The Cloud X SCATH X Bonsoy

ลืมนมถั่วเหลืองแบบทั่วไปได้เลย! เพราะเมื่อได้ลิ้มลองคู่ผสมใหม่ระหว่างนมถั่วเหลืองสูตรพิเศษจาก Bonsoy และชาเบลนด์คุณภาพเยี่ยมส่งตรงจากร้าน TE Time and Space ในกิจกรรม Eat The Cloud 07 : Scent Soya คอร์ส Tea Pairing ก็ได้สัมผัสรสกลมกล่อม กลิ่นหอมละมุน เสิร์ฟตรงหน้าในรูปแบบ TE Omakase จับคู่ชาส่วนผสมใหม่กับขนมจากนมถั่วเหลืองอย่างที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน 

กิจกรรมสุดพิเศษครั้งนี้ The Cloud จับมือร่วมกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) และ Bonsoy ก่อนเข้าสู่งานมหกรรมกาแฟครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดใน South East Asia อย่าง Thailand Coffee Fest 2020 เมื่อวันที่ 1 – 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ครั้งนี้ไม่ได้มีดีแค่กาแฟคุณภาพคับแก้วจากแหล่งปลูก หรือรวมตัวผู้ประกอบการกาแฟทั่วไทยเท่านั้น เพราะคัดสรรเครื่องดื่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้แพ้กลูเตนและกำลังสนใจเรื่อง Plant-Based ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม ณ ตอนนี้ นมถั่วเหลืองถือเป็นอีกทางเลือก เอาใจสาย Plant-Based โดยเฉพาะ

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก
จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Eat The Cloud 07 : Scent Soya พาไปทำความรู้จักกับนมถั่วเหลือง Bonsoy วัตถุดิบทางเลือกชูโรงจากออสเตรเลียที่ผลิตมาแล้วกว่า 30 ปี 

Bonsoy ทำจากเมล็ดถั่วเหลืองออร์แกนิกสีทองบนแผ่นดินญี่ปุ่น เมื่อได้ลองชิมแล้ว กลิ่นเหม็นเขียวตามฉบับนมถั่วเหลืองที่คาดไว้ กลับกลายเป็นรสกลมกล่อม คลุ้งกลิ่นหอมของนมถั่วเหลือง ลิ้มรสถั่วเหลืองเข้มข้น แต่ไม่กลบรสชาติของเครื่องดื่มเคียงคู่ อุดมไปด้วยโปรตีนเท่านมวัว ไม่มีคอเลสเตอรอลและแคลอรี่ต่ำ ควรค่าแก่สายสุขภาพที่รักความอร่อย

เพียงก้าวเท้าขึ้นบันไดสู่ห้องชาแห่ง TE Time and Space กลางซอยทองหล่อ 25 ของ ปลา-นันธิดา รัตนกุล วันนี้บรรยากาศพูดคุยแบบเป็นกันเอง ท่ามกลางทีบาร์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นชาเบลนด์นานาชนิด ทั้งดอกไม้ ข้าว สมุนไพร และอีกมากมายเท่าที่จะสรรหาได้ ปลาและเหล่า Tea Master เปลี่ยนห้องชาธรรมดาเป็นห้องทดลองประสบการณ์ใหม่ในการดื่มชาแก่นักดื่ม 

“ชาดอกไม้พรีเซนต์กลิ่นนมถั่วเหลืองได้ดีที่สุด” ปลาเล่าถึงการจับคู่นมถั่วเหลืองกับชาเบลนด์ดอกไม้ที่เข้ากับรสชาติและชูกลิ่นของนมถั่วเหลืองได้ดี จึงเลือกเป็นส่วนผสมหลักในครั้งนี้ เสิร์ฟเคียงกับเมนูขนมจากนมถั่วเหลืองหลากหน้าตาของ Arcake Omakase ฝีมือ เชฟอุ๋ม-นภัทร ศรีวะรมย์ ครูสอนทำขนมจากวิทยาลัยดุสิตธานีและกรรมการจากรายการ Sweet Chef Thailand เพื่อรังสรรค์ TE Omakase 4 คอร์สชาและขนมจากนมถั่วเหลือง 

ถ้าพร้อมแล้ว ขอชวนคุณออกเดินทางกลางทองหล่อ ดื่มด่ำประสบการณ์หอมละมุนลิ้น สัมผัสรสชาติครึกครื้น สู่ปลายทางกลมกล่อมเหนือความคาดหมาย อบอวลด้วยกลิ่นหอมของนมถั่วเหลือง

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก
จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Starter 

Organic Assam White tea with Loei Vineyard Song Rose

เหล่านักชงบรรจงวางชาถ้วยเล็กบนทีบาร์ตรงหน้า พร้อมบอกเล่าถึงที่มาของเครื่องดื่มอุ่น เริ่มที่ถ้วยแรก ลิ้มรสบางเบาจากชาขาวอัสสัมออร์แกนิกส่งตรงจากจังหวัดเชียงใหม่ คัดสรรเอาเพียงยอดอ่อนบนสุดของต้นชาเท่านั้น พร้อมกับกลิ่นหอมนวลของดอกกุหลาบไวน์ยาร์ดซองจากจังหวัดเลย สัมผัสหอมหวานรสอ่อน แต่กลับค่อยๆ ปลุกเบาๆ จนตื่น เตรียมรับรสประสบการณ์ Tea Pairing ที่เหลือ 

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก
จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Course 1 : Thonglor Cloud

Midnight Earl Grey 

Soy Earl Grey Tea cake with Lavender Semifreddo

บรรยากาศอึมครึม เมฆสีเทาลอยครึ้มมาแต่ไกล ฝนจะตกที่กรุงเทพฯ ทีไร ครึ้มอกครึ้มใจทุกที ชวนมาปลอบใจกลางทองหล่อด้วยเครื่องดื่ม Hot Midnight Earl Grey Infused Soy ชาดำเบลนด์ดอกลาเวนเดอร์ เปปเปอร์มินต์ญี่ปุ่น และขมิ้นชันผสมนมถั่วเหลือง นำมาผ่านกรรมวิธี Cold Brew แช่เย็นทั้งคืน จากนั้นนำมาอุ่นพร้อมตีขึ้นเป็นฟอง มูสเมฆสีเทาย่านทองหล่อถูกเทลงในแก้วใบเล็ก เพียงจิบครั้งแรกก็สัมผัสถึงความละมุนนุ่มลิ้น เคล้ากลิ่นชาดำอ่อนๆ คลุ้งกลิ่นนมถั่วเหลือง เสิร์ฟพร้อมเค้กหน้านิ่มสีนวลตกแต่งด้วยดอกไม้สีม่วง และบัตเตอร์เค้กลายหินอ่อนหั่นบาง เคียงด้วยมูสเนื้อละเอียด ทั้งเค้กและมูสทำจากชาเอิร์ลเกรย์ผสมนมถั่วเหลือง ตัดรสลงตัวด้วยชาเอิร์ลเกรย์อุ่น สองเมนูเข้าคู่ปรับอารมณ์เทาให้เบาบางลง

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก
จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Course 2 : Wanderlust

Tropical Wonderland

ชาลาเต้ฟ้าเย็นขนาดกลาง วางดอกอัญชัญตกแต่งด้านบนถูกเสิร์ฟตรงหน้า จิบแรกพาออกทะเลทันที รสมะพร้าว ข้าวเหนียวดำคั่ว หญ้าหวาน ดอกอัญชัญ ใบเตย และมะตูม จับคู่กับนมถั่วเหลือง Bonsoy ผสมปนเปเป็นรสหวานเข้มข้นอย่างพอดี ดอกอัญชัญและข้าวเหนียวดำคั่วแต่งแต้มสีน้ำเงินแอบม่วง สร้างบรรยากาศสบายๆ คล้ายกับอยู่ทะเล เป็นความตั้งใจของเหล่า Tea Master ที่อยากพาเราออกเดินทางไกล แม้อยู่กลางทีบาร์แห่งนี้ 

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก
จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Course 3 : Rose Affogato

Lemon Mint & Soy sorbet with Sassy Summer TE Mocktail

ปลุกความครึกครื้นอีกครั้ง ด้วยเสียงเขย่าเชกเกอร์ม็อกเทลของนักชง Sassy Summer TE Mocktail ถูกผสมให้เข้ากัน ทั้งดอกกุหลาบฝรั่งเศสออกรสอมเปรี้ยว กระเจี๊ยบ ใบหม่อนออร์แกนิก หญ้าหวาน เพิ่มความสดชื่นมากขึ้นด้วยเสาวรส ราดบนไอศกรีมตักผสมกัน ทั้งไอศกรีมนมถั่วเหลืองและซอร์เบท์มะนาวมินต์ สัมผัสรสหวานอมเปรี้ยวอย่างเบานุ่ม ใครจะรู้ว่า Rose Affogato รสชาตินี้ก็ทำได้ แถมอร่อยจนอยากชิมอีกสัก (หลาย) รอบ 

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Course 4 : Fly me the moon

Moon Garden Infusion

ส่งท้ายคอร์สด้วยชาอุ่นชวนฝันหลับสบาย ค่อยๆ ดื่มด่ำบรรยากาศรอบตัว หยิบกาน้ำที่เต็มไปด้วยชาเขียวมะลิ ดอกคาโมมายล์ ดอกสายน้ำผึ้ง ดอกพิกุล และชะเอมเทศ ค่อยๆ เทน้ำร้อนให้ทั่ว​ คอยสัก 3 – 5 นาที ก่อนเทชาลงบนแก้วพักชา และเทลงถ้วยเล็กพร้อมดื่ม ชาถ้วยนี้เราทำเองทุกขั้นตอน ละเมียดดื่มคู่กับขนมไทยอย่างกลีบลำดวน รสอุ่นเบาบางพาเคลิ้มลอยไกลถึงดวงจันทร์

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Writer

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื่องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Eat The Cloud

The Cloud ทดลองเล่าเรื่องผ่านอาหาร 1 มื้อ ด้วยการชวนเชฟมาเปลี่ยนเรื่องเล่าให้เป็นอาหาร

2 พฤศจิกายน 2563
2 K

The Cloud X Scath X Bluekoff

Eat the Cloud 06 : Chocolate Shift คืออาหารมื้อค่ำที่เป็นคำแถลงการณ์จาก เชฟเทพ-มนต์เทพ กมลศิลป์ Executive Chef แห่งห้องอาหาร TAAN Bangkok โรงแรม [email protected] Design Hotel Bangkok ร่วมกับ The Cloud สมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) และ BlueKoff ซึ่งปฏิวัติการรับรู้เกี่ยวกับช็อกโกแลตของเรา

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

เปรียบอาหารทั้ง 9 จานในค่ำนั้นเป็นละครความยาว 9 ตอน ช็อกโกแลตก็คงเป็นนักแสดงหลักที่รับบทแตกต่างกันไปในแต่ละจาน บางจานก็เป็นพระเอกที่ออกรสวาดฝีไม้ลายมือแต่หัวม้วน บางจานรับบทเป็นชาวบ้านที่ช่วยเสริมรสเสริมชาติของเรื่อง สลับออกจอตอนโน้นทีตอนนี้ที บางจานเป็นนางเอกคู่ขวัญเสริมกับวัตถุดิบอย่างอื่น บางจานก็เป็นดาวร้ายที่ตีบทแตกจนต้องยกรางวัลตุ๊กตาทองให้

มื้อนั้น เชฟเทพได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า ช็อกโกแลตคือแก้วสารพัดนึก ที่หยิบมาสร้างสรรค์เป็นอาหารคาวหวานได้หลากหลายตามต้องการ (เทพสมชื่อจริงๆ)

ถ้าใครพลาด Eat The Cloud 06 : Chocolate Shift ไป ข้างล่างนี้คือเรื่องราวของช็อกโกแลตในอาหารทั้ง 9 จานที่เกิดขึ้นในวันนั้น

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

01

สวัสดี

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

เชฟเทพกล่าวคำทักทายแบบไทยๆ ผ่านอาหารเรียกน้ำย่อยที่สร้างความสดชื่นได้ตั้งแต่แรกเห็น นำแนวคิดมาจากอาหารไทยโบราณอย่าง ‘ปลาแห้งแตงโม’ มาประยุกต์เป็น ‘อะโวคาโดปลาแห้งแตงไทย’

ภาพของชิ้นแตงไทยขนาดพอดีคำที่อยู่ด้านล่างของผงช็อกโกแลตและเนื้ออะโวคาโดซึ่งมีปลาแห้ง ต้นหอมซอย และน้ำตาลทราย โรยซ้อนชั้นอยู่ด้านบน คือเอกภาพอันสมบูรณ์ในอาหารจานนี้ แม้ว่าความสดชื่นและรสหวานธรรมชาติจากแตงไทยจะปรี่ออกมาแสดงบทบาทบนอวัยวะรับรสของเราในวินาทีแรก แต่ความกลมกล่อมระหว่างอะโวคาโด ปลาแห้ง น้ำตาล และรสสัมผัสจากต้นหอมซอย ก็ทวงพื้นที่บนลิ้นของเราได้ในวินาทีต่อๆ มา ในขณะที่ช็อกโกแลตเบอร์ 1 ซึ่งมีรสฟรุตตี้เป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมรสชาติของจาน ออกมาทำการแสดงในทุกๆ คำที่เราเคี้ยว

จานนี้พูดไม่ได้ว่าใครคือพระเอก เพราะทุกอย่างกลมกล่อมกันไปหมด แต่พูดได้ว่าช็อกโกแลตเบอร์ 1 คือเพื่อนพระเอกที่แวบไปแวบมา กวนบาทาคนดูอย่างมาก แต่ถ้าขาดไปเรื่องก็คงเหงา ไม่สนุกครบรส

02

อีสานบ้านเฮา

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

ไม่รู้จะเรียกภาชนะแปลกตาที่พนักงานเสิร์ฟวางตรงหน้าเราว่าอะไรดี เอาเป็นว่าบนภาชนะจักสานทรงแบนขนาด 1 มือถือได้พอดีใบนั้น คือ ‘ลาบเลือดโกโก้ข้าวจี่’ บนสรรพสมุนไพรไทยหลากชนิดที่นิ้วมือสองข้างนับไม่พอ

เชฟได้ไอเดียมาจากลาบเลือดอีสาน ที่ใส่เลือดลงไปคั่วกับเนื้อสัตว์เพื่อความกลมกล่อมและรสขมที่ปลายลิ้นเล็กน้อย ประยุกต์ใช้ช็อกโกแลตหมายเลข 2 ซึ่งมีรสนัตตี้คล้ายคาราเมลมอลต์มาทำหน้าที่แทนเลือดสัตว์ ผสมลงไปคั่วกับเนื้อ ได้ออกมาเป็นลาบเลือดโกโก้บนแผ่นข้าวเหนี่ยวจี่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกำลังทาน 

พระเอกของจานนี้คือลาบเลือดสัมผัสนุ่มรสจัดจ้าน แต่ไม่ใช่ว่าช็อกโกแลตเบอร์ 2 ทำหน้าที่เป็นสตั๊นท์แมนแทนนักแสดงหลักอย่างเลือด ช็อกโกแลตเบอร์ 2 คืออีกหนึ่งตัวละครที่เข้ามาเปลี่ยนเรื่องราวแห่งรสชาติของจานนี้ และทำได้ดีเสียด้วย ลาบเลือดจานนี้จึงไม่ใช่ลาบเลือดของลูกอีสานแท้ๆ แต่เป็นลาบเลือดลูกผสม ที่มีรสชาติชัดเจนอย่างต้นตำรับแต่ซับซ้อน กลมกล่อมดีด้วยช็อกโกแลตแต่ยังคงให้รสขมติดปลายเล็กน้อยตามเดิม ทำงานเข้ากันได้ดีอย่างมากกับข้าวจี่เนื้อหนึบและผักแนมนานาชนิด

03

พลิกน้ำพริก 1

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด
Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

พนักงานยังไม่เก็บภาชนะสานใบก่อนหน้าที่ยังมีผักแนมเหลืออยู่ เพราะอาหารจานต่อมาคือ ‘น้ำพริกโกโก้’ ‘ผักย่าง’ และ ‘ปลาอินทรีย์ส้มทอด’ ที่เมื่อทานคู่กับผักสดแล้วเข้ากันได้ดีที่สุดๆ

เชฟเทพพาเรามายังแดนล้านนา พลิกแพลงน้ำพริกอ่อง อาหารสามัญประจำบ้านชาวเหนือที่ปกติใส่เนื้อหมู ปรับมาใส่ปลาส้มแทน ผสมกับช็อกโกแลตหมายเลข 3 ซึ่งแฝงรสเผ็ดร้อนเบาๆ และมีกลิ่นหอมสมุนไพรในตัวอยู่อ่อนๆ เข้ากันกับเครื่องสมุนไพรในน้ำพริกอ่องอย่างตะไคร้ กระเทียม และหอมแดง ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ความมันจากบัตเตอร์โกโก้ในช็อกโกแลตตัวนี้ช่วยให้เนื้อสัมผัสของน้ำพริกนิ่มนวลสมดุลกว่าเดิม มีต้นหอมย่างที่หอมกลิ่นเตาอ่อนๆ ทอดตัวพาดยาวอยู่บนน้ำพริก เสิร์ฟเคียงคู่มากับปลาอินทรีย์ทอดกลิ่นหอม มีงาขี้ม่อนเคลือบผิวหน้ามาเพื่อเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ โรยหน้าด้วยผงช็อกโกแลต มีมะนาวไว้เติมเปรี้ยวได้ตามชอบ

ทานปลาทอดพร้อมกับน้ำพริกและผักแนมจากจานก่อนคำแล้วคำเล่า ก็ยังไม่เข้าใจว่าช็อกโกแลตเข้ากันกับอาหารเหล่านี้อย่างน่ามหัศจรรย์ได้ยังไง แม้ช็อกโกแลตจะไม่เด่นเป็นพระเอก แต่ก็เป็นเพื่อนพระเอกที่ทำให้รสชาติของละครบนอาหารจานนี้กลมกล่อมและน่าดูขึ้นมาทันที

04

พลิกน้ำพริก 2

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

เชฟเทพเสิร์ฟน้ำพริกอีกจาน แต่คราวนี้เป็น ‘เนื้อผัดน้ำพริกเผา’ ‘ขนมถ้วยฟูโกโก้’ และ ‘แจ่วมะเขือเทศ’

เนื้อผัดน้ำพริกเผาและแจ่วมะเขือเทศวางอยู่บนแป้งขนมถ้วยฟูที่นำไปจี่ ตกแต่งหน้าตาด้านบนสุดด้วยผักโรยและดอกไม้ทานได้ แป้งถ้วยฟูเหนียวหนึบสู้ฟัน ชวนเคี้ยวเข้ากันไปกับเนื้อผัดน้ำพริกเผารสชาติชัดเจน กลมกล่อมไปกับแจ่วมะเขือเทศ ก่อนจะได้สัมผัสและรสชาติที่ผุดตามมาทีหลังของผักโรยและดอกไม้ทานได้ กลิ่นและรสของช็อกโกแลตหมายเลข 3 ที่อยู่กับแป้งขนมถ้วยฟูเป็นเสมือนยาแนวที่ช่วยผสานรสชาติของแต่ละองค์ประกอบในจานให้เข้ากันอย่างลงตัว แม้บทบาทจะไม่เด่นทะลุจอจนเตะตาต้องใจคนทาน แต่ถ้าขาดไป ละครแห่งรสชาติของจานนี้ก็คงจะไม่แซ่บนัวแน่นอน

ถ้าดูจากภาพอาจจะสับสนว่าแป้งที่ว่านั้นดูไม่คล้ายแป้งขนมถ้วยฟูเลย ตอนแรกเราก็สงสัยแบบนั้น แต่เชฟเทพมาเฉลยตอนท้ายว่า เป็นแป้งตัวเดียวกันจริง แต่ทำให้สุกต่างวิธีกัน เชฟเลือกจี่แป้งซึ่งทำให้แป้งแข็งแรงเป็นทรง แทนการนำไปนึ่งซึ่งจะทำให้แป้งฟูขึ้นแต่ยวบยาบ จับถือขึ้นมาทานได้ไม่สะดวกเท่า

05

ล้างปาก

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด
Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

ก่อนจะเดินทางเข้าสู่เมนคอร์ส เชฟเทพเสิร์ฟอาหารล้างปากจานพิเศษเป็น ‘มาร์ชเมลโลว์ช็อกโกแลตและกาแฟเชียงราย’ ที่ช่วยหยุดเวลาสั้นๆ ให้อวัยวะรับรสเราได้ผ่อนเครื่อง ก่อนจะเจอกับเมนคอร์สต่อไป

มาร์ชเมลโลวเสียบไม้เสิร์ฟแบบเย็นมีสัมผัสนุ่มกำลังเคี้ยว รสของช็อกโกแลตซึ่งเป็นพระเอกชัดเจนและเข้ากันได้ดีกับมาร์ชเมลโลว์ได้โดยไม่ต้องสงสัย แม้ไม่หวานมากจนแสบคอ แต่ก็มีปริมาณมากพอสมที่จะเป็นอาหารล้างปากที่ดีได้ ถัดไปด้านขวาคือกาแฟอราบิก้าจากเชียงราย นางเอกของจานที่ผ่านกระบวนการพิเศษชื่อว่า Natural Double Anaerobic ทำให้ได้กาแฟที่มีรสเปรี้ยวอ่อนๆ สดชื่น ทว่าอ่อนขม ดูจะอยู่นอกการรับรู้ของคนทั่วไปที่คิดว่ากาแฟที่ดีต้องรสเข้มเท่านั้น ความเป็นกรดที่นุ่มนวลทว่าแน่วแน่นั้น สร้างความสวยงามและความสมดุลของรสให้เกิดขึ้นในจานนี้ ทำให้นี่คืออาหารล้างปากที่มีประสิทธิภาพมากๆ

หลังจากกาแฟหยดสุดท้ายถูกดื่ม เราก็พร้อมสำหรับอาหารจานหลักทันที

06

อาหาร จาน หลัก 1

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

อาหารหลักจานแรกคือ ‘ไก่ทอดพริกเกลือมะนาวเหลือง โกโก้ดิป’ ซึ่งเป็นอาหารที่คอมฟอร์ต และตรงไปตรงมาเข้าใจไม่ยาก

ไก่ทอดเสิร์ฟมาในปิ่นโตสีเหลือนวลขลิบเขียวขนาด 1 ชั้น เชฟเทพนำไก่ไปดรายกับน้ำเกลือ ทำให้เนื้อไก่มีรสชาติเค็มเป็นเบส แล้วนำไปทอดกรอบ จากนั้นจึงคั่วกับพริกเกลือที่มีส่วนผสมของพริก ผงโกโก้ และกระเทียม โรยด้านบนด้วยผงช็อกโกแลต แม้ชิมไก่ทอดเพียวๆ ยังไม่จิ้มกับดิป ก็สัมผัสความครบรสอันจัดจ้านได้อย่างชัดเจน เมื่อทานคู่กับดิปเย็นสีเหลืองชวนทานด้านข้างกันแล้ว สิ่งแรกที่ได้รับคือมายองเนสและสัมผัสจากเนื้อมันแกวขูดเส้น ก่อนจะได้รสชาติหวานนวลจากช็อกโกแลตชิป แต่รสชาติของดิปนี้ยังคงแข็งแรงชัดเจน โดยเฉพาะรสเผ็ดอ่อนๆ มีสัมผัสของผักโรยด้านบนที่ช่วยเพิ่มมิติ ทั้งเนื้อสัมผัสและรสชาติของไก่ทอดเข้ากันได้ดีกับดิปอย่างมาก ทานรวมกันแล้วรสจัดชัดเจน

จานนี้ถือว่าผงโกโก้ได้กลับมารับบทบาทสำคัญเป็นเพื่อนนางเอก เพราะว่าช่วยเพิ่มความหวานแกมขมเบาๆ ซึ่งเป็นมิติที่สอดแทรกอยู่ในทุกๆ คำที่เราเคี้ยว ทำให้รสเผ็ดจากซอสดิปอ่อนลง เพิ่มความละมุนละไมในจานอาหารมากขึ้น

07

อาหาร จาน หลัก 2

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

จานนี้ไม่มีช็อกโกแลต

อาหารหลักจานที่สองคือ ‘กุยช่ายทอด’ ‘เนื้อรมควันเปลือกกาแฟ’ และ ‘ซีอิ๊วน้ำส้มกาแฟ’

ความบังเอิญจากช่วง COVID-19 ที่เชฟนำกากกาแฟที่เหลือจากการชงกาแฟมาหมักผสมกับกากน้ำตาล ได้ออกมาเป็นซีอิ๊วกาแฟสีดำที่หยดอยู่ตรงกลางจาน รสชาติเปรี้ยวหวานคล้ายซอสกุยช่าย เชฟจึงเลือกเสิร์ฟคู่กับกุยช่ายทอดสีน้ำตาลเกรียมชวนทาน แค่เห็นก็รู้ว่าข้างนอกต้องกรอบมากแน่ๆ และเป็นเช่นนั้นจริงๆ ในขณะที่ข้างในยังคงนุ่มอยู่ ถัดจากกุยช่ายคือเนื้อที่เชฟนำไปตุ๋นแล้วผัดกับเปลือกกาแฟ ทำให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ทานคู่กับซอสกุยช่ายด้านบนที่อยู่ในรูปของเจลลี่เย็น ซึ่งมีรสหวานอมเปรี้ยวและเผ็ดอย่างชัดเจน ทานทุกองค์ประกอบพร้อมกันจะเข้ากันที่สุด

ภาพรวมของจานนี้คือเรื่องราวอันแสนสนุกแห่งการเดินทางของรสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ทั้งกรอบ นุ่ม เด้งดึ๋ง เรียกได้ว่าจัดจ้านครบรสและชัดเจน ทว่ายังกลมกล่อมลงตัว คงเอกภาพของรสชาติไว้ได้ดี

08

อาหาร จาน หลัก 3

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

‘แกะกาแฟ’ ‘สะเต๊ะช็อกโกแลต’ และ ‘อาจาดผักแพว’ คือพี่ใหญ่ของอาหารจานหลักทั้งสาม

คอนเซปต์ของจานนี้คล้ายกับหมูสะเต๊ะ แต่เชฟเปลี่ยนเนื้อสัตว์เป็นแกะ ที่นำไปหมักกับกาแฟเพื่อให้ดูดกลิ่นสาบแกะออกไป แกะจึงมีรสเป็นธรรมชาติมาก มาคู่กันกับขนมปังปิ้ง และซอสสะเต๊ะ เชฟใส่ช็อกโกแลตหมายเลข 3 ซึ่งให้กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ เข้ากันได้ดีกับส่วนผสมอื่นๆ ในซอสสะเต๊ะ รสชาติที่ได้ไม่ไปไกลเกินกว่าจินตนาการ เพราะพื้นฐานซอสสะเต๊ะคือรสหวานและความมัน ที่น่าจะเข้ากันได้ดีกับช็อกโกแลตอยู่แล้ว แต่เป็นรสชาติของซอสสะเต๊ะที่มีอีกหนึ่งมิติจากช็อกโกแลตออกมาแสดงบทบาทในการรับรู้ของเรา มีกลิ่นสมุนไพรเบาๆ เผ็ดเล็กๆ ที่ปลายลิ้น ทำให้จานนี้กลมกล่อมและนุ่มนวล ยิ่งเมื่อทานคู่กับเนื้อแกะนุ่มๆ และขนมปังปิ้งแล้วยิ่งสัมผัสได้ถึงความเข้ากันได้ดี รสชาติของจานนี้ค่อนข้างหนักหน่วงทั้งเนื้อสัตว์และซอสสะเต๊ะ เชฟจึงใส่อาจาดรสชาติสดชื่นเข้ามาเพื่อทำให้ภาพรวมของรสเบาขึ้น โดยเฉพาะผักแพวที่มีสัมผัสและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยตัดรสได้ดีที่สุด

จะบอกว่าจานนี้ ช็อกโกแลตในซอสสะเต๊ะคือพระเอกก็คงไม่ผิด แต่ถ้าขาดนางเอกอย่างแกะ หรือดาวร้ายอย่างอาจาดผักแพว ละครเรื่องนี้ก็คงไม่ครบรสและไม่สามารถจบลงอย่างบริบูรณ์

09

ของหวาน

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

ของหวานจานสุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุดคือ ‘บ้าบิ่นตรังช็อกโกแลต’ ‘มะพร้าวอ่อนอบน้ำผึ้ง’ และ ‘ไอศกรีมใบเตย’ 

บ้าบิ่นตรังคือบ้าบิ่นที่ใช้มันสำปะหลังแทนแป้ง และผสมหอมเจียวที่ปกติจะไว้โรยหน้าขนมหม้อแกงลงไป ทำให้ได้บ้าบิ่นลูกผสมรสชาติอร่อยออกมา เชฟใส่ช็อกโกแลตหมายเลข 2 ซึ่งมีรสของคาราเมลอ่อนๆ มอลต์นิดๆ เข้าไปเป็นหนึ่งส่วนผสมสำคัญ ได้ออกมาเป็นบ้าบิ่นแท่งสี่เหลี่ยมยาวสีน้ำตาลเข้ม มองแวบแรกก็หอมช็อกโกแลตแล้ว เสิร์ฟมาคู่กับไอศกรีมใบเตยสีเขียวนวลตา มีรสหวานอ่อนๆ ทำให้ทานได้เรื่อยๆ ข้างกันคือเนื้อมะพร้าวอ่อนสีขาวนุ่มผัดน้ำผึ้งพิเศษจากหมู่บ้านหินลาดใน ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ที่ทำวนเกษตรอินทรีย์ ปลูกพืชผสมผสานหลากหลายชนิด น้ำผึ้งของที่นี่จึงมีรสและกลิ่นของผลไม้นานาพรรณ เมื่อนำมาคั่วกวนกับมะพร้าว จึงได้รสหวานธรรมชาติและกลิ่นหอมของดอกไม้อ่อนๆ

ทานทุกอย่างรวมกันในคำเดียวจะได้ความหวานละมุน ปิดท้ายการเดินทางได้เป็นอย่างดี

10

ของแถม

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

4 แก้วข้างหน้าเรานี้คือช็อกโกแลตที่สอดแทรกอยู่ในแต่ละเมนูที่ผ่านมา เชฟเสิร์ฟแถมมาเป็นอย่างสุดท้ายเพื่อให้เราลองชิมดูว่ารสชาติของแต่ละตัวเป็นยังไง

เรียงจากซ้ายไปขวา

แก้วที่ 1 คือดาร์กช็อกโกแลต 75 เปอร์เซ็นต์ที่มีรสชาติไม่ขมเกินไป กินง่าย แต่ยังได้รสเอกลักษณ์ของช็อกโกแลตอยู่อย่างมาก ใกล้เคียงช็อกโกแลตในความรับรู้ของคนทั่วไปมากที่สุด

แก้วที่ 2 คือช็อกโกแลตหมายเลข 1 มีความเปรี้ยวและฟรุตตี้โดดเด่นชัดเจน ดื่มเข้าไปแล้วได้รสชาติเบาสบายสดชื่น

แก้วที่ 3 คือช็อกโกแลตหมายเลข 2 รสชาติตรงไปตรงมา มีความเป็นถั่วและคาราเมลหวานอ่อนๆ อยู่ สัมผัสได้ว่ามีบอดี้หนักกว่าแก้วก่อนหน้า

แก้วที่ 4 คือช็อกโกแลตหมายเลข 3 รสชาติคล้ายคลึงกับแก้วที่แล้ว แต่แฝงความเผ็ดร้อนอ่อนๆ ที่โดดออกมาจากรสช็อกโกแลต

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

BlueKoff ใช้ช็อกโกแลตที่ใกล้เคียงกับ Single Origin มากที่สุด แต่ก็คัดสรรมาเฉพาะตัวที่มีรสและกลิ่นที่ทานง่าย ไม่ไกลจากที่คนทั่วไปคิดไว้มาก เพื่อค่อยๆ กะเทาะเปลือกแห่งการรับรู้เรื่องช็อกโกแลตของคนไทย ทำให้คนไทยได้ค่อยๆ ยอมรับ ปรับตัว และเปลี่ยนความคิดที่มีต่อช็อกโกแลตในที่สุด

อาหารทั้ง 9 + 1 เมนูข้างบนนี้เปลี่ยนการรับรู้ของเราไปโดยสิ้นเชิง ตอนแรกที่บอกว่าเอาช็อกโกแลตมาทำของคาวได้ครบคอร์สมื้อค่ำก็ประหลาดใจมากแล้ว แต่ยิ่งได้มาฟังแนวคิดเบื้องหลังของแต่ละจานจากเชฟเทพ และเรื่องราวสนุกๆ จาก BlueKoff ที่กำลังเริ่มทำตลาดช็อกโกแลตคราฟต์ในไทย ก็ยิ่งเห็นโอกาสที่น่าสนใจ และความเป็นไปได้จากทุกๆ จานช็อกโกแลต บอกได้เลยว่าน่าสนุกไม่แพ้เครื่องดื่มรุ่นพี่อย่างกาแฟแน่นอน

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

beautiful and bittersweetly

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load