ธงสีรุ้งที่โบกสะบัดหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โสเภณีพัทยา ชายชอบแต่งหญิง เกย์ไร้บ้าน และสารพัดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเพศในสังคมไทย คือเรื่องราวที่เราเคยเห็นผ่านตาจาก Spectrum เพจและเว็บไซต์ที่เล่าเรื่องความหลากหลายทางเพศได้อย่างลึกซึ้งถึงเครื่อง ตีแผ่และลงลึกประเด็นเกี่ยวเนื่องกับเพศอย่างแยบคาย น่าจับตามอง แตกต่างจากสื่ออื่นๆ อย่างสิ้นเชิง จนได้รับรางวัลด้านสื่อสร้างสรรค์ ประเภทสื่อออนไลน์ จาก Ardhanareeswara Award ในปี 2019

สเปกตรัมทำให้เราเห็นว่าเรื่องเพศและเรื่องราวของ LGBT+ ไหลเวียนอยู่ในสังคม เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เราเลยอยากพาไปทำความรู้จักแนวคิดเบื้องหลังการทำสื่อที่เป็นพื้นที่ความคิดของทุกสีสัน


สื่อใหม่ในเรื่องเพศ

เห็นประเด็นหลากหลายขนาดนี้ จริงๆ Spectrum เพิ่งตั้งมาปีครึ่ง เริ่มจาก โอ๋-อภิสิทธิ์ อัศวะภูมิ สร้างพื้นที่ให้คนส่งเรื่องเข้ามา

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

“เราเล่าเรื่อง Gender Issues คือความหลากหลายทางเพศ ไม่ได้หมายความว่าทำแค่เรื่อง LGBT+ นะ เรื่องผู้ชายผู้หญิง (Straight) ก็มีหลายประเด็น เราอยากทำเพจที่พูดเรื่องเพศในประเทศไทย เพราะเรื่องเพศเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน ก่อนหน้านี้สื่อที่ทำเรื่อง LGBT+ มี แต่ยังไม่เท่ากับคำว่า ‘ความหลากหลายทางเพศ’ ”

บรรณาธิการบริหารสื่อเพื่อความหลากหลายทางเพศอธิบายจุดเริ่มต้นของสื่อใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Chamni’s Eye ครีเอทีฟโปรดักชันเฮาส์ที่เชี่ยวชาญการเล่าเรื่อง มีจุดแข็งที่ภาพถ่ายและวิดีโอที่เฉียบคม

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

“ช่วงแรกๆ เป็นเรื่องราวของคนทางบ้านที่ประสบปัญหา ที่เขาเจออคติเรื่องเพศหลายๆ ด้าน เช่น พ่อแม่ไม่ยอมรับ เป็น Sex Worker แล้วสังคมรังเกียจ หรืออาจเป็นเด็กวัยรุ่นที่โดนล้อว่าเป็นคนข้ามเพศแล้วยังตัวดำอีก พอทำไปก็ขยายกลายเป็นพื้นที่ให้คนสนใจประเด็นเกี่ยวกับเพศ เกี่ยวกับสังคมวิทยาได้เข้ามาทำงานร่วมกัน

“ก่อนหน้านี้สื่อมักพูดเรื่อง LGBT+ ด้วย Stereotype ซ้ำๆ และมิติที่เล่าก็ยังแคบอยู่ มันเป็นเหมือนบ้านที่ทุกคนมีห้องนะแต่ทุกคนไม่มานั่งเล่นด้วยกัน สื่อแยกห้องกันอยู่ แล้วพอเป็นห้องรวมส่วนใหญ่มันสะท้อนกันเรื่องเดิมๆ อย่างจุดจบความหลายทางเพศที่ไม่ดี ข่าวที่รุนแรง มันมีแค่ภาพเดียวไปหน่อย สังคมเลยไม่ได้เห็นความเป็นไปของชีวิตในด้านอื่นๆ กับยังไม่ค่อยมีพื้นที่เหมือนห้องนั่งเล่นใหญ่ ให้กลุ่มคนหลากหลายทางเพศอยู่รวมๆ กัน ได้รู้จักกันเองมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แต่ละกลุ่มอยู่ในพื้นที่ตัวเอง เกย์อยู่กลุ่มหนึ่ง เลสเบี้ยนอยู่กลุ่มหนึ่ง หรือสนใจนางงามอยู่ด้วยกัน เที่ยวที่แบบนี้อยู่ด้วยกัน ไม่ค่อยมีการผสานโลกกันมากเท่าไร สื่อก็เลยถูกทำมาเพื่อห้องห้องหนึ่ง ตอบโจทย์เฉพาะบางกลุ่มไป

“บางสื่อพูดเรื่องเหล่านี้เยอะแต่ก็เน้นทำเพื่อขาย เช่น ซีรีส์วาย หรือเป็นสื่อที่พูดหลายเรื่อง ไม่ได้เจาะแต่เรื่องเพศ ดังนั้นเลยไม่ได้ครอบคลุมประเด็นทั้งหมด ปัญหาคือคนที่มีความเป็นอื่นเนี่ย มีสิทธิ์มีเสียงน้อย มีห้องนั่งเล่นใหญ่ๆ ได้มาอยู่ร่วมกันน้อย เราอยากทำให้เสียงของคนหลายๆ กลุ่มดังขึ้นมาเท่าๆ กัน และได้มาใช้เวลาด้วยกันผสานโลกกับทุกๆ คนในสังคมมากขึ้น” เดียว–ภัทรดล วีระชัยณรงค์ Content Creator ขยายความสมทบ

เพศ และอื่นๆ

“ประเด็นเรื่องเพศเราก็มี ประเด็นเรื่องอัตลักษณ์ชายขอบอื่นๆ ก็มีแทรกอยู่ เช่น LGBT+ ที่เป็นคนไร้บ้าน เขาถูกผลักออกไปอยู่ชายขอบมากกว่าเดิมอีก มีสิทธิ์มีเสียงน้อยกว่า LGBT+ ชนชั้นกลาง เราพยายามทำเรื่องเพศไม่ให้แปลกแยกออกจากเรื่องอื่นๆ เราอยากแสดงให้เห็นว่าประเด็นเรื่องเพศมันอยู่ในหลากหลายมิติของชีวิต เช่น การแพทย์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ธรรมชาติ สังคม อื่นๆ” โอ๋แจงความตั้งใจของทีมงาน

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

แนต-อรณี รัตนวิโรจน์ Content Creator อีกคนเล่าว่า คนที่ติดตามสเปกตรัมเป็นวัยทำงาน อายุ 20 ปลายๆ ขึ้นไป แต่จริงๆ แล้วมีความตั้งใจอยากจะสื่อสารถึงคนทุกกลุ่มทุกวัย ให้เข้าใจมิติเรื่องเพศได้ง่ายที่สุด ส่วนเรื่องที่ได้รับการพูดถึงในวงกว้างมีหลายประเด็น เช่นเรื่อง Sex Worker พัทยาที่รัฐบาลปฏิเสธว่าไม่มีอยู่จริง เรื่องการแพทย์อย่างเพจน้องสาว ที่คนเข้ามาศึกษาเรื่องสุขภาพทางเพศ เรื่องน้องหนูเปีย ผู้ชายที่ชื่นชอบการแต่งตัวสไตล์หวานๆ หรือเรื่องคุณแซ็ค LGBT+ ที่เป็นคนไร้บ้าน

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

ภาพ : Spectrum

“เดาว่าหลายคนคงรู้สึกเซอร์ไพรส์และอยากรู้เรื่องราวมากขึ้น ซึ่งเป็นเซอร์ไพรส์ในทางที่ดีนะ มีคนเคยหาญาติที่เป็นคนไร้บ้านเจอจากสื่อของเราด้วย แต่เรื่องที่คนไม่เข้าใจ รับไม่ได้ก็มี บางทีเราลงเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องบวก เล่าถึงการลิดรอนสิทธิบางประการผ่านกฎหมาย บางคนก็ไม่เข้าใจว่าเล่าทำไม มองว่าต้องนำเสนอแต่เรื่องดีๆ ของ LGBT+ เท่านั้นสิ

“สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ว่าอะไรถูกต้อง และเราทำอะไรอยู่ เห็นภาพเดียวกันเวลาคุยกัน” บรรณาธิการสรุปแนวทางของสื่อในมือ

ความชัดเจนของสเปกตรัมตรงใจใครหลายคน และทำให้การหาคนหรือประเด็นมาสัมภาษณ์ได้รับความร่วมมือดี บางคนยอมเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวอย่างละเอียด บางทีก็มีกรณีนักเรียนมาเล่าปัญหาทัศนคติของโรงเรียน เรื่องการใช้คำว่าเบี่ยงเบนทางเพศให้รับรู้ เนื้อหาของสเปกตรัมจึงเข้มข้น ตรงไปตรงมา และเป็นที่ถกเถียงสนใจของสังคมเสมอ

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

ภาพ : Spectrum

ห้องพูดเรื่องเพศ

ท่ามกลางผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน สเปกตรัมพบว่า มีผู้อ่านหรือผู้ชมส่งข้อความหรือเรื่องราวเรื่องเพศมาปรึกษาเยอะมาก เลยตั้งกลุ่มปิดให้ผู้มีคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพศ มาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันโดยไม่ถูกตัดสินหรือล้อเลียน

“ตอนนี้มีสมาชิกมากกว่าห้าพันคนแล้ว คนในกลุ่มพร้อมจะให้คำปรึกษากัน เราเน้นเรื่องสังคมและการแพทย์ ไม่ได้ลงภาพอนาจารนะคะ ประเด็นหลักๆ สามอันดับแรกที่คนถาม หนึ่งคือจะท้องมั้ย ไม่ว่าหลั่งใน หลั่งนอก หรือใส่ถุงยาง คนขาดความรู้เรื่องนี้เยอะมาก สองคือเรื่องหลั่งช้า หลั่งเร็ว มีวิธีแก้ยังไงบ้าง สามคือปรึกษาปัญหาชีวิต เช่น พ่อแม่และครอบครัวไม่ยอมรับ ทำยังไงดี นอกจากนั้นก็มีปัญหาเพศศึกษา ทำนั่นทำนี่ไม่เป็นบ้าง เห็นเลยว่าเด็กไทยหรือวัยรุ่นไทยขาดความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย บางทีแค่คำว่าเซ็กซ์ คำว่าจู๋ จิ๋ม ก็ไม่กล้าพูด เลยอยากพยายามช่วยเรื่องนี้ สร้างพื้นที่ที่เข้าถึงคนกลุ่มนี้ให้มากที่สุด เพื่อให้เขามีเซ็กซ์ที่ปลอดภัย รวมถึงผู้ใหญ่ด้วย”

ป๋อมแป๋ม-นภัสชล บุญธรรม กราฟิกดีไซเนอร์ที่ควบตำแหน่งผู้ดูแลกลุ่มนี้เอ่ย ชาวสเปกตรัมเห็นพ้องต้องกันว่า กรอบศีลธรรมกีดกันความรู้เรื่องเพศไปจากคนไทย ทำให้ผู้คนมีคำถามเกี่ยวกับเซ็กซ์ แต่ไม่ได้รับการสอนหรือบอกกล่าวให้ถูกต้อง

“เราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินแทนว่าอายุเท่าไหร่ควรมีเซ็กซ์ได้ เพราะการเติบโตของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ก็ควรเป็นช่วงที่ผ่าน Puberty แล้ว ถึง Age of Consent คือตัดสินใจเองได้ มีความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ ปัญหาคือผู้ใหญ่บางคนก็ไม่รู้นะ ไปเจอชีวิตจริงไม่เหมือนในหนัง กลายเป็นปัญหาก็มี” เดียวเสริมประเด็นเพศศึกษาในเพจ

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

ภาพ : Spectrum

หนทางอันยาวไกล?

“เราต้องการความเท่าเทียม ซึ่งจะมาไม่ได้เลยถ้าไม่แก้กฎหมาย ชอบมีคนถามว่าเรียกร้องมากอย่างนี้ เท่าไหร่ถึงจะพอ ก็ตอบได้เลยว่าจนกว่าจะเท่าเทียม แค่นั้นเลย การเมืองกับเรื่องเพศมันแยกกันไม่ได้ เห็นชัดเลยว่าความไม่เท่าเทียมยังมีอยู่จริง ทุกประเทศที่ LGBT+ มีสิทธิ์มีเสียงคือประเทศที่มีประชาธิปไตย ตัวอย่างในประเทศอื่นก็มีให้เห็น อย่างฟินแลนด์มีระบบการศึกษาและกฎหมายที่สร้างความเท่าเทียมทางเพศ เห็นคนเท่ากัน ให้สิทธิขั้นพื้นฐานแก่คนเท่ากัน”

“แต่เราก็ได้เรียนรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา ขนาดการเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าส้วมของคนไทยจากนั่งยองๆ มาเป็นใช้ชักโครก ทุกวันนี้ยังเถียงกันไม่จบเลย เรื่องเพศที่ถูกกดทับมานาน ยิ่งต้องใช้เวลาอีกมาก อดทนกับกระบวนการทุกอย่าง บางทีแนวคิดใหม่เข้ามา ไม่ใช่ว่าเราจะได้ผลลัพธ์ไวๆ ต้องเข้าใจว่าเราไม่ได้อะไรดั่งใจไปทุกอย่าง แต่เราก็ต้องทำไปเท่าที่ทำได้ ประเด็นนี้เข้มข้น เปลี่ยนได้ยาก ต้องอาศัยพลังการขับเคลื่อนให้เปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง และที่ปฏิเสธไม่ได้คือเรื่องเวลา ซึ่งก็หวังว่าอย่าช้านักเลย”

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

ภาพ : Spectrum

ช่วงเวลาขลุกขลักแบบนี้ สังคมไทยก็ยังมีความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าให้เห็นบ้าง เช่น มี ส.ส. LGBT+ ในสภา เปิดประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ และ LGBT+ ก็ปรากฏตัวตามสื่อมากขึ้น จากแต่ก่อนที่แทบไม่มี ถึงยังไม่ได้เป็นตัวแทนของ LGBT+ แบบเต็มที่ก็ตาม ยังมีแสงรำไรให้เห็นความหวังในอนาคต

“เราอยากให้ข้อมูลของเราไปถึงกลุ่มคนชายขอบอื่นๆ ในสังคม และนำเสนอเรื่องราวของพวกเขามากขึ้น เช่น กลุ่มคนยากจน กลุ่มคนพิการ นี่เป็นความท้าทายของเรา”

นอกจากอุดมการณ์มุ่งมั่น เส้นทางนี้ก็ไม่ได้มีแต่ขวากหนามเสียทีเดียว การที่คนสนใจเรื่องเดียวกัน ทั้งการสื่อสาร ศิลปวัฒนธรรม ก็ทำให้ทีมงานสนุกกับการได้ขบคิด ถกเถียง และต่อยอดความคิดไปด้วยกัน จากคนที่รู้จักเรื่องราว LGBT+ เพียงคร่าวๆ อย่าง ไอซ์- พิพัฒน์ ปะจันทบุตร Video Editor ก็ได้เข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศดีขึ้น หรือนักศึกษาฝึกงาน มอลต์-ชญานิน โล่ห์สถาพรพิพิธ ก็ได้วิธีการคิดประเด็นที่คมขึ้น เพื่อสื่อสารเรื่องเพศให้คนเข้าใจ ส่วนคนออกแบบเนื้อหาอย่างแนต ก็ได้ประสบการณ์จากการพบเจอผู้คน และเข้าใจว่านอกจากปัญหาส่วนบุคคล ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ปัญหาเชิงการเมืองที่ครอบความเข้าใจของคนอยู่ เลยยิ่งเข้าใจและสนใจประเด็นเหล่านี้มากขึ้น

“เราได้สร้างความเข้าใจให้คนหลากหลายมิติมากขึ้น เพราะไม่ได้พูดกับคนกลุ่มเดียว คนอ่านก็มีความเข้าใจต่างกัน สิ่งที่เราเรียนรู้คือการทำให้คนเคารพและเข้าใจเรื่องเพศมากขึ้น ก่อนอื่นต้องทำให้เขาเข้าใจก่อนว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ หลังจากนั้นเราหวังว่าสิ่งที่ทำอยู่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง” เดียวกล่าวตบท้าย

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

มุมมองของ Spectrum

ปิดท้ายด้วยมุมมองและความเห็นของผู้ขับเคลื่อนสเปกตรัมต่อประเด็นต่างๆ ในสังคมไทย ที่ทำให้คุณเข้าใจทิศทางและความตั้งใจของสื่อเพื่อความหลากหลายทางเพศมากขึ้น

การเมือง 

มนุษย์ปฏิเสธเรื่องนี้ไม่ได้ ทุกสังคมมีการเมือง และการเมืองไม่ใช่แค่ในสภา แต่เป็นเรื่องการจัดสรรทรัพยากรในชีวิต เพราะเราต้องใช้ชีวิตในระบบบางอย่าง และในระบบนั้นแหละคือการเมือง การถกเถียงเรื่องการเมืองแบ่งใหญ่ๆ ก็มักมี 2 ประเด็น คือการเมืองเรื่องอัตลักษณ์ และการเมืองเรื่องชนชั้น

เครื่องแบบ

ประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าควรยกเลิกหรือไม่ ถ้าสนับสนุนก็บอกว่าการใส่เครื่องแบบอาจมีฟังก์ชันจำเป็น เพื่อความเป็นระเบียบ พวกพ้อง กลมเกลียว หรือสะดวกต่อการทำงาน เช่น พวกชุดอาชีพต่างๆ แต่บางทีเครื่องแบบก็สร้างความลำบากและแฝงไปด้วยอำนาจนิยมที่ไม่เท่าเทียม เช่น บริษัทบางแห่งไม่ให้พนักงานหญิงใส่แว่น บังคับให้แต่งหน้า และในเมืองไทย ประเด็นที่ถกเถียงคือเรื่องชุดนักเรียนที่จำกัดกรอบ กักขังเสรีภาพในตัวตนของปัจเจก

เพศที่ 3

การมีลำดับขั้น แสดงว่าคุณมีการ Prioritize ว่าเพศไหนมาก่อนหรือมาหลัง ซึ่งคนที่พูดแบบนี้อนุมานได้ว่า อาจคิดว่า เพศที่หนึ่งคือ ผู้ชาย และเพศที่สองคือผู้หญิงแล้วเพศที่สามคือ ?

ลำดับแบบนี้สื่อถึงความไม่เท่าเทียม เหมือนด้อยกว่า ในเพจเราใช้คำว่า ‘คนที่มีความหลากหลายทางเพศ’ มาตลอด

ชาวสีรุ้ง

คำนี้คนก็มักใช้กัน น่าจะมาจากธงรุ้ง รุ้งคือสเปกตรัมของแสงสีขาวที่แทนความหลากหลายของมนุษย์ สีของธงสื่อถึงแต่ละอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างกันอีก คนแต่ละคนสามารถผสมสีที่ตัวเองชอบได้ตามใจเลย

Feminism

อีกรูปแบบของความเคลื่อนไหวเรื่องเรื่องสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมในเรื่องเพศ

ทำแท้ง

สิทธิที่ผู้หญิงควรมี จะทำหรือไม่ทำก็แล้วแต่เจ้าตัว แต่รัฐควรจัดหาตัวเลือกให้ประชาชนได้เข้าถึงอย่างปลอดภัย ไม่ใช่แค่เรื่องบาป เรื่องผีเด็ก ควรแก้กฎหมายให้ทำแท้งถูกกฎหมาย ในเมื่อเราเห็นผู้หญิงเป็นคน มีสิทธิ์บนเนื้อตัวร่างกายของตัวเอง ทำไมถึงไม่ได้สิทธิ์ที่ควรจะได้

อยู่ก่อนแต่ง

It’s a choice.

Sex Worker

อาชีพหนึ่งที่ควรทำให้ถูกกฎหมาย

ทุนนิยม

เป็นความรุนแรงที่คนส่วนมากไม่ตั้งคำถาม หรือแม้ตั้งคำถามก็ปฏิเสธไม่ได้ สู่สงครามระหว่างคนรวยและคนจนที่ไม่มีวันจบสิ้น ในช่วง COVID-19 เราจะเห็นความรุนแรงที่น่ากลัวของสิ่งนี้ได้ชัดเจนมาก

ประกวดนางงาม

การทำให้ผู้หญิงเป็นสินค้าที่ขายได้ในระบอบทุนนิยม แต่ก็มีวี่แววดีขึ้น คือปรับตัวเข้ากับกระแสโลก ซึ่งแต่ละเวทีทั่วโลกเริ่มเปิดรับความหลากหลายของอัตลักษณ์นางงามมากขึ้น

พื้นที่ปลอดภัย

ไม่ใช่แค่บ้าน แต่คือสิ่งที่รัฐต้องสร้างให้พลเมือง


Facebook : SPECTRUM

spectrumth.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

3 มิถุนายน 2564
36 K

ว่ากันว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ยิ่งจำนวนขวบปีมากขึ้นเท่าไหร่ ตัวเรากลับยิ่งหลงลืมสุนทรีย์ในวัยหนุ่มสาวมากขึ้นเท่านั้น เมื่อข้ามผ่านวัย 70 แม่แต๋ว-อัจฉรา นรินทรกุล ณ อยุธยา เธอเคยเป็นเบอร์หนึ่งด้านแฟชั่นและเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ สวมเสื้อผ้าหลากสีไม่เคยซ้ำ อายุไม่เคยมีผลต่อความมั่นใจด้านการแต่งตัว จนกระทั่งแม่แต๋วถูกโรคอัลไซเมอร์พรากหัวใจที่ยังสาว เธอพรางกายด้วยเสื้อผ้าสีหม่นทึบ จำนนต่อความทรงจำสีซีดจางตามอาการของโรค

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

แต่ด้วยความแน่วแน่ของลูกชายอย่าง นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพฝีมือดีที่คุณเคยคุ้นตาผลงานของเขาจาก The Cloud นินทร์เชื่อว่า ‘แก่แล้วต้องไม่หง่อม‘ อินสตาแกรม 70YoungTeaw จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่เก็บความทรงจำของคุณแม่แต๋วที่แต่งตัวสุดแจ๋ว ไม่ว่าจะเดินห้าง เที่ยวคาเฟ่ ช้อปปิ้งซูเปอร์มาร์เก็ต แม้แต่กินข้าวราดแกงหน้าปากซอย ชุดแม่แต๋วต้องจัดเต็มทุกครั้งไม่มีพลาด ยกให้ตีคู่กับแม่ชมเป็น ‘แม่แต๋ว is Material Girl’

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

“อายุเจ็ดสิบของแม่มันต้องสนุก ต้องดีด้วยความเป็นแฟชั่น แฟชั่นต้องช่วยเขาได้” นินทร์ย้ำ

เบื้องหลังแฟชั่นสวยงามบนหน้าอินสตาแกรม มีสมองที่กำลังจะลืมเลือนเป็นบททดสอบ 

นินทร์และแม่แต๋วเอาชนะด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ และตลอดระยะเวลา 2 ปีของการกลับมาอยู่ด้วยกันของคนต่างวัยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นินทร์ต้องจัดบ้านพร้อมกับจัดการความรู้สึกไปพร้อมๆ กัน หากแต่ลองมองอีกมุมหนึ่ง

“ป่วยก็ขำได้”

ไม่ยอมแพ้ต่อสมองขี้ลืม

“ตอนนั้นเราต้องไปถ่ายงานที่จังหวัดภูเก็ต เราบอกแม่ว่า ในตั๋วบินตอนแปดโมง ต้องถึงสนามบินเจ็ดโมง กลายเป็นว่าแปดโมงเพิ่งถึงสนามบิน สุดท้ายก็ตกเครื่อง ซึ่งปกติเขาขึ้นเครื่องบินตลอด เขาทำทุกอย่างเองได้หมด 

“ตั้งแต่วันนั้นเมื่อสองปีที่แล้ว ทำให้เรารู้ว่าตัวเลขง่ายๆ เวลานัดหมายต่างๆ เขาลืมแล้ว”

นินทร์พาย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้สึกถึงอาการผิดแปลกของแม่ 

ทำอะไรช้าลง หลงลืมนัดหมาย ตลอดจนลืมเลือนสิ่งที่หลงใหลที่สุดอย่างเสื้อผ้า ทั้งที่เป็นสาวแฟชั่นตัวยง

“เขาเริ่มลืมที่จะเอาชุดสวยๆ มาใส่ ใส่แต่ชุดที่ไม่ร้อน ซักแล้วใส่เรื่อยๆ เดิมๆ ทั้งที่มีชุดผ้าไหม ชุดตีนจกเยอะมาก อย่างบ้านเก่าก็เสื้อผ้าเยอะเพราะแขวนแต่เสื้อผ้าเต็มไปหมด แต่นั่นคือการแสดงออกของอาการป่วยนะ

“ไม่ใช่แค่ซื้อเสื้อผ้าเยอะเฉยๆ แต่เอาเสื้อผ้ามาแขวนในห้องน้ำจนไม่มีที่อาบน้ำ ต้องมาอาบหน้าบ้าน”

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

อาการหลงลืมชี้ชัดว่าแม่แต๋วป่วยด้วยอัลไซเมอร์ และเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดคงเป็นการจำสิ่งที่เคยรักไม่ได้ 

นินทร์จึงตัดสินใจพาแม่กลับมาอยู่บ้านด้วยกันเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด

“ทุกสองเดือนเขาจะช้าลง คำหายไปอีกร้อยคำ เราเคยดูแลตาที่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนนั้นกินยาจากโรงพยาบาลเท่าไหร่ก็ทรุด ความทรงจำไม่กลับมาเลย เราคิดว่ากิจกรรมที่เขาทำ เสื้อผ้าที่เขาใส่ สำคัญยิ่งกว่ายา 

“เราคิดแค่ว่า จะไม่ยอมแพ้ต่อสมองที่มันกำลังจะลืม” ลูกชายตั้งมั่น

ถ้าความรักยังคงมี เราจะปรับเข้าหากัน

“ช่วงหกเดือนแรกเหมือนสงคราม” 

เป็นนัยว่าเบื้องหลังไม่สวยงามเหมือนเบื้องหน้าที่ปรากฏบนอินสตาแกรม เมื่อคนสองวัยต้องอยู่บ้านหลังเดียวกัน การต่อสู้ระหว่างอารมณ์กับอาการหลงลืมจึงเริ่มต้นขึ้น เขาและแม่ต้องค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันอย่างเข้าอกเข้าใจ 

ซึ่งไม่ง่าย และไม่เคยง่าย

มาริเอะ คนโด (Marie Kondo) นักจัดบ้านระดับโลก เคยกล่าวไว้ว่า การจัดบ้านเปลี่ยนชีวิตคนได้ 

เรื่องราวครั้งนี้ก็เช่นกัน นินทร์ตัดสินใจกลับมาจัดบ้านของตัวเองอย่างจริงจัง เมื่อเครื่องแต่งกายที่เคยมอบความสุขแก่แม่ กลับมีมากมายจนกลายเป็นความทุกข์ เพราะไม่ถูกจัดแจงอย่างเข้าที่ จนดำเนินกิจวัตรตามปกติไม่ได้

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์
คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าของอินสตาแกรม 70YoungTeaw และ ลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

“หักดิบเลย ใช้เวลาโละทั้งหมดเจ็ดวัน เอาเสื้อผ้าจากบ้านหลังนั้นย้ายมาบ้านหลังนี้ คัดเอาแต่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บดี ลายผ้ากราฟิกสวย แฟชั่นที่เราชอบ และทิ้งทั้งหมดที่คิดว่าไม่จำเป็น ตอนนั้นจ้างคนช่วยทิ้งอยู่หลายวัน

“ตู้เสื้อผ้าก็เปลี่ยนจากที่เต็มสุดๆ กลายเป็นตู้เล็กๆ แขวนเฉพาะตัวที่ต้องใส่เจ็ดวัน เขาเลือกใส่ได้ง่ายเพราะเห็นว่ามันแขวนอยู่ พอบ้านเรียบร้อย ชุดน้อย ตู้เสื้อผ้าเป๊ะ เราบอกให้เขาหยิบเสื้อผ้าก็หยิบถูก ทุกอย่างง่ายขึ้นเยอะ”

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

ไม่เพียงตู้เสื้อผ้าที่ถูกจัดระเบียบ ตลอดระยะเวลา 2 ปี บริเวณบ้านปรับเปลี่ยนเพื่อบำบัดอาการของแม่ ทั้งรื้อโครงสร้างบ้านให้โปร่งโล่งรับลมและรับแสงแดด ปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อให้แม่ใกล้ชิดธรรมชาติ จัดแต่งมุมพักผ่อน เพื่อกระตุ้นให้ทำกิจกรรมใหม่ๆ ทั้งฟังเพลง อ่านหนังสือ เขียนไดอารี่ ทำอาหาร และล่าสุดกำลังอินเรื่องชงกาแฟ

“ถ้าเราไม่มีงาน ทั้งวันคือของเขาหมดเลย ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” 

นินทร์สร้างสภาพแวดล้อมใหม่ พฤติกรรมใหม่ เพื่อเอื้อต่อการรักษาอัลไซเมอร์ของแม่ เพราะลูกชายคนนี้เชื่อมั่นว่า เมื่อแม่แต๋วได้ขยับเนื้อ ขยับตัว และขยับสมอง เมื่อนั้นย่อมเกิดการรักษาที่ดียิ่งกว่ายารักษาโรคเสียอีก

บันทึกของแม่แต๋ว

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

24 เม.ย.

วันนี้อาบน้ำแต่งตัวตอน 12.30 น. เพื่อไปอีเกีย กะจะซื้อของหลายอย่าง ไม่แน่ใจว่าเงินจะพอพอไหม แต่ก็สบายใจอยู่อย่าง ตรงนี้จ้อบจะซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ให้ เนื่องในโอกาสที่ดิฉันอาบน้ำสะอาดฟองฟอสได้ซักทีหนึ่ง 

ของขวัญนี้คือทีวีเครื่องใหญ่ สมใจกูซักที นึกว่าชาตินี้กูจะไม่ได้ดูทีวีกับคนอื่นแล้ว หวังว่าต่อไปจากนี้ ดิฉันจะเป็นคนรักการอาบน้ำ และมีความสุขกับการใช้ชีวิตใกล้ตายนี้อย่างสะอาด ไร้กลิ่นตุๆ กวนใจซะทีหนึ่ง

แฟชั่นต้องช่วยแม่ได้

“วันนั้นพาเขาเดินไปกินลอดช่องที่สามย่าน มันทำให้เรารู้ว่าแม่ไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ชอบเดินออกไปหาของอร่อย เราก็เลยแทรกการแต่งตัวเข้าไปในกิจกรรมที่เขาชอบ” ลูกชายจับสังเกตและปิ๊งไอเดียน่าสนุก (มาก)

คำชักชวนของนินทร์ทำให้แม่เริ่มสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น วันนี้จะใส่อะไรดี กลายเป็นคำถามที่แม่แต๋วถามตัวเองทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ ลูกชายก็ไม่ยอมให้แม่แต่งตัวซ่อมซ่อ ไร้สีสัน ชุดแม่ต้องจัดเต็มสมเป็นเจ้าแม่แฟชั่นเสมอ และคงน่าเสียดายไม่น้อย ถ้าแม่แต๋วแต่งตัวสวยออกไปเดินเล่นนอกบ้าน พบปะผู้คนระหว่างทาง และอิ่มท้องกับของอร่อย แต่กลับจำเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้ ลูกชายจึงอาสาเป็นช่างภาพประจำตัว คอยเก็บภาพนางแบบวัยเก๋าแบ่งปันลงในอินสตาแกรม 70YoungTeaw พร้อมคำบรรยายภาพที่มากด้วยกำลังใจ จนผู้ติดตามต้องเผลอยิ้ม

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

อีกทั้งรูปถ่ายเหล่านั้นยังชวนระลึกถึงความประทับใจในวัยเยาว์ของนินทร์ด้วย 

ตอนเด็กๆ เวลาแม่ไปรับสมุดพกที่โรงเรียน เราจะรู้สึกว่าแม่เราเจ๋งเสมอ ภูมิใจมาก แต่งตัวเด่นไม่แคร์ใครในแง่ความเป็นแฟชั่นของเขา พอเรามาถ่ายรูปเขาตอนนี้ เราก็เริ่มรู้สึกถึงวันเก่าๆ ที่เขาเริ่มแต่งตัวแบบนี้เหมือนกัน”

แม้สมองอาจหลงลืม แต่หัวใจแฟชั่นนิสต้าไม่เลือนหาย ทุกวันนี้แม่แต๋วยังตื่นตาทุกครั้งที่ได้ชื่นชมการแต่งกายของนักแสดง พิธีกร หรือผู้ประกาศข่าวผ่านโทรทัศน์ รวมถึงเป็นแฟนพันธุ์แท้รายการ Project Runway ด้วย 

ไม่ใช่แค่นักช้อปเสื้อผ้าหลากสี แม่แต๋วยังเป็นนักสะสมผ้าไหมตัวยง

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

ครั้งเมื่อนินทร์เปิดกรุผ้าเก่าของแม่ และพบผ้ามีราคาเริ่มเสียหายจากมอดกัดกิน เขาไม่รอช้า รีบนำผ้าเหล่านั้นส่งถึงมือ ลินดา เจริญลาภ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า LaLaLove ผู้เปลี่ยนผ้าไทยให้ทันสมัย โดยนักออกแบบใช้แนวคิดแบบ Upcycling เนรมิตผ้าไหมเก่าหลากชิ้น กลายเป็นชุดเดรสใหม่หลากสี รูปทรงทันสมัย ตัดเย็บพอดีตัว ประจวบเหมาะพอดีได้ใส่ชุดในงานแต่งของลูกชายคนรอง คนในงานตื่นตาตื่นใจ ส่วนแม่แต๋วก็ตื่นเต้นกับการตัดเย็บไม่แพ้กัน

“เราคิดว่าแฟชั่นต้องช่วยเขาได้” นินทร์ย้ำ

“เราเชื่อเรื่องสีสันหรือการอยู่กับอะไรที่สวยงาม มันจะทำให้สมองเขาไม่นิ่งและไม่เหงาเกินไป” 

บำบัดทุกข์ บำรุงสุข

ขณะเลื่อนอินสตาแกรมย้อนดูภาพวันวาน ความทรงจำค่อยๆ เด่นชัด ราวกับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง 

“พอแม่ป่วย เราก็ไม่คิดว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ จำได้ว่าตอนเขาเริ่มลืม เราแทบจะเข้าไปจัดตู้เสื้อผ้าทั้งหมด ทำรังให้เขาใหม่ ให้เป็นตู้เสื้อผ้าสวยๆ ไม่คิดว่าวันนี้จะมีโมเมนต์แบบนั้น” นินทร์กลับมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

การจัดบ้านครั้งใหญ่คราวนั้น เข้ามาเปลี่ยนอะไรในตัวเขาบ้าง-เราถาม

“พอเราสอนให้เขาเป็นระเบียบ เราต้องเป็นระเบียบมากกว่า ถ้าเรายังมีของหรือทำอะไรที่ผิดตามที่บอกเขาไม่ได้ กลายเป็นว่าเขาไม่เชื่อ ห้องเราต้องเรียบร้อยก่อนห้องเขา เราได้เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นเพราะเราต้องดูแลเขา” 

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

นอกจากจัดระเบียบภายในบ้าน การจัดระเบียบอารมณ์ภายในใจ เป็นอีกสิ่งที่นินทร์ต้องต่อสู้เสมอมา

“ตอนนั้นแม่ไปอีเกียแล้วท้องเสีย เขาไม่ไหวแล้ว เราไม่รู้จะทำยังไง ก็เอารถเข็นมาเพื่อจะพาเขาไปห้องน้ำ สุดท้ายไม่ทัน กลางอีเกียเลย ตอนนั้นเราไม่ว่าอะไรเขาเลย ทั้งที่เราทะเลาะกับเขาเพราะต้องมีระเบียบ 

“แต่วันนั้นเราเป็นเพื่อนเขา ไม่เป็นไรนะ คนเราท้องเสียได้ไม่ผิด เดี๋ยวซักให้ วันนั้นทำให้เราเห็นตัวเอง เราปล่อยวางมากขึ้น และเราเตือนตัวเองว่าเราต้องปล่อยวางให้ได้แบบนั้นบ่อยๆ นะ” 

จากวันแรกที่เริ่มบันทึกภาพของแม่แต๋ว วันนี้อินสตาแกรม 70YoungTeaw เต็มไปด้วยเรื่องราวหลากสี ไม่แพ้เครื่องแต่งกายที่แม่แต๋วสวมใส่ ทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม เรียบเฉย นิ่งเท่ ต่างถูกบันทึกเป็นภาพลงกรอบสี่เหลี่ยม 

“เราสนุกกับการได้เห็นเขาแต่งตัวมาก มันบำบัดเราด้วย จริงๆ เราดูแลเขาก็เกิดภาวะเครียดนะ เราปล่อยวางไม่ได้ แต่พอเห็นเขาออกไปนู่นนี่ แต่งตัวสวย เริ่มตอบคำถามรู้เรื่อง เรารู้สึกว่าเขาป่วยแบบสนุก ไม่ได้ป่วยแบบทุกข์”

แฟชั่นของแม่แต๋ว ไม่เพียงแต่งแต้มสีสันให้กับลูกชาย แต่กลับเติมเต็มความสุขแก่ผู้คนที่พานพบระหว่างทาง ตั้งแต่เพื่อนบ้าน พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนพี่วินมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งผู้ติดตามเธอผ่านทางหน้าอินสตาแกรมด้วย

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

New week , new goals. 

เมื่อถึงสัปดาห์ถัดไป อดใจรอคอลเลกชันใหม่ของแม่แต๋วไม่ไหว

New weak , new goals.

เมื่อความอ่อนแอย่ำกรายมาครั้งหน้า เริ่มเป้าหมายใหม่ได้เสมอ

Writer

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load