10 กุมภาพันธ์ 2564
55 K

อาเจ็กสมชัย กวางทองพานิชย์ รู้จักทุกตารางเมตรของเยาวราช 

ตลอดการสนทนาและการพาเดินเที่ยวชมเยาวราช เถ้าแก่เนี้ยร้านอาหาร เจ้าของร้านน้ำชา คนดูแลศาลเจ้า และพนักงานธนาคาร ค้อมศีรษะทักทายต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นทุกย่างก้าว

แม้ไชน่าทาวน์คืออาณาจักรของเขา อย่าเพิ่งเข้าใจผิด อาเจ็กไม่ใช่เจ้าพ่อ

อาชีพหลักของสมชัย กวางทองพานิชย์ คือพ่อค้าเชือกที่อยู่เยาวราชมาทั้งชีวิต

ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช

แต่งานรองอันเป็นงานที่เขาทุ่มเทสุดหัวใจ คือนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ศึกษาเรื่องราวของเยาวราชทุกมิติ ตั้งแต่อาหารการกิน ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ประเพณีและวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นนักกิจกรรมผู้กระตือรือร้น และอาจารย์พิเศษด้านเยาวราช 

ตรุษจีนปีนี้ อาเจ็กอายุใกล้ 60 ปี จึงขอชวนคนอ่านมาทำความรู้จักความเป็นมาเป็นไปของเยาวราชและไชน่าทาวน์ที่มีชีวิตผ่านลมหายใจของชายจีนโพ้นทะเล ผู้เคยเกลียดสายเลือดจีน ตั้งคำถามกับประเพณีจีน และค้นพบคำตอบของความเป็นจีนที่นี่

ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช

01 เด็กสำเพ็ง

บ้านผมอยู่ในสำเพ็ง ไม่เคยย้ายไปไหนเลย ตอนที่มาทำเรื่องเยาวราชก็คิดว่านี่คือคาแรกเตอร์ของเราที่ต้องเก็บไว้ เราคือสำเพ็งตัวเป็นๆ เป็นเจ๊กโดยสมบูรณ์ จบโรงเรียนจีน เรียนจีนตั้งแต่อนุบาลถึงมอสาม นี่คือวิถีชีวิตของเรา ตัวตนของเรา 

ผมขายเชือกมาหกสิบกว่าปี ทำมาตั้งแต่รุ่นปู่ ก่อนพ่อมาเมืองไทย อากงทำเชือกอยู่แล้ว รับซื้อปอจากคนที่ปลูกมาตีเกลียวเชือกขายที่อยุธยา สมัยก่อนไม่มีเชือกพลาสติก เป็นใยธรรมชาติหมด ความรู้มาจากคนจีนที่มาอยู่ตลาดพลู แล้วเขาไปจ้างคนอยุธยาทำ ความรู้เลยไปถึงอยุธยา 

พอพ่อมาเมืองไทยก็เอาเชือกมาล่องเรือขาย ต่อมาลูกค้าไม่มีเงินจ่าย เขาเลยจ่ายเป็นบ้านที่สำเพ็งแทน ผมกลายเป็นลูกคนแรกที่เกิดในกรุงเทพฯ ไม่ใช่คนอยุธยา 

02 เป็นจีนมันน่าอาย

คนจีนสิงคโปร์ก็เป็นคนจีน คนจีนอเมริกาก็เป็นคนจีน แต่คนจีนไทยบอกว่าตัวเองเป็นไทย 

กระบวนการนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดนะครับ ความเป็นจีนถูกทำลายมาโดยตลอด ตั้งแต่ พ.ศ. 2463 รัฐบาลค่อยๆ ลดบทบาทศาลเจ้า แล้วก็เปลี่ยนระบบการศึกษาใหม่ทั้งหมด กระทรวงมหาดไทยบังคับให้ศาลเจ้าขึ้นกับกรมการปกครอง ถ้าขึ้นทะเบียนเป็นวัด เข้ากรมการศาสนา ที่ดินทั้งหมดต้องอยู่ใต้การดูแลของกรมการศาสนา แต่ถ้าเข้าสังกัดกรมการปกครอง ศาลเจ้ายังได้สิทธิ์ในการบริหารพื้นที่ ศาลเจ้าจึงเลือกเข้าสังกัดกรมการปกครอง กระทั่งศาลเจ้าโจวซือกงที่ตลาดน้อยก็เคยเป็นวัด ตอนหลังกลายเป็นศาลเจ้า 

ช่วงผมเด็กๆ การเป็นคนจีนมันน่าอาย จีนเป็นคอมมิวนิสต์ จีนขากถุย จีนทุเรศ แต่ยุคนี้ไม่ใช่ จีนดูยิ่งใหญ่สวยงาม การเป็นจีนเป็นเรื่องเท่ 

สามสิบปีที่แล้วผมนั่งเขียนภาษาจีนอยู่ที่บ้าน เพื่อนมาเห็นถามว่า “มึงยังใช้ภาษาจีนอยู่อีกเหรอ” สิบปีต่อมา เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน คนมาหาบอกว่า “เฮียใช้ภาษาจีนเป็นด้วยเหรอ โคตรเก่งเลย” 

ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช

03 เยาวชนเยาวราช

คนชอบพูดว่าอดีตดีกว่า อยากกลับไปอย่างเดิม ใครอยากกลับก็กลับ กูไม่เคยอยากกลับไปอย่างเดิม กูอยากให้มันไปข้างหน้า แค่รู้ว่าแต่เดิมเป็นมายังไง ผมเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อเดินไปข้างหน้า ถึงนี่ไม่ใช่เยาวราชไม่ใช่ของกู แต่ให้กลับไปเป็นแบบเดิมไม่ได้หรอก ลืมเรื่องนี้ไปซะ

ผมมองว่าเยาวราชผ่านจุดพีกมาแล้ว เยาวราชของผมคล้ายในหนังฝรั่งเศสเรื่อง Panic in Bangkok (1964) ตอนนั้นหนัง เจมส์ บอนด์ ดังมาก ฝรั่งเศสก็มีหนังสายลับ OSS 117 ตอนนั้นถ่ายที่ประเทศไทยในช่วงตรุษจีนพอดี เยาวราชตอนนั้นไฟสวยที่สุดในชีวิตผม อลังการมาก กลางคืนคนเดินเยอะแยะ ถนนติดโคมสว่าง แขวนตะเกียงเจ้าพายุอัดแก๊ส ความบันเทิงก็มีมาก เยาวราชมีโรงหนังสิบกว่าโรง แอร์เย็นฉ่ำออกมาข้างนอก ตอนเย็นๆ กินข้าวเสร็จผมก็มาเดินเล่น ดูหนังสามเรื่อง ฉายวันนี้ โปรแกรมหน้า แล้วก็เร็วๆ นี้ เดินวนไปรอบหนึ่งแล้วค่อยกลับบ้าน 

ของไฮเทคอะไรใหม่ๆ เข้ามาเมืองไทย ก็มาที่เยาวราช ทีวีสีมีครั้งแรก ร้านขายทีวีริมถนนเอามาเปิดให้ดู คนยืนมุงดูข้างถนนมากกว่าโรงหนัง เพราะช่องเจ็ดสีมีสีจริงๆ ไม่ใช่ขาวดำ 

วิดีโอมาครั้งแรก คนก็มุงแบบเดียวกัน มีระบบเบต้าแม็กซ์ตัวละเจ็ดหมื่น กับ VHS ตัวละสี่หมื่นกว่า คนที่หนีมาจากฮ่องกงเอามาขายสามหมื่นกว่า แถมงิ้วคลาสสิกสามเรื่อง และคนก็จองซื้อเพราะงิ้วสามเรื่องนี้ แม่ผมเป็นคนไม่ใช้เงิน แกเป็นคนระวังมาก แต่ชอบงิ้ว ถึงบ้านเราไม่มีอะไร ต้องมีเครื่องเล่นเทปเพราะแม่จะฟังงิ้ว พอวิดีโอมา เท่าไหร่ก็ยอมจ่าย เปิดงิ้วแล้วญาติก็มาดู ต้องเปิดวนทั้งวันเหมือนโรงหนัง ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงมาทั้งวัน ต้องชงชาเลี้ยงแขกทั้งวัน สำหรับเด็กตอนนั้น น่าอายมาก

ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช
ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช

04 เบื่อระบบครอบครัวจีน

ผมไม่ชอบระบบครอบครัวจีน เป็นลูกชายคนเล็กที่สนิทกับแม่ แต่เบื่อระบบผู้ใหญ่ ลูกจะเข้าเรียนที่ไหนต้องโทรไปถามญาติ อาซิ้มไม่แน่ใจต้องถามอาอึ้ม อาอึ้มไม่แน่ใจต้องถามเหล่าเจ็กอีกที เราเบื่อชีวิตแบบนี้ พอถึงรุ่นผม ผมก็ทำลายโครงสร้างนี้ทิ้ง ถ้าถามว่าความเป็นจีนหายไปไหน ช่วงนี้ล่ะ 

เราเบื่อญาติเมืองจีนด้วย ไปเยี่ยมเขาต้องแบกข้าวของไป เสื้อผ้าก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี กลับมาตัวเปล่าเพราะเขาขอไปเกลี้ยง เวลาผ่านไปพอจีนเริ่มเปิดประเทศ ญาติเริ่มมีฐานะ อยากมาเยี่ยมเราบ้าง ส่วนหนึ่งก็ขอเข้ามาแอบทำงาน เขาคิดว่ามาขุดทอง พอมาถึงเราก็รำคาญ เป็นจุดแตกหักว่าเราไม่เอาแล้ว ญาติเมืองไทยก็เบื่อจะแย่ ยังมีญาติเมืองจีนอีก เราก็เลยอยู่กับเพื่อน ไม่คุยกับญาติ ทำอะไรก็คิดเอง ชื่อก็ตั้งเอง งานก็ทำเอง 

ทุกยุคโครงสร้างเปลี่ยนหมด แต่ยุคผมเป็นยุคที่มีปัจจัยเอื้อหลายอย่าง จากตอนที่เกิดมารอบข้างพูดแต้จิ๋วกันหมด ความเป็นจีนถูกทำลายโดยระบบรัฐ ความเป็นอเมริกันที่เรารับเข้ามา โครงสร้างความคิดเราก็เปลี่ยนไป ลูกเราก็เป็นอีกแบบ ลูกผมจบดุริยางค์ ลูกข้างบ้านจบการแสดง มันไม่เคยเกิดขึ้นในรุ่นเรา เพราะตอนนั้นเราไม่ได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ ดังนั้นลูกเราทำอะไรก็ได้ นี่คือสิ่งที่แลกมา 

05 ไม่เอาแล้วเมืองจีน

ตอนไปเมืองจีนครั้งแรก ก่อนกลับไทยประกาศกับแม่ว่า ชาตินี้จะไม่กลับมาเหยียบอีกแล้ว พูดแบบนี้จริงๆ ไม่ไหวแล้ว ห้องน้ำก็ลำบาก หลังจากนั้นกลับต้องพาแม่กลับไปอีกครั้งสองครั้ง ทุกวันนี้เชื่อไหม บางวันนั่งอยู่เมืองไทยกลับนึกถึง เหมือน Motherland ทั้งที่เราไม่ได้เกิดที่นั่น 

มีคำกล่าวว่า กินข้าวไทย เป็นผีไทย กินน้ำไทย เป็นผีไทย คือไปอยู่ที่ไหนก็ไปเป็นคนที่นั่น ตายที่นั่น แต่เรากลับรู้สึกนึกถึงเมืองจีน เวลาไปเมืองจีน กินอาหารจานนี้แล้วรู้ว่าอาม่าต้องชอบ หอยดองนี้แม่ชอบกิน

กลับไปตามหาญาติที่เมืองจีน เดินเข้าไปในห้องใหญ่ๆ ก็รู้ได้ว่าใครคือญาติ อาจเป็นเพราะความละม้าย มองหน้าแล้วรู้ว่าใช่ หน้าตาแบบนี้แยกออก เพื่อนคนหนึ่งไปหาญาติที่เมืองจีนทั้งที่พ่อแม่ตายหมด ต้องสืบหาอาเจ็กอาแปะ ก่อนไปบ่นว่าจะไปเหมือนกันได้ยังไง กูหน้าไทย ตัวดำ ผอมเกร็ง ไว้หนวด พอไปถึงหมู่บ้าน เจอคนหน้าเหมือนตัวเองครึ่งหนึ่ง ไว้หนวดอีกต่างหาก

ถ้าหาญาติไม่พบนะครับ ให้ไปหาแผ่นหินที่ฮวงซุ้ย มันเขียนชื่อหมู่บ้านกับเมืองไว้ ให้ไปตามนี้ ถ้าหาไม่เจอก็เสิร์ช Google Earth

ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช
ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช

06 กินจีน

การกินเป็นความสุขชนิดเดียวที่คนจีนยอมจ่าย ชีวิตที่เมืองไทยอยู่บ้านโกโรโกโสได้ อยู่บ้านเดียวกันสิบยี่สิบคนได้ อยู่บ้านกินไข่กินไชโป๊วได้ แต่ถ้าเราออกมาใช้เงินกินข้าวนอกบ้านเมื่อไหร่ เราต้องกินดี ของไม่สด ไม่สวย ต้องเปลี่ยน เอากลับไปทำใหม่ ทำให้อาหารภัตตาคารต้องมีมาตรฐาน ไม่มีหยวนๆ เยาวราชรุ่งเรืองได้เพราะมีซอยเล็กซอยน้อยเป็นแบ็กอัปช่วย หูฉลามในเยาวราช เขาซื้อหม้อซื้อชามที่แปลงนาม อาหารดีเพราะใกล้ตลาดสด สมัยก่อนตีสามส่งปลา ตีห้าภัตตาคารมาซื้อของ 

ตอนสามสิบกว่าๆ มีตังค์ใหม่ๆ มากินอาหารในเยาวราชกับเพื่อน เป๋าฮื้อบางเป็นหมูแฮมใช้ไม่ได้ สั่งใหม่ หมูหันต้องกรอบ ไม่จิ้มซีอิ๊ว ต้องจิ้มน้ำตาลทราย หูฉลามไม่กินบวยเกา (ส่วนฝอยๆ) ต้องกินส่วนที่เป็นสามเหลี่ยม เรื่องเยอะ โต๊ะละหมื่น ไม่แพงเท่าไหร่หรอก กระแดะ (หัวเราะ) ตอนนี้ร้านอาหารในเยาวราช ผมกินอยู่สี่ร้าน นอกจากนี้ไม่กินเลย ใช้ไม่ได้

สมัยแม่ผมยังอยู่ จะพาแม่ไปกินกุ้งเผา ปลาเผา แม่บอก กูไม่กิน โชวซี่! แปลว่าหยาบ อาหารเผาคืออาหารหยาบ อาหารจีนแค่ลวกให้อุณหภูมิถูกต้องก็ยากแล้ว ร้านที่เก่งต้องคุมไฟ ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ที่ควรจะเป็น ไก่ต้มต้องไม่เกินร้อยองศาเซลเซียส ต้มกระดูกมาเลือดแดงๆ น้ำแกงต้องร้อน ตุ๋นต้องไฟต่ำ ผัดผักต้องได้กลิ่น ได้ความกรอบ เส้นหมี่ต้องผัดให้ไหม้กระทะนิดหนึ่ง ตอนนี้เยาวราชเหลืออยู่เจ้าสุดท้ายคือราดหน้าเจ๊อ้วน ร้านทั่วไปแค่ผสมสีเสร็จก็เสิร์ฟแล้ว ไม่ผัดนาน 

07 สี่สิบสิ้นสงสัย

จีนบอกว่าสี่สิบสิ้นสงสัย พอคุณอายุสี่สิบ ความสงสัยหลายอย่างในชีวิตจะหายไป เราประเมินได้ว่าเรามาอยู่ตรงนี้เพราะเราทิ้งหลายอย่าง อะไรที่เราทิ้งไป มีสิ่งไหนที่เราอยากกลับมาฟื้นฟูไหม

ตอนช่วยแม่ไหว้เจ้า เถียงแม่ไม่ได้ ต้องทำตามแม่ทุกอย่าง เพราะเราเป็นลูกรักของแม่ ทิ้งแม่ไม่ได้ ลูกคนอื่นไม่มีใครทำ มีบ้านสี่ห้าบ้านก็ต้องไหว้เจ้าบ้านละสองที่ กลางคืนต้องไหว้เจ้าสิบกว่าที่ สองทุ่มต้องเอาถาดมาเรียงใส่ไก่ ใส่เป็ด ใส่หมู สิบกว่าชุด ถึงเวลาก็มูฟไปรอบๆ ถึงเที่ยงคืน ไม่มีใครมาช่วยเลย วุ่นวายฉิบหาย บ่นจนแม่บอกว่ากูตายเมื่อไหร่ มึงเลิกให้หมดเลยนะ 

สองปีต่อมาแม่ตายจริงๆ กะว่าจะทำให้เขาสามปี หลังจากนี้จะเลิก แต่ว่าต้องไปถอดรหัสก่อน เพราะแกตายกะทันหัน 

อย่างแรกที่รู้คือซาแซ พวกไก่ต้ม เป็ดต้ม หมูต้ม ไหว้เสร็จแขวนทิ้งไว้ก็ไม่เน่า ยังมีเวลาทำอาหารได้หลายรูปแบบ อีกอย่างคือหาง่าย ลึกกว่านั้น สามตัวนี้คือปศุสัตว์พื้นฐาน มาค้นพบปีไข้หวัดนก ไม่มีไก่ยังมีหมู บางปีมีโรคกีบเท้าหมูหรือหมูแพง ก็กระจายความเสี่ยง กินอย่างอื่นที่ทำให้เราอยู่รอด ดังนั้นเราค้นพบว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่เป็ด ไก่ หมู ซาแซคือสัตว์กีบเท้า หมู แพะ วัว ควาย สัตว์ปีก เป็ด ไก่ ห่าน และสัตว์เกล็ดสัตว์เกราะ ปู ปลา กุ้ง หอย เหมือนสามเหล่าทัพ ทัพบก อากาศ และเรือ

วิถีชีวิตตอนนี้ต้องกลับไปกินเป็ดต้มอีกไหม ในเมื่อซื้อร้านสะดวกซื้อก็ได้ ซื้อบอนชอนก็ได้ งั้นเอาออกได้ไหม ทำไมจะไม่ได้ล่ะ แค่ทำให้คนกินกับคนทำสัมพันธ์กัน คนทำเยอะ คนกินต้องเยอะ ทั้งบ้านมีคนสองคน ต้องไหว้สี่ที่ จะซื้อไก่สี่ เป็ดสี่ หมูสี่ ทำไม เยอะกว่าจำนวนคนกินอีก จะยึดแบบเดิมเป๊ะๆ ทำไม เป็นไปไม่ได้

ตรุษจีนจะไม่ไหว้ก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องเลิกเพราะเบื่อซาแซ ถามตัวเองใหม่ว่าไหว้ทำไม ตั้งสติใหม่ ไหว้เพื่อระลึกถึงใคร ระลึกถึงในมุมไหน ถ้าเขาชอบกินพิซซ่า ซื้อพิซซ่ามาไหว้ก็ได้ แต่ผมบอกลูกแล้วว่าชอบไก่ต้ม เพราะชอบ Variation  ของน้ำจิ้ม (หัวเราะ) 

และสุดท้าย เขาจะระลึกถึงใคร มันก็อยู่ที่เขา จะไหว้ไม่ไหว้ จะทำไม่ทำ ไม่มีอะไรผิดถูก 

ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช
ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช

08 ไหว้พระไหว้เจ้า

ผมไม่ได้ชอบเก็บพิธีกรรม แต่ชอบพลวัตของมัน มาถึงวันนี้กติกาเปลี่ยนหมด ผมปรับเวลาไหว้เร็วขึ้นชั่วโมงหนึ่ง ใช้เวลาเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง ใครจะมาก็มา ไม่มาก็ไม่ต้อง กูจะเลิกตอนที่สะดวก ไม่รอ ปริมาณของไหว้ถ้าเยอะไปก็ตัดทิ้ง ใครบอกว่าต้องเก็บของเก่า ผมก็ไม่รู้หรอกที่ทำมันเก่าหรือเปล่า ปู่อาจจะตัดมาแล้ว แล้วพ่ออาจจะตัดมาอีกที 

เราไหว้บรรพบุรุษเพราะนึกถึงคนที่ตายไปแล้ว แต่วันนี้เขาไม่ตายนะ ไม่งั้นคุณจะเตรียมช้อนเตรียมเก้าอี้ทำไม ก็เขาอยู่กับคุณ นั่งกินข้าวกับคุณไง 

พอถึงวัยนี้ไม่มีใครกล้ามาด่าเราแล้ว ถ้าเราทำอะไรโง่ๆ งานนี้ก็จะทำให้ผมได้ประเมินตน ทำ Annual Report กับแม่ตลอดว่าปีนี้เป็นยังไงบ้าง พี่น้องเป็นยังไง ลูกหลานเป็นยังไง เหมือนพูดคนเดียว แต่เราได้ประมวลว่าเราทำอะไรไปแล้วบ้าง

เหมือนตอนไหว้พระ จริงๆ ผมค้นพบว่ามันคือการเรียง Priority ในชีวิตว่าเรากำลังกลุ้มใจเรื่องอะไร มีอยู่ปีหนึ่งพ่อเข้าโรงพยาบาล ลูกไม่สบาย ลูกหนี้กำลังจะหนี ของสั่งไม่ได้ มีห้าหกเรื่อง ก็ต้องเข้ากระบวนการไหว้ ช่วยพ่อลูกด้วย ช่วยลูกลูกด้วย ช่วยลูกค้าด้วย ช่วยของที่จะมาด้วย

วันรุ่งขึ้นเริ่มเรียงใหม่ ลูกค้าเอาไว้ทีหลัง ผ่านไปอีกวัน ลูกป่วยหนักขึ้น ช่วยลูกก่อนช่วยพ่อ พอเรียงลำดับได้ก็เริ่มแก้ปัญหาได้ สติเริ่มคืนมา พาลูกไปหาหมอ พาพ่อไปหาหมอ ส่งคนไปทวงเงิน ส่งคนไปดูเรื่องชิปปิ้งของ ประเมินความเสียหายออกมา ถ้ามีเกินห้าเรื่องพระจะช่วยได้ แก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดก่อน ผ่านไปได้ก็รู้ว่าสติกับสมาธิต้องอยู่ตรงนี้ ไม่งั้นก็ทำอะไรไม่เป็น ผมเลยให้ความสำคัญกับการไหว้ แต่ไม่ใช่การจุดธูปนะครับ 

ธูปคืออะไร เรากำลังถามหาอะไร ธูปคือการบูชาแบบหนึ่ง เราบูชาเทพเจ้าด้วยกลิ่นหอม งั้นใช้ดอกไม้ก็ได้ น้ำก็ได้ วันก่อนข้างบ้านเป็นร้านขายเหล็ก เขาถามว่า เฮีย ผมตั้งชั้นพระใหม่ มีกระถางธูปสามกระถางจะเรียงแบบไหน หรือจะใช้กระถางเดียวดี บูชาเจ้าแม่กวนอิม ท้าวเวสสุวรรณ และอาจารย์

ผมตอบไปเลย ถ้ากูพูดตรงๆ มึงไม่โกรธกูได้ไหม เอาออกไปให้หมดเลย ห้องคูหาเดียวเล็กแค่นี้ แถมมีลูกอีกคน อุตส่าห์ซื้อเครื่องกรองอากาศเครื่องเบ้อเริ่มเพราะกลัวฝุ่นควัน แล้วมาจุดธูปทำไม ทำไมต้องบูชาด้วยระบบเดียว บูชาด้วยสิ่งที่ดีแบบอื่นเจ้าก็รับเหมือนกัน เข้าใจแก่นของมันก่อน เรื่องนี้อยู่ที่ตัวเราไม่ใช่คนอื่น สุดท้ายเขาบูชาด้วยน้ำมันกฤษณาที่เคยขายอยู่แล้ว 

ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช

09 ปฏิทินจีน

จีนคิดปฏิทินจากการคำนวณเงาแดด และค้นพบวันสี่วัน คือวันที่เงาแดดของไม้สั้นที่สุด ยาวที่สุด และวันที่เงาไม้ยาวเท่ากันสองครั้งต่อปี คือวัน Equinox ที่กลางวันและกลางคืนเท่ากัน ระบบปฏิทินนี้คิดค้นมาหลายพันปีว่าอากาศแต่ละช่วงเป็นยังไง แล้วจึงกำหนดเทศกาลจีนหลักแปดเทศกาล 

วันปีใหม่จีนโบราณ 21 หรือ 22 ธันวาคม เป็นวัน Winter Solstice หรือวันกินขนมบัวลอย (冬至) กลางวันสั้นที่สุด กลางคืนยาวที่สุด ทุกคนต้องกลับมาเจอหน้ากัน สามเดือนถัดมา 21 หรือ 22 มีนา เป็นวันชุงฮุง (春分) คือ Equinox ตั้งแต่วันนี้ถึงวันเชงเม้ง 4 – 5 เมษายน ไปไหว้บรรพบุรุษได้ แต่ห้ามไหว้หลังจากนี้

10 ปีชง

ปีชงมาจากแผนภูมิสวรรค์กานจือ 干支 (gānzhī) นับตัวเลขจีนเป็นเทียนกาน, ตี้จือ 天干 (tiāngān) 地支 (dìzhī) หรือกิ่งฟ้าก้านดิน กิ่งฟ้ามีสิบตัว ก้านดินมีสิบสองตัว แบ่งตัวเลขบนล่างมาชนกัน วนจนครบรอบจะมีหกสิบตัว เป็นชื่อปีต่างๆ กัน ในหกสิบปีนี้ แต่ละคนจะมีปีเกิดไม่ซ้ำกัน เป็นตัวกำกับดวงชะตาของเรา และเพื่อความเข้าใจง่ายขึ้น ก็ใส่เทพเจ้ากำกับหกสิบองค์ อย่างผมเกิดปีขาล ปีหน้าเป็นปีขาล ไท้ส่วยเอี๊ยะปีนี้จึงเป็นองค์สุดท้ายที่ผมไม่เคยเจอ

อย่าไปหลงประเด็นกับเทพหกสิบองค์ ไม่แก้ชงก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทำต้องรู้จริง ผมไม่ชอบพวกหมอดูที่สอนให้แก้ปีชงก่อนตรุษจีน แต่ยังไม่รู้เลยว่าจริงๆ ปีชงเริ่มวันไหน คุณต้องเข้าใจหลักของสิ่งหนึ่งก่อน ถึงจะเข้าใจเรื่องต่อๆ ไป 

วันนี้ (วันที่สัมภาษณ์ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564) เป็นวันลิบชุง คือวันขึ้นต้นฤดูใบไม้ผลิ และเป็นวันเปลี่ยนปีนักษัตร จะแก้ปีชงต้องมาทำวันนี้เป็นต้นไป ปฏิทินน่ำเอี๊ยงที่คนไทยใช้บอกว่าวันที่ 2 กุมภาพันธ์คือวันลิบชุง แต่ปฏิทินจีนทั้งโลกบอกว่าเป็นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เมื่อคืนมีคนมาเถียงกับผมกันเต็มว่าวันไหนคือวันลิบชุงกันแน่ สนุกมาก ผมดีใจมาก เพราะปีก่อนๆ ไม่มีใครค้านเลย แต่เดี๋ยวนี้มีเด็กๆ มาบอกว่าคลาดเคลื่อนรึเปล่าอาเจ็ก ผิดครั้งนี้ผมจึงชอบมาก ทำงานมานานเข้า เราค้นพบความจริงว่าการสร้างคำตอบไม่ใช่คำตอบ เราต้องสร้างคำถามให้คนเถียงกันต่อ 

การนับเดือนจีนแบบจันทรคติคลาดเคลื่อนได้เยอะ เพราะถ้านับตามดวงจันทร์ ปีหนึ่งมีแค่ 354 วัน เดือนใหญ่มีสามสิบวัน เดือนเล็กมียี่สิบเก้าวัน ผ่านไปสามปี วันหายไปสิบเอ็ดวัน คนจีนจะเติมเดือนอธิกมาสเข้าไป คำนวณโดยใช้สุริยคติมาเป็นตัวช่วย

ถ้าถามผม เราควรใช้ความเป็นสากล ทำให้ระบบเราสอดคล้องกับทั้งโลก เช็กกับโลกภายนอกด้วยว่าเขาใช้กันยังไง

11 จีนแช่แข็ง

คนฮ่องกงมาเยาวราช เพราะบอกว่าเหมือนฮ่องกงยุค 70 เหตุที่ละม้ายเพราะเราเป็นจีนที่โดนฟรีซเอาไว้ วัฒนธรรมจีนในไทยคือจีนเมื่อหกสิบ เจ็ดสิบปีก่อน กลับไปเมืองจีนต้องไปตามหาตามหมู่บ้าน เพราะเมืองใหญ่ๆ โตไปหมดแล้ว แต่จีนในไทยยังมีเพลงประจำถนนคือ เติ้งลี่จวิน (Terasa Teng) เปิดอยู่สามเพลง แต่เมืองจีนผ่านยุค เถียนมีมี่ ไปนานแล้ว 

อนุรักษ์กับฟรีซไว้ต่างกันมาก น่าเสียดาย อะไรที่คลาสสิก เราทำลายทิ้งหมด 

ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช

12 จีนก้าวหน้า 

สามคนเดินมา คนหนึ่งเป็นครูเราได้

การเรียนรู้ว่าเราไม่รู้อะไร เป็นความรู้แบบหนึ่ง

เรียนรู้ความถูกต้องเพื่อทำตาม เรียนรู้ความผิดพลาดเพื่อแก้ไข 

สมัยก่อนถ้าพูดว่าขงจื๊อกล่าวแบบนี้ เชยมาก แต่คนจีนทำเป็นเพลงวัยรุ่นของวงบอยแบนด์ นำเสนอให้คนรุ่นใหม่ วัฒนธรรมคำสอนเก่า บทกวี อาขยานโบราณ เอามาใส่ทำนองให้เข้าใจง่าย แล้วไม่ได้ซี้ซั้วใส่ คัดมาแล้วว่าใครมีศักยภาพดึงดูดเด็ก เอาเพลงเก่ามาใส่ทำนองใหม่ เอาเพลงใหม่ไปใส่ทำนองโบราณด้วย ดึงคนรุ่นหนึ่งกับอีกรุ่นมาอยู่ในรุ่นเดียวกันได้ ขณะที่บ้านเราทิ้งทุกอย่างตามเจเนอเรชัน เขาพยายามเกี่ยวคนแต่ละยุคเข้าไว้ด้วยกัน แค่เอกชนทำเอง เจ๊งแน่ๆ ดูแล้วรู้เลยว่ารัฐบาลต้องอยู่เบื้องหลัง 

เพลงหนึ่งที่ผมชอบมากคือ 但願人長久 (Dan Yuan Ren Changjiu – Wishing We Last Forever) ของเติ้งลี่จวิน ไหว้พระจันทร์ทีไรจะเปิดเพลงนี้ ไม่ใช่ 月亮代表我的心 (Yuèliang Dàibiǎo Wǒ de Xīn – The moon represents my heart) เนื้อเพลงเป็นบทกวีโบราณที่ซูตงปอแต่งเมื่อแปดร้อยปีก่อน เอามาเรียบเรียงใส่ทำนองใหม่ มีอรรถาธิบายว่าซูตงปอเกิดในสมัยราชวงศ์ซ่ง เป็นกวีที่ถูกส่งไปอยู่ต่างแดน วันนั้นภรรยาเพิ่งเสียชีวิต ห่างไกลจากน้องชาย คืนวันไหว้พระจันทร์คิดถึงน้อง คิดถึงชีวิต จึงแต่งบทกวีนี้ขึ้นมา

เติ้งลี่จวินตายไปสามสิบปี ก็มีคนเอาเพลงมาทำใหม่เพื่อระลึกถึงเติ้งลี่จวิน ที่ระลึกถึงซูตงปอเมื่อแปดร้อยปีก่อน เป็น Propaganda ชั้นสูงมาก 

ลองมองจีนในมุมใหม่ หลายคนเหยียดจีนว่าเคยด้อย เพราะคนรุ่นผมเหยียดให้คุณดู จริงๆ แล้วจีนน่ากลัวมาก ปรัชญาจีนสอนให้ขยัน เข้มแข็ง อดทนมาก ดูอย่าง HUAWEI ไม่เสนอตัวมากแต่กลับรุกไปทั้งโลก พลังงานมาจากรากวัฒนธรรม อะไรที่ดีก็พัฒนา 

กำแพงเมืองจีนสองพันห้าร้อยปี ไปทีไรก็ซ่อมทุกที ปูนเขาทำจากข้าวเหนียวผสมปูนขาวแบบโบราณ อิฐก็เผาอย่างเดิม บูรณะด้วยความเข้าใจตลอดเวลา ไม่ได้หมายความว่าสองพันปีเป็นแบบเดิมมาตลอด 

ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช

13 ไชน่าทาวน์ซบเซา

ปัจจุบันเมื่อมองดูแล้ว ผมคิดว่าเยาวราชไม่มีอนาคต เพราะไม่มี Master Plan ทุกคนเข้ามาครั้งแรกด้วยความตื่นเต้นกับความเป็นจีน แต่คุณจะกลับมาเยาวราชซ้ำๆ รึเปล่า ในเมื่ออาหารแทบไม่เหลือ วิถีชีวิตเปลี่ยนไป แล้ว COVID-19 นี่ยิ่งเห็นชัดว่าเราพึ่งคนต่างชาติล้วนๆ พอคนต่างชาติไม่อยู่ก็ซบเซา เศรษฐกิจไม่เคยติดลบขนาดนี้ ตอนนี้ความน่ากลัวสุดคือเราไม่มีแรง Take Off รอบๆ บ้านไม่เคยเห็นใครปิดร้าน ทุกวันนี้มีเกินสามสิบห้องที่ปิดตัว ติดป้ายขาย เช่า หรือปิดไว้เฉยๆ ช่วง COVID-19 นี้มันทำลายเราอย่างคาดไม่ถึง บางบ้านลูกเรียนจบมาไม่อยากช่วยงานที่บ้าน พ่ออายุเลยวัยเกษียณ ทำต่อไม่ไหวก็เลิก กับอีกอย่างคือร้านเช่า ค่าเช่าร้านที่สำเพ็งแสนกว่าบาท ตอนนี้เงียบก็ปิดบ้านกันหมด

ถ้าไม่ชัด ให้ดูศาลเจ้า โรงเจ โรงงิ้ว ทุกปีช่วงนี้งิ้วเยอะมาก ปีที่แล้วสั่งห้ามเพราะมี COVID-19 มาห้ามอีกทีตอนปลายปี หลังๆ มานี้ศาลเจ้าก็รายได้น้อยอยู่แล้ว ต้องมาจ่ายค่าอะไรมากมาย จังหวะแบบนี้คณะเล็กๆ ก็เลิกไปเลย จะกลับมาใหม่มั้ยไม่รู้ หลังจากช่วงนี้ความเปลี่ยนแปลงใหม่จะเข้ามาอีกระลอก 

ถ้าคุณมาเยาวราช มาทำอะไร มากินใช่ไหม สรุปขายอาหารสตรีทฟู้ด จะถูกหรือผิดกฎหมาย พื้นที่จากไฟแดงเฉลิมบุรีถึงไฟแดงราชวงศ์ ความยาวหกร้อยเมตร พื้นที่ขายอาหารมีแค่ประมาณสี่ร้อยเมตร สองข้างไปกลับรวมเป็นแปดร้อยเมตร สตรีทฟู้ดที่เป็นหน้าตาของประเทศไทยมีแค่นี้เหรอ 

พอคุณมาถึงก็เลือกต่อคิวร้านที่มีแถวยาว แล้วรสชาตินั้นคุ้มค่ากับการรอคอยรึเปล่า หรือเป็นรสชาติสะกดจิตหมู่ มองหน้ากันแล้วบอกว่าอร่อยนะๆ เพราะต้องรอนาน แล้วอาหารที่ดังๆ นี่เกี่ยวข้องกับเยาวราชไหม ถ้ารสชาติดีจริง ไปเปิดที่อื่นก็ได้ เยาวราชไม่สำคัญ กินที่ไหนก็ได้ 

แล้วป้ายไฟเยาวราชควรเป็นแบบไหน ผมไปกวางเจา ไฟไม่เหมือนกันสักปี ปีแรกๆ ติดไฟริมน้ำเต็มเลย ปีต่อมาเห่อโปรเจกเตอร์ อีกปีเห่อไฟเส้นๆ แบบ LED โชว์กันใหญ่ ไปอีกปีเป็นโอลิมปิก รื้อทิ้งหมดแล้วติดไฟนวลๆ ผู้ดีมาก 

แล้วบ้านเราจะเอาแบบไหน ไฟเยาวราชของคุณเป็นตู้ไฟฟลูออเรสเซนต์รึเปล่า สำหรับผมเป็นไฟนีออนกะพริบได้ คลาสสิก แต่ตอนนี้เป็นไฟวิ่งๆ เราจะเลือกแบบไหนกัน ผมรับได้หมด แต่ต้องมีมาสเตอร์แพลน ถ้าวันหนึ่งบอกว่าป้ายไฟยื่นออกมาผิดกฎหมาย ให้เอาออกไปหมด แบบนี้เยาวราชยังเป็นเยาวราชไหม ตกลงอะไรคือเยาวราช อะไรคืออัตลักษณ์ของเยาวราช 

ความสวยงามน่าสนใจของเยาวราชแบบที่ผมชอบ ผมก็พยายามเก็บไว้และสะท้อนมันออกมา ตอนเราทำ ‘Walk with The Cloud 19 : หอมกลิ่นกรุงเทพ’ กัน สามเดือนต่อมาตั้งกวงคี่เฮียงโดนไล่ที่เลย ร้านกุนเชียงต้องย้ายไปอยู่ในซอย ร้านขายยาจีนก็กลายเป็นร้านกระเพาะปลา แต่ร้านขายเครื่องเทศที่ทรงวาดกลับรุ่งเรือง เขาก็ดีใจที่คนเห็นความสำคัญ เราก็อยากทำต่อยอด 

ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช

14 เยาวราชในฝัน

ตอนนี้ผมอยากทำเรื่อง Golden Hours มาเยาวราชช่วงไหนควรกินอะไร ช่วงพีกที่สุดแต่ละปีคือสองสัปดาห์หลังตรุษจีน คนเยอะ อารมณ์สนุกสนาน คนเห่อสีแดง แต่งตัวมาไหว้พระแก้ปีชงทั้งบ้าน และกินอาหารตามฤดูกาล มีผักผลไม้ออกช่วงไหนก็กินตามช่วงนั้น

ความฝันผมคืออยากได้ลานประลองแบบดราก้อนบอล มีสเปซให้จัดงานวีกละครั้ง วีกนี้แข่งหมูแผ่น วีกนี้แข่งอาหารสูตรอาม่า ให้เกิดการแข่งขันจะได้สนุกขึ้น 

ส่วนร้านรวงต่างๆ ใช้ภาษาจีนแบบตัวย่อ แต่คนสิงคโปร์ ไต้หวัน มาเลเซีย ฮ่องกง มาเที่ยวชมมากมาย ซื้อหมูแผ่นหมูหยองกันเป็นปี๊บๆ กลับบ้าน น่าทำภาษาจีนตัวเต็มให้เขามั่ง ทำป้ายทำซองสองภาษา ใช้ฟอนต์สวยๆ ก็ได้ 

ถ้าจะรีโนเวต ขอเถอะ อย่าเอาไม้มะม่วงถูกๆ มาทำโต๊ะแล้วบอกว่าเป็นร้านกาแฟโบราณ ร้านกาแฟดีๆ เขาใช้โต๊ะหินอ่อน เพราะเป็นบ้านเดียวที่มีทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุ อย่างร้านเอ็กเต็งผู่กี่ เป็นร้านกาแฟเก่า น่าจะทำเป็นพิพิธภัณฑ์เก้าอี้ มีเก้าอี้ทุกยุค เก้าอี้พับ เก้าอี้ไม้ เก้าอี้สังกะสี ทำแล้วเก้าอี้มันจะพูดแทนคุณเอง สตอรี่มันได้ 

พูดแล้วผมก็น่าทำพิพิธภัณฑ์เชือกมั่ง

15 แซยิด

ถ้าคิดแบบจีนโบราณ อายุหกสิบจัดแซยิดได้ วันนี้ต้องมีเหลนแล้ว เพราะคนจีนสมัยก่อนอายุสิบห้าก็แต่งงานได้ อายุสิบหกสิบเจ็ดต้องมีลูก ชีวิตที่สมบูรณ์ของคนจีนโบราณต้องมีลูกสาวลูกชาย ลูกทุกคนต้องไม่เสียชีวิต ต้องดูแลให้ลูกทุกคนออกเรือน มีหลานนอกและหลานใน นี่คือกติกาชีวิตที่ต้องวางแผนตั้งแต่แรก 

เมื่อคืนกลับไปนอนคิด เพื่อนคนหนึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน ตอนเรียนพาณิชย์ลาออกไปแต่งงานตอนอายุสิบเก้า วันนี้เขาจะหกสิบ มีทุกอย่างแบบที่เล่าไปแล้ว ชีวิตเขาสมบูรณ์ แต่ชีวิตผมไม่ได้หวังอย่างนั้น 

โลกมันเปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไป ลูกหลานไม่ต้องเยอะ เราประเมินตัวเองว่าพอใจกับชีวิตไหม ตลอดหกสิบปีที่ผ่านมา เราค่อนข้างพอใจ สิ่งที่เราอยากทำก็ได้ทำ หน้าที่ที่เราไม่อยากทำก็ได้ทำ ผลที่ออกมาเป็นประโยชน์กับคนอื่นด้วย แบบนี้เราชอบ เราดีใจ อาอี๊อากู๋ชอบพูดว่าถ้าแม่อยู่ แม่คงดีใจที่มึงเอาสิ่งที่แม่สอนมาสอนคนอื่นต่อ ทั้งยังเก็บรักษาและค้นที่มาได้ อย่างการค้นที่มาของสำเพ็ง จะทำไปเรื่อยๆ แล้วลงลึกไปเรื่อยๆ นะครับ

เรื่องงานที่บ้าน จะค่อยๆ หยุด ให้คนอื่นมาทำแทนในแบบของเขา หกสิบปีที่ผ่านมา เราพอใจแล้ว เราใช้ชีวิตมีทุกข์สุขแบบนี้ ความรู้สึกต่อตัวเองเป็นแบบนี้ เราคุ้มแล้ว หลังจากหกสิบ เป็นกำไรชีวิตหมดแล้ว จะทำอะไรก็ได้

ก่อนหน้านี้มีกรอบในตัวเอง ตอนนี้คงมีอิสระมากขึ้น เทความคิดออกไปได้มากกว่าเดิม ไม่กลัวแล้ว วันนี้คิดแบบนี้ 

ชีวิตของ สมชัย กวางทองพาณิชย์ พ่อค้าเชือกผู้เกลียดเมืองจีนสู่นักประวัติศาสตร์เยาวราช

ขอบคุณสถานที่ 

ร้านเยาวราชฮั้งเฮงหลี

วัดบำเพ็ญจีนพรต

ร้าน Double Dogs Tea Room

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Cloud of Thoughts

บทสัมภาษณ์ขนาดยาวว่าด้วยเรื่องราวชีวิตและความคิดอันมีพลัง

ในวันที่ฉันนัดพูดคุยกับ เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน ผู้ช่วยของเธอบอกในตอนแรกว่า พี่เจี๊ยบอาจมาช้าเล็กน้อย เพราะต้องไปส่งลูกก่อน

ฉันนึกทบทวนถึง เจี๊ยบ วรรธนา ในความทรงจำ นอกจากเธอคือนักร้อง นักแต่งเพลง นักเขียนบท เจ้าของผลงานที่เราคุ้นเคยดีอย่างเพลง เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม และ เก็บไว้ให้เธอ ฉันยังจำได้ว่าในมิติชีวิตส่วนตัว เจี๊ยบคือแม่ของลูก 2 คนซึ่งมีชื่อแสนเป็นเอกลักษณ์ว่าเนปาลและทิเบต

วันนี้ ฉันได้นั่งคุยกับเธอในบทบาทนั้น

เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน

เจี๊ยบ วรรธนา กำลังรับบทเป็น Camp Director ของ ‘WoodWood Acoustic Camp’ ร่วมกับ ทศเทพ วงศ์หนองเตย ผู้จัดงาน Bangkok Street Show โดยมี ชาญชัย พินทุเสน ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ มาให้คำปรึกษาสำคัญ รวมถึงดูแลทั้งกิจกรรมศึกษาธรรมชาติและอีกหลายส่วน

อธิบายโปรเจกต์นี้แบบสั้นง่าย มันคือแคมป์กลางป่าบริเวณอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ช่วงวันที่ 2 – 4 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นงานที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้ทุกคนในครอบครัวมาใช้เวลาทำกิจกรรมสนุกร่วมกันในอ้อมกอดธรรมชาติ

ตอนแรกฉันตั้งใจจะคุยกับเธอถึงรายละเอียดของแคมป์ ในฐานะโปรเจกต์ใหม่ของนักร้องนักแต่งเพลงคนนี้ แต่ระหว่างบรรทัดบทสนทนา สิ่งที่ฉันเห็นว่าเปล่งประกายเจิดจ้าในนั้น คือความเป็นแม่ของผู้หญิงที่นั่งตรงหน้า และคำว่า ครอบครัว

WoodWood Acoustic Camp คืองานสำหรับครอบครัวโดยคนที่เห็นความสำคัญของคำนี้ งานสำหรับเด็กโดยพ่อแม่ที่เข้าอกเข้าใจปัญหาของพ่อแม่รุ่นใหม่

ฉันเองไม่ใช่เด็กเล็กติดพ่อแม่ ไม่เคยมีลูก และใช้ชีวิตในยุคสมัยที่หนุ่มสาวพอใจกับชีวิตคู่ที่หมายถึง 2 คนเต็มความหมาย แต่ภาพที่เจี๊ยบชี้ชวนให้ดูจับใจฉันมาก

อาจเพราะความงามของความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นเรื่องสากล

ในความหมายนั้น เจี๊ยบ วรรธนา เป็นแม่และสมาชิกครอบครัวที่ ‘คูล’ มาก-นี่คือสิ่งที่ฉันอยากบอก (ด้วยน้ำเสียงอิจฉาเนปาลกับธิเบตนิดหน่อย)

ด้านล่างนี้คือ เรื่องราวผลงานใหม่ของเธอที่สะท้อนสิ่งเหล่านั้น

เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน

ตอนนี้องค์ประกอบหลักของชีวิตคุณคืออะไรบ้าง

ตอนนี้เราดำรงชีวิตด้วยการเขียนบทเป็นหลัก รองลงมาคือการทำเพลง แต่ถ้าเป็นชีวิตส่วนตัวคือการเป็นแม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ มากเท่าที่จะทำได้ และเพราะอย่างนั้น เราเลยแบ่งสัดส่วนงานเป็นงานที่ต้องทำมากกว่างานที่อยากทำ

แล้วอะไรทำให้คุณผละจากสมุดเขียนเพลงและสคริปต์บทมาจัดแคมป์

การพูดคุยกันกับทศเทพ ทำให้เรานึกออกถึงช่องว่างว่า ส่วนใหญ่แล้วคนที่มีลูก ไม่รู้จะพาลูกไปไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กกรุงเทพฯ ซึ่งการเล่นเป็นต้นทุนทางความสุขของเด็ก และการเล่นที่ดีคือ การเล่นที่ได้เล่นกับพ่อแม่ แต่ในช่วงเวลาคุณภาพก็ต้องมีกิจกรรมคุณภาพ แต่บางทีพ่อแม่รุ่นใหม่ก็ไม่รู้จะเอาลูกไปไหน มันไม่มีพื้นที่ให้เด็กทำอะไรสักเท่าไร อีกอย่างคือ เรากับทศเคยคุยกันเรื่องพฤติกรรมของพ่อแม่ไทยที่มักจะแยกความสุขของตัวเองกับลูกไว้คนละที่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น ถ้าเรามีสถานที่ให้เขาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เราจะเห็นฝรั่งแบกลูกวัย 6 เดือนมาเดินดูวัดพระแก้ว ลูกไม่ได้รู้จักวัดพระแก้วหรอก แต่พ่อแม่ก็รู้สึกว่า นี่คือลูกของเขา นี่คือทริปของฉัน นี่คือชีวิตของเรา เราไปพร้อมกันได้

เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน

ซึ่งช่องว่างที่เห็นกลายมาเป็นแคมป์นี้

คือเรากับทศนั่งคุยกันว่า สร้างพื้นที่ให้ทุกคนมีความสุขร่วมกันในพื้นที่เดียวกันดีมั้ย ซึ่งคำว่าทุกคน เรานึกถึงครอบครัวชนชั้นกลางที่พ่อ แม่ ลูก มีปู่ย่าตายาย เวลาไปไหน เราจะยกโขยงกันไป แล้วจะพบว่าต้องมีใครสักคนนั่งแกร่ว ส่วนใหญ่จะเป็นปู่ย่าตายาย ไม่ก็แม่ที่ต้องนั่งเฝ้าลูก เรารู้สึกว่า ถ้ามีที่ที่ลูกได้เล่นทุกอย่าง ส่วนแม่ได้นั่งนวดเท้า คุณยายนอนอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ พอตกค่ำ เด็กนอนแล้ว พ่อแม่จูงมือกันไปดูคอนเสิร์ต จิบไวน์ เราว่าความสุข ไลฟ์สไตล์ยังอยู่ครบ แค่ต้องมีที่แบบนั้นให้เขา แล้วเราก็มีบุคคลที่3 มาเกี่ยวข้อง คือพี่อ๋อย ชาญชัย พินทุเสน เพราะเรากับทศรู้จักพี่อ๋อยมานาน เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการทำกิจกรรมกับเด็กโดยเชื่อมโยงเข้าสู่ธรรมชาติ เพราะเราคิดว่า ในยุคสมัยนี้ ความเชื่อ ความศรัทธา ของคนเปลี่ยน ความคิดใหม่กำลังเข้ามา แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นสากล ยั่งยืน และจริงกว่าสิ่งอื่นก็คือธรรมชาติ

 

จากพื้นที่ในฝันกลายมาเป็นพื้นที่แบบไหนในความเป็นจริง

คำว่า ทุกคนมีความสุขร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน ฟังดูเรียบง่ายนะ แต่ในแง่รายละเอียดมันยากมาก เพราะความต่างของอายุที่เราต้องดูแลมันเยอะ ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงคนแก่ เราเลยต้องตรวจสอบทุกเรื่อง รถเข็นเข้าได้หรือเปล่า  จะให้เอาสัตว์เลี้ยงเข้ามั้ย แล้วก็นำกิจกรรมทุกชนิดออกมาเพื่อรองรับทุกคนกิจกรรมฝั่งคุณแม่ เราจะมีการทำขนมปังออร์แกนิก มัดย้อม จนถึงเวิร์กช็อปเซรามิก ฝั่งคุณพ่อก็จะมีกิจกรรมอย่างเครื่องหนัง นอกจากนี้ เรื่องอาหารเราก็จะมีบาร์บีคิว แล้วก็มีปิ้งมาร์ชเมลโล่แน่ๆ เพราะมันคือโลกในอุดมคติของเด็ก

WoodWood Acoustic Camp

ส่วนกิจกรรมสำหรับเด็ก เราแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือกิจกรรมกระตุ้นความคึกคัก และกิจกรรมสร้างความสงบ ฝั่งแรกมีไว้สำหรับเด็กที่ไม่เคยได้เล่นอะไรเลย ไม่เคยได้เดินเท้าเปล่า ไม่เคยได้เปียกน้ำ เช่น ยิงธนู ไต่เชือก เดินสำรวจป่า ล่องแก่ง อีกฝั่งคือกิจกรรมนิ่งสงบที่พี่อ๋อยคิดมาสำหรับเด็กที่มีโลกส่วนตัว โอเค งั้นเราจะวาดรูป นั่งอ่านหนังสือ นั่งดูโชว์ ซึ่งในส่วนนี้ เราต้องการให้มันทำงานทางใดทางหนึ่งกับเด็กโดยไม่ต้องสอน แคมป์ไม่ใช่ค่ายเยาวชน ไม่ใช่ค่ายเด็กกินผักน่ะ เราเป็นพื้นที่ของความสุข ซึ่งความสุขเป็นสิ่งที่ต้องประยุกต์แล้ว ยัดเยียดไม่ได้ ความรู้ก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ตรงกลางคือความบันเทิงที่มีสาระซ่อนอยู่ข้างใน พี่เลี้ยงดูแลกิจกรรมของเราก็เลยไม่ใช่พี่เลี้ยงในแง่ของการออกแรงอย่างเดียว แต่เป็นพี่เลี้ยงทางองค์ความรู้ด้วย ทุกคนมีความรู้หมด ครูที่สอนสนุกกับครูที่สอนน่าเบื่อเราจำใคร นี่ก็เหมือนกัน ถ้าความรู้ทุกอย่างผ่านความสนุกกับความเข้าใจ แล้วเราลงไปสัมผัสกับมัน ไม่ใช่เรียนบนกระดาน มองผ่านไอแพด อย่างเวลาเด็กปีนเชือก มันเรียนรู้จากกล้ามเนื้อของเขา อีกวันหนึ่งเขาปวดตัวมาก องค์ความรู้นี้ก็จะเข้าไปอยู่ในตัวทันทีเลย

WoodWood Acoustic Camp

WoodWood Acoustic Camp

แล้วสถานที่ที่เหมาะเป็นพื้นที่ความสุขคือที่แบบไหน

เราตระเวนดูพื้นที่หลายที่ แล้วก็มาจบที่ Bonsai Village เพราะพื้นที่นี้มีลำธาร มีเรื่องการเรียนรู้ทางธรรมชาติที่ชัดเจน มีที่กว้างสำหรับการจัดคอนเสิร์ต ที่สำหรับการตั้งเต็นท์ รวมถึงนำเข้าสาธารณูปโภคเพิ่มเติมได้ องค์รวมของมันน่าจะรองรับสิ่งที่เราต้องการได้ ซึ่งพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของคุณมนตรี เจ้าของสถานที่ เขาชอบสิ่งที่เรากำลังจะทำให้เกิดขึ้นมาก เห็นความสำคัญของพื้นที่แห่งความสุขเหมือนเรา และยินดีมากที่จะให้พื้นที่เขามีส่วนร่วมกับสิ่งนี้

ส่วนเรื่องที่พัก เราตั้งใจจะรองรับคนมากที่สุดที่ 2,200 คน โดยมีพื้นที่เต็นท์ให้สำหรับประมาณ 500 คนที่อยากเสพบรรยากาศแบบจริงจัง มีอาหารเช้าให้ ขณะเดียวกัน ด้านนอกสถานที่จัดงานก็ยังมีรีสอร์ทในสวนผึ้งอีกจำนวนไม่น้อยให้้ผู้มาร่วมงานเลือกพักเองได้ตามสะดวก เพราะเชื่อว่าทุกคนไม่ได้อยากนอนเต็นท์ สุดท้ายพอเหนื่อยแล้วอยากอาบน้ำร้อน นอนเตียง แล้วตื่นสายๆ มาร่วมงาน

WoodWood Acoustic Camp

เทศกาลสำหรับครอบครัวต่างกับเทศกาลที่เราชวนเพื่อนไปมากมั้ย

เราขอบอกเลยว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่พื้นที่หนึ่งมีเด็ก พื้นที่นั้นจะพิเศษ ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณมีลูก พื้นที่นั้นต้องพิเศษสำหรับลูกคุณ เพราะฉะนั้น มันต่างกันตรงที่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเห็นเด็กเล่นแล้วมันเป็นการเล่นที่สร้างสรรค์ ปลอดภัย สนุก มันจะเป็นการเล่นที่สมบูรณ์แบบ บรรยากาศโดยรวมก็เลยจะต้องดี ต้องไม่มีสิ่งใดที่ดูแล้วไม่เหมาะกับเด็ก พื้นที่ดื่มแอลกอฮอล์ของเราจะแยกออกไปอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ส่วนพื้นที่คอนเสิร์ต เด็กจะเข้าไปดูก็ได้ หรือจะนอนอยู่บนที่นอนก็ได้ คำว่าอะคูสติกของเราไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องเล่นกีตาร์ตัวเดียว ทุกคนมาเต็มรูปแบบได้เสมอ แต่เราคุมให้เดซิเบลของดนตรีไม่ให้รุนแรงเกินไป และอีกอย่างที่เราพูดกับทศตลอดคือเรื่องความปลอดภัย ความคลายใจ ในงานต้องมีจุดลงทะเบียน มีป้ายห้อยคอ มีสตาฟฟ์แต่งตัวชัดเจน พร้อมติดต่อพ่อแม่ให้ได้

 

เรียกว่างานนี้มีเด็กเป็นแกนหมุน

ใช่ เด็กคือคนที่สำคัญที่สุดในงานนี้ แต่เรารู้สึกว่า ถ้าพ่อแม่ที่มีความสุข ลูกจะมีความสุข เพราะฉะนั้น มันเชื่อมโยงกัน เราไม่ควรแยกคำว่าพ่อ แม่ ลูก ด้วยซ้ำ คำว่าครอบครัวต่างหากที่เราต้องนับเป็นหนึ่ง ลูกไม่มีความสุขหรอกถ้าพ่อแม่เคร่งเครียดเกินไป เฝ้าดูแต่ลูกเกินไป แล้วเวลาเด็กอยู่นอกสายตาผู้ปกครอง เขาเป็นคนละคนเหมือนกันนะ ลูกเราก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เมื่อไหร่ที่เราปล่อยให้เขาเป็นแบบที่เขาเป็น ในแง่ดีคือเราได้มองเห็นด้วยนะว่าเขาเป็นยังไง

แล้วลองคลายใจที่จะมีความสุขพร้อมกัน ลองเอาเด็กนอนดึกสักวันมั้ย นั่งดูคอนเสิร์ตกันมั้ย สักสี่ทุ่ม เห็นคุณพ่อจิบไวน์ คุณพ่อเราก็เท่ดีนะ คือมันเป็นหนึ่ง อย่าไปแยกว่านี่คือลูก นี่คือเรา ลูกต้องไม่เห็นเราทำอะไร หรือแม่ลุกขึ้นเต้นอย่างนี้ ไม่เห็นแปลกเลย ลูกชอบมากเลยนะเวลาเห็นแม่หลุด ก็ฉีกกรอบตัวเอง ไม่ได้ฉีกกรอบจากออฟฟิศหรือบ้าน แต่ฉีกกรอบบางๆ ที่ตัวเองกั้นไว้ระหว่างกันและกัน เราว่าดี เราเชื่อแบบนั้น

เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน

การพาเด็กมาที่นี่จะต่างกับให้เขาปิ้งมาร์ชเมลโลว์กินเองที่บ้านมากมั้ย

ต่างสิ เพราะมีเพื่อนอีกเยอะ แล้วจะมีการเหล่ว่า เธอว่าเด็กนั่นเอามาร์ชเมลโลว์เยอะไปป้ะ (หัวเราะ) ไม่หรอก คือเวลาเด็กเป็นเด็กคนเดียวในบ้าน ฉันอยากดูการ์ตูนเน็ตเวิร์ก ฉันต้องได้ดู ฉันอยากทำอะไร ฉันต้องได้ทำ ฉันอยากอาบน้ำนานที่สุด แต่พอเด็กมาอยู่ร่วมกับคนอื่น เขาจะเรียนรู้การอยู่ด้วยกัน เรียนรู้ที่จะยืดหยุ่น ลดความต้องการของตัวเอง และแบ่งปันพื้นที่ให้คนอื่น การนั่งดูโชว์ 1 โชว์ เขาจะต้องเรียนรู้ว่า เขาเสียงดังแล้วเด็กทุกคนจะหันขวับมาที่เขา ทำหน้าว่าทำไมเธอเสียงดัง ด้วยสายตาเด็กด้วยกัน ไม่ใช่สายตาผู้ใหญ่ที่จุ๊ปาก มันมีการเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมของการแบ่งปัน ของการเสพ มารยาทจะเกิดโดยที่ไม่ต้องสอน เราเชื่อว่าอย่างนั้น ทุกคนเงียบ เขาจะเงียบ เพราะมันไม่ใช่คนในบ้านเขาอย่างเดียว แล้วถ้าอยู่ที่บ้าน เขาจะปิ้งมาร์ชเมลโลว์กิน หันไปทางขวาก็เจอพ่อที่กำลังเล่นโทรศัพท์ แต่ในขณะที่แคมป์นี้ มันมีคน มีพื้นที่ที่เล่นด้วยกันได้ เยอะกว่าก็สนุกกว่าแหละ

เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน

การสร้างพื้นที่ดีๆ ให้ทุกคนมีช่วงเวลาที่ดีร่วมกันนำไปสู่อะไร

เราขอยกตัวอย่าง เราชอบวันหนึ่งที่เราทำงานทั้งปีเพื่อพาลูกไปเที่ยวภูเขาฟูจิ วันที่ไปถึงที่นั้น เรากำลังเดินๆ อยู่ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นฟูจิแบบเต็มรูปแบบ แล้วเนปาลกับทิเบตก็เงยหน้าขึ้น ร้องว่า “ฟูจิซัง!” มันเป็นช่วงเวลาที่เราเชื่อว่า ตอนแก่ๆ เมื่อนั่งรถเข็นแล้ว เสียบท่อช่วยหายใจแล้ว เราจะนึกถึงวันนั้น คือนึกถึงวันที่เรามีความสุขด้วยกัน วันที่เราได้เจออะไรพร้อมกัน เวลาเรารักใคร เราอยากให้เขาอยู่ด้วยในเวลาที่เรามีความสุข ซึ่งเราเชื่อว่า ถ้าไปที่ WoodWood Acoustic Camp ทุกคนจะรู้สึกดี เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข แล้วหันมาก็เจอคนที่เรารัก ไม่ใช่แค่สามีภรรยา ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่มีลูกฉัน มีหลานฉัน มีอากงฉันที่ยอมออกจากบ้านมานั่งเหยียดเท้าอยู่ใต้ต้นไม้ด้วย

Writer

Avatar

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load