ช่วงที่ผ่านมานี้เป็นช่วงกีฬาโอลิมปิก ก็จะเล่าอะไรต่างๆ นานาเกี่ยวกับกีฬากับคนอิตาเลียนก็แล้วกัน

เราอาจจะรู้จักอิตาลีในเรื่องกีฬาฟุตบอล แต่จริงๆ แล้ว กีฬาประเภทอื่นๆ อิตาลีก็ไม่เบา ขั้นที่ว่าติดอยู่ในอันดับ TOP 10 ของประเทศที่ครองเหรียญโอลิมปิก นอกจากนี้ โอลิมปิกฤดูหนาว นักสกีชาวอิตาเลียนก็ทำให้คู่แข่งหนาวเยือกไปกว่าอุณหภูมิบนยอดเขาขณะแข่งได้เช่นกัน

เท่านั้นพอ เพราะไม่รู้จะโหนอะไรโอลิมปิกอีกแล้ว จะสรุปเหรียญรางวัล การแข่งขันก็จบสิ้น ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อที่ไหนๆ ก็มีให้ดู

ถึงเป็นแชมป์โลก แต่กีฬาที่แพร่หลายที่สุดในอิตาลีกลับไม่ใช่ฟุตบอล
กาเบรียล เดตตี (Gabriele Detti) นักกีฬาว่ายน้ำของอิตาลี
ภาพ : www.spyit.it

เรามารู้จักคนอิตาเลียนกับการกีฬากันในเชิงสถิติหน่อยดีกว่า

คุณว่า คนอิตาเลียนโดยทั่วไปเป็นนักกีฬาไหม

จากแหล่งข้อมูลที่อ่านเจอบอกว่า คนอิตาเลียนครึ่งประเทศเล่นกีฬาติดต่อกัน 3 ปีขึ้นไป หรือไม่ก็ออกกำลังกายอย่างอื่น เช่น วิ่ง ขี่จักรยาน ฯลฯ แต่ก็มี 20 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่เคยเล่นกีฬาเลยนะ

ผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น แต่ถ้าดูในตารางสอนของเด็กอิตาเลียนก็จะประหลาดใจ เพราะในหลักสูตรมีวิชาพละศึกษาแค่ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้นเอง แต่ก็หาได้ทำให้วัยรุ่นเลือดร้อนอิตาเลียนย่อท้อไม่ สิ่งที่มีมาทดแทนคือ มีชมรมกีฬามากมายทั่วประเทศให้เด็กอิตาเลียนเข้าร่วมในเวลาว่าง

กีฬาที่แพร่หลายที่สุดในอิตาลีก็คงจะไม่พ้นฟุตบอล แต่ที่เล่นจริงๆ เยอะที่สุดคือว่ายน้ำ (14 เปอร์เซ็นต์) ฟุตบอลยังเป็นอันดับสอง (12 เปอร์เซ็นต์) ตามมาด้วยเข้ายิม (11 เปอร์เซ็นต์) บาสเก็ตบอล (7 เปอร์เซ็นต์) และเทนนิส (6 เปอร์เซ็นต์) ลดหลั่นกันตามลำดับ

ทีมฟุตบอลอิตาลีกับชัยชนะบอลโลกครั้งล่าสุด
ภาพ : www.huffingtonpost.it
ทีมฟุตบอลอิตาลีกับชัยชนะบอลโลกครั้งล่าสุด
ภาพ : www.huffingtonpost.it

ความแพร่หลายหรือความฮิตของกีฬาฟุตบอลนี้ สำหรับคนอิตาเลียนแล้ว มิได้หมายถึงการลงวิ่งไล่เตะลูกกลมๆ ในสนามด้วยตัวเองอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่รวมไปถึง ‘นักกีฬาบนโซฟา’ (gli sportivi sul divano) ด้วย อันเป็นคำเรียกคนอิตาเลียนที่เชียร์เฮๆ กันอยู่หน้าจอทีวี

อันว่ากีฬาฟุตบอลนี้ ก็ใช่ว่าจะมีแต่ทีมชาย ทีมฟุตบอลอิตาเลียนหญิงก็ได้ชื่อว่าบู๊ล้างผลาญอยู่ใช่หยอกอยู่เมื่อไร

แต่จริงๆ แล้ว จากสถิติ ผู้หญิงจะชอบยิมนาสติกมากกว่า รวมไปถึงการเต้นรำด้วย แต่น่าจะหมายถึงการติดตามดู เพราะในรายการความนิยมเล่นด้านบนก็ไม่มียิมนาสติกนะ

ถึงจะบอกว่าเล่นกีฬากันครึ่งประเทศ แต่ก็ใช่ว่าอีกครึ่งประเทศจะอยู่นิ่งๆ เพราะก็อาจจะเป็นกองเชียร์อยู่ก็ได้ ทั้งทางโทรทัศน์ สนามกีฬา แล้วก็ตามหน้าหนังสือพิมพ์

หนังสือพิมพ์กีฬาในอิตาลีมี 3 ฉบับคือ 

  1.  La Gazzetta dello Sport
  2.  Corriere dello Sport
  3.  Tuttosport

เล่มที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์คือเล่มแรก La Gazzetta dello Sport เพราะพิมพ์ด้วยกระดาษสีชมพูทั้งเล่ม

หนังสือพิมพ์ La Gazzetta dello Sport ฉบับตีพิมพ์ในกระดาษสีชมพูเป็นครั้งแรก
ภาพ : it.wikipedia.org/wiki/La_Gazzetta_dello_Sport#/media/File:Gazzetta_Sport_2-1-1899.jpg
หนังสือพิมพ์ La Gazzetta dello Sport ฉบับตีพิมพ์ในกระดาษสีชมพูเป็นครั้งแรก
ภาพ : it.wikipedia.org/wiki/La_Gazzetta_dello_Sport#/media/File:Gazzetta_Sport_2-1-1899.jpg 

สีชมพูของกระดาษหนังสือพิมพ์นี้เกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งกับการแข่งขันจักรยานรายการใหญ่ของอิตาลีที่ชื่อ Giro d’Italia ซึ่งหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ก่อตั้งและจัดทุกปีนับตั้งแต่ ค.ศ. 1909 เป็นต้นมา โดยรางวัลของการแข่งขันนี้ คือเสื้อรางวัลที่เป็นสีชมพู เรียกเป็นภาษาอิตาเลียนว่า Maglia rosa (มาล-เยีย-รอ-ซา)

การแข่งขันจักรยาน Giro d’Italia นั้นอาจจะไม่ดังเท่า Tour de France แต่ความหินนั้นไม่เป็นรองใคร เนื่องจากภูมิประเทศของอิตาลีนั้นอาจเรียกได้ว่า เป็นภูเขาทั้งประเทศ เส้นทางของจักรยานคือการขึ้นลงภูเขาที่ทั้งชันทั้งแคบตลอดระยะเวลาของการแข่ง

เส้นทางการแข่งขันจักรยานจีโร ดิตาเลีย ค.ศ. 2021
ภาพ : www.repubblica.it
เส้นทางการแข่งขันจักรยานจีโร ดิตาเลีย ค.ศ. 2021
ภาพ : www.repubblica.it

แต่ความหลงใหลในความเร็วของคนอิตาเลียนก็ไม่ได้มีแค่นั้น แน่นอน ทุกคนรู้จักการแข่งขันรถฟอร์มูลาวันเป็นอย่างดี และแฟร์รารีของอิตาลีก็เป็นดาวเด่นที่ทุกคนจับตามอง

การแข่งขันที่ไม่ค่อยเป็นข่าวในไทยเท่าใดนักคือสกี อิตาลีมีนักสกีที่เก่งๆ หลายคน ตอนที่ไปเรียนเมื่อ ค.ศ. 1992 นั้น อัลแบร์โต ตอมบา (Alberto Tomba) ซึ่งเป็นชาวโบโลญญาเพิ่งชนะมา ไปไหนมาไหนเห็นแต่รูปพี่เขาเต็มไปหมด

การแข่งขันฟุตบอลในอิตาลีนั้น รายการสำคัญที่สุดคือ การชิงชัยในสาย A (Serie A) รางวัลคือ Scudetto ที่แปลว่า ตราอาร์มเล็กๆ 

ถึงเป็นแชมป์โลก แต่กีฬาที่แพร่หลายที่สุดในอิตาลีกลับไม่ใช่ฟุตบอล
ภาพ : it.wikipedia.org

ส่วนทีมชาติอิตาลีนั้น (โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล) มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า อัซซูรี อันมาจากคำว่า Azzurri ที่แปลว่าสีน้ำเงินอมฟ้า อันเป็นสีเสื้อทีมชาติของอิตาลี

หากถามว่าทำไมทีมชาติอิตาลีใส่เสื้อสีนี้ คำตอบแบบสั้นๆ คือ เป็นสีประจำราชวงศ์ซาวอย ซึ่งเป็นประมุขของประเทศ ส่วนคำตอบแบบยาวกว่านี้ (อีกนิดหนึ่ง) ตามดูได้ที่ช่อง YouTube ของฉันเอง 

ส่วนประสบการณ์ส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอิตาเลียนนั้น นอกจากเคยเป็นล่ามให้ โรแบร์โต้ บัจโจ (Roberto Baggio) ในรายการ เจาะใจ เมื่อ พ.ศ. 2539 แล้ว ก็แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีอะไร อ้อ มีหนหนึ่งเกือบตายอยู่กลางโรม 555 นึกออกแล้ว

ตอนนั้นกลับไปอิตาลี ไปเป็นล่ามในคณะละครของคณะฯ ที่ตัวเองทำงานนี่ล่ะ อากาศเย็นกว่าที่คิด เริ่มหนาวหู ก็แวะดูตามร้านว่ามีหมวกอะไรที่สวยและถูกพอจะประทังไปได้บ้าง ก็ให้ถูกชะตากับหมวกไหมพรมใบหนึ่ง สีฟ้าขาว มีเขียนคำว่า Lazio ซึ่งเป็นชื่อแคว้นอันเป็นที่ตั้งของโรม รู้แหละว่าเป็นชื่อทีมฟุตบอลด้วย แต่ก็เป็นทีมอยู่ในแถวนี้นี่ น่าจะปลอดภัยกว่าใส่หมวกทีมอื่นน่า

ว่าแล้วก็เดินดำเนินนาด ค่อยเยื้องยาตรยกย่างไปกลางโรม ผู้คนก็พากันมอง ไม่เท่านั้น ตำรวจก็มองแล้วก็คุยๆ หยอกๆ ว่าระวังนะ จนกระทั่งเดินเข้าไปในร้านหนึ่งนั่นละ เจ้าของเป็นหญิงวัยรุ่น เฮ้วๆ ลุยๆ เธอก็ทักด้วยประโยคอันสุนทรว่า

“อยากตายใช่มั้ย”

หา…

เธอเห็นเหวอจริงเธอก็ถามว่า หมวกเนี่ย เชียร์ทีมนี้เหรอ ก็บอกเธอว่า เปล่า เห็นสีมันสวยดี เธอตอบว่า

“ถอดเถอะ เมื่อไม่กี่วันก่อน แฟนบอลทีมนี้กับทีมโรมาเพิ่งฆ่ากันตาย เขากำลังกลัวว่าจะมีการเอาคืนกัน”

ไม่บอกให้ถอด ก็ต้องถอดล่ะ

และนั่นละ คือประสบการณ์ตรงประสบการณ์เดียวที่มีกับกีฬาฟุตบอล… ในอิตาลี

ข้อมูลอ้างอิง
Giulia De Savorgnani, Italia per stranieri, Alma Edizioni 2016

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

เป็นเรื่องที่คนขอให้เขียนถึงเยอะที่สุด แต่ก็ไม่กล้าเขียน เพราะไม่ได้เชี่ยวชาญทางนี้ แต่ถ้าจะให้พูดถึงความรู้เล็กๆ น้อยๆ ล่ะก็ อ้ะ พอไหว ทัวร์อย่ามาลงนะ กลัว

อนึ่ง ท่านที่คุ้นๆ ว่าเหมือนเคยอ่านอะไรทำนองนี้มาแล้ว มันไม่ใช่เดจาวู มันคืออันนี้ กินอย่างอิตาลีคืออย่าโยนขนมปัง ไม่ขอ Ketchup ในร้านพิซซ่า และดื่มเอสเปรสโซตบท้ายเท่านั้น

อาหารอิตาเลียนคืออะไร

ก่อนจะไปไหนต้องแถลงนิยามกันก่อนใช่ไหม เนื่องจากอิตาลีเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อาหารอิตาเลียนจึงอยู่ในหมวดอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งนั่นก็คืออาหารที่มีมะกอก ข้าวสาลี และองุ่น เป็นพื้นหลัก

อาหารอิตาเลียนเป็นอาหารที่เครื่องปรุงรสน้อย มือใหม่หัดทำอาหารอิตาเลียนจึงอาจพบว่า เปิดตำราอาหารดูก็ไม่น่าจะยากอะไร แต่ทำไมพอทำออกมาแล้วอร่อยไม่เท่ากับที่ใจอยากให้อร่อย เคล็ดลับอยู่ที่ความสดของวัตถุดิบนั่นเอง แม่บ้านอิตาเลียนให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัตถุดิบมาก ต้องจ่ายตลาดเอง จะต้องเลือกร้านเอง เลือกเนื้อเอง กับอีกอย่างคือเรื่องน้ำหนักมือ จังหวะเวลา อะไรที่คำนวณด้วยนาฬิกาหรือถ้วยตวงเป๊ะๆ ไม่ได้ อันนี้ต้องยกเครดิตให้ประสบการณ์ของเขานะ

พูดถึงการคำนวณเวลา ตัวอย่างที่ดีคือเรื่องการต้มสปาเก็ตตี้ หลายคนอาจรู้จักคำว่า ‘อัล เดนเต’ (al dente) แต่จังหวะการต้มเส้นให้อัลเดนเตนั้นไม่ง่ายเลย คือต้องมีความนุ่มหนึบข้างนอกและกรุบนิดๆ อยู่ข้างใน แต่เมื่อกัดไปแล้วต้องไม่มีไตสีขาวอยู่ในเส้น ของอย่างนี้นึกไม่ออกว่าจะสอนกันได้ยังไง ถ้าไม่ยืนกันอยู่หน้าหม้อหน้าเตา แล้วสาวเส้นขึ้นมากัดกินด้วยกันทั้งคู่ทั้งครูทั้งศิษย์

คนอิตาเลียนกับอาหารของเขา

คนอิตาเลียนมีลิ้นรับรสตามขนบมากๆ เช่น หากกินของคาวก็จะต้องไม่มีรสหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากน้ำตาล หากเป็นจากผักเช่นมะเขือเทศหรือหัวหอมใหญ่ไม่เป็นไร

กระนั้น ก็ใช่ว่าจะรังเกียจรสหวาน ใครเคยกินขนมหวานอิตาเลียนแล้วจะซาบซึ้งแก่ใจ ในขณะที่มือหนึ่งหยิบขนมเข้าปาก อีกมือแทบจะถือเลื่อยเตรียมตัดขากันเลยทีเดียว ส่วนเนยและนมนั้น ก็ต้องเป็นรสอย่างนั้นแหละ นมกล่องรสสตรอว์เบอร์รี่ นมข้นหวาน เนยเค็ม ฯลฯ อิตาเลียนไม่ปลื้ม

ไปอิตาลีกินอะไรดี

อิตาลีเป็นประเทศที่แหย่ลงไปในทะเล เพราะฉะนั้นแทบทุกแคว้นติดทะเล หลายท่านจึงคิดว่าควรสั่งอาหารทะเลเป็นอย่างยิ่ง แต่ดูก่อนภราดรทั้งหลาย อันว่าแคว้นนั้นย่อมใหญ่โตกว้างขวาง มีทั้งส่วนที่ติดทะเลและไม่ติดทะเล ด้านไม่ติดทะเลจึงไม่ได้โดดเด่นเรื่องอาหารทะเล แต่อาจจะไปโดดเด่นเรื่องเนื้อสัตว์อย่างอื่น หรืออาหารแปรรูปประเภทไส้กรอก ฯลฯ แทน

นอกเหนือจากหมู เนื้อ ไก่ ปลา และอาหารทะเลทั่วๆ ไปแล้ว เนื้อสัตว์ที่พบบ่อยคือ แกะ (agnello) หมูป่า (cinghiale) และกระต่าย (coniglio) ให้ภาษาอิตาเลียนไว้ด้วย เกิดเจอในเมนู

เที่ยวไป กินไป ของดีประจำเมือง

มิลาน – ริซอตโต (risotto) หมูชุบแป้งทอด (cotoletta)

อาหารอิตาเลียนแท้ประจำมิลาน โรม นโปลี โบโลญญา และรสชาติที่อิตาเลียนปลื้มเป็นอย่างไร
ภาพ : commons.wikimedia.org

ทั้งสองสิ่งนี้ มักมีนามสกุลต่อท้ายว่า alla milanese อ่านว่า อัลลา มิลาเนเซ อันแปลว่า แบบมิลาน สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ริซอตโตแบบมิลานอันมีสีเหลืองทองอร่ามของหญ้าฝรั่นนั้น มีความลับที่คนมิลานไม่อยากบอกคือ อันว่าหญ้าฝรั่นนั้น ต้องไปสั่งมาจากแคว้นอื่น แคว้นดังกล่าวคืออบรุซโซ ที่อยู่ตอนกลางระนาบเดียวกับโรมนั่นเอง

อาหารอิตาเลียนแท้ประจำมิลาน โรม นโปลี โบโลญญา และรสชาติที่อิตาเลียนปลื้มเป็นอย่างไร
ภาพ : www.granconsigliodellaforchetta.it

ส่วนหมูชุบแป้งทอดอันมีหน้าตาเหมือนทงคัตสึนั้น มีคู่แข่งที่สูสีกันมากคือ schnitzel (ชนิต-เซิล) ของเวียนนา ความแตกต่างก็คือ ของเวียนนาเนื้อจะบางและแผ่นใหญ่ ส่วนของมิลานจะไม่ใหญ่เท่าแต่หนานุ่มอู้ฟู่

เจนัว – เปสโต (pesto)

อาหารอิตาเลียนแท้ประจำมิลาน โรม นโปลี โบโลญญา และรสชาติที่อิตาเลียนปลื้มเป็นอย่างไร
ภาพ : pxhere.com

เปสโตก็มักจะมีนามสกุลต่อท้ายว่า alla genovese อ่านว่า อัลลา เจโนเวเซ อันแปลว่า แบบเมืองเจนัวหรือที่ในภาษาอิตาเลียนเรียก เจโนวา นั่นเอง

เปสโตมีหน้าตาเหมือนน้ำพริกเผาสีเขียว ทั้งนี้เพราะส่วนผสมหลักคือโหระพา (basilico) ตามมาด้วยกระเทียม เมล็ดสน เนยแข็ง น้ำมันมะกอก ฯลฯ เปสโต้มีความหมายว่า บด ตำ ในภาษาอิตาเลียน ทั้งนี้เพราะตามตำนานเล่าว่า ผู้คิดสูตรเปสโตคือบาทหลวงท่านหนึ่งที่ออกไปเก็บผักหญ้า เจออะไรก็เก็บๆ มาแล้วมาตำๆ ๆ ๆ ปรากฏว่าอร่อย คนก็เลยทำตามกันมา

ตามปกติเรามักคุ้นเคยกับเปสโตในฐานะซอสคลุกเส้นปาสต้า แต่จริงๆ แล้วเปสโตสามารถนำไปทำเป็นออเดิร์ฟหรือจานเนื้อได้ด้วย

โบโลญญา

โบโลญญาเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย แต่ที่ขึ้นหน้าขึ้นตาว่าต้องลองจริงๆ มีอยู่ 3 อย่าง

  1. ตอร์เตลลีนี (tortellini) เรียกง่ายๆ ว่าเกี๊ยว นั่นเอง
  2. ไส้กรอกมอร์ตาแดลลา (mortadella) หรือที่คุณเรียกว่าโบโลน่านั่นละ (ดูเรื่องราวเพิ่มเติมได้ในคลิปนี้)
  3. ปาสตาซอสเนื้อ
อาหารอิตาเลียนแท้ประจำมิลาน โรม นโปลี โบโลญญา และรสชาติที่อิตาเลียนปลื้มเป็นอย่างไร
ภาพ : www.flickr.com/photos/bocadorada

สำหรับปาสต้าซอสเนื้อที่ตามร้านต่างๆ (แม้แต่ในอิตาลีเอง) ก็มีเมนูว่า Spaghetti alla bolognese อันแปลว่า ‘สปาเก็ตตี้แบบโบโลญญา’ นั้น คุณอาจจะไม่ได้เห็นในเมนู หรือไม่ได้ยินคนโบโลญญาสั่งอาหารดังกล่าว เนื่องจากประการแรก เส้นปาสต้าที่นิยมกันมากกว่าคือ tagliatelle (ตัลยาแตลเล) อันเป็นปาสต้าโฮมเมดเส้นแบนผสมไข่ ซึ่งเป็นรูปแบบปาสต้าที่นิยมกันทางภาคเหนือมากกว่าสปาเก็ตตี้ ซึ่งเป็นเส้นกลมแบบแห้งอันเป็นที่นิยมทางใต้ ประการที่สอง ซอสเนื้อแบบนั้น คนโบโลญญาเรียก รากู (ragù) ดังนั้น ถ้าอยากกินแบบโบโลญญาแท้ๆ คุณพึงสั่งด้วยชื่อว่า ตัลยาแตลเล อัล รากู (tagliatelle al ragù)

ฟลอเรนซ์ – สเต๊กแบบฟลอเรนซ์

อาหารอิตาเลียนแท้ประจำมิลาน โรม นโปลี โบโลญญา และรสชาติที่อิตาเลียนปลื้มเป็นอย่างไร

Bistecca alla fiorentina (บิสเตคคา อัลลา ฟีโยเรนตีนา) ทำจากเนื้อลูกวัวพันธุ์เฉพาะ จานหนึ่งหนักเป็นกิโล และต้องกินแบบกึ่งดิบด้วย หรือผ่านไฟแค่ 3 – 4 นาทีเท่านั้น และห้าม! ขอให้ย่างสุกกว่านี้ เพราะคนฟลอเรนซ์จริงจังมากกับเรื่องนี้ คือถ้าคิดจะกินสเต๊กแบบฟลอเรนซ์ ต้องกินอย่างที่มันเป็นเท่านั้น

โรม – สปาเก็ตตี้คาร์โบนารา

อาหารอิตาเลียนแท้ประจำมิลาน โรม นโปลี โบโลญญา และรสชาติที่อิตาเลียนปลื้มเป็นอย่างไร
ภาพ : blog.giallozafferano.it

คาร์โบนาราแบบดั้งเดิมจะต้องไม่ใส่ครีมหรือนมใดๆ ชีสที่ใช้ต้องเป็นเปโครีโน (pecorino) เท่านั้น (พาร์มีซานชีสถือเป็นของข้ามแคว้น) และความเหลืองวาวของเส้นอยู่ที่ไข่แดงที่คลุกกับเส้นร้อนๆ ครึ่งดิบครึ่งสุกนั่นเอง

นโปลี – พิซซ่า

รสชาติแท้ทรูที่ชาวอิตาลีกิน ไม่ใช่มักกะโรนีผัดขี้เมา สปาเกตตี้โบโลญญา หรือไส้กรอกโบโลน่า

รู้จักพิซซ่าให้ดีขึ้นอีกนิดจากตอน พิซซ่าอิตาเลียนแท้เป็นยังไง ทำไมไม่ใส่สับปะรดและ Ketchup แถมห้ามพาไปกินในเดทแรก

ก่อนจบ คุณรู้หรือไม่ว่า…

  1. ไม่มีผัดมักกะโรนีขี้เมาในอิตาลี อันนี้คุณคงเดาได้ไม่ยาก จะขี้เมาหรือไม่เมาก็ไม่มี นอกจากคนอิตาเลียนจะไม่เรียกสิ่งนั้นว่ามักกะโรนี แต่เรียกว่า มักเกโรนี (maccheroni) แล้วซอสมะเขือเทศ (ketchup) ก็ยังเป็นสิ่งแปลกปลอมในอาหารอิตาเลียนเสียอีก (อย่าลืม คติการกินแบบอิตาเลียนคือ กินของคาวต้องไม่มีหวานแทรก)
  2. ไม่มี Italian dressing ในอิตาลี คนอิตาเลียนปรุงสลัดด้วยน้ำมันมะกอกอย่างดี เกลืออย่างดี และบัลซามิกอย่างดีเท่านั้น
  3. ไม่ใช่แค่ ketchup อิตาลีแทบไม่มีเครื่องจิ้มเลยด้วยซ้ำ ถ้าคุณสั่งอาหารทอด เชื่อว่าอย่างมากสุดที่เขาจะให้มาด้วยคือมะนาวฝาน
  4. สปาเก็ตตี้มีทบอล ไม่ใช่อาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม ถ้าสั่งแล้วเขาไม่มี ไม่ใช่เรื่องแปลก

จริงๆ เป็นคนกินอาหารอิตาเลียนได้ตลอดเวลา แต่ไม่ได้รักอะไรขนาดนั้น ส่วนหนึ่งเพราะพบว่า อาหารอิตาเลียนโดยเฉพาะอาหารจานเนื้อนั้นเค็มเกินไปสำหรับลิ้นตัวเอง

ถามว่าชอบกินอาหารอิตาเลียนอะไรที่สุด คำตอบไม่ได้อยู่ในนี้เลยคือ ข้าวปั้นทอดแบบอิตาเลียน ซึ่งมีหลายแบบหลายชื่อ เช่น สุปปลี (supplì) ของโรม อารันชีโน/อารันชีนา (แล้วแต่จะเรียก) ของเกาะซิซีลี (บางคนบอกว่าอารันชีโนทำเป็นสามเหลี่ยม อารันชีนาทำเป็นลูกกลมๆ ) บางทีคิดถึงมากก็จะกินยำแหนมคลุกข้าวทอดแทนเอา

รสชาติแท้ทรูที่ชาวอิตาลีกิน ไม่ใช่มักกะโรนีผัดขี้เมา สปาเกตตี้โบโลญญา หรือไส้กรอกโบโลน่า
ภาพ : ricette.giallozafferano.it

ทั้งนี้ ถึงไม่จำเป็นต้องบอกก็ต้องบอกว่า อาหารอิตาเลียนมีมากกว่านี้มาก และอาหารเหล่านี้ทั้งหมดสามารถหากินได้ทั่วทั้งอิตาลีและน่าจะทั่วโลกด้วย

ขอจบบทความนี้แต่เพียงเท่านี้ เพราะทรมานมาก นั่งน้ำลายสอตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงตรงนี้

Buon appetito! (บวน นัปเปตีโต) ขอให้สุโขกับอาหารของท่าน ไม่ว่ามันจะเป็นอาหารชาติใดก็ตาม!

ข้อมูลอ้างอิง 

www.travel365.it

www.agrodolce.it

www.artigianagenovese.com

www.unesco.it/it

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load