ธงสีรุ้งที่โบกสะบัดหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โสเภณีพัทยา ชายชอบแต่งหญิง เกย์ไร้บ้าน และสารพัดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเพศในสังคมไทย คือเรื่องราวที่เราเคยเห็นผ่านตาจาก Spectrum เพจและเว็บไซต์ที่เล่าเรื่องความหลากหลายทางเพศได้อย่างลึกซึ้งถึงเครื่อง ตีแผ่และลงลึกประเด็นเกี่ยวเนื่องกับเพศอย่างแยบคาย น่าจับตามอง แตกต่างจากสื่ออื่นๆ อย่างสิ้นเชิง จนได้รับรางวัลด้านสื่อสร้างสรรค์ ประเภทสื่อออนไลน์ จาก Ardhanareeswara Award ในปี 2019

สเปกตรัมทำให้เราเห็นว่าเรื่องเพศและเรื่องราวของ LGBT+ ไหลเวียนอยู่ในสังคม เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เราเลยอยากพาไปทำความรู้จักแนวคิดเบื้องหลังการทำสื่อที่เป็นพื้นที่ความคิดของทุกสีสัน


สื่อใหม่ในเรื่องเพศ

เห็นประเด็นหลากหลายขนาดนี้ จริงๆ Spectrum เพิ่งตั้งมาปีครึ่ง เริ่มจาก โอ๋-อภิสิทธิ์ อัศวะภูมิ สร้างพื้นที่ให้คนส่งเรื่องเข้ามา

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

“เราเล่าเรื่อง Gender Issues คือความหลากหลายทางเพศ ไม่ได้หมายความว่าทำแค่เรื่อง LGBT+ นะ เรื่องผู้ชายผู้หญิง (Straight) ก็มีหลายประเด็น เราอยากทำเพจที่พูดเรื่องเพศในประเทศไทย เพราะเรื่องเพศเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน ก่อนหน้านี้สื่อที่ทำเรื่อง LGBT+ มี แต่ยังไม่เท่ากับคำว่า ‘ความหลากหลายทางเพศ’ ”

บรรณาธิการบริหารสื่อเพื่อความหลากหลายทางเพศอธิบายจุดเริ่มต้นของสื่อใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Chamni’s Eye ครีเอทีฟโปรดักชันเฮาส์ที่เชี่ยวชาญการเล่าเรื่อง มีจุดแข็งที่ภาพถ่ายและวิดีโอที่เฉียบคม

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

“ช่วงแรกๆ เป็นเรื่องราวของคนทางบ้านที่ประสบปัญหา ที่เขาเจออคติเรื่องเพศหลายๆ ด้าน เช่น พ่อแม่ไม่ยอมรับ เป็น Sex Worker แล้วสังคมรังเกียจ หรืออาจเป็นเด็กวัยรุ่นที่โดนล้อว่าเป็นคนข้ามเพศแล้วยังตัวดำอีก พอทำไปก็ขยายกลายเป็นพื้นที่ให้คนสนใจประเด็นเกี่ยวกับเพศ เกี่ยวกับสังคมวิทยาได้เข้ามาทำงานร่วมกัน

“ก่อนหน้านี้สื่อมักพูดเรื่อง LGBT+ ด้วย Stereotype ซ้ำๆ และมิติที่เล่าก็ยังแคบอยู่ มันเป็นเหมือนบ้านที่ทุกคนมีห้องนะแต่ทุกคนไม่มานั่งเล่นด้วยกัน สื่อแยกห้องกันอยู่ แล้วพอเป็นห้องรวมส่วนใหญ่มันสะท้อนกันเรื่องเดิมๆ อย่างจุดจบความหลายทางเพศที่ไม่ดี ข่าวที่รุนแรง มันมีแค่ภาพเดียวไปหน่อย สังคมเลยไม่ได้เห็นความเป็นไปของชีวิตในด้านอื่นๆ กับยังไม่ค่อยมีพื้นที่เหมือนห้องนั่งเล่นใหญ่ ให้กลุ่มคนหลากหลายทางเพศอยู่รวมๆ กัน ได้รู้จักกันเองมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แต่ละกลุ่มอยู่ในพื้นที่ตัวเอง เกย์อยู่กลุ่มหนึ่ง เลสเบี้ยนอยู่กลุ่มหนึ่ง หรือสนใจนางงามอยู่ด้วยกัน เที่ยวที่แบบนี้อยู่ด้วยกัน ไม่ค่อยมีการผสานโลกกันมากเท่าไร สื่อก็เลยถูกทำมาเพื่อห้องห้องหนึ่ง ตอบโจทย์เฉพาะบางกลุ่มไป

“บางสื่อพูดเรื่องเหล่านี้เยอะแต่ก็เน้นทำเพื่อขาย เช่น ซีรีส์วาย หรือเป็นสื่อที่พูดหลายเรื่อง ไม่ได้เจาะแต่เรื่องเพศ ดังนั้นเลยไม่ได้ครอบคลุมประเด็นทั้งหมด ปัญหาคือคนที่มีความเป็นอื่นเนี่ย มีสิทธิ์มีเสียงน้อย มีห้องนั่งเล่นใหญ่ๆ ได้มาอยู่ร่วมกันน้อย เราอยากทำให้เสียงของคนหลายๆ กลุ่มดังขึ้นมาเท่าๆ กัน และได้มาใช้เวลาด้วยกันผสานโลกกับทุกๆ คนในสังคมมากขึ้น” เดียว–ภัทรดล วีระชัยณรงค์ Content Creator ขยายความสมทบ

เพศ และอื่นๆ

“ประเด็นเรื่องเพศเราก็มี ประเด็นเรื่องอัตลักษณ์ชายขอบอื่นๆ ก็มีแทรกอยู่ เช่น LGBT+ ที่เป็นคนไร้บ้าน เขาถูกผลักออกไปอยู่ชายขอบมากกว่าเดิมอีก มีสิทธิ์มีเสียงน้อยกว่า LGBT+ ชนชั้นกลาง เราพยายามทำเรื่องเพศไม่ให้แปลกแยกออกจากเรื่องอื่นๆ เราอยากแสดงให้เห็นว่าประเด็นเรื่องเพศมันอยู่ในหลากหลายมิติของชีวิต เช่น การแพทย์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ธรรมชาติ สังคม อื่นๆ” โอ๋แจงความตั้งใจของทีมงาน

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

แนต-อรณี รัตนวิโรจน์ Content Creator อีกคนเล่าว่า คนที่ติดตามสเปกตรัมเป็นวัยทำงาน อายุ 20 ปลายๆ ขึ้นไป แต่จริงๆ แล้วมีความตั้งใจอยากจะสื่อสารถึงคนทุกกลุ่มทุกวัย ให้เข้าใจมิติเรื่องเพศได้ง่ายที่สุด ส่วนเรื่องที่ได้รับการพูดถึงในวงกว้างมีหลายประเด็น เช่นเรื่อง Sex Worker พัทยาที่รัฐบาลปฏิเสธว่าไม่มีอยู่จริง เรื่องการแพทย์อย่างเพจน้องสาว ที่คนเข้ามาศึกษาเรื่องสุขภาพทางเพศ เรื่องน้องหนูเปีย ผู้ชายที่ชื่นชอบการแต่งตัวสไตล์หวานๆ หรือเรื่องคุณแซ็ค LGBT+ ที่เป็นคนไร้บ้าน

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

ภาพ : Spectrum

“เดาว่าหลายคนคงรู้สึกเซอร์ไพรส์และอยากรู้เรื่องราวมากขึ้น ซึ่งเป็นเซอร์ไพรส์ในทางที่ดีนะ มีคนเคยหาญาติที่เป็นคนไร้บ้านเจอจากสื่อของเราด้วย แต่เรื่องที่คนไม่เข้าใจ รับไม่ได้ก็มี บางทีเราลงเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องบวก เล่าถึงการลิดรอนสิทธิบางประการผ่านกฎหมาย บางคนก็ไม่เข้าใจว่าเล่าทำไม มองว่าต้องนำเสนอแต่เรื่องดีๆ ของ LGBT+ เท่านั้นสิ

“สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ว่าอะไรถูกต้อง และเราทำอะไรอยู่ เห็นภาพเดียวกันเวลาคุยกัน” บรรณาธิการสรุปแนวทางของสื่อในมือ

ความชัดเจนของสเปกตรัมตรงใจใครหลายคน และทำให้การหาคนหรือประเด็นมาสัมภาษณ์ได้รับความร่วมมือดี บางคนยอมเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวอย่างละเอียด บางทีก็มีกรณีนักเรียนมาเล่าปัญหาทัศนคติของโรงเรียน เรื่องการใช้คำว่าเบี่ยงเบนทางเพศให้รับรู้ เนื้อหาของสเปกตรัมจึงเข้มข้น ตรงไปตรงมา และเป็นที่ถกเถียงสนใจของสังคมเสมอ

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

ภาพ : Spectrum

ห้องพูดเรื่องเพศ

ท่ามกลางผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน สเปกตรัมพบว่า มีผู้อ่านหรือผู้ชมส่งข้อความหรือเรื่องราวเรื่องเพศมาปรึกษาเยอะมาก เลยตั้งกลุ่มปิดให้ผู้มีคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพศ มาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันโดยไม่ถูกตัดสินหรือล้อเลียน

“ตอนนี้มีสมาชิกมากกว่าห้าพันคนแล้ว คนในกลุ่มพร้อมจะให้คำปรึกษากัน เราเน้นเรื่องสังคมและการแพทย์ ไม่ได้ลงภาพอนาจารนะคะ ประเด็นหลักๆ สามอันดับแรกที่คนถาม หนึ่งคือจะท้องมั้ย ไม่ว่าหลั่งใน หลั่งนอก หรือใส่ถุงยาง คนขาดความรู้เรื่องนี้เยอะมาก สองคือเรื่องหลั่งช้า หลั่งเร็ว มีวิธีแก้ยังไงบ้าง สามคือปรึกษาปัญหาชีวิต เช่น พ่อแม่และครอบครัวไม่ยอมรับ ทำยังไงดี นอกจากนั้นก็มีปัญหาเพศศึกษา ทำนั่นทำนี่ไม่เป็นบ้าง เห็นเลยว่าเด็กไทยหรือวัยรุ่นไทยขาดความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย บางทีแค่คำว่าเซ็กซ์ คำว่าจู๋ จิ๋ม ก็ไม่กล้าพูด เลยอยากพยายามช่วยเรื่องนี้ สร้างพื้นที่ที่เข้าถึงคนกลุ่มนี้ให้มากที่สุด เพื่อให้เขามีเซ็กซ์ที่ปลอดภัย รวมถึงผู้ใหญ่ด้วย”

ป๋อมแป๋ม-นภัสชล บุญธรรม กราฟิกดีไซเนอร์ที่ควบตำแหน่งผู้ดูแลกลุ่มนี้เอ่ย ชาวสเปกตรัมเห็นพ้องต้องกันว่า กรอบศีลธรรมกีดกันความรู้เรื่องเพศไปจากคนไทย ทำให้ผู้คนมีคำถามเกี่ยวกับเซ็กซ์ แต่ไม่ได้รับการสอนหรือบอกกล่าวให้ถูกต้อง

“เราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินแทนว่าอายุเท่าไหร่ควรมีเซ็กซ์ได้ เพราะการเติบโตของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ก็ควรเป็นช่วงที่ผ่าน Puberty แล้ว ถึง Age of Consent คือตัดสินใจเองได้ มีความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ ปัญหาคือผู้ใหญ่บางคนก็ไม่รู้นะ ไปเจอชีวิตจริงไม่เหมือนในหนัง กลายเป็นปัญหาก็มี” เดียวเสริมประเด็นเพศศึกษาในเพจ

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

ภาพ : Spectrum

หนทางอันยาวไกล?

“เราต้องการความเท่าเทียม ซึ่งจะมาไม่ได้เลยถ้าไม่แก้กฎหมาย ชอบมีคนถามว่าเรียกร้องมากอย่างนี้ เท่าไหร่ถึงจะพอ ก็ตอบได้เลยว่าจนกว่าจะเท่าเทียม แค่นั้นเลย การเมืองกับเรื่องเพศมันแยกกันไม่ได้ เห็นชัดเลยว่าความไม่เท่าเทียมยังมีอยู่จริง ทุกประเทศที่ LGBT+ มีสิทธิ์มีเสียงคือประเทศที่มีประชาธิปไตย ตัวอย่างในประเทศอื่นก็มีให้เห็น อย่างฟินแลนด์มีระบบการศึกษาและกฎหมายที่สร้างความเท่าเทียมทางเพศ เห็นคนเท่ากัน ให้สิทธิขั้นพื้นฐานแก่คนเท่ากัน”

“แต่เราก็ได้เรียนรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา ขนาดการเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าส้วมของคนไทยจากนั่งยองๆ มาเป็นใช้ชักโครก ทุกวันนี้ยังเถียงกันไม่จบเลย เรื่องเพศที่ถูกกดทับมานาน ยิ่งต้องใช้เวลาอีกมาก อดทนกับกระบวนการทุกอย่าง บางทีแนวคิดใหม่เข้ามา ไม่ใช่ว่าเราจะได้ผลลัพธ์ไวๆ ต้องเข้าใจว่าเราไม่ได้อะไรดั่งใจไปทุกอย่าง แต่เราก็ต้องทำไปเท่าที่ทำได้ ประเด็นนี้เข้มข้น เปลี่ยนได้ยาก ต้องอาศัยพลังการขับเคลื่อนให้เปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง และที่ปฏิเสธไม่ได้คือเรื่องเวลา ซึ่งก็หวังว่าอย่าช้านักเลย”

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

ภาพ : Spectrum

ช่วงเวลาขลุกขลักแบบนี้ สังคมไทยก็ยังมีความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าให้เห็นบ้าง เช่น มี ส.ส. LGBT+ ในสภา เปิดประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ และ LGBT+ ก็ปรากฏตัวตามสื่อมากขึ้น จากแต่ก่อนที่แทบไม่มี ถึงยังไม่ได้เป็นตัวแทนของ LGBT+ แบบเต็มที่ก็ตาม ยังมีแสงรำไรให้เห็นความหวังในอนาคต

“เราอยากให้ข้อมูลของเราไปถึงกลุ่มคนชายขอบอื่นๆ ในสังคม และนำเสนอเรื่องราวของพวกเขามากขึ้น เช่น กลุ่มคนยากจน กลุ่มคนพิการ นี่เป็นความท้าทายของเรา”

นอกจากอุดมการณ์มุ่งมั่น เส้นทางนี้ก็ไม่ได้มีแต่ขวากหนามเสียทีเดียว การที่คนสนใจเรื่องเดียวกัน ทั้งการสื่อสาร ศิลปวัฒนธรรม ก็ทำให้ทีมงานสนุกกับการได้ขบคิด ถกเถียง และต่อยอดความคิดไปด้วยกัน จากคนที่รู้จักเรื่องราว LGBT+ เพียงคร่าวๆ อย่าง ไอซ์- พิพัฒน์ ปะจันทบุตร Video Editor ก็ได้เข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศดีขึ้น หรือนักศึกษาฝึกงาน มอลต์-ชญานิน โล่ห์สถาพรพิพิธ ก็ได้วิธีการคิดประเด็นที่คมขึ้น เพื่อสื่อสารเรื่องเพศให้คนเข้าใจ ส่วนคนออกแบบเนื้อหาอย่างแนต ก็ได้ประสบการณ์จากการพบเจอผู้คน และเข้าใจว่านอกจากปัญหาส่วนบุคคล ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ปัญหาเชิงการเมืองที่ครอบความเข้าใจของคนอยู่ เลยยิ่งเข้าใจและสนใจประเด็นเหล่านี้มากขึ้น

“เราได้สร้างความเข้าใจให้คนหลากหลายมิติมากขึ้น เพราะไม่ได้พูดกับคนกลุ่มเดียว คนอ่านก็มีความเข้าใจต่างกัน สิ่งที่เราเรียนรู้คือการทำให้คนเคารพและเข้าใจเรื่องเพศมากขึ้น ก่อนอื่นต้องทำให้เขาเข้าใจก่อนว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ หลังจากนั้นเราหวังว่าสิ่งที่ทำอยู่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง” เดียวกล่าวตบท้าย

Spectrum เพจที่ทำให้คนไทยเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง

มุมมองของ Spectrum

ปิดท้ายด้วยมุมมองและความเห็นของผู้ขับเคลื่อนสเปกตรัมต่อประเด็นต่างๆ ในสังคมไทย ที่ทำให้คุณเข้าใจทิศทางและความตั้งใจของสื่อเพื่อความหลากหลายทางเพศมากขึ้น

การเมือง 

มนุษย์ปฏิเสธเรื่องนี้ไม่ได้ ทุกสังคมมีการเมือง และการเมืองไม่ใช่แค่ในสภา แต่เป็นเรื่องการจัดสรรทรัพยากรในชีวิต เพราะเราต้องใช้ชีวิตในระบบบางอย่าง และในระบบนั้นแหละคือการเมือง การถกเถียงเรื่องการเมืองแบ่งใหญ่ๆ ก็มักมี 2 ประเด็น คือการเมืองเรื่องอัตลักษณ์ และการเมืองเรื่องชนชั้น

เครื่องแบบ

ประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าควรยกเลิกหรือไม่ ถ้าสนับสนุนก็บอกว่าการใส่เครื่องแบบอาจมีฟังก์ชันจำเป็น เพื่อความเป็นระเบียบ พวกพ้อง กลมเกลียว หรือสะดวกต่อการทำงาน เช่น พวกชุดอาชีพต่างๆ แต่บางทีเครื่องแบบก็สร้างความลำบากและแฝงไปด้วยอำนาจนิยมที่ไม่เท่าเทียม เช่น บริษัทบางแห่งไม่ให้พนักงานหญิงใส่แว่น บังคับให้แต่งหน้า และในเมืองไทย ประเด็นที่ถกเถียงคือเรื่องชุดนักเรียนที่จำกัดกรอบ กักขังเสรีภาพในตัวตนของปัจเจก

เพศที่ 3

การมีลำดับขั้น แสดงว่าคุณมีการ Prioritize ว่าเพศไหนมาก่อนหรือมาหลัง ซึ่งคนที่พูดแบบนี้อนุมานได้ว่า อาจคิดว่า เพศที่หนึ่งคือ ผู้ชาย และเพศที่สองคือผู้หญิงแล้วเพศที่สามคือ ?

ลำดับแบบนี้สื่อถึงความไม่เท่าเทียม เหมือนด้อยกว่า ในเพจเราใช้คำว่า ‘คนที่มีความหลากหลายทางเพศ’ มาตลอด

ชาวสีรุ้ง

คำนี้คนก็มักใช้กัน น่าจะมาจากธงรุ้ง รุ้งคือสเปกตรัมของแสงสีขาวที่แทนความหลากหลายของมนุษย์ สีของธงสื่อถึงแต่ละอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างกันอีก คนแต่ละคนสามารถผสมสีที่ตัวเองชอบได้ตามใจเลย

Feminism

อีกรูปแบบของความเคลื่อนไหวเรื่องเรื่องสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมในเรื่องเพศ

ทำแท้ง

สิทธิที่ผู้หญิงควรมี จะทำหรือไม่ทำก็แล้วแต่เจ้าตัว แต่รัฐควรจัดหาตัวเลือกให้ประชาชนได้เข้าถึงอย่างปลอดภัย ไม่ใช่แค่เรื่องบาป เรื่องผีเด็ก ควรแก้กฎหมายให้ทำแท้งถูกกฎหมาย ในเมื่อเราเห็นผู้หญิงเป็นคน มีสิทธิ์บนเนื้อตัวร่างกายของตัวเอง ทำไมถึงไม่ได้สิทธิ์ที่ควรจะได้

อยู่ก่อนแต่ง

It’s a choice.

Sex Worker

อาชีพหนึ่งที่ควรทำให้ถูกกฎหมาย

ทุนนิยม

เป็นความรุนแรงที่คนส่วนมากไม่ตั้งคำถาม หรือแม้ตั้งคำถามก็ปฏิเสธไม่ได้ สู่สงครามระหว่างคนรวยและคนจนที่ไม่มีวันจบสิ้น ในช่วง COVID-19 เราจะเห็นความรุนแรงที่น่ากลัวของสิ่งนี้ได้ชัดเจนมาก

ประกวดนางงาม

การทำให้ผู้หญิงเป็นสินค้าที่ขายได้ในระบอบทุนนิยม แต่ก็มีวี่แววดีขึ้น คือปรับตัวเข้ากับกระแสโลก ซึ่งแต่ละเวทีทั่วโลกเริ่มเปิดรับความหลากหลายของอัตลักษณ์นางงามมากขึ้น

พื้นที่ปลอดภัย

ไม่ใช่แค่บ้าน แต่คือสิ่งที่รัฐต้องสร้างให้พลเมือง


Facebook : SPECTRUM

spectrumth.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

ติดตามเพจสะใภ้ต่างชาติมาก็ตั้งเยอะ ดูคอนเทนต์คนไทยในต่างแดนมาก็ตั้งมาก 

แต่ยังไม่เคยเจอใครที่เป็นเหมือน บรีม-ศิริพร มัจฉิม เจ้าของเพจ ‘สะใภ้ไชน่า’ สักที

ไม่จำเป็นต้องขายชีวิตสวยหรูหรือความสำเร็จอันยากจะเอื้อมถึง เธอกลับเลือกขายเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ผสมผสานความฮาแบบไร้สคริปต์ (ที่เจ้าตัวขอแย้งว่า ตัวเองเป็นคนจริงจังในชีวิต) พร้อมสอดแทรกสาระความรู้ที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับประเทศจีนมาก่อน ตั้งแต่เรื่องสังคม วัฒนธรรม ยันการเมืองในแบบฉบับย่อยง่าย

ฤกษ์ดี เรามีโอกาสได้พูดคุยกับบรีม จึงอยากอาสาพาเพื่อนนักอ่านไปส่องว่าซ้อจากแดนมังกรคนนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมา จนมีผู้ติดตามมากถึง 9 แสนกว่าคนใน TikTok 

นี่ยังไม่นับรวมแพลตฟอร์มอื่น ๆ

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

จับพลัดจับผลูเรียนจีน

ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน บรีมเป็นเพียงเด็กสาวชาวเหนือจากจังหวัดพิจิตรคนหนึ่ง เติบโตมาอย่างเรียบง่ายท่ามกลางความรักและความอบอุ่นของพ่อ แม่ และน้องอีก 2 คน

เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม เธอนิยามตัวเองว่าเป็นเด็กหน้าห้อง งานแข่งขันเชิงวิชาการน้อยใหญ่จึงเป็นเหมือนของคู่กันกับตัวเธอในตอนนั้น

“เรารู้สึกว่าการเรียนคือการแข่งขันตลอดเวลา การเรียนก็เหมือนกับการเล่นเกม พอเราได้ที่หนึ่งตลอด พ่อแม่มีความสุข เราก็สนุกและมีความสุขด้วยเหมือนกัน”

ด้วยความที่บรีมเป็นเด็กเรียนดี เธอจึงได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนห้อง SMAT (ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม) ต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 

“ตอนนั้นโรงเรียนบังคับให้เลือกเรียนภาษาที่ 3 มีภาษาจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เพื่อนเราไปลงเรียนญี่ปุ่นกันหมด แล้วฝรั่งเศสคนก็ลงเต็มหมดเหมือนกัน เราเลยเรียนภาษาจีนก็ได้

“จำได้เลยว่าทั้งห้องเรามีอยู่ 3 คนที่ลงเรียนจีน คือเป็นภาษาที่ไม่ค่อยมีคนเลือก เพราะสมัยนั้นไม่ค่อยมีใครรู้อะไรเกี่ยวกับประเทศจีนหรือภาษาจีนเลย”

ทว่าเมื่อลองเรียนจริง เธอกลับพบความงดงามอย่างคาดไม่ถึง ด้วยตัวอักษรจีนเป็นตัวอักษรภาพ กอปรกับเธอชื่นชอบการวาดรูปอยู่เป็นทุนเดิม ทำให้ภาษาและวัฒนธรรมจีนแทรกซึมเข้าไปอยู่ในใจเธอได้ไม่ยากนัก

อย่างน้อย แดนมังกรก็ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลเกินตัวบรีมอีกต่อไป

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

จากร้ายกลายเป็นรัก

ก่อนชีวิตของบรีมจะพลิกผันในช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการศึกษาต่อในชั้นอุดมศึกษา

“พ่อกับแม่เราแยกทางกัน หลังจากนั้นแม่ก็ว่างงาน จากที่เราเคยมีทุกอย่าง มีแม่บ้าน มีพี่เลี้ยง กลายเป็นว่าเราไม่มีอะไรเลย 

“จากที่ตั้งใจว่าจะเรียนเภสัช เรียนแพทย์ เราเลยไปเข้าร่วมโครงการขอทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แทน แล้วเลือกคณะรัฐศาสตร์ เอกการเมืองและการปกครอง เพราะตอนนั้นอินเรื่องการเมืองช่วงรัฐประหาร พ.ศ. 2549 ด้วย เป็นช่วงที่ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ๆ”

ใครจะรู้ว่าการตัดสินใจเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ในครั้งนั้น ทำให้เธอได้พบกับหนุ่มชาวจีนที่มาเรียนภาษาไทยอยู่ที่เดียวกัน ก่อนความสัมพันธ์แบบคนรู้จักจะพัฒนาเป็นคนรัก

“มีหลายเหตุการณ์ให้เราได้เจอกันบ่อย ๆ เรารับบทเป็นล่ามให้เขา อย่างเวลาเขาจะไปเที่ยวก็มาชวนว่า ไปด้วยกันไหม เราก็ติดสอยห้อยตามไปเที่ยวกับเพื่อนด้วย”

เมื่อความรักสุขงอม จึงได้เวลาของการแต่งงานและลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองจีน

ณ ดินแดนมังกรแห่งนี้เอง ที่เพจสะใภ้ไชน่าถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

สะใภ้ไชน่า

“ตอนนั้นเรามาบ้านสามีครั้งแรก แล้วอยู่ยาวเดือนหนึ่งโดยที่ไม่ได้ทำงาน เลยคิดว่าจะต้องเหงามากแน่ ๆ เพราะปกติเป็นคนพูดเก่ง เพื่อนก็เยอะ”

ซ้อจีนหน้าใหม่จึงเริ่มเปิดเพจ Facebook สะใภ้ไชน่าตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2560 – 2561 เป็นต้นมา

แล้วชื่อสะใภ้ไชน่าได้มายังไง – เราโยนคำถาม

“เราไลฟ์คุยกับลูกเพจแล้วช่วยกันตั้ง ตอนนั้นยังไม่มีสะใภ้อะไรเลย ไม่มีสะใภ้จีน สะใภ้เกาหลี เราเลยตั้งเป็นชื่อสะใภ้ แล้วต่อด้วยไชน่า ให้มันคล้องจองกันด้วย” 

คอนเทนต์ในช่วงแรกเริ่มของเพจเน้นไปที่การนำเสนอไลฟ์สไตล์ ให้ลูกเพจได้เห็นมุมมองการใช้ชีวิตของเธอในฐานะคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างแดน

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

สำหรับบรีมแล้ว ‘เพจ’ จึงเป็นเหมือน ‘บันทึกความทรงจำและเรื่องราวในชีวิตประจำวัน’ 

ถึงแม้ในตอนนั้นยอดผู้ติดตามจะอยู่ที่ประมาณ 500 – 600 คน แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะถือคติว่า ถ้าทำอะไรแล้วเธอจะทำมันให้ออกมาดีที่สุด

ก่อนที่ระยะหลังเธอเริ่มหันความสนใจมาที่การแชร์ รวมถึงนำข่าวคราวความเคลื่อนไหวในจีน ทั้งเรื่องสังคมและการเมือง มาแปลให้แฟน ๆ ได้ติดตามกัน

จนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเพจสะใภ้ไชน่ากลายเป็นสนามถกเถียงอันดุเดือดระหว่างลูกเพจด้วยกันเอง แทนที่จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างสร้างสรรค์อย่างที่เธอตั้งใจไว้

“เรื่องมันเกิดจากที่เราไปแปลข่าวซึ่งเป็นประเด็นร้อนแรงในจีน คือ ตอนนั้นจีนบริจาคหน้ากากอนามัยให้ไทย ช่วงที่เราขาดแคลนหน้ากาก แต่ในขณะเดียวกันไทยก็มีข่าวว่าส่งออกหน้ากากอนามัยให้อเมริกา 

“ทีนี้เลยเกิดความเข้าใจผิดขึ้น เพราะดันเป็นช่วงไทม์ไลน์ที่ต่อเนื่องกันพอดี เราก็แปลคอนเมนต์ชาวเน็ตจีนว่าเขาคิดยังไง มีคนมาคอมเมนต์ว่า อย่างนี้ไม่น่าช่วยแล้ว ครั้งหน้าฉันจะไม่ไปประเทศไทยแล้ว”

ซึ่งเจตนาที่แท้จริงของบรีม คือการเป็นสื่อกลางส่งต่อข่าวที่เป็นประโยชน์กับคนอื่นให้เข้าใจเกี่ยวกับประเทศจีนมากขึ้นเท่านั้นเอง

ทว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอตัดสินใจห่างหายจากการทำเพจไประยะหนึ่ง เพราะรู้สึกเหมือนตนส่งต่อพลังงานลบให้แก่ลูกเพจโดยไม่ได้ตั้งใจ

Nihao Naohi

1 ปีให้หลัง บรีมตัดสินใจกลับมาเดินหน้าทำเพจอีกครั้ง และขยับขยายพื้นที่คอนเทนต์ไปยัง YouTube เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเป็นช่องทางในการทำรายได้เสริม แต่ยังคงความเป็นบันทึกเรื่องราวชีวิตของเธอในประเทศจีนไว้ดังเดิม

ก่อนจะเปลี่ยนมาอัปเดตคอนเทนต์ถี่ขึ้นใน TikTok อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้แทน 

“พอเรามีลูก สมาธิมันสั้น โฟกัสอะไรนาน ๆ ไม่ได้ ตอนคลอดลูกก็หายไปอีก 2 – 3 เดือน เราเป็นซึมเศร้าหลังคลอดด้วย ทีนี้เลยลองมาเล่น TikTok แล้วลงคลิปไป 15 วินาที 1 นาทีบ้าง”

ด้วยข้อจำกัดของเวลาว่างที่ลดน้อยลง จากการที่เธอสวมหมวกเจ้าของธุรกิจบราปีกนกอีกใบหนึ่ง การตัดสินใจในครั้งนี้นับว่าถูกทีเดียว

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน
‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

การกลับมาครั้งนี้ของบรีม ยังมาพร้อมกับคอนเทนต์ย่อยง่ายแนวไลฟ์สไตล์คล้ายกับตอนเธอเริ่มทำเพจในช่วงแรก เพราะเธอตระหนักได้ถึงเรื่อง Hate Speech และคิดว่าอยากทำคอนเทนต์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

“เราอยากแชร์เรื่องราวในแบบเบาสมอง ให้คนเข้าใจวัฒนธรรม เข้าใจคนจีน โดยที่เราไม่ได้อ้างทฤษฎีเหมือนตอนทำเรื่องการเมือง เพราะพอเรารู้ มันมีคนรู้ลึกกว่านั้นอีก รีเสิร์ชหนักมาก แล้วเราก็ปวดหัวกับสิ่งพวกนี้ เลยไม่อยากเจาะลึกอะไรแล้ว 

“เพราะบางคนเขาเลิกงานมา เขาไม่ได้อยากรู้อะไรลึก ๆ เขาแค่ต้องการความสบายใจ ต้องการอะไรที่มันสนุกสนานบ้าง”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

เราอดสงสัยไม่ได้ว่า คอนเทนต์ไหนกันที่ทำให้คนหันมาสนใจสะใภ้ไชน่ามากขึ้น

“คลิปแรกที่ถ่ายแฟนเรา ตอนนั้นเขาเดินไปซื้อขนมปังให้ เราก็เลยถ่ายนางเดิน แล้วเป็นช่วงเพลง I JUST WANNA PEN FAN YOU DAI BOR ? กำลังแมส เราก็ใส่เพลงนั้นไป พร้อมกับข้อความว่า ‘ข้อดีของการมีแฟนคนจีนมีอะไรบ้าง’ ก็ไล่เป็นข้อ ๆ หนึ่ง มีความรับผิดชอบสูง สอง มีความเป็นผู้นำ สาม ขยันทำงาน วางแผนการเงินดี สี่ สายเปย์ ห้า ผิวดีมาก 

“คนก็เออใช่ จริงด้วย อยากมีแฟนเป็นคนจีน” บรีมหัวเราะ

“แล้วมีคนถามว่ามีข้อเสียไหม เราก็ทำอีกคลิปหนึ่งเป็นข้อเสียของการมีแฟนคนจีน”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

หลังจากลงคลิปนั้น คอนเทนต์น้อยใหญ่ต่างทยอยเกิดขึ้นมากมายในช่องของบรีม เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาสำรวจแดนมังกรไปด้วยกัน 

ในขณะเดียวกัน การอาศัยอยู่ในต่างประเทศและทำคอนเทนต์เปิดโลกของสะใภ้ไชน่าคนนี้ อย่างเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรม ที่ทำให้เธอต้องปรับตัวไม่มากก็น้อยทีเดียว เช่น ภาษาท้องถิ่นที่เธอไม่คุ้นชินนัก ทำให้ต้องใช้ภาษาท่าเข้าช่วยในระยะแรก อาหารจีนที่รสชาติไม่ได้จัดจ้านเท่าไทย หรือแม้แต่การบริการของพนักงานจีนที่แทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากนัก เพราะมีเทคโนโลยีสะดวกครบครัน ตั้งแต่ QR Code สแกนเมนูยันหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร

ความธรรมดาแสนพิเศษ

หากถามว่าเสน่ห์ความเป็นสะใภ้ไชน่าคืออะไร บรีมตอบเราสั้น ๆ แค่ว่า – ไม่มี

“เราไม่คิดว่าเพจเรามีจุดเด่นอะไรเลย เราเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่คนเก่งหรือโดดเด่นอะไร นี่คือความธรรมดาที่ทุกคนก็เป็นบรีมได้เหมือนกัน อย่างน้อยเป้าหมายในการทำคลิปของเรามี 2 เรื่อง คือ ถ้าคุณไม่ได้ความบันเทิง คุณก็จะได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยกลับไป

“คนที่ติดตามเรา เขาจะชอบพูดว่าคุณบรีมเก่งจัง ไม่เหมือนสะใภ้คนอื่นเลย แต่บางคนปลูกผักอย่างสวย ทำอาหารอย่างเก่ง ซึ่งเราไม่มีคุณสมบัติอะไรแบบนั้น”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน
สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

จุดขายของสะใภ้ไชน่าจึงไม่ใช่คอนเทนต์ที่โดดเด่นพิเศษกว่าใคร หรือโชว์เรื่องราวความสำเร็จในชีวิต แต่เป็นความตลกธรรมชาติของบรีม รวมถึงความอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนเพื่อนที่มาตั้งวงสนทนาพาทีกัน

ถ้ายังไม่เห็นภาพ เราขอเสิร์ฟตัวอย่างคอนเทนต์ที่เธอทำไว้เป็นน้ำจิ้มให้นักอ่านได้ลิ้มลอง

1. อาหาร ใครติดภาพจำว่าอาหารจีนต้องเผ็ดกินแล้วลิ้นชา เหมือนทานหม่าล่า คลิปนี้บรีมมาไขความลับให้ได้รู้กันว่า อาหารจีนไม่ได้เผ็ดไปทั้งหมด อย่างมณฑลเจ้อเจียงที่เธออาศัยอยู่นั้น อาหารเรียกได้ว่าจืดกว่าที่เธอคิดไว้มาก ขนาดปลานึ่งยังใส่เพียงขิงเท่านั้นเอง

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

อาหารท้องถิ่นเจ้อเจียง ประเทศจีน

2. สถานที่ท่องเที่ยว บรีมอาสาพาทัวร์พระราชวังต้องห้ามจำลอง สอดแทรกเกร็ดความรู้ที่ทำเอาเราถึงกับตกใจ เมื่อได้รู้ว่านางสนมสมัยก่อน หากไม่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ จะถูกพาไปทำแท้ง บางทีถึงขั้นใช้วิธีการขูดมดลูกเลยทีเดียว

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

พระราชวังจีนที่คนไม่ค่อยได้เห็น

3. มุมมองเรื่องความหลากหลายทางเพศ แม้ว่าประเด็น LGBTQ+ เริ่มเปิดกว้างมากขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ ของจีน เช่น เซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะในสายตาคนรุ่นใหม่ แต่ในแถบชนบทยังปิดกั้นอยู่พอสมควร แม้แต่ในภาษายังมีการใช้คำว่า 人妖 (เหรินเยา) แปลว่า ปีศาจที่เป็นคน เพื่อเรียกคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ รวมถึงรัฐบาลก็ยังไม่สนับสนุนผู้ชายหน้าหวานแต่งกายแบบหญิง

อย่างไรก็ดี บรีมเข้าใจว่าสาเหตุอาจเกิดจากความที่จีนเป็นสังคมใหญ่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี แต่คิดว่าอีกไม่นานน่าจะผ่อนคลายเรื่องกฎพวกนี้ เพราะในปัจจุบันก็เริ่มมีการสร้างห้องน้ำ Unisex ตามปั๊มและจุดพักรถต่าง ๆ แล้ว

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

คนจีนคิดยังไงกับ LGBT

4. นโยบายลูก 3 คน บรีมชวนเราขบคิดถึงนโยบายลูกคนเดียวของจีน ที่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นนโยบายลูก 3 คน เนื่องจากสมัยนี้คนไม่นิยมการมีบุตร ทำให้อัตราการเกิดลดลงมาก ด้วยความที่จีนเป็นสังคมคอมมิวนิสต์ ทุกคนจึงมี Mindset ที่ว่าต้องทำเพื่อส่วนรวม ให้มีแรงงานมาพัฒนาประเทศชาติต่อไป

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

ประเทศจีนมีลูกได้สามคนแล้ว

จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน

จากการทำเพจสะใภ้ไชน่าในวันแรกจนถึงวันนี้ ความสุขของบรีมยังคงเป็นการได้ไล่อ่านคอมเมนต์ลูกเพจที่เธอเรียกว่า ‘เพื่อน’ ส่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

“พอทำเพจ มันไม่เหมือนกับว่าเรายืนอยู่บนสปอตไลต์แล้วมีคนมองมา ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ถ้าจะเป็นแบบนั้นคงต้องเป็นเพจที่มีความรักชู หรือมีชีวิตธรรมดาที่ไม่เหมือนคนอื่น 

“แต่เหมือนเรากำลังยืนอยู่ในพื้นที่ที่มีเพื่อน ๆ ยืนอยู่ด้วยกันเต็มไปหมด แล้วเม้ามอยเรื่องเดียวกันได้ ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร” บรีมย้ำ

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

ด้วยความที่อยากสร้างรอยยิ้มและมวลความสนุกในแต่ละวัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสะใภ้ไชน่าถึงมักอัปโหลดคลิปใหม่ ๆ ในช่วงเย็นวันธรรมดาหลังคนเลิกเรียนหรือเลิกงาน และช่วงสายของวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่เริ่มทยอยลุกจากเตียง

ไม่เพียงแต่ความสุขที่บรีมได้รับจากคอมมูนิตี้ที่เธอและลูกเพจร่วมกันสร้างขึ้น เธอยังได้รู้จักตัวตนของตัวเอง และเข้าใจคนอื่นมากขึ้นด้วย

“เราได้รู้ว่าเราไม่ได้ชอบที่จะเสพพลังงานลบตลอดเวลา ที่สำคัญคือ เรารู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองและสังคมมากขึ้น”

หากกล่าวถึงทิศทางในอนาคตของเพจ บรีมยังคงจะทำคอนเทนต์ในแนวที่ทำอยู่ให้ดีต่อไป เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเติมพลังชีวิตให้กับใครต่อใคร

“เราอยากให้เขารู้สึกว่าต้องไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรในชีวิต เราว่าต้องมีทางออก แล้วถ้าพื้นที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ของเรา เราก็แค่เดินไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอสิ่งที่ใช่

“แล้วตอนนี้เราเพิ่งกลับมาไทยในรอบ 3 ปี ในอนาคตก็อยากจะทำเป็น Vlog พาไปตระเวนชิมอาหารตามที่ต่าง ๆ เพราะเรามีแพลนไปตะลอนเที่ยวประเทศไทยด้วย”

สะใภ้ไชน่าทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม “ขอบคุณลูกเพจทุกคนที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอด”

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม
ภาพ : สะใภ้ไชน่า Sapai China

ช่องทางการติดตาม

Facebook : สะใภ้ไชน่า Sapai China

YouTube : สะใภ้ไชน่า Sapai China

TikTok : สะใภ้ไชน่า-ซ้อบรีม (@sapaichina)

Writer

กชพรรณ ก่อสุวรรณวงศ์

เด็กนิเทศแดนกิมจิ เอ็นดูแมวทุกตัวบนโลก ชื่นชอบการอ่านนิยายในวันฝนพรำ และหลงรักเทศกาลคริสต์มาสเป็นพิเศษ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load