The Cloud x OKMD

1.

ไม่รู้เหมือนกันว่า หนังสือ กับ เพลง อะไรมาก่อน-หลัง ที่ทำให้โตมาแล้วยังมีโอกาสได้ใกล้ชิดเป็นชีวิตจิตใจจนเข้าวัยเลข 3 คงไม่สำคัญแล้ว เพราะทั้งหมดแทบไม่สามารถแยกออกจากกันได้

‘สมจริง’ เป็นทั้งร้าน (ห้อง) หนังสือเล็ก ๆ ของ ไนท์-พิชิต ชัยสิทธิ์ กับ ยิ้ม-ปราณีต จารุพันธุ์งาม และเป็นวงดนตรีอิสระเล็ก ๆ ที่เขียนเอง ทำกันเองกับเพื่อน ๆ ทั้งสองสิ่งที่รักและถนัดที่สุดคลานคลอดออกมาห่างกันไม่ถึงปี เพลงที่เขียนทั้งหมดล้วนมีส่วนประกอบจากหนังสือที่เคยอ่าน กลายร่างเป็นเรื่องราวใหม่ให้เราได้รับฟัง ‘ห้องหนังสือสมจริง (Somjing Book)’ โตมากับ ‘วงสมจริง (Somjing Studio)’ ย่างเข้าปีที่ 4 แล้ว

ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง

2.

ห้องหนังสือสมจริง (Somjing Book) คือหนึ่งในสมาชิกของชุมชนเล็ก ๆ ที่ชื่นชอบการทำงานศิลปะ งานดนตรี งานฝีมือ กาแฟ-เบเกอรี่ บ้านพัก รวมถึง Workshop & Creative Space กับสมาชิกอีกกว่า 10 ร้าน ในชื่อ ‘Columbo craft village’ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากรั้วมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เรียกว่า ‘ห้อง’ ได้เต็มปากกว่า ‘ร้าน’ เพราะเริ่มต้นไม่ได้เป็นการค้าขายแต่แรก ตัวเองกินอยู่ใช้ชีวิตที่นี่ เป็นธรรมชาติที่อยากสร้างแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกว่าที่นี่คือ ‘บ้านของเรา’ พร้อมต้อนรับทุกคนที่แวะเวียนมา ตัดสินใจระบายหนังสือที่อ่านและสะสมมาทั้งชีวิตออกจากห้องนอนที่มีพื้นที่จำกัดขึ้นทุกวันมาไว้หน้าบ้าน เพื่อชวนทุกคนมาหยิบ เติม แลกเปลี่ยน ยืม และปันกันอ่าน เพียงไม่นานเริ่มมีคนสนใจมากขึ้น ทั้งจากเพื่อนพี่น้องที่รู้จักและไม่เคยรู้จักแวะเวียนถามไถ่อยากได้หนังสือเล่มอื่น ๆ ตามมา ทุกอย่างเริ่มจากการเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตมาก่อน ถึงได้ขยับเป็นการงานอีกด้านของชีวิตภายหลัง

ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง
ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง

3.

เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนจากยิ้ม คนรักที่เคยคลุกคลีกับงานหนังสือมาก่อน บวกกับไนท์ที่ตัดสินใจเลิกทำงานประจำตอนเช้า มาเติมความตั้งใจและให้นิยามของ ‘สมจริง’ ไว้ด้วยกันว่า “คือพื้นที่ที่มีความจริง เพื่อได้เห็นความจริง แต่มีความหวัง ให้ได้ผ่อนคลายหัวใจแล้วคงความคิดสร้างสรรค์เอาไว้”

พยายามสำรวจตลาดหนังสือไม่ให้ช้ำและซ้ำจากร้านหนังสือตามห้างใหญ่ คัดเลือกหนังสือกันเองจากความสนใจส่วนตัวก่อน ติดต่อสายส่งจำนวนหนึ่ง แต่ส่วนมากคือติดต่อสำนักพิมพ์ที่เราเป็นแฟนหนังสืออยู่แล้วโดยตรง อย่าง สำนักพิมพ์กำมะหยี่, 10 ML, อ่าน – ฟ้าเดียวกัน, หอน ของน้าชาติ กอบกิตติ, Anthill Archive​ และคัดบางปกพิเศษ เช่น สำนักพิมพ์ Bookscape, Merry-Go-Round, Bibli​o -​ Be(ing)​, ผจญภัย​, Bookmoby, มองฟ้า​, มติชน​ฯ​ รวมถึงสำนักพิมพ์ที่ไนท์เคยทำงานด้วย เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ การเมือง วรรณกรรมอีสาน ภายหลังเลือกหนังสือเล่มพิเศษสำหรับเด็ก-เยาวชน เข้ามาเพิ่มด้วยอีกจำนวนหนึ่ง

ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง

4.

พอให้เราอยู่กับพื้นที่นี้ไปได้ยาว ๆ และ อยากทำให้เป็นมากกว่าร้าน (ห้อง) หนังสือ คือหัวใจหลัก

นอกเหนือจากดนตรีกับหนังสือ ยังมีความสนใจในด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานศิลปะ งานฝีมือ อาหาร การท่องเที่ยว ไปจนถึงประเด็นทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม และสิทธิมนุษยชน ยังคงคลุกคลีกับสิ่งเหล่านี้มาตลอด ด้วยเป็นส่วนหนึ่งของงานอีกด้านที่เราทำอยู่ ยิ้มทำฟาร์มสเตย์ การท่องเที่ยว Content Creative ที่เรียนจบเกี่ยวกับภาพยนต์ ส่วนไนท์ยังเล่นดนตรี รับถ่ายภาพ เฝ้าห้องหนังสือ ที่เรียนจบกฎหมาย เราวาดหวังไว้เล็ก ๆ ว่าสิ่งต่าง ๆ นี้จะมีที่ทางให้สามารถมาอยู่และไปด้วยกันได้ในที่สุด

ไม่นานนักเราค่อย ๆ หยิบเอากิจกรรมต่าง ๆ มาอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับห้องหนังสือ เช่น เทศกาลดนตรีหน้าห้องหนังสือ Columbo Folk Music #1 #2 ฟังเพลงจาก 10 ศิลปินอิสระในขอนแก่น ชวนนำต้นไม้หรือหนังสืออย่างน้อย 1 ต้น / เล่ม แลกกับบัตรเข้าชม เพื่อชวนทำห้องสมุดในพื้นที่และคัดหนังสือมอบให้พื้นที่อื่น ๆ / กิจกรรมอ่านเพลงบรรเลงหนังสือ #1 #2 ชวนศิลปินที่เป็นที่สนใจของคนรุ่นใหม่มาพูดคุยเรื่องหนังสือ มุมมองการทำงาน การใช้ชีวิต การเดินทาง แรงบันดาลใจ และแสดงงานดนตรี (Song is your book, Book is your Song) / ฉายภาพยนตร์ทางเลือกร่วมกับ Documentary Club , Cinemaspot , พก ร้านหนังสือและโรงหนังขนาดเล็ก (Movie is your book, Book is your Movie) / จัดโซนหนังสือในมุมเล็ก ๆ ที่ไม่ขาย แต่ชวนมา เติม แบ่ง แลก ให้ และให้ยืม / ตั้งวงเล่า เอาหนังสือที่อ่านมารีวิวให้กันฟังร่วมกับเพื่อนพี่น้องนักอ่านกลุ่มเล็ก ๆ ในชื่อ Empathizer / Photo book และจัดแสดงงานภาพถ่าย งานศิลปะจากเพื่อน / พื้นที่เสวนาต้อนรับนักอ่าน นักเขียน คนทำงานหนังสือ ศิลปินหลากสาขา นักท่องเที่ยว และองค์กรอิสระที่ทำงานเกี่ยวกับการศึกษา สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่าง ๆ ตามโอกาสและวาระพิเศษ ฯลฯ

ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง
ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง

5.

ในความคิดเห็น ‘หนังสือ หรือ ร้านหนังสือ’ ไม่ใช่ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมร่ำรวย แต่หนังสือคือมหาสมุทรทางความคิด วัฒนธรรมและคลังข้อมูลคุณภาพที่ร่ำรวยและหลากหลากหลายที่สุด

ในเมื่อร้าน (ห้อง) หนังสือคือพื้นที่ที่มีเสน่ห์ มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวอยู่แล้ว ยิ่งประกอบสร้างไปกับบุคลิก อุปนิสัย ความสนใจ และความถนัดส่วนตัวของเจ้าของพื้นที่เอง รวมกับการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมจากความหลากหลายของผู้คนรอบข้างที่แวะเวียนมาก็ยิ่งทำให้พื้นที่มีชีวิต มีบรรยากาศที่ดี เติบโตไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ มีเรื่องให้ได้แปลกใจ เกินความคาดหมาย และเต็มไปด้วยเรื่องราวพิเศษระหว่างผู้อยู่กับผู้มาเยือนอยู่เสมอ

ความสนใจที่หลากหลายนี้ทำงานไปด้วยกันได้ไม่ต่างกับประเภทหนังสือที่มีให้เราได้เลือกอ่าน ตามอิสระของความสนใจ คงน่าเสียดาย ถ้าเราไม่ลองทำ ไม่ลองเอาความสนใจเหล่านี้มาอยู่ด้วยกันเพื่อหนุนเสริมเติมเต็ม ตามความถนัดและชื่นชอบในแบบของตัวเอง ซึ่งเป็นทั้งประโยชน์ต่อการอยู่รอดในเชิงธุรกิจ​ และ​เป็นการสร้างคุณค่าต่อพื้นที่​และแวดล้อมของผู้คนรอบข้าง

‘หนังสือ’ ได้เตือนย้ำว่าหลายอย่างคือหนังสือประเภทหนึ่ง เพียงแต่การรับรู้เปลี่ยนแปลงแตกแขนงหลากรูปแบบ ไม่ใช่แค่ ‘ตัวอักษร’ เมื่อใดที่เรายังมีความสนใจ ความต้องการ เปิดรับ และยังมีความรักที่อยากจะเรียนรู้ หนังสือดี ๆ บทเพลงดี ๆ ภาพยนตร์ ดนตรี งานศิลปะ แม้แต่ประเด็นทางสังคมในมิติต่าง ๆ จะเป็นไปเพื่อความสุนทรีย์ เพื่อจรรโลงใจ เพื่อการพักผ่อน เพื่อการต่อสู้ เพื่อรับฟังแง่มุมที่ต่างออกไป หรือแม้แต่เพื่อการซึมซับรับรู้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกอย่าง ตามจริตของแต่ละบุคคล

สิ่งเหล่านี้ล้วนทำงานคล้ายกัน และเชื่อว่าสามารถขับเคลื่อนไปด้วยกันได้เสมอ

ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง

6.

อย่างไรก็ตาม ห้องหนังสือเล็ก ๆ นี้ยังอยากลองทำอะไรอีกหลายอย่าง ตามกำลังที่มี แล้วอยู่ให้ได้โดยธรรมชาติแวดล้อมของพื้นที่เอง ท้ายสุด ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และการออกแบบพื้นที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับไนท์หรือยิ้ม เพียงใครคนหนึ่ง หากอยากให้เป็นพื้นที่ของทุกคนที่มาใช้ร่วมกันได้ ร่วมกันขับเคลื่อน และมีส่วนในการออกแบบพื้นที่จากทุกคนได้

จะเป็นคำเสนอแนะ ความต้องการ เสียงตอบรับ คำติชม กำลังใจ แรงสนับสนุน ล้วนเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่อยากจะให้พื้นที่ทางเลือกเล็ก ๆ แห่งนี้ดำเนินอยู่ต่อไปท่ามกลางสภาพนิยามการพัฒนาสังคมเมืองกระแสหลักที่ซับซ้อน ขัดแย้ง เร่งเร้า บอบบาง และในวันหนึ่งวันใดหวังเล็ก ๆ ไว้ว่าจะได้รับการสานต่อจากคนรุ่นใหม่ หรือแม้แต่การมีร้านหนังสือ มีคาเฟ่ มีชุมชนเล็ก ๆ เกิดขึ้นอีกในหลาย ๆ พื้นที่ในอนาคต

หวังว่าเราจะได้เจอกันในเร็ววัน ยินดีต้อนรับทุกคน ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการงานและความเป็นอยู่ของชีวิต ^^  

หนังสือแนะนำ

1. 

โอ้แม่มหากวีศรีศตวรรษที่ 21 (Oh, the Great Poetess of the 21st Century)

ผู้เขียน : นันดานี

สำนักพิมพ์ : Anthill Archive 

ราคา : 260 บาท

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง) ร้านหนังสือใน Columbo craft village ที่บรรจบกันของความรักในหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานฝีมือ และความถูกต้อง

12 เรื่องสั้นจากสำนักพิมพ์อิสระที่ถูกคุมโทนอารมณ์แต่ละเรื่องไว้ได้ลื่นนัว เจ็บแสบ จัดจ้าน เปรี้ยวเผ็ด ร้อน ขี้ดื้อ กวน ฮา แบบอึน ๆ

2.

เหมือนหนึ่งนกที่จากรัง : รวมเรื่องเอก

ผู้เขียน : รพินทรนาถ ฐากุร

สำนักพิมพ์ : ชนนิยม-แม่คำผาง 

ราคา : 250 บาท

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง) ร้านหนังสือใน Columbo craft village ที่บรรจบกันของความรักในหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานฝีมือ และความถูกต้อง

วรรณกรรมของรพินทรนาถ แม้บางส่วนจะมีภาษาเบงกาลีก็จริง แต่ขอบเขตแห่งความรู้สึกนึกคิดของท่านมิได้จำกัดอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของอินเดียโดยเฉพาะ โดยเนื้อหาสารัตถะอันสำคัญ ขณะเดียวกันก็เป็นแนวคิดที่โอบอ้อมไว้ซึ่งมวลมนุษยชาติทั้งผอง เป็นทั้งของชาติอินเดียและของนานาชาติ

3.

มันทำร้ายเราได้แค่นี้

ผู้เขียน : ภรณ์ทิพย์ มั่นคง

สำนักพิมพ์ : อ่าน 

ราคา : 550 บาท

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง) ร้านหนังสือใน Columbo craft village ที่บรรจบกันของความรักในหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานฝีมือ และความถูกต้อง

แม้เราอาจคาดหวังว่า.. มันจะเป็นหนังสือเล่าเรื่องความทุกข์โศกแสนสาหัส แต่อย่าได้ปฏิเสธเรื่องราวอันไม่ทุกข์โศกนี้เลย เพราะแท้จริงมันเป็นดินแดนแสนสนุก ที่จะทำให้พวกคุณรู้ว่า มนุษย์นั้นมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่และงดงาม แม้จะต้องอยู่ในความมืด

4. 

แมววัด

ผู้เขียน : ยูโตะ ฟุคะยะ

สำนักพิมพ์​ : ผีเสื้อ 

ราคา : 239 บาท

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง) ร้านหนังสือใน Columbo craft village ที่บรรจบกันของความรักในหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานฝีมือ และความถูกต้อง

หนังสือบันทึกจากเยาวชน ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น เมืองขอนแก่น กับโครงการสมุดบันทึกของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ สมุดบันทึกคือวิธีค้นหาอัจฉริยภาพของเด็กได้อย่างน่าอัศจรรย์ อ่านเพลินมาก ๆ

5. 

คีตกวีลูกทุ่ง ไพบูลย์ บุตรขัน

เรียบเรียง : วัฒน์ วรรลยางกูร

สำนักพิมพ์ : the writer’s secret

ราคา : 590 บาท

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง) ร้านหนังสือใน Columbo craft village ที่บรรจบกันของความรักในหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานฝีมือ และความถูกต้อง

หนังสือที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตและผลงานของ ครูไพบูลย์ บุตรขัน เนื้อหาภายในเล่มถูกถ่ายทอดผ่านสำนวนภาษาของ วัฒน์ วรรลยางกูร โดยหนังสือเล่มนี้ถูกจัดพิมพ์เป็นครั้งที่ 4 โดยมีการเพิ่มข้อมูลในส่วนภาคผนวกเข้ามา นอกจากนั้นแล้วยังมีการเพิ่มรูปภาพและเอกสารประกอบอีกจำนวนมาก จึงทำให้การพิมพ์ครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการพิมพ์ที่สมบูรณ์ที่สุดตั้งแต่มีการจัดพิมพ์ขึ้นมา

6. 

ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย : Norwegian Wood

ผู้เขียน : Haruki Murakami

สำนักพิมพ์ : กำมะหยี่ 

ราคา : 365 บาท

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง) ร้านหนังสือใน Columbo craft village ที่บรรจบกันของความรักในหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานฝีมือ และความถูกต้อง

หนึ่งในหนังสือวรรณกรรมที่ชอบที่สุดของ มูราคามิ อาจไม่หวือหวาแต่อ่านได้เรื่อย ๆ อ่านไปเหมือนได้ฟังเพลงไปในตัว มีความเหงา ร้าวลึกอยู่ในนั้น คาแรกเตอร์ของแต่ละตัวละครถูกดึงความรู้สึกของความเป็นมนุษย์ออกมาได้อย่างลึกซึ้ง หัวใจคนทำไมถึงซับซ้อนและเปราะบางเหลือเช่นนี้

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง)

ที่ตั้ง ​: โครงการ​ Columbo​ craft​ village​ 674​ ม.19​ ต.ศิลา​ อ.เมือง​ ขอนแก่น ​40000​ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดวันพุธ-จันทร์ (หยุดทุกวันอังคาร) 10.00 น. 19.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3393 5393​ / 08 5083 7635​

เว็บไซต์ : www.somjingdairy.com

Facebook : Somjing Book 

Line​ ID : che_knight / yimpyimpyimp

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร้านหนังสือเป็นแหล่งความรู้สร้างสรรค์ โดยความร่วมมือของ The Cloud และ OKMD

Writer & Photographer

พิชิต ชัยสิทธิ์

เรียนจบนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่เป็นนักดนตรีกลางคืน ที่ชอบเขียนพลง ขายหนังสือตอนกลางวัน ที่แอบไปรับงานถ่ายรูป หลัง ๆ หลงรักการฉายหนัง ตั้งแคมป์ จัดคอนเสิร์ตเล็ก ๆ เล่นกับแมว INSTAGRAM : somjing2121

The Bookseller

เรื่องราวของร้านหนังสืออิสระ แหล่งเรียนรู้รื่นรมย์

-1-

“โต๊ะตัวนั้นไงที่น้องจากอักษรฯ มาสั่งกาแฟแล้วนั่งอ่านหนังสือทุกวัน จนสอบได้ทุนปริญญาเอกอย่างตั้งใจ ตอนนี้น้องเขากลายเป็นอาจารย์สอนอยู่ต่างแดน”

“ชอบภาพถ่ายชุดนั้นหรือครับ นั่นเป็นงานสมัยที่ยังใช้ฟิล์มกันอยู่ของพี่นักเขียนคนหนึ่ง แกมอบภาพชุดนี้ไว้ตอนที่มาแสดงงานที่ร้านสมัยอยู่ถนนพระอาทิตย์”

“หนังสือที่มอบให้นักอ่านฟรี ๆ อยู่เสมอนั้น ต้องขอบคุณคุณหมอนักอ่านคนหนึ่ง แกมักซื้อหนังสือแล้วเอากลับไปส่วนเดียว ที่เหลือทิ้งไว้เพื่อให้ร้านยื่นให้ใครก็ได้ที่เห็นว่าเหมาะสม”

“ตรงบันไดใกล้เคาน์เตอร์นี่แหละที่ได้เช็ดน้ำตาให้กัน นี่มักเป็นที่ประจำของคนที่มาพร้อมความในใจ หนุ่มเจ้าของร้านกาแฟบางคนเคยนั่งลงแล้วเผยถึงรักที่เปลี่ยนไป พูด ๆ น้ำตาเขาก็ไหล นั่นทำให้ทุกอย่างเงียบหมด วันนั้นโยเอ่ยขึ้นว่า ทำไมเวลาผู้ชายเจ็บ มันดูเจ็บจัง”

“แต่เคยมีคนขอแต่งงานกันในร้านด้วย ที่แน่ ๆ มีแล้ว 2 คู่ ‘พี่ช่วยดูลูกค้าคนอื่นให้หน่อยนะครับ โล่ง ๆ เมื่อไรพี่รีบให้สัญญาณผมนะ’ ฝ่ายชายมักขอความช่วยเหลือ ลน ๆ หน่อยแต่ก็น่ารักดี”

เมื่อ ‘ร้านหนังสือเดินทาง’ เดินทางมาร่วม 20 ปี มันเลยพอมีเรื่องเล่าอยู่บ้าง เป็นบทบาทที่ไม่เคยคาดคิด แต่คงเพราะเริ่มอยู่มานาน หลายวาระและโอกาสเลยได้รับไมตรีให้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับร้านหนังสือ และนั่นเอง เวลาเล่าสู่กันฟังว่า ‘ร้านหนังสือ’ ทำได้มากกว่าการเป็นเพียงสถานที่ซื้อขายหนังสือ คงไม่มีอะไรชัดเจนเท่าการยกเหตุการณ์ข้างต้นขึ้นมากล่าว

“ไม่มีใครอ่านหนังสือกันแล้ว ธุรกิจร้านหนังสือไม่มีอนาคตแล้วไม่ใช่หรือ” นี่เป็นอีกประเด็นที่หลายปีที่ผ่านมามักโดนถามให้ตอบ สิ่งที่คิดอยู่ในใจคือ คำถามนี้หากถามคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือ ก็จะได้ข้อสรุปว่า ไม่มีใครอ่านหนังสือกันแล้ว ทว่าถ้าถามคนที่ยังอ่านหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่กับร้านหนังสือ คำตอบจะเป็นอีกอย่าง สิ่งที่ตอบไปคือ “ร้านหนังสือยังอยู่ได้ครับ เพียงแต่การอยู่ให้ได้นั้นมีรายละเอียดสักหน่อย”

ซึ่งก็เป็น ‘รายละเอียดสักหน่อย’ นี่แหละที่ไม่ค่อยได้แลกเปลี่ยนกันในรายละเอียดสักเท่าไร

ทั้งที่สิ่งนี้สำคัญมาก สำคัญจนถึงขั้นว่า หากขาดไป ร้านคงไม่ก่อเกิดและยืนอยู่ได้อย่างแน่นอน

บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้
บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้

-2-
เขาไม่ได้ฐานะดีมาก่อน!

แปลกใจและสะท้อนอะไรได้มาก สมัยอยู่ถนนพระอาทิตย์ เมื่อร้านหนังสือเดินทางเปิดมา 3 – 4 ปี หนุ่มออกจากงานประจำมาทำร้านอย่างเดียว น้องลูกค้าคนหนึ่งมักกล่าวขึ้นว่า

“เพื่อน ๆ ของผมคิดว่าพี่ฐานะดีอยู่แล้วทั้งนั้น จึงทำร้านอย่างนี้ได้”

ประโยคนั้นสะกดให้หนุ่มนิ่งไปทุกครั้ง ถึงวันนี้ก็ยังฝังใจอยู่ ต้องฐานะดีมาก่อนเท่านั้นหรือจึงเป็นเจ้าของร้านหนังสือได้ ถ้าอย่างนั้นมันควรจะมีร้านหนังสือกันมากกว่านี้ไหม เนื่องจากมหานครอย่างกรุงเทพฯ ดูจะมีคนฐานะดีอยู่ไม่น้อย ถ้อยคำของน้องลูกค้ามีนัยชวนให้คิดได้มากมาย

หนุ่มเริ่มต้นทำร้านหนังสือตอนอายุย่าง 26 ทว่าฟังแล้วแสนจะโบราณ เมื่อในวัยเด็กนั้น เขาเกิดทันยุคที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

บนเส้นทางสู่ปักษ์ใต้ พอเลยเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชไป มีทางหลวงสายหลัก 2 เส้นโอบกอดทะเลสาบสงขลา เส้นขวาวิ่งผ่านจังหวัดพัทลุงแล้วเข้าอำเภอหาดใหญ่ เส้นซ้ายวิ่งผ่านอำเภอหัวไทร อำเภอระโนด และอำเภอสทิงพระ ถิ่นเกิดของเขาอยู่บริเวณนี้

คาบสมุทรสทิงพระเมื่อ 40 กว่าปีก่อนยังมีไฟฟ้าใช้กันไม่ทั่ว หนุ่มเลยมีประสบการณ์ปั่นจักรยานไปซื้อน้ำมันก๊าดจากร้านชำที่หัวถนนมาใส่ตะเกียง การหุงต้มนั้นใช้เตาถ่าน ซึ่งอาศัยรองเท้าฟองน้ำเก่า ๆ หรือยางในของล้อรถจักรยานเป็นเชื้อจุดไฟ กลางคืนก็นอนฟัง สังข์ทอง จากวิทยุ หนังสือนั้นไม่มีเลย จะมีก็แต่หนังสือเรียน ซึ่งสมัยนั้นโรงเรียนให้ยืมเรียน

ครั้นโลกเปลี่ยน จากบ้านที่ไม่มีหนังสือ หนุ่มกลายเป็นเด็กมัธยมที่โรงเรียนประจำจังหวัด จากนั้นก็ถึงมหาวิทยาลัยย่านท่าพระจันทร์ ถึงองค์กรระหว่างประเทศ อันเปิดโอกาสให้เขาได้เห็นอีกหลายประเทศ

บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้

เพราะเริ่มต้นไกลสักหน่อย สมัยมัธยมหนุ่มถึงกับต้องเอาเท้าแช่น้ำในกะละมัง เพื่อไม่ให้หลับขณะอ่านหนังสือสอบ เมื่ออ่านแล้วได้ผลมันได้บ่มนิสัยรักการอ่านให้เขา มันทำให้เขาเห็นพลังอย่างเป็นรูปธรรมของการอ่าน เห็นว่าหนังสือทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้

โลกหนังสือของเขาเริ่มขยายไปกว่าแค่อ่านหนังสือเรียนเมื่ออยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย โดยมีประวัติศาสตร์ของสถานที่และประวัติศาสตร์มีชีวิตหลายคนเป็นตัวเร่ง หนำซ้ำเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ได้ไปเห็นบ้านเมืองทั้งที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา เขายิ่งเห็นความสำคัญของหนังสือ

ข้อสรุปของเขาคือ หนังสือเป็นภาชนะบรรจุความรู้ที่ดี เราต่างต้องการความรู้ เมื่อมีความรู้เราจะไม่จนเครื่องมือในการแก้ปัญหา ซึ่งสุดท้ายแล้วจะไม่จนทางเลือกและไม่จนมุมกับชีวิต นี่กลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้เกิดร้านหนังสือเดินทาง

เมื่อเริ่มทำร้าน บริบทชีวิตในอดีตมีผลไม่น้อย การชอบอ่านหนังสือทำให้หนุ่มพอรู้ว่า นักเขียนคนนั้นเขียนอะไรมาบ้าง พิมพ์กับสำนักพิมพ์ไหน และควรติดต่อใคร การที่วัยเด็กได้อยู่กับสายฝนและทุ่งหญ้ายังทำให้อยู่กับตัวเองได้ มีความสุขกับความเงียบเป็น ตระหนักว่าฤดูกาลมีเวลาเปลี่ยน ซึ่งช่วยได้ทีเดียวในการรับมือกับเหตุการณ์ในร้านหนังสือแต่ละวัน

ในแง่การจัดการ หนุ่มกับโย (คนใกล้ตัวของหนุ่ม) เริ่มต้นโดยการเอาเงินเก็บบางส่วนที่พอมีจากการทำงานประจำของแต่ละคนมารวมกัน แล้วบริหารจากจุดนั้น ไม่ได้รบกวนใคร เมื่อเรียนจบแล้วก็ไม่ควรทำให้พ่อแม่เดือดร้อนต่อไปแล้ว นั่นคือหนทางที่หนุ่มยึดถือ เขาบอกให้ทางบ้านรู้ว่าเปิดร้านหนังสือ หลังจากออกจากงานประจำมาทำร้านอย่างเดียวแล้วด้วยซ้ำ

หนุ่มออกจากงานประจำมาทำร้านอย่างเดียว เพราะต้องการทุ่มเทกับมันให้ถึงที่สุด ซึ่งอีกด้านหมายความว่า เขาเดิมพันกับมันแล้ว

ทำแล้วต้องรอด ไม่รอดไม่ได้ คือสิ่งที่เขาบอกตัวเอง ไม่เกี่ยวกันเลยว่าฐานะดีหรือไม่ดีมาก่อน

บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้
บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้

-3-
ไม่ง่าย แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้!

การที่ร้านหนังสือเดินทางอยู่มาร่วม 20 ปีนั้น ทำให้ต้องยืนยันว่า ในบริบทธุรกิจหนังสือแบบไทย ๆ และท่ามกลางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ร้านหนังสือโดยเฉพาะ ‘ร้านหนังสืออิสระ’ ยังอยู่ได้

ไม่ง่าย แต่ใช่ว่าจะอยู่ไม่ได้ ทั้งนี้มีปัจจัยบางอย่าง ที่เป็นทั้งบททดสอบและองค์ประกอบให้ต้องคำนึง

ในเชิงธุรกิจ การทำให้นักอ่านเห็นภาพชัดว่า “เวลานึกถึงเราแล้วเขานึกถึงอะไร” ถือเป็นสิ่งจำเป็น โดยภาพที่ว่ายังต้องเป็นสิ่งที่เราเป็นจริง ๆ ด้วย

เพราะตระหนักถึงความสำคัญของหนังสือ ชอบและเห็นประโยชน์ของการเดินทาง ร้านหนังสือเดินทางจึงมีคำว่า ‘หนังสือเดินทาง’ เป็นเส้นเรื่อง ซึ่งนั่นทำให้ง่ายขึ้นในการกำหนดขอบเขตของสิ่งที่อยู่ข้างใน

หนังสือเดินทางในที่นี้ กินความตั้งแต่หนังสือที่กระตุ้นให้เราอยากออกเดินทางไกล หรือลงมือทำอะไรสักอย่าง จากนั้นก็เป็นหนังสือที่ให้ข้อมูลว่าควรไปไหน ไปอย่างไร ส่วนไปมาแล้วอยากรู้เพิ่มว่า ทำไมผู้คนที่นั่นจึงเชื่ออย่างนั้น ทำไมประเทศนั้นจึงมีการศึกษาดี ทำไมประเทศนี้จึงมีความขัดแย้ง ยังมีหนังสืออีกหมวดที่ให้ข้อมูลในเชิงลึก

ทั้งนี้ การเดินทางไม่ได้จำกัดอยู่แค่การไปเที่ยว การเดินทางอยู่กับที่ก็มี การเติบโตจากวัยหนึ่งสู่อีกวัยก็เป็นการเดินทางอย่างหนึ่ง นั่นทำให้ร้านมีตั้งแต่หนังสือเด็ก จนถึงหนังสือเตรียมรับมือกับการเดินจากโลกนี้ไป โดยเรื่องราวเหล่านี้ปรากฏอยู่ได้ทั้งในบทกวี สารคดี และวรรณกรรม ฯลฯ

ในแง่รูปลักษณ์ ร้านอยากให้นักอ่านได้แรงบันดาลใจเกี่ยวกับหนังสือและการเดินทางจากทุกประสาทสัมผัส ได้ซื้อหนังสือในสภาพแวดล้อมที่มีบุคลิกเฉพาะตัว ทุกอณูของร้านเลยมีอะไรต่ออะไรก็ไม่รู้ตกแต่งอยู่มากมาย และเพื่อให้มาแล้วสบายกันทุกฝ่าย ในร้านจึงมีที่ให้นั่ง มีชากาแฟให้ดื่ม และมีเพลงให้ฟัง หากอยากสนทนากันก็อยู่ข้างล่าง ใครรักสงบก็ไปอ่านเขียนอยู่ชั้นบน

บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้
บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้

“ยังไม่อยากกลับ นาน ๆ ได้คุยกับคนสักที”

“หนังสือบางเล่มซื้อออนไลน์ก็มี สิ่งเดียวที่ไม่มีคือบรรยากาศ”

“การมีอยู่ของร้านนี้ดีอย่างหนึ่ง คือทำให้รู้ว่าเวลามาย่านนี้แล้วพี่จะเจอกับอะไร”

นี่เป็นเสียงสะท้อนจากนักอ่านบางส่วน เป็นเสียงที่ได้ยินในช่วงโรคระบาด อันเป็นห้วงที่ทุกธุรกิจถูกทดสอบความจำเป็น นักอ่านเหล่านี้ทำให้ร้านไม่ได้รับผลกระทบมากจนเกินไป แต่ก็นั่นแหละ นี่ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ดี ๆ แล้วได้มา

4 ปีแรกของร้านบนถนนพระอาทิตย์นั้น เป็นช่วงที่ทุกอย่างถูกทดสอบเลยทีเดียว ด้วยต้นทุนที่สูงทำให้ต้องเปิดร้านทุกวัน จันทร์-ศุกร์เมื่อหนุ่มอยู่ร้านคนเดียว บางคราวข้าวเที่ยงก็เน่าเสียเพราะไม่มีเวลากิน ตกค่ำต้องแหวกโต๊ะกาแฟบนชั้นสองแล้วล้มตัวลงนอน เพราะห้องเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังถูกข้าวของจองหมดแล้ว บางคืนหลับ ๆ ก็มีแมลงสาบปีนขึ้นใบหน้า ในบริบทเช่นนี้หนุ่มคิดอยู่อย่างเดียวคือ ต้องผ่านไปให้ได้ ซึ่งเขาคงทำไม่ได้เลยหากไม่มีโย

อาจเพราะหนุ่มออกจากงานประจำมาทำร้านอย่างเดียว เขาเลยเป็นเหมือนตัวแทนร้านไปโดยปริยาย ทั้งที่จริงแล้วโยคืออีกครึ่งหนึ่งของเขา

โยคือคนคอยดูแลงานบัญชีและเอกสาร ทั้งยังทำขนมนมเนยช่วงเสาร์-อาทิตย์ และตั้งแต่อยู่ถนนพระอาทิตย์แล้วที่โยทำร้านและทำงานอย่างอื่นไปด้วย

ช่วง 4 ปีแรกโยใช้บ้านราวกับโรงแรม ทุกคืนเมื่อร้านปิดเธอต้องขับรถกลับบ้านที่บางแค ไปถึงพ่อแม่ก็หลับหมดแล้ว เช้ามืดก็ไปทำงานที่ถนนวิทยุ เลิกงานก็มาช่วยร้าน เสาร์-อาทิตย์ก็มาที่ร้าน ช่วงหนึ่งชีวิตแบบนี้ถึงกับทำให้เธอไม่สบาย ที่โรงพยาบาลเมื่อต้องอยู่นิ่ง ๆ 3 – 4 วัน วันหนึ่งโยถามหนุ่มว่า “จะทำร้านไปอีกนานแค่ไหน”

นั่นเป็นช่วงเวลาที่กระอักกระอ่วนมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตหนุ่ม เขานิ่งเงียบ สมองสับสนไปด้วยความคิดว่า หากเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก ควรไหมที่จะทำให้คนที่เรารักมาเจ็บป่วยเพราะเรา หรือหากเลิกทำร้าน ในมุมของโยเธอจะรู้สึกอย่างไรนับจากนี้ หากคนที่เธอรักได้ทำในสิ่งที่เขารัก แต่ต้องเลิกทำสิ่งนั้นเพราะเธอ สุดท้ายแล้วหนุ่มตอบไปว่า “ขอพยายามอีกหน่อยได้ไหม”

ต้องขอบคุณโยที่ยังเชื่อมั่น ต้องขอบคุณเธอที่ยังพร้อมเดินไปด้วยกัน

2 ทศวรรษร้านหนังสือเดินทาง - Passport Bookshop พื้นที่ของรอยยิ้ม น้ำตา ความทรงจำของคนมากมาย และ ‘ชีวิต’’ ของ หนุ่ม-โย เจ้าของร้าน

-4-
อาชีพที่ผลิตความสุขได้ทันทีก็มีนะ!

หลังจาก 4 ปีบนถนนพระอาทิตย์ เมื่อร้านได้ย้ายมาอยู่ถนนพระสุเมรุ โดยอยู่มาแล้ว 16 ปี คุณภาพชีวิตดีขึ้นมากมาย

เมื่อต้นทุนการทำร้านที่ถนนพระสุเมรุต่ำลง ร้านเลยมีวันหยุด เมื่อไม่ต้องรีบเปิดร้าน ทุกเช้าหนุ่มกับโยจึงมีเวลาทำมื้อเช้ากินเอง ได้ออกกำลังกาย อยากไปไหนนาน ๆ เมื่อไรก็ได้หากอยากไป ตอนนี้โยไม่ต้องเข้าออฟฟิศแล้ว แม้เธอเปรย ๆ บ้างว่ายังไม่สามารถมีวันหยุดที่แท้จริง แต่ก็ทำงานในเต็นท์ บนหลังช้าง หรือที่ไหนก็ได้ ที่สำคัญ มันทำให้พวกเขาได้อยู่ใกล้กันทุกวัน โยมีหนุ่มเป็นเพื่อนซี้ และหนุ่มก็มีโยเป็นคู่ใจ

ไม่เฉา ไม่เหงา แต่ละวันมีผู้คนและเรื่องราวเข้ามาเสมอ ซึ่งต้องขอบคุณทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ของแวดวงหนังสือ ที่หยิบยื่นความช่วยเหลือและกำลังใจ สื่อที่ให้ความสนใจ และตัวพวกเขาเองที่ไม่ถอดใจไปก่อนตั้งแต่สมัยอยู่ถนนพระอาทิตย์

เมื่อมองย้อนกลับไป ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีนี้ ลูกค้าที่ตามกันมาจากถนนพระอาทิตย์ได้ผูกพันกันมากกว่าแค่เป็นลูกค้าขาประจำ หลายคนก็ห่างหายไปเติบโต ทว่าก็มีลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามาแทน แน่นอนว่าคนรักหนังสือเหล่านี้ไม่ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมด ซึ่งนั่นก็ยืนยันความจริงว่า ร้านหนังสืออาจไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน ทว่ามิตรไมตรีที่ถ่ายเทให้กันระหว่างคนที่เห็นว่าหนังสือนั้นสำคัญ และเดินเข้าร้านมาจนคุ้นเคยกันยังมีอยู่เหมือนเดิม

นี่เองที่ทำให้คำกล่าวที่ว่า “ไม่มีใครเข้าร้านหนังสือกันแล้ว” ไม่จริง

คำกล่าวที่ว่า “ร้านหนังสือไม่มีความจำเป็นอีกแล้ว” ก็ไม่จริง

“น้องจากอักษรฯ ที่มาสั่งกาแฟแล้วนั่งอ่านหนังสือทุกวัน จนสอบได้ทุนปริญญาเอก ยังกลับมาเยือนโต๊ะตัวโปรดของเธอทุกครั้งที่มาเมืองไทยครับ”

“น้องผู้หญิงอีกคนยังอำตัวเองเล่นว่า หนูมาที่นี่ตั้งแต่มัธยม จนจบมหาวิทยาลัย ทำงานมีลูก มีสามี เลิกกับสามีแล้วหนูก็ยังมาที่นี่”

2 ทศวรรษร้านหนังสือเดินทาง - Passport Bookshop พื้นที่ของรอยยิ้ม น้ำตา ความทรงจำของคนมากมาย และ ‘ชีวิต’’ ของ หนุ่ม-โย เจ้าของร้าน

“3 – 4 ปีก่อน หนุ่มสวิสคนหนึ่งซึ่งทำงานอยู่ ADIDAS หลบความวุ่นวายของถนนข้าวสารเข้ามาหาความสงบ นั่นเลยให้เขาลองขนมไทยขณะดื่มกาแฟ จากนั้นไม่นานปรากฏว่า เขาส่งชุดกีฬาพร้อมลูกฟุตบอลที่ใช้ในนัดชิงชนะเลิศ Champions League มาให้หนึ่งลูก”

“พี่ที่ทำร้านอาหารปักษ์ใต้อยู่เชียงใหม่และเป็นเจ้าของ Cookbook เย็บมือเท่ ๆ ก็เพิ่งมาซื้อหนังสือ แกยังชวนว่าหน้าฝนตอนแกไปต่างประเทศ ขึ้นไปอยู่บ้านดินของแกสักเดือนได้นะ บ้านว่าง ๆ อยากให้มีคนมาใช้”

“พี่อีกคนที่เป็นเจ้าของโรงแรมเล็ก ๆ ที่สุโขทัยก็แวะมาอาทิตย์ที่แล้วเอง แกเอาขนมปังอบเองมาฝาก ทั้งยังคะยั้นคะยอเหมือนเคยว่า ควรหาเวลาไปพักกับแกสัก 2 – 3 วัน จากนั้นก็ขับรถไปด้วยกัน แกอยากเจอนักเขียนคนหนึ่งที่ย้ายไปอยู่น่าน”

ในสถานที่เล็ก ๆ อย่างร้านหนังสือนั้นยังมีสิ่งเหล่านี้อยู่ ในแง่หนึ่ง บางทีก็ต้องยอมรับว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นการทำร้านหนังสือแล้ว หากคือการพยายามทำชีวิตให้ดี

และนี่เองที่ปลาย พ.ศ. 2565 แม้อาคารเก่าบนถนนพระสุเมรุที่ร้านตั้งอยู่จะถูกเวนคืน เพื่อเอาไปทำสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่ร้านหนังสือเดินทางยังคงเดินทางต่อไป โดยเดินทางไปไหนสักที่หนึ่งในเขตเมืองเก่าของเกาะรัตนโกสินทร์

แต่แน่นอนว่า ยังคงเดินทางต่อไป!

2 ทศวรรษร้านหนังสือเดินทาง - Passport Bookshop พื้นที่ของรอยยิ้ม น้ำตา ความทรงจำของคนมากมาย และ ‘ชีวิต’’ ของ หนุ่ม-โย เจ้าของร้าน

หนังสือแนะนำ

1 ความสุขแห่งชีวิต : The Human Comedy

นักเขียน : William Saroyan 

นักแปล : วิภาดา กิตติโกวิท 

สำนักพิมพ์ : มูลนิธิหนังสือเพื่อสังคม

ราคา : 250 บาท

นี่คือหนังสือที่ทำให้หัวเราะกับร้องไห้สลับกัน เราจะมีภูมิคุ้มกันความทุกข์และมองเห็นความสุขได้ แม้ว่าเงื่อนไขในชีวิตจะไม่พร้อมแค่ไหนก็ตาม

ความสุขแห่งชีวิต : The Human Comedy นักเขียน : William Saroyan 

2 ก้าวเดิน Walking 

นักเขียน : Erling Kagge 

นักแปล : ธันยพร หงษ์ทอง 

สำนักพิมพ์ : OMG

ราคา : 320 บาท

เรื่องราวการเดินจากนักเดินทางที่ทั้งเดินเท้ามามากและอ่านหนังสือมาเยอะ พูดถึงการเดินได้กระชับ ทว่าตื่นตาไปด้วยข้อเท็จจริงที่เราเคยมองผ่าน อ่านแล้วเห็นความจำเป็นของการออกไปเดินให้มาก ก่อนที่วันหนึ่งเราอาจเดินกันไม่ไหว

 ก้าวเดิน Walking นักแปล : ธันยพร หงษ์ทอง 

3 Happy City: เปลี่ยนโฉมชีวิตด้วยการออกแบบเมือง

นักเขียน : Charles Montgomery 

นักแปล : พินดา พิสิฐบุตร

สำนักพิมพ์ : broccoli 

ราคา : 390 บาท

สารคดีที่ชี้ให้เห็นว่าเมืองน่าอยู่นั้นทำได้ ใจความหนึ่งของหนังสือบอกว่า หากอยากรู้ว่าเราได้อยู่ในย่านที่คุณภาพชีวิตดีหรือยัง ให้ลองถามตัวเองดูว่า หากเราทำกระเป๋าสตางค์หายจะได้คืนไหม คำตอบที่ได้สะท้อนเมืองได้ทั้งเมือง

Happy City: เปลี่ยนโฉมชีวิตด้วยการออกแบบเมือง นักเขียน : Charles Montgomery 

4 สะพรึง : Terror 

นักเขียน : Ferdinand von Schirach 

นักแปล : ศศิภา พฤกษฎาจันทร์ 

สำนักพิมพ์ : Illuminations Editions 

ราคา : 240 บาท  

เรื่องราวการพิจารณาคดีนักบินรบคนหนึ่งที่ตัดสินใจยิงเครื่องบินพาณิชย์ที่ถูกจี้ทิ้ง เราเอาอะไรมาตัดสินว่าใครควรอยู่ ใครควรตาย และถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร หนังสือเล่มนี้อ่านจบได้ใน 3 ชั่วโมง แต่เหตุการณ์ในเรื่องจะทำให้เราเถียงกับตัวเองจนถึงแก่นไปอีกนานแสนนาน

 สะพรึง : Terror นักเขียน : Ferdinand von Schirach 

5 บัลซัค ชีวิต ความรัก และงาน ของจักรพรรดินักเขียน

นักเขียน : วัลยา วิวัฒน์ศร 

สำนักพิมพ์ : ผีเสื้อ

ราคา : 239 บาท

เรื่องราวของบัลซัค นักเขียนที่ไม่เคยหลงทาง คิดท้อถอย หรือยอมแพ้ในเป้าหมายหลักที่ตนอยากทำ แม้ว่าชีวิตด้านอื่นของเขาไม่ค่อยน่าเอาเยี่ยงอย่างสักเท่าไหร่ก็ตาม อ่านแล้วเข้าใจว่าทำไมเขาจึงได้ฉายาว่าเป็นจักรพรรดินักเขียน

บัลซัค ชีวิต ความรัก และงาน ของจักรพรรดินักเขียน นักเขียน : วัลยา วิวัฒน์ศร 

ร้านหนังสือเดินทาง (Passport Bookshop)

ที่ตั้ง ​: 523 ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 12.00 – 18.00 น. ปิดวันจันทร์

โทรศัพท์ : 0 2629 0694

Facebook : ร้านหนังสือเดินทาง – Passport Bookshop

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร้านหนังสือเป็นแหล่งความรู้สร้างสรรค์ โดยความร่วมมือของ The Cloud และ OKMD

Writer

หนุ่ม หนังสือเดินทาง

‘หนุ่ม หนังสือเดินทาง’ เป็นชื่อที่ได้มาจากการทำร้านหนังสือเดินทางของ ‘อำนาจ รัตนมณี’ เขามีความสุขดีกับการอ่านหนังสือ ขายหนังสือ พูดคุยเรื่องร้านหนังสือ และปฏิสัมพันธ์กับคนที่รักหนังสือ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load