ผมมีโอกาสได้ไปเบอร์ลินเมืองหลวงของเยอรมนีอยู่ครั้งหนึ่ง ก่อนจะไปก็แชทถามเพื่อนคนเยอรมันว่าควรไปเที่ยวสถานที่ไหนบ้างที่จะได้เห็นชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนเยอรมัน ปลายทางนิ่งคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบว่า Tempelhof Field และยังไม่ลืมกำชับให้ไม่ลืมเช่าจักรยานไปด้วย

หลังจากได้ชื่อมาแล้วผมก็มานั่งหาข้อมูลดูว่า มันคือสถานที่แบบไหน พอได้เห็นรูปว่ามันคือสวนสาธารณะที่เปลี่ยนเอาสนามบินเก่ามาทำ รอยยิ้มบนใบหน้าของผมก็โผล่ขึ้นมาทันที ก็ใครมันจะได้มีโอกาสไปวิ่งหรือขี่จักรยานในรันเวย์กันได้บ่อยๆ ล่ะคุณ ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามบินก็ใหญ่อยู่แล้ว แต่นี่เป็นสนามบินที่เคยใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของยุโรปอีกด้วย ก็สมแล้วที่เพื่อนบอกให้เช่าจักรยานเพื่อปั่นเล่นในนั้น

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

สนามบินเทมเพลฮอฟนั้นเป็นสนามบินเก่าของเบอร์ลินมาตั้งแต่ช่วงปี 1920 สถานที่นี้แต่เดิมก่อนหน้าจะมาเป็นสนามบินก็เคยเป็นลานกว้างที่โดนนักวิทยาศาสตร์เอาไว้ทดลองการบินของเครื่องบินและบอลลูนมาก่อน จนในช่วงที่พรรคนาซีเรืองอำนาจในเยอรมนีและมีความคิดจะสร้างให้เบอร์ลินเป็นเมืองหลวงของโลกใบนี้ รวมถึงมองว่าด้วยพื้นที่ที่ใหญ่โตมหาศาลของสนามบินเทมเพลฮอฟนี่แหละที่จะช่วยให้การเดินทางมายังเมืองหลวงของโลกนี้ง่ายดายและสะดวกมากขึ้น

นำมาซึ่งการพัฒนาและปรับปรุงสนามบินแห่งนี้อย่างจริงจังในช่วงปี 1936 – 1941 ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายในที่ใหญ่โตหรูหราอลังการตามยุคที่นาซีเรืองรอง หรือจะเป็นทางเดินขึ้นเครื่องที่มีความยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร ซึ่งออกแบบโครงสร้างแบบพิเศษทำให้ไม่มีเสาอยู่ตรงกลางทางเดินเลยแม้แต่ต้นเดียว (ในยุคนั้นถือว่าเป็นโครงสร้างที่ล้ำสมัยอยู่มาก)

สถาปนิกรุ่นใหญ่ชาวอังกฤษอย่าง นอร์แมน ฟอสเตอร์ เคยกล่าวถึงที่นี่ไว้ว่า เป็นแม่ของสนามบินยุคใหม่ทั้งหมด ในยุคนั้นยังถือว่าเป็นสนามบินที่คนใช้เยอะที่สุดในยุโรปด้วย ยังไม่พอ นอกจากนั้นแล้วสนามบินแห่งนี้ยังถูกยอมรับว่าเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกด้วยพื้นที่กว่า 3 ล้านตารางเมตร (ใหญ่กว่าประเทศโมนาโกทั้งประเทศซะอีก)

แม้แต่ในช่วงสงครามที่นี่ก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นที่ผลิตอาวุธป้อนให้กับทางกองทัพ แต่ก็อย่างที่หลายๆ คนรู้ในเวลาไม่กี่ปีต่อมาเยอรมนีก็แพ้สงคราม และประเทศก็ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือตะวันออกและตะวันตก เพื่อให้ฝ่ายผู้ชนะสงครามดูแล สนามบินแห่งนี้ก็ไม่ได้รับการปรับปรุงจนเสร็จ และก็มาตกอยู่ภายใต้การดูแลของสหรัฐอเมริกาอยู่นาน

จนถึงช่วงปี 1993 มีการเปิดใช้สนามบินแห่งนี้แค่บางส่วนโดยทางการทหารของอเมริกาในช่วงเวลานั้น หลังจากนั้นจึงเปิดให้บริการเป็นสนามบินอีกครั้ง แต่ก็ได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ทางการเยอรมนีตัดสินใจเลือกใช้สนามบินแห่งอื่นๆ ที่อยู่นอกเมืองแทน และตัดสินใจปิดสนามบินแห่งนี้ไปในปี 2008 ซึ่งหลังจากปิดไปได้แค่ 2 ปีสนามบินแห่งนี้ก็ถูกเปิดใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้ได้ทำหน้าที่ในฐานะของ ‘สวนสาธารณะ’ แทน

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

สวนสาธารณะแห่งนี้พิเศษตรงที่เปิดพื้นที่แทบทั้งสนามบินให้กับทุกคนในเมืองมาใช้กันได้แบบฟรีๆ! ของฟรีมีอยู่จริงก็ที่นี่นี่เอง แล้วก็อย่างที่บอกไป จะมีสักกี่ครั้งกันที่เราจะสามารถมาออกกำลังกายทั้งวิ่งหรือจักรยานบนรันเวย์ได้ (แถมยังมีเครื่องบินที่จอดทิ้งไว้อยู่เป็นอนุสาวรีย์ในรันเวย์อีกด้วยนะ)

ส่วนถ้าอยากเล่นกีฬาแบบเป็นทีมก็มีสนามบาสและสนามฟุตบอลให้ใช้กันได้ และด้วยความที่เป็นที่โล่งกว้างลมแรงก็มีคนมาเล่นว่าว ไปจนถึงวินด์สเก็ตก็สามารถพบเจอได้เป็นปกติของสวนแห่งนี้

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

ทีนี้ด้วยพื้นที่สุดแสนจะกว้างใหญ่ของสวนแห่งนี้ ทำให้มันเป็นสวนที่เอื้อและรองรับคนทุกรูปแบบให้มาทำกิจกรรมกันในนั้นได้ โดยไม่ได้ถูกจำกัดการใช้งานสวนไว้แค่เพียงคนออกกำลังกายอย่างเดียว  ถ้าอยากจะพาหมามาเดินเล่นก็ได้ ถ้าไม่อยากออกกำลังแต่อยากมาปิกนิกก็ไม่มีปัญหา เราสามารถเอาเตาบาร์บีคิวมาย่างเนื้อย่างไส้กรอกในจุดที่กำหนดไว้ได้เลย แล้วถ้าอยากปาร์ตี้ล่ะ ก็สามารถทำได้เลยเช่นกัน จะหยิบเบียร์และไวน์มาดื่มด้วยก็ไม่มีปัญหาใดๆ แค่อย่าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมากนักก็พอ

ในส่วนของตัวอาคารผู้โดยสารและรันเวย์นั้นก็สามารถปรับการใช้งานมาใช้จัดได้ทั้งคอนเสิร์ต Design Festival และอีเวนต์อื่นๆ มากมาย (ในช่วงปี 2015 อาคารผู้โดยสารถูกปรับให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวของผู้อพยพกว่า 7,000 คนด้วย)

Tempelhof Field สวนสาธารณะขนาดใหญ่กว่าประเทศโมนาโก ที่เกิดจากสนามบินเก่าของเบอร์ลิน Tempelhof Field สวนสาธารณะขนาดใหญ่กว่าประเทศโมนาโก ที่เกิดจากสนามบินเก่าของเบอร์ลิน เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

ซึ่งแม้แต่กิจกรรมที่ว่ามาข้างต้นก็ยังใช้พื้นที่ของสวนได้ไม่หมด เราก็เลยได้เห็นโปรเจกต์อื่นๆ ที่หลากหลายและน่าสนุกเกิดขึ้นอยู่เสมอในนี้ เช่น โปรเจกต์สวนผักของผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านใกล้สวนนี้

เนื่องจากอพาร์ตเมนต์ในเบอร์ลินนั้นมีพื้นที่ค่อนข้างเล็กและไม่เอื้อให้สามารถปลูกพืชผักใดๆ ได้ เลยมีการคิดโปรเจกต์สวนผักคนเมืองขึ้นมา โดยให้คนที่อาศัยอยู่ในย่านนั้นสามารถมาลงชื่อเช่าพื้นที่เล็กๆ เป็นของตัวเองในสวนแห่งนี้ได้ในราคาที่ถูกแสนถูก (ถูกจนเจ้าตัวคนเช่าบอกว่าเพิ่งจ่ายไปแต่ก็จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่)

ซึ่งหลังจากที่ลงทะเบียนแล้วจะปลูกอะไรหรือทำอะไรกับพื้นที่นี้ก็ได้ หลายคนก็มาปลูกผักที่กินได้ หลายๆ แปลงก็จริงจังมากจนดูเหมือนไร่มืออาชีพ แต่ก็มีอีกหลายคนที่มาจัดสวนผสมกับตกแต่งสวนแบบทั้งอลังการและสร้างสรรค์ และมาใช้เวลาอยู่ที่นี่เยอะมากๆ ในช่วงหน้าร้อน

อย่างพี่คนหนึ่งที่เอารองเท้าบู๊ทมาแทนกระถางและปลูกต้นไม้เรียงจนเหมือนเป็นสวนรองเท้าบู๊ท บางคนก็ไม่ได้มาปลูกอะไร แค่มานั่งพักผ่อนเฉยๆ ในพื้นที่เล็กๆ ของตัวเอง จากกิจกรรมที่ว่ามาทั้งหมด สวนแห่งนี้นั้นแทบจะรองรับทุกความต้องการของชาวเมืองไว้ได้อย่างครบถ้วนแล้ว

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

ฟังๆ ดู มันก็เป็นสวนที่ดีและทุกคนก็ดูมีความสุขใช่ไหมครับ ทีนี้มันเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้นในปี 2014 เมื่อเกิดกระแสเรียกร้องของนักพัฒนาเมืองที่อยากจะเปลี่ยนพื้นที่นี้ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยแก่ประชาชนแทน โดยในโครงการที่คิดพัฒนานั้นจะมีทั้งห้องสมุดขนาดใหญ่ ทะเลสาบ สนามเด็กเล่น ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ด้วย (คุ้นๆ นะครับ โมเดลนี้มันเหมือนประเทศขวานทองที่ไหนสักที่…)  

เพราะด้วยปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวของเยอรมนี ทำให้มีคนย้ายเข้ามาในเบอร์ลินกว่า 50,000 คนในแต่ละปี ในจังหวะเดียวกับการเข้ามาของสตาร์ทอัพห้องเช่ารายวันอย่าง Airbnb ที่ทำให้ชาวสแกนดิเนเวียผู้ร่ำรวยเดินทางมาซื้ออพาร์ตเมนต์ในเบอร์ลินและปล่อยเช่าต่อกับนักท่องเที่ยว ทำให้ราคาอพาร์ตเมนต์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนต้องย้ายออกไปยังรอบนอกของเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่ดีต่อคนที่อยู่อาศัยและเมืองในระยะยาว 

จึงมีการโหวตเพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่ออนาคตของสวนแห่งนี้ และชาวเบอร์ลินส่วนหนึ่งก็ออกมาโหวตเลือกให้เทมเพลฮอฟเป็นสวนสาธารณะต่อไป ทางเทศบาลเบอร์ลินเลยประกาศให้สนามบินแห่งนี้จะเป็นสวนไปอย่างน้อยถึงปี 2024 ท่ามกลางความไม่ค่อยจะพอใจนักของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

ผมนึกไปถึงกรณีของชุมชนป้อมมหากาฬ ที่ไม่นานมานี้มีการทุบรื้อถอนบ้านเรือนด้านในออก และเพิ่งจะเปิดเป็นสวนสาธารณะอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง

เปล่า…ผมไม่ได้คิดหรือเห็นดีด้วยหรอกว่าสวนเขียวนั้นดีกว่าบ้านคน บ้านเก่านั้นแตะต้องไม่ได้ หรือชุมชนเก่านั้นมีคุณค่ากว่าที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่ประเด็นมันน่าจะอยู่ตรงที่เรื่องที่สุดแสนจะละเอียดอ่อนแบบนี้ เราในฐานะประชาชนผู้ที่ทั้งเสียเงินและเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้นั้น กลับไม่เคยได้รับโอกาสจากทางรัฐที่มอบสิทธิ์ให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เราไม่เคยได้เลือกเลยว่าอยากได้หรืออยากมีอะไรตรงไหนในเมืองนี้ หรือแม้แต่ในการออกความเห็นว่าอยากให้สวนหรือพื้นที่นั้นๆ ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เส้นแบ่งระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนานั้นอาจจะอยู่ที่ตรงนี้เอง

จะเป็นสวนหรือจะเป็นบ้านเรือนนั้น ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหนถ้าเกิดจากการตัดสินใจของเราเอง อย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่พูดได้อย่างเต็มปากว่าเราเลือกเอง เช่นเดียวกับสวนเทมเพลฮอฟที่จะยังคงเป็นสวนสาธารณะต่อไปอีกอย่างน้อยหลายปี ซึ่งก็อาจจะกลับกลายมาเป็นบ้านพักได้อยู่เสมอ นอกเหนือจากการที่รองรับกิจกรรมของคนทุกรูปแบบและทุกความต้องการแล้ว การที่ให้ทุกๆ คนได้เลือกตัดสินอนาคตเองนั้นก็อาจจะเป็นความหมายที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ในคำว่า สวน ‘สาธารณะ’ ก็เป็นได้

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

เมื่อเกิดสถานที่ใหม่ๆ คนย่อมชอบใจและชอบไปเป็นเรื่องธรรมดา แต่น่าคิดเช่นกันว่า ในวันที่พื้นที่มากมายถูกทำลายเพื่อสร้างสิ่งใหม่ การเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรมบางอย่างอาจสร้างรอยแผลให้กับพื้นที่เดิมก็เป็นได้ ยิ่งเป็นสถานที่ที่ถูกทำลายเพียงครึ่งเดียว ทิ้งซากบ้านไม่สมบูรณ์เอาไว้ให้ดูต่างหน้า ช่างน่าเจ็บใจนัก 

สถานที่ที่ว่าคืออดีตของ Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) ประเทศสเปน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะขนาดกะทัดรัดที่ถูกสร้างทับซากบ้านเดิมอย่างรวดเร็ว ฉุกเฉินเหมาะกับชื่อ 

พื้นที่เล็กๆ แต่มีประโยชน์เหลือหลาย แถมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้กับชุมชนชาวอูล็อตได้อย่างไร เชื่อว่าถ้าลองไปทำความรู้จักต้นแบบทางสถาปัตย์สุดน่ารัก จะอยากให้เจ้าฉากโค้งไปช่วยเยียวยาพื้นที่ คน และชุมชน ในอีกหลายมุมเมือง 

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : José Hevia

ครึ่งหนึ่งของบ้านนี้ โดนทำลายหายไป

ก่อนอื่นต้องขอเท้าความถึงเมืองรื่นรมย์อย่างอูล็อตที่ขึ้นชื่อเรื่องงานคราฟต์และศิลปะ ผสมผสานระหว่างยุคกลางและยุคสมัยใหม่เอาไว้ เลยไม่น่าแปลกใจหากเห็นที่นี่มีโรงเรียนการออกแบบหรือศิลปหัตถกรรมมากมาย  

ไม่นานก็มีโครงการพัฒนาเมืองเพื่อสร้างทางเท้าใหม่ บ้านหลังหนึ่งตั้งขวางแผนการสร้างดังกล่าวอย่างเหมาะเจาะ รัฐบาลเลยซื้อ Can Sau House และรื้อถอนเพื่อจัดแนวถนนด้านหน้าโบสถ์อย่างที่ตั้งใจ แต่เรื่องนี้คงจะจบผ่านไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาไม่เหลือเศษซากแปลกประหลาดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง แถมส่วนที่เหลือไว้เป็นเพียงโครงกำแพง 3 หยัก และฝาผนังร่วมของซากบ้าน 

ไม่น่าดูเอาเสียเลย

ค.ศ. 2018 เทศบาลเมืองอูล็อต Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : Esteve Moner

กระทั่ง ค.ศ. 2018 เทศบาลเมืองอูล็อตคงคิดเช่นกัน ว่าจะปล่อยเมืองแห่งศิลปะมายาวนานมีซากปรักหักพังเช่นนี้ได้อย่างไร จึงมอบหมายให้ Unparelld’arquitectes สตูดิโอสถาปัตย์ชื่อดังในเมือง นำโดย เอดวร์ด คาลลิส (Eduard Callís) และ กิลเลม โมไลเนอร์ (Guillem Moliner) ลงมือปรับปรุงบ้านเว้าแหว่งตรงข้ามโบสถ์ให้กลับมาดูดีและมีประโยชน์ใช้สอยอีกครั้ง  

เอดวร์ด คาลลิส (Eduard Callís) และ กิลเลม โมไลเนอร์ (Guillem Moliner)

พื้นที่สาธารณะเพิงโค้ง

โจทย์ที่ได้รับไม่ง่าย เพราะพวกเขาต้องจัดรูปแบบพื้นที่ใหม่ให้เข้ากับโครงสร้างเดิม และยังต้องคงเอกลักษณ์ให้เข้ากับถนนสายนี้ จึงเป็นที่มาของคอนเซปต์การออกแบบพื้นที่สาธารณะเปิดโล่ง ทำเป็นฉากอิฐโค้ง 3 ตอน เจาะช่องวงกลมด้านบน และเจาะช่องเล็กๆ ไว้ 4 ช่อง เพื่อใส่กระจก แล้วมาประกอบกันเป็นฟาซาด (Façade) แสนสวย

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : Unparelld’arquitectes

 

นอกจากความสวยงาม การก่ออิฐแดงเสริมเข้าไปในผนังเดิม และสร้างช่องเปิดเผยให้เห็นร่องรอยผนังเก่าด้านหลัง ส่วนร่องรอยการรื้อถอนก็ทิ้งไว้อย่างนั้น เพราะทั้งคู่ตั้งใจเก็บไว้เป็นความทรงจำของเมือง พวกเขาเลือกใช้โครงเหล็กสีแดง คู่สีที่กลมกลืนกัน ค้ำยันเพื่อรับน้ำหนักโครงสร้าง ส่วนกิมมิกด้านบนสุด คือ สถาปัตยกรรม Vault หลังคาโค้งเพิ่มความเก๋ไก๋ให้กับพื้นที่ 113 ตารางเมตร และเติมดวงไฟที่ห้อยลงมาจากเพดานโค้ง ทำให้พื้นที่สว่างขึ้นอย่างนุ่มนวล ส่องแสงสว่างไสวในยามค่ำคืน ฟื้นให้พื้นที่กลับมาคึกคัก 

เพื่อไม่ให้เสียชื่อเมืองศิลปะ ควิม โดมีน (Quim Domene) ศิลปินผู้คร่ำหวอดด้านการสร้างงานในพื้นที่สาธารณะ เลยมาช่วยรังสรรค์ช่องกระจกด้วยการหยิบเอาองค์ประกอบรอบๆ พื้นที่มาแต่งแต้ม อย่างโมเสกลวดลายเรขาคณิตบนกระจกกลม เป็นแพตเทิร์นกระเบื้องสุดคราฟต์ หัตถกรรมขึ้นชื่อของสเปน และออกแบบช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ด้านล่าง 4 ช่อง เติมไอคอนสัญลักษณ์ของเมือง รูปจำลองพระแม่มารีย์ รายชื่อร้านดั้งเดิมที่เคยมี และผังเมืองเก่าแห่งนี้เข้าไป

ความน่ารักในการออกแบบอีกอย่างคือ ใช้วัสดุและช่างในท้องถิ่นทั้งหมด

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
เปลี่ยนซากบ้านเก่าเป็นพื้นที่สาธารณะให้คนสเปนเปิดตลาด จัดคอนเสิร์ต และใช้งานตามใจนึก

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เริ่มเห็นเจ้าโค้งนี้เป็นรูปเป็นร่าง จะว่าปรับปรุงเสร็จแล้วก็ว่าใช่ แต่ก็ไม่เชิง เพราะเป็นความตั้งใจของผู้สร้างที่อยากให้พื้นที่นี้ปรับตามสถานการณ์และการใช้งานของแต่ละคน เขาจึงออกแบบอย่างเป็นกลางและกลมกลืนกับบริบทเดิม ให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับกิจกรรมทุกประเภท

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : José Hevia

ลานละเล่น แล้วแต่ชาวเมือง

พื้นที่ใหม่ไฉไลแบบนี้ มีหรือชาวเมืองอูล็อตจะพลาด กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนถนนสายนี้จึงครึกครื้นเป็นพิเศษ จัดทั้งงานแสดงสินค้า คอนเสิร์ต และพิธีกรรมทางศาสนา เนื่องจากอยู่ห่างจากโบสถ์ Tura เพียงชั่วข้ามถนน ส่วนสมาคมในท้องถิ่นเอง ก็ใช้พื้นที่สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ด้วย 

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) ประเทศสเปน
ภาพ : Roger Serrat-Calvó

ความเจ๋งของที่นี่คือเป็นพื้นที่อะไรก็ได้ตามใจนึก ขึ้นอยู่กับความสนใจและประสบการณ์ และก็แล้วแต่คนจะให้นิยามว่าคืออะไร มันจึงเป็นได้ทั้งเพิง ฉาก เวที และพื้นที่สาธารณะ ซึ่งอย่างหลัง ในแง่การออกแบบเมืองเป็นตัวอย่างที่ดี ในการสรรหาพื้นที่มาสร้าง Public Space ให้ผู้คนได้ออกมาเจอกัน และเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ขนาดของพื้นที่ไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์ เพราะเมื่อมีคนมาใช้งาน จะเป็นแว่นขยายให้เกิดโปรเจกต์สร้างสรรค์เช่นนี้ตามมาอีกมาก

ที่สำคัญ ยังเป็นการปรับโฉมใหม่โดยไม่ลืมคิดถึงประวัติศาสตร์ของพื้นที่ พร้อมใส่จิตวิญญาณของเมืองไว้อย่างครบถ้วน

ไม่น่าเชื่อว่าอดีตซากปรักหักพังทิ้งร้าง จะสร้างก้าวสำคัญที่ส่งผลต่อบริบทของชุมชนเมือง อนาคต เราว่าโอกาสที่จะได้เห็นพื้นที่สร้างสรรค์เกิดขึ้นทั่วหัวถนน คงไม่เกินจริงเกินไป สำหรับเมืองพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนาก็ตาม

ข้อมูลอ้างอิง

www.dezeen.com

www.archdaily.com

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load