31 กรกฎาคม 2561
9.86 K

ผมมีโอกาสได้ไปเบอร์ลินเมืองหลวงของเยอรมนีอยู่ครั้งหนึ่ง ก่อนจะไปก็แชทถามเพื่อนคนเยอรมันว่าควรไปเที่ยวสถานที่ไหนบ้างที่จะได้เห็นชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนเยอรมัน ปลายทางนิ่งคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบว่า Tempelhof Field และยังไม่ลืมกำชับให้ไม่ลืมเช่าจักรยานไปด้วย

หลังจากได้ชื่อมาแล้วผมก็มานั่งหาข้อมูลดูว่า มันคือสถานที่แบบไหน พอได้เห็นรูปว่ามันคือสวนสาธารณะที่เปลี่ยนเอาสนามบินเก่ามาทำ รอยยิ้มบนใบหน้าของผมก็โผล่ขึ้นมาทันที ก็ใครมันจะได้มีโอกาสไปวิ่งหรือขี่จักรยานในรันเวย์กันได้บ่อยๆ ล่ะคุณ ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามบินก็ใหญ่อยู่แล้ว แต่นี่เป็นสนามบินที่เคยใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของยุโรปอีกด้วย ก็สมแล้วที่เพื่อนบอกให้เช่าจักรยานเพื่อปั่นเล่นในนั้น

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

สนามบินเทมเพลฮอฟนั้นเป็นสนามบินเก่าของเบอร์ลินมาตั้งแต่ช่วงปี 1920 สถานที่นี้แต่เดิมก่อนหน้าจะมาเป็นสนามบินก็เคยเป็นลานกว้างที่โดนนักวิทยาศาสตร์เอาไว้ทดลองการบินของเครื่องบินและบอลลูนมาก่อน จนในช่วงที่พรรคนาซีเรืองอำนาจในเยอรมนีและมีความคิดจะสร้างให้เบอร์ลินเป็นเมืองหลวงของโลกใบนี้ รวมถึงมองว่าด้วยพื้นที่ที่ใหญ่โตมหาศาลของสนามบินเทมเพลฮอฟนี่แหละที่จะช่วยให้การเดินทางมายังเมืองหลวงของโลกนี้ง่ายดายและสะดวกมากขึ้น

นำมาซึ่งการพัฒนาและปรับปรุงสนามบินแห่งนี้อย่างจริงจังในช่วงปี 1936 – 1941 ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายในที่ใหญ่โตหรูหราอลังการตามยุคที่นาซีเรืองรอง หรือจะเป็นทางเดินขึ้นเครื่องที่มีความยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร ซึ่งออกแบบโครงสร้างแบบพิเศษทำให้ไม่มีเสาอยู่ตรงกลางทางเดินเลยแม้แต่ต้นเดียว (ในยุคนั้นถือว่าเป็นโครงสร้างที่ล้ำสมัยอยู่มาก)

สถาปนิกรุ่นใหญ่ชาวอังกฤษอย่าง นอร์แมน ฟอสเตอร์ เคยกล่าวถึงที่นี่ไว้ว่า เป็นแม่ของสนามบินยุคใหม่ทั้งหมด ในยุคนั้นยังถือว่าเป็นสนามบินที่คนใช้เยอะที่สุดในยุโรปด้วย ยังไม่พอ นอกจากนั้นแล้วสนามบินแห่งนี้ยังถูกยอมรับว่าเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกด้วยพื้นที่กว่า 3 ล้านตารางเมตร (ใหญ่กว่าประเทศโมนาโกทั้งประเทศซะอีก)

แม้แต่ในช่วงสงครามที่นี่ก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นที่ผลิตอาวุธป้อนให้กับทางกองทัพ แต่ก็อย่างที่หลายๆ คนรู้ในเวลาไม่กี่ปีต่อมาเยอรมนีก็แพ้สงคราม และประเทศก็ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือตะวันออกและตะวันตก เพื่อให้ฝ่ายผู้ชนะสงครามดูแล สนามบินแห่งนี้ก็ไม่ได้รับการปรับปรุงจนเสร็จ และก็มาตกอยู่ภายใต้การดูแลของสหรัฐอเมริกาอยู่นาน

จนถึงช่วงปี 1993 มีการเปิดใช้สนามบินแห่งนี้แค่บางส่วนโดยทางการทหารของอเมริกาในช่วงเวลานั้น หลังจากนั้นจึงเปิดให้บริการเป็นสนามบินอีกครั้ง แต่ก็ได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ทางการเยอรมนีตัดสินใจเลือกใช้สนามบินแห่งอื่นๆ ที่อยู่นอกเมืองแทน และตัดสินใจปิดสนามบินแห่งนี้ไปในปี 2008 ซึ่งหลังจากปิดไปได้แค่ 2 ปีสนามบินแห่งนี้ก็ถูกเปิดใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้ได้ทำหน้าที่ในฐานะของ ‘สวนสาธารณะ’ แทน

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

สวนสาธารณะแห่งนี้พิเศษตรงที่เปิดพื้นที่แทบทั้งสนามบินให้กับทุกคนในเมืองมาใช้กันได้แบบฟรีๆ! ของฟรีมีอยู่จริงก็ที่นี่นี่เอง แล้วก็อย่างที่บอกไป จะมีสักกี่ครั้งกันที่เราจะสามารถมาออกกำลังกายทั้งวิ่งหรือจักรยานบนรันเวย์ได้ (แถมยังมีเครื่องบินที่จอดทิ้งไว้อยู่เป็นอนุสาวรีย์ในรันเวย์อีกด้วยนะ)

ส่วนถ้าอยากเล่นกีฬาแบบเป็นทีมก็มีสนามบาสและสนามฟุตบอลให้ใช้กันได้ และด้วยความที่เป็นที่โล่งกว้างลมแรงก็มีคนมาเล่นว่าว ไปจนถึงวินด์สเก็ตก็สามารถพบเจอได้เป็นปกติของสวนแห่งนี้

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

ทีนี้ด้วยพื้นที่สุดแสนจะกว้างใหญ่ของสวนแห่งนี้ ทำให้มันเป็นสวนที่เอื้อและรองรับคนทุกรูปแบบให้มาทำกิจกรรมกันในนั้นได้ โดยไม่ได้ถูกจำกัดการใช้งานสวนไว้แค่เพียงคนออกกำลังกายอย่างเดียว  ถ้าอยากจะพาหมามาเดินเล่นก็ได้ ถ้าไม่อยากออกกำลังแต่อยากมาปิกนิกก็ไม่มีปัญหา เราสามารถเอาเตาบาร์บีคิวมาย่างเนื้อย่างไส้กรอกในจุดที่กำหนดไว้ได้เลย แล้วถ้าอยากปาร์ตี้ล่ะ ก็สามารถทำได้เลยเช่นกัน จะหยิบเบียร์และไวน์มาดื่มด้วยก็ไม่มีปัญหาใดๆ แค่อย่าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมากนักก็พอ

ในส่วนของตัวอาคารผู้โดยสารและรันเวย์นั้นก็สามารถปรับการใช้งานมาใช้จัดได้ทั้งคอนเสิร์ต Design Festival และอีเวนต์อื่นๆ มากมาย (ในช่วงปี 2015 อาคารผู้โดยสารถูกปรับให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวของผู้อพยพกว่า 7,000 คนด้วย)

Tempelhof Field สวนสาธารณะขนาดใหญ่กว่าประเทศโมนาโก ที่เกิดจากสนามบินเก่าของเบอร์ลิน Tempelhof Field สวนสาธารณะขนาดใหญ่กว่าประเทศโมนาโก ที่เกิดจากสนามบินเก่าของเบอร์ลิน เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

ซึ่งแม้แต่กิจกรรมที่ว่ามาข้างต้นก็ยังใช้พื้นที่ของสวนได้ไม่หมด เราก็เลยได้เห็นโปรเจกต์อื่นๆ ที่หลากหลายและน่าสนุกเกิดขึ้นอยู่เสมอในนี้ เช่น โปรเจกต์สวนผักของผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านใกล้สวนนี้

เนื่องจากอพาร์ตเมนต์ในเบอร์ลินนั้นมีพื้นที่ค่อนข้างเล็กและไม่เอื้อให้สามารถปลูกพืชผักใดๆ ได้ เลยมีการคิดโปรเจกต์สวนผักคนเมืองขึ้นมา โดยให้คนที่อาศัยอยู่ในย่านนั้นสามารถมาลงชื่อเช่าพื้นที่เล็กๆ เป็นของตัวเองในสวนแห่งนี้ได้ในราคาที่ถูกแสนถูก (ถูกจนเจ้าตัวคนเช่าบอกว่าเพิ่งจ่ายไปแต่ก็จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่)

ซึ่งหลังจากที่ลงทะเบียนแล้วจะปลูกอะไรหรือทำอะไรกับพื้นที่นี้ก็ได้ หลายคนก็มาปลูกผักที่กินได้ หลายๆ แปลงก็จริงจังมากจนดูเหมือนไร่มืออาชีพ แต่ก็มีอีกหลายคนที่มาจัดสวนผสมกับตกแต่งสวนแบบทั้งอลังการและสร้างสรรค์ และมาใช้เวลาอยู่ที่นี่เยอะมากๆ ในช่วงหน้าร้อน

อย่างพี่คนหนึ่งที่เอารองเท้าบู๊ทมาแทนกระถางและปลูกต้นไม้เรียงจนเหมือนเป็นสวนรองเท้าบู๊ท บางคนก็ไม่ได้มาปลูกอะไร แค่มานั่งพักผ่อนเฉยๆ ในพื้นที่เล็กๆ ของตัวเอง จากกิจกรรมที่ว่ามาทั้งหมด สวนแห่งนี้นั้นแทบจะรองรับทุกความต้องการของชาวเมืองไว้ได้อย่างครบถ้วนแล้ว

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

ฟังๆ ดู มันก็เป็นสวนที่ดีและทุกคนก็ดูมีความสุขใช่ไหมครับ ทีนี้มันเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้นในปี 2014 เมื่อเกิดกระแสเรียกร้องของนักพัฒนาเมืองที่อยากจะเปลี่ยนพื้นที่นี้ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยแก่ประชาชนแทน โดยในโครงการที่คิดพัฒนานั้นจะมีทั้งห้องสมุดขนาดใหญ่ ทะเลสาบ สนามเด็กเล่น ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ด้วย (คุ้นๆ นะครับ โมเดลนี้มันเหมือนประเทศขวานทองที่ไหนสักที่…)  

เพราะด้วยปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวของเยอรมนี ทำให้มีคนย้ายเข้ามาในเบอร์ลินกว่า 50,000 คนในแต่ละปี ในจังหวะเดียวกับการเข้ามาของสตาร์ทอัพห้องเช่ารายวันอย่าง Airbnb ที่ทำให้ชาวสแกนดิเนเวียผู้ร่ำรวยเดินทางมาซื้ออพาร์ตเมนต์ในเบอร์ลินและปล่อยเช่าต่อกับนักท่องเที่ยว ทำให้ราคาอพาร์ตเมนต์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนต้องย้ายออกไปยังรอบนอกของเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่ดีต่อคนที่อยู่อาศัยและเมืองในระยะยาว 

จึงมีการโหวตเพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่ออนาคตของสวนแห่งนี้ และชาวเบอร์ลินส่วนหนึ่งก็ออกมาโหวตเลือกให้เทมเพลฮอฟเป็นสวนสาธารณะต่อไป ทางเทศบาลเบอร์ลินเลยประกาศให้สนามบินแห่งนี้จะเป็นสวนไปอย่างน้อยถึงปี 2024 ท่ามกลางความไม่ค่อยจะพอใจนักของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

ผมนึกไปถึงกรณีของชุมชนป้อมมหากาฬ ที่ไม่นานมานี้มีการทุบรื้อถอนบ้านเรือนด้านในออก และเพิ่งจะเปิดเป็นสวนสาธารณะอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง

เปล่า…ผมไม่ได้คิดหรือเห็นดีด้วยหรอกว่าสวนเขียวนั้นดีกว่าบ้านคน บ้านเก่านั้นแตะต้องไม่ได้ หรือชุมชนเก่านั้นมีคุณค่ากว่าที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่ประเด็นมันน่าจะอยู่ตรงที่เรื่องที่สุดแสนจะละเอียดอ่อนแบบนี้ เราในฐานะประชาชนผู้ที่ทั้งเสียเงินและเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้นั้น กลับไม่เคยได้รับโอกาสจากทางรัฐที่มอบสิทธิ์ให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เราไม่เคยได้เลือกเลยว่าอยากได้หรืออยากมีอะไรตรงไหนในเมืองนี้ หรือแม้แต่ในการออกความเห็นว่าอยากให้สวนหรือพื้นที่นั้นๆ ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เส้นแบ่งระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนานั้นอาจจะอยู่ที่ตรงนี้เอง

จะเป็นสวนหรือจะเป็นบ้านเรือนนั้น ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหนถ้าเกิดจากการตัดสินใจของเราเอง อย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่พูดได้อย่างเต็มปากว่าเราเลือกเอง เช่นเดียวกับสวนเทมเพลฮอฟที่จะยังคงเป็นสวนสาธารณะต่อไปอีกอย่างน้อยหลายปี ซึ่งก็อาจจะกลับกลายมาเป็นบ้านพักได้อยู่เสมอ นอกเหนือจากการที่รองรับกิจกรรมของคนทุกรูปแบบและทุกความต้องการแล้ว การที่ให้ทุกๆ คนได้เลือกตัดสินอนาคตเองนั้นก็อาจจะเป็นความหมายที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ในคำว่า สวน ‘สาธารณะ’ ก็เป็นได้

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

25 พฤษภาคม 2565
2.37 K

‘หัวหิน’ เป็นทะเลโปรดของคนไทยมานาน เริ่มตั้งแต่มีการสร้างทางรถไฟสายใต้มาถึงหัวหินเมื่อ พ.ศ. 2454 จากนั้นก็มีการสร้างบ้านพักของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ สร้าง ‘โรงแรมรถไฟ’ โรงแรมชายทะเลแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งพาให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศชายทะเลแห่งแรกของประเทศไทยไปด้วย

วันเวลาผ่านไป บ้านเราก็ผุดแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมาอีกนับไม่ถ้วน แต่ถึงอย่างนั้น หากอยากไปพักผ่อนกายใจกับญาติมิตรในช่วงวันหยุดสั้น ๆ หัวหินก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนนึกถึง ด้วยความน่ารักเรียบง่ายของเมือง ความสวยที่จับต้องได้ของชายหาด และที่สำคัญคือเดินทางง่าย ถ้าเทียบกับการนั่งรถจากภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศลงไปเที่ยวทะเลใต้

แต่ในความคลาสสิกนั้น ก็ยังมีสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงอยู่

“หัวหินเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวมาก แต่ไม่ค่อยมีพื้นที่สาธารณะติดทะเลที่ให้คนเข้าไปได้โดยไม่ต้องเสียเงิน ถ้าลองนึกดู เวลาไปหัวหิน เราก็ต้องไปพักโรงแรม เดินเข้าร้านอาหาร เราถึงจะไปทะเลได้” ปุ๊ก สถาปนิกชุมชนว่า

และมากไปกว่าพื้นที่ติดทะเลที่นักท่องเที่ยวต้องการ ‘พื้นที่สาธารณะดี ๆ’ สำหรับให้เจ้าบ้านใช้พบปะพูดคุยกัน ออกกำลังกาย เข้าไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็เรียกว่ายังขาดแคลนการพัฒนายิ่งกว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวเสียอีก

ด้วยเหตุนี้ พื้นที่สุดท้ายจาก 8 พื้นที่ ใน ‘โครงการลานกีฬาวัฒนธรรมชุมชน’ โครงการที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือร่วมกับท้องถิ่น 4 จังหวัดภาคกลางตอนล่าง จึงมาอยู่ที่หัวหิน

ปุ๊ก-นฤมล พลดงนอก สถาปนิกชุมชน และ เป้-รัฐพงศ์ ปิ่นแก้ว ภูมิสถาปนิกจากสถาบันอาศรมศิลป์ จะมาแชร์เรื่องราวของโปรเจกต์เนรมิตสวนหลวงราชินีที่ทรุดโทรม 19 ไร่ และพื้นที่ข้างเคียงอีก 6 ไร่ ให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่เดียวในหัวหิน ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของคนท้องถิ่นและผู้มาเยือน ทั้งการออกกำลังกาย เล่นกีฬา การจัดงานแฟร์ การทำกิจกรรมทางวัฒนธรรม การค้าขาย การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และการพักผ่อนริมทะเลโดยไม่ต้องเสียเงินเข้า

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

ตามหาพื้นที่ที่ใช่

อาศรมศิลป์ได้เข้าหาเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เพื่อคุยในขั้นแรก

“พอเราอธิบายโครงการและเป้าหมายที่อยากจะพัฒนาพื้นที่สาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ทางเทศบาลเขาก็เห็นด้วยและชอบมาก เพราะว่ามันไปตรงกับโครงการที่เขาทำอยู่แล้ว คือ หัวหินสร้างสุข” ปุ๊กเริ่มเล่าที่การพูดคุยกับท้องถิ่น

จากนั้นเทศบาลก็เตรียมหลากหลายพื้นที่ในความดูแลมาเสนอทีมออกแบบ แล้วทีมออกแบบก็ทำ Site Analysis วิเคราะห์ไซต์กลับไปให้เทศบาล

เทศบาลเสนอมาทั้งหมด 4 พื้นที่ด้วยกัน ได้แก่ พื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่า พื้นที่ริมคลองใกล้โรงเรียนเขาตะเกียบ พื้นที่เลียบคลองบริเวณชุมชนบ่อฝ้าย และสวนหลวงราชินี 19 ไร่

“จากการวิเคราะห์ทุกพื้นที่ เราคิดว่าสวนหลวงราชินีนี่แหละที่ทำแล้วเกิดประโยชน์มากที่สุด ตอบโจทย์คนในชุมชน แล้วก็เป็นพื้นที่ของเทศบาล การจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่น่าจะทำได้ง่าย” ปุ๊กสรุปการตัดสินใจให้เราฟัง ซึ่งหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่เลือกพื้นที่นี้มาดำเนินโครงการ คือการที่มีส่วนหนึ่งติดทะเล

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

“จริง ๆ ตรงนี้เป็นพื้นที่สาธารณะอยู่แล้วนะคะ แต่เริ่มเก่า และยังต้องพัฒนาให้ใช้งานได้ดีขึ้น”

สวนหลวงราชินี 19 ไร่ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกที่มีบริเวณใหญ่ที่สุดเป็นศูนย์รวมราชการ มีอาคารตำรวจท่องเที่ยว ศูนย์ดับเพลิง มีการสร้างเป็นศูนย์โอท็อปไว้ แต่ไม่มีการจัดการที่ดีจึงเริ่มรกร้าง มีส่วนออกกำลังกายอย่างคอร์ทแบดมินตัน สนามฟุตซอล และมีพื้นที่ลานคอนกรีตขนาดใหญ่ที่คนหัวหินใช้จัดมหกรรมงานแฟร์ต่าง ๆ ปีละ 1 – 2 ครั้ง ส่วนที่สองเป็นพื้นที่ติดทะเลที่รอการพัฒนา

นอกจากนี้ ยังมีบริเวณที่เชื่อมต่อกับสวนหลวงราชินีอีก 6 ไร่ ซึ่งเทศบาลให้เพิ่มเติมมา เดิมทีเป็นพื้นที่รกร้าง และมีคลองสำหรับระบายน้ำจากตัวเมืองลงทะเล เมื่อรวมสวนหลวงราชินีและพื้นที่ที่เพิ่มมาแล้ว ก็จะมีพื้นที่โครงการทั้งหมด 25 ไร่

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

รู้จักคนหัวหิน

“หลังจากคุยกับเทศบาล เราก็ลงชุมชนเพื่อสำรวจ ทำความรู้จัก ถามความเห็นชาวบ้านเบื้องต้น” โฟกัสกรุ๊ป เป็นงานพาร์ตสำคัญที่ทีมสถาปนิกชุมชนจะได้ไปเห็นบริบทเดิม มองภาพกิจกรรม หรือภาพคนในพื้นที่ออก งานนี้กินเวลา 2 วันในการคุยกับกลุ่มชาวบ้านต่าง ๆ

“เราลงไปที่ชุมชนของเขา ก็เลยได้รู้ว่าป้า ๆ เขาอยู่กันแบบนี้นะ ที่เขาเป็นกลุ่มลีลาศ เขาเต้นกันอยู่ตรงนี้นะ สมาชิกเขามีเท่าไหร่” ปุ๊กบอกว่าหัวหินมีกลุ่มกิจกรรมที่แน่นแฟ้น สถาปนิกจึงต้องทำการบ้านเรื่องนี้ให้มาก

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

เมื่อรู้จักชุมชนเบื้องต้นแล้ว อาศรมศิลป์ก็จัดเวทีใหญ่ที่เทศบาล เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากคนในพื้นที่

“เวทีที่นี่คนมาเยอะมาก อยากได้กี่คนก็บอกได้เลย ถ้าขอ 80 ก็ได้ 100 ขอ 100 ก็ได้ 150” ปุ๊กเล่าอย่างอารมณ์ดี หัวหินเป็นอีกที่ที่เธอประทับใจเรื่องการมีส่วนร่วมมาก “ทุกคนอยากมาแสดงความคิดเห็น เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สำคัญ พอเขารู้ว่าเทศบาลจะพัฒนา ทุกคนก็ตื่นเต้น อยากมาร่วมรับฟัง”

“พื้นที่สาธารณะที่หัวหินมีอยู่มันไม่ตอบโจทย์ ไม่เอื้อให้คนมาใช้งาน ทุกคนมองแต่เรื่องท่องเที่ยว เรื่องทะเล แต่เรื่องพื้นที่สุขภาวะที่มาจากความต้องการของคนในพื้นที่ยังไม่ค่อยได้รับการพัฒนาเท่าไหร่”

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย
ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

คนนับร้อยในวันนั้นคือกลุ่มคนที่เทศบาลเชิญมา มีทั้งกลุ่มผู้ใช้งานเดิม หน่วยงานราชการที่อยู่ในพื้นที่ กลุ่มชุมชนที่อยู่ในละแวกนั้น กลุ่มกิจกรรมที่คิดว่าจะมาใช้งาน อย่างกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มลีลาศ กลุ่มกีฬา แบดมินตัน ฟุตซอล และโรงเรียนต่าง ๆ

“นอกจากจะมีคนในชุมชนโดยทั่วไปแล้ว พ่อค้าแม่ค้าก็เข้ามา ส่วนใหญ่เขาจะกลัวการถูกไล่ที่ เวลาเราไปเดินลงไซต์ แล้วดูเหมือนเป็นคนมาพัฒนาพื้นที่ เขาถามเราว่าจะไล่ที่เขาไหม” เป้พูด ปกติแล้วในสวนหลวงราชินีจะมีร้านค้า บ้างเป็นรถเข็นหาบเร่แผงลอย บ้างก็เป็นซุ้มที่ได้สัมปทานขาย

สถาปนิกชุมชนได้นำความต้องการที่สำรวจจากชาวบ้านในวันนั้น มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจากการลงชุมชนตอนแรก แล้วนำมาสรุปผลร่วมกัน จากนั้นก็ส่งไม้ต่อให้ทีมออกแบบแลนด์สเคปไปเก็บข้อมูลด้านกายภาพของสวนหลวงราชินี

“เราพาน้อง ๆ ในทีม 7 – 8 คน ไปเดินสำรวจ พูดคุยกับคนในสวนว่าเขามาทำอะไร ต้องการอะไรบ้าง พอตกเย็นเราก็มาเริ่ม Sketch Design กันว่าผังจะเป็นยังไง” ภูมิสถาปนิกอธิบายวิธีการทำงาน

ในที่สุดก็แบ่งพื้นที่ 25 ไร่ ออกมาเป็น 4 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ สวนเพื่อการออกกำลังกาย สวนศิลปะและวัฒนธรรม สวนแห่งการพักผ่อน และสวนแห่งการเรียนรู้

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

สร้างสวน-สร้างสุข

“คอนเซ็ปต์เราคือสวนสร้างสุข” เป้เล่าถึงแบบ Final ที่ได้

สร้างสุข หมายถึงทั้งสุขกายและสุขใจ ที่ชุมชนได้มีส่วนร่วมออกแบบตามความต้องการ มีการแบ่งโซนที่เหมาะสม แต่ก็เชื่อมต่อพื้นที่เพื่อการปฏิสัมพันธ์ ปลอดภัยสำหรับคนและรถ ทั้งยังมีการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ปรับปรุงระบบนิเวศด้วยแนวคิดของ ร.9 เป็นที่ระลึกที่สวนอยู่ใกล้วังไกลกังวล

“เราคงหลายฟังก์ชันไว้ที่ตำแหน่งเดิม เช่น สนามฟุตซอล สนามแบดมินตัน หรือเวที แล้วเราก็ปรับปรุงพื้นที่และแทรกกิจกรรมต่าง ๆ เข้าไป” เป้เริ่มอธิบายที่ส่วนแรก ‘สวนเพื่อการออกกำลังกาย’ “อย่างสนามฟุตซอลเดิม เราปรับปรุงพื้นผิวใหม่ให้มีความเป็นทะเล แล้วก็เพิ่มลู่วิ่งลูปเล็กที่จะเชื่อมต่อกับลูปใหญ่ข้างนอก”

“ตรงนี้เมื่อก่อนจะเป็นเวทีเดิม มีลานโล่งไว้จัดงานเทศกาลต่าง ๆ ปีละ 1 – 2 ครั้ง จริง ๆ เราอยากทำลานให้เป็นสวนเลยนะครับ แต่ชุมชนกังวลว่าจะจัดกิจกรรมไม่ได้ ก็เลยดีไซน์เป็นต้นไม้แทรกเข้าไป ลดความร้อนของพื้นที่ดาดแข็ง เพื่อให้คนมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ในทุก ๆ วัน และเมื่อถึงเวลาที่เขาจะใช้งานใหญ่ก็จัดได้ รถยนต์ก็ยังเข้าไปจอดได้เหมือนเดิม ส่วนเวทีเราก็ปรับปรุงให้ดีขึ้น”

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย
ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

พื้นที่สตรีทอาร์ตที่เคยมี นักออกแบบก็คงไว้ที่มุมเดิม เพิ่มเติมคือขยายพื้นที่ให้นักสร้างสรรค์ชาวหัวหินมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และจัดความเรียบร้อยให้ดี

สำหรับการแยกขยะเพื่อนำไปรียูส-รีไซเคิล ซึ่งเมืองนี้มีกลุ่มคนและนักเรียนที่จัดการเรื่องนี้อยู่แล้ว อาศรมศิลป์ก็ได้จัดทำ Station สำหรับแยกขยะให้เป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น รวมถึงศึกษาความต้องการของกลุ่มแยกขยะในการดีไซน์ Station ด้วย

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

“ส่วนต่อมาเป็นพื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรมครับ” เขาเล่าต่อเนื่องมาถึงส่วนที่ 2 “ตรงนี้มีอาคารเดิมเป็นศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์ขายของโอท็อป แล้วก็มีตำรวจท่องเที่ยว เราเลยยึดโยงกับเรื่องราวเดิม โดยเพิ่มพื้นที่ชาน ทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกอาคารให้คนเข้ามาใช้งานได้ มีคอร์ทสำหรับการแสดงศิลปวัฒนธรรม มีพื้นที่ให้ผู้สนใจในกิจกรรมนั่งดู”
แล้วกลุ่มกิจกรรมของหัวหิน อย่างป้า ๆ กลุ่มลีลาศที่เหล่าสถาปนิกชุมชนได้ไปเยี่ยมเยียนมาในตอนแรก ก็จะได้ใช้พื้นที่ศิลปวัฒนธรรมนี้ในการฝึกซ้อม

มาถึงส่วนพื้นที่ติดทะเล ซึ่งเรียกว่าเป็น ‘สวนแห่งการพักผ่อน’ สำหรับทำกิจกรรมสบาย ๆ

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

สถาปนิกพยายามรักษาลักษณะเดิมไว้ สนามเด็กเล่นที่มีก็ยังคงอยู่ แต่ปรับปรุงให้กลายเป็นธีมทะเล เพื่อให้เด็ก ๆ เรียนรู้เกี่ยวกับทะเลเมื่อได้มาเล่น มีการปรับปรุงศาลาให้ผู้สูงอายุมาพบปะพูดคุย นั่งเล่นหมากฮอร์สกัน

“แสดงดนตรีในสวนได้ด้วยนะครับ” เป้เปิดภาพ Amphitheatre ที่ทีมออกแบบให้เราดู “วันไปดูไซต์ เราเห็นกลุ่มดนตรีของหัวหินมาเล่นกัน ก็เลยเตรียมพื้นที่รองรับให้เขา”

ส่วนพื้นที่หน้าหาด ก็ปรับปรุงลดความดาดแข็งของโครงสร้างให้สวยงามน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ต่อไปคนหัวหินและนักท่องเที่ยว ก็จะเข้ามาทำกิจกรรมพร้อมดื่มด่ำวิวทะเลกับครอบครัวได้ที่นี่

ถนนด้านหน้าของสวนแห่งการพักผ่อนที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างแต่ละโซน ได้เปลี่ยนวัสดุปูพื้นให้มีความรู้สึกว่าเป็นถนนที่คนเดินถึงกันได้มากขึ้น ทำกิจกรรมได้มากขึ้น และรองรับร้านค้าต่าง ๆ ที่มาตั้งได้ พร้อมทั้งมีการทำที่จอดรถรองรับใกล้ ๆ เพื่อให้ผู้คนใช้วิธีจอดด้านนอกแล้วเดินเข้าไป แทนการขับต่อมาจอดถึงด้านใน และผ่านบริเวณที่เป็นจุดเชื่อมของแต่ละโซนนี้

“เราอยากเชื่อมแต่ละพื้นที่ให้คนแต่ละกลุ่มมีการปฏิสัมพันธ์กัน” เป้พูดถึงหนึ่งในแนวคิดของสวนสร้างสุข “อย่างคนที่มาเพื่อออกกำลังกาย เขาก็เชื่อมไปที่การเรียนรู้วัฒนธรรมได้ คนที่มาพักผ่อน ดูทะเล เขาก็จะศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมจากสวนแห่งการเรียนรู้ได้”

‘สวนแห่งการเรียนรู้’ ส่วนสุดท้ายที่เป้อธิบาย เป็น Station เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและการบำบัดน้ำ 

จากเดิมที่เป็นจุดรับน้ำเสียจากตัวเมืองหัวหินอยู่แล้ว ทางภูมิสถาปนิกก็ได้ศึกษาจากกรณีโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย แล้วปรับปรุงระบบที่นี่ให้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จากตอนแรกที่เป็นคอนกรีต ก็ปรับปรุงใหม่ มีการปลูกต้นไม้น้ำเพื่อลดความเป็นดาดแข็งลงไป โดยเลือกพืชพรรณที่ทนความเค็มและเน้นต้นไม้ท้องถิ่น ซึ่งผู้ที่ได้มาเยือนสวนแห่งการเรียนรู้นี้ จะได้เรียนรู้กระบวนการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่ทะเลในบรรยากาศที่น่าเดินเล่น

“เราเพิ่มแลนด์มาร์กตรงส่วนนี้เป็นหอชมวิว ขึ้นไปชมเมืองหัวหินและวิวทะเลได้” เป้บอกกับเราว่านี่เป็นการเพิ่มจุดสนใจให้คนเดินมาเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ ซึ่งนอกจากคนที่มาใช้สวนจะเข้ามาชมได้แล้ว เมื่อปรับปรุงใหม่จะเปิดทางเข้าบริเวณหลังวัดไกลกังวล เพื่อให้คนจากวัดเข้ามาใช้ได้ด้วย

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

หัวหินหลากมิติ

“บางทีคนจะมองแค่เรื่องเศรษฐกิจ พัฒนาพื้นที่แค่แหล่งท่องเที่ยว แต่ลืมเรื่องคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วคนที่ขับเคลื่อนเรื่องพวกนี้ ก็คือคนหัวหินที่ทำอาชีพบริการ ทำอาชีพค้าขาย เราต้องให้ทำเขาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี” ปุ๊กพูดในฐานะคนนอกที่เข้าไปคลุกคลีกับคนท้องถิ่นจนผูกพัน

“ถ้ากายดี ใจดี สังคมดี มันจะส่งผลไปเรื่องเศรษฐกิจเอง”

จากที่มองเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไป ตอนนี้หากนึกถึงหัวหิน ปุ๊กเห็น ‘คน’ มากขึ้น เวลาไปเธอก็จะชอบเข้าไปคุยกับคน ดูว่าเขากำลังทำกิจกรรมอะไรกัน เธอได้รู้แล้วว่าที่นี่มีผู้คน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนเมืองไปในทุกวัน จนเป็นที่ที่คนไทยยังนึกถึง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่

“พื้นที่ 25 ไร่ ตรงนี้ ถ้ามัน Success คนก็จะรู้จักหัวหินในหลายมิติ” 

ทีมออกแบบวาดหวังว่า เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ พื้นที่เรียนรู้สวนหลวงราชินีนี้จะเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวแวะมาใช้เวลา มาดูสวนบำบัดน้ำ เดินช้อปของกินจากรถเข็น พาลูกชมคนหัวหินเล่นดนตรี มานั่งเล่นดูคลื่นอย่างสบายอารมณ์ร่วมกับคนในพื้นที่

แล้วทะเลหัวหินก็จะไม่เป็นเพียงของคนที่มาทานอาหารในร้านริมหาด หรือคนที่จ่ายเงินนอนโรงแรมอีกต่อไป แต่กลายเป็นทะเลของทุกคนอย่างแท้จริง

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

ภาพ : สถาบันอาศรมศิลป์

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load