“ไทยเป็นประเทศที่ร่ำรวยวัฒนธรรม เราอยากเป็นเวทีตัวแทนของคนทั้งประเทศที่ผลักดันภูมิปัญญาไทยให้ไปเวทีโลก”

ฟังดูเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ แต่นี่คือความตั้งใจของ โอ๊ต-ชยะพงส์ นะวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม 

ไม่ว่าจะก๋วยเตี๋ยวเรือธรรมดาที่แวะกินข้างทาง ผลไม้แปรรูป และงานถักที่คนไทยเราเคยเห็นจนชินตา บวบที่ใครหลายคนมองว่าเป็นพืชขยะ หรือการนำหม้อดินเผามาทำกาแฟที่บางคนอาจมองว่าเชย เหล่านี้เป็นผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จากหลายภูมิภาคทั่วไทย ที่ได้มาเปิดร้านที่สุขสยามและได้รับความสนใจจากต่างชาติอย่างล้นหลาม

ทั้งได้รับการติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ ได้ส่งออกไปยังประเทศในแถบเอเชียและยุโรป และแม้กระทั่งมีแบรนด์ระดับโลกให้ความสนใจ โอ๊ตให้ความเห็นว่า เรามักเคยชินกับ ‘วิถีไทย’ จนรู้สึกว่าเป็นสิ่งสามัญธรรมดา แต่หากมองลึกลงไปจะเห็นว่าภูมิปัญญาไทยนั้นมีเสน่ห์ 

คนต่างชาติที่มาเห็นรู้สึกประทับใจเพราะเห็นเสน่ห์ที่เรามองข้ามไป

ดีที่สุดของแต่ละภาค

สิ่งที่คนตัวเล็กๆ ต้องการมากที่สุดคือ เวที

เมืองสุขสยามจึงเป็นเมืองจำลองที่พร้อมต้อนรับคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก ทั้งกรุ๊ปทัวร์และนักท่องเที่ยวสัญจรที่อยากสัมผัสวิถีความเป็นไทย

โจทย์ที่หินที่สุด คือการคัดสรรของดีที่สุดของแต่ละภาคมารวมไว้ด้วยกัน 

ข้าวซอยที่อร่อยที่สุด กาละแมที่หวานอร่อยที่สุด ลายผ้าที่สวยสะดุดตาที่สุด มีทั้งของกินของใช้ให้ช้อปครบจบในที่เดียว พร้อมทั้งหมุนเวียนสับเปลี่ยนร้านค้าอยู่เสมอ 

เมื่อถามโอ๊ตว่า มีวิธีเสาะหาของดีเหล่านี้อย่างไร เพราะเมืองไทย 77 จังหวัดมีของดีเยอะมาก

ก็ได้คำตอบว่า ผู้ประกอบการเหล่านี้จะต้องมีต้นตำรับดั้งเดิม นั่นคือ มีภูมิปัญญาที่สืบสานส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่หยุดพัฒนา ปรับตัวให้พร้อมขายในระดับสากล พร้อมขยับขยายสู่เวทีโลก

ในฐานะคนรุ่นใหม่ โอ๊ตมองว่า “ประวัติศาสตร์สร้างใหม่ไม่ได้ คนรุ่นใหม่ต้องขุดไปเจอรากนั้นก่อนแล้วค่อยบิด ดัดแปลงให้เป็นภาษาของปัจจุบันเพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น” 

หากอยากรู้ว่าของไทยที่โกอินเตอร์มีดีแค่ไหน และมีไม้เด็ดอย่างไร

วันนี้ The Cloud ขอรับอาสาเป็นไกด์ ชวนมาแวะพูดคุยกับ Local Heroes ผู้ประกอบการดีเด่นในเมืองสุขสยามกัน 

ภาคอีสาน 

01 กลุ่มวิสาหกิจไทเมืองเพีย​ 

‘ศิลปะจากใยบวบที่มีออเดอร์จากยุโรป ญี่ปุ่น และสิงคโปร์’

ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ

“อย่ายึดติดว่าภูมิปัญญาไทยจะต้องเชย โบราณ” เป็นอุดมการณ์ของ เรืองอุไร ชาแป ประธานกลุ่มวิสาหกิจไทเมืองเพีย จังหวัดขอนแก่น ที่ทำสินค้าศิลปะอีสานหลากหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจอย่างล้นหลาม คือสินค้าจากใยบวบ 

“หลายประเทศมีบวบ แต่พันธ์ุพื้นเมืองของไทยมีเส้นใยพิเศษ เมื่อโดนน้ำแล้วนุ่ม เหมาะนำมาทำที่ใส่สบู่ ที่ขัดตัว” เรืองอุไรเล่าความเป็นมาที่เล็งเห็นโอกาสจากบวบพันธ์ุไทยที่ใครหลายคนมองว่าเป็นแค่พืชขยะ 

เธอนำเศษเหลือจากบวบมาออกแบบเป็นสินค้าที่เธอเรียกว่า ‘นวัตกรรมอีสาน’ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกแบบให้เป็นรูปมีมิติต่างๆ เช่น รูปสัตว์ และยังผลิตด้วยมือจากคนในชุมชน ทั้งคนพิการ คนสูงวัย และออทิสติก

ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ
ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ

สิ่งที่เห็นได้ชัดเวลาเธอเล่าคือความภาคภูมิใจในบ้านเกิดแดนอีสาน

“ขอบคุณที่เกิดบ้านนอก เราปั้นวัวปั้นควายตอนเด็กเล่น นั่นคือการฝึกให้มีไอเดียออกแบบงานศิลปะจากใยบวบหลายๆ อย่าง”

เรืองอุไรเล่าว่าต่างชาตินิยมสั่งทำออเดอร์ตามวัฒนธรรมความเชื่อของแต่ละชาติ สิงคโปร์ชอบสิงโตทะเล คนยุโรปชอบปลากระเบน ในขณะที่ญี่ปุ่นชอบเต่า

ส่วนเคล็ดลับในการส่งออกขายชาวต่างชาติให้ประสบความสำเร็จนั้น เธอบอกว่า คือการรู้จักประยุกต์การออกแบบให้หลากหลาย เช่น ช้างซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยก็ออกแบบไว้หลายเวอร์ชัน เวลามีคนสั่งอยากให้ทำ รูปตุ๊กตุ๊ก หรือ Angry Bird เธอก็เคยทำมาแล้ว มีการคิดค้นสินค้าใหม่ตลอด เช่น โคมไฟจากบวบ สควิชชี่ที่ทำจากใยบวบผสมยางพารา

การไม่หยุดนิ่งของร้านทำให้แม้แต่แบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกก็สนใจมาสั่งทำสินค้าจากใยบวบมาแล้ว และเรืองอุไรก็ไม่เคยลืมถิ่นบ้านเกิดของเธอ

“ศิลปะอีสาน มีความซื่อ แซ่บ จริงใจ เราใช้ชื่อ ‘ไทเมืองเพีย’ คนจะได้รู้ว่าสินค้ามาจากชุมชนไหน เราไม่ได้มีดีกรีดอกเตอร์ แต่มีดีกรีในฐานะคนในชุมชนที่สามารถอนุรักษ์ภูมิปัญญาไว้ได้”

ภาคกลาง

02 ก๋วยเตี๋ยวเรือเมืองปทุม​

‘นอกจากมีคนสิงคโปร์ที่มากินทุกวัน ก็ยังคนจีนมาขอซื้อสูตรไปขาย’
ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ

ว่ากันว่าปทุมธานีขึ้นชื่อเรื่องก๋วยเตี๋ยวเรือ หมวย-กมลรัตน์ แซ่อึ้ง เล่าว่าตาของเจ๊หมวยเคยขายก๋วยเตี๋ยวเรือในคลอง พอเริ่มมีถนน ก็ยกพลขึ้นมาขายบนบก และเปลี่ยนมาขายประจำอยู่ที่ตลาดน้ำขวัญเรียม

สูตรเด็ดของก๋วยเตี๋ยวเรือเมืองปทุมไม่ใช่แค่น้ำซุปที่ต้มเกิน 2 ชั่วโมงจนเข้มข้นเท่านั้น แม้แต่เครื่องปรุงอย่างพริกกับถั่วทางร้านก็คั่วเอง พริกน้ำส้มทำเองด้วยสูตรไม่เหมือนใคร กระเทียมเจียว เจียวสดใหม่ทุกเช้า คลุกเคล้าให้เข้ากันออกมาเป็นรสก๋วยเตี๋ยวเรือที่กลมกล่อม

ลองชิมแล้วรสแซ่บ กลิ่นหอมจัดจ้านจากเครื่องปรุงและวัตถุดิบที่สดใหม่

พอมาขายที่สุขสยาม ก็มีการปรับขนาดชามให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้เหมาะกับคนต่างชาติ คัดสรรวัตถุดิบ ปรับปรุงรสชาติให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ
ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ

เวลาคนต่างชาติมากินก็จะช่วยแนะนำว่ากินเมนูอะไรให้ถูกปาก เพราะแต่ละประเทศชอบไม่เหมือนกัน คนจีนชอบกินหมู กัมพูชาชอบกินเนื้อ

ความภูมิใจของเจ๊หมวย คือ “เราเป็นก๋วยเตี๋ยวที่ต่างชาติยอมรับในรสชาติ เป็นต้นตำรับที่คนกินแล้วติดใจ มีคนสิงคโปร์ที่มากินทุกวัน คนจีนมาขอซื้อสูตรไปขาย”

นอกจากรสชาติของก๋วยเตี๋ยวที่ทำให้ร้านแน่นขนัดแล้ว เจ๊หมวยกำชับว่าสิ่งที่ลืมไม่ได้ คือ “การยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นส่วนหนึ่งของรสชาติ อร่อยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องบริการดีด้วย” 

ภาคใต้ 

03 ขนมจีบป้าพิณ​ 

‘ของดีเมืองตรังที่อร่อยถูกปากคนฝรั่งเศสและอิตาลี’
ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ

มาถึงของดีประจำจังหวัดตรังอย่างขนมจีบ 

ฟังชื่อแวบแรกนึกว่าเป็นขนมจีบติ่มซำ แต่ โด๊ฟ-ณัฐวัตร​ ตันศิริเสถียร ทายาทรุ่นสองของร้านขนมจีบป้าพิณอธิบายว่า ขนมจีบภาคใต้มีลักษณะคล้ายกะหรี่ปั๊บ ที่เรียกขนมจีบเพราะเวลาเข้าเตาอบต้องขลิบและม้วน

สินค้าหลักของร้านขนมจีบป้าพิณคือขนมจีบ ซึ่งเริ่มทำตั้งแต่ พ.ศ. 2539 และในภาคใต้มีเฉพาะจังหวัดตรังที่มีขนมแบบนี้

หากเช็กอินตรัง ต้องมาซื้อขนมจีบสังขยา ถึงจะรู้สึกว่ามาถึงตรังแล้ว

จุดเด่นของขนมจีบป้าพิณ คือไส้สังขยาทำจากไข่ 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้วิธีอบไม่ทอด ไส้หลักคือ ไส้สังขยาไข่ดั้งเดิม และมีไส้อื่นๆ อีกเกือบ 10 ไส้ให้เลือก เช่น มะพร้าว ทุเรียน มันม่วง 

ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ
ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ

ใครๆ ก็ว่าขนมของประเทศตะวันออกกับตะวันตกไม่เหมือนกัน แต่โด๊ฟบอกว่าความจริงแล้วรสนิยมการกินมีความคล้ายกันอยู่ 

“คนฝรั่งเศสกับอิตาลีชอบขนมเราเพราะเมืองเขากับเมืองเรากินขนมหวานคล้ายกัน ฝั่งเอเชีย คนเวียดนาม มีขนมเทียนเวียดนามที่คล้ายกัน โดยรวมแล้วมาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม ชอบกินขนมเราที่สุด กินแล้วถูกปาก”

เพราะชาวต่างชาติไม่เคยรู้จักขนมเมืองตรังมาก่อน การจัดร้านแบบเปิดให้ลูกค้าได้เห็นขนมชัดๆ ทำให้คนกล้าเข้ามาลอง 

โด๊ฟบอกว่า การได้มาอยู่สุขสยามก็เหมือนกับการได้เปิดร้านให้เจอคนต่างชาติหลากหลายมากขึ้น หากกินแล้วติดใจ อยากซื้อซ้ำ ทางร้านก็มีช่องทางการขายออนไลน์ ทั้งผ่าน Lazada และไปรษณีย์รองรับ

“เราจะบอกเสมอว่า มากินวันนี้แล้ว ตามไปเที่ยวเมืองตรังวันหลังได้นะ บางคนตามไปซื้อที่ตรังเลยก็มี”

ภาคเหนือ 

04 ลุงเงินกาแฟหม้อดิน​

‘เปิดแฟรนไชส์ที่ต่างประเทศ ทั้งจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย’
ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ

ขวัญ-มณฑล อาจหาญ เป็นเจ้าของร้านรุ่นสองที่สืบสานสูตรการทำกาแฟหม้อดินของภาคเหนือมากว่า 50 ปี จากลุงเงินผู้เป็นพ่อ

“เด็กรุ่นใหม่มาเห็นแล้วแปลกใจว่าหม้อดินเผาใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วยเหรอ นึกว่าใช้ปลูกต้นไม้ได้อย่างเดียว” ขวัญเล่าว่าภาชนะดินเผาอยู่ในวิถีชีวิตคนไทยในสมัยก่อน เพราะใช้เก็บความร้อนก็ได้ เก็บความเย็นก็ดี นึกภาพหม้อตุ่มที่เก็บน้ำเย็นได้และหม้อใส่อาหารร้อนที่มีไอกลิ่นหอมลอยฉุยๆ ขึ้นมา 

การนำหม้อดินเผามาทำกาแฟทำให้มีจุดเด่นทั้งในแง่รสชาติและภาพจำของร้าน 

ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ

เมล็ดกาแฟจากป่าดอยสะเก็ดที่เติบโตมาจากในป่า มีกลิ่นไอของดอกไม้ป่า ดิน ลำธาร เมื่อนำมาต้มกับน้ำใบเตยในหม้อดินเผา คั่วกาแฟจากหม้อดินโดยใช้ถ่าน ทำให้เกิดกลิ่นหอมอบอวลของกาแฟโบราณที่ไม่เหมือนใคร

เมื่อนำร้านเข้าห้าง ก็มีการปรับกระบวนการใช้หม้อดินให้ปลอดภัยและทันสมัยขึ้น แต่ยังคงต้นตำรับภูมิปัญญาดั้งเดิมอยู่ โดยเปลี่ยนจากใช้หม้อกับเตาถ่านมาใช้ฮีตเตอร์ขดลวดความร้อนแทน

“ร้านเราใช้วิธีสร้างแรงดึงดูดก่อน พอคนเห็นหม้อก็สนใจ เดินเข้ามาชิม ชอบรสชาติก็ติดใจ เราทำโลโก้ให้จำง่าย”

ปัจจุบันมีชาวต่างชาติที่มาชิมแล้วติดใจหลายราย ทำให้ได้เปิดแฟรนไชส์ที่ต่างประเทศ ทั้งจีนอินโดนีเซีย มาเลเซีย และยังมีขายที่เชียงใหม่ซึ่งเป็นร้านดั้งเดิมด้วย

“เราคงกระบวนการทำกาแฟและคอนเซปต์ร้านเดิมทุกอย่าง เวลาไปขายต่างประเทศ แต่รสชาติของวัตถุดิบ เช่น ใบเตย นม ของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เราต้องไปสำรวจตลาดเพื่อเสาะหาวัตถุดิบให้คงรสชาติใกล้เคียงกาแฟโบราณดั้งเดิมของเรามากที่สุด” ขวัญเล่าด้วยความภูมิใจที่ได้เห็นสูตรกาแฟของพ่อเดินทางไกลไปหลายประเทศ

05 กลุ่มแปรรูปผลผลิตเกษตร​ตำบลสันติสุข​

‘ได้รับความนิยมจากหลายชาติทั้งฮ่องกง ไต้หวัน จีน ออสเตรเลีย มาเลเซีย’
ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ

บุญนภา วรรณคำ และ โสภา ทาอ้าย สองพี่น้องจากกลุ่มแปรรูปผลผลิตเกษตร ตำบลสันติสุข​ เริ่มนำผลไม้ท้องถิ่นอย่าง ลำไย ลิ้นจี่ สับปะรด มะม่วง มะขาม กล้วย มาทำเป็นผลไม้แปรรูป ตั้งแต่ พ.ศ. 2545 โดยมีชาวบ้านกว่าร้อยชีวิตช่วยกันทำ

เคล็ดลับการทำผลไม้แปรรูปให้อร่อย คือใส่ใจคุณภาพผลไม้ที่ดี ตั้งแต่ตอนเลือกผลไม้ไปจนถึงขั้นตอนแปรรูปที่ไม่ใส่น้ำตาล เน้นกระบวนการผลิตแบบธรรมชาติ ใส่ใจสุขภาพของคนทาน

ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ

ด้วยคุณประโยชน์ของผลไม้แต่ละชนิดที่ไม่เหมือนกัน เช่น ลิ้นจี่บำรุงผิวพรรณ มะขามแก้ท้องผูก ทำให้มีผลไม้มากมายหลายชนิดให้เลือก และด้วยความหลากหลายนี้เองที่ทำให้โดนใจชาวต่างชาติหลายประเทศที่แวะเวียนมา

“คนจีนชอบลำไยอบแห้งเพราะเชื่อว่าเป็นตามังกร (Dragon Eyes) เป็นของที่มีค่าของคนจีน มะม่วงอบแห้ง ก็ได้รับความนิยมจากหลายชาติ ทั้งฮ่องกง ไต้หวัน จีน ออสเตรเลีย มาเลเซีย” โสภาเล่าสิ่งที่สังเกตได้จากพฤติกรรมการซื้อของคนแต่ละชาติ

การได้ขยับขยายมาขายที่สุขสยามทำให้ได้ทำผลิตภัณฑ์ให้เป็นสากลมากขึ้น แพ็กเกจใสที่มองเห็นผลไม้ได้ชัดและการให้ชิมที่หน้าร้าน ทำให้ลูกค้าต่างชาติที่ไม่เคยทานกล้าลองชิม และกลับมาสั่งออเดอร์เพิ่มเติมต่อไป 

ธนบุรีดีไลท์

06 จุ๊บเจลเนอรัล 

‘กระเป๋าถักนิตติ้งและโครเชต์ของกลุ่มชาวบ้านที่ดีไซเนอร์จากปารีสติดต่อขอซื้อ’
ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ
ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ

นอกจากสินค้าภูมิปัญญาของภาคต่างๆ แล้ว แถบชุมชนคลองสานก็มีกลุ่มที่เชี่ยวชาญในงานถักทุกชนิดทั้งนิตติ้งและโครเชต์ โดยนำแรงบันดาลใจจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น ดอกคาเมลเลีย ลายกนกไทย ทำออกมาเป็นสินค้าหลากหลาย ทั้งกระเป๋า รองเท้า ผ้าพันคอ เครื่องประดับ

ความพิเศษ คือไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ จุ๊บ-ปิลันธนา นามวงศ์ ตั้งใจให้งานถักเป็นศิลปะบำบัดสำหรับกลุ่มคนเกษียณที่มีฝีมือการถักดอกไม้ระดับครู ไปจนถึงเด็กสาวที่มีลูกในวัยเรียนและกลุ่มแม่บ้าน

โดยจุ๊บได้มอบหมายงานถักที่เหมาะกับนักถักแต่ละกลุ่ม เด็กๆ มักได้ถักของชิ้นเล็กชิ้นน้อยเช่นดอกไม้ ส่วนแม่บ้านเน้นถักกระเป๋า เธอยังให้อิสระในการออกแบบแก่นักถัก แต่ก็ยังคุมคอนเซปต์ให้ตรงความต้องการของตลาด 

งานถักของร้าน จุ๊บเจลเนอรัล เริ่มโกอินเตอร์เมื่อมีซุปเปอร์สตาร์และอินฟลูเอนเซอร์จากไต้หวัน
มาซื้อกระเป๋าถัก ทำให้คนไต้หวันแห่มาซื้อตาม 

ถอดสูตรความสำเร็จของ 6 ธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ จาก สุขสยาม ที่ขยายสาขาและส่งออกไปขายต่างประเทศ

เมื่อมีคนสนใจมากขึ้น สิ่งที่ร้านปรับตัว คือไม่ได้ทำตามสีและออกแบบที่ตัวเองชอบเท่านั้น แต่ฟังความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

“แต่ละประเทศตอบรับสีไม่เหมือนกัน โทนสีที่เราคิดว่าสวย บางทีคนต่างชาติก็ไม่ได้ชอบแบบเรา คนอังกฤษอยากได้สีเรียบๆ อย่าง ขาว ดำ เราก็ทำให้ หลายครั้งลูกค้ามีไอเดียมาว่าอยากได้แบบไหน ก็จัดให้”

ดังนั้นไม่ว่าจะมีดีไซเนอร์ที่ปารีสมาติดต่อขอซื้อ หรือคนมุมไบจากอินเดียมาสั่งทำหมวกและผ้าพันคอเป็นจำนวนหลายร้อย จุ๊บเจลเนอรัล ก็จัดให้ได้ 

สร้างเมืองแห่งสารพัดสุข โดยนักออกแบบสวนสนุก 

Local Heroes แต่ละคนนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่แตกต่างกัน และนี่เป็นหนึ่งในความตั้งใจของโอ๊ตที่อยากให้สุขสยามเป็นเมืองสารพัดสุข

“คนไทยมีความสุขที่มีเสน่ห์แบบไม่เหมือนใครในโลก อะไรก็สุขได้” สุขสยามเลยอยากนำเสนอทั้งอาหารเลิศรสแบบ ‘สุขแซ่บ’ ตีแผ่ความเป็นมิตรแบบ ‘สุขสนุก’ ของคนไทย รวมถึงเรื่องราววัฒนธรรมวิถีไทยที่มีทั้ง ‘สุขเสน่ห์’ ‘สุขสัมพันธ์’ ‘สุขสืบสาน’ ‘สุขสร้างสรรค์’

หนึ่งในวิธีที่ทำให้คนเดินเล่นสัมผัสถึงวิถีไทยเหล่านั้น คือการออกแบบสถาปัตยกรรมและผังเมืองให้ไม่เหมือนห้างทั่วไป รวมทั้งใส่อัตลักษณ์ไทยลงไป 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบเดินสำรวจเมืองสวนสนุก ก็น่าจะชอบเดินเล่นที่สุขสยามเหมือนกัน เพราะนักออกแบบสุขสยามคือคนเดียวกับคนที่ออกแบบให้ Harry Potter Land ที่ Universal Studio 

จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมสุขสยามถึงมีแผนที่แบ่งเป็นโซนภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ โดยแต่ละโซนมีการร่วมมือกับศิลปินไทยและ Urban Architect เพื่อออกแบบรายละเอียดสถาปัตยกรรมของบ้านในแต่ละภาคที่ต่างกัน ทั้งลายไม้ จั่ว วิธีการก่อสร้าง

เมื่อเดินเข้าไป จึงเห็นทั้งบันไดพญานาคของภาคเหนือ ชิโน แมนชั่นของภาคใต้ ลานเมืองของภาคกลาง และเล้าข้าวไทยในแบบอีสาน

หากเงี่ยหูฟังให้ดี เวลาเดินเล่นในแต่ละโซนจะได้ยินเสียงเพลงพื้นบ้านของแต่ละภาค ที่กระซิบเล่าเรื่องวัฒนธรรมเพื่อรอให้คนเงี่ยหูฟัง 

Rome was not Built in One Day

สำหรับโอ๊ต การคัดสรรร้านค้ามาอยู่ในสุขสยามเป็นงานที่ไม่มีที่สิ้นสุด

การสืบสานวัฒนธรรมเป็นงานที่พัฒนาต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ เหมือนพัฒนาเมืองๆ หนึ่ง หากร้านค้าที่มาอยู่ในเมืองสุขสยาม ไม่ได้ขยับขยายหรือพัฒนาต่อก็ไม่มีความหมาย

การไม่ได้มองสุขสยามว่าเป็นแค่ตลาดน้ำติดแอร์ แต่เป็นเวทีตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ จึงทำให้แตกต่างจากห้างสรรพสินค้าอื่นๆ ที่ปล่อยพื้นที่ให้ร้านค้ามาเช่าเท่านั้นแล้วจบ

ในปีนี้สุขสยามเริ่มก่อตั้ง สุขสยาม อะคาเดมีที่มุ่งติดอาวุธให้ผู้ประกอบการอย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งด้านการค้ากับต่างประเทศ การสร้างแบรนด์ การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และอีกมากมาย

สิ่งสำคัญที่สุด คือการให้โอกาสกิจการชุมชนได้เติบโตอย่างยั่งยืน

หลายกิจการ เมื่อต่างชาติให้ความสนใจมากขึ้นก็สามารถกระจายรายได้สู่ชุมชนต้นน้ำมากขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟ ผลไม้จากไร่ หรือชุมชนคนทำงานฝีมือ

เพราะเมืองที่ดีจะเติบโตได้เมื่อทุกคนโตไปด้วยกัน 


Facebook : SOOKSIAM 

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

ธันวา ลุจินตานนท์

หุ้นส่วนร้านล้างฟิล์มที่ถูกทักเสมอว่าไม่เห็นอยู่ร้าน ชอบถ่ายรูปผู้คนเพราะสนุกเวลาได้ฟังหรือพูดคุยกับเค้า และชอบแดดฤดูหนาวเพราะความคมกับโทนของมันช่างสวยงามแต่คนรอบข้างไม่มีใครเข้าใจ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เมืองเชียงใหม่แตกต่างจากที่อื่น ๆ ก็คือ ดอย 

โดยเฉพาะดอยสุเทพที่ทำให้ลักษณะภูมิศาสตร์ของเชียงใหม่มีความพิเศษ มีป่าอยู่ใกล้ชิดกับเมือง ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เข้าถึงผืนป่าได้อย่างง่ายดาย ตลอดระยะเวลามากกว่า 700 ปีที่เชียงใหม่ถือกำเนิดขึ้นมา ชีวิตของผู้คนที่นี่ต่างสัมพันธ์กับดอยสุเทพในหลายด้าน ทั้งเป็นแหล่งอาหาร เป็นแหล่งกำเนิดสายน้ำต่าง ๆ ที่ไหลลงมาหล่อเลี้ยงคูเมือง ไร่นา และประปาเมือง เป็นแหล่งอาศัยของคนและสัตว์ เป็นประเพณี เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ กระทั่งเป็นศูนย์รวมใจของผู้คนเชียงใหม่ จึงไม่น่าแปลกใจหากมีใครไปทำอะไรให้ดอยแห่งนี้แหว่งเว้าขึ้นมา ชาวเชียงใหม่ก็พร้อมใจกันลุกขึ้นมาต่อต้าน

ระยะเวลายาวนานทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองเชียงใหม่กับดอยสุเทพแนบชิดเป็นอันหนึ่งเดียวกัน แยกจากกันไม่ได้ แม้แต่สมัยปัจจุบันคราวที่ปัญหาหมอกควัน PM 2.5 มาใหม่ ๆ ยังไม่มีใครรู้จักแอปพลิเคชัน Air Visual ชาวเมืองเชียงใหม่ก็ยังใช้ดอยสุเทพนี้เองเป็นตัวชี้วัดระดับของควัน วันไหนหนักหนาหน่อยก็มองแทบไม่เห็นดอย

ความสัมพันธ์ที่ดอยกับเมืองเป็นหนึ่งเดียวกัน แสดงออกมาให้เห็นผ่านความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ หากเมืองเปลี่ยนแปลง ดอยสุเทพก็เปลี่ยนไป สายน้ำจากดอยที่เคยหล่อเลี้ยงเมืองทุกวันนี้เริ่มเหือดแห้ง อากาศหนาวบางปีมาไวก็จากไปเร็ว ฤดูกาลที่ผิดเพี้ยนผลผลิตก็ยากจะงอกงาม สรรพเสียงจากนกป่าที่ค่อย ๆ ลดสำเนียงและชนิดลงไปทุกที เมืองที่ขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว ผู้คนที่อยู่ในเมืองมากขึ้น ทำให้วิถีของพวกเขาเริ่มออกห่างจากดอย ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและดอยเริ่มจางหายลืมเลือน คุณค่าของดอยในท้ายที่สุดอาจเหลือไว้แต่การเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ

การมองตัวเมืองเชียงใหม่แยกส่วนออกจากดอยทั้งที่เป็นพื้นที่ร่วมกัน มีแต่จะส่งผลเสียต่อไป 

หลายปัญหาในเมืองแก้ไขได้จากการฟื้นฟูดอย หลายปัญหาจากบนดอยก็แก้ไขได้จากในเมือง หากมองเห็นความสัมพันธ์เดิมที่มีอยู่ระหว่างดอยสุเทพและเมืองเชียงใหม่ เพราะเมืองแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาสัมพันธ์กับดอยตั้งแต่เริ่มตั้ง

นี่เองจึงเป็นที่มาของการเกิดขึ้นของ ‘หลักสูตรวิชาดอยสุเทพศึกษา’ วิชาที่จะทำให้ผู้คนไม่ใช่แค่ได้รู้จักกับดอยสุเทพในทุกแง่มุม แต่จะทำให้คนเข้าใจดอยสุเทพ และสานสัมพันธ์ผู้คนในเมืองกับดอยสุเทพให้กลับมาอีกครั้ง

นี่คือความพยายามที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือ ระหว่างศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับภาคีจำนวนมากที่เคยทำงานเกี่ยวกับดอยสุเทพด้านต่าง ๆ มาร่วมมือกันออกแบบหลักสูตรวิชาดอยสุเทพศึกษาให้นำเสนอครบทุกมิติ 

เราชวน รศ.ดร.ประสิทธิ์​ วังภคพัฒนวงศ์ หัวหน้าศูนย์​ธรรมชาติ​วิทยา​ดอ​ยสุ​เทพ​เฉลิม​พระ​เกียรติ​ฯ​ หนึ่งในคณะจัดทำมาเป็นตัวแทนเล่าแนวคิดเบื้องหลังการทำ ‘หลักสูตรวิชาดอยสุเทพศึกษา’ ของพวกเขา

'ดอยสุเทพศึกษา' วิชาที่ทำให้ผู้คนเข้าใจดอยสุเทพ และอยู่ร่วมกับดอยสุเทพอย่างยั่งยืน

“เวลาพูดถึงดอยสุเทพ รายละเอียดของดอยมันเยอะมาก ถ้าพูดจากมุมของผมที่เป็นนักชีววิทยา ผมจะพูดถึงดอยสุเทพในมุมของต้นไม้ ผมทำงานอยู่ในแง่ของกายภาพเยอะ เพราะฉะนั้นผมเลยไม่ได้ทันนึกถึงประเด็นอื่น การที่มีผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานกับดอยสุเทพหลายแง่มุมมารวมกันจึงสำคัญ เช่น อาจารย์ทางด้านมานุษยวิทยาหรือสังคมมาพูดถึงดอยสุเทพในแง่มุมของวิถีชีวิตของผู้คน ของวัฒนธรรม ของประเพณีที่ผูกโยงกับดอยสุเทพ ตอนที่ผมยังเป็นนักศึกษา อาจารย์สตีฟ (Stephen D. Elliott) พูดเสมอว่า ‘ดอยสุเทพดอยเดียว มีความหลากหลายทางชีวภาพไม่ด้อยไปกว่าเกาะอังกฤษทั้งเกาะ’ แค่ในมุมของชีววิทยานะครับ ถ้ารวมแง่มุมอื่น ๆ เกี่ยวกับดอยสุเทพเข้าไปอีกจะขนาดไหน

“ผมอยากให้คนทั่วไป คนที่สนใจดอยสุเทพ ได้รู้จักดอยสุเทพในทุกแง่มุม ทุก ๆ มิติ แต่ผมทำเองคนเดียวไม่ได้ ผมไม่ได้รู้ทุกเรื่อง งั้นเรามาร่วมมือกันดีกว่า ซึ่งผมคิดตรงกันว่า ปัจจุบันมันยังไม่มีหลัก คนนั้นก็พูดถึงดอยสุเทพ คนนี้ก็พูด แต่ไม่มีการนำความรู้นำมารวมกัน และมันมีความสำคัญจริง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องของความสวยงาม เรื่องเชิงกายภาพ เชิงชีววิทยา เชิงสังคม เชิงประวัติศาสตร์ และเชิงวัฒนธรรม ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับคนเชียงใหม่หมด”

ปัจจุบันคณะทำงานที่มาร่วมกันออกแบบหลักสูตรวิชาดอยสุเทพศึกษามีทั้งหมด 8 หน่วยงาน ได้แก่ 

  • ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชี่ยวชาญเรื่องชีววิทยา ธรณีวิทยา และระบบนิเวศป่าของดอยสุเทพ
  • คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วยดูในมุมมองเชิงสถาปัตย์ ความสัมพันธ์ทางพื้นที่ระหว่างดอยสุเทพกับเมืองเชียงใหม่
  • สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ ประเพณี และวัฒนธรรม
  • คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ เชี่ยวชาญเรื่องของชุมชนต่าง ๆ ซึ่งดอยสุเทพมีพื้นที่คลุมถึง 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอหางดง อำเภอแม่ริม และอำเภอแม่แตง
  • อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ให้ความรู้ด้านการทำงานของอุทยานแห่งชาติ
  • สภาลมหายใจเชียงใหม่ กลุ่มภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาหมอกควันเชียงใหม่
  • เขียวสวยหอม กลุ่มภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมในเมือง
  • เครือข่ายสิ่งแวดล้อมม้งดอยสุเทพ-ปุย กลุ่มชาติพันธุ์บนดอยสุเทพและดอยปุย มาให้องค์ความรู้ของกลุ่มชาติพันธ์ในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ

ทั้ง 8 หน่วยงาน คือกลุ่มคนที่เคยทำงานเกี่ยวข้องกับดอยสุเทพ และในอนาคต กลุ่มผู้ออกแบบวิชาจะเพิ่มหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับดอยสุเทพมาช่วยเสริมหลักสูตร เพื่อทำให้วิชานี้นำเสนอเรื่องราวได้ครบทุกแง่มุมที่สุด

“เหตุผลที่วิชาดอยสุเทพศึกษาต้องนำเสนอได้ทุกแง่มุมที่สุด เกิดจากมุมมองของตัวผม พอเป็นนักวิทยาศาสตร์ ก็มีแว่นของนักวิทยาศาสตร์อยู่ ผมสนใจแต่สิ่งที่วิจัย ส่วนงาน NGO หรือชุมชน เขาจะมีแว่นของเขา เรามองดอยสุเทพขนานกันมาโดยตลอด สถานการณ์บางอย่างใช้แว่นอันเดียวมองไม่ได้ เพราะโจทย์หลายอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่ว่าจะท้องถิ่นหรือระดับจังหวัด ตอบด้วยเครื่องมือเดียวไม่ได้ ต้องใช้หลายเครื่องมือจากแต่ละศาสตร์มาช่วยกัน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนร่วมมือกัน จะให้นักวิทยาศาสตร์แก้โจทย์สังคมวัฒนธรรมก็ไม่ใช่ เราเลยต้องร่วมมือกัน

'ดอยสุเทพศึกษา' วิชาที่ทำให้ผู้คนเข้าใจดอยสุเทพ และอยู่ร่วมกับดอยสุเทพอย่างยั่งยืน
'ดอยสุเทพศึกษา' วิชาที่ทำให้ผู้คนเข้าใจดอยสุเทพ และอยู่ร่วมกับดอยสุเทพอย่างยั่งยืน

“ในฐานะคนที่ออกแบบวิชา ทุกครั้งที่ประชุมร่วมกัน พอได้ฟังอาจารย์หลาย ๆ ท่าน ผมเองก็ได้ความรู้ ได้แง่มุมใหม่ ๆ เกี่ยวกับดอยสุเทพจากแต่ละศาสตร์ ตอนที่ผมจะเรียนจบ ผมทำงานวิจัยที่อำเภอแม่แจ่ม เรื่องนิเวศวิทยาไร่หมุนเวียนของชาวปกาเกอะญอ ผมต้องขึ้นลงแม่แจ่มอยู่ 20 เดือน ไปเอาตัวอย่างใบไม้มาวิจัย ประเด็นคือ ตอนที่ผมไปทำวิจัย ผมมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์มาก ๆ ไม่สนใคร ไม่คุยกับใครเลย ผมไม่ได้ถูกฝึกมาให้เข้าใจบริบทสังคม 

“พอมองย้อนกลับไป ผมเสียดายนะครับ ทำไมถึงไม่พยายามเรียนรู้บริบทต่าง ๆ ที่เป็นผลให้เขาทำไร่หมุนเวียน บางทีเหตุผลไม่ได้เป็นเชิงวิทยาศาสตร์อย่างเดียว มันมีเหตุผลอื่น เชิงสังคม เชิงวัฒนธรรม เขาอยู่ตรงนั้นมานาน เขาก็ต้องมีเหตุผลของเขา แต่สนใจเฉพาะผลวิจัยของผม ทั้งที่ในโลกนี้ยังมีคำว่า การทำงานที่ชุมชนมีส่วนร่วมอยู่ ผมเพิ่งมารู้จักคำนี้ในภายหลัง นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่หากมีโจทย์ใดขึ้นมา เราควรจะต้องใช้แว่นตาของหลาย ๆ ศาสตร์มามอง

“ในที่ประชุม บางคนไม่ได้มองว่าดอยสุเทพเป็นแค่ภูเขา เขามองว่าเป็นสิ่งมีชีวิต ซึ่งก็ตรงกับหลักหนึ่งของนิเวศวิทยา เขาเรียกกันว่าเป็น Super Organism เขามองโลกทั้งโลกเป็น Super Organism มีพลวัตร ถ้ามองดอยสุเทพไม่เป็นแค่ก้อนหิน ดิน ต้นไม้ มันมีอย่างอื่นอีกมากที่อยู่ร่วมกันในภูเขาลูกนั้น มีความสัมพันธ์ต่าง ๆ มากมาย และเกี่ยวโยงมาถึงในเมืองเชียงใหม่ ในหลักสูตรวิชาดอยสุเทพ เราแบ่งย่อยรายวิชาต่าง ๆ ตามแต่ละแง่มุมของดอยสุเทพ

“หลักสูตรนี้เลยมีวัตถุประสงค์หลักที่วางไว้ว่า คนที่สนใจดอยสุเทพที่มาเรียน ไม่ใช่แค่คำว่า ‘รู้จัก’ แต่เราอยากให้เขา ‘เข้าใจ’ ดอยสุเทพมากขึ้นในทุกมิติ ที่ต้องเป็นเช่นนั้นเพราะในหลักการออกแบบวิชา คนทางด้านการศึกษาจะมีหลักการมองวัตถุประสงค์ของวิชาอยู่ว่าจะให้ผู้เรียนได้รับระดับไหน จำได้ เข้าใจ วิเคราะห์ ประยุกต์ และขั้นสุดท้ายคือ สังเคราะห์ ซึ่งจุดสูงสุดของการศึกษาก็คือการให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้ไปสังเคราะห์ใช้ในชีวิตของเขา

การร่วมมือกันของ 8 หน่วยงานที่สร้างหลักสูตรวิชาดอยสุเทพศึกษา ให้ครอบคลุมทุกมิติการเรียนรู้ภูเขาแห่งเชียงใหม่

“คำว่า สังเคราะห์ ในความหมายของผม คือ สมมติมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้น จะเอาความรู้ทั้งหมดที่ได้สังเคราะห์มาจัดการสถานการณ์นั้นได้ไหม ถ้าเกิดตอนนั้นเครื่องมือที่เคยมีมาก่อนใช้ไม่ได้อีกแล้ว เช่น มีเครื่องมืออยู่ A B และ C คุณหยิบเอาเครื่องมือนี้ไปใช้แก้ปัญหาได้ แต่ในอนาคตข้างหน้า เครื่องมือ A B C อาจใช้การไม่ได้ คุณจะสังเคราะห์ความรู้ที่ได้รับ สร้างเครื่องมือ D ขึ้นมาใหม่เพื่อจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นได้ไหม นี่คือจุดสูงที่สุดของการศึกษา มันเกิดขึ้นค่อนข้างยาก นี่เป็นผลลัพธ์สูงสุดที่ผมมองไว้ เลยเป็นโจทย์สำคัญที่ทีมออกแบบหลักสูตรต้องหารือกันต่อ

“ตอนทีมออกแบบวิชาประชุมกัน มีคนเสนอว่า อยากให้ข้าราชการเรียนวิชาดอยสุเทพศึกษาเช่นกัน เพราะระบบราชการที่ย้ายมารับตำแหน่งจากที่อื่น ทำให้ไม่รู้บริบทของเชียงใหม่ วิชานี้จะช่วยให้เขามองเห็นความสัมพันธ์ของดอยและเมือง มีประโยชน์ในการวางแผนพัฒนาเมืองหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ผมมองว่านี่เป็นแนวคิดที่ดีและน่าสนใจ”

การร่วมมือกันของ 8 หน่วยงานที่สร้างหลักสูตรวิชาดอยสุเทพศึกษา ให้ครอบคลุมทุกมิติการเรียนรู้ภูเขาแห่งเชียงใหม่

เพื่อให้คนทั่วไปที่ไม่ใช่นักศึกษาก็เข้าเรียนวิชาดอยสุเทพศึกษาได้มากที่สุด ผู้ออกแบบวิชาจึงเลือกให้วิชาดอยสุเทพศึกษาอยู่ในโครงการ ‘วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต’ (School of Lifelong Education) เรียกสั้น ๆ ว่า LE ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้คนทั่วไปสมัครเข้ามาเรียนในรายวิชาที่สนใจผ่านเว็บไซต์ 

“หลักสูตรวิชาดอยสุเทพศึกษา ผมตั้งใจไว้ว่าจะให้มีส่วนของการบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ ซึ่งผู้เรียนกดเข้ามาเรียนได้ตามเวลาที่เขาสะดวกผ่านระบบการสอนของ LE เมื่อเรียนภาคบรรยายจนครบชั่วโมงที่กำหนดไว้ ก็จะมาสู่ภาคปฏิบัติที่จะพาผู้เรียนขึ้นดอยไปศึกษาและลงมือในพื้นที่จริง ใครสนใจด้านชุมชนบนดอยก็จะได้ไปลงทำงานในชุมชนจริง ๆ แต่ก็ไม่ได้บังคับว่าทุกคนจำเป็นต้องเรียนให้จบหลักสูตร เราเปิดกว้างให้ตามที่แต่ละคนสนใจ

“ท้ายที่สุด ผมหวังว่าการเกิดขึ้นของวิชาดอยสุเทพศึกษา จะทำให้ผู้คนเข้าใจดอยสุเทพมากขึ้นไม่มากก็น้อย เมื่อไหร่ก็ตามที่มีอะไรเกิดขึ้นกับดอยสุเทพ เขาจะรู้แล้วว่ามีที่พื้นที่ตรงนี้ที่เขาเข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับดอยสุเทพได้”

การร่วมมือกันของ 8 หน่วยงานที่สร้างหลักสูตรวิชาดอยสุเทพศึกษา ให้ครอบคลุมทุกมิติการเรียนรู้ภูเขาแห่งเชียงใหม่

ปัจจุบันหลักสูตรวิชาดอยสุเทพศึกษายังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาสสุดท้ายของ พ.ศ. 2565 

ผู้ที่สนใจ ติดตามความเคลื่อนไหวของวิชาดอยสุเทพศึกษาได้ทาง Facebook : ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ คณะวิทยาศาสตร์ มช

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

ธิรารัตน์ พุทธวงศ์

มีเชียงใหม่เป็นบ้านเกิด หลงใหลธรรมชาติ รักสีบลู แมวดำ และชอบกินผลไม้สีเหลือง Facebook | Out of Tune

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load