฟ้า บ่าง นกตะขาบทุ่ง เหยี่ยวแดง นกกระเต็นอกขาว แมลงปอนานาชนิด ปาดบ้าน เขียดบัว นกเด้าลมหลังเทา เหี้ย และผีเสื้อมากมาย

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ที่ผมแปลกใจคือ แต่ละพื้นที่ในโรงแรมพบสัตว์ที่แตกต่างกันได้ขนาดนี้เลย

พอเปิดโทรทัศน์ในห้อง จะเจอคลิปวิดีโอเล่าเรื่องสัตว์ป่าทั้งหมดในโรงแรม ราวกับที่นี่คือรีสอร์ตในซาฟารี ดูแล้วเลือดลมสูบฉีด นั่งในห้องต่อไม่ไหว ต้องรีบเปิดประตูออกไปดูของจริง

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด
Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ใกล้ ๆ ห้องพักของผมมีลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลจากด้านบนแถว ๆ ล็อบบี้ ลงไปที่บ่อมรกตทางด้านล่าง ในนั้นมีปลานิล สัตว์น้ำเล็ก ๆ และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหลายชนิด ลำธารแห่งนี้สร้างมาพร้อมรีสอร์ต ด้วยความคิดว่า ที่นี่มีต้นไม้เยอะ ถ้าต้องซื้อน้ำมารดต้นไม้ก็เปลือง เลยออกแบบระบบให้ส่งน้ำเสียจากทั้งโรงแรมมาบำบัดรวมกันในถังใต้ดินด้วยจุลินทรีย์ เมื่อสะอาดก็ปั๊มขึ้นไปปล่อยบนต้นกำเนิดลำธารด้านบน เพื่อให้น้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่สีเขียวทั่วโรงแรมผ่านระบบสปริงเกิล

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

น้ำเสียทุกหยดในเขาหลักเมอร์ลินจึงถูกบำบัดและนำกลับมาคืนสู่ธรรมชาติ สะอาดขนาดมีสัตว์น้ำอยู่แบบเป็นระบบนิเวศ

อีกแนวคิดที่มีมาแต่แรกคือ การนำขยะจากเศษอาหารและเศษใบไม้มาทำปุ๋ยหมัก เหตุผลคือ เรือนเพาะชำกล้าไม้ต้องการปุ๋ยจำนวนมาก แน่นอนว่าไม่มีวิธีไหนจะประหยัดไปกว่าการทำเอง

แนวคิดเรื่องความยั่งยืนอีกอย่างที่ผมว่าน่าสนใจ คือระบบเซ็นเซอร์ที่หน้าต่างซึ่งเพิ่มมาภายหลัง ถ้าแขกห้องไหนเปิดหน้าต่างเพื่อสัมผัสอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เครื่องปรับอากาศในห้องจะปิดทันทีแบบอัตโนมัติ จะได้ไม่เปลืองไฟโดยใช่เหตุ

แขก

วันนี้สายตาตี่ ๆ ของผม ได้สบตากับชาวต่างชาติไม่มากนัก แต่ช่วงก่อนโควิด-19 ลูกค้าเกือบทั้งหมดของเขาหลักเมอร์ลินคือชาวต่างชาติ ลูกค้าหลักคือ ชาวเยอรมัน นอร์ดิก และอังกฤษ เป็นกลุ่มที่อยากมาสัมผัสธรรมชาติแท้ ๆ อยากเห็นทั้งป่า ทั้งทะเล และเห็นสัตว์ป่าในโรงแรม พอมาถึงก็นั่งริมระเบียงห้องดื่มด่ำกับธรรมชาติได้เป็นวัน ๆ ลูกค้ากลุ่มนี้จองมาเต็มตั้งแต่เปิดให้บริการ ทางโรงแรมจึงไม่ได้เน้นทำการตลาดกับลูกค้าชาวไทยหรือกลุ่มอื่น ๆ มากนัก ที่นี่เลยไม่คุ้นหูของคนไทย

ลูกค้าประจำชาวเยอรมันรักที่นี่ถึงขนาดเปิดเฟซบุ๊กกรุ๊ป Freunde des Merlin Khao Lak / Friends of Merlin Khao Lak ไว้พูดคุยกันว่า พักห้องไหนเด็ดสุด แถวนั้นมีร้านอาหารไหม ต้องเตรียมอะไรมาบ้าง ยุงเยอะไหม มีสมาชิกอยู่ 2,000 กว่าคน แอดมินเป็นคู่สามีภรรยาชาวเยอรมันที่มาพักที่นี่ทุกปี

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด
เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

แล้วในกรุ๊ปนี้ก็ยังถ่ายภาพสัตว์ที่พบในโรงแรมมาอวดกัน จนทำให้ทีมงานรู้ว่าในโรงแรมของพวกเขามีสัตว์มากมายแค่ไหน

เขา (เป็น) หลัก

ก่อนพระอาทิตย์จะมุดเมฆไปแตะน้ำทะเล ผมออกไปเดินเล่นบนชายหาดทั้งด้านซ้ายและขวาของโรงแรมซึ่งขนาบด้วยที่พักขนาดใหญ่ มีอาคารที่ออกแบบสวยเตะตาแบบต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ถัดออกไปเป็นร้านอาหารและบาร์ที่กวักมือเรียกเราจากระยะไกลด้วยเสียงเพลง

ขากลับเมื่อมาถึงโรงแรม สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดของที่นี่คือต้นไม้ใหญ่ แบบที่เราแทบจะไม่เห็นหรือไม่สนใจอาคารของโรงแรมเลยด้วยซ้ำ

คุณแชมป์ยืนรอผมอยู่ที่หน้าร้านอาหารเย็นของโรงแรมบริเวณหาด

ชีวิตของเขาน่าสนใจ ชายวัย 30 ปีคนนี้เรียนจบปริญญาตรีด้านปรัชญาและจิตวิทยาจากออกซ์ฟอร์ด แล้วต่อโทด้านบริหารธุรกิจที่อิมพีเรียลคอลเลจ กลับจากลอนดอนมาก็เริ่มงานที่ The Nation ช่วยคุณสุทธิชัย หยุ่น ทำเรื่อง Transformation องค์กรสู่ดิจิทัล จากนั้นก็ย้ายไปบุกเบิกการทำวิดีโอให้นิตยสาร BK แล้วก็ข้ามสายไปทำงานกับ Iris บริษัทโฆษณาจากลอนดอน สุดท้ายก็กลับมาทำธุรกิจโรงแรมของที่บ้านเมื่อปี 2018

“ผมเป็นห่วงพ่อแม่ ตอนนั้นท่านอายุ 65 แล้ว เลยกลับมาช่วย เครือเรามีโรงแรมหลายแห่ง ทำกันแบบกงสี ผมเข้ามาพร้อมลูกพี่ลูกน้อง 3 คน ผมได้รับหน้าที่ให้ดูการตลาดออนไลน์ ประชาสัมพันธ์ กับอาหารและเครื่องดื่ม” คุณแชมป์เล่าระหว่างที่รอไลน์บุฟเฟต์เปิด

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

พอเริ่มงานเขาก็พบว่า ที่ผ่านมาโรงแรมทำการตลาดแต่กับบริษัททัวร์ ไม่เน้นโปรโมตตรงกับลูกค้ามากนัก พอบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Thomas Cook ปิดตัวลงเมื่อปี 2019 โรงแรมก็ได้รับผลกระทบ เพราะลูกค้า 20 เปอร์เซ็นต์มาจากที่นี่ คุณแชมป์มองว่าถึงเวลาที่ต้องปรับตัวแล้ว แต่การที่คนหนุ่มไร้ประสบการณ์โรงแรมวัย 27 ปี จะโน้มน้าวผู้ใหญ่ที่ทำโรงแรมมาทั้งชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย

“โชคดีมากที่ผมเคยทำงานบริษัทโฆษณา เลยมีทักษะโน้มน้าวผู้บริหาร มีวิธีการทำพรีเซนเทชันที่ดี เข้าใจเรื่องการทำ Brand Personality ผมก็จัดเต็มครับ ทำเวิร์กชอปชวนทุกคนมาคิดร่วมกันว่า เราอยากเป็นอะไร ตอนนี้เราอยู่ตรงไหน และเราจะไปถึงตรงนั้นได้ยังไง ทุกคนเห็นตรงกันว่าเขาหลักเมอร์ลินต้องเน้นเรื่องธรรมชาติ ทุกคนปักธงแบบนี้ร่วมกัน ผมก็บอกว่า เราไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย ถ้าจะไปให้ถึงตรงนั้นเราต้องทำกับมูลนิธินะ เขาก็โอเค เพราะถ้าเราบอกว่าจะทำงานกับมูลนิธิตั้งแต่วันแรก เขาคงเบรก แล้วบอกว่า เราทำโรงแรมนะ ไม่ใช่กรมอุทยานฯ”

สัตว์

บาร์ตรงริมหาดเริ่มคึกคัก ใคร ๆ ก็เดินมาสั่งเครื่องดื่มแกล้มวิวพระอาทิตย์ตก

“เราเลือกทำงานกับมูลนิธิ Love Wildlife เพราะเขามีนางอายอยู่ในโลโก้” คุณแชมป์หัวเราะ เมื่อก่อนนางอายหรือลิงลมพบได้ไม่ยากในภาคใต้ แต่พอมีการล่าไปขายเป็นสัตว์เลี้ยง ก็มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ “วันหนึ่งมีแขกถ่ายรูปนางอายส่งมาให้พนักงานดู เราถึงรู้ว่าในโรงแรมเรามี ซึ่งมันพิเศษมาก โดยปกติถ้าอยากดูนางอายต้องไปดูในอุทยานฯ ซึ่งหลบเก่งมาก แต่ในโรงแรมเรามีอยู่ 4 ตัว พ่อ แม่ กับลูก 2 ตัว เรารู้ว่าต้องไปส่องที่ต้นไหนถึงจะมีโอกาสเจอ”

เมื่อ Love Wildlife เข้ามาสำรวจก็ให้คำแนะนำว่า นางอายเข้ามาอาศัยในโรงแรมเพราะมีอาหารพวกยางไม้ ลูกเหรียง เบอร์รี และเกสรดอกไม้ จึงดึงดูดนางอายรอบ ๆ โรงแรมให้เข้ามาด้วย แต่บางจุดยอดไม้ไม่เชื่อมกัน นางอายจึงต้องเดินข้ามถนน ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายได้ จึงควรทำสะพานเชือกให้นางอายไต่ข้ามยอดไม้มาเลย

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยยังสำรวจพบสัตว์ราว 150 ชนิด มีทั้งนกเงือก กิ้งก่าบิน กระรอกบิน นกเค้าป่าหลังจุด นกฮูก และอีกมากมาย

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

“ที่นี่เลยกลายเป็นพื้นที่ทำวิจัย สังเกตพฤติกรรมนางอายในธรรมชาติ เพิ่งมีนักวิจัยจากต่างประเทศมาอยู่ที่นี่ 2 เดือนเพื่อทำวิจัย เราก็ให้พักฟรี เขามาติดตั้งกล้อง Camera Trap ตามกิ่งไม้ในโรงแรม แล้วจะบริจาคกล้องนี้ให้ Love Wildlife ซึ่งจะติดตั้งในโรงแรมต่อ ที่นี่ก็จะกลายเป็นพื้นที่ซึ่งมาศึกษาพฤติกรรมสัตว์ได้ ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้จะมีการประชุมผู้เชี่ยวชาญเรื่องนางอายจากทั่วโลกที่นี่ด้วย”

คุณแชมป์บอกว่า ที่นี่ไม่มีผับโต้รุ่ง หน้าหาดตรงที่เรายืนอยู่ตอนนี้เต็มไปด้วยคนมากมาย แต่ประมาณ 3 ทุ่มก็จะเงียบ เพราะคนแยกย้ายเข้าห้องพัก สงบขนาดเรามาส่องดูนกหลับได้

อาหารเย็นพร้อมแล้ว คุณแชมป์เชิญผมรับประทานอาหารเย็น ส่วนตัวเขาขอแยกไปดูแลเพื่อนที่มาจากอังกฤษ ซึ่งจะมาเดินดูสัตว์ด้วยกันในคืนนี้

ธรรมชาติ

หลังอาหารเย็น ผมมายืนรอที่จุดนัดพบ ชาวคณะเกือบทั้งหมดเป็นชาวไทย

“ช่วงนี้ลูกค้าหลักเป็นคนไทยครับ แต่ก็ถือว่ายังมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ เรารู้ว่าโควิด-19 ไม่ได้อยู่ตลอดไป การเน้นตลาดคนไทยเพิ่ม เราต้องมองในระยะยาวด้วย เราไม่ได้อยากเปลี่ยนให้ที่นี่เป็นสวนสนุกหรือเต็มไปด้วยจุดถ่ายรูป เราอยากเลือกลูกค้าชาวไทยที่ใช่ คือไม่ใช่พอเกาหลี ญี่ปุ่นเปิดประเทศแล้วเขาไม่กลับมาอีกเลย เราอยากหากลุ่มที่อินกับธรรมชาติจริง ๆ ให้คุณค่ากับสิ่งที่เราทำ บางคนมาเดินดูสัตว์แล้วก็คุยกับลูกว่า ตอนไปค่ายกับที่โรงเรียนได้เจอสัตว์แบบนี้ไหม หรือเด็กบางคนก็สอนพ่อว่า นางอายที่ผมเห็นในหนังสือเป็นแบบนั้นแบบนี้ ได้ยินแล้วเราก็ชื่นใจมาก” คุณแชมป์ยิ้มกว้าง

คุณแชมป์ยังมีความคิดสนุก ๆ อีกหลายเรื่องที่อยากทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายของคนรักธรรมชาติ เช่น ชวนนักวิชาการ นักอนุรักษ์ หรืออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มาจัดทริปเดินดูต้นไม้ดูสัตว์ในโรงแรม เพราะคนกลุ่มนี้เคยมาพักที่นี่แล้ว และชอบมาก

เขาคิดไปถึงการทำทริปไปเดินป่าที่อุทยานแห่งชาติด้านนอกโรงแรม โปรแกรมที่ผมชอบที่สุดคือ การเดินป่าแบบครึ่งวันครึ่งคืน ศึกษาธรรมชาติทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วกลับมาค้างที่โรงแรม

นางอาย

ชาวคณะมาพร้อมแล้ว ทุกคนได้รับแจกไฟฉาย คนที่มานำชมเป็นพนักงานจากแผนกต่าง ๆ ที่ชอบเรื่องนี้เลยอาสามาทำ ทั้งดูนกตอนเช้าและส่องสัตว์ตอนค่ำ ทุกคนผ่านการอบรมจาก Love Wildlife มาเรียบร้อย หัวหน้าทัวร์ของเราเป็นแม่บ้าน เขาออกตัวหลายรอบว่า ไม่ได้รู้เรื่องสัตว์มากนัก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผม เพราะเขาพาพวกเราเดินเหมือนพาเที่ยวบ้าน เขารู้สึกว่าโรงแรมแห่งนี้คือบ้านของเขา และสัตว์ในโรงแรมก็เหมือนสัตว์เลี้ยงเพื่อนรัก

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

เราเดินจากริมสนามหญ้าริมหาดย้อนขึ้นไปทางล็อบบี้ด้านบน ระหว่างทางก็ส่องไฟไล่หานางอายทีละต้น จะบอกแบบนั้นก็ไม่ถูก เพราะพี่แม่บ้านพอจะรู้ว่า โดยปกตินางอายอยู่ที่ต้นไหน และต้นไหนไม่น่าจะเจอ รู้แม้กระทั่งเมื่อวานเจอตัวไหนที่ต้นไหน

หลังจากวนหานางอายทั่วโรงแรม ก็เดินกลับไปดูนกหลับใกล้ ๆ ร้านอาหาร แล้วลงหาดไปดูปูเสฉวน ปิดท้ายด้วยดูจักจั่นลอกคราบที่ต้นสนริมหาด ซึ่งพิเศษตรงที่เราจะได้เห็นตัวของมันด้วย ไม่ได้มีแค่คราบ

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย
เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

เราเดินมาครึ่งทาง และยังไม่เจอนางอาย พี่แม่บ้านดูกดดันมาก เพราะรอบนี้มีทั้งเจ้านาย เพื่อนเจ้านายจากต่างประเทศ และแขกจากกรุงเทพฯ ที่ตั้งใจมาดูนางอายโดยเฉพาะ

ผมไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรเลยที่ยังไม่เจอนางอาย เพราะบรรยากาศรอบตัวตอนนี้ดีมาก ได้เดินเงียบ ๆ ท่ามกลางธรรมชาติแบบแสงสลัว ๆ ฟังพนักงานโรงแรมเล่าว่า เขาผูกพันกับสัตว์ในโรงแรมยังไง เป็นเนื้อหาที่ไม่เหมือนฟังจากนักวิชาการหรือผู้พิทักษ์ป่า

ความรู้หาที่ไหนก็ได้ แต่ความรู้สึกนี่สิหาฟังยาก

การได้เดินใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย ไม่ว่าเราจะเห็นหรือไม่ก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ แต่รายล้อมไปด้วยคนที่ให้คุณค่าในสิ่งเดียวกัน มันอาจจะหายากพอ ๆ กับนางอาย

ตอนนี้การเจอนางอายหรือไม่ ไม่ได้สำคัญสำหรับผมเลย เพราะผมได้สัมผัสสิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้กัน

นั่นทำให้ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงมีนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางข้ามโลกกลับมาที่นี่ทุกปี

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย
Khaolak Merlin รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย
ขอบคุณภาพจาก Khaolak Merlin Resort

Khaolak Merlin Resort

ที่ตั้ง : 7 ถนนเพชรเกษม ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 7642 8300

Facebook : Khaolak Merlin Resort

เว็บไซต์ : www.merlinkhaolak.com

Writer & Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load