กระเป๋านักเรียนสีดำหน้าตาดูดีมีสไตล์ใบข้างหน้าผมนี้ คุณอาจเคยเห็นผ่านๆ โดยบังเอิญในหนังสือรุ่นสมัยคุณพ่อหรือไม่ก็ในมือเด็กนักเรียนวัยรุ่นยุคสมัยปัจจุบัน

หากลองหยิบจับมาสังเกต จะสัมผัสได้ถึงกระเป๋าคุณภาพดีทนทาน ประทับตรารูปสิงห์ 2 ตัวร้อยด้ายลงบนเนกไท พร้อมชื่อแบรนด์แสดงความเป็นสากลประกอบ

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

หลายคนเข้าใจว่านำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ที่จริงแล้ว กระเป๋าหนังประทับอักษรคำว่า Jacob ผลิตจากฝีมือความสร้างสรรค์ของคนไทย วางขายและส่งออกสู่นานาประเทศเป็นเวลากว่า 80 ปี ด้วยความใส่ใจและมุ่งมั่นที่จะผลิตเครื่องหนังคุณภาพ

The Cloud มีนัดหมายกับ รัศมีวรรณ ชลาวานิช ทายาทรุ่นสองและกรรมการผู้จัดการปัจจุบัน และ โนร่า ชลาวานิช ทายาทรุ่นสามของ บริษัท ศรีภัณฑ์ยาค้อบ จำกัด หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Jacob’ เพื่อพูดคุยเรื่องราวการบริหารธุรกิจเครื่องหนังและการส่งต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่น

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

ทันทีที่เราก้าวเท้าเข้ามาในโรงงาน พนักงานทุกท่านกำลังขยันขันแข็งประกอบร่างสร้างเครื่องหนังขึ้นมาจากวัตถุดิบชั้นดี เมื่อเดินตรงไปห้องประชุม กระเป๋าหลายขนาดหลากสีสันวางรายล้อมต้อนรับเรา ไม่ได้มีเพียงแค่กระเป๋านักเรียนที่หลายคนเคยคุ้น แต่ Jacob ผลิตสินค้าเครื่องหนังคุณภาพอีกหลากหลายรายการ ครอบคลุมตั้งแต่กระเป๋าธนบัตร กระเป๋าสะพาย ทั้งของชายหญิง ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

ไม่ใช่เรื่องง่ายในการยืนหยัดอยู่ในวงการธุรกิจแฟชั่นที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วตามกระแสโลก

อะไรเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทเครื่องหนังรายนี้ แล้วตอนต่อไปในมือทายาทรุ่นสามจะเป็นอย่างไร

คำตอบอยู่กับทายาททั้งสองรุ่นที่พร้อมจะมาเล่าสู่กันฟัง

หากพร้อมแล้ว ขอเชิญรับชมหนังสื่อประวัติศาสตร์เรื่องนี้ไปด้วยกัน

บริษัท: บริษัท ศรีภัณฑ์ยาค้อบ จำกัด (พ.ศ. 2482)
ประเภทธุรกิจ: ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเครื่องหนัง
อายุ: 80 ปี
ผู้ก่อตั้ง: คุณสุทิน เทพชาตรี
ทายาทรุ่นสอง: คุณรัศมีวรรณ ชลาวานิช, คุณจามรี เบลนี เดวิดสัน, คุณสุวรรณา เทพชาตรี
ทายาทรุ่นสาม: คุณโนร่า ชลาวานิช

หนังต้นเรื่อง

ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว Jacob เป็นแบรนด์เครื่องหนังภายใต้การดูแลของ คุณสุทิน เทพชาตรี ผู้ริเริ่ม Jacob และได้รับการกล่าวขานเป็นปูชนียบุคคลของวงการเครื่องหนังไทย

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

ด้วยความพากเพียรพยายามและวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล ตั้งแต่การใช้ชื่อแบรนด์เป็นอักษรโรมันในยุคที่บริษัทไทยยังไม่ค่อยใช้ การออกแบบแพ็กเกจจิ้งอย่างประณีตเหมือนต่างชาติ และสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่เข็มขัด เสื้อหนัง เสื้อหนาว รองเท้า กระเป๋านักเรียน กระเป๋าธนบัตร กระเป๋าเดินทางดูดีไม่แพ้ใครในสากล ส่งออกไปไกลทั้งมาเลเซีย ฮ่องกง เยอรมนี และนานาประเทศ หลายคนหลงรักคุณภาพ ความคงทนและสวยงามของการออกแบบจนซื้อกลับมามากมายจากต่างแดน โดยไม่รู้ว่าเป็นของคนไทย

ความสำเร็จของ Jacob ทำให้คุณสุทินสามารถดูแลครอบครัวและลูกทั้งแปดคนได้เป็นอย่างดี แต่ละคนได้ศึกษาต่อในระดับสูงทั้งในและต่างประเทศ

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

จนกระทั่ง พ.ศ. 2532 ภรรยาของคุณสุทินเสียชีวิตลง คุณสุทินจึงเรียกรัศมีวรรณที่ทำงานอยู่ธนาคารในประเทศสหรัฐอเมริกาให้มาช่วยเป็นกำลังเสริมของกิจการครอบครัวนี้

“ไม่ง่ายอยู่แล้ว เหมือนอยู่บนหลังเสือเลย” รัศมีวรรณหวนย้อนกลับไปถึงความรู้สึกในช่วงแรกของการเข้ามามีบทบาทบริหารกิจการ

หนังดีมีคุณภาพ

รัศมีวรรณกลับมารับบทบาทเป็นกรรมการผู้จัดการ บริหารภาพรวมขององค์กร และทำงานเป็นทีมตามความถนัดของแต่ละคน ร่วมกับพี่สาวทั้งสองคน (จามรีและสุวรรณา) ผู้ดูแลด้านการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์และส่งออก 

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

ในสมัยนั้น เพึ่งเริ่มมีการใช้ระบบบาร์โค้ดและคอมพิวเตอร์อย่างเป็นรูปธรรมในธุรกิจ รัศมีวรรณเป็นผู้บุกเบิกและปรับเปลี่ยนระบบการทำงานภายในให้มีความทันสมัยขึ้นด้วยความมุ่งมั่นและสามัคคีของทั้ง 3 พี่น้อง Jacob ได้ขยายตลาดไปครอบคลุมกลุ่มลูกค้าหลากหลายทั่วประเทศ โดยเพิ่มผลิตภัณฑ์และขยายจุดขายไปตามการขยายตัวของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตลอดจนเพื่อการผลิตกระเป๋าหนังเทียมมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในวงกว้าง

“แฟชันไปเร็ว เราต้องตอบโจทย์คนแต่ละกลุ่มด้วย  เช่น วัยรุ่นอาจอยากได้กระเป๋าที่ดูดี ในราคาที่ย่อมเยาว์ ส่วนกระเป๋านักเรียนเรามีทั้งหนังแท้และหนังเทียมด้วยรูปแบบที่ทันสมัย ทนทานและราคายุติธรรม” รัศมีวรรณเล่า

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

นอกจากนั้น Jacob ยังผลิตสินค้าส่งออกและเป็นผู้ผลิตให้กับแบรนด์ดังในฝรั่งเศสมากว่า 30 ปี

“ความนิยมของลูกค้าในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน คนเอเชียชอบกระเป๋าแบบเบา ใบเล็กหน่อย ขณะที่คนยุโรปจะชอบกระเป๋าใบใหญ่และชอบหนังที่มีลวดลายตามธรรมชาติชัดเจน ตลอดจนการเลือกใช้สีตามฤดูกาลของปี” ทายาทรุ่นสองเล่าเสริม

Jacob จึงมีสินค้าหลากหลายประเภทและรูปแบบ เพราะต้องปรับตัวอยู่เสมอ

แม้มีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา สินค้ามีเพิ่มลดปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม แต่รัศมีวรรณกำชับว่าเวลาคนนึกถึง Jacob ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด สิ่งแรกที่อยากให้เขานึกถึงคือเรื่องคุณภาพและรูปแบบที่ทันสมัย

“หนังแต่ละผืนมีความเป็นเอกลักษณ์และพิเศษ ถ้าเป็นหนังธรรมชาติก็จะมีความทนทานแต่อาจมีรอยธรรมชาติของหนัง (natural grain) ต่างๆ ได้ หนังที่ Jacob ใช้ต้องผ่านการฟอกอย่างดี ได้คุณภาพ ความหนาบางและสีสันสวยงามตามที่เราต้องการ ส่วนหนังเทียม แม้จะมีความคงทนน้อยกว่าหนังแท้ ใช้ได้ประมาณ 2-3 ปี แต่ปัจจุบันมีเทคนิคการผลิตหนังเทียมที่ดีมาก ไม่เพียงทำให้หนังเทียมดูคล้ายหนังแท้จนกระเป๋ามีราคาย่อมเยาว์ลง เป็น 1 ใน 3 ของราคากระเป๋าหนังแท้ เหมาะกับตลาดกลุ่มวัยทำงาน พอเป็นแบบนี้เราทำการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีตั้งแต่ต้นทางและตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกกระบวนการเพื่อให้ได้คุณภาพที่สุด อยากให้คนได้ใช้ของดี เป็นสิ่งที่เรายึดถือและพัฒนามาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ” รัศมีวรรณเล่าถึงสาเหตุที่ Jacob มีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มข้นและใส่ใจในกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้สินค้าที่คุณภาพดีที่สุด จนสามารถส่งต่อได้รุ่นสู่รุ่นและเหมาะกับผู้คน

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

เบื้องหลังหนังแผ่นนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

“ทำธุรกิจมีปัญหาอยู่แล้ว เช่นเราเคยผลิตสินค้าให้บริษัทเยอรมนีจากหนังที่ส่งมาจากโรงฟอกข้างนอกที่ยืนยันคุณภาพแล้ว แต่ปรากฏว่ามีปัญหา ผลคือหนังมีกลิ่น หรืออย่างบางทีหนังใช้ไปแล้วเกิดมีปัญหา เปรอะเปื้อน ตกสีจากกางเกงยีน หมึกติด ขึ้นรา สีจาง ต่างๆ นานา ลูกค้าก็จะร้องเรียนและเคลมเรื่อยๆ” รัศมีวรรณยกตัวอย่างปัญหาที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นภาระที่เธอต้องรับผิดชอบและแก้ไขในฐานะผู้บริหาร

ปัญหาที่ไม่คาดคิดเหล่าเหล่านี้ รัศมีวรรณรับมือด้วยการบริการที่จริงใจและรวดเร็ว

“สิ่งใดเป็นความผิดของเราก็ยอมรับ ง่ายแบบนั้นเลย อย่างกรณีบริษัทในเยอรมนี เราไม่ไปโทษใคร เรายอมรับผิดเองและรีบดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ปรากฎว่าเขาเชื่อในความซื่อสัตย์สุจริตของเรา เขานับถือเราแล้วก็เป็นลูกค้าเราตลอดมา เราทำธุรกิจด้วยแนวคิดนี้ ทำให้อยู่กันได้นาน”

ความไว้ใจทำให้ Jacob มีคู่ค้าจำนวนมาก บางรายติดต่อค้าขายกันนานกว่า 30 ปี

ในแง่ของการบริการลูกค้า รัศมีวรรณใช้หลักการเดียวกันในการดูแลลูกค้าส่งออก นอกเหนือจากการผลิตสินค้าคุณภาพเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว คือบริการหลังการขายที่จริงใจ

“เพราะเป็นจุดที่ได้พูดคุยกับลูกค้าโดยตรง เกิดปัญหาอะไรจะได้แก้ไขได้ทันที” รัศมีวรรณกำชับกับพนักงาน Jacob อยู่เสมอให้ใส่ใจการบริการและช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหา ในวันที่ Jacob มีช่องทางการขายออฟไลน์ตามจุดขายกว่า 150 จุดทั่วประเทศ และเสริมทัพการบริการด้วยช่องทางออนไลน์ที่ทายาทรุ่นที่ 3 บุกเบิกขึ้นมา

แม้ทุกวันนี้ยังมีปัญหาน้อยใหญ่เกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่การเรียนรู้ ยอมรับในข้อบกพร่องและพัฒนาตลอดเวลา ทำให้ทุกปัญหาคลี่คลายและ Jacob ยังได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจเสมอมา

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

หนังตอนต่อไป

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในธุรกิจ ก็ถึงเวลาที่ Jacob จะต้องปรับตัวให้ทันการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของโลก

พอดีกับการกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารธุรกิจในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 ของโนร่า ผู้ดูแลระบบปฏิบัติการและการตลาดออนไลน์ หลังจากเธอเก็บเกี่ยวประสบการณ์การเรียนและทำงานบริษัทข้างนอกมามากพอ

“แม่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าเราควรกลับมาช่วยธุรกิจ เราเรียนจบยังไม่อยากเข้ามาทำตำแหน่งสูงโดยที่ยังทำอะไรไม่เป็น เราเลยไปทำงานที่อื่นก่อน พร้อมก็กลับเข้ามา” โนร่ายิ้มเล่าความตั้งใจและสิ่งที่รัศมีวรรณได้ปลูกฝัง

การกลับเข้ามาบริหารของโนร่าทำให้กิจการพัฒนาขึ้น ด้วยระบบการทำงานและซอฟต์แวร์สมัยใหม่ ทำให้การผลิตมีขั้นตอนเป็นระบบ ทำงานง่ายขึ้น พร้อมเจาะตลาดออนไลน์อย่างทันสมัย

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่สามารถทำได้ในข้ามคืน มีพนักงานหลายคนที่สูงวัยและมากประสบการณ์กว่าโนร่า หลายคนอยู่มานานกว่าสิบปี ซึ่งถือเป็นความท้าทายของทายาทในการทำให้คนอื่นเชื่อสิ่งที่คิดและไว้วางใจที่จะทำตาม

ถ้าหากไม่มีใครยอมปรับเปลี่ยน คงไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่นได้ทัน ดังนั้น โนร่าจึงสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยการมีส่วนร่วมตั้งแต่ส่วนที่เล็กที่สุด

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

“เราไม่เกี่ยงงาน เราต้องเข้าใจและทำเนื้องานของเขาได้บ้าง ให้เขาสอนเราและลองลงมือทำไปด้วยเลย คัดของ จัดคลัง ได้หมด พอเรารู้ปัญหา เราจะเข้าไปเปลี่ยนให้ดีขึ้นได้ พอเขาเห็นว่าดีขึ้นก็จะเชื่อใจเรา พอมีปัญหาครั้งต่อๆไป เขาจะกลับมาหาเรา” โนร่าอธิบายถึงวิธีการสร้างความเชื่อใจที่เริ่มมาจากการใส่ใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ วิธีการนี้ทำให้เธอสามารถพัฒนาระบบใหม่ๆ และกำหนดทิศทางการทำงานได้มากขึ้น

นับถึงวันนี้ โนร่าเข้ามาบริหารได้เป็นเวลา 4 ปี เธอได้ผ่านช่วงแรกที่รู้สึกหลงทางและไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน จนมาวันนี้ เธอเห็นภาพตัวเองในบริษัทชัดเจนขึ้นและกำลังเรียนรู้อยู่ทุกวัน

“เราใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะหาตัวเองเจอว่าเราอยู่ตรงไหนในบริษัทและทำอะไรได้บ้าง แต่ว่ายังอีกไกล ต้องใจเย็นๆ ของแบบนี้ใช้เวลาอยู่แล้ว” โนร่าเล่าและได้ฝากข้อความถึงทายาทรุ่นเยาว์คนใดก็ตามที่กำลังเข้ามารับกิจการต่อ

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

หนังยังไม่จบ อย่าเพิ่งหยุดการเรียนรู้

อนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึงและคาดเดาไม่ได้ แต่การทำธุรกิจต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนนี้เสมอ

รัศมีวรรณและโนร่าร่วมมือกันทำงานและอยู่รับมือกับความไม่แน่นอนนี้ด้วยใจที่พร้อมเรียนรู้และปรับตัว

“Jacob จะเป็นไปหรืออยู่ในลักษณะใดก็แล้วแต่ความเหมาะสม เมื่อก่อนรุ่นคุณพ่อเราผลิตทุกอย่าง ถึงจุดจุดหนึ่งเราเลือกผลิตแค่สิ่งที่เราถนัดที่สุดคือกระเป๋าหนัง แต่ต่อไปเป็นอย่างไรไม่รู้ เราอาจใช้มือถือแทนเงินสดและการใช้จ่ายต่างๆ กันหมด ถึงเวลานั้นเราอาจไม่ต้องมีกระเป๋ากันแล้วก็ได้ อะไรจะเกิดก็เกิด แต่เราพร้อมปรับตัว” รัศมีวรรณยิ้ม ไม่ว่าจะเกิดอะไรถ้าใจเราพร้อมจะเปลี่ยนแปลง เราย่อมหาหนทางของตัวเองได้

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

“เราตามข่าวสาร ดูเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าถึงช่องทางออนไลน์มากขึ้น ดูพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป เช่น คนซื้อทางออนไลน์จะซื้อเป็นของเล็กๆ ราคาไม่แพง เราปรับการขายให้เหมาะสม ส่วนเรื่องบริหารภาพรวมธุรกิจ เราไม่ได้มองว่าแค่ว่าพรุ่งนี้เราจะทำอะไร แต่มองว่าอีก 5 ปีข้างหน้าเราจะเป็นอย่างไร ค่อยๆ ใช้เวลาปรับไปในทิศทางนั้น มีอะไรที่เราไม่รู้อีกเยอะก็จริง แต่เราพร้อมเรียนรู้” โนร่าพูดในมุมมองของทายาทรุ่นต่อไปที่จะดำเนินกิจการต่อในความไม่แน่นอนนี้อย่างมั่นใจ

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน อายุเท่าไหร่ จะเด็กจะเล็กอย่างไรก็ตาม หากเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เราจะมีวิชาที่พาเราผ่านพ้นทุกสถานการณ์ไปได้

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

หนังเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

“คนเราถอยสักก้าว ขอบฟ้าจะกว้างขึ้น ยอมสักนิด ทะเลจะสงบ”

“ความรู้เหมือนพายเรือทวนน้ำ ไม่พายขึ้นก็ถอยลง”

ด้วยความที่คุณสุทินชื่นชอบสุภาษิตจีน ข้อคิดของครอบครัวนี้มักจะส่งต่อสู่กันและกันในรูปคำคมสั้นๆ ชวนขบคิด

“ถ้าคุณรู้จักถอยออกมาบ้าง คุณจะมองเห็นภาพใหญ่ เห็นเหตุการณ์ ทางเลือกและทางออกมากขึ้น ถ้าคุณรู้จักยอม หยุดการต่อล้อต่อเถียงบ้าง ปัญหาใหญ่ๆ จะสงบลงได้ ส่วนเรื่องความรู้ คุณพ่อสอนให้เรารักการเรียนเสมอ” รัศมีวรรณแปลความประโยคที่คุณพ่อสอนอยู่เสมอ แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ายังสามารถประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตรวมถึงทายาทกิจการต่างๆ การรับช่วงต่อกิจการของทายาทไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทำให้ดีได้ด้วยสติ อดทนและการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

ทางด้านโนร่า หลังจากก้าวเข้ามาเรียนรู้การบริหารธุรกิจ เธอค้นเจอจุดที่ตัวเองสามารถทำได้ดีและพร้อมกำหนดทิศทางที่อยากพา Jacob ไปต่อในอนาคต

“เราอยากทำให้แบรนด์ Jacob มีความชัดเจนมากขึ้น ปรับตัวให้ทันกับกระแสและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เราทำตรงนี้ได้ แน่นอนว่า Jacob เน้นเรื่องคุณภาพเป็นหลักอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดตอนนี้คือเรามีผลิตภัณฑ์หลากหลายมาก เราอยากให้คนรู้ว่าเราไม่ได้ทำแค่กระเป๋านักเรียนนะ แต่เราเป็นแบรนด์กระเป๋าหนังคุณภาพของคนไทย”

กระเป๋านักเรียน Jacob, เครื่องหนัง

บริษัท ศรีภัณฑ์ยาค้อบ จำกัด (พ.ศ. ๒๔๘๒)

ก่อนหน้าที่จะพัฒนาเป็นแบรนด์ Jacob ได้อย่างทุกวันนี้ คุณพ่อของคุณสุทิน เทพชาตรี ค้าขายธุรกิจเครื่องเงินอยู่ที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี แต่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ต้องย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และเริ่มทำเนคไทและกางเกงแพรโดยนำเข้าผ้าแพรจากประเทศญี่ปุ่น ขณะที่สุทินได้เรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญและอัสสัมชัญคอมเมิร์ส ทำให้คุณสุทินได้ศึกษาวิชาการด้านต่างๆ รวมถึงภาษาอังกฤษด้วย

จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น ธุรกิจต้องหยุดดำเนินการติดต่อค้าขายกับประเทศญี่ปุ่นในทันทีเพื่อความปลอดภัยในช่วงสงคราม คุณพ่อของคุณสุทินตัดสินใจหันมาผลิตเครื่องหนังแทน โดยเริ่มต้นจากกระเป๋าใส่เอกสารและกระเป๋านักเรียน

เมื่อคุณแม่ของคุณสุทินเสียชีวิต คุณสุทินจำเป็นต้องหยุดเรียนและเข้ามาช่วยบริหารธุรกิจ แม้ผ่านความยากลำบากในช่วงสงคราม แต่คุณสุทินสามารถฝ่าฟันแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างดี หลังจากครอบครัวจึงค่อยๆ ขยายการผลิตเป็นหมวก เสื้อหนัง เสื้อหนาว ถุงมือ รองเท้า เข็มขัด กระเป๋าเดินทางและเครื่องหนังอื่นๆ ก่อนทำการจดทะเบียนสินค้าภายใต้ชื่อ Jacob เมื่อ พ.ศ. 2499 ซึ่งเป็นชื่อนักบุญในคัมภีร์ไบเบิลที่คุณสุทินได้เรียนรู้มาจากการเรียนคำสอนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก นับเป็นธุรกิจรายแรกในวงการเครื่องหนังที่ใช้ชื่อแบรนด์เป็นภาษาอังกฤษ

แม้จะมีวิกฤตหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งจากสถานการณ์ภายนอกและความเห็นที่ไม่ตรงกันด้านการบริหารจัดการของคนในครอบครัว แต่เพราะความขยันหมั่นเพียร อดทน เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จนธุรกิจเติบโต ส่งต่อกิจการและปรัชญาให้กับทายาทรุ่นต่อไปได้บริหารต่อจนถึงทุกวันนี้

คุณสุทินได้ให้สัมภาณ์ไว้ในนิตยสารเมื่อ พ.ศ 2542 ในนิตยสาร ดิฉัน หลังวางมือในการบริหารธุรกิจมาระยะเวลาหนึ่ง ความตอนหนึ่งของบทสัมภาษณ์นี้ คุณสุทินกล่าวไว้ว่า “ความสุขอันใดก็ไม่เท่าเทียบกับความสุขที่ได้มองเห็นลูกๆ เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และยิ่งเป็นการงานที่ผู้เป็นพ่อปูทางไว้ให้ ย่อมต้องนำความภาคภูมิใจมาสู่ผู้เป็นพ่อ เหมือนเป็นการยืนยันให้เห็นว่าความขยันหมั่นเพียรและการต่อสู้ของพ่อนั้นไม่สูญเปล่า”

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ธุรกิจ : โรงเรียนสอนขับรถยนต์ ส.สะพานมอญ

ประเภทธุรกิจ : โรงเรียน

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2490

ผู้ก่อตั้ง : สวง ยังเจริญ และ พิศพงศ์ ยังเจริญ

ทายาทรุ่นสอง : ฑิตยาภรณ์ ทาบทอง และ สันติสุข ทาบทอง

ทายาทรุ่นสาม : พิศริยาภรณ์ ทาบทอง

พ.ศ. 2490 คือปีที่โรงเรียนก่อตั้ง

พ.ศ. 2590 คือปีที่โรงเรียนจะมีอายุครบรอบ 100 ปี

พ.ศ. 2565 คือปีที่โรงเรียนอายุครบรอบ 75 ปี และเป็นปีที่ The Cloud ได้พูดคุยถึงเรื่องราวของโรงเรียนสอนขับรถอายุเกือบศตวรรษซึ่งผ่านมรสุมมามากมาย จนกลายเป็นโรงเรียนสอนขับรถที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รักอย่าง ‘ส.สะพานมอญ’ ในทุกวันนี้

สนามฝึกซ้อมขับรถยนต์พื้นที่ 4 ไร่ใจกลางกรุงเทพมหานคร เต็มไปด้วยรถจี๊ปคันเก่าและต้นไม้น้อยใหญ่ โลโก้และรูปถ่ายเก่าแก่ของอดีตลูกศิษย์ในภาพสีขาวดำ คงสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในอดีตที่คราคร่ำไปด้วยนักเรียนและผู้มาเยือนไม่มากก็น้อย 

ทายาท ส.สะพานมอญ โรงเรียนสอนขับรถอายุ 75 ปี ไม่สร้างแค่คนขับรถเก่ง แต่สร้างคนขับรถดี

หลังจากเลื่อนนัดกันมาหลายครั้ง เพราะสถานการณ์โรคระบาดที่คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ 3 เดือนถัดมาจากนัดครั้งแรก เราได้มานั่งอยู่ตรงข้าม ครูแต่ม-ฑิตยาภรณ์ ทาบทอง ทายาทรุ่นสองและครูใหญ่ประจำโรงเรียน พร้อม อาร์ททิส-พิศริยาภรณ์ ทาบทอง ว่าที่ทายาทรุ่นสาม เพื่อทำความรู้จักกับ ส.สะพานมอญ โรงเรียนสอนขับรถอายุเกือบ 100 ปีที่ใส่ใจคุณภาพของลูกศิษย์และคุณครู อีกทั้งรักษามาตรฐานการสอนมาตั้งแต่รุ่นก่อตั้ง

พันธกิจของโรงเรียนแห่งนี้ไม่ใช่แค่สร้างคนขับรถเก่ง แต่ต้องเป็นคนขับรถดี

มาหาคำตอบกันว่า เหตุใดโรงเรียนสอนขับรถขนาดเล็กใจกลางกรุงแห่งนี้ ถึงดำเนินธุรกิจอยู่ได้เกือบร้อยปี และเป็นที่พูดถึงจากทั้งนักเรียนวัยคุณปู่และวัยรุ่น จนมีลูกศิษย์ไปแล้วมากกว่า 86 รุ่น

ทายาท ส.สะพานมอญ โรงเรียนสอนขับรถอายุ 75 ปี ไม่สร้างแค่คนขับรถเก่ง แต่สร้างคนขับรถดี

สวง สะพานมอญ 

ขณะนั่งสนทนากับทายาทรุ่นสองและรุ่นสามของ ส.สะพานมอญ ภายใต้บรรยากาศแสนร่มรื่นของโรงเรียนสอนขับรถ ซึ่งเปรียบเสมือนสวนหย่อมขนาดย่อมใจกลางกรุง ครูใหญ่เริ่มเล่าประวัติของโรงเรียนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

เรื่องราวของโรงเรียนแห่งนี้เริ่มต้นจาก คุณพ่อสวง และ คุณแม่พิศพงศ์ ยังเจริญ ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน และเปิดปั๊มน้ำมันเชลล์บริเวณถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นปั๊มที่ขายดีที่สุดในกรุงเทพมหานคร ณ เวลานั้น เนื่องจากเป็นถนนสายหลักสายแรกของจังหวัด

ทายาท ส.สะพานมอญ โรงเรียนสอนขับรถอายุ 75 ปี ไม่สร้างแค่คนขับรถเก่ง แต่สร้างคนขับรถดี

และด้วยความที่คุณพ่อเคยช่วยคุณลุงทำโรงเรียนสอนขับรถ พอมีความรู้เรื่องรถติดตัวมา จึงตัดสินใจเปิดโรงเรียนสอนขับรถ ส.สะพานมอญ โดยการนำชื่อคุณพ่อ ‘สวง’ มาใส่กับชื่อสถานที่ของโรงเรียน และคิดค่าเล่าเรียนเพียง 15 บาทแบบไม่จำกัดครั้ง

แรกเริ่มเดิมทีมีนักเรียนแค่คนเดียว แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนแตะหลักร้อยคน จนกระทั่งมีการออกกฎหมายควบคุมความปลอดภัยของสถานีบริการเชื้อเพลิง ครอบครัวนี้จึงต้องเลิกกิจการปั๊มเชลล์ซึ่งอยู่ริมถนน คงเหลือแต่โรงเรียนสอนขับรถ

ทำเลที่ตั้งของโรงเรียนที่ดีทำให้เป็นที่นิยมของผู้เรียน เพราะอยู่ใกล้สนามหลวง พาหุรัด ถ้าเปรียบกับสมัยนี้ก็เป็นศูนย์กลางเมืองอย่าง Central World

ทายาท ส.สะพานมอญ โรงเรียนสอนขับรถอายุ 75 ปี ไม่สร้างแค่คนขับรถเก่ง แต่สร้างคนขับรถดี

ประกอบกับเพลงโฆษณาโรงเรียน ที่คุณแม่พิศพงศ์เกิดไอเดียอยากทำขึ้น หลังจากเห็นความสำเร็จของเพลง ถ่านไฟฉายตรากบ จึงไปจ้างนักแต่งเพลง คุณนคร มงคลายน ในราคา 10,000 บาท จนได้เพลงที่มีประโยคคุ้นหูอย่าง ถ้าอยากขับรถ ต้องเรียนเสียก่อน ส.สะพานมอญ สอนให้ได้ผล” ซึ่งเผยแพร่ทางวิทยุไปทั่ว ทำให้เป็นที่รู้จักของคนทั้งกรุงเทพฯ

การเรียนของ ส.สะพานมอญ สมัยก่อน เมื่อมีนักเรียนมาสมัคร จะให้ฝึกออกถนนจริงทันที โดยฝึกขับบริเวณถนนเจริญกรุงและพระราชวังสราญรมย์ 

“ออกถนนจริงกันไปเลย บางทีไปถึงเมืองนนท์ ตอนนั้นคุณแม่กะเกณฑ์ว่ารอบ 9 โมงเช้า นักเรียนมากี่คน กระจายไปตามรถจี๊ป มากสุดนั่งไป 5 คน บรรทุกกันไป น้อง ก ขับเสร็จหมดเวลาก็ไปนั่งข้างหลัง ให้น้อง ข มานั่งขับ จนกระทั่งน้อง ค น้อง ง กลับมา 11 โมงถึงเที่ยง คนที่นั่งก็รอดูเพื่อนขับ ใจหายใจคว่ำ เรียนรู้ไปด้วยว่าเพื่อนคนนี้ทำไม่ดียังไง เอามาปรับปรุงตัว สนุกดีนะ บางครั้งก็ซอกแซกในสวนเพราะคดเคี้ยวดี ส่วนเมืองนนท์เนี่ย ทำให้นักเรียนเลี้ยวไปเลี้ยวมาจนมีความชำนาญ” ครูใหญ่กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ

นอกเหนือจากการสอนขับรถ โรงเรียนยังได้เปิดแผนกเครื่องยนต์ ได้แก่ หลักสูตรช่างยนต์และไฟฟ้า แต่ก็ปิดตัวลงเนื่องจากทางรัฐบาลได้จัดตั้งโรงเรียนเพาะช่างขึ้นมาทั่วประเทศ ณ เวลานั้น

สานต่อ สะพานมอญ 

แรกเริ่มเดิมที ครูใหญ่ไม่เคยคิดจะสานต่อกิจการโรงเรียนสอนขับรถ แต่มีเหตุผล 2 ประการ ทำให้เธอหันมาบริหารธุรกิจครอบครัวให้กลับไปสู่จุดรุ่งเรืองอีกครั้ง

ครูใหญ่เล่าให้พวกเราฟังว่า ท่านมีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ครูใหญ่เป็นน้องเล็กสุด ตอนเด็กเรียนอยู่โรงเรียนราชินี ต่อมาเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังเรียนจบก็ไปศึกษาต่อเนติบัณฑิตที่ศาลสนามหลวง เข้าทำงานที่สำนักงานทนายความในละแวกเดียวกับโรงเรียนสอนขับรถ พอเลิกเรียนหรือเลิกงานก็กลับมาช่วยคุณแม่ ชีวิตของท่านอยู่ใกล้ ส.สะพานมอญ ตั้งแต่ยังเด็กจนมีความผูกพัน

แม้ว่าคุณแม่จะไม่ได้บังคับให้สืบทอดธุรกิจ แต่เหตุผลสำคัญอีกประการคือ คำสั่งเสียจากคุณพ่อ ตอนที่ท่านป่วยหนัก ท่านบอกลูกสาวคนนี้ว่า ให้ทำโรงเรียนต่อไป

ทายาท ส.สะพานมอญ โรงเรียนสอนขับรถอายุ 75 ปี ไม่สร้างแค่คนขับรถเก่ง แต่สร้างคนขับรถดี

โลกเปลี่ยน รถเปลี่ยน โรงเรียนก็ต้องเปลี่ยน

การกลับมาในครั้งนั้น ทำให้พบว่าโรงเรียนเสื่อมโทรมไปมาก บางวันแทบไม่มีคนมาเรียนเลย 

“แต่คุณแม่ครูก็ยังนั่งทำงานด้วยความรัก ถึงแม้บางวันไม่มีนักเรียนมาสมัครเลย คุณแม่ก็ยังนั่งรับโทรศัพท์ ท่านรักโรงเรียนมาก และยังนั่งทำงานจนอายุเกือบ 90” 

สิ่งแรกที่ครูใหญ่ทำ คือสำรวจโรงเรียนอย่างถี่ถ้วนว่าทำไมความนิยมถึงลดลง ขณะนั้นมีโรงเรียนสอนขับรถคู่แข่งเปิดมากมาย หลายโรงเรียนราคาถูกกว่าเกือบครึ่งหนึ่ง บางโรงเรียนมีข้อตกลงกับกรมการขนส่งทางบก เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องการสอบใบขับขี่ จึงตอบโจทย์ผู้เรียนมากกว่า

โจทย์ใหญ่ของทายาทคนนี้คือ ต้องพื้นฟูโรงเรียนสอนขับรถอายุเกือบ 100 ปี ให้กลับมามีชีวิตสดใสอีกครั้งหนึ่ง

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่กรมการขนส่งทางบกกำลังมองหาโรงเรียนสอนขับรถที่มีมาตรฐานและศักยภาพเพียงพอเข้าสู่ระบบ สามารถสอบใบขับขี่แทนกรมการขนส่งทางบกได้ และยังมีเป้าหมายลดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งประเทศไทยมีตัวเลขสถิติเป็นอันดับหนึ่งของโลก

ส.สะพานมอญ ซึ่งตั้งใจสร้างคนขับรถที่ดี จึงไม่รอช้าที่จะเข้าร่วม

“หลังจากที่กรมการขนส่งทางบกมอบอำนาจให้เราสอบใบขับขี่ได้ ครูพอใจและมีความสุขที่สุดเลย เพราะสิ่งที่ทุกคนมุ่งหมายในการมาเรียนขับรถ คือได้ใบขับขี่ ในเมื่อเราทำหน้าที่นี้แทนได้ มันจะมีอะไรดีไปกว่านี้” 

พื้นที่เดิมแถวเจริญกรุงคับแคบเกินไป คุณแม่จึงมาซื้อที่ดินใหม่ขนาด 4 ไร่ ใกล้วัดบุปผารามวรวิหาร โดยมีครูใหญ่เป็นคนออกแบบเองทั้งหมด จนเกิดเป็นสนามซ้อมขับรถที่มีคุณภาพ ออกแบบอย่างใส่ใจ เพื่อช่วยให้การฝึกมีประสิทธิภาพและเป็นการสร้างความปลอดภัยแก่ผู้เรียน

“ถ้าหัดตรงนี้ไม่ดีก็เปลี่ยนใหม่ สะพานอยู่ตรงไหนดี อยู่รอบนอกไม่ดี เพราะนักเรียนหัดทุกรอบต้องใช้ความเร็ว คนขับไม่เป็นทำยังไง ถ้าต้องวนเลี้ยวแล้วชนกันก็ไม่เอา” ครูใหญ่กล่าว

ทั้งการนำโรงเรียนเข้าสู่ระบบและการสร้างสนามใหม่ ช่วยดึงดูดให้ผู้เรียนจำนวนมากกลับมาเรียนกับ ส.สะพานมอญ อีกครั้ง จากที่เคยเงียบเหงาก็กลับมามีชีวิตชีวา มีนักเรียนมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาเสมอ 

“มันเหมือนกับบอกว่า เฮ้ย ส.สะพานมอญ ยังอยู่นะ” ครูใหญ่ยิ้มกว้าง

ทายาท ส.สะพานมอญ โรงเรียนสอนขับรถอายุ 75 ปี ไม่สร้างแค่คนขับรถเก่ง แต่สร้างคนขับรถดี
ทายาท ส.สะพานมอญ โรงเรียนสอนขับรถอายุ 75 ปี ไม่สร้างแค่คนขับรถเก่ง แต่สร้างคนขับรถดี

เปลี่ยนแปลงแต่ไม่เปลี่ยนไป

ครูใหญ่เปลี่ยนแปลงโรงเรียนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรการสอนที่ได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก และการย้ายที่ตั้งเพื่อให้ทันต่อความต้องการของคนรุ่นใหม่ และให้อยู่รอดในช่วงเวลาที่มีโรงเรียนสอนขับรถหน้าใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก

แต่ยังมีบางสิ่งที่คงไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

ประการแรกคือ การให้ฝึกขับรถจี๊ป ถึงแม้ปัจจุบัน ส.สะพานมอญ จะนำรถเก๋งรุ่นใหม่มาให้นักเรียนฝึก แต่ทางโรงเรียนยังคงเอกลักษณ์รถวัยคุณปู่เอาไว้ โดยนักเรียนใหม่ต้องฝึกขับรถชนิดนี้ เพื่อเรียนรู้การใช้เกียร์และคลัตช์เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เนื่องจากรถจี๊ปขับง่าย ทนทาน มองเห็นทัศนะรอบข้างชัดเจน อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของ ส.สะพานมอญ 

ประการที่สอง คือความซื่อสัตย์และจริงใจ ครูใหญ่มักพูดเสมอว่าต้องจริงใจและซื่อสัตย์กับลูกค้า ความดีเหล่านี้จะทำให้โรงเรียนอยู่ได้ เหมือนการมาเรียน 10 ชั่วโมงเพื่อได้ใบขับขี่ ไม่ได้ทำให้ขับชำนาญ ทางโรงเรียนต้องพูดกับผู้เรียนตรง ๆ ต้องมีการฝึกฝนเพิ่มเติมอีก ทั้งครูใหญ่ยังคอยชี้แนะนักเรียนเสมอว่ายังบกพร่องในจุดใด ความดีเหล่านี้ทำให้โรงเรียนเป็นที่พูดถึงกันปากต่อปากจากอดีตนักเรียนสู่นักเรียนใหม่ ๆ

และประการที่สาม คือพันธกิจที่ส่งต่อมาตั้งแต่รุ่นแรกว่า จะไม่สร้างแค่คนขับรถเป็น แต่ต้องสร้างพลเมืองที่ดีและมีความรับผิดชอบบนท้องถนน

เคล็ดลับครองใจมือใหม่หัดขับ

“ส.สะพานมอญ เป็นที่ที่ค่าเรียนแพงที่สุด”

ครูใหญ่เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันค่าเรียนขับรถมีหลายระดับราคา โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5,000 บาท บางโรงเรียนลดราคาต่ำกว่านั้นเพื่อการแข่งขันที่มีมากขึ้นในท้องตลาด แต่ ส.สะพานมอญ มีค่าเรียนแพงที่สุดที่ 6,500 บาท และไม่เคยคิดจะลดราคา

ครูใหญ่ให้เหตุผลว่า ค่าดูแลสถานที่ ค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมัน ค่าจ้างครูฝึก เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี การลดราคาจะทำให้มาตรฐานและคุณภาพการเรียนการสอนที่พยายามรักษามาตั้งแต่อดีตลดลงได้

การเอาใจใส่ผู้เรียนเป็นหลักการบริหารโรงเรียนข้อแรก เป็นเหตุผลที่โรงเรียนได้รับความไว้วางใจเสมอมา โดยไม่เกี่ยงเรื่องราคา

“เราเลือกครูฝึกที่เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน เพื่อให้นักเรียนได้ประโยชน์สูงสุดจากการเรียน ถ้าเป็นครูมีอายุมากนิดหนึ่ง เขาก็จะชอบนักเรียนหัวอ่อน ไม่ชอบนักเรียนดื้อ ถ้าครูที่วัยรุ่น ก็จะรับนักเรียนที่วัยรุ่นเหมือนกัน เคมีจะเข้ากัน

“ในกรณีที่นักเรียนเข้ากับครูฝึกไม่ได้ เราจะให้เปลี่ยนครู เพราะอยากให้ทั้งผู้เรียนและครูสบายใจกับการเรียนการสอน หรือกรณีที่ต้องฝึกถึงตอนเย็น เราจะอยู่ด้วยตลอด ไม่ปล่อยให้นักเรียนอยู่ลำพังกับครูฝึก จะเย็นแค่ไหนก็ต้องอยู่ จะกลับก็กลับพร้อมกัน”

นั่นคือภาคปฏิบัติ 

ส่วนภาคทฤษฎี ด้วยความที่ครูใหญ่เรียนจบด้านกฎหมาย จึงเป็นคนสอนหลักการ วิธีการสอนก็ไม่ใช่แค่เพียงท่องจำ แต่ต้องยกกรณีศึกษามาเป็นตัวอย่าง เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้ขับขี่ที่ดี

“เรามองนักเรียนเป็นผ้าขาวสะอาด เขาไม่รู้หรอกว่าความทุกข์ยากในการต่อสู้คดีบนชั้นศาลเป็นยังไง ดังนั้น เราต้องพูดให้เขาฟัง ให้เขาเห็นถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎจราจร”

ในทุกการเรียน ครูใหญ่จะติดตามผลว่านักเรียนแต่ละคนยังไม่แข็งแรงในเรื่องใด ควรไปฝึกเพิ่มในจุดไหน พร้อมทั้งแนะนำช่องทางการเรียนรู้เพิ่มเติม 

“การทำข้อสอบในคอมพิวเตอร์ก็เหมือนกับการขับรถ ข้อสอบถามมาว่า ถ้าระหว่างขับรถเกิดยางระเบิดต้องทำยังไง เวลานั้นเราไม่มีเวลามาคิดนะ ต้องคิดในเครื่องก่อนนี่แหละ” 

นอกจากนี้ ที่นี่ยังสอนความรู้อื่น ๆ อย่างเรื่องเครื่องยนต์กลไกพื้นฐาน การดูแลเบื้องต้น เช่น ระบบหม้อน้ำ แบตเตอรี่ และยางรถยนต์ เป็นต้น เป็นการย้ำเตือนว่านักเรียนทุกคนต้องรู้กฎหมายและการดูแลความปลอดภัยขั้นแรก เพราะในสถานการณ์จริงจะทำให้นักเรียนเป็นนักขับขี่ที่ดี มีทัศนคติที่ดีบนท้องถนน เพื่อสร้างสังคมแห่งการขับขี่ปลอดภัยต่อไป

“เราคือโรงเรียนที่ให้มากกว่าใบขับขี่ แต่คุณจะได้อย่างอื่นกลับไป เช่น การเป็นผู้ขับขี่ที่ดี”

โรงเรียนสอนขับรถ ส.สะพานมอญ ในมือของทายาท ผู้เข้ามาพัฒนาให้เท่าทันยุคสมัย และยังคงไว้ซึ่งคุณความดีของรุ่นก่อน

สาม สะพานมอญ

ส.สะพานมอญ ดำเนินธุรกิจอย่างแข็งแกร่งจนเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งเกิดการระบาดโควิด-19 และทายาทรุ่นสามได้เข้ามาช่วยสานต่อ

อาร์ททิส-พิศริยาภรณ์ ทาบทอง ทายาทรุ่นสาม สำเร็จการศึกษาจากอังกฤษและไปค้นหาตัวเองจากการทำงานอาชีพอื่น กระทั่งช่วงโรคระบาด เธอได้หันกลับมามองว่า ส.สะพานมอญ พัฒนาไปได้ไกลกว่านี้ โรงเรียนสอนขับรถแห่งนี้จึงเข้าสู่ยุคสมัยใหม่

  ในช่วงโควิด-19 อาร์ททิสได้ทดลองสอนนักเรียนผ่าน Zoom และรับสมัครนักเรียนทางออนไลน์ ทำให้นักเรียนสมัครและเรียนได้ทันที

“แต่ออนไซต์จะดีกว่าค่ะ มาตรการอบรมคือครูจะเรียกถาม ถ้าใครหลับนะ ครูจะเรียกเลย” ครูใหญ่ซึ่งเป็นผู้สอน เสริมขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะ

ขณะเดียวกันทางโรงเรียนได้เพิ่มหลักสูตรภาษาอังกฤษขึ้นมา เพราะพบว่ามีชาวต่างชาติในประเทศไทยจำนวนมากต้องการสอบใบขับขี่ ทางโรงเรียนนำครูฝึกที่มีศักยภาพไปอบรมภาษาอังกฤษเพื่อฝึกสอนภาคปฏิบัติ ส่วนการสอนภาคทฤษฎีจะมีคำบรรยายภาษาอังกฤษจากกรมการขนส่งทางบกมาให้ 

เรื่องหมู ๆ ที่ไม่หมู

การบริหารโรงเรียนที่กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งยังคงดำเนินต่อไปเหมือนไม่มีอุปสรรค แต่ทั้งครูใหญ่และอาร์ททิสกลับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การบริหารที่ยากที่สุดคือ การสอนภาคปฏิบัติและตัวครูผู้สอน 

อาร์ททิสพูดให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่า “การปฏิบัติยากที่สุด เพราะครูฝึกต้องมีศักยภาพ ต้องมีวุฒิที่จะสอนนักเรียนได้ ไม่ใช่ว่าใครก็สอนได้ เพราะฉะนั้น ทรัพยากรบุคคลจึงหายากที่สุด ไม่ใช่แค่เฉพาะโรงเรียนเรา แต่เป็นทุกโรงเรียน เพราะถ้าไม่มีครูฝึก ก็ไม่มีทางทำโรงเรียนได้”

ครูฝึกสอนขับรถต้องเชี่ยวชาญในการขับรถ เพราะนักเรียนที่มาเรียนคือมือใหม่ที่ขับรถไม่เป็น ครูจึงต้องชำนาญและช่วยนักเรียนได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ 

ครูฝึกต้องผ่านการอบรมใบอนุญาตและต่ออายุอยู่เสมอ ซึ่งเป็นการสอบที่ยากมาก มีทั้งข้อเขียนและภาคปฏิบัติ ครูฝึกสอนขับรถดี ๆ หาไม่ได้ง่าย ๆ โรงเรียนจึงต้องดูแลครูฝึกให้ดีที่สุด

“เรามีครูฝึกก็ต้องรักษาเขาไว้ ต้องดูแลเขาดี ๆ ให้พอใจที่จะทำงานกับเรา” ครูใหญ่กล่าวให้พวกเราฟัง

“เราให้ครูฝึกทำงาน 8 โมงถึงบ่ายโมง 3 ครึ่ง หากใครขยันจะปล่อยให้ถึง 5 โมงครึ่ง ซึ่งถือเป็นโรงเรียนที่ให้ครูฝึกทำงานน้อยมาก เพราะทางโรงเรียนจ่ายเงินเดือนเป็นรายเดือน ขณะที่โรงเรียนอื่น ๆ ให้เงินวัดจากชั่วโมงทำงาน บางคนทำ 6 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม 

“มีครูคนหนึ่งเคยปั่นชั่วโมงจนร่างกายพังพินาศ ไม่ไหว พอมาอยู่กับเราแม้ได้เงินน้อยกว่า แต่ชั่วโมงการทำงานเหมาะสมขึ้น เขาก็มีความสุขขึ้น” ครูใหญ่เล่าให้ฟัง

ครูใหญ่ อาร์ททิส และ ส.สะพานมอญ ตั้งใจดูแลครูฝึกอย่างดี มีสวัสดิการอาหารกลางวัน ครูฝึกจะได้ไม่ต้องออกไปซื้อข้างนอก ที่สำคัญ เป็นโรงเรียนที่ให้เกียรติครู เพราะอาชีพนี้มีความเสี่ยงสูง

โรงเรียนสอนขับรถ ส.สะพานมอญ ในมือของทายาท ผู้เข้ามาพัฒนาให้เท่าทันยุคสมัย และยังคงไว้ซึ่งคุณความดีของรุ่นก่อน
โรงเรียนสอนขับรถ ส.สะพานมอญ ในมือของทายาท ผู้เข้ามาพัฒนาให้เท่าทันยุคสมัย และยังคงไว้ซึ่งคุณความดีของรุ่นก่อน

เดินช้า แต่เดินไปข้างหน้าเสมอ

ถึงแม้ตอนนี้ทายาทรุ่นสองยังคงสนุกกับการทำงาน แต่ทายาทรุ่นสามก็เริ่มวางอนาคตในแบบของตัวเองเอาไว้แล้ว

อาร์ททิสตั้งใจจะเพิ่มหลักสูตรการขับขี่รถจักรยานยนต์และรถบรรทุก แต่ปัจจุบันยังติดปัญหาเรื่องสถานที่ เนื่องจากสนามฝึกขับรถบริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 มีขนาดคับแคบไป และหาซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียงไม่ได้ เนื่องจากเป็นที่พักอาศัย 

“ก่อนหน้านี้เราเปิดสอนขับขี่จักรยานยนต์ที่นี่ เพราะตอนนั้นยังไม่ได้เคร่งครัดเรื่องเนื้อที่ใหญ่อะไรมาก” ครูใหญ่เอ่ย พร้อมเล่าว่าจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่มีความเสี่ยงอุบัติเหตุสูง ก่อนหน้านี้จึงไม่อยากสอน แต่ภายหลังกลายเป็นความจำเป็นของทักษะอาชีพ เพราะความนิยมของเดลิเวอรี่ ทำให้อาชีพไรเดอร์เป็นที่นิยม มีผู้สนใจสมัครเรียนมาก เนื่องจากใบขับขี่รถจักรยานยนต์ทำได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี เด็กวัยนั้นยังไม่รู้กฎจราจรดีนัก ความคิดของครูใหญ่จึงเริ่มเปลี่ยนไป ถ้าโรงเรียนแห่งนี้เปิดสอนแล้วช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ก็คงดีไม่น้อย

Business Lesson

ครูใหญ่นิยามบทเรียนที่ได้รับจากการเข้ามาบริหาร ส.สะพานมอญ ไว้ว่า

“ส.สะพานมอญทำให้ครูมีกินมีใช้ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่พ่อแม่ได้มาก็ส่งเสียลูกเรียนต่างประเทศ มีความเป็นอยู่ในครอบครัวที่ไม่ได้กระเบียดกระเสียรอะไร ก็หล่อหลอมให้ครูเป็นคนที่มีความใจกว้าง”

“บางทีเรามองในเชิงธุรกิจเกินไป คุณภาพจะลดลง เพราะฉะนั้น ต้องมองว่าธุรกิจไม่ได้มีแต่เรื่องเงิน คุณภาพของบริการต้องควบคู่ไปด้วย มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องและต้องไปด้วยกัน” ทายาทรุ่นสามตอบอย่างภาคภูมิใจ

ส.สะพานมอญ 

ทายาทรุ่นสองเข้ามาเปลี่ยนแปลงหลายอย่างนับตั้งแต่วันแรก

จากเด็กผู้หญิงที่อยู่ใกล้ชิดกับ ส.สะพานมอญ ตลอดช่วงชีวิต และได้ออกไปเดินทางตามเส้นทางตัวเอง สู่การกลับมาสานต่อกิจการครอบครัวอีกครั้งในวัย 50 ปี

นี่คือการเดินทางครั้งใหม่ของโรงเรียนอายุเกือบ 100 ปี

โรงเรียนแห่งนี้ค่อย ๆ เติบโต แม้จะผ่านมา 75 ปี จากยุคที่ใช้รถจี๊ปจนถึงยุครถเก๋ง ส.สะพานมอญ พร้อมจะเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษามาตรฐานให้กับนักเรียนเสมอ

ในอนาคต รถที่ใช้ในโรงเรียนอาจเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทุกวัน แต่การรักษาไว้ซึ่งความดี ความซื่อสัตย์ การบริหารอย่างจริงใจ เป็นสิ่งที่ทายาททั้งสองจะไม่ยอมเปลี่ยน

ธุรกิจที่ดีไม่ควรนึกถึงผลกำไรมากเกินไป 

นี่คือบทเรียนสำคัญของครูใหญ่ เพราะการได้เห็นนักเรียนอยากมาสมัครเรียน มีความสุขกับการเรียน และจบออกไปเป็นผู้ขับขี่ที่ดี คือความภาคภูมิใจที่สุดในฐานะทายาทธุรกิจนี้

โรงเรียนสอนขับรถ ส.สะพานมอญ ในมือของทายาท ผู้เข้ามาพัฒนาให้เท่าทันยุคสมัย และยังคงไว้ซึ่งคุณความดีของรุ่นก่อน

Writer

สตางค์ พูลสวัสดิ์

วัยรุ่นผู้ชื่นชอบอาหารเวียดนาม ภาษาเวียดนาม ชอบสะสมรองเท้าและหนังสือพิมพ์เก่า ฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์และมาดริด

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load