ณ ขณะที่เขียนบทความนี้เราอยู่ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปนมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 กว่า 50,000 คน รั้งอันดับ 4 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้แล้วกว่า 4,000 คน แซงหน้าตัวเลขผู้เสียชีวิตในจีนไปเรียบร้อย 

จากประสบการณ์ในฐานะนักศึกษาไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในบาร์เซโลนามาเกือบ 5 ปี ตัวเลขนี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายเท่าไรนัก เมื่อดูจากพฤติกรรมของคนสเปนที่เห็นมาในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทักทายกันด้วยการหอมแก้มสองข้าง ไอจามไม่ปิดปาก หรือบางคนเดินๆ อยู่ก็ถุยน้ำลายลงบนทางเท้า และแน่นอนว่าช่วงที่ไวรัสเริ่มระบาด ไม่มีใครใส่หน้ากากอนามัย เมื่อบวกกับมาตรการของรัฐบาลที่ขยับตัวช้าเกินไป ผลก็ออกมาอย่างที่เห็น

ความสนุกสร้างสรรค์ของชาว สเปน เมื่อต้อง กักตัวอยู่บ้าน กันทั้งประเทศ
แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก Recinte Modernista de Sant Pau บาร์เซโลนา ในสภาวะปกติ
จัตุรัสสเปน (Plaça d’Espanya) บาร์เซโลนา

ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่เริ่มมีข่าวไวรัสแพร่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ คนสเปนยังมองเป็นเรื่องไกลตัว เมื่อมีผู้เสียชีวิตเคสแรกๆ ในสเปน สื่อมักนำเสนอข่าวพร้อมเน้นย้ำว่า ผู้เสียชีวิตเป็นผู้สูงอายุหรือไม่ก็มีโรคประจำตัวอยู่ก่อน ในเพจของหนังสือพิมพ์แต่ละเจ้า คอมเมนต์ใต้ข่าวที่เห็นประจำคือ “ไข้หวัดใหญ่รุนแรงกว่าอีก” หรือ “เด็กอดตายวันละเป็นหมื่นคน ช่วยเสนอข่าวอื่นบ้างได้ไหม” 

แต่ในขณะเดียวกันก็คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่วิตกกังวล เพราะตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ผลิตภัณฑ์อย่างเจลล้างมือและแอลกอฮอล์เริ่มหาซื้อยาก ช่วงนั้นแอบได้ยินแคชเชียร์ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตบ่นกับลูกค้าอีกคนว่า “ไม่มีแล้วนะแอลกอฮอล์ ก็มีข่าวเรื่องไวรัสไร้สาระนี่ ของเลยหมดเกลี้ยง” 

ความสนุกสร้างสรรค์ของชาว สเปน เมื่อต้อง กักตัวอยู่บ้าน กันทั้งประเทศ
ความสนุกสร้างสรรค์ของชาว สเปน เมื่อต้อง กักตัวอยู่บ้าน กันทั้งประเทศ
ความสนุกสร้างสรรค์ของชาว สเปน เมื่อต้อง กักตัวอยู่บ้าน กันทั้งประเทศ

ที่น่าตกใจคือ ณ วันที่ 8 มีนาคม ขณะที่อิตาลีสถานการณ์ทรุดหนัก และในสเปนเองมีผู้ติดเชื้อเกือบ 500 รายทั่วประเทศ รัฐบาลสเปนยังสนับสนุนให้จัดการชุมนุมเนื่องในวันสตรีสากลทั่วประเทศ โดยมีบุคคลสำคัญทางการเมืองหลายคนเข้าร่วมด้วย 

จากนั้นเหมือนเพิ่งนึกได้ วันต่อมาก็มีคำสั่งปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วมาดริดทันที ไม่กี่วันให้หลัง ข่าวก็ออกว่านักการเมืองและคนใกล้ชิดติด COVID-19 กันเป็นแถว ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคน รวมถึงภริยานายกรัฐมนตรี 

ในที่สุด รัฐบาลสเปนก็ประกาศ State of Alarm มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม และทยอยออกมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมการระบาด ไม่ว่าจะเป็นการสั่งปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ปิดพรมแดนทางบก ปิดโรงแรมทั่วประเทศ ห้ามประชาชนออกจากที่พักอาศัยนอกจากมีเหตุจำเป็น ซึ่งก็ออกจากบ้านได้ทีละคนเท่านั้น เช่น ออกไปซื้ออาหาร ซื้อยา ออกไปหาหมอ ไปธนาคาร ไปทำงาน หรือช่วยเหลือผู้พิการหรือผู้สูงอายุ 

ความสนุกสร้างสรรค์ของชาว สเปน เมื่อต้อง กักตัวอยู่บ้าน กันทั้งประเทศ
ร้านขายยาติดป้ายให้รอคิวหน้าร้าน
ความสนุกสร้างสรรค์ของชาว สเปน เมื่อต้อง กักตัวอยู่บ้าน กันทั้งประเทศ
คนต่อคิวรอใช้บริการไปรษณีย์บาร์เซโลนา

บางคนที่ดื้อ ฝ่าฝืน ออกมาเดินเที่ยวเล่นหรือรวมกลุ่มกัน ตำรวจก็จับจริง ปรับจริง เวลาไปซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขนมปัง หรือร้านผักผลไม้ ก็มีมาตรการให้รักษาระยะห่าง 1 – 2 เมตรระหว่างรอคิว บางแห่งจำกัดจำนวนคนที่เข้าไปซื้อของ ร้านยาใกล้บ้านถึงกับเอาป้ายมาตั้งหน้าร้าน แล้วเภสัชกรออกมาคุยด้วยตรงนั้นเลยว่าต้องการจะซื้ออะไร ลูกค้าไม่ต้องเข้าไปในร้าน อีกร้านห่างออกไปอีกนิด นอกจากแนะนำให้รักษาระยะห่างและจ่ายด้วยบัตรเครดิตแล้ว ยังแปะป้ายไว้เลยว่าไม่มีหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ และถุงมือยาง ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปถามหา

ความสนุกสร้างสรรค์ของชาว สเปน เมื่อต้อง กักตัวอยู่บ้าน กันทั้งประเทศ
ผู้คนออกมารอชมดอกไม้ไฟ งาน La Mercè บาร์เซโลนา
ความสนุกสร้างสรรค์ของชาว สเปน เมื่อต้อง กักตัวอยู่บ้าน กันทั้งประเทศ
คนแออัดกันรอชมขบวนวิ่งไฟ (Correfoc) ในบาร์เซโลนา
ความสนุกสร้างสรรค์ของชาว สเปน เมื่อต้อง กักตัวอยู่บ้าน กันทั้งประเทศ
ถนนคนเดิน Las Ramblas ที่โด่งดังของบาร์เซโลนาช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา

ในสถานการณ์ปกติ สเปนเป็นประเทศแห่งความสนุกสนานรื่นเริงและบันเทิงไปด้วยกันเป็นหมู่คณะ ไลฟ์สไตล์วันหยุดสุดสัปดาห์คือออกไปหาอะไรดื่มกันสักห้าทุ่มเที่ยงคืน จากนั้นอาจจะไปต่อที่ผับบาร์ ปาร์ตี้กันจนถึง 7 โมงเช้า เทศกาลคริสต์มาสคือการที่ญาติพี่น้องมารวมตัวกันกินดื่มข้ามวันข้ามคืน 

แต่ละหมู่บ้าน แต่ละเมือง ก็มีงานเฉลิมฉลองประจำปี อย่างเช่นบาร์เซโลนา แต่ละย่านจะมีงาน Festa Major ของตัวเอง ในชุมชนช่วยกันตกแต่งถนนตามธีมต่างๆ มีคอนเสิร์ตเล็กๆ บนถนน ออกมาเต้นรำด้วยกัน ส่วนเทศกาลสำคัญที่สุดของบาร์เซโลนาคือ ลา เมอร์เซ่ (La Mercè) ในเดือนกันยายน ประกอบไปด้วยขบวนแห่หุ่นยักษ์ ขบวนแห่ปีศาจพ่นไฟ และการจัดแสดงดอกไม้ไฟพร้อมแสงสีเสียงอย่างยิ่งใหญ่เป็นการปิดงาน ทุกกิจกรรมล้วนจัดกลางแจ้ง ความสนุกอยู่ที่การออกมาแออัดกันตามถนนหนทางและจัตุรัสต่างๆ 

เท่าที่เคยสัมผัสมา คนสเปนเข้าสังคมเก่ง ชวนคุยเก่ง ชำนาญการสนทนากับคนไม่รู้จัก ระหว่างรอคิวที่ธนาคาร เราอาจได้ฟังดราม่าชีวิตของคุณป้าคิวก่อนหน้า ตั้งแต่แต่งงานครั้งแรกจนหย่าครั้งที่สาม คุณลุงที่ป้ายรถเมล์อาจจะหันมาบอกว่าช่วงนี้อากาศหนาวแปลกๆ เนอะ หรือพ่อค้าผลไม้ข้างบ้านอาจจะอยู่ๆ ถามขึ้นมาก็ได้ว่า อ้าว…แฟนไปไหนแล้ว ทั้งๆ ที่คุณไม่เคยบอกเขาว่ามีแฟน 

ดังนั้น การที่อยู่ๆ คนสเปนจะต้องถูกจำกัดให้อยู่แต่ในบ้าน อดสังสรรค์กับใครๆ ก็ไม่แปลกที่จะอึดอัดคับข้องใจกันหมด ยิ่งในเมืองใหญ่ๆ คนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ และหลายแห่งเป็นการแบ่งห้องให้เช่า มีแค่ห้องนอนเป็นพื้นที่ส่วนตัว และใช้ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น กับเพื่อนร่วมบ้าน 

แต่เรื่องความบันเทิงประเทศนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง แค่วันแรกที่เริ่มบังคับใช้มาตรการกักตัว ถนนหนทางอาจร้าง แต่ประชาชนก็สรรหาความรื่นเริงร่วมกันขึ้นมาจนได้ 

เริ่มจากการจัดคอนเสิร์ตบนระเบียง ในบาร์เซโลนามีคลิปที่แชร์กันไปมากคือคลิปจากย่านใกล้ๆ โบสถ์ซากราดาฟามิเลีย (Sagrada Família) มีผู้ชายคนหนึ่งเอาเปียโนไฟฟ้าออกมาตั้งเล่นที่ระเบียง หลังจากนั้นอีกคนก็ถือแซกโซโฟนโผล่ออกจากระเบียงตึกข้างๆ มาขอเล่นด้วย อีกย่านหนึ่งก็เล่นเปิดผับพร้อมกันทั้งตึก คือเปิดเพลงชวนแดนซ์พร้อมไฟหลากสี แล้วต่างคนต่างก็เต้นกันอยู่บนระเบียง แถมแต่ละห้องยังเปิดปิดไฟให้กะพริบเป็นจังหวะ

กิจกรรมอื่นๆ มีเล่นบิงโกกันจากระเบียง โผล่หน้าต่างออกมาเดาะลูกปาเดล (กีฬาคล้ายๆ เทนนิส) กับเพื่อนบ้าน และที่แชร์กันไปมากมายน่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เซบีญ่า มีฟิตเนสเทรนเนอร์ขึ้นไปนำคลาสออกกำลังกายบนดาดฟ้า ให้คนบนตึกรอบๆ เต้นตามจากระเบียงหรือหน้าต่างห้องตัวเอง 

ทางฝั่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ที่เกาะมายอร์กา ตำรวจเปิดไซเรนมาอย่างขึงขัง พอผู้คนโผล่หน้าต่างออกมา ทีมสายตรวจก็คว้ากีตาร์โดดลงจากรถ มาร้องเพลงและเต้นกันบนถนน สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ที่อัสตูเรียส ตำรวจอ่านจดหมายจากปิกาจูออกลำโพงให้กำลังใจเด็กๆ ใจความสำคัญว่า “ปิก้าปิปิก้า ปิก้าปิก้าปิ ปิก้า…” เสร็จแล้วตำรวจก็แปลให้ด้วยว่า ปิกาจูบอกว่า เด็กๆ ทำได้ดีมากๆ แล้ว ไม่ต้องกังวลนะ เดี๋ยวอีกไม่นานทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไป

ส่วนที่มูร์เซีย ทวิตเตอร์ของสถานีตำรวจท้องถิ่นแชร์วิดีโอซึ่งให้เห็นรถสายตรวจที่เลี้ยวเข้ามาอย่างสง่า ตำรวจหนุ่มก้าวลงมาเผชิญหน้ากับไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ที่ยืนจังก้าอยู่กลางถนน พร้อมเพลงประกอบอลังการจาก จูราสสิก พาร์ค มีแคปชั่นย้ำเตือนประชาชนว่า ในสถานการณ์ตอนนี้ อนุญาตให้พาสัตว์เลี้ยงออกมาข้างนอกได้ตามความจำเป็น ส่วนใครมีปมอยากจะแต่งเป็นไทแรนโนซอรัสนี่ไม่เข้าเกณฑ์ เข้าบ้านไป 

แต่ระเบียงไม่ได้มีไว้แค่จัดคอนเสิร์ตเผื่อเพื่อนบ้าน และความร่วมมือร่วมใจของคนที่นี่ไม่ได้มีแค่ในเรื่องความบันเทิงเท่านั้น ตั้งแต่คืนแรกของการปิดเมือง ประชาชนทั่วสเปนนัดกันออกมาที่ระเบียงหรือหน้าต่างทุกคืน เพื่อปรบมือแทนคำขอบคุณและเป็นกำลังใจให้บุคลากรสาธารณสุข ในวันแรกนัดกันตอน 4 ทุ่ม แต่วันต่อๆ มาเลื่อนให้เร็วขึ้นเป็น 2 ทุ่มตรง เพื่อที่ว่าเด็กๆ จะได้ร่วมกิจกรรมด้วย 

ในมาดริดมีการริเริ่มโครงการ Food4Heroes คือเครือร้านอาหารหลายแห่งประสานงานกันเพื่อนำอาหารไปแจกจ่ายให้บุคลากรในโรงพยาบาล ซึ่งต่อมาก็ขยายออกไปยังเมืองอื่นๆ อย่างรวดเร็ว ในบาร์เซโลนามีกลุ่มคนขับแท็กซี่อาสารับส่งแพทย์และพยาบาลฟรี ในหลายเมือง ผู้ประกอบการชาวจีนนำหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือมาบริจาคให้ตำรวจท้องถิ่น 

ความสนุกสร้างสรรค์ของชาว สเปน เมื่อต้อง กักตัวอยู่บ้าน กันทั้งประเทศ
โน้ตที่เพื่อนบ้านแปะไว้ในลิฟต์ เสนอช่วยซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ต
ความสนุกสร้างสรรค์ของชาว สเปน เมื่อต้อง กักตัวอยู่บ้าน กันทั้งประเทศ
Screenshot จากแอปพลิเคชัน Frena La Curva

ส่วนการดูแลกันในหมู่เพื่อนบ้านก็ขาดไม่ได้ ในตึกของผู้เขียนก็มีคนเขียนประกาศแปะไว้ในลิฟต์ว่า ถ้าใครต้องการความช่วยเหลือในการซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ต ให้ติดต่อเธอได้ 

แต่ที่มาเหนือชั้น คือมีการทำแอปพลิเคชันชื่อว่า Frena La Curva หมายถึงการชะลอเส้นโค้งกราฟจำนวนผู้ติดเชื้อ เป็นแพลตฟอร์มให้ผู้ใช้งานปักหมุดลงไปได้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนบนแผนที่สเปน (ซึ่งซูมลงไปได้ละเอียดแทบทุกซอย) และลงประกาศว่าต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการเสนอตัวช่วยเหลือคนอื่นด้านไหนบ้าง ซึ่ง ณ ตอนนี้ประกาศของจิตอาสามีมากกว่าของคนที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่หลายเท่า มีตั้งแต่คนที่เสนอช่วยเรื่องพื้นฐานอย่างซื้อของ เอาขยะลงไปทิ้ง พาสัตว์เลี้ยงออกไปขับถ่าย ไปจนถึงนักจิตวิทยาที่พร้อมจะให้คำปรึกษาฟรีผ่านสไกป์ และครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษที่อาสาสอนการบ้านเด็ก 

นอกจากนี้ ยังเป็นที่รวมโครงการน่าสนใจต่างๆ ที่เอื้อให้ประชาชนมีส่วนร่วม และจะช่วยให้ทุกภาคส่วนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน เช่น โครงการในเมืองซาราโกซา ที่แจกรายละเอียดวิธีทำ Face Shield สำหรับแพทย์ เพื่อบริจาคให้โรงพยาบาล โดยบอกวิธีทำ วัสดุที่ใช้ และแจกแพตเทิร์น เพื่อให้ใครก็ตามที่มีเครื่องพิมพ์สามมิติร่วมกันผลิตหน้ากากไปบริจาคได้ โดยมีแบบฟอร์มออนไลน์พร้อมให้กรอกเพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่มารับของ

ณ ขณะที่เขียนบทความนี้เสร็จ รัฐสภาสเปนเพิ่งอนุมัติให้ต่อเวลาการกักตัวไปจนถึงวันที่ 11 เมษายน การระบาดของไวรัสทำให้ต้องงดเทศกาลสำคัญๆ ไปหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานเผาหุ่น ลาส ฟายาส (Las Fallas) ที่เมืองบาเลนเซียในเดือนมีนาคม ขบวนแห่เทศกาลอีสเตอร์ในหลายเมืองทางภาคใต้ของสเปนในเดือนเมษายน และงาน Gay Pride ในมาดริดที่จะจัดในเดือนกรกฎาคม แต่เราเชื่อว่า อีกหลายอาทิตย์ที่จะต้องกักตัวกันต่อไปอีกนี้ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร จะต้องมีปรากฏการณ์เรียกรอยยิ้มมาอีกเรื่อยๆ ทั่วสเปนแน่นอน

Writer & Photographer

อนิมมาล เล็กสวัสดิ์

นักศึกษาสาขาวิชาการแปลในบาร์เซโลนา ชอบหยอกแกมหยิกความสเปนเป็นงานอดิเรกที่ เพจ Tailandana

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

พลาสติกคือขยะ ต้องลดการใช้ให้สิ้น

พลาสติกคือองค์ประกอบสำคัญของการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยต่อชีวิตผู้คน

2 ประโยคนี้อาจฟังดูขัดแย้งกัน แต่เป็นคำนิยามคู่พลาสติกช่วงปีที่ผ่านมาในสังคม

ในฟากหนึ่ง การผลิต ใช้งาน และกำจัดพลาสติกที่ย่อยสลายเองไม่ได้แบบผิดๆ ย่อมส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และกระทบสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงในระดับที่มนุษย์ไม่ควรรีรอนิ่งเฉยอีกต่อไป

อีกด้านหนึ่ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพลาสติกกลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้มนุษย์ในชีวิตประจำวันและการทำงาน โดยเฉพาะในช่วงโควิด 19 ที่การใช้งานพลาสติกพุ่งสูงขึ้น จากความจำเป็นในการสั่งเดลิเวอรี่ การใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์และความปลอดภัย

เมื่อยังมีการใช้งานอยู่ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ การหาวิธีผลิตและบริหารจัดการพลาสติกเหล่านั้นอย่างรับผิดชอบร่วมกันของผู้คนในสังคมและองค์กรต่างๆ เพื่อให้เกิดคุณค่าในการใช้งานสูงสุด

หนึ่งในบริษัทที่ตื่นตัวเรื่องนี้เป็นอย่างดี พยายามปรับเปลี่ยนกระบวนการมาอย่างต่อเนื่องคือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้ดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลเพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต รวมทั้งอยู่ร่วมกับสรรพสิ่งรอบข้างได้อย่างลงตัว

ช่วงปีที่ผ่านมา GC ผลักดันนวัตกรรมพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคม หนึ่งในโครงการที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้คือ ‘Greater Care Charity by GC & Customers’ ที่ร่วมมือกับบริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ GCM ผู้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ และ 84 องค์กรพันธมิตร ผลิตและส่งมอบนวัตกรรมจากพลาสติกให้แก่โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด 19 เสริมกำลังให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ในวันที่ต้องเผชิญความเสี่ยงสูง โดยคำนึงถึงวิธีการจัดการพลาสติกให้เกิดคุณค่าสูงสุดอย่างปลอดภัย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

เมื่อพลาสติกสามารถสร้างประโยชน์ในสถานการณ์วิกฤต The Cloud นัดหมายคุยกับ คุณปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ของ GC เพื่อสอบถามถึงการทำงานเบื้องหลังของโครงการนี้ และแนวทางการพัฒนาธุรกิจไปพร้อมกับการสนับสนุนสังคม ผ่านความเชี่ยวชาญขององค์กรชั้นนำระดับประเทศ

เพราะไม่มีใครอยู่รอดได้ด้วยตัวเองเพียงตัวคนเดียวอีกต่อไป วินาทีนี้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อรักษาชีวิตผู้คนและโลกใบนี้ให้คงอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

พลาสติกเพื่อการแพทย์

“GC ให้ความสนใจและพัฒนาเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์มานาน” คุณปฏิภาณกล่าว จากทิศทางของบริษัทที่ไม่ต้องการเป็นเพียงผู้ผลิตเม็ดพลาสติกเกรดทั่วไปเท่านั้น แต่สร้างโซลูชันที่มีความคงทนและคุณค่ามากขึ้น ยกระดับการผลิตพลาสติก เพื่อช่วยตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม โดยอุปกรณ์การแพทย์ถือเป็นแวดวงหนึ่งที่พลาสติกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง 

เพราะพลาสติกมีคุณสมบัติเรื่องความยืดหยุ่น เบา ทนทาน ขึ้นรูปง่าย ผลิตปริมาณมากได้ในเวลาอันสั้น ป้องกันสารคัดหลั่งซึมผ่าน นำไปฆ่าเชื้อทำความสะอาดต่อได้ จึงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ เช่น ชุดกาวน์ หน้ากากอนามัย ชุด PPE ฯลฯ

แม้จะดูไม่ซับซ้อน แต่การผลิตให้ใช้งานได้ในทางการแพทย์ ต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่และความใส่ใจในรายละเอียดขั้นสูง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อชีวิตของมนุษย์ ซึ่ง GC เคยผ่านการร่วมมือและร่วมผลิตอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาผู้ป่วย รวมถึงอำนวยความสะดวกให้บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศมาแล้ว

เมื่อวิกฤตจากโควิด 19 ยืดเยื้อนานขึ้น GC เห็นช่องว่างที่มีอยู่ในสังคม และร่วมเข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ เพิ่มเติมจากหลายโครงการที่ดำเนินการมาตั้งแต่การแพร่ระบาดในระลอกแรก

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

“GC เห็นว่าอัตราการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาที่ศูนย์พักคอยและโรงพยาบาลสนาม แต่อุปกรณ์ภายในอาจยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด เช่น อายุการใช้งานค่อนข้างสั้น ไม่ทนทานต่อสารคัดหลั่ง ทำความสะอาดยาก ซึ่งจริงๆ การช่วยเหลือตรงนี้เป็นเรื่องดีและทำได้เร็ว สิ่งที่มองเห็นว่าทำได้เพิ่ม คือการเข้าไปเสริมสิ่งที่ยังขาดอยู่”

“ปกติเราจัดกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับลูกค้าทุกปี เช่น การจัดงานสัมมนา แต่ปีนี้ไม่เหมาะจะจัดอยู่แล้ว เราจึงคุยกันว่า เอางบประมาณตรงส่วนนี้มาร่วมทำประโยชน์ให้กับสังคมดีกว่า”

เนื่องจาก GC ร่วมงานกับกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตพลาสติกที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน ทำงานสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal หรือ SDGs) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การผนึกกำลังจาก 84 องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลากหลายจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พันธมิตรเราต่างมีปรัชญาการทำธุรกิจแบบเดียวกัน คือเข้าใจเรื่องความยั่งยืน ให้ความสำคัญกับสมดุลของ 2E1S คือ Economic, Environment และ Social พอเกิดวิกฤตแบบนี้ขึ้น ทุกคนพูดภาษาเดียวกันและเข้าใจทันที” คุณปฏิภาณกล่าว

ผลลัพธ์จากโครงการนี้คือ ผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบให้โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย 4 แห่งใน 3 จังหวัด คือ สมุทรสาคร สมุทรปราการ และระยอง โดยมีตั้งแต่เตียงสนาม 1,000 เตียง ผลิตจากพลาสติก HDPE (High Density Polyethylene) แบรนด์ InnoPlus ที่ถอดประกอบง่าย ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที รับน้ำหนักได้มากถึง 200 กิโลกรัม ฆ่าเชื้อได้ง่ายด้วยน้ำยาและความร้อน ใช้ซ้ำเพื่อรองรับผู้ป่วยใหม่และนำกลับมารีไซเคิลได้ ดูแลการผลิตโดยบริษัท AEROKLAS

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร
Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

ชุดกาวน์กันน้ำ 10,500 ชุด จากเม็ดพลาสติก PE ผลิตโดย Thai Hospital Products และชุดคลุมปฏิบัติการ 3,600 ชุดสำหรับพื้นที่ที่ความเสี่ยงไม่สูง ผลิตจากเส้นใย PET สามารถนำไปทำความสะอาดและกลับมาใช้ซ้ำได้ร่วม 20 ครั้ง

ล็อกเกอร์เก็บของขนาดกะทัดรัดจากเม็ดพลาสติก LLDPE ที่แข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา 

ถังและถุงขยะป้องกันการติดเชื้อที่มีสีแดงเด่นชัดเจน เพื่อให้คนระมัดระวัง รวมถึงมอบข้าวของเครื่องใช้และขนมที่ผลิตจากข้าวในชุมชนจังหวัดระยองที่ GC ให้การสนับสนุน เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งหมดนี้ ผ่านการคิดอย่างครอบคลุมโดยคำนึงถึงอนาคตระยะยาวไว้ด้วย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

“เรานึกถึงการใช้งานในภายหลัง เช่น เตียงที่ผลิตออกมาเป็นพันเตียง ถ้าเกิดโควิด 19 หายไป เราเอาไปทำความสะอาดฆ่าเชื้อได้ง่าย ต่อเป็นโต๊ะไว้ทำอย่างอื่นหรือเอาไปรีไซเคิลอีกทีก็ได้ เพราะเป็นพลาสติกประเภทเดียวกันทั้งหมด เก็บรวบรวมไปรีไซเคิลได้โดยตรงเลย”
เมื่อนับรวมการบริจาคทั้งหมด GC และพันธมิตรได้ส่งมอบชุดกาวน์ PE กว่า 4 ล้านชุด เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ให้ปลอดภัยอีกมากมาย เข้าถึงมากกว่า 6,181 สถานพยาบาลและหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ และยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคมในสิ่งที่ทำได้ ร่วมกับพันธมิตรที่เห็นพ้องต้องกัน

“GC ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่เรื่อยๆ โดยดูความต้องการที่เร่งด่วนและสิ่งที่เรามีในปัจจุบัน หากบริษัทใดอยากช่วยเหลือร่วมกัน เราพร้อมเป็นผู้ประสานงานและสนับสนุน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนให้ได้เร็วที่สุด”

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

Chemistry for Better Living

โครงการนี้เป็นเพียงหนึ่งในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม GC ยังมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการและวางแผนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาวไว้อย่างครอบคลุม

เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์ม YOUเทิร์น เปิดรับพลาสติกประเภท HDPE และ PET ที่ใช้แล้วให้กลับเข้าสู่กระบวนการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาต้นทางเรื่องการทิ้งขยะอย่างกระจัดกระจาย ซึ่งในช่วงโควิด 19 YOUเทิร์น ได้ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อระดมขวดพลาสติกมาผลิตชุด PPE ในโครงการ ‘แยกขวดช่วยหมอ’ อีกด้วย

อีกทั้งอยู่ในช่วงศึกษาเทคโนโลยีสำหรับ Chemical Recycling เพื่อแปรรูปขยะปนเปื้อนที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแบบปกติ โดยการทำให้พลาสติกกลับไปเป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบตั้งต้นของเคมีภัณฑ์และนำไปผลิตต่อเป็นอย่างอื่นได้ ตามแนวคิด Circular Economy ที่ทำให้ทรัพยากรมีการหมุนเวียนและสร้างคุณค่าสูงสุด

รวมถึงการสร้างโรงงานพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) แบบครบวงจร ใช้วัตถุดิบเป็นน้ำตาลจากอ้อยจากเกษตรกรไทย เพื่อผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดการแตกตัวเป็นไมโครพลาสติก แม้จะต้องใช้ต้นทุนสูงในตอนแรกและมีกระบวนการที่ยาวนานกว่า ไม่อาจทดแทนพลาสติกดั้งเดิมได้ทั้งหมด แต่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญในอนาคต ควบคู่ไปกับการผลิตพลาสติกที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นหนทางช่วยลดการปลดปล่อยมลภาวะและก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เตรียมพร้อมเพื่อรับมือในวันที่สถานการณ์โควิด 19 กลับมาเป็นปกติ และการใช้งานพลาสติกอาจมีปริมาณมากขึ้น

แต่เท่านี้ คงไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อโลกใบนี้

“ทุกคนมีส่วนสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ตั้งแต่การคัดแยกขยะต้นทางเพื่อให้รีไซเคิลได้ง่าย ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ปลายทางที่ผลิตขึ้นมาใหม่ราคาไม่สูงสำหรับผู้ใช้งาน และควรมีหน่วยงานที่กำกับดูแล ออกนโยบายกระตุ้นให้ภาคส่วนต่างๆ เห็นข้อดีของการปรับเปลี่ยนเชิงธุรกิจ และดำเนินการให้ถูกต้องได้ง่ายขึ้น”

เพื่อให้พลาสติกกลายเป็นที่สิ่งมีคุณค่าต่อมนุษย์ โดยไม่ทำร้ายชีวิตและสิ่งแวดล้อม และเราผ่านพ้นวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นไปได้ด้วยกัน

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load