The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เรามาวันแรกก็รู้สึกทันทีว่าสงขลาเป็นเมืองน่ารัก

  ปัญญา พูลศิลป์ วิศวกรนักสะสมผ้าโบราณกว่า 1,000 ผืนบอกกับเรา

  นอกจากเป็นวิศวกร เป็นนักสะสมผ้า เขายังเป็นเจ้าของ238 Inspiration House’ พิพิธภัณฑ์ผ้าภาคใต้แห่งเดียวในประเทศไทย เป็นการสะสมผ้าภาคใต้หาชมยากจากคอลเลกชันส่วนตัว ส่วนใหญ่เป็นผ้าจากจังหวัดสงขลา มาจากชาวบ้านชุมชมมุสลิมเป็นหลัก เพราะชาวมุสลิมถือว่าผ้าเป็นมรดกส่งต่อให้กับลูกหลานได้ บางครั้งก็เจอผ้าภาคเหนือ ภาคอีสาน และผ้าจากต่างประเทศ เช่น อินเดีย มลายู จีน ฯลฯ

  นอกจากความสวยงามแล้ว ผ้าท้องถิ่นและผ้าต่างถิ่นแต่ละผืนกำลังบอกเราเรื่องราวของมันเองผ่านลวดลายเฉพาะถิ่น สีสันจัดจ้าน การทอแสนประณีต และสารพัดเทคนิคสุดแพรวพราว บางผืนแสดงถึงความร่ำรวยและยศฐาบรรดาศักด์ของผู้สวมใส่ บางผืนกำลังบอกเล่าการเดินทางจากมลายูจนถึงซิงกอรา และบางผืนกำลังบอกเล่าประวัติศาสตร์ ตลอดจนวิถีชีวิตของคนสงขลาในอดีตจวบจนปัจจุบัน

238 Inspiration House สงขลา 238 Inspiration House สงขลา

  ปัญญาเป็นคนสมุทรปราการ เขาตกหลุมรักสงขลาตั้งแต่แรกเห็นเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนย้ายมาประจำตำแหน่งวิศวกรที่นี่ ด้วยความชอบสะสมของเก่า ประจวบกับมีโอกาสรู้จัก อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ท่านแนะปัญญาว่าคนเก็บผ้าภาคเหนือมีเยอะแล้ว สงขลายังไม่มีใครเก็บผ้าภาคใต้เลย

  เขาเลยลองเก็บสะสมดู จนปริมาณเพิ่มขึ้นเยอะมากภายในเวลาเพียง 1 ปี ปัญญาตัดสินใจเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ผ้า พ่วงของสะสมโบราณและงานศิลปะภายใต้บ้านเก่าอายุมากกว่า 100 ปี ผู้มาเยือนเลยได้รับความรู้เรื่องโครงสร้างสถาปัตยกรรมของบ้านเก่าเป็นของแถมกลับบ้านไปด้วย

  238 เป็นเลขที่บ้านของบ้านจีนฮกเกี้ยนหลังนี้ สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัญญาชวนสังเกตจากลวดลายบนเสาบ้านเป็นลายพระราชนิยมในสมัยนั้น พอล่วงเลยมาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โครงสร้างถูกปรับเป็นคานปูน ตัวบ้านเลยขยายใหญ่กว่าเดิม แม้กระทั่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เคยเป็นโรงครัวของทหารญี่ปุ่นมาก่อน เพราะมีห้องใต้ดินอยู่ในบ้าน

  ปัญญาได้รับแรงบันดาลใจจากอาจารย์เผ่าทอง เขาเลยอยากส่งต่อแรงบันดาลใจนั้นให้คนอื่น ผ่านผ้าภาคใต้โบราณ ของสะสม และบ้านเก่าที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ตั้งแต่หน้าประตู

238 Inspiration House สงขลา

238 Inspiration House สงขลา

238 Inspiration House สงขลา

1

  ปัญญาชอบสะสมของเก่าเป็นทุนเดิม บวกกับความรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองซิงกอรา เขาเข้าหาชาวบ้านในชุมชนมุสลิม พร้อมกับประกาศรับซื้อผ้าทุกชนิด หลังจากประกาศเพียง 1 เดือน เช้าจรดเย็นเขาต้องนั่งคัดผ้าเป็นกระสอบ พอเปิดกระสอบลองคลี่ผ้าบางส่วนออกมาดู เขาเจอผ้ายก ว่ากันว่าผ้ายกที่ดีที่สุดในประเทศไทยคือ ผ้ายกพุมเรียง พอลงลึกสืบประวัติพบว่าคนพุมเรียงคือคนสงขลาเดิมที่ถูกเทครัวไปอยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นั่นยิ่งทำให้เขาเกิดแรงขับบางอย่าง

  สงขลาไม่น่ามีแค่ผ้าทอเกาะยอ เพราะต้นตอของผ้ายกที่ดีที่สุดในประเทศไทยก็อยู่ที่เมืองนี้แหละ เราเลยเหมือนกับอินเดียน่า โจนส์ พยายามสืบหาหลักฐานบางอย่างว่ามีผ้าทออยู่ในสงขลาด้วยเหมือนกันปัญญาเล่าด้วยแววตามุ่งมั่น

  จากการซื้อขายผ้ากับชาวบ้านทำให้ปัญญาเจอหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าสงขลาทอผ้ายก มาจากผ้าไหมสีเทอร์ควอยซ์ขาดครึ่งผืนในกระสอบผ้า ปลายผ้ายกด้วยดิ้นทองคำขนาดเล็กเท่าเส้นผม ด้วยความดีใจเขาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก มีอาจารย์ท่านหนึ่งตอบกลับว่าเป็นไปได้ว่าผ้ายกผืนนี้ถูกทอในสงขลา เพราะกระบวนลายไม่เหมือนของอินเดีย แล้วก็ไม่เหมือนของจีนปัญญาสวมบทอินเดียน่า โจนส์ สืบต่อ

  4 ปีที่แล้วเขาไปเจอคุณยายอายุ 99 ปี ท่านเล่าให้ปัญญาฟังว่าบ้านอิชั้นมีไพร่อยู่ใต้ถุนบ้าน ทอผ้าให้นุ่งแต่กี่ทอผ้าถูกแปรสภาพเป็นม้านั่งไปแล้ว คุณยายเลยมอบผ้าโจงกระเบนสีชมพูให้ปัญญา เขาเดินหน้าต่อไปยังชุมชนมุสลิมใกล้เคียง ก็ไปเจอผ้าคล้ายๆ กันเป็นร้อยผืน คนในชุมชนเฉลยว่า เมื่อก่อนทอผ้ากันเอง เลยพาปัญญาไปดูโรงทอผ้าโบราณ ปัจจุบันกลายเป็นโกดังเก็บของและโรงจอดรถ แต่หลังคาอายุร่วม 100 ปีก็พอเป็นหลักฐานยืนยันว่าเคยเป็นโรงทอผ้ามาก่อนแน่นอน  

  เราขอซื้อกระสวยทอผ้าเขากลับมา นั่นเป็นหลักฐานว่าสงขลาก็เคยทอผ้า ไม่เพียงแค่เกาะยอเท่านั้นปัญญาบอกเราด้วยความภูมิใจ ไม่เพียงไขปริศนาให้ตนเอง ยังเป็นการส่งต่อความรู้แก่ผู้สนใจด้วย

238 Inspiration House สงขลา 238 Inspiration House สงขลา 238 Inspiration House สงขลา

2

  หลังจากปัญญาเก็บผ้ามาได้สักระยะ เขาเจอผ้าหายากอย่างผ้าจวนตานี ผ้าปะลางิง ผ้าจากมลายู ผ้าจากอินเดีย ผ้าจากพม่า ฯลฯ ยิ่งตอกย้ำความเป็นเมืองท่าของสงขลาได้เป็นอย่างดี

  เราเจอผ้าจากอินเดียอายุประมาณ 200 ปี เจอผ้าจากพม่าอายุ 140 ปี เจอผ้าจากเอเชียกลาง ในเมืองสงขลาเมืองเดียวแทบจะเจอผ้าทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ถือเป็นหลักฐานและจิ๊กซอว์ทางประวัติศาสตร์ตัวหนึ่ง อย่างเจ้าเมืองซิงกอรา ว่ากันว่ามาจากเมืองสาเลห์ ประเทศอินโดนีเซีย ไม่มีหลักฐานยืนยัน

  แต่เราไปเจอผ้าจากเมืองสาเลห์ อยู่ในสงขลาหลายผืนมาก ตอนแรกสงสัยว่าผ้ามาจากไหน เปิดหนังสือของประเทศไทยก็ไม่เจอข้อมูล พอไปดูหนังสือของนักวิชาการต่างประเทศ อ้าว! เป็นผ้าของบาหลีอายุประมาณ 100 – 200 ปี ทำไมมาอยู่เมืองซิงกอรา ผ้าเหล่านั้นถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้เลย

  เราขออวดโฉมคอลเลกชันผ้าโบราณหาชมยาก 15 ผืน จาก 1,000 ผืน มาให้ดูเป็นขวัญตา

1 ผ้าจวนตานี

238 Inspiration House สงขลา

  ผ้าจวนตานีเป็นผ้ามัดหมี่ที่เส้นพุ่งและเส้นยืนมัดทั้งสองด้าน จะมีร่องริ้วเล็กๆ เป็นลวดลาย การทำลายให้เกิดในช่องเดียวกันทั้งหมดเป็นเรื่องยากมาก ลายจะเป็นลายเฉพาะถิ่น เช่น ลายโคม ลายดาว

2 ผ้าปะลังงิง

238 Inspiration House สงขลา

  ผ้าปะลังงิง อายุมากกว่าร้อยปี ป๊อปปูลาร์มากสำหรับคนมลายูและคนสงขลาสมัยก่อน

ใช้เทคนิคเย็บย้อมจากประเทศอินเดีย เป็นการด้นบนผ้าสีขาว ก่อนจะย้อมไล่จากสีอ่อนไปสีเข้ม

3 เสื้อทองคำแท้ ต้นกรุงรัตนโกสินทร์

238 Inspiration House สงขลา

238 Inspiration House สงขลา

เสื้อทอด้วยทองคำขนาดเส้นเล็กกว่าเส้นผม ทอสลับกับเส้นไหมสีเขียว ด้านในกรุด้วยผ้าพิมพ์จากประเทศอินเดีย รูเล็กด้านหน้ากลัดด้วยกระดุมทองประดับอัญมณี เป็นของเจ้านายสมัยก่อน ปัญญาได้มาจากจังหวัดปัตตานี มาพร้อมผ้าเกี้ยวทอจากอินเดีย สลับไหมกับเส้นโลหะดิ้นเงินและดิ้นทอง บริเวณชายเป็นครุยทำจากโลหะเงิน ใช้สำหรับคาดเอว

4 ผ้ายกกรวยเชิง 3 ชั้น

238 Inspiration House สงขลา

  ผ้ายกมีกรวยเชิง 3 ชั้น อายุราวต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นผ้าเบี้ยหวัด ส่วนใหญ่สั่งทอจากประเทศอินเดีย ปัญญาได้มาจากกลันตัน สันนิษฐานว่าเจ้าของได้รับพระราชทานจากส่วนกลางสมัยก่อน

5  ผ้าทอลายใบเทศก้านแย่ง

238 Inspiration House สงขลา

  ผ้าทอลายใบเทศก้านแย่ง ทอยกด้วยไหมสีทอง

6 ผ้าทอลายราชวัตรเล็ก

238 Inspiration House สงขลา

  ผ้าทอลายราชวัตรเล็กจากบ้านหัวเขา ทอด้วยไหมน้อย เป็นลายตารางเหลี่ยมขนาดเล็กๆ มีกรวยเชิง 1 ชั้น เป็นดิ้นโลหะทอง คาดว่าอยู่มาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

7 เสื้อสตรีสงขลา

238 Inspiration House สงขลา

  เสื้อสตรีสงขลาทำจากผ้าคล้ายชีฟอง คอเหลี่ยม แขนตุ๊กตา อายุประมาณ 80 – 90 ปี บ่งบอกว่าคนสงขลารสนิยมดีมาก เสื้อผ้ามีแพตเทิร์นและตัดเย็บเนี้ยบมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นการแสดงถึงความศิวิไลซ์ของเมืองซิงกอราผ่านเครื่องแต่งกายได้เป็นอย่างดี

8 ผ้าซิ่นก่านคอควาย

238 Inspiration House สงขลา

ผ้าซิ่นก่านคอควาย ผ้าทอพื้นบ้านจากจังหวัดน่าน พบที่สงขลา ปัญญาเคยเจอผ้าทอเลียนแบบผ้าซิ่นก่านคอควายของชาวมุสลิม ทอด้วยไหมแทนฝ้าย คาดว่าเคยสั่งจากน่านมา ประจวบกับมีโรงทอของตนเองจึงสั่งทอขึ้นใหม่ด้วยไหมและมีลายใกล้เคียงต้นฉบับมาก

9 ผ้าทอเกาะยอยุคแรก

238 Inspiration House สงขลา

  ผ้าทอเกาะยอยุคแรก อายุประมาณ 60 ปี ทอเป็นลายหางกระรอก จะมีสีเหลือบจากการควบฝ้ายและไหม ปัจจุบันชาวเกาะยอไม่ทอลายและสีแบบนี้แล้ว

10 ผ้าพิมพ์ลายลุนตยา

238 Inspiration House สงขลา

ผ้าพิมพ์ลายลุนตยา อายุประมาณ 70 – 80 ปี จากโรงงานพิมพ์ผ้าในประเทศไทย

11 ผ้าต่อหัวซิ่น

238 Inspiration House สงขลา

238 Inspiration House สงขลา

  ผ้าต่อหัวซิ่นจากประเทศกัมพูชา อายุเกือบ 200 ปี วัฒนธรรมการต่อหัวซิ่นมาจากภาคเหนือและประเทศพม่า คาดว่าการต่อหัวซิ่นมีไว้สำหรับกันลื่นเวลาคาดเข็มขัด

12 ผ้าแพรเลี่ยน

238 Inspiration House สงขลา

  ผ้าแพรเลี่ยนจากประเทศจีน สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หญิงชาวสงขลาและปัตตานีสมัยก่อนนิยมใช้ห่มและพาดอก

13 ผ้าปะลางิงจากประเทศญี่ปุ่น

238 Inspiration House สงขลา

ผ้าปะลังงิงพิมพ์ด้วยบล็อกไม้ลงบนผ้าไหม ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นส่งมาขายในมลายู

14 ผ้าขนสัตว์

238 Inspiration House สงขลา

ผ้าสุรบัน ทำจากขนสัตว์ มักซื้อเป็นของฝากหลังเสร็จพิธีฮัจญ์จากนครเมกกะ

15 ผ้าปาเต๊ะ

238 Inspiration House สงขลา

ผ้าปาเต๊ะพิมพ์ลายอายุร้อยกว่าปี สมัยก่อนขายเพียงขายผืนละ 1 – 2 บาท

บางลวดลายพิมพ์ตามความเชื่อของประเทศจีน เช่น ลายเหรียญ หมายถึง ทรัพย์สมบัติ ลายปลาทอง หมายถึงความอุดมสมบูรณ์

3

  จากผ้า 15 ผืน จะสังเกตว่าวัฒนธรรมทอผ้าเป็นวัฒนธรรมร่วมระหว่างไทย จีน พม่า กัมพูชา และอินเดีย แม้กระทั่งมลายู ต่างกันก็เพียงลวดลาย ยกตัวอย่างผ้าปาเต๊ะ มลายูจะเป็นลายสัตว์ อินโดนีเซียก่อนจะนับถือศาสนาอิสลาม นับถือศาสนาฮินดูมาก่อน ลายผ้ามักจะเป็นสัตว์ในอุดมคติด้แก่ มังกร สิงห์ และปลา ประเทศจีนจะเป็นลายเหรียญจีน ประแจจีน และต้นไผ่ตามความเชื่อ

  คนสงขลาเองก็นุ่งผ้าปาเต๊ะเหมือนกัน แต่จะไม่สวมเสื้อกาบายาแขนยาวแบบปัตตานี เพราะสภาพแวดล้อมไม่อำนวย ไม่เหมาะกับการดำนา ปลูกผักปลูกข้าว เสื้อแขนสั้นหรือแขนกระบอกเหมาะกว่ามาก อีกอย่างคนสงขลาจะนุ่งผ้าปาเต๊ะเฉพาะในบ้าน ไม่ใส่ออกงาน เขาถือกันว่าผ้าปาเต๊ะเป็นผ้าราคาถูก สมัยก่อนผืนละ 2 บาท ซื้อทีเป็นกุรุส เท่ากับ 20 ผืน ไว้นุ่งอาบน้ำ ทำกับข้าว ถ้าออกงานจะนุ่งผ้าไหมทออย่างดีจากภาคเหนือ บางทีก็นุ่งผ้ายกจากนครศรีธรรมราช เพราะราคาแพง ดูมีค่ามีราคา

  การศึกษาหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ล้วนมาจากความชอบของปัญญาทั้งสิ้น ไม่ว่าคำบอกเล่าจากคนเก่าแก่ในท้องถิ่น อาจารย์ผ้าในประเทศไทย นักวิชาการผ้าจากต่างประเทศ การค้นคว้าทางอินเทอร์เน็ต แม้กระทั่งภาพถ่ายเก่าของเมืองซิงกอรา การกระทำของคนต่างถิ่นอย่างปัญญาเป็นมากกว่าการเก็บผ้าโบราณของภาคใต้ แต่เป็นการบอกเล่าประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของคนสงขลาอย่างแท้จริง

238 Inspiration House สงขลา

238 Inspiration House สงขลา

ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

238 Inspiration House : Songkhla Textile Museum

พิพิธภัณฑ์ผ้าภาคใต้แห่งเดียวในประเทศไทยยินดีต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่านตั้งแต่บุคคลธรรมดา นักศึกษาจนถึงนักวิชาการไทยและเทศ ขอเพียงคุณมีความสนใจเต็มเปี่ยม ก็สายตรงนัดหมายปัญญาล่วงหน้าเพื่อสนทนากันก่อนถึงระดับความสนใจน้อยมาก หากตกลงวัน เวลา และจำนวนคนเรียบร้อย เรารับรองเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวัง ทั้งการต้อนรับแบบเป็นกันเอง เหมือนมาดูของหายากบ้านเพื่อน ถ้าสงสัยให้ถามเพราะปัญญาข้อมูลแน่นไม่มีกั๊ก เผลอๆ อาจจะได้ลายแทงร้านอร่อยสงขลาติดมือออกมาด้วย เชื่อสิ!

ที่อยู่ 238 ถนนนครใน ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสงขลา 90000

เปิดบริการวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 18.30 น.

ไม่เสียค่าเข้าชม (ก่อนเข้าชมกรุณาติดต่อ 094 598 1299 )

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load