19 มิถุนายน 2564
4K

ดินของชั้น

เมื่อเราอยากมีอาหารอร่อยทาน ก็ต้องเริ่มจากวัตถุดิบที่ดี พืชที่จะปลูกก็ต้องมีองค์ประกอบที่ดี เริ่มจากเมล็ดพันธุ์ดี ดินดี น้ำดี เกษตรกรดี วันนี้จะมาเล่าให้ฟังเรื่องดิน ดินในฝันของเกษตรกรสมัครเล่นอย่างผมคือ ต้องเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตเล็กๆ มีการอุ้มน้ำในอัตราที่เหมาะสม นิ่มและร่วน เต็มไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุ มีสีดีและมีกลิ่นดินที่ดี (กลิ่นตอนฝนตก) และไม่มีเมล็ดพันธุ์ของวัชพืชที่เราไม่ต้องการ

ประสบการณ์เกี่ยวกับดินเริ่มจากจะปลูกผักทานเอง ไปซื้อดิน 3 ถุง 100 ขุดหลุมเอาดินปลูกรองก้นเอาต้นอ่อนผักลง รดน้ำทุกวันผ่านไป 2 สัปดาห์ หญ้าวัชพืชสูงแซงผัก ลากเครื่องตัดหญ้ามาเรียบร้อย หญ้ามันลู่ตัวหลบเอ็นตัดหญ้าได้แต่ผักเราไม่หลบ 

หญ้ายังอยู่ผักขาด 2 ท่อน (ฮา) 

เริ่มต้นใหม่ 

ถ้าหญ้ามันโตแซงผักเรา รอบนี้เราก็เพิ่มความสูงให้ผัก 

แปลงปลูก (Garden Bed) ต้องมา ขึ้นแปลงสูง 1 ฟุต ตอนนี้ก็ตัดหญ้าไม่ต้องห่วงผักละ ตัดไปตัดมาขี้เกียจ ไปดูตัวอย่างจากฟาร์มที่เมืองนอกเห็นรอบๆ แปลงเขาโรยหินกรวด รู้สึกน่าสนใจ

วิชาสร้างวัฏจักรดินดี เติมพลังให้ดินด้วยการรีไซเคิลวัสดุธรรมชาติรอบบ้าน

สั่งหินคลุกมาลงแล้วก็ไม่ต้องไล่ถอนวัชพืชอีกเลย แต่ก็พบอีกปัญหาว่า ผักเราสลดเพราะแดดมันกระทบหินแล้วมีไอร้อนจากพื้นขึ้นมา ไร่องุ่นที่ฝรั่งเศสเขาถึงชอบโรยใต้ต้นองุ่น คงเพราะทำให้อุ่นเวลาที่อากาศหนาว ไม่น่าเหมาะกับแดดบ้านเราที่ฆ่าอูฐได้ 

งานหินเลย ต้องทยอยตักหินออกแล้วปูหญ้านวลน้อยแทน เปลืองน้ำขึ้นหน่อยแต่ถือว่าช่วยทำให้อุณหภูมิรอบรอบแปลงลดลงได้อีกนิดหน่อย ขึ้นแปลงแรกค่าดิน 5,000 บาท 

จบกันความฝันที่จะเป็นเกษตรกร 

ฤดูถัดไปฉลาดขึ้นมาหน่อย มีวันหนึ่งรถหกล้อขนดินจอดเสียหน้าร้านกาแฟ เลยเดินเอาน้ำเย็นไปให้คนขับ สงสารแดดร้อน ก็นั่งรอช่างเป็นเพื่อนเขา คุยไปคุยมาก็รู้ว่าส่วนมากเขาขนดินถมที่ เลยฝากว่าถ้ามีดินดำให้ทักมานะ ผ่านไป 3 เดือน เขาทักมาว่าพี่เอามั้ย ก็เลยได้ดินดำมา 3 ลำรถ 5,000 บาท 

ใส่ได้ 6 แปลง ตกแปลงละ 833 บาท ฉลาดขึ้นแต่เราก็ไม่แน่ใจว่ามีเคมีไหม ตอบได้เลยว่ามีแน่นอน 

พักไว้เป็นปี รอว่าเริ่มมีวัชพืชขึ้นมีหนอนมีแมลงก็แปลว่าใช้ได้ แต่พอปลูกผักสัก 3 รอบ พลังงานหมดละ ต้องเติมพลังงานเข้าไปในดิน คือสารอาหารและแร่ธาตุในดิน 

ผมตั้งใจเดินเส้นทางที่ไม่ใช้เคมี เลยเริ่มจากขี้วัวเพราะไม่ต้องซื้อ ขอฟาร์มวัวที่เราซื้อนมได้ แปลงผมก็ขุดรอกดินกลางแปลงให้เป็นหลุมยาวตลอดแนวแปลง แล้วก็เอาขี้วัว ใส่ไปแล้วตะล่อมดินกลบ มันจะเป็นกองดินพูน เหมือนเราใส่พลังงานลงไปครับ กองดินเราจะร้อน เช็กอุณหภูมิทุกวัน 

วิชาสร้างวัฏจักรดินดี เติมพลังให้ดินด้วยการรีไซเคิลวัสดุธรรมชาติรอบบ้าน

ผ่านไป 2 สัปดาห์พอเอามือไปจับกองดินไม่ร้อนแล้ว ผมเกลี่ยดินออก ผมลองมูลสัตว์มาเกือบทุกชนิด แนะนำให้ใช้มูลของวัวกับแพะ มูลจากวัวผักงามสุดแต่วัชพืชก็งามพอสมควร 

ของแพะนี่เป็นเม็ดกลมกลมตักง่าย วัชพืชในแปลงน้อยกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฟาร์มที่เราได้มูลสัตว์มา ว่าวัวจากฟาร์มที่ได้มาเขาปล่อยให้ไปเดินเล็มหญ้าเล่นด้วยไหม อาจจะมีเมล็ดหรือดอกหญ้าผสมเยอะ แต่แพะฟาร์มที่ผมได้มูลมามันคงเล็มใบไม้ตามพุ่มเยอะกว่าเล็มหญ้า 

ออร์แกนิกมันยากนะครับ ผมไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ทำปุ๋ยคอกเอง ผมยังไม่รู้เลยว่าอาหารวัวกับแพะที่เขากินมันมีสารเคมีไหม แต่ฟาร์มที่ผมใช้ก็มีความเป็นอินทรีย์ระดับหนึ่ง

ตอนนี้ดินค่อนข้างมีความเป็นกรดสูงกว่าปกติ ผมเอาเศษใบไม้ เศษกิ่งไม้ ไปเผาในเตาเผาแบบไร้ควัน เพื่อให้ได้ขี้เถ้าที่มีความเป็นด่างมาผสม เพื่อให้ค่า pH เป็นกลางเหมาะแก่การปลูกพืช ระยะเวลาที่ผมเติมพลังงานกลับเข้าไปจนดินพร้อมปลูกรอบใหม่ ใช้เวลาประมาณเกือบเดือน 

วิชาสร้างวัฏจักรดินดี เติมพลังให้ดินด้วยการรีไซเคิลวัสดุธรรมชาติรอบบ้าน

ผมเริ่มปลูกผักจนเก็บเกี่ยวใช้เวลา 45 – 60 วัน พักดินและเติมพลังงานกลับเข้าไปในดิน 30 วัน ถ้าผมอยากมีอาหารที่เก็บทานได้ตลอด ก็มีอยู่ 2 ทางเลือก 

ใช้เคมีครับ ไม่ต้องรอ เริ่มแปลงใหม่ได้เลย พักดินคืออะไร ปุ๋ยเคมีไม่เข้าใจ ปุ๋ยเคมีคือการเติมพลังงานเข้าไปในพืชโดยตรง เหมือนเป็นทางลัด แต่เคมีไม่ยั่งยืนหรอกครับ มันประหยัดเวลาแต่เปลืองเงิน ทำลายโครงสร้างของดินและสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในดิน และสร้างปัญหาในระบบอาหารอีกมากมาย 

แต่ถ้าเราอยากเดินทางเกษตรอินทรีย์ เราจะเติมอาหารหรือพลังงานเข้าไปในดิน และให้พืชดึงพลังงานจากดินไปใช้ ผมต้องออกแบบการหมุนเวียนของแปลงผักให้มีช่วงพักดิน ต้องมีอีกแปลงที่สับเหลื่อมการใช้ปลูกได้ตลอด

ทฤษฎีนี้เป็นภูมิปัญญาของชาวปกาเกอะญอ ผมเรียนรู้เรื่องนี้จากการไปเก็บน้ำผึ้งป่าที่หมู่บ้านหินลาดใน เขาเรียกระบบนี้ว่าไร่หมุนเวียน แปลงที่เขาพักดินปล่อยให้ธรรมชาติใช้เวลา 7 ปีในการสะสมพลังงานกลับเข้าไปในดินตามกลไกธรรมชาติ ดินถึงดำและนิ่ม ไร่หมุนเวียนตามวงรอบ พอปีที่ 6 เศษใบไม้ใบหญ้า มูลสัตว์ที่ทับถมบนหน้าดินสร้างพลังงานอยู่บนผิวแล้ว แต่ค่า pH ยังไม่เหมาะสม 

เรื่องเข้าใจผิดเกิดตรงนี้เลยครับ 

บนเขาไม่เหมือนแปลงผัก เขาใช้เตาเผาไร้ควันแล้วเอาขี้เถ้าไปโรยเพื่อปรับค่า pH ไม่ได้ เขาต้องเผาเพื่อปรับ pH 

จบเลย

กลายเป็นภาพเดียวกับการเผาซางข้าวโพดบนดอย ซึ่งต่างกันมากนะครับ 

ไร่หมุนเวียนของปกาเกอะญอนี่มีการทับถมของใบไม้ใบหญ้ามา 7 ปี ชาร์จพลังในดินมาเต็มที่ แต่ต้องใช้เถ้าเพื่อปรับค่า pH และการเผาก็มักทำในช่วงเวลาเดียวกัน คือก่อนเข้าฤดูฝน เพราะต้องลงเมล็ดพันธุ์ก่อนที่ฝนจะมา (คนปกาเกอะญอเขาจะฟังเสียงจิ้งหรีด ถ้าร้องประมาณนี้แปลว่าอีก 2 – 3 วันฝนมา)

ในขณะที่ไร่ข้าวโพดบนดอยให้พันธุ์ที่ตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) ใช้ปุ๋ยเคมี ใช้ยาฆ่าแมลง ครบ 3 แกนของเหตุแห่งการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ เวลาเก็บก็เก็บไป แต่ฝักส่วนลำต้นคาไว้อย่างนั้น พอฤดูกาลหน้าจะลงเมล็ดใหม่ก็เผาเคลียร์ที่ 

ผมพยายามทำตามไร่หมุนเวียน แต่ผมหมุนเวียนแปลงไม่ได้ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ จึงต้องย้ายดินออกไปพักและเติมพลังงานนอกแปลงแทน ทุกรอบการปลูก ผมจะขนดินในแปลงออกไปพักในที่ที่เตรียมไว้ พอได้ขี้วัวก็เอามาใส่ในกอง เมื่อกองปุ๋ยหมักย่อยจนเป็นสีดำร่วน ผมก็เอามาถมใส่กองดินทับถมไปมา เหมือนเติมพลังงานกลับเข้าไปในดิน กองดินหนึ่งจะออกจากแปลงมาพักอยู่ประมาณ 2 ปี พอถึงวงรอบก็วนกลับไปใส่แปลงเหมือนเดิม 

วิชาสร้างวัฏจักรดินดี เติมพลังให้ดินด้วยการรีไซเคิลวัสดุธรรมชาติรอบบ้าน

ชั้นของดิน

ทีนี้มาหาเหตุผลอธิบายดินกัน ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด เพราะการเกิดของดินเริ่มจากวัฏจักรของหิน (Rock) ที่เกิดขบวนการกัดกร่อนทางธรรมชาติ ผ่านสภาพอากาศทั้งทางเคมีและฟิสิกส์ ทำให้หินและแร่ธาตุที่อยู่ในหินกัดกร่อน แตกตัวเป็นอนุภาคที่เล็กลงแล้วไปผสมกับสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ ผ่านกาลเวลาจนเกิดเป็นดิน

ดินมีมีองค์ประกอบจากธาตุทั้ง 4 คือ หิน ซึ่งมีแร่ธาตุตามธรรมชาติอยู่ในตัว ซากสิ่งมีชีวิตและจุลชีวะ อากาศ และน้ำ

แบ่งประเภทของดินเป็น 3 ประเภท ดินทราย ดินร่วน ดินเหนียว ชนิดของดินที่แตกต่างกัน มีผลมาจากขนาดของอนุภาคของหินที่อยู่ในดิน 

ดินที่เหมาะสมในการเพาะปลูก จะมีการผสมกันของดินทั้ง 3 ชนิด แบบที่เรียกได้ว่าเป็นดินสายกลาง (Loam Soil) 

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าดินเราเป็นแบบไหน การส่งดินไปตรวจที่แล็บไม่ได้กินตังค์ผมหรอก เราสามารถใช้ความรู้ข้างถนนในการหาคำตอบ

วิธีการทดสอบประเภทดิน

วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ

1. วิธีการง่ายๆ คือ ขุดดินของเราในจุดที่เราอยากทดสอบมาบดๆ ทุบๆ ให้ร่วน แล้วใส่ไปในขวดโหลแก้วทรงกระบอกมีฝาปิด

วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ

2. ใส่ดินประมาณ 3 ใน 4 ของขวด อย่าลืมทุบดินให้ร่วนเพื่อจะได้ไม่มีพื้นที่ว่างในโหล ขีดเส้นระดับของน้ำที่จะเติมลงไป

วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ
  1. จากนั้นก็เทน้ำลงไปจนถึงเส้นเกือบเต็มขวดโหล แล้วปิดฝา 
วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ
  1. เขย่าให้เหมือนกับเขย่าค็อกเทลจนได้ที่ 
วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ
  1. วางโหลพักไว้ประมาณ 1 นาที ส่วนที่เป็นทรายน้ำไหลผ่านได้ดีสุด จะไหลลงมากองที่ก้นขวดโหล เราก็เอาปากกาเขียนกระจกขีดระดับของชั้นที่เป็นทรายไว้ 

พักขวดโหลอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ดินส่วนที่เป็นดินร่วนจะไหลลงมากองเป็นชั้นถัดจากทราย เราก็เอาปากกาเขียนกระจกขีดวัดระดับของดินร่วนไว้ 

พักขวดโหลไว้อีก 24 ชั่วโมง ดินเหนียวจะลงมากองเป็นชั้นที่ 3 เราก็เอาปากกาเขียนกระจกขีดวัดระดับไว้ เอาไม้บรรทัดมาวัด แล้วเทียบบัญญัติไตรยางค์หาสัดส่วนเลยว่า ดินทั้ง 3 ชนิดรวมกันเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วสัดส่วนของดินแต่ละชนิดมีกี่เปอร์เซ็นต์ ผลที่ได้ออกมาคือความสัตย์จริงของดินเรา 

แต่ไม่ว่าดินเราจะมีลักษณะไหน ทุกอย่างแก้ไขได้ด้วยการเติมอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยคอกหรือขุยอินทรีย์ ถ้าดินเป็นลักษณะดินทราย อินทรียวัตถุจะไปเติมเต็มช่องว่างระหว่างดิน แต่ถ้าดินเราหนักไปทางดินเหนียว อินทรียวัตถุจะเติมออกซิเจนและเพิ่มช่องว่างในดิน ทำให้ดินร่วนขึ้น 

ดินเป็นสิ่งมีค่า

pH เป็นมาตรในการวัดค่าความเป็นกรด (Acid) และความเป็นด่าง (Alkaline) มีค่า 1 – 14 ยกตัวอย่างจากที่ครูมัธยมต้นเคยสอนมา ค่า pH มีผลต่อสิ่งมีชีวิต เมื่อจะทำเกษตร การเข้าใจเรื่องนี้จึงสำคัญ

พืชต้องการสารอาหารไปหล่อเลี้ยง ค่า pH ที่พืชต้องการคือ Hydrogen Ions (H+) 6.5 – 7.0 

pH มีความสำคัญต่อการเจริญเติมโตของพืช การรู้ค่า pH ของดินจึงสำคัญ

สันทรายเนี่ยนของเราวัดค่า pH ได้ 3 รูปแบบ แบบเรียบง่ายไม่ต้องลงทุน แบบลงทุนหน่อยแต่การใช้งานในชีวิตจริงรวดเร็ว แบบลงทุนหน่อยแต่ค่อนข้างใช้เวลาและแม่นยำ 

ผมมีชุดทดสอบที่เป็นแถบสี มีเครื่องวัดค่า pH ในดินแบบที่ปักลงดินแล้วอ่านค่า 

ถ้าผมไม่อยากซื้ออุปกรณ์อะไรเลยแต่อยากรู้แค่ว่าดินเราเป็นกรด เป็นด่าง หรือเป็นกลาง ก็เดินเข้าครัวใช้น้ำส้มสายชูกับเบกกิ้งโซดาเอามาทดสอบดิน 

วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ
วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ

ตักดินใส่แก้วสัก 2 ใบ ใบแรกเทน้ำส้มสายชูลงไป ใบที่สองเอาเบกกิ้งโซดาละลายน้ำแล้วเทลงไป ดูปฏิกริยาที่เกิดกับแก้วทั้งสองใบ ถ้าใบแรกเกิดปฏิกริยาคือมีฟอง แปลว่าดินเราเป็นด่าง เพราะน้ำส้มสายชูเป็นกรด มีค่า pH ประมาณ 2 – 3 ถ้าดินเราเป็นด่างจะทำปฏิกริยากัน 

เช่นกันกับแก้วใบที่สอง เบกกิ้งโซดาเป็นด่าง ค่า pH 11 ถ้าใบที่สองมีปฏิกริยา มีฟอง แปลว่าดินเป็นกรด เป็นมากหรือน้อยอยู่ที่ระดับของฟอง แต่ถ้าแก้วทั้งสองใบไม่มีปฏิกริยาเกิดขึ้นเลย แปลว่าดินเราเป็นกลาง

วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ

ที่ผมเจอส่วนมากคือดินมีความเป็นกรด ผมแก้ไขด้วยการเติมปูนขาว (Lime) ซึ่งได้มาจากการลองทำเอง

วิธีทำปูนขาวเริ่มจากหาเปลือกหอยมาเผา ไปตลาด ไปร้านอาหาร ไปที่ที่มีเศษเปลือกหอย ผมได้มาจากร้านส้มตำที่สันทรายนี่แหละ เอากระป๋องไปฝากไว้ ขอเศษเปลือกหอยรวมกับหอยทากที่จับได้ในแปลงของเรา 

เมื่อมีเปลือกหอยเต็มถังแล้วรอวันที่เพื่อนมาทำบาร์บีคิวที่บ้านนี่แหละ ผมมีกิ่งไม้แห้งที่เก็บไว้จากการตัดแต่งกิ่งทุกๆ ปีก็เอามาทำเป็นฟืนเวลาย่างอะไรทานกับเพื่อน จังหวะนี้ก็ทยอยใส่เปลือกหอยเข้าไปในกองฟืน พอบาร์บีคิวสิ้นสุดลงก็มาร่อนเปลือกหอยแครงออกจากขี้เถ้า เก็บขี้เถ้าไว้ เอาเปลือกหอยเผาไปแช่น้ำแล้วเอาผ้ารองเอาค้อนทุบให้ละเอียด 

ผมมีปูนขาว (Lime) สำหรับแก้ปัญหาดินเป็นกรดแล้ว ถ้าไม่งั้นก็ไปซื้อปูนขาว (Calcium Carbonate) ที่ทำมาจากการเผาหินปูน 

คืนพลังให้ดิน

ความจริงแล้วปุ๋ยหมัก (Compost) กับ สารอินทรีย์ (Humas) เป็นคำที่ใช้ปนกันแต่มีสิ่งที่ต่างกันอยู่บ้าง ทั้งสองเป็นการย่อยสลายของซากพืช ต่างกันที่การมีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ 

ปุ๋ยหมักเป็นการย่อยสลายแบบ Aerobic มีออกซิเจนเป็นตัวทำปฏิกริยากับคาร์บอนและไนโตรเจน พลังงานความร้อนจะถูกปลดปล่อยออกมา และซากของอินทรียวัตถุที่เราทับถมไว้กลายเป็นปุ๋ยหมัก 

สารอินทรีย์ เป็นการย่อยสลายแบบ Anaerobic Fermentation เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่ออินทรียวัตถุย่อยสลายในสภาวะที่มีออกซิเจนต่ำ และในกระบวนการนี้จะปลดปล่อยแก๊สมีเทนออกมา

เมื่อเราพร้อมก็จะทำการทำปุ๋ยหมักสร้างสารอินทรีย์ เอาพลังงานคืนกลับให้ดิน เพื่อให้ดินส่งต่อพลังงานนั้นไปยังพืชที่เราปลูก และกลับคืนสู่ตัวเราแบบยั่งยืน เพราะเราช่วยธรรมชาติทำตามวัฏจักร การทำปุ๋ยหมักใช้องค์ประกอบ 4 อย่าง คาร์บอน ไนโตรเจน อากาศ และความชื้น 

คาร์บอน คือ ซากพืชที่มีสีน้ำตาล ใบไม้แห้ง ฟาง กิ่งไม้เล็กๆ

ไนโตรเจน คือ ส่วนใดของพืชที่มีสีเขียว หญ้าที่เพิ่งตัด เศษผักในครัว วัชพืช

ผมใช้สัดส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนแบบ 3 : 1 ไม่มีอะไรตายตัว ใช้สัดส่วนตามที่อยากใช้ได้เลย แต่ผมลองมาแล้วว่า 3 : 1 ผมชอบสุด เพราะผมไม่ได้รีบร้อนที่จะใช้

อากาศ คือ การกระทุ้งหรือกลับกองเพื่อให้อากาศเข้าไป เพราะออกซิเจนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของการย่อย ผู้มีความรู้แนะนำให้กลับกองทุกวัน 

ผู้มีความขี้เกียจอย่างเราขอสัปดาห์ละครั้งพอ (ขั้นต่ำ) ทำไปทำมาขั้นต่ำยังทำไม่ได้ ผมเลยออกแบบระบบท่อที่อัดลมเข้าไปในกองได้ เราก็ไม่ต้องพลิกกองอีกต่อไป ทำน้อยแต่ได้มาก

ส่วนน้ำก็พรมทุกวันได้เพราะไม่เหนื่อย ยิ่งเรามีปุ๋ยคอกจากมูลวัว เติมเข้าไปเลย จุลินทรีย์ที่ติดมาจากกระเพาะวัวจะยิ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้นอีก เมื่อปุ๋ยหมักเริ่มกระบวนการ จะเกิดความร้อนภายในกองปุ๋ยหมัก บางทีอุณหภูมิสูงถึง 60 องศาเซลเซียส ระยะเวลาเป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว ถ้าอยากให้ปุ๋ยใช้ได้ในเวลาอันสั้นก็ต้องออกแรงเยอะ แต่ถ้ารอได้ 1 ปีก็ออกแรงน้อย 

กองปุ๋ยหมักเราไม่ควรสูงเกิน 1.5 เมตร แล้วก็ไม่ต้องเหยียบหรือบีบอัดกอง ให้โปร่งๆ อากาศจะได้เข้าง่าย ปัจจัยที่จะทำให้ปุ๋ยหมักของเราเอามาใช้ได้เร็วหรือช้าคือ

  1. ความย่อยของใบไม้ ยิ่งละเอียดก็ยิ่งย่อยสลายง่าย
  2. อากาศ ถ้ารีบก็ต้องขยันพลิกกองปุ๋ยหมัก หรือขยันหาทางเติมอากาศเข้าไป 
  3. น้ำต้องรดทุกวัน ทุกสัปดาห์ต้องอัดน้ำเข้าไปข้างในกองด้วย เพราะข้างในมีความร้อน
  4. จุลินทรีย์ที่เป็นตัวเร่งการย่อย ถ้ารีบก็หามาเติม

แต่ผมไม่ได้รีบร้อนจะใช้ เพราะใบไม้แห้งกับหญ้าเขียวที่เพิ่งตัดมาจากในสวนเราเอง ไม่ใส่เคมี ส่วนปุ๋ยคอกมาจากทั้งฟาร์มของเกษตรกรในกลุ่ม Sansaicisco เอง มาจากเกษตรกรในพื้นที่บางทีเราก็ไม่รู้การปนเปื้อน เลยอยากทิ้งไว้นานๆ ก่อนเอามาใช้ สารปนเปื้อนจะได้ลดลง

วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ
วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ

พอได้ปุ๋ยหมักแล้วเราก็เอาไปเติมในดินได้เลย เราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ หลายปีผ่านไป สิ่งเหล่านี้จะสะสมในชั้นดิน ถ้าชั้นดินเราดี มีสารอาหารเยอะ ก็ถือว่าบุญเก่าดี ปู่ย่าตายายใส่มรดกให้ไว้ในดิน แต่เราก็เติมพลังงานลงไปในดินได้เรื่อยๆ วันหนึ่งลูกหลานเราจะได้สบาย

วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ

ดินเป็น Non Renewable Resource เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติผ่านกาลเวลา และไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ในเวลาอันสั้น เราทำได้แค่ปรับสมดุลสิ่งต่างๆ ในดิน 

ดินที่ดีจึงควรได้รับการรักษาไว้ อย่าให้เคมีมาทำลายมรดกในดินที่บรรพบุรุษเราสะสมไว้ให้ 

เราจะมีความมั่นคงทางอาหารได้ ก็ต่อเมื่อเรามีระบบวัฏจักรของธรรมชาติที่เกิดการหมุนเวียนแบบไม่จบสิ้น สิ่งมีชีวิตทุกอย่างรอบตัวเราทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งในกลไกทั้งหมดนี้ แต่มนุษย์เองนั่นแหละที่เป็นผู้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ทั้งหมดเป็นผู้ตัดตอนและทำลายวัฏจักรเสียเอง เพราะเราฉลาดจัด แต่ก็ไม่แน่ใจว่าความฉลาดของเราจะนำพามวลมนุษยชาติรอดพ้นจากการสูญพันธ์ใหญ่ครั้งที่ 6 นี้ได้หรือไม่ 

วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ
วิธีชาร์จพลังให้ดินดีจากมูลสัตว์ ใบไม้ เศษอาหาร เปลือกหอย ขี้เถ้าจากเตาในบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาปกาเกอะญอ

Writer & Photographer

พงษ์ศิลา คำมาก

มะเป้ง นักสิ่งแวดล้อมที่ย้ายตัวเองหนีน้ำท่วมไปอยู่เชียงใหม่พอน้ำลดก็ไม่กลับ ตั้งรกรากเพื่อใช้ชีวิตที่เชียงใหม่ต่ออย่างมีความสุข เคลื่อนไหววงการอาหารและกาแฟ เพราะมีความเชื่อว่า “ถ้าอาหารดี สิ่งแวดล้อมจะดี”

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

6 พฤศจิกายน 2564
3K

ถ้าพูดถึง ‘ปลากัด’ คุณนึกถึงคืออะไร

บางคนอาจนึกถึงภาพพื้นหลังโทรศัพท์แบรนด์ดัง

บางคนอาจนึกถึงปลาที่แหวกว่ายในขวดโหลแก้ว วางเรียงตามบ้านหรือร้านขายสัตว์น้ำในเมือง

และบางคนอาจนึกถึงปลากัดป่าตามชายทุ่ง กิจกรรมยามว่างของเด็กผู้ชายที่ชอบไปช้อนปลากัดกันเป็นกลุ่ม

ปลากัดมีเรื่องราวผูกพันกับคนไทยมายาวนานมาก

สมัยก่อนคนไทยนิยมนำปลากัดมากัดกัน เพราะความดุดันและสนุกสนาน แม้ในสมัยนี้ยังมีสถานที่จัดแข่งอยู่ แต่ปลากัดก็เป็นที่นิยมในฐานะปลาสวยงามที่เลี้ยงง่าย คนทุกเพศทุกวัยเลี้ยงได้ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่

หากคุณกำลังมองหาสัตว์น้ำที่เลี้ยงง่าย เลี้ยงที่ไหนก็ได้ เราขอแนะนำปลากัดเป็นตัวเลือก ช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีร้านขายปลากัดออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย ส่งขายปลากัดทั่วไทย สะดวก รวดเร็ว ราคาไม่แพง และเมื่อจะเลี้ยงทั้งที เราก็ควรรู้วิธีเลี้ยงที่ถูกต้องด้วย

คนที่จะมาให้คำแนะนำในการเลี้ยงปลากัดคือ อธิสรรค์ พุ่มชูศรี เมื่อหลายสิบปีก่อน เขาทดลองผสมสีปลากัดผสมแล้วผสมอีก จนได้ปลากัดสีเดี่ยวทั้งหมด 9 สี มีพันธุกรรมที่นิ่งแล้ว จนเป็นต้นแบบปลากัดสวยงามของประเทศไทย และเขายังพาปลากัดไทยไปเปิดตลาดต่างประเทศด้วย เขาเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลากัดที่เก่งที่สุดในประเทศ และยังคงถ่ายทอดความรู้ปลากัดให้กับคนรุ่นใหม่

สอนมือใหม่เลี้ยงปลากัดไทย สัตว์น้ำที่มียอดซื้อขายถล่มทลายที่สุดในช่วงโควิด-19
สอนมือใหม่เลี้ยงปลากัดไทย สัตว์น้ำที่มียอดซื้อขายถล่มทลายที่สุดในช่วงโควิด-19

ทำไมต้องเลี้ยงปลากัด

ปลากัดคือความก้าวหน้าที่จับต้องได้ที่สุดของนักเลี้ยงปลาชาวไทย คือหลักฐานที่บอกว่าคนไทยเก่งมาก ในการทดลองผสมสีปลาจนออกมาสวยงามได้ขนาดนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องใช้ทั้งองค์ความรู้ ความอดทน และระยะเวลาอันยาวนานในการทดลอง

ที่สำคัญ ปลากัดมีสีสวยงามมาก ถ่ายรูปยังไงก็สวย มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง พวกมันพร้อมอวดโฉมสู่สายตาทุกคนทุกเมื่อ ด้วยครีบหางที่พลิ้วไหวดูอ่อนโยน ผสมกับนิสัยดุร้ายพร้อมจู่โจม มีหลายคาแรกเตอร์ในตัวเอง ผู้เลี้ยงจะได้ความเพลิดเพลินใจยิ่งกว่าปลาชนิดอื่น

สอนมือใหม่เลี้ยงปลากัดไทย สัตว์น้ำที่มียอดซื้อขายถล่มทลายที่สุดในช่วงโควิด-19
สอนมือใหม่เลี้ยงปลากัดไทย สัตว์น้ำที่มียอดซื้อขายถล่มทลายที่สุดในช่วงโควิด-19

ปลากัดกับวัฒนธรรมไทย

ถ้าให้เล่าเรื่องปลากัด เราย้อนประวัติไปได้เป็นร้อยๆ ปี เพราะเราเล่นปลากัดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย หรืออาจจะก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ แม้แต่พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 4 – 5 ก็ทรงชื่นชอบการเลี้ยงปลา และส่งปลากัดไปให้เพื่อนที่ต่างประเทศด้วย

ด้วยนิสัยดุร้ายที่ชอบกัดกันเองอยู่แล้วตามธรรมชาติ คนไทยจึงนิยมนำปลากัดมากัดกัน เป็นการละเล่นพื้นบ้านมาอย่างยาวนาน จนปลากัดกลายมาเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ

ปลากัดไทยถูกนำเสนอสู่สายตาชาวโลกผ่านงานศิลปะ งานโฆษณาสินค้าแบรนด์ดัง รวมถึงงานโฆษณาด้านการท่องเที่ยว แม้แต่ในคลิปวิดีโอ Amazing Thailand 2021 ก็นำเสนอปลากัดสวยงามออกสู่สายตาชาวโลกได้อย่างน่าอัศจรรย์ เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทยที่ชวนหลงใหลที่สุด

สอนมือใหม่เลี้ยงปลากัดไทย สัตว์น้ำที่มียอดซื้อขายถล่มทลายที่สุดในช่วงโควิด-19

ปลากัดอยู่ที่ไหนในธรรมชาติ

ปลากัดเป็นปลาท้องถิ่นชนิดหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศน้ำจืด ชอบอาศัยตามแหล่งน้ำธรรมชาติที่น้ำนิ่งหรือน้ำไหลช้าๆ และมีพืชน้ำขึ้นอยู่ เช่น ขอบตลิ่ง บึง หนอง น้ำในนาข้าวปลากัดก็อาศัยอยู่เช่นกัน เพราะพวกมันต้องการหลีกหนีจากศัตรูธรรมชาติอย่างปลาช่อน ปลาหมอ ปลากระดี่ จึงชอบหลบๆ ซ่อนๆ ในพื้นที่น้ำตื้นที่ปลาตัวใหญ่ว่ายมาหาไม่ได้

ปลากัดไทยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ปลากัดกลุ่มก่อหวอด และปลากัดกลุ่มเลี้ยงลูกในปาก กระจายกันอยู่ทุกภูมิภาคตั้งแต่เหนือจรดใต้

เริ่มต้นจากทางเหนือ ชื่อสายพันธุ์ปลา Betta splendens เป็นตัวแม่แบบของปลากัดทั้งหมดที่เราเลี้ยงกันจนถึงปัจจุบัน

ปลากัดที่อยู่ในภาคกลาง คือ Betta splendens เช่นเดียวกับปลากัดภาคเหนือ มีการแพร่กระจายของปลากัดมากที่สุด แม้แต่ในกรุงเทพฯ สมัยก่อน ก็ยังหาปลากัดได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติฝั่งธนบุรี

สอนมือใหม่เลี้ยงปลากัดไทย สัตว์น้ำที่มียอดซื้อขายถล่มทลายที่สุดในช่วงโควิด-19
Betta splendens 
ภาพ : อธิสรรค์ พุ่มชูศรี

ปลากัดจากภาคอีสาน มีชื่อว่า Betta smaragdina ชื่อเรียกติดปากคือ ปลากัดเขียว นิสัยคล้ายปลากัดภาคกลาง พบได้ในพื้นที่ภาคอีสานและประเทศลาว

สอนมือใหม่เลี้ยงปลากัดไทย สัตว์น้ำที่มียอดซื้อขายถล่มทลายที่สุดในช่วงโควิด-19
Betta smaragdina 
ภาพ : อธิสรรค์ พุ่มชูศรี

ส่วนปลากัดฝั่งอ่าวไทยมีชื่อว่า Betta siamorientalis เป็นปลากัดที่อยู่ฝั่งตะวันออกมานานแล้วแต่เพิ่งถูกค้นพบใหม่ และพิสูจน์ได้ว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ มีถิ่นที่อยู่แถวๆ จังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา

ตามมาติดๆ ด้วยปลากัดมหาชัย มีถิ่นที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร ถิ่นกำเนิดคือแม่กลอง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Betta mahachaiensis ปัจจุบันมีจำนวนน้อยลงมาก และรูปร่างไม่ค่อยสมบูรณ์ เพราะแหล่งน้ำตามธรรมชาติสกปรก เนื่องจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่

สอนมือใหม่เลี้ยงปลากัดไทย สัตว์น้ำที่มียอดซื้อขายถล่มทลายที่สุดในช่วงโควิด-19
ปลากัดมหาชัย Betta mahachaiensis
ภาพ : อธิสรรค์ พุ่มชูศรี

ปลากัดภาคใต้ ชื่อสายพันธุ์ Betta imbellis หรือ Emerald betta มีลักษณะเด่นแก้มเขียว รูปร่างเรียว นิสัยก้าวร้าวน้อยกว่าปลากัดภาคกลาง

Siamese Fighting Fish ที่เราคุ้นหู จริงๆ แล้วก็คือ Betta splendens นั่นเอง

แต่ไม่ว่าคุณกำลังอาศัยอยู่ที่ภาคไหน ก็เลี้ยงปลากัดไทยได้นะ

เลือกปลากัดที่ชอบ ปลากัดที่ใช่

ชอบปลากัดสีไหน ก็เลือกสีนั้น เน้นสีตัวที่ชอบเป็นหลัก เพื่อความเพลิดเพลินในการเลี้ยง

ปลากัดสีแดง หาซื้อง่าย เป็นที่นิยม ส่วนสีที่หายาก คือขาวและเหลือง ราคาปลากัดทั่วไปอยู่ที่หลักร้อย

สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหาปลากัดสักตัว คุณอธิสรรค์แนะนำว่า ปลากัดที่ดีและแข็งแรง จะไม่มีแผลตามตัว ครีบหางจะไม่ห่อ ไม่เหี่ยว หรืออาจจะห่อบ้างบางเวลา ปลากัดที่ดีจะไปว่ายน้ำอวดโฉม ถ้าอยู่เฉยๆ จมลงก้นขวด เป็นอันว่าใช้ไม่ได้

หากสนใจปลากัดสักตัว แนะนำให้ยืนดูความแข็งแรงในการแหวกว่ายสักพักก่อนตัดสินใจซื้อ หรือหากสั่งซื้อออนไลน์ อาจจะขอให้ร้านค้าถ่ายคลิปส่งมาให้ก่อนก็ได้

“ผู้เลี้ยงมือใหม่จะเริ่มเลี้ยงปลากัดสีอะไรก็ได้ สายพันธุ์ใดก็ได้ เอามาเลี้ยงก่อนให้เรารู้จักว่าเราจะเลี้ยงเขายังไง พอเลี้ยงไปเลี้ยงมา มันจะเกิดความรัก เดี๋ยวเราก็จะอยากได้ปลากัดเพิ่ม ต้องไปซื้อใหม่เรื่อย ๆ เลี้ยงสักสองสามตัว ก็มองหาขวดโหลสวยๆ มาใส่ ไม่มีใครเลี้ยงปลากัดตัวเดียวหรอก ต้องเลี้ยงหลายๆ ตัว ปลาได้อยู่เป็นเพื่อนกัน เวลาเรามองปลากัดก็รู้สึกเพลิน” อธิสรรค์เล่าอย่างอารมณ์ดี ซึ่งก็เป็นความจริงที่คนเลี้ยงปลากัดไม่อาจปฏิเสธได้ ปลาแต่ละตัวนั้นช่างน่าหลงใหล เลี้ยงไปแล้วก็อยากเลี้ยงเพิ่ม

สายพันธุ์ไหนที่น่าเลี้ยง

สอนมือใหม่เลี้ยงปลากัดไทย สัตว์น้ำที่มียอดซื้อขายถล่มทลายที่สุดในช่วงโควิด-19
ภาพ : instagram.com/plaricebetta_m

ปลากัดฮาล์ฟมูน (Halfmoon Betta) หางพระจันทร์ครึ่งซีก ครีบหางสวยงามอลังการเหมือนใบพัดพลิ้วครึ่งวงกลมที่กำลังแผ่ 180 องศา เป็นที่นิยมมาก

สอนมือใหม่เลี้ยงปลากัดไทย สัตว์น้ำที่มียอดซื้อขายถล่มทลายที่สุดในช่วงโควิด-19
ภาพ : instagram.com/plaricebetta_m

ปลากัดดับเบิลเทล เป็นปลากัดที่หางมี 2 แฉกแยกจากกัน จนเหมือนเป็นหางคู่

ทำความรู้จักปลากัดไทย สัตว์น้ำประจำชาติที่สะบัดหางโชว์สีสันจนดังไปทั่วโลก และน่ารักจนเลี้ยงตัวเดียวไม่พอ
ภาพ : instagram.com/plaricebetta_m

ปลากัดคราวน์เทล หางมงกุฎ ก้านครีบห่างมีลักษณะหางเหมือนแฉกมงกุฎแหลม จัดเรียงกันอย่างสวยงาม

ทำความรู้จักปลากัดไทย สัตว์น้ำประจำชาติที่สะบัดหางโชว์สีสันจนดังไปทั่วโลก และน่ารักจนเลี้ยงตัวเดียวไม่พอ
ภาพ : instagram.com/plaricebetta_m

ปลากัดจีน มีครีบหางใหญ่เรียวพลิ้วสวย ลำตัวมีขนาดเล็ก

ซื้อปลากัดที่ไหนดี

สมัยนี้ใครๆ ก็สั่งของออนไลน์ ไม่เว้นแม้แต่ปลากัด

เราสั่งซื้อปลากัดออนไลน์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องห่วงว่าปลาจะตายระหว่างขนส่ง ไปรษณีย์ไทยมีบริการขนส่งพิเศษเฉพาะปลาสวยงาม

กดสั่งวันนี้ พรุ่งนี้ปลากัดก็เดินทางมาถึงหน้าบ้านโดยสวัสดิภาพ เท่าที่เราเคยสั่งปลากัดออนไลน์มา ยังไม่เคยเจอปัญหาปลากัดตายระหว่างทาง

ไปรษณีย์ไทยมีบริการส่งปลากัดทั่วประเทศ ส่งจากทุกภาค และส่งไปต่างประเทศด้วย ปลากัดบางตัวเดินทางมาจากฟาร์มภาคเหนือเพื่อมาอยู่ในโหลเลี้ยงกลางเมืองกรุง ก็ใช้เวลาขนส่งเพียงวันเดียวเท่านั้น

ร้านขายปลากัดออนไลน์จะแพ็กอย่างรัดกุมพิเศษเพื่อความปลอดภัย ผู้ซื้อปลากัดออนไลน์จึงวางใจได้ ค่าส่งจะอยู่ราวๆ 50 – 60 บาทต่อตัว แนะนำว่าให้นัดแนะเวลาส่งกับฟาร์มให้ดีๆ ปลากัดที่เราสั่งจะได้เดินทางมาถึงมือเราในช่วงเวลาที่เราอยู่บ้านพอดี พร้อมนำเขามาใส่โหลเลี้ยงต่อไป

อุปกรณ์สำหรับเลี้ยงปลากัด

ใครๆ ก็เลี้ยงปลากัดได้ เพราะเลี้ยงง่าย ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ ใช้พื้นที่ไม่มากมาย และทำให้บ้านของเราน่าอยู่ขึ้น เชื่อว่าหากได้เริ่มเลี้ยง คุณจะสนุกตั้งแต่เลือกปลาและเลือกโหลแล้วสวยๆ

ทำความรู้จักปลากัดไทย สัตว์น้ำประจำชาติที่สะบัดหางโชว์สีสันจนดังไปทั่วโลก และน่ารักจนเลี้ยงตัวเดียวไม่พอ

1. โหลแก้ว เมื่อเราเลือกปลากัดตัวที่ต้องตาต้องใจได้แล้ว สิ่งต่อมาที่เราต้องมีคือ โหลแก้ว รูปแบบใดก็ได้ ร้านขายปลากัดมีให้ลูกค้าเลือกแทบทุกร้าน หรือจะหาซื้อโหลแก้วแจกันรูปทรงกระบอกจากแถวๆ ปากคลองตลาดมาเลี้ยงปลากัดก็สวยงามดี หรือระหว่างเดินห้างโซนเครื่องครัว หากเจอโหลแก้วสวยๆ ที่ถูกใจก็ได้

2. สิ่งที่ห้ามขาดคือใบหูกวางหรือน้ำหมักใบหูกวาง เพราะมีสารแทนนิน ทำให้สภาพของน้ำดี ปลาไม่เป็นโรค ไม่ว่าจะเป็นปลากัดสวยงามหรือปลากัดเก่ง ควรต้องมีใบหูกวาง และช่วยรักษาโรคภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับปลากัดได้ดีด้วย

3. สายยาง หรือตัวดูดขี้ปลาก้นโหล เป็นอุปกรณ์ช่วยให้เราทำความสะอาดโหลปลากัดได้ง่ายๆ

4. กระบวยช้อนปลากัด

5. ไม้น้ำ ต้องมีให้ปลากัดได้พักพิง อย่างน้อยควรจะมีไม้น้ำสักหนึ่งต้น ให้ปลากัดได้เอาตัวไปพาดพิงอยู่ ตามนิสัยที่ชอบซุ่มในต้นไม้น้ำตามธรรมชาติ ช่วยลดความเครียดต่อปลา จะเป็นไม้น้ำชนิดใดก็ได้ที่ไม่จำเป็นต้องถูกแดด เพราะไม้บางอย่างถ้าไม่ถูกแดดก็เหี่ยวเน่าเร็ว ส่วนใหญ่นิยมใช้สาหร่ายหางกระรอก สามารถสั่งออนไลน์มาก็ได้หรือซื้อจากร้านขายสัตว์น้ำก็ได้ ราคาไม่กี่สิบบาทเท่านั้น

6. เกลือและยารักษาโรค เหลือช่วยแก้อาการเวลาปลากัดช็อกน้ำ ควรใส่เพียงนิดหน่อยเท่านั้น ส่วนยารักษาโรคต่างๆ มีให้เลือกมากมาย ขึ้นอยู่กับสรรพคุณยานั้นๆ แต่ใช้น้ำใบหูกวางก็เพียงพอ ช่วยปลากัดได้ทุกโรคเช่นกัน ใบหูกวางหรือน้ำใบหูกวางจะดีที่สุด

7. ปากกาหัวสเตนเลส ไว้เล่นกับปลากัด นำปากกาไปแหย่ไว้สักด้านหนึ่งของโหลแก้ว ให้ปลากัดได้ฝึกซุ่มโจมตี ปลากัดจะแผ่ครีบและแผ่นหุ้มเหงือกใส่ปากกาของเรา ผู้เลี้ยงต้องเล่นกับปลากัดบ่อยๆ

ระหว่างเลี้ยง เราพูดคุยกับเขาได้ หรือหากเลี้ยงมากกว่าหนึ่งตัว ก็เอาปลากัดจากสองโหลมาวางไว้ใกล้ๆ กัน เพื่อให้ปลาฝึกแผ่ ฝึกโจมตี ซึ่งเป็นสิ่งที่ปลากัดชอบ ทำให้ปลาไม่เครียด

หรือจะเปิดเพลงให้ปลาฟังด้วยก็ได้นะ

ทำความรู้จักปลากัดไทย สัตว์น้ำประจำชาติที่สะบัดหางโชว์สีสันจนดังไปทั่วโลก และน่ารักจนเลี้ยงตัวเดียวไม่พอ
ทำความรู้จักปลากัดไทย สัตว์น้ำประจำชาติที่สะบัดหางโชว์สีสันจนดังไปทั่วโลก และน่ารักจนเลี้ยงตัวเดียวไม่พอ

เพาะปลากัดเองที่บ้าน

เราเพาะปลากัดได้ตลอดทั้งปี เพียงเตรียมกะละมังให้พร้อม ให้เป็นพื้นที่บ่อเพาะสำหรับปลาผสมพันธุ์และวางไข่

ปลากัดตัวผู้ที่พร้อมจะชอบก่อหวอดและกระตือรือร้นกว่าปกติ ส่วนปลากัดเพศเมียก็จะก่อหวอดบ้าง สังเกตท้องที่อูมขึ้น เต็มไปด้วยไข่

1. เตรียมน้ำผสมน้ำหมักใบหูกวาง นำขวดพลาสติกตัดตูดทรงกระบอกมาใส่ไว้กลางกะละมังเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับตัวเมีย ส่วนตัวผู้จะใส่ไว้ให้ว่ายอยู่ด้านนอก

2. นำปลากัดเพศผู้และเพศเมียมาเจอกันในกะละมัง เพื่อสร้างความคุ้นเคยและกระตุ้นกันตามสัญชาตญาณ ปลากัดเพศผู้จะก่อหวอดเพื่อดึงดูดเพศเมีย กระตุ้นให้ปลาเพศเมียไข่สุก

3. วางใบไม้วางลงไปบนผิวน้ำ เพื่อให้ตัวผู้มาก่อหวอด นิยมใช้ใบตองแห้งหรือใบมะยมตัดรูตรงกลางก็ได้

4. ปิดฝากะละมัง นำวัสดุทึบแสงที่หาได้ ป้องกันไม่ให้แสงส่องกะละมัง แล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ปลากัดต้องการที่สงบๆ ในการผสมพันธุ์

5. ปล่อยปลาให้รัดกัน โดยนำที่กั้นออก หมดหน้าที่ขวดพลาสติกใส ถึงเวลาสำคัญของทั้งสองตัว แล้วปิดฝาอีกครั้ง

6. เปิดเช็กเป็นระยะว่าตัวเมียปล่อยไข่ไว้ที่หวอดแล้วหรือยัง อาจใช้เวลากันข้ามวันข้ามคืน

7. ตักแม่ปลาออก ปล่อยพ่อปลาให้อยู่กับไข่สัก 1 คืน เพื่อทำหน้าที่ดูแลไข่ปลาจนฟักไข่ออกมา แล้วค่อยให้ไรแดงสด เป็นอาหารบำรุงสำหรับพ่อปลามือใหม่และลูกปลาตัวจิ๋ว ปล่อยให้พ่อปลาดูแลลูกสัก 2 – 3 วัน จนแน่ใจว่าลูกปลาแข็งแรงแล้ว

8. ช้อนพ่อปลากลับไปที่โหลดังเดิม เลี้ยงลูกปลาในกะละมังใบใหญ่ต่อไป ทำความสะอาด ดูดขี้ปลาที่ก้นกะละมังด้วยนะ เพิ่มพืชน้ำให้พวกเขาด้วย รอลูกปลาเติบโตมาอย่างดี ลุ้นลายสวยๆ กันต่อไป

ทำความรู้จักปลากัดไทย สัตว์น้ำประจำชาติที่สะบัดหางโชว์สีสันจนดังไปทั่วโลก และน่ารักจนเลี้ยงตัวเดียวไม่พอ
ทำความรู้จักปลากัดไทย สัตว์น้ำประจำชาติที่สะบัดหางโชว์สีสันจนดังไปทั่วโลก และน่ารักจนเลี้ยงตัวเดียวไม่พอ

เลี้ยงปลากัดให้อยู่กับเรานานๆ

ปลากัดจะมีความสุขมาก ถ้าได้อยู่เพียงตัวเดียวในโหลแก้ว ถ้าเลี้ยงรวมกัน ปลากัดจะกัดกันจนตาย หรือถ้าเลี้ยงรวมกับปลาอื่นๆ ปลากัดก็จะกัดปลาตัวอื่นด้วยนิสัยที่ดุร้ายและหวงถิ่น แม้แต่ป่ากัดที่เกิดจากท้องแม่ปลาเดียวกัน ก็ควรแยกเลี้ยงเมื่อพวกมันเติบโต

คำแนะนำในการเลี้ยงสำหรับมือใหม่มีอยู่ 3 ข้อ

1.อาหารปลากัด ซื้ออาหารเม็ดสำเร็จรูปได้ตามร้านขายปลาทั่วไป อ่านจากข้างถุงว่าเป็นอาหารสำหรับปลากัดหรือไม่ หรือซื้อจากร้านขายปลากัดเลยก็ได้ ปลาแต่ละตัวต้องการปริมาณอาหารที่ไม่เท่ากัน สอบถามจากฟาร์มปลาที่เราซื้อได้ บางตัวกิน 2 เม็ด บางตัวอาจกินเยอะมื้อละ 5 เม็ด ให้อาหาร 2 เวลา เช้าและเย็น

2. การเปลี่ยนน้ำ ควรเปลี่ยนน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง พักน้ำไว้ก่อนสัก 3 วันให้คลอรีนระเหย นำสายยางเล็กๆ หรืออุปกรณ์ช่วยดูดขี้ปลา มาดูดขี้ปลาและน้ำก้นโหลออก เหลือน้ำเก่าไว้สัก 3 – 4 เซนติเมตร แล้วก็เติมน้ำใหม่ลงไป ปลาจะได้ชินกับน้ำ ไม่เป็นโรคง่าย

3. โรคต่างๆ ที่ผู้เลี้ยงมือใหม่อาจเจอ เช่น ไฟลามทุ่งและท้องมาน (เกิดจากให้อาหารเยอะไป) ไม่ต้องตกใจไปหากพบว่าปลากัดป่วย น้ำใบหูกวางช่วยชีวิตปลากัดได้ แต่ถ้าหากอยากพาปลากัดไปหาหมอ ต้องพาไปโรงพยาบาลสัตว์ที่รับรักษา Exotic Pet

การเลี้ยงปลากัดมีหลักอยู่ไม่กี่ข้อเท่านั้น ผู้เลี้ยงพลิกแพลงหรือเรียนรู้วิธีการเลี้ยงอื่นๆ ได้จาก YouTube ซึ่งมีผู้เลี้ยงชาวไทยถ่ายถอดวิธีเลี้ยงปลากัดแบบเฉพาะตนไว้มากมาย หลักใหญ่ใจความของการเลี้ยงปลา อยู่ที่ต้องเลี้ยงให้ถูกต้องกับธรรมชาติของปลากัด ฝึกให้ปลาแผ่ครีบทุกวัน เลี้ยงปลาให้ไม่เครียดด้วยการเพิ่มไม้น้ำ และดูแลรักษาความสะอาดของโหลให้ดี

เท่านี้ก็เพียงพอที่ปลาจะอยู่รอด เราจะได้เลี้ยงปลากัดอย่างมีความสุข

ทำความรู้จักปลากัดไทย สัตว์น้ำประจำชาติที่สะบัดหางโชว์สีสันจนดังไปทั่วโลก และน่ารักจนเลี้ยงตัวเดียวไม่พอ

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load