หลังจากนกเหล็กแลนดิ้งบนแผ่นดินอังกฤษที่สนามบินฮีทโธรว์ เป็นอันมั่นใจว่าเราอยู่ห่างจากจุดหมายที่กำลังจะไปเยือนเพียงอึดใจ เมื่อเสร็จพิธีรีตองภายในสนามบิน ก็ลากสัมภาระน้อยชิ้นเดินหาบุรุษถือป้ายรอผู้โดยสาร คลาดกันอยู่ครู่ ก็เจอตัว พร้อมขึ้นรถยนต์เดินทางไปยังฟาร์มนอกเมืองทันที

ห่างจากลอนดอนเพียง 90 นาที ก็ถึง ‘Soho Farmhouse’ บ้านพักในฟาร์มขนาด 2,530 ไร่ ณ ออกซ์ฟอร์ดเชอร์ ย่านชนบทของอังกฤษ ซึ่งสภาพอากาศวันนั้นก็สมกับเป็นลอนดอนมาก ฟ้ามืดขมุกขมัว มีสายฝนเม็ดเล็ก ๆ โปรยปรายตลอดวัน โชคดีที่ได้โกโก้ร้อนจากพนักงานต้อนรับที่สุดแสนเป็นกันเอง แถมเธอขอท็อปปิ้งด้วยแอลกอฮอล์จาง ๆ พอให้เลือดสูบฉีดบนใบหน้าและเติมความอบอุ่นให้ร่างกาย

Soho Farmhouse : เปลี่ยนฟาร์มร้างในชนบทอังกฤษเป็นคลับส่วนตัวของสมาชิก Soho House ทั่วโลก

ก่อนทัวร์พื้นที่ทั้งหมด ชวนทำความรู้จัก Soho Farmhouse สักนิด สถานที่แห่งนี้เป็น 1 ใน 38 สาขาทั่วโลกของ Soho House หรือคลับเฮาส์ส่วนตัวที่เป็นพื้นที่สำหรับผู้คนแวดวงสร้างสรรค์ ครีเอทีฟ ภาพยนตร์และดนตรี เปิดให้บริการมานานกว่า 27 ปี ก่อตั้งและบริหารโดย Nick Jones 

Soho Farmhouse : เปลี่ยนฟาร์มร้างในชนบทอังกฤษเป็นคลับส่วนตัวของสมาชิก Soho House ทั่วโลก

ความน่ารักของ Soho House คือ แต่ละสาขาออกแบบแตกต่างกันตามคาแรกเตอร์ของย่านและเมืองนั้น ๆ โดยทุกสาขายึดเหนี่ยวกันอย่างเหนียวแน่นด้วยจิตวิญญาณของ Soho House

ซึ่ง Soho Farmhouse ก็เป็นคลับเฮาส์ที่เปิดบริการเฉพาะสมาชิก Soho House เท่านั้น

Soho Farmhouse : เปลี่ยนฟาร์มร้างในชนบทอังกฤษเป็นคลับส่วนตัวของสมาชิก Soho House ทั่วโลก

เราซดโกโก้ร้อนจนหมดแก้ว อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นท้าฝนลอนดอน เช็กอินเรียบร้อยก็มีรถรางสีเขียว (เป็นเขียวเฉดที่ออกแบบเฉพาะ Soho House เท่านั้น) มาจอดรอรับเพื่อไปส่งยังบ้านพัก 

เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เป็นฟาร์มร้าง มีบ้านไร่เก่า ๆ เต็มไปด้วยทุ่งโคลนและโรงเลี้ยงวัวที่ปราศจากวัว แถมการคมนาคมเข้าถึงยาก น้ำไหลบ้างไม่ไหลบ้าง ขนาดสัญญาณโทรศัพท์ยังไร้วี่แววต่อติด 

จนกระทั่งปี 2015 ทีมพัฒนาของ Soho House เข้ามาปรับโฉมพื้นที่ให้โอบรับและใกล้ชิดธรรมชาติ สร้างบรรยากาศฟาร์มที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการสร้างที่พักอาศัยแบบกระท่อมของผู้คนทางตอนเหนือในนิวยอร์ก ให้ความรู้สึกเหมือนการต้อนรับกลับบ้าน เป็นส่วนตัว เงียบสงบ มีกลิ่นอายรัสติกหน่อย ๆ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แอนทีกและวินเทจ ผสานกับข้าวของดีไซน์เก๋ร่วมสมัย

Soho Farmhouse : เปลี่ยนฟาร์มร้างในชนบทอังกฤษเป็นคลับส่วนตัวของสมาชิก Soho House ทั่วโลก

พื้นที่ในฟาร์มกว้างใหญ่ไพศาล ภายในมีตึกเก่าตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 18 ฟาร์มเฮาส์ขนาด 7 ห้องนอน บ้านคอตเทจ 4 ห้องนอน บ้านไม้สำหรับต้อนรับแขก 1-3 ห้องนอน ซึ่งมีทำเลที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ และหลังฟาร์มเฮาส์ยังมีห้องพักสร้างใหม่อีก 4 ประเภท ตอบโจทย์ทุกกลุ่มของแขกผู้เข้าพัก

พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมมากมาย ขอไล่เรียงเล่าสู่กันฟังทีละจุด เริ่มกันที่ Boathouse สระน้ำอุ่นในร่มและกลางแจ้ง ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ มีเตียงอาบแดดด้วย บริเวณข้างกันมีสนามเทนนิส ยิมและสตูดิโอออกกำลังกาย ลานขี่ม้า (เรียนได้ทั้งแบบส่วนตัวและแบบกลุ่ม), Teeny Barn and Camp สนามเด็กเล่นสำหรับเด็ก ถัดไปเป็นสถานที่ที่สายสุขภาพถูกใจ นั่นคือ Lazy Lake มีห้องบำบัดด้วยความเย็น ห้องอบไอน้ำ ซาวน่า บ่อออนเซ็น มุมนวดกลางแจ้งพร้อมชมวิวธรรมชาติ

ที่เราชอบมาก คือ Cowshed Spa เพียงเปิดประตูเข้าไปก็อบอวลด้วยกลิ่นหอม มีสารพัดบริการให้เลือกทำตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ครบจบในที่เดียว เดินออกไปก็เฉิดฉายได้เลย เพราะมีตั้งแต่ซาลอน ทรีทเมนต์ความงาม บริการทำเล็บ ยันสปาสุดแสนผ่อนคลาย เทอราปิสนวด ๆ จนนอนเคลิ้ม

Soho Farmhouse : เปลี่ยนฟาร์มร้างในชนบทอังกฤษเป็นคลับส่วนตัวของสมาชิก Soho House ทั่วโลก

รถตุ๊กตุ๊กสีเขียวขับพาทัวร์ฟาร์มจนหนำใจ ก็วนรถมาส่งที่ Farm Cottage บ้านคอตเทจสองชั้นก่ออิฐบรรยากาศอังกฤษยุคเก่า มีให้เลือกพักผ่อน 4 ห้องนอน ด้านล่างเป็นห้องนั่งเล่นและห้องครัว บริเวณบ้านมีสนามหญ้าขนาดใหญ่ คอตเทจหลังนี้เหมาะกับการยกแก๊งเพื่อนมาปาร์ตี้ หรือชวนครอบครัวมาหย่อนกายสุดสัปดาห์ เข้าพักได้ 8 คน (ตามคำแนะนำ) ซึ่งอาจรองรับสมาชิกได้มากกว่านั้นนะ เพราะโซฟาด้านล่างก็หนานุ่มนอนสบายดี ฮ่า ๆ แถมมีเตาผิงไฟฟู่ดับเบิ้ลความอบอุ่นจากฮีทเตอร์ด้วย 

Soho Farmhouse : เปลี่ยนฟาร์มร้างในชนบทอังกฤษเป็นคลับส่วนตัวของสมาชิก Soho House ทั่วโลก

เราเดินสำรวจรอบบ้าน ขึ้นลงชั้นหนึ่ง-ชั้นสอง แต่ที่ตกหลุมรัก คือ ห้องน้ำ, เราเลือกห้องนอนด้านบน อยู่ในสุดของบ้าน มีเตียงขนาดเบิ้ม ปลายเตียงเป็นอ่างอาบน้ำ (แน่นอนว่าไม่ได้แช่) มีห้องน้ำขนาดกะทัดรัด เน้นสิ่งใช้สอยจำเป็น แต่ที่ได้ใจยกให้สบู่ แชมพูและสกินแคร์ประทินผิว เราค่อนของชอบที่เขาเอาผลิตภัณฑ์จาก Cowshed Spa มาให้แขกทดลองใช้ ชนิดที่ว่ามีครบทุกกลิ่น ตั้งแต่เจลอาบน้ำ แชมพู ครีมนวด สครับ ยังไม่พอ มีเจลอาบน้ำผสมสครับในตัวด้วยเลย มีความสุขมาก ยืนหมุนตัวในห้องน้ำพร้อมลองทุกกลิ่นที่มี เดินออกมาหน้ากระจกตัวหอมฉุย ก็มีชุดสกินแคร์จาก Soho Skin ให้บำรุงผิวหน้าเช้า-เย็น จนลืมไปเลยว่าพก ๆ ยัด ๆ อะไรใส่กระเป๋ามาจากบางกอกบ้าง ซึ่งเป็นการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีต่อผลิตภัณฑ์และแบรนด์ได้อย่างดีเลย ถ้าใช้แล้วติดใจ ก็มีสโตร์สินค้าให้ซื้อกลับบ้านด้วยนะ เอาซี้!

Soho Farmhouse : เปลี่ยนฟาร์มร้างในชนบทอังกฤษเป็นคลับส่วนตัวของสมาชิก Soho House ทั่วโลก
Soho Farmhouse : เปลี่ยนฟาร์มร้างในชนบทอังกฤษเป็นคลับส่วนตัวของสมาชิก Soho House ทั่วโลก

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจของ Soho Farmhouse คือ อาหาร เมนูอาหารส่วนใหญ่ปรุงจากผลผลิตและวัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่น รวมถึงผลผลิตที่ปลูงเองในฟาร์มขนาด 2 ไร่กว่า ๆ รับรองความสดใหม่และปลอดภัย และหากเป็นสายดื่ม ที่นี่ก็มี Mill Room เสิร์ฟสารพัดเครื่องดื่ม เช่น ไซเดอร์ คราฟต์เบียร์ และเบียร์ที่ผลิตจากท้องถิ่น มีกับแกล้มน่าลิ้มลองอีกเพียบ โซนกรึ่ม ๆ นี้เป็น Pet Friendly ด้วย

Soho Farmhouse : เปลี่ยนฟาร์มร้างในชนบทอังกฤษเป็นคลับส่วนตัวของสมาชิก Soho House ทั่วโลก

เมนูที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ได้แก่ พิซซ่าเตาถ่าน ปรุงและอบกันตรงนั้นในครัวแบบเปิด ที่สำคัญกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ และสตูว์ เนื้ออบ ซี่โครงย่าง จาก The Little Bell ร้านอาหารประเภท Smoke & Grill ที่เป็นร้านโปรดของคนท้องถิ่น ก็ขยายสาขามาไว้ในฟาร์มแห่งนี้เช่นกัน

เช้าวันรุ่งขึ้น เป็นวันฟ้าเปิด เมฆแจ่มใส มีแดดอ่อน ๆ เราเดินจากคอตเทจไปทานอาหารเช้า ระหว่างทางมีแขกปั่นจักรยานกันสนุกสนาน เป็นจักรยานที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ปรับระดับให้เหมาะกับความสูงของแขกแต่ละคนได้ สองข้างทางมีคอกเลี้ยงสัตว์เป็นระยะ เราเจอทั้งแพะขนฟู แม่ไก่ และหมูตัวอ้วนฉุ ไม่ธรรมดาตรงที่น้อง ๆ สัตว์นานาชนิดมีแฟนคลับของตัวเองด้วย น่ารักมาก

สมาชิกที่ใช้บริการฟาร์มเฮาส์แห่งนี้ มีตั้งแต่คนหนุ่ม-สาว ครอบครัวและเด็ก จนถึงผู้สูงอายุบ้างมาพักผ่อนหย่อนใจ บ้างเปลี่ยนพื้นที่ทำงาน บ้างหาแรงบันดาลใจ บ้างมาให้ธรรมชาติบำบัด

อ้อ ที่นี่ค่อนข้างจริงจังเรื่องการการถ่ายภาพในพื้นที่ของฟาร์ม เพราะต้องการให้ความเป็นส่วนตัวกับสมาชิก และอยากให้ผู้คนจดจ่อและเอนจอยโมเมนต์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ซึ่งกฎนี้ก็ใช้กับทุกสาขาทั่วโลกนะ แต่มีการจัดพื้นที่สำหรับใช้มือถือให้ และในงานอีเวนต์ที่ Soho House จัดก็ถ่ายภาพได้ปกติ

หลังรวบช้อนเป็นอันจบมื้ออาหาร เราเดินชม Soho Farmhouse ต่ออีกหน่อย แวบคุยกับสตาฟหน้าตายิ้มแย้ม ถึงทราบว่าที่นี่มี The Electric Barn โรงภาพยนตร์ขนาด 45 ที่นั่ง และบางครั้งก็มีกิจกรรมเสวนา เวิร์กชอป ปาร์ตี้ และคอนเสิร์ต เกิดขึ้นในฟาร์มขนาด 100 เอเคอร์แห่งนี้ด้วย

ข่าวดี ประเทศไทยกำลังจะมี Soho House Bangkok เกิดขึ้นในปี 2023 ณ ย่านสุขุมวิท เรามีโอกาสนั่งคุยสบาย ๆ กับ Nick Jones ถึงการเกิดขึ้นของ ‘บ้านโซโฮ’ แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

เราเปิดบทสนทนาด้วยการถามเขาว่า “เหตุใดคุณถึงเลือกกรุงเทพฯ เป็นหมุดหมาย”

“กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่ามหัศจรรย์มาก และเป็นที่นิยมมากในกลุ่มสมาชิกของเรา มีกลุ่มคนเจ๋ง ๆ อาศัยอยู่เยอะ บรรยากาศบ้านเมืองและตึกรามบ้านช่องก็ดูดี ถือเป็นเมืองแห่งความหวังที่สร้างมาเพื่อโซโฮ และผมหวังว่า ผมจะกระตุ้นให้คนมากมายแห่แหนมาที่ประเทศไทยได้” นิคเฉลยเหตุผล

บ้านโซโฮ มีทำเลที่ตั้งอยู่ที่ โรงแรมยูจีเนีย (ปัจจุบันปิดถาวร) โดยนิคและทีมงานปรับโฉมพื้นที่ให้อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Home Away from Home’ ที่คงจิตวิญญาณของ Soho House ไว้ทุกอณู การออกแบบก็ได้แรงบันดาลใจจากงานฝีมือของคนไทย เช่น ผ้าไหม แกะสลักไม้ เครื่องปั้นดินเผา

“ผมไม่ต้องการโลเคชันที่เป็นออฟฟิศเสมอไป ผมเลยชอบตึกตรงนั้นมาก อยู่ตรงหัวมุมแสนน่ารัก มีชุมชน มีโรงเรียน มีคนอาศัยอยู่ตรงนั้นจริง ๆ และเราหวังว่าคนกรุงเทพฯ จะชอบที่นั่นด้วย

“ผมอยากเห็น Soho House Bangkok เป็นคอมมูนิตี้ที่พัฒนาความสามารถทางอาชีพและการเข้าสังคมของผู้คน ตลอด 27 ปีของ Soho House ผมเห็นคนหลากหลายอาชีพนัดพบกัน จัดตั้งธุรกิจกันในบาร์หรือห้องวาดภาพของเรา และสมาชิกบางคนกลายเป็นเพื่อนสนิท เป็นคนรัก แม้แต่แต่งงานสร้างครอบครัวด้วยกันก็มี นั่นคือสิ่งที่ผมหวังและอยากให้มันเกิดขึ้นกับสมาชิกของเราที่นี่ครับ”

นิคบอกเล่าความตั้งใจและสิ่งที่สมาชิกจะได้รับจากคลับเฮาส์ส่วนตัวแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ซึ่งการส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพของสมาชิกในคลับก็เป็นจุดเด่นที่เราชอบ เพราะตอนแวบชม Soho House แต่ละสาขาในลอนดอน ก็เจอผู้ประกอบรุ่นใหม่มาเปิด Pop-Up Store กันหลายเจ้า บางเจ้าจัดวางสินค้าในห้องรับแขก บางเจ้าจัดวางอยู่ในคาเฟ่ มีสินค้าหลากหลาย หยิบ จับ ซื้อ และคุยกับเจ้าของกิจการตรงนั้นได้เลย แถมเป็นการช่วยเหลือ อุดหนุน สร้างเครือข่ายซึ่งกันและกันของสมาชิกในคลับด้วย

“การเป็นสมาชิกของคลับ จำเป็นต้องทำงานในแวดวงครีเอทีฟไหม” – คำถามที่เราสงสัย

“ไม่จำเป็นครับ” เขาเน้นเสียง “ตอนผมเริ่มทำที่ประเทศอังกฤษ กลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นกลุ่มใหญ่ ตอนนี้โลกมันครีเอทีฟกว่าตอนทำ Soho House เมื่อ 27 ปีที่แล้วมาก ๆ นั่นหมายความว่า ผมไม่ได้จำกัดคนที่มาเป็นสมาชิกด้วยอาชีพที่ทำ ถ้าคุณทำงานด้านการเงิน ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่สร้างสรรค์ มันอาจหมายความว่าคุณทำงานเพื่อเลี้ยงปากท้อง หรือไม่ก็ชอบทำอาชีพนั้นจริง ๆ แต่คุณอาจมีจิตวิญญาณของความคิดสร้างสรรค์ก็ได้ รักเสียงดนตรี ละครเวที การทำอาหาร หรือศิลปะ

“ดังนั้น Soho House เลยเป็นทางเลือกใหม่ที่ยืดหยุ่นได้และตอบโจทย์คนรักงาน” 

“27 ปีของการทำธุรกิจ Soho House เติบโตขึ้นอย่างไร” – เราชวนนิคทบทวนธุรกิจ

“ผมยังนั่งอยู่ตรงนี้ และประหลาดใจมากว่าทำไมยังเวิร์กอยู่ แล้วคนก็ดูชอบมันด้วย ตอนที่ผมก่อตั้ง Soho House ขึ้นมา ผมคิดว่าผมน่าจะเป็นสมาชิกคนเดียวที่หลงเหลืออยู่

“แต่ ณ วันนี้ ผมได้รับการต้อนรับจากหลายเมืองที่น่าอัศจรรย์ทั่วโลก นั่นทำให้ผมมีความสุขนะ ผมคิดว่า Soho House เปลี่ยนไปตรงที่มีความเป็นสากลมากขึ้น และสมาชิกของเราก็น่าสนใจมากขึ้นด้วย ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี แต่หัวใจหลักก็ยังคงเดิม คือ การส่งเสริมอาชีพและการเข้าสังคม

“เพราะผมชอบการที่ห้องที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มาสร้างช่วงเวลาดี ๆ ด้วยกัน หัวเราะกัน ยิงมุกตลกกัน กินอาหารอร่อย ๆ เครื่องดื่มดี ๆ และนั่นก็มักเป็นตอนที่ผมยืนอยู่ในห้อง มองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ผมรับรู้ตัวเองว่าผมกำลังรู้สึกแบบเดียวกันกับพวกเขา มันคือความสุขและความสนุกอันเปี่ยมล้น”

เรามั่นใจว่า Soho House Bangkok จะไม่เพียงแต่สร้างบรรยากาศอันเป็นมิตรหรือมีดีไซน์เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่สถานที่แห่งนี้จะเป็นพื้นที่ที่สมาชิกเข้ามาใช้เวลาคุณภาพในคอมมูนิตี้อันแสนอบอุ่นได้บ่อยตามความต้องการ ที่สำคัญ สมาชิกจะได้เจอผู้คนมากหน้าหลายตาที่ไม่เหมือนกับคุณ แต่แน่นอนว่าผู้คนเหล่านั้นเต็มเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์อย่างแน่นอน

ติดตามการเกิดขึ้นของ Soho House Bangkok ในปี 2023 เร็ว ๆ นี้

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

หลังกินมื้อเที่ยงรสชาติจัดจ้านฝีมือคนตรัง เราก็เดินทางมาถึง ‘Sirichai Design Hotel’ อ.กันตัง ทันในช่วงบ่าย ด้วยฝีมือการขับรถลู่ลมของคนตรังอีกเช่นกัน

เราถือโอกาสระหว่างทางพูดคุยกับพี่คนขับ เพราะเห็นว่าศิริชัยเป็นโรงแรมเก่าแก่ที่อยู่คู่จังหวัดมานาน แต่กลับได้รับคำถามกลับมา เมื่อพี่คนขับไม่เข้าใจว่าเราจะเข้าไปคุยกับโรงแรมเก่าที่ดูร้างไร้ไปทำไม 

คำตอบคือ ก๊วง-เมธี สกุลส่องบุญศิริ ทายาทรุ่นสาม ได้ปัดฝุ่นโรงแรมเก่ากว่า 60 ปีของปู่ให้กลายเป็นที่พักสไตล์คนรุ่นใหม่ โดยคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณความเป็นเมืองท่ากันตังในอดีต ตั้งแต่การตกแต่ง ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่วางขายในคาเฟ่ ไปจนถึงเมนูอาหารจากร้านค้าในชุมชน

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

มีทายาทมากมายเลือกใช้ชีวิตต่อในเมืองหลวงเมื่อพบว่าตัวเองชื่นชอบอะไร 

แต่ก๊วงกลับบ้านเกิดมาพร้อมปริญญาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนปมวัยเด็กที่เคยถูกล้อว่าเป็นลูกหลานโรงแรมร้างให้กลายเป็นความภาคภูมิใจของชีวิต 

“ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว”

กลิ่นหอมของกาแฟเป็นตัวเริ่มต้นบทสนทนาของเราในวันนี้้ ส่วนก๊วงรับหน้าที่เป็นบาริสต้า

เขาชงกาแฟไปเล่าไปว่า คาเฟ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ แต่เป็นเพราะลูกค้าที่เข้าพักมักจะขอเครื่องดื่มรสชาติดีจากเจ้าของโรงแรมที่ชื่นชอบอเมริกาโน่

ทว่า กระป๋องชาไทยกลับเป็นเมนูที่เขาเลือกสรรให้คนกรุงชิม

“เพราะมันเป็นชาใต้” ก๊วงให้เหตุผล 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

เราพลิกเจ้ากระป๋องชาในมือไปมาอย่างงุนงง เพราะจำได้ว่าไม่กี่นาทีก่อนยังเห็นก๊วงขมักเขม้นชงชาใส่แก้ว เขาบอกว่านี่เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่เขายึดมั่น คือการทำโรงแรมศิริชัยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด จึงเปลี่ยนแก้วพลาสติกให้กลายเป็นกระป๋องอะลูมิเนียมที่นำไปรีไซเคิลและกลับมาใช้ซ้ำได้

หลังได้ยินเรื่องราวที่คงเป็นแค่อินโทร เราพบว่าที่นี่น่าสนใจกว่าที่คิด และก๊วงคงไม่ได้ทำแค่ปัดฝุ่นแน่ ๆ

ความเก่าของศิริชัยแท้จริงแล้วเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1944 เป็นอาคารไม้จำนวน 12 ห้อง ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันนี้เอง ก่อนย้ายมาที่นี่เมื่อปี 1967 ในยุคที่ อ.กันตังเฟื่องฟูจากการเป็นเมืองท่าของคนใต้ แขกไปใครมาก็จะต้องแวะมานอนพักเพื่อรอขึ้นเรือไปค้าขาย รับส่งสินค้า ทั้งในและต่างประเทศ จนมีภาพจำคือขบวนรถไฟที่แน่นขนัดจนต้องนั่งบนหลังคา

“แต่ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว ไม่เคยเห็นยุครุ่งเรือง” เขาเบรกรถไฟดังเอี๊ยด พลางหัวเราะไปด้วย เพราะเวลาล่วงเลยไป อ.กันตังก็ได้รับความนิยมลดน้อยลง จากเมืองท่าเหลือเพียงเมืองทางผ่าน จากรถไฟเคยมาวันละ 4 รอบเหลือเพียงรอบเดียว ไม่มีเรือขนส่งมาเทียบท่า และไร้เงาของนักท่องเที่ยว

“ก่อนที่ผมจะกลับมาคือแทบจะไม่มีลูกค้ามาเข้าโรงแรมด้วยซ้ำ ไม่มีใครกล้าเข้า

“มันโทรมมาตั้งแต่เราเด็ก ตอนอยู่โรงเรียนเราโดนล้อว่าเป็นลูกหลานที่นี่ เหมือนเป็นปมในใจ ผมมีแผนไว้อยู่แล้วว่าจะปรับปรุง เรียนจบเริ่มคิดว่าอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง หาไปเรื่อย ๆ ก็ไม่เจอ จนมาขอที่บ้านว่า งั้นทำโรงแรมแล้วกัน เพราะไหน ๆ มันก็เป็นของเราอยู่แล้ว”

โรงแรมสุดหวงแหนที่โรยราไปตามความชราของปู่ ผ่านมือลูกชายที่ประกอบอาชีพรับราชการ จึงตกทอดมาสู่หลานในที่สุด เพียงแต่ไม่มีอะไรง่ายดังใจนึก

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“มันยังไม่ตอบโจทย์”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“ตอนแรกปู่ก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่” กะไว้แล้ว

งั้นคุณโน้มน้าวปู่ยังไง – เราถาม

“โน้มน้าวไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าลองเลย” เขาตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะเผยความลับ

“ครั้งแรก เรารีโนเวตเล็ก ๆ ก่อน อย่างหน้าตาโรงแรมยังเหมือนเดิมครับ แค่ปรับความสะอาด ขัดพื้นให้น่าพักขึ้น ปู่ก็เริ่มเห็นว่ามีคนเข้ามาพักเพิ่ม แต่ถามว่าเยอะไหม ก็ยังไม่เยอะ 

“แล้วถึงจะทาสีใหม่ คนกันตังก็ยังเห็นว่ามันเก่าเหมือนเดิม” คนขับรถเรายืนยันความจริงข้อนี้ได้ดี 

“มีคนมาจอดหน้าโรงแรม ดูอยากจะพักแหละ แต่ว่าไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นยังไง ผมเห็นบ่อยมาก รถมาจอดแล้วก็ขับไป เลยรู้สึกว่าการรีโนเวตนี้น่าจะยังไม่ตอบโจทย์ ผมเลยออกแบบใหม่”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

จากโรงแรมศิริชัยจึงแปลงโฉมเป็น Sirichai Design Hotel ด้วยความตั้งใจให้มีกลิ่นอายของเมืองท่า ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในท่าเรือและสถานีรถไฟ

ก๊วงปรับด้านหน้าโรงแรมให้โมเดิร์นขึ้นแต่ก็ไม่ถึงกับหรูหรา ส่วนชั้นล่างตกแต่งด้วยการนำเหล็กมากัดสนิม ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ร่วมกับบรรดาของเก่าที่ยังคงเก็บไว้ ทั้งพื้นเดิมจากยุคปู่ โต๊ะที่เราเห็นตรงหน้าก็มาจากวงกบประตู-หน้าต่างเดิม ที่รื้อและนำมาดีไซน์ใหม่โดยฝีมือช่างจากกันตังทั้งหมด

แต่ทั้งหมดนี้จะมากพอให้คนตรังเห็นการเปลี่ยนแปลงรึเปล่า 

“ผมเคยคิดจะเปลี่ยนชื่อโรงแรม” เขาบังเอิญพูดสิ่งที่เราสงสัยในใจ

“รู้สึกว่าจะทำยังไงให้คนเปลี่ยนไป เพราะคงคิดว่าจะเก่าแบบเดิม มีชื่อเสียงแบบเดิม แต่คำว่า ศิริชัย จริง ๆ ไม่ได้แย่ แล้วมันก็ขลังด้วย เพราะพระตั้งให้” 

โอเค เราเข้าใจแล้วว่าทำไม

อย่างต่อมาที่เขาลงมือเปลี่ยนหลังการปรับปรุงครั้งที่ 2 จึงหนีไม่พ้นความคิดของคนในชุมชน 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“เราต้องไปหาชุมชน”

“เพราะคนที่อยู่ในกันตังมันแคบ เขาเกิดมาก็เห็นโรงแรมนี้กันทุกคนแหละ แล้วเขาก็หลอนเรื่องผี” หลานชายเปิดอก

“โดยปกติของที่นี่ คือชาวบ้านเขาจะคุยกันว่าลูกหลานกลับมาหาไม่มีที่ให้นอน ตอนเย็นกินข้าวที่บ้าน นั่งคุยกันเสร็จ 3 – 4 ทุ่ม ก็กลับไปนอนโรงแรมในเมือง ไอ้เราก็สนใจว่าทำไมไม่นอนแถวนี้ โรงแรมเยอะแยะ เขาบอกว่ามันเก่าแล้ว เขาไม่อยากให้ใครมา”

ก๊วงจึงตัดสินใจเปลี่ยนความคิดตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว และนั่นทำให้คนตรังกลับบ้านเป็นลูกค้าหลักของเขาจนถึงตอนนี้

“เราไม่ได้ประชาสัมพันธ์อะไรเลย แต่ดึงคนในชุมชนเข้ามาดูว่าเปลี่ยนไปยังไงบ้าง คาเฟ่จะเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนแนวคิด เพราะถ้าเปิดแต่โรงแรมเฉย ๆ ไม่มีใครเดินเข้ามา แนวคิดมันก็จะไม่เปลี่ยน และเรามีโปรโมชันลด 10% ให้คนกันตังตลอดเวลา”

ภายในร้านเองก็มีการวางขายงานฝีมือของคนในชุมชน เราเห็นทั้งผ้าบาติก ผ้าทอ รวมถึงขนมที่ไม่ใช่ครัวซองต์ เบเกอรี่ แต่เป็นเหล่าขนมโบราณขึ้นชื่อของคนใต้ที่เขารวบรวมไว้ให้ ก๊วงบอกว่าหากอยากซื้อของกลับไปฝากใคร ก็ขอให้มาลองชิมที่ร้านเขาเสียก่อน 

“เมืองนี้มันเงียบลง ผมคนเดียวไม่มีทางทำให้อำเภอนี้กลับมาอีกครั้งหรอก เราต้องไปหาชุมชน หรือให้ชุมชนมาหาเราบ้าง ชวนเขาคุย ชวนเขาเสนอไอเดีย หรือมีผลิตภัณฑ์ก็เอามา เราตั้งขายให้ฟรีเลย แล้วก็เอาตังค์ไปให้เขา กลายเป็นว่าโรงแรมก็เหมือนร้านขายของ ลูกค้าเข้ามาก็ต้องเดินดูครับ” 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste
จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“เหมือนตายตาหลับ”

เราเดินขึ้นบันไดเก่าแก่ตามก๊วงไปชมห้องพักที่เขาบอกว่าโครงสร้างเดิมทำให้ปรับปรุงยากมาก แต่บัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ก็ทำจนสำเร็จ 

“รูปทรงมันดูก็รู้ว่าเก่าครับ คานเยอะมาก สร้างใหม่ไม่ได้ อย่างวิศวกรรุ่นใหม่เขาจะนิยมทำให้พอประมาณ คือคำนวณไว้แล้วว่าอันนี้รับน้ำหนักเท่านี้ ต้องสร้างแค่นี้พอ แต่นี่คนรุ่นเก่าเขาสร้างเผื่อไว้เยอะเลย ไม่รู้กี่เสาก็ตั้งเต็มไปหมด” ก๊วงหัวเราะร่วน 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ช่างเมื่อก่อนไม่มีแปลน เขาก็สร้างแบบแข็งแรงที่สุด ผมจะเดินท่อเชื่อมท่อน้ำใหม่ พอเจาะลงไปเจอคานด้านล่าง เราไม่รู้ท่ออยู่ตรงไหน สายไฟอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้” 

โรงแรมมีทั้งหมด 20 ห้อง จากห้องพัดลมเปลี่ยนเป็นแอร์ทั้งหมด เดินไฟและระบบน้ำใหม่ให้ปลอดภัยและทันสมัยขึ้น แม้จะแก้ไขโครงสร้างห้องไม่ได้ แต่ก็ปรับสัดส่วนใหม่ให้คล่องตัว แบ่งออกเป็นห้อง Deluxe มีระเบียงส่วนตัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้อง Superior ตกแต่งในสไตล์มินิมอลกะทัดรัด ห้อง Standard เลือกได้ทั้งเตียงเดี่ยวหรือคู่ในราคาสบายกระเป๋า และห้อง Bunk Bed เตียง 2 ชั้น สำหรับวัยรุ่นสายลุยทุกท่าน 

และสิ่งสำคัญที่ทุกห้องมีร่วมกัน คือหนังสือของโรงแรม 

คุณเขียนเองเหรอ – เราสงสัย เพราะมันไม่ได้มีเพียงประวัติของศิริชัยเพียงเท่านั้น

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ใช่ครับ ผมรวบรวมร้านอาหาร ของอร่อยในกันตัง อยากกินแบบไหนก็็บอก จะอาหารตามสั่ง ข้าวต้ม หมูกระทะ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า อยากกินร้านไหนก็ได้เลย เราทำแผนที่ไว้ให้แล้ว โรงแรมอยู่ตรงนี้ลูกค้าไปไหนได้บ้าง แล้วส่วนใหญ่ลูกค้าจะถามหามื้อเช้า ซึ่งเราไม่ได้มีอาหารแบบในโรงแรมบริการ แต่ให้คนในชุมชนเอาเมนูของร้านเขามาวางไว้ตรงคาเฟ่ข้างล่าง แล้วเขาก็มาส่งให้”

มากไปกว่านั้น เป้าหมายต่อไปที่ก๊วงอยากไปให้ถึง คือการทำให้ศิริชัยเป็นโรงแรมปลอดขยะ เห็นได้จากเครื่องดื่มที่เขาเสิร์ฟในกระป๋องนั่นแหละ ซึ่งก๊วงบอกว่าเขาใช้หลอด Bioplastic ย่อยสลายได้เอง ถุงกระดาษ ไม่มีพลาสติกแม้แต่น้อย ส่วนภายในห้องพักของเขา คงมีเพียงถังขยะกับที่ห่อแก้วที่ยังต้องพึ่งพามันอยู่ ทั้งหมดนี้้เป็นไอเดียที่ซึบซับมาจากคุณพ่อคุณแม่ ข้าราชการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาก่อนเขาหลายปี

“โรงแรมเราแยกขยะหมดแล้วก็เอาไปขาย แล้วผมจบวิศวกรรมเครื่องกลพลังงานมา เลยคิดว่าหลังจากนี้จะทำโปรเจกต์จัดการพลังงาน ลดค่าไฟของโรงแรมลงด้วยครับ”

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

ก๊วงพาเราชมโรงแรม เล่าถึงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างภาคภูมิใจ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้ลงแรงปรับปรุงมันเพื่อแค่ให้ทันสมัยขึ้้น แต่ยังทำเพื่อขจัดปมวัยเยาว์ให้หายเป็นปลิดทิ้ง

“ตอนนี้หายแล้วนะครับ หายแล้วจริง ๆ” เขายืนยัน 

“เมื่อก่อนถ้าพูดถึงโรงแรมจะมีแต่ด้านลบ ตอนนี้มีแต่คนคุยกับเราเราในแง่บวกมากขึ้น โรงแรมเป็นยังไงบ้าง คนมาเยอะขึ้นนะ จากที่แทบไม่ทักกันเลย”

แล้วเจ้าของโรงแรมตัวจริงที่เห็นมันทั้งในวันที่รุ่งโรจน์สุดขีดและโรยราสุดขั้วอย่างปู่ล่ะ

“แกไม่ค่อยพูด แต่แกยิ้มแล้วบอกว่า เออ เหมือนตายตาหลับ”

3 Things
you should do

at Sirichai Design Hotel

01

ไหว้พระ 3 ศาลเจ้า กันตังมี 3 ศาลเจ้าหลักที่สายมูห้ามพลาด คือ ศาลเจ้าฮกเกี้ยนก๋งก้วน ศาลเจ้าเก่งจิวโฮ่ยก้วน และศาลปู่เจ้ากันตัง ครบทั้งเรื่องงาน ความรัก และโชคลาภ

02

กินมื้อเช้ารอบตลาดกันตัง รอบ ๆ โรงแรมมีทั้งติ่มซำ บะหมี่ อาหารอิสลาม ให้ได้เลือกทาน และใกล้กันยังมีสถานีรถไฟให้ไปถ่ายรูปชิก ๆ

03

เที่ยว 4 เกาะเมืองตรัง ห่างจากที่พักไปประมาณ 30 นาที จะเจอท่าเรือที่ออกไปดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้นได้ ทั้งที่เกาะกระดาน เกาะมุข และแวะชมความสวยงามของถ้ำมรกต สถานที่ติด 1 ใน 10 Unseen Thailand

Sirichai Design Hotel

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load