The Cloud มีนัดหมายพิเศษกับทั้ง 3 พี่น้องผู้ก่อตั้งแบรนด์ Sretsis อิ๊บ คล้ายเดือน, เอ๋ย พิมพ์ดาว และ แอ้-มทินา สุขะหุต เพราะสนใจวิธีคิดใหม่ของการบริหารแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น

ย้อนกลับไป 17 ปีก่อน แบรนด์อยู่ในกลุ่มแบรนด์ไทยหน้าใหม่ของโครงการกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น เป็นต้นแบบของแบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงนับร้อยนับพันที่เกิดขึ้นตามหลัง มีร้านอยู่ในหลายเมืองสำคัญของวงการแฟชั่น มีคนดังมากมายหลายวงการติดตามเป็นแฟนคลับ

ไม่นานมานี้ แบรนด์มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารและทำงานกันภายใน ซึ่งเราพบว่าน่าสนใจมาก เพราะไม่เพียงใหม่ในวงการแบรนด์แฟชั่น เรายังไม่ค่อยเห็นวิธีการแบบนี้กับธุรกิจไหน พวกเธอแลกงานกันทำ คนที่เคยดูแลการตลาดย้ายไปทำงานสายผลิต คนที่เคยทำแต่งานออกแบบต้องคิดวางแผนการสื่อสารไปพร้อมกันด้วย

จากที่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับแบรนด์แฟชั่นนี้น้อยมาก วันนี้เรามองแบรนด์เสื้อผ้านี้ด้วยสายตาอีกแบบ เช่นสายตาและท่าทีที่เปลี่ยนไปเพียงเพราะพวกเธอไม่ใช่สามพี่น้องผมบลอนด์ ความคลาสสิกจากการหยิบเสื้อคอลเลกชันเก่ามาใส่ตอนไหนก็ได้ หรือการต่อยอดแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Little Sister ให้เป็น Sustainable Brand ของ Sretsis

คุยกับผู้ก่อตั้ง Sretsis แบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

คนที่ไม่รู้จักแบรนด์เราจะบอกว่าเสื้อผ้าแบบนี้ใส่ยาก ใส่ 2 ครั้งคนก็จำได้แล้ว

ซึ่งสิ่งที่แบรนด์กำลังบอกเราตลอดเวลาที่นั่งคุยกัน 2 ชั่วโมงกว่าคือ โปรดหยิบชั้นมาใส่บ่อยๆ ใส่จนคนจำได้ว่าชุดนี้ผ้าลายนี้เป็นของคุณ

“เราเป็นมนุษย์ลายพิมพ์ลายปัก จะให้เราไม่มีลายพิมพ์ในตัวเลยจะทำได้อย่างไร

“ถ้าเราอยู่ในห้องเรียบๆ สีขาวเราจะปวดหัว เราชอบอยู่กับลาย ถ้าไม่มีลายก็ขอมีลูกไม้ จะให้เรียบร้อยไปก็ไม่ไหว ขอโป๊ๆ หน่อย ถ้ามานั่งฟังพวกเราคุยกันจะรู้ว่ามีแต่เรื่องทะลึ่ง นี่แหละเฟมินิสม์ในแบบเรา เวลาพี่เอ๋ยพรีเซนต์ว่าชุดตัวนี้ดียังไง พี่เอ๋ยจะบอกว่า วิธีใส่เสื้อตัวนี้ที่ดีที่สุดคือไม่ใส่อะไรข้างในเลย ดูสิ ผู้หญิงเรียบร้อยเขาไม่พูดกันหรอก” แอ้เล่าพร้อมหัวเราะเสียงใส

เรื่องของแบรนด์ทำให้เราคิดถึงหนัง Coming of Age ดีๆ สักเรื่อง และ 17 ก็เป็นตัวเลขขวบปีที่โตพอที่จะรู้ความต้องการของตัวเอง

คุยกับผู้ก่อตั้ง Sretsis แบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี
คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

คนไทยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์บอกว่า Sretsis เป็นแบรนด์ของผู้หญิงสายหวาน

ใช่ พวกเธอเป็นผู้หญิง แต่ไม่ได้ฟรุ้งฟริ้ง และผู้หญิงก็มีมิติที่มากกว่านั้น

“เรามีความซ่า ดาร์ก ทะลึ่ง ขณะเดียวกันเราชอบความเป็นผู้หญิง ชอบความละเอียดอ่อน เราโตมาในสังคมที่เหมารวมผู้หญิงว่ามีแบบเดียว ซึ่งจริงๆ มีทั้งผู้หญิงทำงาน มีความคิดเป็นของตัวเองชัดเจน มีความมั่นใจ รู้ว่าต้องการจะแต่งตัวยังไง” ทั้งสามยืนยัน

เราก็ยืนยัน

คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

อย่าแปลกใจถ้าอยู่ๆ คนก็พบว่าตัวเองหมุนตัวลองเสื้อหน้ากระจกของร้านหลังจบบทสนทนา

ความห้าวหาญของสามพี่น้องจากนิวยอร์ก ที่กลับมาทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแฟชั่น

จุดเริ่มต้นของแบรนด์มาจากแม่ ผู้มีความฝันอยากเห็นลูกสาวทำงานด้วยกัน

“เป็นความฝันของคุณแม่ที่อยากเห็นลูกทำงานด้วยกัน ท่านอยากให้พี่อิ๊บเป็นสถาปนิก พี่เอ๋ยเป็นอินทีเรีย อยากให้แอ้เป็นวิศวกร อะไรก็ได้ขอให้ลูกทำงานด้วยกัน” แอ้เล่าย้อนกลับไปวันที่แม่เห็นประกาศหาผู้เช่าพื้นที่ร้านค้า ก่อนที่ท่านตัดสินใจมอบโจทย์เปิดร้านสร้างแบรนด์ของตัวเองแก่ลูกสาวทั้งสาม

23-21-18 คืออายุตอนเริ่มต้นแบรนด์ของอิ๊บ เอ๋ย แอ้ ตามลำดับ

อิ๊บ นักเรียนเศรษฐศาสตร์และธุรกิจสิ่งพิมพ์มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เอ๋ย นักเรียนแฟชั่นที่สถาบันพาร์สันส์ อดีตนักเรียน MIS (Management Information System) และแอ้ นักเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สถาบันพาร์สันส์ และนักเรียนออกแบบเครื่องประดับที่วิทยาลัยเซ็นทรัลเซนต์มาร์ตินส์

ไม่ต่างจากผู้ก่อตั้งแบรนด์ทุกคนในโลก ซึ่งล้วนอาศัยความกล้าด้วยกันทั้งนั้น

“พวกเราตัดสินใจทำเพราะอยากเห็นเสื้อผ้าที่เราอยากใส่แต่ไม่มีขายในตลาด” เอ๋ยเล่า โดยชื่อของ Sretsis มาจากการกลับตัวอักษรของคำว่า Sisters ได้แรงบันดาลใจมาจากกระจก Erised (เกิดจากการกลับคำว่า Desire) ในหนังสือและภาพยนตร์เรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์

แบรนด์เกิดขึ้นในยุคเฟื่องฟูของแฟชั่น คนไทยเริ่มมาใส่แบรนด์ไทยกันมากขึ้นจากเดิมที่นิยมแบรนด์ต่างประเทศมากกว่า โครงการกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น (Bangkok Fashion Society) และการสนับสนุนจากภาครัฐเมื่อสิบกว่าปีก่อนทำให้ แบรนด์มีโอกาสเดินสายโชว์ผลงานที่มิลาน ปารีส ออสเตรเลีย

คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

The Siamese Sisters ยืนหนึ่งจากประเทศไทย

เอ๋ยเล่าว่า ช่วงแรกของแบรนด์เป็นช่วงที่พวกเธอสนุกกับทดลองมาก ไม่ว่าจะทำคอลเลกชัน ทำตลาด ทำโชว์ ทุกอย่างทำอยู่ภายใต้โจทย์สนุกไว้ก่อน ต่อมาเริ่มมีโชว์รูม มีการวางแผนการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้นเพราะพวกเธอเริ่มทำงานกับตลาดต่างประเทศ ขณะที่ช่วงที่ 3 เป็นช่วงขยายสาขาไปที่ญี่ปุ่น รวมถึงคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนของแบรนด์ทำให้พวกเธอกล้าออกสินค้าแบรนด์ใหม่ ได้แก่ Sincerely Yours และ Little Sister ที่เป็นแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก รวมถึงเปิดเว็บไซต์

คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

“เราทบทวนกันเสมอว่าจะยืนอยู่ตรงไหนในตลาด เมื่อก่อนมีโชว์รูมหลายที่ในต่างประเทศซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนแบรนด์ ได้แก่ นิวยอร์ก ลอนดอน ซิดนีย์ และโตเกียว ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เราก็เริ่มให้ความสำคัญกับการสื่อสารในช่องทางออนไลน์เริ่มขายตรงผ่านเว็บไซต์มากขึ้น” อิ๊บเล่า

คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

“มีบางช่วงที่เราน้อยใจว่า ใช่สิ เราไม่ใช่สามพี่น้องผมบลอนด์นี่นา เมื่อก่อนที่ไปงานเทรดโชว์จะมี Buyer ตื่นเต้นกับคอลเลกชันมาก และพอถามว่ามาจากไหน เขาจะมีท่าทีที่เปลี่ยนไปเลย เหมือนไม่มั่นใจในคุณภาพ ซึ่งเราคิดมาตลอดว่าไม่ยุติธรรมเลย เพราะเขาคาดหวังว่าราคาจะต้องถูกกว่านี้ แต่ตอนนี้เราไม่สนใจอีกต่อไปแล้วเพราะเราคิดแบบใหม่ เราภูมิใจในรากของเรา เราเป็น Siamese Sisters ที่อยากจะเล่าเรื่องของเรามากกว่าในการแข่งขันกับแบรนด์ทั้งโลก” แอ้เล่าความในใจ

ความคลาสสิกคือการทำซ้ำ

ทั้งสามเล่าว่า ลูกค้าในประเทศอาจจะอินกับคอลเลกชันล่าสุด ซึ่งสิ่งที่คนมักลืมไปคือ เสื้อผ้าทุกชิ้นมีความพิเศษในตัวเอง

“เราไม่อยากให้คนคิดว่าต้องใส่เสื้อผ้าซีซั่นใหม่ตลอด เราดีใจและรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่เห็นแฟนๆ ของเราหยิบเสื้อผ้า Sretsis ของตัวเองมิกซ์แอนด์แมตช์ โดยเฉพาะลูกค้าที่ญี่ปุ่น เราได้เห็น Sretsis หลากหลายสไตล์มาก เขาทำให้เรารู้สึกได้โดยไม่ต้องพูดว่าเสื้อผ้าของเรามีค่าสำหรับเขาแค่ไหน เขาอาจจะมีเสื้อผ้าของเราแค่ 3 ชิ้น แต่เขาใส่กับเสื้อผ้าสไตล์ของเขาได้หลากหลายแบบมาก ลูกค้าบางคนหยิบเสื้อผ้าต่างซีซั่นมาใส่ร่วมกันได้สวยมากๆ เราเองก็นึกไม่ถึง” เอ๋ยเล่าด้วยตาเป็นประกาย

คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

“Timeless ในความหมายของเราคือ เราไม่สนว่าเสื้อผ้ารุ่นนั้นออกมาเมื่อไหร่ แต่หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ได้ไม่มีเบื่อ” แอ้เสริม

ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ทำเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์เพื่อหลากหลายวาระและโอกาส ชุดที่ใส่เดินทางที่ไหนเฉิดฉายและเหมาะสมกันดี ทั้งสามยืนยันมาว่ามีชุดที่เหมาะจะใส่ท่องดินแดนต่างๆ ทั่วโลก ยังไม่นับชุดที่ใส่ได้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ไปจนถึงชุดทำบุญ ชุดแต่งงาน เสื้อผ้าวันสบายๆ และเสื้อผ้าเด็ก

คุณอาจจะคิดว่าเสื้อผ้าที่มีลวดลายใส่ในชีวิตประจำวันยาก ใส่ซ้ำก็มีคนจำได้

แต่ถ้าลองฟังคำตอบของทั้งสามสาว คุณจะคิดใหม่และอยากเลือกหาลายที่เหมาะที่เป็นตัวแทนคุณ

“คนชอบคิดว่าเสื้อผ้าลายพิมพ์ใส่ได้ไม่บ่อยเพราะคนจำได้ ในความเป็นจริงใส่บ่อยๆ สิคนจะได้จำได้ว่าเป็นของคุณ” เอ๋ยเล่าว่าที่ออฟฟิศ มีน้องคนหนึ่งที่จะมีสไตล์ประจำ คล้ายเครื่องแบบ ถ้าเขาใส่เสื้อแดงเขาจะใส่กางเกงแดงตัวนี้ตัวเดียว หรือถ้าใส่ลายจุดจะใส่กับเสื้ออีกแบบหนึ่ง พวกเธอยืนยันว่า การใส่เสื้อซ้ำไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย หากนั่นคือตัวเรา และเราเป็นเจ้าของสไตล์นี้ เห็นปุ๊บรู้เลยว่าเป็นใครและถ้าใครใส่แบบนี้ก็รู้ทันทีว่าแต่งตัวตาม

คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี
คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

ความลับจักรวาลอยู่ในสถิติ

“พอทำแบรนด์ผ่านมา 10 ปี พวกเราเริ่มคิดถึงแผนมากขึ้น ทุกคนต่างเติบโต เราก็อยากทำงานของเราให้มีระบบและหลักการเพื่อเตรียมส่งต่อให้คนอื่นทำงานร่วมกันกับเราได้ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดเลย ทุกอย่างอยู่ในตัวเราทั้งหมด พวกเราตั้งคำถามกันว่าในวันที่เราไม่อยู่แล้ว เราอยากให้คนจะพูดถึงแบรนด์ว่ายังไง เช่น Sretsis มีชื่อเสียงในการทำชุดแบบนี้” เอ๋ยเล่าที่มา

ประสบการณ์กว่า 17 ปี ของการออกแบบเสื้อผ้าและลวดลาย พวกเธอเก็บข้อมูลเป็นสถิติมาวิเคราะห์ว่าอะไรที่ทำแล้วได้ผลที่ดี-ไม่ดีอย่างไร กระแสตอบรับที่ดีอาจจะไม่ได้หมายถึงยอดขายที่ดีตามมา

คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

สิ่งที่รักษาไว้ไม่เปลี่ยนไป คือการสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพและสวยงาม นอกจากความตั้งใจที่จะนำแฟนตาซีมาสู่ชีวิตผู้หญิงทุกคน เราอยากทำให้เสื้อผ้าของพวกเธอเป็นสิ่งล้ำค่าในตู้เสื้อผ้าที่ส่งต่อได้ไร้กาลเวลา

“เป็นชุดเก่งที่พวกเธอชอบมากจนส่งต่อให้รุ่นต่อไป” เอ๋ยเล่า

ขณะที่สิ่งที่จะเปลี่ยนไปคือการเล่าเรื่องของแบรนด์ พวกเธอตกลงร่วมกันว่าจะกลั่นให้เหลือเพียงเรื่องเล่าที่จำเป็น

“โลกของเรามันซับซ้อนมาก เราใช้คำว่า Sretsis Universe คนที่เข้ามาที่ร้านจะเห็นว่ายูนิคอร์นของเราหน้าตาเป็นยังไง ดอกไม้ของเราเป็นยังไง มันไม่ใช่ยูนิคอร์นสายรุ้ง รายละเอียดเยอะมาก” อิ๊บเล่า

“เราเป็นมนุษย์แฟนตาซี เรามีเรื่องในหัวมากมายเต็มไปหมด ในคอลเลกชันหนึ่งมีความหมายที่ซ่อนอยู่มากมาย Sretsis วันนี้และในอนาคต เราตั้งใจลดทอนบางเรื่องที่ไม่จำเป็นออก ให้เหลือแต่เพียงกลิ่นอาย เราจะรู้สึกประสบความสำเร็จมาก ถ้าเราทำให้คนใส่เสื้อผ้าของเราสัมผัสเรื่องราวที่เราตั้งใจบอกเล่าโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรออกไป เหมือนหนังที่สื่อสารกับหัวใจเรามากๆ ผู้กำกับเขาไม่จำเป็นต้องออกมาอธิบายเลยว่าเขาคิดอะไรอยู่เราถึงทำแบบนี้” มนุษย์แฟนตาซีคนสุดท้องเล่าเสริม

“ถ้า Sretsis เป็นผู้หญิง ตอนนี้ Sretsis เป็นผู้หญิงที่เข้าใจตัวเองมากจากที่เคยทดลองมามากมาย เช่นกันกับ Sretsis ที่มีหลายอย่างให้ลองทำ” อิ๊บเล่า

คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี
คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี
คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี
คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

เปลี่ยนหน้าที่กันเพื่อจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในแต่ละฝ่าย

วันที่เริ่มต้นมีพนักงานเพียง 5 คน ได้แก่ อิ๊บ เอ๋ย แอ้ และช่างเย็บอีก 2 คน แต่ตอนนี้มีพนักงานกว่า 100 คน

“จุดเปลี่ยนสำคัญคือ เรารู้ว่าการทำธุรกิจที่ดีจำเป็นต้องมีกลไกขับเคลื่อนที่ไม่ใช่แค่เรา 3 คน แต่เป็นเราทุกคนที่ไม่อาจทำงานอยู่ในแค่หน้าที่ส่วนของเรา แต่รู้ว่างานที่ทำส่งผลต่อใครอย่างไรบ้าง เมื่อก่อนจบงานของตัวเองก็หนีไปนอนกลางวันแล้ว แต่สิ่งที่ทำมันยิ่งใหญ่กว่านั้น” แอ้เล่า

เรื่องสนุกที่เราไม่เคยรู้มาก่อนคือ การย้ายหน้าที่กันเองภายใน จากหน้าที่เดิมเอ๋ยออกแบบเสื้อผ้า อิ๊บดูภาพรวมธุรกิจและการตลาด และแอ้ทำเครื่องประดับ

สู่หน้าที่ใหม่ อิ๊บย้ายไปดูแลฝ่ายการผลิต ซึ่งได้แก่ Factory Girl บริษัทผลิตเสื้อผ้าของแบรนด์ ที่คุณแม่เป็นผู้ก่อตั้ง หาช่าง และดูแลการผลิตทุกกระบวนการทุกอย่างอย่างเต็มตัว เอ๋ยไม่เพียงออกแบบ แต่ดูแลส่วนการตลาดและการสื่อสารทั้งหมด ขณะที่แอ้ดูภาพรวมของธุรกิจ

ทุกคนเปลี่ยนหน้าที่กันเพื่อจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในแต่ละฝ่าย

คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี
คุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

“เมื่อก่อนพี่อิ๊บสงสัยว่าทำไมเสื้อผ้าเสร็จไม่ทันกำหนดวางขายในร้าน การย้ายงานทำให้พี่อิ๊บเห็นปัญหาซึ่งเขาจะคุยกันกับพี่เอ๋ยว่าถ้าอยากให้เสื้อผ้าวางขายทันวันนี้ เราจะเริ่มเปิดตัวตอนไหน ผลิตให้เสร็จเมื่อไหร่ เมื่อไม่เป็นตามกำหนดก็แสดงว่าฝ่ายผลิตมีปัญหา แล้วเริ่มมีปัญหาตั้งแต่ตอนไหน” แอ้เล่า

“ตอนนี้อยากเรียนเขียนโปรแกรมขึ้นมาทั้งๆ ที่ไม่เคยอยู่ในหัวมาก่อน แต่คิดว่าถ้าเราเข้าใจภาษาคอมพิวเตอร์เราคงจะช่วยได้เยอะขึ้น งานนี้ทำให้เราเรียนรู้ที่จะฟัง ฟังว่าเขาทำอะไร กำลังคิดอะไร ที่ผ่านมาทำงานยังไง อะไรคือปัญหาของเขา ก่อนที่จะหาวิธีช่วยแก้ปัญหาหรือเปลี่ยนแปลงเขา” อิ๊บเสริม

คุยกับผู้ก่อตั้ง Sretsis แบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

ขณะที่บทเรียนของเอ๋ยคือเรื่องการวางแผนงานเพื่อให้การสื่อสารได้ประสิทธิภาพที่สุด เธอเรียนรู้วิธีการสื่อสารเพื่อทำให้เป็นเรื่องเดียวกับการขาย “อยากขายเสื้อตัวนี้ซึ่งเราต้องรู้ว่าเสื้อตัวนี้จะเสร็จเมื่อไหร่ จะไปวางหน้าร้านเมื่อไหร่ อยู่ในฤดูกาลอะไร มีเทศกาลอะไรบ้าง เมื่อก่อนออกแบบอย่างเดียวแล้วจบไป ฝ่ายการตลาดเขาจะไปคิดว่าจะขายยังไงต่อ แต่ตอนนี้ต้องคิดถึงช่องทางการสื่อสารด้วย ภาพนิ่งไม่พอแล้ว ต้องมีวิดีโอเพิ่มหรือเราต้องมีเนื้อหาอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้คนรู้สึกเข้าถึงสตอรี่ที่เราจะเล่าผ่านคอลเลกชัน

คุยกับผู้ก่อตั้ง Sretsis แบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

“เมื่อก่อนงานออกแบบเป็นเรื่องสำคัญเพราะคนต้องการของแปลกที่เขาไม่เคยเห็น ดังนั้น 70 เปอร์เซ็นต์เป็นเพราะของมีเรื่องราวจริงๆ อีก 30 เปอร์เซ็นต์คือการสื่อสารและการทำให้คนเห็น แต่เดี๋ยวนี้กลับกัน ของไม่ต้องมีเยอะก็ได้แต่ช่วยพูดให้ขายของเก่งๆ หน่อย พอมาทำก็รู้เลยว่าเราอยากลดทอนแบรนด์เราให้เหลือเพียงกลิ่นอาย ไม่ต้องเหนื่อยกับการพัฒนาอะไรใหม่ๆ ทุกครั้ง เราจะสื่อสารยังไงให้สนุกและตื่นเต้น” เอ๋ยเล่า

Blackpink in your area

Sretsis เป็นแบรนด์ที่ Blackpink และวงไอดอลเกาหลีมากมายเลือกใส่ถ่ายมิวสิกวิดีโอและขึ้นคอนเสิร์ตรายการเพลงต่างๆ

“ไม่ใช่เพราะวง Blackpink มีน้องลิซ่าซึ่งเป็นคนไทย พวกเราชื่นชมทุกคนในวงที่มีความสามารถและมีคาแรกเตอร์มาก วันที่เห็นเขาเติบโตเราก็รู้สึกดีใจไปกับเขา อยากส่งของขวัญไปให้จึงได้รู้ว่าการส่งของไปให้นั้นยากมาก ที่ผ่านมาเขาเลือกซื้อกันเองด้วยตัวเองและยังคงใส่เรื่อยๆ มา ที่รักที่สุดคือพวกเธอตัดกระโปรงให้สั้นขึ้นไปสะใจพวกเรามาก” เอ๋ยเล่าอีกว่าครั้งหนึ่งเคยเจอสไตลิสต์โดยบังเอิญ เขาบอกว่า ตั้งแต่ทำงานให้ Blackpink ก็เริ่มมีวงไอดอลอื่นๆ อยากใส่เสื้อผ้าของแบรนด์เราบ้าง ซึ่งเขาก็เริ่มทำให้ศิลปินวงอื่นใส่ด้วย ทำให้ตามมาด้วยการมีวงไอดอลเกาหลีที่ใส่เสื้อผ้าของแบรนด์เรา แต่เป็นของปลอมทั้งวง

ก็เป็นโอกาสที่ทำให้แฟนคลับศิลปินเกาหลีที่มีอยู่ทั่วโลกรู้จักแบรนด์ ซึ่งไม่ได้ส่งผลกลับมาในรูปแบบยอดขาย

คุยกับผู้ก่อตั้ง Sretsis แบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี
คุยกับผู้ก่อตั้ง Sretsis แบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี

แบรนด์แฟชั่นที่ไม่ยอมให้เหลือผ้าทิ้งเสีย

“เราจะไม่สร้างขยะในตู้เสื้อผ้า ทุกชิ้นที่เราทำเราตั้งใจจะให้ Timeless” อิ๊บตอบทันทีที่เราถามถึงคุณค่าที่แบรนด์กำลังจะบอกสังคม

บรนด์อาจจะไม่ได้พัฒนาไปถึงขั้นใช้เส้นใยหรือใช้วัตถุดิบเป็นมิตรกับโลก แต่อย่างน้อยสิ่งที่พวกเธอทำ พวกเธอคิดอย่างตั้งใจ

 Sretsis
Sretsis

Little Sister เป็นแบรนด์เสื้อผ้าเด็กที่เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นแบรนด์ลูกที่คิดเรื่อง Sustainable พวกเธอไม่ได้ทำเสื้อผ้าเด็กเพื่อขยายตลาด โดยวางแผนเปิดตัวและขายควบคู่กับแบรนด์หลัก แต่เริ่มคิดจากการมองหาว่ามีผ้าคงเหลือลายอะไรอยู่ในคลังของพวกเธอบ้างหลังจากที่ผลิตเสื้อผ้าผู้ใหญ่จบไปแล้ว ก่อนนำมาเล่าเรื่องใหม่ในรูปแบบของเรา เพื่อไม่ให้เหลือผ้าทิ้งเสีย ผลพลอยได้ที่น่ารักจาก Little Sister ก็คือ คุณแม่ที่ซื้อให้ลูกจะนึกถึงชุดรุ่นเก่าที่ตัวเองเคยมี แทนที่จะปล่อยให้ตกยุคพวกเธอก็จะได้หยิบกลับมาใส่อีกครั้ง

“เราอยากทำให้เด็กใส่ พอๆ กับที่อยากให้แม่หยิบตัวเก่ามาใส่ ทำให้เสื้อผ้าตัวเดิมยังมีชีวิตและมีความหมาย รวมไปถึงเศษผ้าจากการตัดเย็บเราก็นำไปทำตุ๊กตาต่อไป” แอ้ทิ้งท้ายความตั้งใจ

คุยกับผู้ก่อตั้ง Sretsis แบรนด์ที่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้เป็นสมบัติที่ส่งต่อกันได้ ถึงแผนการไม่ซับซ้อนที่ประกอบจักรวาลแฟนตาซีมากว่า 17 ปี
ภาพ : Sretsis

Lesson Learnt

คำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่ อิ๊บและเอ๋ยบอกเหมือนกันว่า จงทำในสิ่งที่ชอบจริงๆ ซึ่งช่วงแรกเราจะสนุก แต่โปรดรู้ไว้ว่าแต่ละปีที่ผ่านไปไม่ได้ทำให้ทำงานง่ายขึ้น เราจำเป็นต้องโตขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น ค้นหาพัฒนาการจากงานที่ทำ ขณะที่แอ้แนะนำให้ลองหาประสบการณ์จากหลายๆ บทบาทและหน้าที่ก่อน

“หลังจากพี่ๆ สองคนเข้าสู่เส้นทางแฟชั่นที่เขาชื่นชอบ เราเองก็ชอบเสื้อผ้า แต่รู้ตัวเองว่าไม่ได้ชอบเสื้อผ้าแบบที่พวกเขาชอบ เราอยากทำของเล่นเด็ก เราชอบเฟอร์นิเจอร์ อยากผลิตสินค้าเลยเลือกเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์ เรียนไปสักพัก อยากอยู่กับพี่ พอพี่ๆ ทำเสื้อผ้าเราก็ขอทำเครื่องประดับ” แอ้ เล่าที่มาของ Matina Amanita แบรนด์เครื่องประดับของเธอ ก่อนมาเสริมทัพดูแลภาพรวมของ Sretsis เต็มตัว

Writer & Photographer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

10 วินาทีคือเวลากลั้นหายใจเพื่อดำลงไปในน้ำให้นานที่สุด และนี่คือเรื่องเดียวที่ผู้เขียนมีความทรงจำกับสระว่ายน้ำ จริงๆ จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำถ้าไม่บังเอิญเจอชุดผ้ายืดชิ้นเล็กสีสวยในร้านค้าแห่งหนึ่ง

นานมาแล้ว เราอยากมีโอกาสคุยกับแบรนด์ Aprilpoolday ถึงความกุ๊กกิ๊กที่แหวกขนบธรรมเนียมแบบทรงชุดว่ายน้ำเดิมๆ เพราะทันทีที่เห็นเราก็บ่นเสียดายกับตัวเองว่า ถ้าเมื่อก่อนสนุกกับการแต่งตัวไปสระว่ายน้ำแบบสมัยนี้ได้ เรากับสระว่ายน้ำคงไม่เลิกราต่อกัน

จนถึงวันนี้ เข้าสู่เดือนเมษายนและหน้าร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว เราจึงไม่พูดถึง Aprilpoolday ไม่ได้ 

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

ก่อนจะทำคุณผู้อ่านงุนงงราวว่ายวนในสระคำขยายสรรพคุณของผู้เขียนไปมากกว่านี้ เราสารภาพก็ได้ว่าสนใจแนวคิดของการทำแบรนด์ชุดว่ายน้ำแบรนด์นี้แค่ไหน

ภายใต้เส้นทางตามสูตรของการแปลงเปลี่ยนความชอบเป็นตัวเงินผ่านการทำร้านค้าบนโลกออนไลน์ Aprilpoolday ไปไกลกว่านั้น ทุกกระบวนการ ทุกรายละเอียดในงานออกแบบ การทำการตลาดเฉพาะกลุ่มที่น่าสนใจ และการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส กำลังพา Aprilpoolday ว่ายข้ามจากสระน้ำเล็กๆ หลังบ้านข้ามมหาสมุทรไปไกลกว่านั้น ยิ่งได้ฟังเรื่องราวจาก ‘มิญช์’ – ลีลานันทน์ รณเกียรติ และ ‘อิสซี่’ – พลช ลิลิตธรรม เราก็ยิ่งเอาใจช่วย โดยไม่ลืมที่จะใส่หมวกว่ายน้ำติดดอกไม้สีแดงนั่งเชียร์ผ่านบทสนทนานี้

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

Isn’t She Lovely

ผู้หญิงแบบ Aprilpoolday คือผู้หญิงที่สนุกสนาน เรียบร้อยแต่ก็แอบมีจริตจะก้านเล็กๆ” ระหว่างที่มือกำลังประวิงกับบทความนี้ ผู้เขียนก็แอบพยักหน้าตามด้วยเบาๆ ว่า ‘ใช่แล้ว นี่แหละสไตล์ที่ตามหา’

“จะเห็นว่าชุดของ Aprilpoolday เราไม่ได้ปกปิดมิดชิด มันจะมีเลเยอร์นิดนึงว่าเหมือนจะเรียบร้อยแต่ก็ไม่ใช่คนเรียบร้อย แล้วก็เป็นคนชอบท่องเที่ยว ชอบศิลปะ แล้วก็ชอบวัฒนธรรรม เราก็เลยมองว่าชุดว่ายน้ำของเราไม่ใช่แค่ชุดว่ายน้ำที่เราต้องใส่ไปสระว่ายน้ำ แต่ต้องเป็นชุดว่ายน้ำที่เราสามารถเอาไป adapt ใส่ไปไหนก็ได้ ใส่ไปเที่ยวได้ ส่วนใหญ่ลูกค้าที่ซื้อไปก็จะแต่งในสไตล์ที่เป็นแบบของตัวเอง”

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

และหากคุณเป็นอีกคนที่ชอบเซ็ตภาพถ่ายของ Aprilpoolday ไม่ว่าจะเป็น lookbook หรือภาพใน Instragram แล้วสงสัยเหมือนกันกับเราว่า ไอเดีย คอนเซปต์ และสีสัน ที่ออกมานั้นมีแรงบันดาลใจหรือแนวคิดมาจากไหน เธอก็ตอบกับเราว่า “จริงๆ เริ่มต้นง่ายๆ จากความคิดว่า purpose ของการถ่ายแต่ละครั้งคืออะไร เราอยากพูดอะไร บางทีก็เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจรอบตัว อย่างปีที่แล้วไปเที่ยวแอฟริกา ก่อนไปเราศึกษาเรื่องวัฒนธรรมเขาเยอะมากๆ แล้วมันน่าสนใจจริงๆ เราก็เอาเรื่องราวตรงนั้นกลับมาถ่ายทอดเป็นรูปภาพ และล่าสุดเราไปโปรตุเกส ที่นี่สร้างแรงบันดาลใจในการถ่ายรูปของเรามาก ภาพถ่ายที่ออกมาเหมือนภาพวาดโบราณจริงๆ ส่วนที่บอกว่าเริ่มจากอยากพูดเรื่องอะไรนั้น ตัวอย่างเช่น อยากพูดเรื่องความสัมพันธ์กับครอบครัว เราก็คุยไอเดียนี้กับช่างภาพและทำงานร่วมกัน โดยเราทำงาน collaborate กันกับช่างภาพหลายๆ คน และแต่ละคนก็มีสไตล์เป็นของตัวเอง ทุกคนมาพร้อมพลังและไอเดียแล้วมาพบกันตรงกลางระหว่าง Aprilpoolday กับช่างภาพ ซึ่งช่างภาพแต่ละประเทศก็จะมีมุมมอง มีความคิด ไม่เหมือนกัน น่าสนใจมากๆ”

อีกสิ่งที่หนึ่งที่เราชื่นชอบรองจากแบบทรงกุ๊กกิ๊กอันเป็นเอกลักษณ์และแนวคิดการสร้างสรรค์ชุดว่ายน้ำที่มากกว่าชุดใส่ว่ายน้ำ เราชอบสังคมการแบ่งปันสไตล์ที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มลูกค้าแฟนคลับ Aprilpoolday “เรารู้สึกขอบคุณลูกค้ามากๆ จะเห็นว่ารูปในอินสตาแกรมประมาณ 2,000 เกือบ 3,000 รูปที่แทบไม่เคยซ้ำนั้นมาจากลูกค้าที่ส่งเข้ามา และเขาถ่ายรูปกันสวยมากๆ มีไลฟ์สไตล์ที่ดีมากด้วย ไม่ใช่แค่เฉพาะคนไทยอย่างเดียว ลูกค้าชาวต่างชาติก็มี”

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

Another Day of Sun

ก่อนจะไปถึงเรื่องราวอื่นๆ ของชุดว่ายน้ำแบรนด์ไทยขวัญใจสาวๆ แบรนด์ เราอยากให้คุณได้ฟังแนวคิดและจุดเริ่มต้นที่มีโจทย์อันชัดเจน เพราะมีส่วนสำคัญทำให้ Aprilpoolday เป็นแบรนด์ที่มีสไตล์และทิศทางของการทำธุรกิจน่าจับตา

“ช่วง 4 ปีก่อนเริ่มต้น ตอนนั้นมันไม่ได้มีชุดว่ายน้ำเยอะแยะแบบทุกวันนี้ จะมีแค่ชุดว่ายน้ำแบรนด์ดีๆ ในห้างซึ่งเป็นชุดว่ายน้ำแนวสปอร์ตๆ ใส่ว่ายน้ำจริงจัง ไม่แฟชั่น มีราคาสูง แต่ว่าคุณภาพดีมาก นอกนั้นก็จะเป็นชุดว่ายน้ำเน้นความสวยงามที่ขายในออนไลน์ ซึ่งเหมาะกับการใส่ไปถ่ายรูปสวยๆ เดินเล่นริมชายหาดแต่ว่าไม่ได้เหมาะกับการว่ายน้ำ เราก็รู้สึกว่าช่วงว่างตรงกลางเป็นสิ่งที่น่าสนใจและเราอยากทำ เรากับหุ้นส่วนเก่าก็เลยคิดกันเล่นๆ ว่า ชุดว่ายน้ำที่เราจะทำจะเป็นชุดว่ายน้ำที่ หนึ่งคือ ต้องใส่ว่ายน้ำได้จริง (practical) สองคือ ราคาไม่แพง (affordable) และสามคือ เป็นสไตล์ของเรา (individual)

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

“ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้มีความรู้ขนาดนั้นหรอกว่าชุดว่ายน้ำคืออะไร แต่ว่าเราก็ไปหาข้อมูลแล้วทำชุดว่ายน้ำขึ้นมาเยอะแบบมาก สุดท้ายก็เลือกแบบชุดว่ายน้ำที่เราคิดว่าน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดขึ้นมา” มิญช์เล่าที่มาของชุดว่ายน้ำรุ่น Volleyball และ Tennis ยอดฮิตตลอดกาลของแบรนด์

เธอบอกเราอีกว่า คนที่มีสะโพกจะใส่รุ่น Tennis สวย เพราะว่าชุดนั้นจะเป็นผ้าชิ้นเดียว แต่สำหรับคนที่ตัวเล็กๆ เราแนะนำรุ่น Volleyball ดีกว่า เพราะผ้าที่ต่อตรงเอวจะช่วยให้ดูมีเอวและสะโพก เพื่อไม่ให้เสียอรรถรสของบทความ คุณผู้อ่านกรุณาอย่าจินตนาการตามว่าผู้เขียนเหมาะควรที่จะมีชุดว่ายน้ำรุ่นไหน

เช่นเดียวเหมือนกับหลายแบรนด์ที่เริ่มต้นด้วยความรักและความคิดชอบที่จะทำ การเริ่มต้นของ Aprilpoolday มิญช์และเพื่อนไม่ได้คิดว่าจะต้องมีการตั้งกำไรเท่าไหร่ พวกเธอแค่คิดว่ามาลองทำชุดว่ายน้ำกัน แล้วชุดว่ายน้ำแบบไหนที่จะตอบโจทย์

“เรื่องเงินทุนตั้งต้นเราแทบไม่ได้ลงทุนเลยด้วยซ้ำ เราทำเป็นโมเดลธุรกิจอย่างง่าย นั่นคือเราสร้างชุดขึ้นมาแล้วประกาศพรีออร์เดอร์ และใช้เงินพรีออร์เดอร์ในการสั่งทำชุด” คำตอบของมิญช์ทำให้เรานึกถึงการทำ crowdfunding อย่างง่ายและโชคดีเหลือเกินที่ลูกค้าผู้น่ารักเข้าใจและอดทนรอ จนเมื่อผ่านไป 2 ปี กระแสตอบรับที่ดีเกินคาดทำให้ Aprilpoolday ต้องปรับตัวและคิดระบบจัดการสต็อกสินค้าใหม่ ทั้งเรียนรู้จากประสบการณ์ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากตำราธุรกิจ ลงมือแก้ไขกับปัญหาจริง และปรึกษามิตรสหายรอบตัวผู้มีประสบการณ์

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

Crush on Pool

และเป็นเพราะโลกออนไลน์ทำให้ Aprilpoolday ดังไกลถึงต่างประเทศ ตั้งแต่เน็ตไอดอลของเกาหลีไปจนถึงสาวๆ จากทั้งจีน ไต้ หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น เมื่อได้ยินแบบนี้เราก็อดสนใจเรื่องสไตลิ่งของหญิงสาวเหล่านี้ไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่ของหุ้นส่วนสำคัญของแบรนด์และสไตลิสต์ผู้อยู่เบื้องหลัง Aprilpoolday อย่างอิสซี่ วิเคราะห์ตลาดสไตล์ของสาวๆ แต่ละชาติให้เราฟัง

“ถ้าเป็นเรื่องอัตราความเร็วของการตัดสินใจซื้อ ลูกค้าชาวต่างชาติจะตัดสินใจเร็วกว่าลูกค้าคนไทยมาก จะช้าหน่อยก็ตอนสื่อสารกัน (หัวเราะ) แต่ถ้าเป็นเรื่องคาแรกเตอร์ สาวเกาหลีจะชอบความมุ้งมิ้งๆ ตามเน็ตไอดอล สินค้าจะไม่หลากหลายเท่าไหร่ ถ้าเป็นไต้หวันและฮ่องกงจะชอบอะไรก็ตามที่สีๆ ส่วนลูกค้าคนไทยจะชอบสีที่เซฟๆ อย่างสีดำ”

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

และเป็นธรรมดาของสินค้าที่ได้รับความนิยมที่ย่อมมีสินค้าหน้าตาเสมือนวางจำหน่ายสร้างความสับสน ซึ่งแม้จะฟังดูแล้วไม่ถูกต้องเท่าไหร่ที่สินค้าแบรนด์ดังจากเกาหลีเองก็ผลิตคอลเลกชันชุดว่ายน้ำหน้าตาคล้ายกันออกมา ก่อนจะเกิดกระแสชุดว่ายน้ำสไตล์นี้ในตลาดเกาหลีและจีน แต่ลึกๆ แล้ว แฟนคลับอย่างเราก็แอบดีใจที่วิกฤตนี้เป็นจุดเปลี่ยนเล็กๆ ที่ทำให้ Aprilpoolday มีหน้าร้านให้เราได้ทดลองได้จับของจริงก่อนตัดสินใจ

“ข้อดีของการมีหน้าร้านก็คือลูกค้าจะได้ไปเห็นของจริง เครดิตของแบรนด์ก็ชัดเจนขึ้นว่าเราไม่ใช่ชุดของปลอมนะ แล้วเราก็เลือกเฉพาะร้านที่แข็งแรงมากๆ ทำให้ branding ของเราดีขึ้นด้วย” มิญช์เล่าถึงข้อดีของการเปลี่ยนจากขายออนไลน์เพียงอย่างเดียวมาสู่การวางจำหน่ายที่ Greyhound, Canvas และ The Selected ที่ Siam Center

นอกจากชุดว่ายน้ำแล้ว Aprilpoolday ยังมีกระโปรงที่เป็นสินค้ายอดฮิต และกระเป๋าแบบทรงต่างๆ โดยทุกๆ ผลิตภัณฑ์เกิดจากการคิดค้นและทดลองกว่า 6 – 7 เดือน เพราะเชื่อว่าของทุกอย่างที่ทำออกมาต้องไม่ใช่แค่สินค้าสวยงามแต่ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง “Aprilpoolday อาจจะเป็นที่รู้จักจากชุดว่ายน้ำ แต่เราไม่ได้ตั้งใจว่าเราจะเป็นร้านขายชุดว่ายน้ำ เราแค่เป็นร้านที่คิดว่าเราอยากจะแก้ปัญหาอะไร และสิ่งนั้นตอบโจทย์อะไร อย่างช่วงที่เปิดตัวกระเป๋าใหม่ยอดขายบนออนไลน์ไม่สู้ดีเท่าวางขายที่หน้าร้าน นี่ก็เป็นอีกข้อดีของการมีหน้าร้านให้ลูกค้าได้จับของจริง”

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

เมื่อถามถึงคำแนะนำสำหรับคนที่อยากจะเริ่มธุรกิจด้วยความรักบ้าง มิญช์ตอบโดยทันทีว่า

“ต้องวางแผนให้ดี เคยคิดนะว่าทำไมนักธุรกิจถึงอยู่เหนือดีไซเนอร์ เพราะสินค้าจะขายได้มันต้องเป็นสินค้าที่ดีไม่ใช่เหรอ แต่ความจริงแล้วในวัฏจักรของการทำธุรกิจและการบริหาร มีเรื่องการเงิน การวางแผน ความเสี่ยงการลงทุน พวกนี้มีความสำคัญมากไม่น้อยไปกว่าตัวสินค้าและบริการเอง ฉะนั้น เราต้องพัฒนาทั้งสองทักษะนี้ควบคู่กันไป ถ้าเราทำได้ไม่ดีเราก็ต้องหาคนมาช่วย หรือไม่เราก็ต้องศึกษา ต้องพยายามทำความเข้าใจ

วันแรกที่เราเริ่มต้น เราไม่มีความรู้ด้านนี้เลยทำให้ระบบข้างในมันยุ่งเหยิง แค่สมมติว่าเขาอยากจะสั่งพันชิ้น กำลังผลิตของเราไหวไหม เราจะจัดการระบบอย่างไร จะคุยกับโรงงานอย่างไร มันต้องเป็นหัวอีกฝั่งหนึ่ง นอกจากนี้ ทุกวันนี้ยังต้องรู้เรื่องกฎหมายด้วย (หัวเราะ)”

ก่อนที่คนทั้งคู่จะเล่าบรรยายไปถึงเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ และเรื่องภาษีต่างๆ เรารีบถามถึงก้าวต่อๆ ไปของ Aprilpoolday “ระหว่างทางเราก็ไปร่วมกับแบรนด์อื่นทำคอลเลกชันใหม่ มันดีตรงที่สิ่งที่เราไม่ถนัดเราไม่ต้องทำเอง ให้คนอื่นทำก็ได้ ช่วยๆ กันทำ ดีกว่าทำเองทุกอย่างนะ”

คุยกันมาถึงตรงนี้ เราก็ได้แต่ลุ้นและส่งกำลังใจให้กับก้าวต่อไปของ Aprilpoolday เพราะคงจะต้องสนุกสนานมากขึ้นแน่นอน และที่ตัดบทจบสั้นๆ นี้ก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก สายตาผู้เขียนกำลังจับจ้องหมวกว่ายน้ำที่เข้าชุดกับกางเกงท่อนล่างอยู่พอดี ถ้าคุณผู้อ่านไม่รังเกียจ ผู้เขียนขอตัวลาไปก่อน เพราะยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกซื้อสีและรุ่นไหนเป็นของขวัญเปิดคอลัมน์แก่ตัวเองดี

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
ภาพ: Aprilpoolday

The Rules

  1. มีความรับผิดชอบ “มันมีสิ่งที่ร้ายแรงกว่าการถูกเจ้านายตำหนิไม่รู้กี่สิบร้อยพันเท่าหากเราไม่ใส่ใจทำงานมากพอจนเกิดข้อผิดพลาด”
  2. ต้องเป็นคนละเอียดกับทุกเรื่องและไม่เกี่ยงงาน “ทุกอย่างที่ทำต้องใส่ใจกับมันอย่างละเอียด อย่างหน้าซองใส่ชุดเราก็ใส่ใจกับมันมากนะ สก็อตเทปที่แปะต้องใหญ่แค่ไหน เวลาใส่ชุดลงไปในซองชุดต้องหันออก พอลูกค้าเปิดออกมาจะเห็นชุดทันทีไม่ต้องกลับด้าน”
  3. มีธรรมะเยอะๆ “ในโลกธุรกิจมันโหดร้าย เราต้องทำให้จิตใจเราพร้อมที่จะแบกรับปัญหาได้ ปัญหามันเกิดขึ้นตลอดเวลาในทุกจุด”

 

APRILPOOLDAY

Website: aprilpoolday.com/
Facebook: aprilpoolday
Instagram: aprilpoolday

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load